ธรรมศาสตร์ จัดงาน วันเชิดชูเกียรตินักวิจัย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คณาจารย์-นักวิจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699150

ธรรมศาสตร์ จัดงาน วันเชิดชูเกียรตินักวิจัย  เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คณาจารย์-นักวิจัย

ธรรมศาสตร์ จัดงาน วันเชิดชูเกียรตินักวิจัย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คณาจารย์-นักวิจัย

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน “วันเชิดชูเกียรตินักวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2565” ขึ้น โดยศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธี เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติคุณคณาจารย์และนักวิจัยของ มธ. ที่สร้างผลงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงพัฒนาทั้งต่อสังคมไทยและสังคมโลก และสามารถคว้ารางวัลได้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2565 ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี กล่าวว่าช่วงที่ผ่านมามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีนวัตกรรมจำนวนมากที่ได้รับรางวัลในประเทศ และสร้างชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งทำให้เห็นศักยภาพของบุคลากรธรรมศาสตร์ ที่มีความรู้ความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคม ธรรมศาสตร์ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญด้านวิชาการ งานวิจัย งานสร้างสรรค์ รวมถึงสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมมาโดยตลอด และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสร้างงานวิจัย รวมถึงนวัตกรรมต่อไป โดยได้ตั้งกองทุนส่งเสริมงานวิจัย เพื่อสนับสนุนนักวิจัยทั้งในประเทศ และต่างประเทศเพื่อให้อาจารย์และนักวิจัยของธรรมศาสตร์ผลิตงานวิจัย อันจะนำไปสู่การยกระดับงานวิจัยให้มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก

สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลในงาน “วันเชิดชูเกียรตินักวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประจำปี 2565” แบ่งออกเป็น 7 ประเภทรางวัล ประกอบด้วย ผู้ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ จำนวน 7 เหรียญ ผู้ได้รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น เมธีวิจัยอาวุโส และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 4 เหรียญผู้ได้รับการกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ ได้รับเงินเดือนขั้นสูง จำนวน 2 เหรียญ ผู้ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 19 เหรียญ 4 ผลงาน ผู้ได้รับทุนวิจัยโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 11 เหรียญ ผู้ได้รับรางวัลนักวิจัยรุ่นใหม่ดีเด่นระดับส่วนงาน จำนวน 12 เหรียญผู้ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณทางด้านการวิจัยจากหน่วยงานภายนอก จำนวน 21 เหรียญ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิด นิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699146

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิด  นิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิด นิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 จัดโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่างกรมศิลปากร และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) โดยมี พลเอกจรัลกุลละวณิชย์ นายกสภามหาวิทยาลัยพร้อมด้วย รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติอธิการบดี รศ.ภิญโญ สุวรรณคีรีประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดศิลปะปูนปั้น แห่งประเทศไทย นายประทีปเลี่ยวไพรัตน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) และผศ.บรรลุวิริยาภรณ์ประภาส ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง ร่วมเฝ้าฯรับเสด็จ และน.ส.ภัทรพรรณ เลี่ยวไพรัตน์ ผู้ช่วยรองผู้จัดการใหญ่สายขาย บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) และผู้แทนนักศึกษาชาย-หญิง ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารพิพิธภัณฑ์เพาะช่างเฉลิมพระเกียรติ มทร.รัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่างเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2565

นิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ สืบสานงานศิลปะปูนปั้นซึ่งเป็นภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เปิดโอกาสให้ประชาชน เยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมถึงช่างปูนปั้นได้เข้ามารู้จักมีส่วนร่วม ได้แข่งขัน รับฟังแลกเปลี่ยนความรู้ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นทั้งผู้ถ่ายทอดความรู้และเป็นกรรมการตัดสินนอกจากนี้ยังมีโครงการการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เป็นกิจกรรมที่เน้นเผยแพร่ความรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่เยาวชนหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจรักในงานปูนปั้น การบรรยายให้ความรู้ทางศิลปะไทยเบื้องต้น การนำชมผลงานปูนปั้นที่จัดนิทรรศการเพื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะ การจัดให้เข้าร่วมรับฟังการสาธิตโดยศิลปินปูนปั้นยอดเยี่ยมที่มาเป็นวิทยากร และผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติการสร้างสรรค์งานปูนปั้น ภายในวิทยาลัยเพาะช่าง การจัดแสดงผลงานศิลปะปูนปั้น เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อเป็นการอนุรักษ์ เผยแพร่ความรู้และส่วนหนึ่งได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนของนักศึกษาพัฒนาองค์ความรู้และประเทศชาติต่อไป

สยามราชธานี ร่วม มทร.ราชมงคลกรุงเทพ ผลิตบัณฑิตสารสนเทศและดิจิทัลเพื่อธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699148

สยามราชธานี ร่วม มทร.ราชมงคลกรุงเทพ ผลิตบัณฑิตสารสนเทศและดิจิทัลเพื่อธุรกิจ

สยามราชธานี ร่วม มทร.ราชมงคลกรุงเทพ ผลิตบัณฑิตสารสนเทศและดิจิทัลเพื่อธุรกิจ

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) และ รองศาสตราจารย์ ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการร่วมผลิตบัณฑิตด้านระบบสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานรูปแบบใหม่

นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทฯ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ได้เดินหน้าปรับองค์กรจากบริษัทธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร ก้าวสู่การเป็น Tech Company หรือบริษัทที่มีการใช้เทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้น และอีกหนึ่งพันธกิจหลักของบริษัทคือการส่งเสริมสนับสนุนและประสานงานเพื่อการพัฒนาทรัพยาบุคคล สยามราชธานีจึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ สถาบันการศึกษาที่มีทั้งองค์ความรู้ บุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ และสถานที่สำหรับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมสำหรับการผลักดันให้มีการพัฒนางานทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะทางด้านไอที เทคโนโลยี

“นับตั้งแต่เกิดผลกระทบจากดิจิทัลดิสรัปชั่นมาจนถึงโควิด-19 ดิสรัปชั่นทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ถือเป็นความท้าทายของทั้งภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดความต้องการการจ้างงานเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงแต่มีความรู้ในสาขาที่เรียนมาเฉพาะด้าน แต่ต้องการบัณฑิตที่สามารถทำงานได้จริง ดังนั้นการพัฒนาด้านสหกิจศึกษา (Cooperative Education) ซึ่งเป็นระบบการศึกษาที่ผสมผสานการเรียนกับการปฏิบัติงาน (Work Integrated Learning) โดยเฉพาะการเรียนรู้ในสาขาด้านไอทีและเทคโนโลยี เพื่อเสริมคุณภาพของบัณฑิตผ่านประสบการณ์ทํางานในสถานประกอบการ ตามมาตรฐานวิชาการและวิชาชีพ และตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาของธุรกิจ และแก้ปัญหาการเรียนจบไม่มีงานทำ ก่อให้เกิดการจ้างงานจริง

รองศาสตราจารย์ ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กล่าวว่า ภายใต้การตกลงร่วมผลิตบัณฑิตด้านระบบสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาหลักสูตรและศักยภาพนักศึกษา โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาบัณฑิตจบใหม่ในสาขาระบบสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ รวมถึงสาขาอื่นๆ ด้านไอที ด้านเทคโนโลยี ที่ต้องการเข้ามาทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลให้มีความพร้อมผ่านการส่งเสริมทักษะที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอีกทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพสากลก่อนป้อนเข้าสู่ระบบ โดยมีเป้าหมายพัฒนาบัณฑิตภายใต้หลักสูตรความร่วมมือครั้งนี้ปีละไม่น้อยกว่า 670 ราย

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงดนตรีไทย งานแสดงดนตรีไทย ครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699149

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงดนตรีไทย  งานแสดงดนตรีไทย ครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงดนตรีไทย งานแสดงดนตรีไทย ครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนิน ไปทอดพระเนตรและทรงดนตรีไทย “การแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์” พ.ศ.2565 โดยมี นายอิทธิพลคุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพาทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ นิทรรศการครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ และทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ วงบ้านปลายเนิน และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลรายงานว่าการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะทรงเป็น “เอกอัครราชูปถัมภก มรดกวัฒนธรรมไทย” และ “วิศิษฏศิลปิน” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่งานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านดนตรีไทย ทั้งได้ทรงเกื้อหนุนอุปถัมภ์ดนตรีไทยและนักดนตรีไทยมาโดยตลอด เป็นที่ซาบซึ้งและประจักษ์ชัดในพระมหากรุณาธิคุณเป็นยิ่งนัก

ในปีนี้ การแสดงในภาคแรก จากครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ ทั้งชาย-หญิง รวม 36 ท่าน รวมถึงลูกศิษย์และลูกหลานครูอาวุโส 25 คน ร่วมขับร้องและบรรเลงบทเพลงไทยประกอบด้วยรายการแสดงโดยครูอาวุโสชายหญิงได้แก่ รำถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา พร้อมบรรเลงดนตรีไทยประกอบโดย วงดนตรีไทยกรมศิลปากร ร่วมกับวงศิษย์พระประณีตวรศัพท์การบรรเลงดนตรีไทย และขับร้องถวายพระพรแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วงมโหรีเครื่องใหญ่พิเศษ การบรรเลงดนตรีไทย เพลงลาวดวงดอกไม้ 2 ชั้น (ออกซุ้ม เดี่ยวจะเข้) วงปี่พาทย์ไม้นวม การบรรเลงดนตรีไทย เพลงแขกสาหร่าย 2 ชั้น วงดนตรีไทยเครื่องใหญ่ การบรรเลงดนตรีไทย เพลงภาษาจีน (โป๊ยกังเหล็ง) วงเครื่องสายผสมขิม และ การบรรเลงดนตรีไทยประกอบการแสดง เพลงยอยศพระลอ โดยวงปี่พาทย์ไม้นวม โดยวงลูกศิษย์ครูอาวุโส

ปิดท้ายด้วยการแสดงชุดพิเศษโดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดนตรีไทย (ซอด้วง) เพลงลาวดวงเดือนร่วมกับ วงดนตรีบ้านปลายเนิน

เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษสั่งตั้งกก.สอบ’หลวงพ่อเคราเงิน’ เจ้าตัวยืนกรานไม่โกน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699282

เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษสั่งตั้งกก.สอบ'หลวงพ่อเคราเงิน' เจ้าตัวยืนกรานไม่โกน

เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษสั่งตั้งกก.สอบ’หลวงพ่อเคราเงิน’ เจ้าตัวยืนกรานไม่โกน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.19 น.

เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ สั่งตั้งกรรมการสอบ “หลวงพ่อเคราเงิน” ขีดเส้น 15 วันรู้ผล ด้านพระเจ้าตัวยืนยันยังไงก็ไม่โกน เทวดาฟ้าดินเขาให้มาแบบนี้

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 19 ธ.ค.65 พระครูเกษมวีรานุวัตร เจ้าคณะตำบลบักดอง เขต 2 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ ทหาร จาก กอ.รมน.จว.ศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ขุนหาญ ลงพื้นที่ตรวจสอบสำนักสงฆ์ถ้ำน้ำย้อย ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ กรณีที่ พระพรชัย พุทธสาโร หรือหลวงพ่อเคราเงิน เจ้าสำนักสงฆ์ดังกล่าว ไว้หนวดเครายาวเฟื้อย คล้ายฤาษี มานานกว่า 30 ปี ไม่เคยปลงหนวดเครา โดยอ้างว่าทุกครั้งที่ปลงหนวดเคราแล้ว มักจะเจ็บป่วยไม่สบาย เนื่องจากเชื่อว่ามีสิ่งลี้ลับบางอย่างมากระซิบข้างหูในขณะนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ขออาศัยอยู่ในร่างด้วย โดยได้ให้สัจจะต่อสิ่งลี้ลับต่อกันว่าจะไม่ปลงหนวดเครา และยังยืนยันคำเดิมที่จะไม่ยอมปลงหนวดเคราอย่างเด็ดขาด ตามที่สื่อนำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด พระครูเกษมวีรานุวัตร เจ้าคณะตำบลบักดอง เขต 2 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สำนักสงฆ์น้ำย้อยแห่งนี้ จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก เมื่อหลวงพ่อเคราเงิน ได้รับกิจนิมนต์ไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะในพื้นที่ อ.ขุนหาญ หรือต่างอำเภอ หรือต่างจังหวัด เมื่อหลวงพ่อเคราเงินปรากฏตัวตามสถานที่สาธารณะต่างๆ จึงเป็นที่สนใจของเหล่าญาติโยมพุทธศาสนิกชนที่พบเห็น ต่างพากันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป หนาวเคราของหลวงพ่อเคราเงิน และมีการนำไปโพสต์ลงในโซเชียล โลกออนไลน์ จนกลายเป็นข่าวโด่งดังตามที่ปรากฎตามสื่อต่างๆในขณะนี้

เจ้าคณะตำบลบักดอง เขต 2 กล่าวต่อว่า ดังนั้นทางคณะสงฆ์ พร้อมทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องลงพื้นที่มาตรวจสอบ ถึงแม้ว่าทางคณะสงฆ์ได้เคยขอความร่วมมือ และขอร้องให้หลวงพ่อเคราเงิน ปลงหนวดเครามาแล้วหลายรอบ แต่ก็ยังถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่อ้างดังกล่าว ทั้งนี้ การไว้หนวดเครา ถือเป็นอาบัติทุกกฎ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาบัติเล็กน้อย แต่เป็นโลกวัชชะ (โล-กะ-วัด-ชะ) ถือเป็นโทษทางโลก หรือการอาบัติที่เป็นโทษทางโลก ซึ่งเป็นข้อเสียหายที่ชาวโลกติเตียนว่าไม่เหมาะสมกับสมณะ ซึ่งขณะนี้เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันแล้ว โดยระยะนี้ได้ขอร้องให้หลวงพ่อเคราเงิน งดกิจนิมนต์ไปก่อน เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ดำเนินการเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาก่อน และเพื่อไม่ให้เกิดกระแสข่าวในระยะนี้

ด้าน พระพรชัย พุทธสาโร หรือหลวงพ่อเคราเงิน กล่าวว่า อาตมาอยากให้ทุกหน่วยงานมาดู มาตรวจสอบ อยากให้มันจบๆ อาตมาก็จะได้สบายใจ และตนจะรับกิจนิมนต์ญาติโยมตามปกติ เพราะถ้าอาตมา ไม่รับกิจนิมนต์เขา แล้วใครล่ะจะทำอาหารให้อาตมาฉัน เพราะอาตมาไม่ได้ออกเดินบิณฑบาตมาหลายปีแล้ว ต้องหุงหาอาหารฉันเองทุกวัน ส่วนปัจจัยที่ญาติโยมถวายทำบุญมา ก็นำมาสร้างมาพัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้ ส่วนตัวก็ไม่อยากให้คนอื่นเป็นเหมือนอาตมาที่เป็นเรื่องอยู่ในขณะนี้ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เทวดาฟ้าดินเขาให้มาแบบนี้

-001

‘ตรีนุช’ดัน สอศ.ทำข้อตกลง 5 สภาฯ รุกอาชีวะทวิภาคียั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699249

'ตรีนุช'ดัน สอศ.ทำข้อตกลง 5 สภาฯ รุกอาชีวะทวิภาคียั่งยืน

‘ตรีนุช’ดัน สอศ.ทำข้อตกลง 5 สภาฯ รุกอาชีวะทวิภาคียั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อยกระดับความร่วมมือการพัฒนาการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในการผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับภาคอุตสาหกรรม ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย

โดย นางสาวตรีนุช กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ความสำคัญในการจัดการอาชีวศึกษา และเห็นว่าการพัฒนาอาชีวศึกษาให้ก้าวไกลเป็นแนวทางสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการสร้างความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจ เพราะกำลังคนอาชีวศึกษาถือได้ว่ามีบทบาทและเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลิต ทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคธุรกิจบริการ ซึ่งมีการกระจายตัวอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ ดังนั้นอาชีวศึกษาจึงต้องเร่งสร้างขีดความสามารถในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่จำเป็น เพื่อให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งต้องมีการพัฒนาครู พัฒนาผู้เรียน พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย ตอบโจทย์กับภาคธุรกิจ

“การบูรณาการความร่วมมือจากภาคเอกชน ในฐานะองค์กรวิชาชีพ มีความเชี่ยวชาญ มีความเป็นผู้นำในภาคเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ศธ.ได้ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งการลงนามความร่วมมือกับ 5 องค์กรเอกชนของ สอศ.ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทั้ง 6 หน่วยงาน ที่เล็งเห็นความสำคัญในการเข้ามาร่วมมีบทบาท เพื่อการพลิกเปลี่ยนและยกระดับความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านอาชีวะในการผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับภาคอุตสาหกรรมธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการวางรากฐาน และเชื่อมโยงการทำงานในการวางแนวทางการพัฒนาคนอาชีวะอย่างเป็นระบบที่แข็งแรง เข้มข้น และครบวงจรมากขึ้น เพื่อให้การผลิตบุคลากรได้อย่างมีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ และจะเป็นแนวทางสำคัญในขับเคลื่อนระบบการศึกษาทางด้านสายอาชีพ ให้มีการปรับตัว และบรรลุสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในการสร้างทรัพยากรบุคคลที่พร้อมด้วยความรู้ ความสามารถ มีทักษะ ที่พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 และสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศในเวทีระดับโลก” นางสาวตรีนุช กล่าว

‘ม.นอร์ทกรุงเทพ’จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699206

‘ม.นอร์ทกรุงเทพ’จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน

‘ม.นอร์ทกรุงเทพ’จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.13 น.

‘ม.นอร์ทกรุงเทพ’จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยเพื่อประชาชน

19 ธันวาคม 2565 ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิพร ประวัติรุ่งเรือง อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ พร้อมด้วย ดร.นันทนา ชวศิริกุลฑล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการนักศึกษา ให้การต้อนรับ ดร.โฆษิต สุวินิจจิต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม  ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ กับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

สำหรับลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ กับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางด้านวิชาการ การบูรณาการและพัฒนาองค์ความรู้ การศึกษาวิจัย การพัฒนาบุคลากรและฝึกอบรม การเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับกฎหมาย สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และการบริหารงานยุติธรรม รวมถึงเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือภาคประชาชนในสังคม ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างไม่เป็นธรรมในด้านกฎหมาย สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน การบริหารงานยุติธรรม รวมถึงการให้องค์ความรู้ด้านบริการทางวิชาการและศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้องแก่สังคม ณ ห้องประชุมโกเมศ อาคารหอสมุดประวัติรุ่งเรือง มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต

ส่วนพิธีเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โดยมี ผศ.ดร.อนันต์ ธรรมชาลัย คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เป็น ประธานคณะทำงาน ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ซึ่งศูนย์นี้เป็นสำนักงานที่คอยให้บริการกับประชาชน ชุมชนและสังคม ที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย เพื่อช่วยลดขั้นตอนและปริมาณคดีที่ขึ้นสู่ชั้นศาล ลดปัญหาความขัดแย้ง ลดงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชุมชนและสังคม เสริมสร้างสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

พสกนิกรลงนามถวายพระพร’พระองค์ภาฯ’ ขอให้ทรงหายประชวร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699166

พสกนิกรลงนามถวายพระพร'พระองค์ภาฯ' ขอให้ทรงหายประชวร

พสกนิกรลงนามถวายพระพร’พระองค์ภาฯ’ ขอให้ทรงหายประชวร

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.49 น.

นายกฯเลโซโท-ทูตต่างประเทศ-กะเหรี่ยงบ้านไล่โว่-สาละวะ ลงนามถวายพระพร”พระองค์ภาฯ”ขอให้ทรงหายประชวร

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นวันที่  4 ตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดนำแจกันดอกไม้และสิ่งของต่างๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ นายแซม มาเตกาเน นายกรัฐมนตรีประเทศเลโซโท, นายนาเกช ซิงห์ (Nagesh Sing) เอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย, นายฟาน จิ ฮาน (Phan Chi Thanh) เอกอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย, นายโจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์, เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตาเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ,

หม่อม บงกชปรียา ยุคล, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมคณะ, นายวราวุธ ศิลประอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,  อธิบดีกรมทรัพยากรทสงทะเลและชายฝั่ง, ศาลอุธรณ์คดีชำนัญพิเศษ, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, กระทรวงมหาดไทย, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยรแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,  กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมป่าไม้, มหาวิทยาลัยมหิดล, องค์กรแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, มูลนิธิ ณภาฯ พร้อมสโมสรกีฬา บีบีจี

คณระทำงานเด็กติดผู้ต้องขังภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริฯ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย, สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน), สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พล.อ.สุรเชษฐ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจ และนายกสมาคมชาวปักใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ, สมาคมชาวสงขลา, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, บริษัทการบินกรุงเทพ ยำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทแอ๊บโซลูท คลีน  เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน), สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในนพระบรมราชูปถัมภ์, นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย), บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม, กรมตรวจบัญชีสหกรณ์, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงานกฏหมายและคดี, กรมการสัตว์ทหารบก, บริษัทสยามพิวรรณ์ จำกัด,

ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยูธยา ประธาน โครงการอาสาสมัครทุนการศึกษา พร้อมคณะกรรมการฯ, สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย,  คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ นนท์บุรี, โรงเรียนบ้านสวย (จั่นอนุสรณ์), โรงเรียนสาธิต บางนา, กศน.เขตบางพลัด และ กศน.เขตภาษีเจริญ, ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ชมรมแม่บ้านตำรวจ สำนักงานตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง, ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ, มูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้า, หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน พร้อมสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขาหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน, มูลนิธิรวมน้ำใจต้านภัยเอดส์,

พล.อ.ท.เกรียงไกร เสมสวัสดิ์ นายทหารถวายความปลอดภัยประจำพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นำคณะนายทหารถวายความปลอดภัยฯ นายทหารเสนาฯ และนายตำรวจอารักขาประจำพระองค์ฯ, นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า, คณะผู้บริหาร แบรนด์ SIRIVANNAVARI, บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู, ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมหน่วยราชการ และชาวชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ต.ไล่โว่ ต.สาระวะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นต้น

โดย นายคมสันต์ พิทักษ์ชาติคีรี กำนัน ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อชาวชาติพันธ์ุกะเหรี่ยงบ้านไล่โว่ เป็นอย่างมาก พอทราบว่าพระองค์ท่านประชวรก็ตกใจมาก พวกเราก็ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือช่วยคุ้มครองให้พระองค์ท่านหายจากพระอาการประชวร และกลับมาทรงงานช่วยเหลือชาวบ้านให้มีอาชีพมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะเมื่อก่อนชาวชาติพันธุ์มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีถนนหนทางและน้ำ ไฟใช้ ลูกหลานเข้าไม่ถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่พอพระองค์เสด็จพระดำเนินด้วยระยะทาง 13 กิโลเมตร เพื่อไปทรงช่วยเหลือชาวบ้านอยู่เป็นประจำ อีกทั้งพระราชทานความรู้รวมถึงพาคณะชาวบ้านไปศึกษาเรียนรู้งานด้านการเกษตรตามจังหวัดต่างๆ และภาคเหนือเพื่อให้ชาวบ้านสามารถนำความรู้มาพัฒนาพื้นที่ให้มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

“ผมมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ภาหลายครั้งมากและทุกครั้งที่ท่านเสด็จไปจะทรงเป็นกันเองกับชาวกะเหรี่ยงอย่างพวกเราซึ่งตัวเล็ก ๆท่านจะทรงทักทายชาวบ้านทุกคน เมื่อก่อนหมู่บ้านเราช่วงหน้าฝนเดินทางไปไหนไม่ได้เลย เพราะถนนถูกตัดขาดญาติพี่น้องเจ็บป่วยทีก็แสนลำบาก แต่พอมีโครงการของพระองค์เข้ามา พี่น้องชาวกะเหรี่ยงทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นลูกหลานสามารถเดินทางมาศึกษาเล่าเรียน ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ชาวบ้านมีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ตลอดทั้งปี ทรงตั้งกลุ่มทอผ้าบ้านสาละวะ ไล่โว่ การอบรมทอผ้ากระเหรี่ยงให้มีลวดลายสวยงามและการย้อมผ้า เพื่อให้ได้สีเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าต่างๆ และส่งเสริมเรื่องการปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง และปลูกข้าวนาปี ปลูกพืชหมุนเวียน ปลูกผักผลไม้เพื่อรับประทานในครัวเรือนและขาย หลังจากที่พระองค์ท่านเข้าไปช่วยพัฒนาทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ตอนนี้ชาวบ้านกะเหรี่ยงไล่โว่ทุกคนรอให้พระองค์ภาหายจากพระอาการประชวรแล้วกลับไปช่วยเหลือพวกเราชาวชาติพันธุ์” นายคมสันต์ กล่าว

อนึ่ง ชาวชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ต.ไล่โว่ และ ต.สาละวะ จ.กาญจนบุรี ภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ประธานกรรมการ เพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาความเป็นอยู่ให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ที่ดินของรัฐทุกประเภท อาทิ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้ถาวร ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีพสอดคล้องกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเณี ตามวิถีชุมชนท้องถิ่น และเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ส่งเสริมชุมชนให้มีการจัดการใช้ประโยชน์ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชุมชนอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับวิถีชีวิต

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ

– 006

เลขาศาลฯส่งหนังสือจัดพิธีถวายพระพร’พระองค์ภา’ ขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699165

เลขาศาลฯส่งหนังสือจัดพิธีถวายพระพร'พระองค์ภา' ขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริง

เลขาศาลฯส่งหนังสือจัดพิธีถวายพระพร’พระองค์ภา’ ขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริง

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.41 น.

เลขาธิการฯศาลยุติธรรม ส่งหนังสือถึงหน.หน่วยงานในสังกัดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระพร”เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ขอความร่วมมืองดจัดงานรื่นเริงปีใหม่

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 นายธีรศักดิ์ เงยวิจิตร เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ลงนามหนังสือเวียนศย 005/ว.1176 เรื่อง แนวทางการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และแนวทางการจัดกิจกรรม ปีใหม่ พ.ศ.2566 ถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ความว่า

ตามแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรลงวันที่ 15 ธ.ค.65 นั้น เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และร่วมบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว สำนักงานศาลยุติธรรมขอเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการ ดังนี้

1.ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีขอพรตามหลักของแต่ละศาสนากับคณะสงฆ์และผู้นำศาสนาทุกศาสนาในจังหวัด สำหรับหน่วยงานในส่วนภูมิภาคสามารถเข้าร่วมพิธีกับทางจังหวัดได้

2.พิจารณาจัดพิธีทำบุญตักบาตร บริจาคโลหิต หรืออย่างหนึ่งอย่างใด แล้วแต่เห็นสมควร

3.พิจารณาจัดพิธีบำเพ็ญสาธารณกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เช่น ปล่อยปลา หรือปล่อยสัตว์ โดยให้ซื้อปลาหรือสัตว์ที่จะทำการปล่อยจากท้องตลาดหรือแหล่งจำหน่ายเพื่อการบริโภคเป็นหลักทั้งนี้ การดำเนินการตามข้อ 1 – 3 ไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณได้

อนึ่ง สำนักงานศาลยุติธรรมขอความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมงดจัดกิจกรรมรื่นเริงเนื่องในโอกาสเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2566 จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป

‘สุนทร’เปิดงานวันดินโลกปี2565 ‘อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699127

'สุนทร'เปิดงานวันดินโลกปี2565 'อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน'

‘สุนทร’เปิดงานวันดินโลกปี2565 ‘อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.18 น.

“สุนทร” เปิดงานวันดินโลกปี 2565 “อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จ.สมุทรปราการ

19 ธันวาคม 2565 นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันดินโลก จังหวัดสมุทรปราการ ประจำปี 2565 ภายใต้หัวข้อ “Soils, where food begins : อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน และสร้างความตระหนักในการสร้างสุขภาพดินที่ดี ส่งผลต่อความมั่นคง และปลอดภัยทางอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ดี  โดยมี นายปราโมทย์ ยาใจ  อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ ณ สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ อำเภอบางพลี  จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ นายสุนทร กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม และห้วงเดือนธันวาคมของทุกปี กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทั้งสถานีพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ ได้จัดงานวันดินโลก เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9 ในฐานะทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้านการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ จนเป็นรากฐานการผลิตที่มั่นคงของเกษตรกร นอกจากนี้ ทรงศึกษาและพัฒนาด้านการจัดการดิน ด้วยวิธีการเรียบง่ายและประหยัด ที่เกษตรกรนำไปปฏิบัติเองได้ จวบจนรัชสมัย ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชปณิธานและแนวพระราชดำริการทรงงานของพระบรมราชชนกอย่างต่อเนื่อง ผลที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนแต่นำประโยชน์สุขมาสู่พสกนิกรชาวไทย”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบให้กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานภาคีภาครัฐ สถาบัน การศึกษา สมาคม มูลนิธิ องค์กร ภาคเอกชนต่าง ๆ ในการจัดงานวันดินโลกเป็นประจำทุกปี การจัดงานวันดินโลกในวันนี้ กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ ร่วมกับหน่วยงานภาคีในจังหวัดสมุทรปราการ นับว่าเป็นความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จในการจัดงานได้อย่างดียิ่ง และหวังว่าภาคีเครือข่ายจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อร่วมกันพัฒนา สนับสนุน และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรของจังหวัดได้เป็นอย่างดี

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการด้านการพัฒนาที่ดินในรูปแบบต่าง ๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงนิทรรศการบูรณาการด้านการเกษตรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน หมอดินอาสา นักเรียน เกษตรกร ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชน เข้าร่วมงานจำนวนมาก

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการสืบสานพระราชปณิธาน น้อมนำพระราชดำริ เป็นแนวทางในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรดิน ตลอดจนการประกอบอาชีพของเกษตรกร ให้มีความมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในเรื่องทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร เพื่อขจัดความหิวโหยให้หมดไป” นายสุนทร กล่าว  -009