รัฐบาลชวน‘สวดมนต์ข้ามปี’31 ธ.ค.65-1 ม.ค.66 ส่งส.ค.ส.แบบe-card

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701608

รัฐบาลชวน‘สวดมนต์ข้ามปี’31 ธ.ค.65-1 ม.ค.66 ส่งส.ค.ส.แบบe-card

รัฐบาลชวน‘สวดมนต์ข้ามปี’31 ธ.ค.65-1 ม.ค.66 ส่งส.ค.ส.แบบe-card

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.27 น.

รัฐบาลชวน ‘สวดมนต์ข้ามปี’ 31 ธ.ค.65 – 1 ม.ค.66 ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และออนไลน์ และส่งส.ค.ส.แบบe-card

31 ธันวาคม 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2566” ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2566 ซึ่งมีกิจกรรมทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และออนไลน์ ดังนี้

ส่วนกลางกรุงเทพมหานคร จัดที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร และวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ โดยกำหนดให้วัดพระเชตุพนฯ เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดสัญญาณภาพกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเชื่อมโยงการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในส่วนภูมิภาคของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และช่องทางอื่นๆ สำหรับส่วนภูมิภาค สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด(สวจ.) ทั้ง 76 จังหวัด จัดตั้งศูนย์อำนวยการกลางการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีของจังหวัด และอำนวยความสะดวกหน่วยงานต่างๆ ที่จัดกิจกรรม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.prayer2566.com เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้มีโอกาสสวดมนต์ได้ในทุกสถานที่ ทุกช่วงเวลาตามอัธยาศัย และยังสามารถเขียนคำอวยพรในการ์ดอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส) แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Card) แล้วส่งต่อให้ผู้อื่นผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้อีกด้วย

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ในโอกาสที่วันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 กำลังจะมาถึงนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในนามรัฐบาลขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวไทยร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2566 ณ สถานที่จัดกิจกรรมที่กำหนด หรือผ่านทางระบบออนไลน์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ  ตามวิถีนิวนอร์มอล ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยจากโรคโควิด-19

นายอนุชาฯ กล่าวถึงกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2566 ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 – 1 มกราคม 2566 กระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้น เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งประเทศชาติ และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชน ลด ละ เลิก อบายมุข ในเทศกาลปีใหม่ ส่งเสริมให้ประชาชนได้สวดมนต์ข้ามปีได้ทุกที่ ผ่านระบบโซเชียลมีเดีย ในช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ และในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่

1. ส่วนกลาง ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร และวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดให้วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามเป็นวัดศูนย์กลางในการถ่ายทอดสัญญาณภาพกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เชื่อมโยงการจัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปีในส่วนภูมิภาคของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ และช่องทางอื่น ๆ

2. ส่วนภูมิภาค โดยมีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด ดำเนินการร่วมกับวัด ศาสนสถาน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีให้สอดคล้องกับบริบทแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนาและพิธีการต่าง ๆ ของรัฐบาล และจังหวัด

3. ในต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมการศาสนาได้ขอความร่วมมือให้วัดไทยและวัดต่าง ๆ ทั่วโลก ได้มีส่วนร่วมจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีฯ โดยประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาคีเครือข่าย

“สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกันในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คือ การสวดมนต์ข้ามปี ที่ถือเป็นประเพณีของชาวไทยปฏิบัติมาแต่โบราณ และได้รับความนิยมจากพุทธศาสนิกชนในยุคปัจจุบันอีกครั้ง เพราะถือกันว่าเป็นการเสริมดวง เสริมโชคชะตา สร้างบุญกุศลให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองตลอดทั้งปี เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย เริ่มต้นการเข้าสู่ชีวิตใหม่ รวมถึงเป็นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีของชาวพุทธ ที่ได้ช่วยรักษาพระธรรมคำสอน และนอกเหนือจากกิจกรรมเคานต์ดาวน์ช่วงปีใหม่แล้ว การสวดมนต์ข้ามปี ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ รับปีพุทธศักราชใหม่เช่นกัน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวไทย ชวนครอบครัวหรือคนที่รัก มาร่วมก่อบุญสร้างกุศล ร่วมสวดมนต์ข้ามปี รับสิริมงคลเข้ามาในชีวิต และเริ่มต้นปีด้วยจิตใจที่เป็นสุข” นายอนุชาฯ กล่าว

นายอนุชาฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสงฆ์ มีข้อแนะนำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยร่วมสวดมนต์ข้ามปี ตามวิถีนิวนอร์มอล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566 ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 พร้อมแนะนำว่า การปฏิบัติตนสวดมนต์ข้ามปีควรเตรียมร่างกายให้พร้อม เนื่องด้วยเป็นกิจกรรมที่ต้องนั่งเป็นเวลานาน ควรสลับท่านั่งระหว่างการนั่งพับเพียบกับการนั่งขัดสมาธิ เพื่อช่วยลดการกดน้ำหนักและคลายกล้ามเนื้อ ก่อนการสวดมนต์ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เน้นผักและผลไม้ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และหลังจากการสวดมนต์ควรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ สำหรับผู้สูงอายุ แนะนำให้นั่งเก้าอี้แทนการนั่งกับพื้น เพื่อลดอาการปวดเข่า และที่สำคัญไม่อาจละเลยได้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นในสถานที่ที่มีคนหมู่มากมารวมตัวกันเพื่อสวดมนต์ข้ามปี หรือประกอบกิจกรรมรื่นเริงต่าง ๆ ขอให้มีการเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อย ๆ ยังคงสวมหน้ากากอนามัย และขอความร่วมมือให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ในสถานบริการสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน  

คุรุสภาเตรียมจัดงานวันครูปี 66 ในธีม’พลังครูคือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701576

คุรุสภาเตรียมจัดงานวันครูปี 66 ในธีม'พลังครูคือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา'

คุรุสภาเตรียมจัดงานวันครูปี 66 ในธีม’พลังครูคือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา’

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.

“อมลวรรณ” เผยคุรุสภาพร้อมจัดงานวันครู ครั้งที่ 67  ภายใต้แนวคิด “ พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา” อัดแน่นกิจกรรมพัฒนาครู 3 เฟส

30 ธ.ค.65 ผศ.ดร.อมลวรรณ  วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยถึงการจัดงานวันครู ประจำปี 2566 ว่า วันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็น“วันครู” โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้เตรียมจัดงานวันครู ครั้งที่ 67 ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา” Teacher’s Power is the Heart of Transforming the Educational Quality การจัดงานจะเกิดขึ้นทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมกันทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online โดยส่วนกลางจัดงานระว่างวันที่ 16-17 ม.ค.2566 ที่หอประชุมคุรุสภาและสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ สำหรับรูปแบบ Online จัดงานผ่านทาง Platform วันครู (www.วันครู.com) รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และ Facebook FanPage “คุรุสภา” ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป โดยมีล่ามภาษามือด้วย

ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวต่อไปว่า การจัดงานวันครู ครั้งที่ 67 นี้ คุรุสภาได้จัดกิจกรรมวิชาการ Online บน Platform วันครู ผ่านเว็บไซต์ http://www.วันครู.com แบ่งเป็น 3 เฟส คือ เฟสแรก เป็นกิจกรรมก่อนงานวันครู ระหว่างวันที่ 6 ต.ค.2565-12 ม.ค. 2566 เผยแพร่ INFOGRAPHIC ครูต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ จำนวน 19 ข้อความ และมีเสวนาทางวิชาการ 6 เรื่อง เฟสที่ 2 เผยแพร่กิจกรรมงานวันครู ระหว่างวันที่ 16-17 ม.ค.2566 ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยภายในหอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดให้มีการเสวนาพิเศษ เรื่อง “พลังครูสู่การเปลี่ยนแปลง : ความหวัง และความ ท้าทาย” , การปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 6 เรื่อง “พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา โดยนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และ การเสวนาพิเศษ เรื่อง “พลังครูสู่การสร้างความเท่าเทียม”

สำหรับการจัดงานในส่วนภูมิภาค กำหนดให้สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทุกจังหวัดเป็นหน่วยจัดงานวันครู พร้อมทั้งประสานขอความร่วมมือให้สถานศึกษาทุกสังกัดในจังหวัด จัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค.2566 โดยให้สถานศึกษาพิจารณาการจัดกิจกรรมตามความเหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ และ เฟสที่ 3 เป็นกิจกรรมต่อเนื่องหลังงานวันครู โดยระหว่างวันที่ 16 ม.ค.-16 เม.ย.2566 จะมีการอบรมหลักสูตรออนไลน์เพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะทางวิชาชีพให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรเทคนิคการใช้ Picture Book สร้างสุข ปลุกพลังคิด ,หลักสูตร Cyber Wellness,  หลักสูตรการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความลุ่มลึกในวิชาชีพครูสู่การพัฒนาวิชาชีพ KSP-WUNKRU Learning Program (KSP-WLP 2023) “ออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้ตอบโจทย์การพัฒนาวิชาชีพแนวใหม่” และ หลักสูตรเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ สำหรับครูที่มีวุฒิไม่ตรงสาขาระดับประถมศึกษา ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับเกียรติบัตรออนไลน์ตามเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการผลงานออนไลน์ ของผู้ที่ได้รับรางวัลของคุรุสภาและของหน่วยงานอื่นๆ มากกว่า 100 เรื่อง

“ ดิฉันขอเชิญชวนทุกท่านที่มีครู ร่วมระลึกถึงพระคุณครู โดยเข้าร่วมกิจกรรมงานวันครูกับคุรุสภา ร่วมทำความดี เป็นจิตอาสา และร่วมแชร์ความรู้สึกดีๆ ต่อครูใน Facebook FanPage Khurusaphaofficial” และอย่าลืมติด #วันครู2566 #พลังครูคือหัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ สามารถดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ ที่จัดทำขึ้นมาเนื่องในโอกาสการจัดงานวันครูที่ https://store.line.me/stickershop ซึ่งรายได้จากการขายสติ๊กเกอร์จะนำไปสมทบทุนมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึงร่วมส่งบัตรอวยพรออนไลน์ ผู้สนใจดูรายละเอียดการจัดงานวันครูได้ที่เว็บไซต์ของคุรุสภา http://www.ksp.or.th  หรือ รับชมการถ่ายทอดสดการจัดงานวันครูในช่องทางดังกล่าวข้างต้น รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการในรูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนาตนเองผ่านนิทรรศการวิชาการออนไลน์  และการอบรมผ่านหลักสูตรออนไลน์ รวมทั้งส่งบัตรคารวะครูออนไลน์ ตักบาตรออนไลน์ ได้ทาง http://www.วันครู.com “ ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว

รายงานพิเศษ : ปลุกเด็กอาชีวะรวมพลังพัฒนาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701410

รายงานพิเศษ : ปลุกเด็กอาชีวะรวมพลังพัฒนาชาติ

รายงานพิเศษ : ปลุกเด็กอาชีวะรวมพลังพัฒนาชาติ

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่วิทยาลัยเทคนิคพังงา จ.พังงา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงพื้นที่ศึกษาและถอดบทเรียนการจัดกิจกรรมต่างๆ ในสถานศึกษาภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายและหนุนเสริมศักยภาพครูและแกนนำนักศึกษาอาชีวศึกษาป้องกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) ในสถานศึกษา

นายศรีสุวรรณ ควรขจร รองประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคพังงาถือเป็นสถานศึกษาต้นแบบ และมีผลงานดีเยี่ยม ในการพยายามให้นักศึกษา ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหล้า บุหรี่ อันจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของตนเองครอบครัว และสังคม นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ ของ สสส. และความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น นับเป็นสิ่งที่ประเทศต้องการ เพราะเด็ก เยาวชน วัยมัธยม ต่อเนื่อง มัธยมปลาย อาชีวะ นับเป็นช่วงสำคัญมากต่อทางชีวิตแต่ละคน เราจะหันเหไปทางไหน นี่คือช่วงสำคัญ

“ผมเชื่อว่าประเทศจะอยู่รอดได้ อยู่ที่เด็กอาชีวะ เพราะเขามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว อนาคตเราจะมีประชากรสูงวัยเต็มบ้านเมือง เพราะฉะนั้นภารกิจของเทคนิคพังงา และอีกหลายวิทยาลัยมีความหมายสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ นำพาสังคม เพื่อนๆ ต่างโรงเรียน ได้รับรู้ ตระหนักและเท่าทันกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า เด็กอาชีวะจะสามารถเป็นพลังในการสร้างชาติ ให้อยู่รอดต่อไป” นายศรีสุวรรณ ระบุ

ด้าน เรืออากาศโทสมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สถานศึกษาต้นแบบ วิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นที่ภาคภูมิใจของพวกเรา อาชีวะจะต้องสร้างชาติ พัฒนาคนไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจให้เข้มแข็งซึ่งจะต้องมีคุณลักษณะความพร้อมทั้ง ทางกายใจ และปราศจากความเสี่ยงต่างๆ สำนักงานอาชีวะฯ มี 24 สถานศึกษาทั่วประเทศ เป็นต้นแบบ ปลอดอบายมุข

“ปีหน้าการทำงานในการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เราจะขยายผลไปในวิทยาลัยทั่วภาคใต้ เพิ่มศักยภาพ การคุ้มครองสุขภาพ สิทธิเสรีภาพในการคุ้มครองความปลอดภัยทั้งหลาย อันเกิดจากปัจจัยความเสี่ยงทั้งเหล้า สุรา บุหรี่ ยาเสพติดทั้งหลาย ไม่ให้มีในสถานศึกษา ในปี 2566 นี้ผมได้รับมอบหมายจากเลขาธิการการอาชีวศึกษา ให้ดูแลศูนย์ใหม่ นั่นคือศูนย์ความปลอดภัยอาชีวศึกษา ผมจะรับภารกิจนี้อย่างเต็มรูปแบบ และมีความเชื่อว่า ถ้าครู บุคลากรทางการศึกษาชุมชนหน้าโรงเรียน ชุมชนหน้าสถานศึกษา รวมทั้งสถานประกอบการ หรือ สถานศึกษา ต้องมีทิศทางการมองแบบ 360 องศา ในการเยียวยาช่วยเหลือ “เรืออากาศโทสมพร ระบุ

ด้าน นายนาถวัฒน์ ลิ้มสกุล วิทยาลัยเทคนิคพังงา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและทำให้ภาพของเด็กอาชีวะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ความจริงแล้วเด็กอาชีวะเป็นเด็กที่เก่งและมีความสามารถ แต่ภาพลักษณ์ ภาพจำเก่าๆ ที่ถูกตีตรามาเลยทำให้คนส่วนใหญ่ยังมองภาพเด็กอาชีวะในทางลบอยู่ ซึ่งตนเองดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งทำให้เพื่อนๆ ของเราถูกยอมรับมากขึ้น การเข้าร่วมโครงการนี้มันทำให้เราได้พันธมิตรมากขึ้น เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราทำคนเดียวไม่ได้ ทำโดยสถานศึกษาเดียวไม่ได้ พอได้เจอกับเพื่อนๆ หลายสถานศึกษาทำให้ได้เห็นว่าเขามี วิธีการอย่างไร เขาดำเนินการอย่างไร แล้วเรานำมาสามารถปรับใช้ร่วมกันได้ เพื่อให้เราเกิดเป็นภาพกว้าง อิมแพค มากที่สุด

“พวกเราชาวเทคนิคพังงา เชื่อว่าการรณรงค์ เป็นเรื่องที่สำเร็จผล แต่เห็นผลได้น้อย เราเลยพยายามคิดกิจกรรมต่างๆ ให้น้องๆ ผู้เข้าร่วมได้คิด และลงมือทำด้วยตนเอง เช่น มีการทำบทบาทสมมุติขึ้นมา ว่าถ้าเขาอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบนี้ เขาจะปฏิบัติตัวอย่างไร เรามีการนำเกมประยุกต์กิจกรรมให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ เพราะไม่อยากให้เป็นอารมณ์ที่ว่า เข้ามาอบรมแล้วเป็นเชิงวิชาการอย่างเดียวแล้วน่าเบื่อ” แกนนำโครงการ ระบุ

ขณะที่ แพท พาวเวอร์แพท เปิดบทเรียนชีวิตที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำเกือบครั้งหนึ่งว่า อยากจะบอกเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับน้องๆ ในตอนนั้นเริ่มจากบุหรี่ เหล้า คือจุดเริ่มต้นของอะไรหลายอย่าง ตอนอายุ 14-15 ปี ก็เริ่มลองสูบบุหรี่ ตนเองนั้นเลือดอาชีวะ จบสายเทคนิค มีกลุ่มก๊วนเพื่อน ที่ชักจูงกันไปในสิ่งเหล่านี้ สูบบุหรี่กันในโรงเรียน

“เป็นปกติวัยรุ่นอยากรู้ อยากลอง แต่บางสิ่งบางอย่าง เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปลองเอง เราเรียนรู้จากชีวิต คนอื่นได้ ถึงความผิดพลาด สิ่งที่เขาได้รับ เช่นตัวผมเอง จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากเหล้าบุหรี่ ทำให้ลุกลามไปเรื่อยๆ มันดึงไป ทำให้ชีวิตเราตกต่ำและไปสู่สังคมที่มันแย่ ผมอยากจะบอกว่า ผมประสบกับตัวเองมาแล้ว 17 ปี ที่ไม่ได้ออกมาสู่โลกภายนอก มาจากจุดเริ่มต้นนี้” แพท ระบุ

แพทระบุด้วยว่า พอเราใช้สารเสพติดไปมากๆ แน่นอนว่า พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายทรุดโทรม งานก็ทำได้ไม่ปกติเหมือนเดิม ศักยภาพที่เคยมี ที่เคยทำได้ก็ถดถอยลงวิถีชีวิตของเรามันก็ผิดแผกไปจากคนปกติ เพื่อนที่ดีๆเจ้านายที่ดี สังคมที่ดี โดนผลักออกหมด แล้วเราก็ไปคบเพื่อนที่อยู่ในวงการอบายมุขด้วยกัน มันก็เริ่มชักนำพาสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาเรื่อยๆ มีความคิดผิดๆ คบเพื่อนผิด แล้วไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สุดท้ายเข้าไปอยู่ในเรือนจำ และหลายคนที่เข้าไปแล้วก็ไม่สามารถกลับมายืนได้ถึงจุดนี้ อาชีพไม่มี สถานะทางสังคมหมดสิ้น เพื่อนหาย เพราะต้องใช้ชีวิตในนั้นยาวนานมาก และยากมากที่ใครจะกลับมายืนในจุดเดิมได้

เจริญพระพุทธมนต์ บทโพชฌังคปริตร ถวาย‘พระองค์ภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701419

เจริญพระพุทธมนต์  บทโพชฌังคปริตร  ถวาย‘พระองค์ภา’

เจริญพระพุทธมนต์ บทโพชฌังคปริตร ถวาย‘พระองค์ภา’

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เจริญพระพุทธมนต์บทโพชฌังคปริตรถวาย‘พระองค์ภา’ ทรงหายจากประชวร

พสกนิกรเนืองแน่นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมถวายแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

วันที่ 29 ธ.ค.2565 สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพร ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่เช้าได้มีบุคคลสำคัญคณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ เครือสหพัฒน์และมูลนิธิฯ, สัตวแพทย์สมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย, โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์, สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง(องค์การมหาชน) คณะนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าฯ หลักสูตร ปปก. รุ่น 21, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับลูกจ้าง ข้าราชการ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว, กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, องค์การขนส่งมวลชน กทม., สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัน, โรงเรียนบดินเดชา (สิงห์ สิงหเสนี), มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูประถัมภ์, กลุ่มโรงเรียนสารสาสน์, ศาลแรงงานภาค 1, ประธานคณะกุลบุตรกุลธิดา, มูลนิธิเสถียนธรรมสถาน,

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ นำโดย น.ส.ชนากานต์ ชัยศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 1990, น.ส.สิริรัตน เรืองศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2010, น.ส.รินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015, น.ส.กนกกร ใจชื่น มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2007 และ น.ส.ฑาริกา แก้วมณี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 1987, องค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แห่งประเทศไทย, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน), มูลนิธิพิทักษ์ไทย, สมาคมผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร, วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน, โรงเรียนวัดมหาธาตุ, ชมรมดูแลพระสงฆ์อาพาส ฝ่ายกายภาพ คณะแพทย์ จุฬาฯ, อาสากาชาด สภากาชาดไทย, บริษัทเคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทาน นำอาหารพระราชทานเมื่อเที่ยง วันนี้เป็นเมนู “ข้าวหมูแดง หมูกรอบ” พร้อมน้ำดื่ม และอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร และมารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณพลับพลาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดขวางชัยภูมิ ต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ดร.หม่อมหลวงสราลี กิตติยากร พระขนิษฐาในพระเจ้าวรเธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประธานในพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ อธิษฐานจิตถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร นำชุดฉลองพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 1 ชุด วางไว้ที่บริเวณหน้าพระรูป พร้อมเปิดกรวยดอกไม้ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเทียนนพเกล้า

พระอุดมปิฎก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดคลองโพธิ์ พระอารามหลวง เจ้าคณะอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์บทโพชฌังคปริตร พระสงฆ์ 12 รูป ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ ผู้แทนนายอำเภอพิชัย หัวหน้าส่วนราชการอำเภอพิชัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ถวายกำลังใจในฐานะพสกนิกรด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา “พระองค์ภา” ขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

กยศ.รับลูกกม.ใหม่! ลูกหนี้ถูกดำเนินคดีแล้วแปลงหนี้ใหม่ได้ทุกราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701381

กยศ.รับลูกกม.ใหม่! ลูกหนี้ถูกดำเนินคดีแล้วแปลงหนี้ใหม่ได้ทุกราย

กยศ.รับลูกกม.ใหม่! ลูกหนี้ถูกดำเนินคดีแล้วแปลงหนี้ใหม่ได้ทุกราย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.20 น.

กยศ.เตรียมความพร้อมดำเนินการตามกฎหมายใหม่ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ของวุฒิสภา โดยให้คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปี อัตราเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันในทุกกรณี ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ถูกดำเนินคดีแล้วสามารถแปลงหนี้ใหม่ได้ทุกราย

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ได้ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ทั้งนี้ ตามร่าง พ.ร.บ. ที่แก้ไข กองทุนจะคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปี อัตราเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันในทุกกรณี และช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีหรืออยู่ระหว่างการบังคับคดีให้สามารถผ่อนผันการชำระเงินคืน ปรับโครงสร้างหนี้ แปลงหนี้ใหม่ หรือระงับการชำระเงินคืนตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด

ทั้งนี้ ระยะเวลาการผ่อนชำระต้องคำนึงถึงรายได้และความสามารถในการชำระเงินคืนของผู้กู้ยืม แต่ต้องไม่เกิน 15 ปีหลังจากปลอดหนี้ 2 ปี ผู้กู้ยืมสามารถผ่อนชำระเงินคืนเป็นงวดรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปีได้ กรณีที่ผู้กู้ยืมมีหนี้ค้างชำระให้ทำการตัดชำระหนี้จากเงินต้นก่อนดอกเบี้ยและเบี้ยปรับตามลำดับ รวมถึงอาจมีมาตรการจูงใจหรือลดหย่อนเงินต้นเพื่อให้ผู้กู้ยืมเงินไม่ผิดนัดชำระเงินคืนได้ ซึ่งกฎหมายใหม่ดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดีแล้ว จะสามารถแปลงหนี้ใหม่ เพื่อให้กลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ

“กองทุนขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและให้โอกาสทุกคน และจะเป็นหลักประกันของทุกครอบครัวว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาในประเทศนี้จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้ทุกคน” ผู้จัดการ กยศ.ระบุ

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ คณะบุคคล ปชช.พร้อมใจถวายพระพร‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701325

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ คณะบุคคล ปชช.พร้อมใจถวายพระพร‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ คณะบุคคล ปชช.พร้อมใจถวายพระพร‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.22 น.

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพร ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่เช้าได้มีบุคคลสำคัญคณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ เครือสหพัฒน์และมูลนิธิฯ, สัตวแพทย์สมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์,  สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย,

โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์, สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) คณะนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าฯ หลักสูตร ปปก.รุ่น 21, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับลูกจ้าง ข้าราชการ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว, กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, องค์การขนส่งมวลชน กทม., สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัน, โรงเรียนบดินเดชา (สิงห์ สิงหเสนี), มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูประถัมภ์, กลุ่มโรงเรียนสารสาสน์, ศาลแรงงานภาค 1, ประธานคณะกุลบุตรกุลธิดา, มูลนิธิเสถียนธรรมสถาน,

คณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ นำโดย น.ส.ชนากานต์ ชัยศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 1990, น.ส.สิริรัตน เรืองศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2010, น.ส.รินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015, น.ส.กนกกร ใจชื่น มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2007 และ น.ส.ฑาริกา แก้วมณี มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 1987, องค์กรอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แห่งประเทศไทย, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน), มูลนิธิพิทักษ์ไทย, สมาคมผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร, วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน, โรงเรียนวัดมหาธาตุ, ชมรมดูแลพระสงฆ์อาพาส ฝ่ายกายภาพ คณะแพทย์ จุฬาฯ, อาสากาชาด สภากาชาดไทย, บริษัทเคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จิตอาสาพระราชทาน นำอาหารพระราชทานเมื่อเที่ยง วันนี้เป็นเมนูข้าวหมูแดง หมูกรอบ พร้อมน้ำดื่ม และอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร และมารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

– 006

‘ตรีนุช’ขอบคุณ’บิ๊กตู่’ไฟเขียว ใช้งบกลาง 97 ล้านเดินหน้าอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701285

'ตรีนุช'ขอบคุณ'บิ๊กตู่'ไฟเขียว ใช้งบกลาง 97 ล้านเดินหน้าอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

‘ตรีนุช’ขอบคุณ’บิ๊กตู่’ไฟเขียว ใช้งบกลาง 97 ล้านเดินหน้าอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.35 น.

“ตรีนุช”ขอบคุณ“บิ๊กตู่”ไฟเขียว ใช้งบกลาง 97 ล้านเดินหน้าอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

29 ธ.ค.65 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 ให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดำเนินโครงการอาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนเพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ (อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ) โดยนำร่องในสถานศึกษาสังกัด สอศ.จำนวน 88 แห่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565  (ระยะที่ 1) ก่อนแล้วให้กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินโครงการฯ ระยะที่ 1 อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ทาง สอศ.ได้เสนอคำขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566  แต่ไม่ได้รับการพิจารณาในขั้นกรรมาธิการ จึงไม่มีงบฯดำเนินโครงการฯในปีงบฯ 2566 นั้น 

เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ศธ.จึงได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 99,960,000 บาท ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าสำนักงบประมาณได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ซึ่งนายกฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นชอบให้ ศธ. โดย สอศ.ใช้จ่ายจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายปีงบฯ 2566 ได้จำนวน 97,680,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนในโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ โดยเบิกจ่ายในงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป ส่วนค่าบริหารจัดการ จำนวน 2,280,000 บาท ให้ สอศ.ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบฯ2566 ไปดำเนินการ  

“ดิฉันขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุนโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ซึ่งการนำร่องระยะที่ 1 ในสถานศึกษาสังกัด สอศ.จำนวน 88 แห่ง เป็นวิทยาลัยเทคนิค 2 แห่ง วิทยาลัยการอาชีพ 39 แห่ง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 47 แห่ง มีนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในโครงการฯ รวมประมาณ 4,000 คน โดยนักศึกษาจะได้รับฟรีทั้งการเรียน ที่พัก อาหาร ครูดูแลหอพัก และกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งขณะนี้ ศธ.ได้จัดทำรายงานการติดตามและประเมินผลโครงการฯ เบื้องต้นแล้ว ซึ่งจะได้นำเสนอ ครม.รับทราบเพื่อพิจารณาขยายผลการดำเนินโครงการฯและขอรับการสนับสนุนงบประมาณในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งโครงการนี้ทำให้สามารถให้การช่วยเหลือเยาวชนในกลุ่มที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา และกลุ่มที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ยากจน ตลอดจนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมด้วยการได้รับโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความเท่าเทียมกันทางการศึกษา” รมว.ศธ.กล่าว

รมว.พม.เปิดอบรมติวครูสู่โค้ช ครูประถมสพป.พิษณุโลก เขต 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701125

รมว.พม.เปิดอบรมติวครูสู่โค้ช  ครูประถมสพป.พิษณุโลก เขต 2

รมว.พม.เปิดอบรมติวครูสู่โค้ช ครูประถมสพป.พิษณุโลก เขต 2

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตร ครู โค้ช คน เข้าใจตน โค้ชคนเพื่ออนาคต สำหรับครูประถมศึกษา ติวครูสู่โค้ช ปั้นเด็กรุ่นใหม่ให้สมบูรณ์พร้อมเป็นอนาคตประเทศ โครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (สพป.พิษณุโลก เขต 2)ในการนี้นายจุติได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “BUILDING BLOCKS for Learning”

ทั้งนี้ มีนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง นายธนสุนทร สว่างสารีรองปลัดกระทรวง และผู้บริหารระดับสูงกระทรวง พม. ได้ร่วมในพิธีโดยมี นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ผู้บริหารและบุคลากร สพป.พิษณุโลก เขต 2 ร่วมต้อนรับ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

SGC เดินหน้าโครงการ CSR บนกรอบ ESG บริจาคเครื่องกรองน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701135

SGC เดินหน้าโครงการ CSR บนกรอบ ESG  บริจาคเครื่องกรองน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว

SGC เดินหน้าโครงการ CSR บนกรอบ ESG บริจาคเครื่องกรองน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางสาวบุษบา กุลศิริธรรมกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจีแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC กล่าวว่า นอกจากการดำเนินธุรกิจด้านสินเชื่อ บริษัทฯยังคงเดินหน้าควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตสังคมให้ดีขึ้นผ่านโครงการ CSRบนกรอบของแนวคิด ESG ใน 3 ด้าน ประกอบด้วยสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล การดำเนินธุรกิจโปร่งใส พร้อมเคียงข้างคนไทย ในปี 2565ที่ผ่านมา SGC ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ “ปันน้ำใจ ห่วงใยโรงเรียน” มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่ บริจาคเครื่องกรองน้ำให้กับโรงเรียนวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี นับว่าบรรลุเป้าหมายครบ20 โรงเรียน ตามที่ตั้งไว้ในปี 2565ในการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดในโรงเรียนพื้นที่ชนบท เพื่อเดินหน้าด้าน CSRเราได้นำแนวคิด ESG มาใช้เป็นแกนในการกำหนดรูปแบบของกิจกรรมเพื่อความยั่งยืน บนยุทธศาสตร์ 3 มิติของ ESG”

SGC ตั้งเป้าเตรียมเดินหน้าโครงการ “ปันน้ำใจ ห่วงใยโรงเรียน” ต่อเนื่อง เร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดไว้บริโภคในโรงเรียนพื้นที่ชนบทให้เข้าถึงทุกพื้นที่ชนบทครอบคลุมทั่วประเทศในปี 2566 พร้อมกันได้เดินหน้านำร่องโครงการ “คนละต้น” เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดภาวะโลกร้อน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พนักงานจิตอาสาSGC ปลูกต้นไม้บนพื้นที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จ.เพชรบุรี มุ่งเน้นแนวคิดอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า เพิ่มสมดุลระบบนิเวศ ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ กักฝุ่นและมลพิษ พร้อมช่วยลดอุณหภูมิรอบพื้นที่ปลูก ให้ร่มเงา สร้างสิ่งแวดล้อมความน่าอยู่ให้กับสังคม สอดรับพันธกิจมุ่งคืนประโยชน์สู่สังคม ด้วยหวังเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการเพิ่มปอดฟอกอากาศบริสุทธิ์ ให้กับโลก

นอกเหนือจากบริษัท จะมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคมแล้ว SGC ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่ครอบคลุมถึงกลุ่มผู้พิการ โดยสนับสนุนผู้ทุพพลภาพ หรือผู้พิการให้ได้ทำงานในส่วนการบริการให้ข้อมูลลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) เพื่อเปิดโอกาส สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และต่อยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน พร้อมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสอดรับตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีคือพื้นฐานสำคัญของการสร้างความยั่งยืนแบบองค์รวม

ฮอนด้า ประกาศผลแข่งขันนวัตกรจิ๋ว รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701128

ฮอนด้า ประกาศผลแข่งขันนวัตกรจิ๋ว  รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

ฮอนด้า ประกาศผลแข่งขันนวัตกรจิ๋ว รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022”ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “บรรเลงความคิด สร้างท่วงทำนองความฝัน ขับขานจินตนาการเด็กไทย ให้กังวานไกลไปทั่วโลก” โดยนวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ได้แก่ น้องคริส-ด.ช.ปัณณทัตพันธุ์ศรีเพชร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯกับผลงาน “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” โดยได้รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเยาวชนชาวญี่ปุ่น และทัศนศึกษาเพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2566 ร่วมกับน้องๆนวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 รางวัล และครูที่ปรึกษา 2 ท่าน ที่ได้รับรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ”

โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022” เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทั่วประเทศ ได้แสดงไอเดียจากความฝันและจินตนาการในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคตที่สนุก สร้างสรรค์ และมีประโยชน์ต่อสังคม โดยในปีนี้มีเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมโครงการ 23,958 ผลงานโดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้น ณ ลาน Semi-outdoor ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีเยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 15 คน โดยนอกจากรางวัลชนะเลิศผลงาน “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” จากน้องคริส-ด.ช.ปัณณทัตพันธุ์ศรีเพชร แล้วมีน้องๆ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 ผลงาน ได้แก่ “เครื่องต้นไม้Super Idea” จากน้องหนูดี-ด.ญ.ณัฐพร บุญมากาศ ชั้นป.3 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่, “พลังงานจากการเดิน” จากน้องมิกกี้-ด.ช.แมทธิวมีทิมชาร์มา ชั้นป. 2 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ, “กล่องอาชีพ” จากน้องใบเตย-ด.ญ.กัณฐิกา แก้วกุล  ชั้น ป.6โรงเรียนเยาวเรศวิทยา จ.สุราษฎร์ธานี,“รวงผึ้งเริงรมย์ ช่วยดับไฟในผับ” จากน้องญาญ่า-ด.ญ.สรัญญา สุขสมบูรณ์ ชั้นป.6 โรงเรียนชุมชนไมตรีอุทิศ จ.นนทบุรี และผลงาน “เครื่องช่วยสื่อสาร” จากน้องต้นน้ำ-ด.ญ.นันท์นภัส จตุเทน ชั้น ป.6โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ โครงการได้มอบรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ซึ่งมอบให้กับครูผู้กระตุ้นและผลักดันกระบวนการเรียนรู้ แนวคิด รวมทั้งส่งเสริมจินตนาการให้กับเยาวชนของโครงการฯ จำนวน2 รางวัล ได้แก่ คุณครูนรชัย พิทักษ์พรชัยโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ และคุณครูวัฒนสิทธิ์ ชุนโอภาศโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ร่วมเดินทางกับนวัตกรจิ๋วทั้ง 6 คน เพื่อไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์