เอาแล้ว!33 อาจารย์ ใน 8 มหาวิทยาลัย เข้าข่าย‘ซื้องานวิจัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711775

เอาแล้ว!33 อาจารย์ ใน 8 มหาวิทยาลัย เข้าข่าย‘ซื้องานวิจัย’

เอาแล้ว!33 อาจารย์ ใน 8 มหาวิทยาลัย เข้าข่าย‘ซื้องานวิจัย’

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.42 น.

อว.เผย 34 มหาวิทยาลัย ส่งผลสอบการซื้อตีพิมพ์ผลงาน เบื้องต้นพบเข้าข่ายต้องสงสัยผิดจรรยาบรรณการวิจัยและการตีพิมพ์ผลงาน 33 คน ใน 8 มหาวิทยาลัย

17 กุมภาพันธ์ 2566 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวง อว. ให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งทำการตรวจสอบอาจารย์หรือนักวิจัยในสังกัดว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายการผิดจรรยาบรรณการวิจัย การเผยแพร่ผลงานจากการซื้อผลงานตีพิมพ์ และให้รายงาน ผลมายังสำนักงานปลัดกระทรวง อว. นั้น ขณะนี้มีสถาบันอุดมศึกษาได้แจ้งผลการตรวจสอบมาแล้ว จำนวน 34 มหาวิทยาลัย โดยได้รายงานจำนวนบุคลากรที่มีข้อสังเกตเข้าข่ายในการผิดจรรยาบรรณการตีพิมพ์ผลงานวิจัย จำนวน 33 คนใน 8 มหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือได้ตั้งกรรมการสอบโดยละเอียดแล้ว

ปลัด อว. กล่าวต่อว่า นอกจากการที่มหาวิทยาลัยส่งข้อมูลแล้ว ทางสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ยังได้รับแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในช่องทางอื่น รวมทั้งการสืบค้นจากฐานข้อมูลภายใน ซึ่งมีรายชื่อบุคลากรที่เข้าข่ายตรวจสอบกว่า 100 คน โดยขณะนี้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอย่างเร่งด่วนและรัดกุม ทั้งการตรวจทานข้อมูลกับมหาวิทยาลัยและแหล่งต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ

“กระทรวง อว. ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและได้ส่งข้อมูลรายงานตามเวลาที่กำหนด และสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ขอย้ำให้ทุกมหาวิทยาลัยที่ยังไม่ส่งข้อมูลให้ดำเนินการโดยทันที ซึ่งเป็นการแสดงความโปร่งใสของสถาบันเอง และไม่ปกป้องผู้ที่เข้าข่ายการกระทำความผิดจรรยาบรรณ ผิดวินัยหรือผิดกฎหมาย โดยหากมีข้อมูลบุคลากรที่เข้าข่ายที่ต้องพิจารณาหาข้อเท็จจริงเรื่องการผิดจริยธรรมตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งต่างๆแล้ว ทางมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบการดำเนินงาน และรายงานผลมายัง อว. โดยทันที” ปลัด อว. กล่าว

‘คณะเกษตรฯ ม.นครพนม’ประชุมเกษตรลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 1 ระดมนักวิชาการแพร่ความรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711745

‘คณะเกษตรฯ ม.นครพนม’ประชุมเกษตรลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 1 ระดมนักวิชาการแพร่ความรู้

‘คณะเกษตรฯ ม.นครพนม’ประชุมเกษตรลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 1 ระดมนักวิชาการแพร่ความรู้

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.20 น.

‘คณะเกษตรฯ ม.นครพนม’ประชุมเกษตรลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 1 ระดมนักวิชาการแพร่ความรู้

16 กุมภาพันธ์ 2566 ณ อาคารศูนย์วิทยบริการ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้จัดการประชุมวิชาการเกษตรลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 1 (The 1st Agricultural Mekong Basin Conference) ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรเพื่อ BCG” โดย ดร.พรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ้งลาวัลย์ เอี่ยมกุศลกิจ เป็นประธานในการเปิดการประชุมวิชาการดังกล่าว

ในงานประชุมวิซาการครั้งนี้ ได้มีการจัดบรรยายพิเศษ โดย ดร.จิตติมา เรืองรัตนากร CEO กลุ่มบริษัท นันทกรี จำกัด บรรยายในหัวข้อ “ปุ๋ยต่อคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรสู่ความมั่นคงในระดับอุตสาหกรรม และวิเคราะห์หาปริมาณธาตุอาหารในปุ๋ยอินทรีย์เคมีด้วยเทคนิค Near Infrared Spectroscopy (NIRS)” และ ดร.กรีฑา วีระนันทนาพันธ์ ประธานกลุ่ม บริษัท นันทกรี จำกัด บรรยายพิเศษในหัวข้อ “วิกฤตการณ์ปุ๋ยเคมี และแนวทางการใช้ปุ๋ยเคมีอินทรีย์” ซึ่งกลุ่มบริษัท นันทกรี จำกัด เป็นผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีรายใหญ่ของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “มุกมังกร” ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านปุ๋ยทั้งในประเทศจีนและประเทศไทยมามากกว่า 20 ปี ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีเพื่อปรับปรุงดิน และเพิ่มคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร อันเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

ดร.ชัชวาล แสงฤทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเกษตรและเทคโนโลยี ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ ว่า เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอผลงานวิจัย และแลกเปลี่ยนความรู้ในสาขาต่างๆ ทางด้านการเกษตร ได้แก่ สาขาวิชาพืชศาสตร์,ประมง,เทคโนโลยีอาหาร,เครื่องจักรกลเกษตร และสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมการสร้างเครือข่ายด้านวิชาการระหว่างนักวิจัย นักศึกษา นักวิชาการ ทั้งในภาครัฐและเอกชนในหน่วยงาน และสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งติดตามข้อมูล ทิศทาง และการแลกเปลี่ยนในการพัฒนาทางด้านการวิจัย และพัฒนาทางวิชาการของประเทศ

ตลอดจนได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานทางวิจัย รับฟัง แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการวิจัย เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิจัย ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ก่อเกิดนวัตกรรม การเรียนรู้ แนวคิดใหม่ๆในการพัฒนาและคิดค้นงานวิจัยสำหรับนักวิจัยมือใหม่ อาจารย์ นักวิชาการ และ นักศึกษา อีกทั้งเป็นช่องทางในการคัดสรรผลงานการวิจัยที่มีศักยภาพ นำไปประยุกต์ใช้กับชุมชน สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ในการประชุม  ยังมีการเสวนาวิชาการ หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตรเชิงพื้นที่” ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กัมปนาจ เภสัชชา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธนพัฒน์ สุระนรากุล และ อาจารย์ ดร.คมศักดิ์ หารไชย ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยเชิงพื้นที่ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกรียงไกร ผาสุตะ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งในงานประชุมวิชาการในหัวข้อดังกล่าว มีการบรรยายพิเศษเรื่องวิกฤตการณ์ปุ๋ยเคมี รวมถึงแนวทางการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมี  และเรื่องอนาคตพืชเศรษฐกิจ กัญชง กัญชา โดยมีการนำเสนอผลงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์เกษตรในทุกแขนงวิชา จำนวน 23 เรื่องประกอบในกิจกรรมด้วย โดยคาดหวังว่าเกษตรกรและนักวิชาการ ตลอดจนประชาชนจะสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาชีพต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท นันทกรี จำกัด ได้มีโครงการความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับคณะเกษตรและเทคโนโลยี เพื่อสร้างงานวิจัยในการพัฒนาคุณภาพพืชที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ยังผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพื่อการพัฒนาด้านการเรียนการสอนในรูปแบบทวิศึกษา และสหกิจศึกษา และการเรียนการสอนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดย ดร.กรีฑา วีระนันทนาพันธ์ ประธานกลุ่มบริษัท นันทกรี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯดำเนินกิจการเกี่ยวกับปุ๋ยเคมี และ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี มาเป็นเวลากว่า 20 ปี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เพื่อนำผลงานวิจัยมาเป็นแนวทางในการพัฒนาเกษตรกรรมไทย จึงได้ริเริ่มที่จะสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยกับคณะเกษตรและเทคโนโลยี่ มหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อบูรณาการงานวิจัยที่จะเกิดขึ้นไปสู่การเรียนการสอน อีกทั้งเป็นการพัฒนางานวิจัยร่วมกับเกษตรกร และนักวิชาการในสังกัดคณะเกษตรฯ

ทางด้าน ดร.ถนอม ทาทอง คณบดีคณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวว่า งานวิจัยครั้งนี้ทางคณะฯได้รับการสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์เคมี”มุกมังกร” ตลอดงานวิจัยนี้สิ้นสุดลง เบื้องต้นได้นำไปทดลองใช้กับผลไม้ GI ประจำจังหวัดนครพนม คือ สับปะรดหวาน และ ลิ้นจี่  ตลอดจนพืชผัก รวมถึงกัญชง กัญชา เมื่อนำไปเทียบกับพืชชนิดเดียวกัน แต่ใช้ปุ๋ยที่ไม่เหมือนกัน ผลที่ได้รับคือความแตกต่างของผลผลิต

ดังนั้นคณะเกษตรฯจึงขอใบอนุญาตขายปุ๋ยได้ เลขที่ 201319370008/2566 โดยให้นักศึกษาเป็นเซลล์แมนจัดจำหน่าย ในราคา 1,300 บาท/50 กก. เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวในทางอ้อมด้วย ผู้สนใจสามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่ 093-3236993 คุณนิคม ศรีหะมงคล และ 084-5162624 คุณสุนทร วะโรลม

ทั้งนี้ทั้งนั้น ประชุมวิชาการแห่งชาติ ครั้งที่ 1 “นวัตกรรมเกษตรเพื่อ BCG” (Agricultural Innovation for BCG) ในครั้งนี้  คือ BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) คือ โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นแนวคิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้กับ 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

(S-curves) ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมพลังงานและวัสดุ อุตสาหกรรมสุขภาพและแพทย์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ โดยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ผลิตที่เป็นฐานการผลิตเดิม เช่น เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงหรือนวัตกรรม

ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม การนำ BCG Model มาใช้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภาคเกษตรจากเดิมที่ “ผลิตมากแต่สร้างรายได้น้อย” (More for Less) ไปสู่การผลิตสินค้าพรีเมี่ยมที่ “ผลิตน้อยแต่สร้างรายได้มาก” (Less for More) เช่น การเพิ่มปริมาณผลผลิตทางการเกษตรด้วยระบบโรงเรือน

(Green h ouse) และการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรด้วยการดึงสารสำคัญหรือคุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่ในสินค้าเกษตรและพืชสมุนไพร

BCG Model ยังสนับสนุนให้เกษตรกรนำทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนจากการลดการใช้ปุ๋ยและยาที่เป็นต้นทุนหลักของเกษตรกรไทย และยังได้ผลิตผลที่ปลอดภัย ได้คุณภาพและปริมาณคงที่ตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังสามารถนำผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพคงที่มาแปรรูปให้มีมูลค่าที่สูงขึ้นได้อีกด้วย

ในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้ริเริ่มจัดโครงการจัดประชุมวิชาการแห่งชาติ ครั้งที่ 1 “นวัตกรรมเกษตรเพื่อ BCG” (Agricultural Innovation for BCG) ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายด้านวิชาการ ระหว่างนักวิจัย นักศึกษา นักวิชาการทั้งในภาครัฐและเอกชนฯ เพื่อให้เกิดเป็นเวทีวิชาการระดับชาติ ที่รวบรวมผลงานทางวิจัยอันทรงคุณค่า และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากงานวิจัยเป็นวงกว้าง

ยุติชุมนุมแล้ว! ‘นศ.อุเทนถวาย’พอใจได้คำตอบ เผย’จุฬาฯ’ไม่ได้เร่งรัดย้ายออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711675

ยุติชุมนุมแล้ว! 'นศ.อุเทนถวาย'พอใจได้คำตอบ เผย'จุฬาฯ'ไม่ได้เร่งรัดย้ายออก

ยุติชุมนุมแล้ว! ‘นศ.อุเทนถวาย’พอใจได้คำตอบ เผย’จุฬาฯ’ไม่ได้เร่งรัดย้ายออก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.28 น.

เมื่อเวลา 16.22 น.วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก อุเทนถวาย นายฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ รักษาการอธิการบดี มทร.ตะวันออก อุเทนถวาย เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับสมาคมผู้ปกครองและครูอุเทนถวาย, สมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย , คณะพิทักษ์ศิษย์เพื่อการศึกษาโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย (คพศ.) และนักศึกษาปัจจุบัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา หลังจากที่ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันออกมาชุมนุมเพื่อจะยื่นหนังสือคัดค้านการย้าย มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ออกจากพื้นที่ปัจจุบัน ว่า จากการพูดคุยรับฟังเสียงสะท้อนของนักศึกษาทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ที่มีหลายคนสงสัยว่าทำไมสภา มทร.ตะวันออก ถึงเร่งรีบดำเนินการย้ายวิทยาเขตอุเทนถวายนั้น ในความจริงมีเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว แต่เมื่อเร็วๆ ศาลปกครองสูงสุด ได้ตัดสินให้ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยจึงดำเนินการแจ้งให้สภา มทร.ตะวันออกอุเทนถวาย รับทราบ  ซึ่งทาง สภา มทร.ตะวันออก ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อศึกษา วิเคราะห์ จัดเสวนาเพื่อรัยฟังผลกระทบ ข้อดีข้อเสียจากทุกภาคส่วนแล้ว โดยคณะกรรมการได้เสนอผลการศึกษาให้ สภา มทร.ตะวันออก รับทราบแล้ว แต่อาจจะไม่มีความชัดเจนด้านการสื่อสาร ทำให้หลายคนคิดว่ามีมติให้ดำเนินการทางใดทางหนึ่งกับ มทร.ตะวันออกอุเทนถวาย

“ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัย ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการสูงสุด ให้มหาวิทยาลัย มทร.ตะวันออกอุเทนถวาย เร่งรัดดำเนินการตามคำคัดสินของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยก็อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อยู่  และในวันนี้ ผมได้มารับฟังข้อเท็จจริงที่ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันสะท้อน และผมจะได้นำข้อมูลที่ได้ไปเสนอให้ สภา มทร.ตะวันออก รับทราบ และให้นำข้อมูลนี้มา ตัดสินใจว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ผมสัญญาว่าถ้ามหาวิทยาลัยจะดำเนินการอะไร เราจะต้องมีการพูดคุยและรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนก่อน” นายฤกษ์ชัย กล่าว

ด้าน นายกฤษฏิธัชย์ ณัฐวราณัญต์ ผู้ประสานงาน คพศ.กล่าวภายหลังร่วมแถลงผลการประชุมหารือกับ รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ รักษาการอธิการบดี มทร.ตะวันออก  และ สมาคมผู้ปกครอง คณะพิทักศิษย์เพื่อการศึกษาโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ตัวแทนศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ถึงการย้าย มทร.อุเทนถวาย ว่า เดิมเราจะยื่นหนังสือเพื่อขอคำยืนยันเสียงของประชาคมชาวอุเทนถวาย ในการคัดค้านการย้ายอุเทนถวายออกจากที่ดินปัจจุบัน และวาระการประชุมของ สถา มทร.ตะวันออก ว่ามีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ซึ่งในวันนี้ เราก็ได้รับคำตอบจากที่ประชุมแล้วว่า ไม่มีวาระซ่อนเร้น เป็นเพียงเรื่องแจ้งเพื่อทราบแล้วดำเนินการตามข้อกฎหมายที่มีหนังสือแจ้งมา แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ได้มีข้อเร่งรัดให้อุเทนถวายย้ายออกจากพื้นที่ปัจจุบันแต่อย่างใด แต่แจ้งให้เป็นไปตามขั้นตอนหนังสือทางราชการ ส่วนเรื่องการมอบหนังสือ เรามอบเพื่อยืนยันให้สอดคล้องกับการเสวนาทั้ง 3 ครั้งของที่ประชุมสภา มทร.ตะวันออก ซึ่งเราก็ได้รับการชี้แจงผลเป็นที่น่าพอใจ

“วันนี้เราจะยุติการชุมนุม และหลังจากนี้ไปเราจะรอดูว่าทางสภา มทร.จะประชุมอีกครั้งเมื่อไหร่ และจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ในส่วนของเราก็จะดำเนินการสู้ทางกฎหมายและในหลายๆ ทางต่อไป ผมเข้าใจว่าถ้าเรื่องเดินไปตามขั้นตอน เราก็ต้องรอ และจะมีการพูดคุยกับทางสภา มทร.ต่อไป ว่าจะดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร แต่ถ้าหากมีการบังคับใช้กฎหมายกับเรา เราก็จะออกมาชุมนุมอีก” นายกฤษฏิธัชย์ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยกระดับชุมนุม! ‘นศ.อุเทนถวาย’ลงถนนพญาไท หลังผู้บริหารไม่รับข้อเรียกร้องปมย้ายที่ตั้ง)

ยกระดับชุมนุม! ‘นศ.อุเทนถวาย’ลงถนนพญาไท หลังผู้บริหารไม่รับข้อเรียกร้องปมย้ายที่ตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711617

ยกระดับชุมนุม! 'นศ.อุเทนถวาย'ลงถนนพญาไท หลังผู้บริหารไม่รับข้อเรียกร้องปมย้ายที่ตั้ง

ยกระดับชุมนุม! ‘นศ.อุเทนถวาย’ลงถนนพญาไท หลังผู้บริหารไม่รับข้อเรียกร้องปมย้ายที่ตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.33 น.

“นศ.อุเทนถวาย”ลงถนนพญาไท หลังผู้บริหารไม่รับข้อเรียกร้องตามเวลากำหนด ขณะที่”รก.อุเทนถวาย”ประชุมด่วนหาทางออก

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถนนพญาไท กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กว่า 500 คน ออกมาคัดค้านการย้ายวิทยาเขตอุเทนถวาย ออกจากพื้นที่ปัจจุบัน หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ตัดสินให้ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มนักศึกษาจึงออกมาเรียกร้องให้ รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ รักษาการอธิการบดี มทร.ตะวันออก และนายกสภา มทร.ตะวันออก ออกมารับหนังสือคัดค้านการย้าย พร้อมกับประกาศว่าภายในเวลา 14.00 น.หากอธิการบดี มทร.อุเทนถวาย หรือนายกสภา มทร.ตะวันออก ไม่มารับหนังสือการคัดค้านและพูดคุย จะยกระดับการชุมนุมนั้น (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘อุเทนถวาย’เดือด! ขีดเส้นตายผู้บริหารขอคำตอบปมย้ายที่ตั้งก่อนบ่ายสองวันนี้)

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.30 น. กลุ่ม นศ.มทร.อุอทนถวาย ได้ออกมาชุมนุมเรียกร้องกลางถนนพญาไท บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย พร้อมชูป้ายคัดค้านการย้าย มทร.วิทยาเขตอุเทนถวาย ออกจากที่ตั้งปัจจุบัน หลังจานที่กลุ่มนักศึกษาขีดเส้นไว้ว่าหากภายในเวลา 14.00 น.ผู้บริหาร ทมร.อุเทนถวาย ไม่ออกมารับข้อเรียกร้อง ก็จะยกระดับการชุมนุม

โดยการชุมนุมกินพื้นที่การจราจรไป 2 เลน ทำให้การจราจรติดขัดเพราะใช้ได้เลนเดียว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอร้องให้กลุ่มนักศึกษามห้ใช้พื้นที่การชุมนุมเพียงเลนเดียว เพื่อลดการจราจรติดขั

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 15.00 น.ที่ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ภายใน มทร.อุเทนถวาย รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ รักษาการอธิการบดี มทร.ตะวันออก  และ นายกสภา มทร.ตะวันออก สมาคมผู้ปกครองรอง คณะพิทักศิษย์เพื่อการศึกษาโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ตัวแทนศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ได้ร่วมประชุมหารือกัน

ด้าน นายณรงค์พล เสนาะดนตรี นักศึกษาปริญญาเอก คณะวิศวกรรมศาสตร์ก่อสร้างและบริหารสาขาวิศวกรรมก่อสร้างและบริหารงานก่อสร้าง มทร.อุเทนถวาย กล่าวว่า นักศึกษาที่มาชุมนุมวันนี้ เพราะได้รับความเดือดร้อนในด้านวิชาการ นักศึกษาที่เรียนในวิทยาเขตอุเทนถวาย รู้สึกไม่มั่นคง เพราะนักศึกษาได้ลงทุนและต้องการที่จะมาเรียนในวิทยาเขตอุเทนถวาย แต่กลับต้องย้ายวิทยาเขต อีกทั้งนักศึกษายังไม่ได้รับความชัดเจนจากผู้บริหารว่าหากย้ายวิทยาเขตไปแล้ว วิทยาเขตใหม่จะตั้งที่ไหน หากย้ายแล้วจะเดินทางอย่างไร เมื่อไม่มีความชัดเจน จึงเกิดความไม่มั่นใจว่าหากย้ายไปแล้วจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพหรือไม่ ซึ่งต่างจากวิทยาเขตอุเทนถวาย ที่มีความพร้อมด้านสถานที่ และอุปกรณ์การเรียนมากกว่

ขณะที่ตัวแทนนักศึกษาปริญญาเอกอีกคน กล่าวว่า กลุ่มนักศึกษาเรามาขอความเห็นใจ รู้สึกว่ามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ที่เป็นเหมือนพี่ กำลังรังแกน้อง ทั้งที่พี่มีทุกอย่างแล้ว แต่ทำไมยังมารังแกน้องอยู่ จึงอยากจะเรียกร้องทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นใจ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ด้วย ที่ผ่านมา มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้ผลิตบุคลากรชั้นนำด้านการก่อสร้างให้ประเทศจำนวนมาก และอีกไม่กี่ปี มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย จะครบ 100 ปีแล้ว จึงอยากขอความเห็นใจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ยังเป็นสถานศึกษาให้ความรู้ต่อไป

– 006

‘มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์’จัดงาน RRU OPEN HOUSE 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711572

‘มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์’จัดงาน RRU OPEN HOUSE 2023

‘มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์’จัดงาน RRU OPEN HOUSE 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.35 น.

‘มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์’จัดงาน RRU OPEN HOUSE 2023

16 กุมภาพันธ์ 2566 นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีเปิด RRU OPEN HOUSE 2023 พร้อมมอบโล่รางวัลให้กับนักวิจัยดีเด่น โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์  หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา นักเรียน เข้าร่วมงาน ณ บริเวณโดมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์  อ.เมือง

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้โมเดลเศรษฐกิจบีซีจี เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต โดยใช้ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ฉะนั้นการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มุ่งยกระดับสร้างบุคลากรและจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ด้วยฐานงานวิจัย จึงนับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่มหาวิทยาลัยไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ แต่ยังได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งให้กับคนฉะเชิงเทราในทุกมิติ

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ได้มุ่งเน้นการเป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำรับใช้สังคมภาคตะวันออก” โดยสร้างระบบแนวคิดใหม่ให้กับอาจารย์ นักศึกษา และพัฒนาสมรรถนะร่วมกัน ผ่านการบริการวิชาการ และดำเนินงานโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่  นอกจากนี้ ยังร่วมกับหน่วยงานและเครือข่ายต่างๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ร่วมกันมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วยบูธแสดงผลงานวิจัยเด่นของ 5 คณะ และอีก 11 ศูนย์ /สำนัก และบูธแนะนำ “คณะพยาบาลศาสตร์” คณะเปิดใหม่ โดยมีอาจารย์และนักศึกษารุ่นพี่ คอยให้คำแนะนำ นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าดีจากชุมชนในพื้นที่ตลาดวิจัย กิจกรรมเล่นเกมส์ชิงรางวัล และมินิคอนเสิร์ต เพื่อสร้างสีสันความสนุกสนานตลอดงานด้วย

‘อุเทนถวาย’เดือด! ขีดเส้นตายผู้บริหารขอคำตอบปมย้ายที่ตั้งก่อนบ่ายสองวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711515

'อุเทนถวาย'เดือด! ขีดเส้นตายผู้บริหารขอคำตอบปมย้ายที่ตั้งก่อนบ่ายสองวันนี้

‘อุเทนถวาย’เดือด! ขีดเส้นตายผู้บริหารขอคำตอบปมย้ายที่ตั้งก่อนบ่ายสองวันนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.13 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มี สมาคมผู้ปกครองและครูอุเทนถวาย สมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย คณะพิทักษ์ศิษย์เพื่อการศึกษาโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย (คพศ.) และนักศึกษาปัจบัน กว่า 500 คน ร่วมชุมนุมคัดค้านถึง รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ รักษาการอธิการบดี มทร.ตะวันออก  และนายกสภา มทร.ตะวันออก และแสดงเจตจำนงค์ไม่เห็นด้วย และไม่ขอย้ายอุเทนถวายออกจากพื้นที่ หลังจากมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ตัดสินให้ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ปทุมวัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 6 กว่า 100 นาย เข้ามาดูแลความเรียบร้อยภายใน และหน้า มทร.อุเทนถวาย

ต่อมาเวลา 11.15  น. กลุ่มนักศึกษาถือป้ายคัดการย้าย อาทิ   “ที่ดินแห่งนี้มีไว้ เพื่อการศึกษา  ไม่ใช่เพื่อแสวงหากำไร “พระราชทานที่ดินไว้ให้ เพื่อเป็นโรงเรียนก่อสร้างแห่งแรกของประเทศไทย, ที่ดินของพ่อ จะให้ผมย้ายไปไหน, พ่อให้ที่ดินมาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่ให้ไว้เพื่อการค้าขาย, บ้านเรา เราไม่ย้าย, อยู่กันมาเกือบจะ 100 ปี ให้เราย้ายไปไหน” เป็นต้น  เดินขบวนออกจาก มทร.อุเทนถวาย มาชุมนุมที่รืมฟุตบาทหน้า มทร.อุเทนถวาย

ต่อจากนั้น นายกฤษฏิธัชย์ ณัฐวราณัญต์ ผู้ประสานงาน คพศ. กล่าวว่า วันนี้ เรามายื่นหนังสือคัดค้านไม่ประสงค์ที่จะย้าย มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ไปอยู่ที่อื่น และ ทราบว่าวันนี้ มีการประชุมสภา มทร.ตะวันออก โดยมีวาระการประชุมเกี่ยวกับการย้ายที่ตั้งของ วิทยาเขตอุเทนถวายออกจากที่ตั้งในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมเสวนากรอบแนวทางและทิศทางความต้องการของประชาคมอุเทนถวาย เรื่องที่ดินอุเทนถวาย ซึ่งมีการลงประชามติ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ประสงค์จะย้ายวิทยาเขตอุเทนถวาย ออกจากที่ตั้งปัจจุบันโดยเด็ดขาด  และมีความประสงค์ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการเปิดการเรียนการสอนตามปกติ อีกทั้งกำหนดแนวนโยบายส่งเสริมและพัฒนามหาวิทยาลัยให้ดียิ่งขึ้น

นายกฤษฏิธัชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของประชาคม มีข้อสรุป ดังนี้ 1.กลุ่มนักศึกษาปัจจุบัน ไม่ย้าย ร้อยละ 98.70 , ย้าย ร้อยละ 1.30 2.กลุ่มศิษย์เก่า ไม่ย้าย ร้อยละ 98.7 , ย้าย ร้อยละ 1.3 และ 3.กลุ่มคณาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน ไม่ย้าย ร้อยละ 25.9 ,  ย้ายร้อยละ 35.2 และอื่น ๆ 39.9  ซึ่งจากการสำรวจความต้องการของประชาคมอุเทนถวาย มีความเห็น “ไม่ย้าย” คิดเป็นร้อยละ 74.43   สมาคมผู้ปกครองและครูอุเทนถวาย ขอสนับสนุนแนวคิดความต้องการของประชาคมอุเทนถวาย ในเจตนารมณ์เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของนักศึกษา  ในวิทยาเขตอุเทนถวาย ระดับปริญญาตรี ปริญญาไทและปริญญาเอก ในพื้นที่ปัจจุบันต่อไป

นายกฤษฏิธัชย์ กล่าวอีกว่า วันนี้เราเรียกร้องให้อธิการบดี มทร.ตะวันออก หรือนายกสภามทร.ตะวันออก มารับหนังสือร้องเรียน ที่ วิทยาเขตอุเทนถวาย สาเหตุที่จะต้องให้มารับหนังสือที่วิทยาเขตอุเทนถวาย เพราะทราบว่ามีการประชุมสภา มทร.ตะวันออก ที่วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ ต่อมาได้ย้ายการประชุมไปประชุมที่วิทยาเขตบางพระ จ.ชลบุรี  แต่ท้ายสุดก็ตัดสินใจประชุมออนไลน์แทน ซึ่งทำให้นักศึกษาวิทยาเขตอุเทนถวาย สับสนและรู้สึกถึงความไม่แน่นอน พสกเราจึงเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมารับหนังสือคัดค้าน ที่วิทยาเขตอุเทนถวาย

“เดิมเราจะมายื่นเอกสารด้วยความสงบเรียบร้อย แต่ท่านบีบบังคับเราให้มาทำการชุมนุมที่หน้าวิทยาเขตอุเทนถวาย  และขอเรียกร้องให้อธิการบดี หรือนายกสภา มทร.ตะวันออก มารับหนังสือคัดค้าน ภายในเวลา 14.00 น. ขอวันนี้ ถ้าไม่มา เราจะยกระดับการชุมนุมขึ้นโดยจะปิดถนนพญาไททั้งหมด  ถ้ายังไม่มาก็จะยกระดับชุมนุมเพิ่มขึ้นอีก เช่น จะปักหลักอยู่ที่มหาวิทยาลัย จนกว่าผู้บริหารจะเดินทาวมารับหนังสือคัดค้านการย้าย หรือมารับฟังปัญหาจากเรา”  นายกฤษฏิธัชย์
 

สพป.สุโขทัย เขต 1 ขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711348

สพป.สุโขทัย เขต 1 ขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาว

สพป.สุโขทัย เขต 1 ขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาว

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางชฎากรณ์ บรรเลงรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข กับผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์งานการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ตลอดจนลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแล และการป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตทุกรูปแบบ

มทร.ธัญบุรีให้โอกาสนศ.พ้นสภาพ กลับสู่ระบบมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711345

มทร.ธัญบุรีให้โอกาสนศ.พ้นสภาพ  กลับสู่ระบบมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

มทร.ธัญบุรีให้โอกาสนศ.พ้นสภาพ กลับสู่ระบบมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 1/2565 มทร.ธัญบุรีมีนักศึกษาที่พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา เนื่องจากผลการเรียนไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 216 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรีของ มทร.ธัญบุรี ที่มีประมาณ 25,000 คน แต่อย่างไรก็ตามตนต้องการให้จำนวนนักศึกษาในกลุ่มนี้ลดลง เพราะไม่ต้องการให้เด็กออกนอกระบบการศึกษา และเสียโอกาสที่ดีในอนาคต โดยที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรีจะประสานงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามผลการเรียนของนักศึกษาที่มีปัญหา จัดการเรียนเสริม ให้การบ้านเพิ่มเติมเพื่อให้ฝึกทำบ่อยๆ รวมถึงจัดติวกันเป็นกลุ่มๆ ซึ่งส่วนหนึ่งสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทำให้จำนวนนักศึกษาที่ถูกรีไทร์ลดลงทุกปี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนนักศึกษาที่ถูกรีไทร์ หรือต้องหยุดเรียนกลางคัน เนื่องจากปัญหาส่วนตัวที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรีมีนโยบายที่จะดึงนักศึกษากลุ่มนี้กลับเข้าสู่ระบบเปิดโอกาสให้กลับเข้ามาเรียนใหม่ โดยนักศึกษาที่กลับเข้ามานั้น บางคนจะมีการเปลี่ยนสาขาที่เรียน เพราะไม่ตรงกับความถนัดและความชอบ จะมีการเทียบโอนในรายวิชาที่มีผลการเรียนมาแล้ว และผลการเรียนจะต้องได้เกรด C ขึ้นไป โดยนักศึกษาจะกลับเข้าเรียนนั้น ทางมหาวิทยาลัยจะคัดเลือกด้วยการสอบสัมภาษณ์เท่านั้น ซึ่งตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมามีนักศึกษากลับเข้าเรียนใหม่ รวม 220 คน โดย 3 คณะที่มีนักศึกษากลับเข้าเรียนสูงสุด 3 อันดับแรก ประกอบด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์คณะบริหารธุรกิจ และคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เป็นต้น

แสดงความยินดี นักเรียนได้รับรางวัล IRO 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711349

แสดงความยินดี นักเรียนได้รับรางวัล IRO 2022

แสดงความยินดี นักเรียนได้รับรางวัล IRO 2022

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปิลัทธ์ อุดมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 แสดงความยินดีกับนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันหุ่นยนต์โอลิมปิกนานาชาติ รายการ IRO 2022 (International Robot Olympiad 2022 : Phuket Thailand) ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับรางวัลกลับมาหลายรายการ โดยมี นางศิรภัสสร ชุมภูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูผู้ฝึกสอน ต้อนรับ สพป.สุโขทัย เขต 1 MOU ขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาว

มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ตรวจฟันฟรี เด็กพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711355

มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ตรวจฟันฟรี เด็กพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส

มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ตรวจฟันฟรี เด็กพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย เดินหน้าสานต่อ “โครงการสุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” นำทีมหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ลงพื้นที่สู่ดอยสูง จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟันฟรีแก่เด็กพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส ณ โรงเรียนวาวีวิทยาคม ดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย นางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล รองประธานมูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ นายปราโมทย์ งามเกริกโชติ ประธานกรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แมคไทย จำกัด ร่วมให้กำลังใจ คณะทำงานทันตแพทย์อาสาจากมูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) ผู้ช่วยทันตแพทย์อาสาจากโรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร มหาวิทยาลัยมหิดล และทีมงานทันตสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผนึกกำลังให้บริการทันตกรรมแก่เด็กนักเรียน คาดว่าจะมีผู้เข้ารับบริการในครั้งนี้ ประมาณ 600 คน