99 หน่วยการศึกษาร่วมกับจังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพร’เจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700276

99 หน่วยการศึกษาร่วมกับจังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพร'เจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา'

99 หน่วยการศึกษาร่วมกับจังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพร’เจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา’

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.25 น.

99 หน่วยการศึกษาร่วมกับจังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคล  “สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา”

วันที่ 23 ธ.ค.2565 นายกรกฎ  วงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ประธานในพิธีกล่าวว่า การประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อเป็นการรวมใจผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม ในการแสดงความจงรักภักดี และถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ววัน

ด้านนายปัญญา บูรณะนันทสิริ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า หน่วยงานทางการศึกษา ที่เข้าร่วมพิธีครั้งนี้ประกอบด้วย สำนักงานศึกษาธิการภาค 4 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 5 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ท้องถิ่นจังหวัด โรงเรียนเอกชนและมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาวิทยาเขตสมุทรคราม รวม 99 แห่ง ร่วมกันประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดอัมพวันเจติยาราม ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และในรูปแบบออนไลน์โดยถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live : “สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม” ในวันที่ 23 ธันวาคม 2565 เวลา 15.00 น. โดยสถานศึกษา   แต่ละแห่งรับชมการถ่ายทอดสดและร่วมสวดมนต์ไปพร้อมกัน “มีผู้บริหาร ครู จำนวนกว่า 1,500 คน นักเรียน นักศึกษาและประชาชน 20,000 คน จาก 99 หน่วยงาน การศึกษาและสถานศึกษาของจังหวัดสมุทรสงครามร่วมพิธีครั้งนี้”

มาแล้ว!คำขวัญวันเด็กยุคลุงตู่ ครั้งที่ 9 ‘รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700238

มาแล้ว!คำขวัญวันเด็กยุคลุงตู่ ครั้งที่ 9 ‘รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี’

มาแล้ว!คำขวัญวันเด็กยุคลุงตู่ ครั้งที่ 9 ‘รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี’

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.09 น.

มาแล้ว!คำขวัญวันเด็กยุคลุงตู่ ครั้งที่ 9 ‘รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี’

23 ธันวาคม 2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ว่า “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี”

“พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติให้กับเด็ก ๆ มาแล้วรวม 8 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยครั้งนี้ เป็นการมอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 เป็นครั้งที่ 9” นายอนุชา กล่าว

เด้งรับคำสั่งบิ๊กตู่!! ศธ.จ่อเอาผิดใครบูลลี่ในโรงเรียน ปลุกปั่น สร้างความแตกแยก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700184

เด้งรับคำสั่งบิ๊กตู่!! ศธ.จ่อเอาผิดใครบูลลี่ในโรงเรียน ปลุกปั่น สร้างความแตกแยก

เด้งรับคำสั่งบิ๊กตู่!! ศธ.จ่อเอาผิดใครบูลลี่ในโรงเรียน ปลุกปั่น สร้างความแตกแยก

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.25 น.

“ตรีนุช”เด้งรับนโยบายนายกฯ เอาจริงพบใครบูลลี่กันในโรงเรียน ปลุกปั่นสร้างแตกแยกในสถานศึกษา มีความผิดตั้งแต่ ผอ.-ครู เพื่อสร้างความสามัคคี

23 ธ.ค.65 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีข้อสั่งการว่า ต่อไปนี้สิ่งใดก็ตามที่ทำให้เกิดความไม่สามัคคี ความแตกแยก หรือทำให้สังคมวุ่นวาย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไม่ว่าเป็นการจะบูลลี่กันในโรงเรียน การนำคนเข้าไปปลุกปั่นสร้างความแตกแยกในสถานศึกษา จะมีความผิดหมดทั้งผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู และบุคลากร นั้น ตนได้สั่งการให้ทุกองค์กรหลักในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  (สอศ.) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) แจ้งไปยังหน่วยงานในสังกัดให้ปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด และให้ทุกหน่วยงานดูแลเป็นพิเศษเรื่องการสร้างความสามัคคี

ขณะเดียวกันเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะมีการสร้างการรับรู้ที่ไม่ถูกต้องให้แก่นักเรียน นักศึกษา ตนได้มอบหมายให้ MOE SAFETY CENTER ของ ศธ.ทำหน้าที่ในการตรวจสอบและเฝ้าระวังด้วย ดังนั้น หากผู้ปกครอง หรือประชาชนทั่วไป พบเห็นมีว่ามีข้อมูลการจัดการเรียนการสอนที่ไม่ถูกต้องขอให้แจ้งผ่าน MOE SAFETY CENTER ได้ใน 4 ช่องทาง ดังนี้ แอปพลิเคชัน MOE Safety Center, http://www.MOESafetyCenter.com, LINE @MOESafetyCenter หรือ ที่ โทร. 0-2126-6565

“กระทรวงศึกษาธิการ ไม่นิ่งนอนใจในเรื่องการบูลลี่กันในสถานศึกษา, การนำองค์กร ลัทธิ หรือบุคคลภายนอกมาสร้างความเชื่อ สร้างความแตกแยกในสถานศึกษา ตลอดจนปัญหาครูจัดการเรียนการสอน โดยพูดถึงบุคคลที่สามในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในกรณีต่างๆ เหล่านี้ที่ผ่านมาต้นสังกัดของสถานศึกษาก็ได้ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง และลงโทษทางวินัยไปแล้ว และขณะนี้ในบางกรณีก็อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง พร้อมทั้งให้คุรุสภาตรวจสอบในส่วนของจรรยาบรรณวิชาชีพด้วย ทั้งนี้ ดิฉันเห็นว่า ในการจัดการสอนของครูนั้น ควรสอนให้เด็กคิด วิเคราะห์ ไม่ควรพูดถึงบุคคลที่สามในทางที่ไม่เหมาะสม ไม่ครอบงำทางความคิด ไม่สร้างความแตกแยก ไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น และขอย้ำว่าใครก็ตามที่ทำให้เกิดความไม่สามัคคี ความแตกแยก หรือทำให้สังคมวุ่นวาย ต้องถูกลงโทษทางวินัย และดำเนินคดีตามกฎหมายโดย ศธ.จะประสานความร่วมมือ และอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด และหากพบว่าผู้บริหารปล่อยปละละเลยต้องรับผิดชอบด้วย”รมว.ศึกษาธิการ ระบุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘แรมโบ้’ รับไม่ได้คลิปบูลลี่ ‘บุคคลสำคัญ’ ไล่ครูสาวลาออกราชการ อย่าเอาเด็กเป็นเครื่องมือ

‘เจ้าผู้ครองรัฐแห่งรัฐคูเวต’ พระราชทานแจกันดอกไม้ถวายพระพร สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700167

'เจ้าผู้ครองรัฐแห่งรัฐคูเวต' พระราชทานแจกันดอกไม้ถวายพระพร สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา

‘เจ้าผู้ครองรัฐแห่งรัฐคูเวต’ พระราชทานแจกันดอกไม้ถวายพระพร สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.58 น.

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2565 สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะผู้บริหาร ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงประชาชนจากทั่วทุกสารทิศได้นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงพระนามและลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรอย่างต่อเนื่อง อาทิ

เชค นาวาฟ อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต เชค มิชาล อัลอะห์มัด อัลซาบาห์ มกุฎราชกุมารรัฐคูเวต และ เชค นัลเซอร์ อัลโมฮัมมัด อัลอะห์มัด อัลจาบีร์ อัลซอบะห์ นายกรัฐมนตรีรัฐคูเวต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ นายอับดุลมุห์เซ็น อัลรีฟาอี อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตรัฐคูเวต ประจำประเทศไทย เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมาวางหน้าพระรูป ในการนี้ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตรัฐคูเวต ประจำประเทศไทย ร่วมวางแจกันดอกไม้ในนาม สถานเอกอัครราชทูตรัฐคูเวต ประจำประเทศไทย และประชาชนชาวคูเวตในประเทศไทย พร้อมลงนามถวายพระพร,

หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, ผู้อำนวยการโรงเรียนสรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ, เยาวชนจากมูลนิธิบ้านพระพร, กิ่งกาชาดบางบัวทอง จ.นนท์บุรี, บมจ.อิตาเลี่ยนไทย ดีแวล็อปเมนต์, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอนาจักร, ศูนย์ความปลอดภัยอาชีวะอนามัยและสิ่งแวกล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม, ศาสตร์ตราจารย์เกียรติยศนายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ ประธานกรรมการกลาง สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สถาบันนพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม, สมาคมใหหน่ำด่านเกเต้, บริษัทบางกอก อินเตอร์ คอสซึม จำกัด, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฏเกล้า,

แพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถนทางการแพทย์แห่งชาติ, สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ, นายกสมาคมเมโลเดียน, สมาคมผู้ค้าทองคำ, คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย, โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย, สภาวัฒนธรรมเขตจตุจัก กทม., หอการค้าอินเดีย-ไทย, มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ, คณะเทคโนโลยีคณะคหกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญญบุรี สมาคมคหเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, บริษัทไทยออย จำกัด(มหาชน), สมาคมการค้าไทย-ใต้หวัน เป็นต้น

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทานฯ นำอาหารพระราชทานพร้อมน้ำดื่ม (มื้อเที่ยง) และอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาเข้ารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ และประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร ทั้งนี้เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

– 006

‘ในหลวง’พระราชทานฯอาหารพร้อมน้ำดื่ม แก่ประชาชนที่ รพ.จุฬาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700093

'ในหลวง'พระราชทานฯอาหารพร้อมน้ำดื่ม แก่ประชาชนที่ รพ.จุฬาฯ

‘ในหลวง’พระราชทานฯอาหารพร้อมน้ำดื่ม แก่ประชาชนที่ รพ.จุฬาฯ

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.58 น.

“ในหลวง” พระราชทานฯอาหารพร้อมน้ำดื่ม แก่ประชาชนที่ รพ.จุฬาฯ

23 ธันวาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทานฯ นำอาหารพระราชทานพร้อมน้ำดื่ม (มื้อเที่ยง) และอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาเข้ารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ และประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร ทั้งนี้เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 

-009

รมต.อนุชา นำหน่วยงานในกำกับดูแล ถวายพระพร“พระองค์ภา”ให้ทรงหายประชวร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700092

รมต.อนุชา นำหน่วยงานในกำกับดูแล ถวายพระพร“พระองค์ภา”ให้ทรงหายประชวร

รมต.อนุชา นำหน่วยงานในกำกับดูแล ถวายพระพร“พระองค์ภา”ให้ทรงหายประชวร

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.56 น.

รมต.อนุชา นำหน่วยงานในกำกับดูแล ถวายพระพร “พระองค์ภา” ให้ทรงหายประชวร

วานนี้ (22 ธันวาคม 2565) เวลา 08.00 น. ณ ชั้น1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะ ประกอบด้วย นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธัชชญาณ์ณัช  เจียรธนัทกานนท์  เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยหน่วยงานในกำกับดูแล ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เข้าร่วมถวายแจกันดอกไม้และร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงโดยเร็ววัน

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์แจ้งว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร  และคณะแพทย์ได้เชิญเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 พบว่ามีประชาชนทุกหมู่เหล่าแสดงความห่วงใยต่อพระอาการของพระองค์ โดยมีหน่วยงานและประชาชนเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรไม่ขาดสาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของประเทศ จึงขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รวมถึงร่วมกันถวายกำลังใจแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

-009

‘วุฒิสภา’จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายพระพรแด่’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700066

'วุฒิสภา'จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายพระพรแด่'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

‘วุฒิสภา’จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายพระพรแด่’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.38 น.

วุฒิสภา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และ เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีศิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลา 10.30 น. ณ บริเวณสระมรกต ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีศิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากอาการพระประชวร และทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยมี พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง และ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย นางสาวนภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา ผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เข้าร่วมในพิธี

สำหรับในพิธีมีการนิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดจันทรสโมสรมาประกอบพิธี มีพระมหาสุชาติ ธมฺมรโต เจ้าอาวาสวัดจันทรสโมสร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยประธานวุฒิสภา จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์ สวดมนต์บทโพชฌังคปริตร เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคล ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์สวดอนุโมทนา กรวดน้ำ รับพร กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

พระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จฯเยือนไทย ลงพระนามถวายพระพร‘พระองค์ภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700030

พระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จฯเยือนไทย ลงพระนามถวายพระพร‘พระองค์ภา’

พระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จฯเยือนไทย ลงพระนามถวายพระพร‘พระองค์ภา’

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏานเสด็จฯเยือนไทย ลงพระนามถวายพระพร‘พระองค์ภา’ ให้ทรงหายจากพระประชวรเร็ววัน มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง สภาผู้แทนราษฎรจัดพิธี 3 ศาสนา น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ

“สมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน” พระราชทานแจกันดอกไม้พร้อมทรงลงพระนามเยี่ยม“สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”ให้ทรงหายประชวร มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ด้านสภาผู้แทนราษฎรจัดพิธี3ศาสนา กกต.จัดประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญใส่บาตร น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 22ธันวาคม ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

เวลา 10.00น.สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุกแห่งภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานแจกันดอกไม้ที่หน้าพระรูปพร้อมลงพระนามเยี่ยมพระอาการประชวร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมีคณะผู้บริหารโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เฝ้าฯรับเสด็จ โอกาสนี้ สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุกแห่งภูฏาน ทรงลงพระนามเยี่ยมในสมุดลงพระนาม ความว่า “ถึง…เจ้าหญิงอันเป็นที่รัก และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และข้าพเจ้า สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน พร้อมด้วยพสกนิกรชาวภูฏาน ขออวยพรอย่างจริงใจให้ท่านทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว และมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นทุกวัน ลงพระนามาภิไธย สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน“

พสกนิกรร่วมถวายพระพร

นอกจากนี้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะผู้บริหาร ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดนำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงพระนาม และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ คณะผู้บริหารธนาคารทหารไทยธนชาด จำกัด (มหาชน),สมาคมพนักงานผู้เกษียณอายุ สำนักงานสลากกินแบงค์รัฐบาล, กรมการเงินทหารบก, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายสมชายวงศ์สวัสดิ์, สภาการแพทย์แผนไทย,

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมเหล่ากาชาด จังหวัดฉะเชิงเทรา, อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, บีเจซี บิ๊กซี คลังสินค้า ธัญบุรี ฉะเชิงเทรา, กรมกลังพลทหารบก, พาณิชย์นาวี, ศาลแรงงานภาค 2,

ปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมราชทัณฑ์ กรมควบคุมประพฤติ พร้อมคนต้นต้นแบบ “โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิ ติยาภา” และเยาวชนสถานพินิจ, ร่วมลงนามถวายพระพร

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

นายเอก ใจเปี่ยม กรุงเทพมหานคร หนึ่งในคนต้นแบบ “โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิ ติยาภา” กล่าวว่า ผมเคยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านที่ดูแลนักโทษทั่วไปที่ประพฤติดีให้เข้าร่วม “โครงการกำลังใจฯ” เพื่อสอนวิชาชีพและปลูกฝังจิตรสำนึกให้กับนักโทษไม่ให้ออกไปก่อเหตุซ้ำอีก ให้กลับตัวกลับใจ ซึ่งตอนแรกผมอยู่เรือนจำในกรุงเทพฯ พอเข้าโครงการกำลังใจฯก็ถูกส่งตัวไปอยู่ที่เรือนจำชั่วคราว จ.นรศรีธรรมราช ซึ่งปรับปรุงให้นักโทษในโครงการกำลังใจฯ ได้ไปศึกษาฝึกอาชีพต่าง ๆ ทั้งการเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผักสวนครัว ซึ่งผมพ้นโทษมาตั้งแต่ปี 2562 และได้รับทุนจากพระองค์ท่านมาประกอบอาชีพอัดถ่านแท่งขาย แต่ช่วงนั้นเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พอดี ผมจึงเปลี่ยนอาชีพมาขายหม่าล่าที่เยาวราช นับเป็นพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ วันนี้ผมได้มาลงนามถวายพระพรขอให้พระองค์ท่านหายจากพระอาการประชวรโดยไว เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเยาวชนที่อยู่ในเรือนจำรุ่นหลัง ๆที่รอเข้าโครงการกำลังใจต่อไป

ขณะที่ นายกิติพงษ์ ไทยเจริญกุล ผู้ใหญ่บ้านห้วยปลาหลด ต.ด่านแม่ระเมา อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า เดินทางมากับเจ้าอาวาสวัดถ้ำจุนโท พร้อมชนเผ่ามูเซอมาลงนามถวายพระพรและนำผลผลิตทางการเกษตรมาถวาย

“เมื่อ 2 ปีที่แล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ท่านเสด็จไปเยี่ยมชุมชนของพวกเรา และบอกให้ชุมชนช่วยรักษาป่าดูแลแหล่งต้นน้ำ และทรงสอนเรื่องการปลูกพืชผักเมืองหนาวเพื่อนำไปขายบนดอยมูเซอให้มีรายได้จนทำให้ความเป็นอยู่ของชุมชนดีขึ้นมาก วันนี้ พวกเราชาวบ้านทุกคนได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว” ผู้ใหญ่บ้านห้วยปลาหลด กล่าว

สภาผู้แทนราษฎรจัดพิธี3ศาสนา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีตัวแทนพรรคการเมือง เช่น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา นอกจากนี้ ยังมีคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธี

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถวายผ้าไตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากวัดแก้วฟ้าจุฬามณี จากนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์สวดอนุโมทนา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กรวดน้ำรับพร กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ด้านสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรประกอบพิธีแบบคริสต์ โดยมีประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีวจนพิธีกรรม เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ และประกอบพิธีอิสลาม โดยผู้นำศาสนานำขอพร (ดุอาฮ์) จากอัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า ถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และแข็งแรง โดยมีสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของสำนักงานฯ ร่วมพิธี ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรเชิญชวนประชาชนร่วมสวดมนต์ที่วัดในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดได้ ตั้งแต่วันที่ 18ธันวาคมเป็นต้นไป

กกต.จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์

ด้าน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 10รูป โดยมีนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะผู้บริหารและพนักงาน กกต.ร่วมในพิธีเพื่อถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยพระสงฆ์ 10รูป จากวัดหลักสี่ สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น นายเลิศวิโรจน์ จุดธูปเทียนหน้าโต๊ะหมู่บูชา ก่อนจะเปิดกรวยดอกไม้และถวายคำนับหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นร่วมกันเจริญจิตตภาวนาและร่วมตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระสงฆ์

‘ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมท.’ไถ่ชีวิตโคกระบือ ถวายพระพรแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700032

‘ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมท.’ไถ่ชีวิตโคกระบือ ถวายพระพรแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

‘ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมท.’ไถ่ชีวิตโคกระบือ ถวายพระพรแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.32 น.

‘ปลัดมท. – นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย’ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา บำเพ็ญกุศลไถ่ชีวิต โค กระบือ ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

22ธ.ค.2565 ที่หอพระไตรปิฎก วัดโสธรวราราม วรวิหาร ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลไถ่ชีวิต โค กระบือ ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาพิธาน เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร เป็นประธานสงฆ์ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปประกอบพิธี โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางปิติมา รักพานิชมณี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทราและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่ อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ ให้ศีล พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ประธานประเคนเครื่องไทยธรรมถวายแด่ประธานสงฆ์ และพระสงฆ์ ตามลำดับ พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา ประธานกราบลาพระรัตนตรัย กราบลาประธานสงฆ์ แล้วถวายความเคารพ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสร็จแล้วไปยังมุขด้านหน้าพระอุโบสถ วัดโสธรวราราม วรวิหาร เพื่อรับขวัญโค กระบือ คล้องพวงมาลัย ป้อนหญ้า ประพรมน้ำอบ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นอันเสร็จพิธี

จากนั้น ในเวลา 17.00 น. ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 

โอกาสนี้ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่ อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ ให้ศีล พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ประธานประเคนเครื่องไทยธรรมถวายแด่ประธานสงฆ์ และพระสงฆ์ ตามลำดับ พระสงฆ์ อนุโมทนา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กราบลาพระรัตนตรัย กราบลาประธานสงฆ์ แล้วถวายความเคารพ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นอันเสร็จพิธี

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร กระทรวงมหาดไทยจึงได้ร่วมกับพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกศาสนิก บำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระพรแด่พระองค์ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน ซึ่งในวันนี้ กระทรวงมหาดไทยร่วมกับพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาพิธาน เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร พระเถรานุเถระ และจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา และบำเพ็ญกุศลไถ่ชีวิต โค กระบือ เพื่อถวายเป็นพระกุศลถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน โดยโค กระบือที่ไถ่ชีวิตในวันนี้เป็นโค กระบือที่ตนพร้อมด้วยนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และข้าราชการ รวมถึงภาคีเครือข่าย ได้พร้อมใจกันบริจาคเงินสมทบจัดซื้อมาจากโรงฆ่าสัตว์ จำนวน 44 ตัว ซึ่งได้ทำพิธีรับขวัญและถวายให้กับวัดในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 11 วัด ได้แก่ วัดโสธรวราราม วรวิหาร วัดมาบนาดี วัดเกาะแก้วเวฬุวัน วัดสุวรรณเตมีย์ วัดวังเย็น วัดท่ากลอย วัดบางสมัคร วัดบางกระเจ็ด วัดท่าเกรียน วัดผาณิตาราม และวัดหัวไทร เพื่อใช้ในการประกอบสัมมาชีพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชนโดยรอบวัดต่อไป

ด้านดร.วันดี กล่าวว่า เพื่อเป็นการร่วมกันถวายความจงรักภักดี และถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน สถิตเป็นมิ่งขวัญแก่พวกเราพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกศาสนิก ได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศลตามความเชื่อของศาสนาที่ทุกท่านเคารพนับถือเพื่อน้อมถวายเป็นพระกุศลถวายพระพรแด่พระองค์ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และท่านประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงท่านนายอำเภอ ได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคณะผู้ปกครอง และผู้นำศาสนาในพื้นที่ ประกอบพิธีในทุกวัน ณ ศาสนสถานในแต่ละจังหวัด อำเภอ รวมถึงยังมีกิจกรรมอื่นๆ อาทิ การบริจาคโลหิต การบำเพ็ญประโยชน์ และการทำกิจกรรมสาธารณกุศล ซึ่งทุกท่านสามารถร่วมกันประกอบวัตรปฏิบัติเหล่านี้เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาน้อมถวายพระพรแด่ “พระองค์ภา” พระผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยโดยพร้อมเพรียงกัน

สมศ.กางผลประเมิน‘จุดเด่น-ข้อเสนอแนะ’คุณภาพการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699998

สมศ.กางผลประเมิน‘จุดเด่น-ข้อเสนอแนะ’คุณภาพการศึกษา

สมศ.กางผลประเมิน‘จุดเด่น-ข้อเสนอแนะ’คุณภาพการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.28 น.

สมศ.กางผลประเมิน‘จุดเด่น-ข้อเสนอแนะ’คุณภาพการศึกษา

22 ธันวาคม 2565 สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ “สมศ.” สรุปผล การดำเนินงานประเมินคุณภาพภายนอกประจำปี 2565 พบว่า มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินฯ กว่า 19,558 แห่ง เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งหลังจากประเมินฯ พบจุดที่ควรเร่งส่งเสริมและพัฒนาของสถานศึกษา ทั้ง 3 ประเภท ดังนี้ 1) การสร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เรียนและเล่นอย่างมีความสุข 2) การสร้างนวัตกรรมของสถานศึกษา และการประเมินพัฒนาการก่อนและหลังการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และ 3) การส่งเสริมให้ผู้สอนพัฒนางานวิจัยและขยายผลไปสู่ชุมชน

ด้านรูปแบบการประเมินฯ ปี 2566 สมศ. ยังคงใช้รูปแบบการประเมิน 2 ระยะ คือ การประเมินและวิเคราะห์รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และ การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหรือการตรวจสอบหลักฐาน พร้อมทั้งยังคงเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ และร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดจำนวน 27 หน่วยงาน ในการพัฒนาและใช้งานระบบบริหารจัดการรายงานประเมินตนเองของสถานศึกษา (e-SAR) เพื่อเป็นการลดภาระให้กับสถานศึกษา

ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์  รักษาการประธานกรรมการ สมศ. กล่าวว่า การประเมินคุณภาพภายนอก ภายใต้สถานการณ์โควิด19 มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินฯ ในปีงบประมาณ 2565 จำนวน 19,558 แห่ง ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จากเดิม จำนวน 18,000 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น ศูนย์พัฒนาเด็ก 7,009 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน 11,341 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ 317 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีวัตถุประสงค์พิเศษโรงเรียนนานาชาติ 50 แห่ง การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 415 แห่ง ด้านการอาชีวศึกษา 384 แห่ง และ ระดับอุดมศึกษา 42 แห่ง ซึ่งจำนวนของสถานศึกษาทั่วประเทศที่ได้รับการประเมินในปีงบประมาณ 2564 – 2565 รวมทั้งสิ้น 40,835 แห่ง จากจำนวนสถานศึกษาทั้งหมด 60,335 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 67.68 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสถานศึกษาต่อ สมศ. ถึงการดำเนินงาน และการประเมินรูปแบบใหม่ที่ไม่สร้างภาระให้กับสถานศึกษา รวมถึงสถานศึกษาสามารถนำข้อเสนอแนะที่ได้รับจากผู้ประเมินภายนอกนำไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพได้จริง

หลังจากที่ได้ประเมินฯ พบว่า แต่ละประเภทสถานศึกษามีจุดเด่นแตกต่างกัน ด้านจุดเด่นได้ส่งเสริมให้สถานศึกษาดำเนินการต่อยอดเพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม (Innovation) และแบบอย่างที่ดี (Best Practice) ส่วนข้อเสนอแนะที่ควรได้รับการส่งเสริมเพื่อการพัฒนา สมศ.ได้ให้ข้อเสนอแนะ โดยแบ่งตามประเภทของสถานศึกษา ดังนี้

+ การศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) จุดเด่น คือการมีส่วนร่วมของ ชุมชน ผู้ปกครอง  การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ มีการจัดบรรยากาศการเรียนที่ดี ครูและผู้ดูแลเด็กมีความรู้ในการจัดประสบการณ์ เด็กมีการเจริญเติบโตสมวัยและมีสุขนิสัยที่ดี มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทสถานศึกษาและท้องถิ่น โดยข้อเสนอแนะที่ควรได้รับการส่งเสริมเพื่อการพัฒนา คือการสร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เรียนและเล่นอย่างมีความสุข พัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ รวมถึงสื่อในรูปแบบ Online เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานให้ชัดเจนตามกระบวนการคุณภาพ PDCA

+ การศึกษาขั้นพื้นฐาน จุดเด่น คือผู้เรียนได้รับการส่งเสริมและพัฒนาที่เหมาะสมตามวัย มีความสุขกับการเรียนรู้ และมีการส่งเสริมทักษะด้านภาษาและการสื่อสารที่ดี มีการบริหารงานมุ่งเน้นการมีส่วนร่วม เน้นการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning มากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาหลักสูตรและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยข้อเสนอแนะที่ควรได้รับการส่งเสริมเพื่อการพัฒนา คือสถานศึกษาควรส่งเสริมให้มีการสร้างนวัตกรรม และสื่อ Online เพิ่มมากขึ้น และควรมีการประเมินพัฒนาการของผู้เรียนก่อนและหลังการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

+ ด้านการอาชีวศึกษา จุดเด่น คือผู้เรียนมีทักษะด้านวิชาการ วิชาชีพและการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ หลักสูตรสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และตลาดแรงงาน โดยข้อเสนอแนะที่ควรได้รับการส่งเสริมเพื่อการพัฒนา คือการพัฒนาการสอนในระบบทวิภาคีให้มีความต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ครูพัฒนางานวิจัยและขยายผลไปสู่ชุมชนให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

“สำหรับสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมินแล้ว พบว่าหลายสถานศึกษามีการนำข้อเสนอแนะไปปรับใช้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนา ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์และตรงกับวัตถุประสงค์หลักของ สมศ. อีกทั้งอยากสร้างความเข้าใจให้กับสถานศึกษาว่า การประเมินฯ นั้นไม่ได้เป็นการสร้างภาระ แต่เป็นการ “ประเมินเพื่อพัฒนา” ให้สถานศึกษาทราบจุดเด่นเพื่อต่อยอด ทราบจุดบกพร่องเพื่อพัฒนา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมศ.ได้ปรับแนวทางการประเมิน และพัฒนาผู้ประเมินอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของการประเมินตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ เพื่อให้การดำเนินงานรวดเร็ว และก้าวทันสถานการณ์โลก ที่สำคัญอยากให้ตระหนักว่าการประเมินฯ นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ” ศ.ดร.สมคิด กล่าว

ด้าน ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สมศ. ยังคงมุ่งเน้นเดินหน้าในการสร้างคุณภาพการศึกษา ให้มีคุณภาพเทียบเท่าในระดับนานาชาติ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุนในการการประเมินอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับที่ประชุมเครือข่ายการประกันคุณภาพของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APQN) ที่ทุกประเทศสมาชิกมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประเมินคุณภาพภายนอก ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและออนไลน์มาใช้ รวมถึงรูปแบบการตรวจเยี่ยมเสมือนจริง (Virtual Assessment) โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สมศ. ตั้งเป้าหมายสถานศึกษาเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกจำนวน 13,212 แห่ง ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่เหลืออยู่ทั้งหมดและยังไม่ได้รับการประเมินในช่วงปี 2563 – 2565 ที่ผ่านมา

โดยแบ่งการประเมินฯ ออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ระยะที่ 1 เป็นการประเมินและวิเคราะห์รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ซึ่งเป็นการประเมินตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 49 และการประเมินระยะที่ 2 เป็นการประเมินตามความสมัครใจของสถานศึกษาในรูปแบบการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหรือการตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลของสถานศึกษาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการประเมินทั้ง 2 ระยะ เป็นการประเมินที่สอดคล้องกับการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับสถานศึกษา

สมศ. ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้สนับสนุนการประเมิน เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน และมีการพัฒนาระบบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดย สมศ.ได้มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดจำนวน 27 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ / กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย / กรุงเทพมหานคร ฯลฯ ในการพัฒนาเชื่อมต่อและใช้งานระบบบริหารจัดการรายงานประเมินตนเองของสถานศึกษา (e-SAR) ร่วมกันโดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน คือ สถานศึกษาจะจัดส่งรายงานประเมินตนเอง (SAR) ให้กับหน่วยงานต้นสังกัด จากนั้นหน่วยงานต้นสังกัดจะรวบรวมไฟล์ SAR ของสถานศึกษาจัดส่งเข้าสู่ระบบ e-SAR เพื่อจัดเก็บรายงานผลการดำเนินงาน ส่งผลให้หน่วยงานต้นสังกัดสามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ ลดการใช้ทรัพยากรกระดาษ และประหยัดเวลาตั้งแต่เริ่มการประเมินไปจนสิ้นสุดการประเมิน ตลอดจนพัฒนาระบบการออกใบรับรอง (e-Certificate) ให้กับสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินและรับรองรายงานผลการประเมินเรียบร้อยแล้ว

“ทั้งนี้การประเมินคุณภาพของ สมศ.ในช่วงนี้จะเป็นการประเมินเพื่อพัฒนา ให้สถานศึกษาได้ทราบระดับคุณภาพสถานศึกษาของตนเองในปัจจุบัน โดยเทียบกับการประเมินในรอบที่ผ่านมา เพื่อที่จะสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างตรงจุด สอดคล้องกับบริบทของแต่ละสถานศึกษา สำหรับสถานศึกษาที่อยู่ในกระบวนการประเมินนั้น สมศ. ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ต้องกังวลว่าการประเมินคุณภาพภายนอกจะสร้างภาระเพิ่มเติมให้ เพราะการประเมินจะดำเนินการตามบริบทของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด และในส่วนของสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกไปแล้วนั้น ขอให้นำข้อเสนอแนะที่ได้รับจาก สมศ. ในด้านต่าง ๆ ไปปรับใช้เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและต่อยอดพัฒนาไปสู่ระดับสากล ต่อไป” ดร.นันทา กล่าว