วช.ชวนลงทะเบียนออนไลน์ร่วมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699119

วช.ชวนลงทะเบียนออนไลน์ร่วมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

วช.ชวนลงทะเบียนออนไลน์ร่วมงานวันนักประดิษฐ์ 2566

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.42 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” โดยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 เพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย แด่ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” โดยงานจะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 ณ อีเวนท์ ฮอลล์ 100 – 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ภายในงาน จะจัดให้มีการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสู่ผู้ใช้และสาธารณชน จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังจัดให้มีเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการและเสวนา on site-on line กิจกรรมเวิร์คช็อปที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้สนใจทั่วไปในหลากหลายมิติ กว่า 70 หัวข้อ  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการร่วมงาน แต่อย่างใด

โดยจัดแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรม 2 จุด ได้แก่ เวทีกลางขนาดใหญ่ ฮอลล์ 101 บริเวณชั้น 1 จำนวน 18 เรื่อง อาทิ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ชาติไทยมีนวัตกรรมหรือไม่? ในวันเปิดงาน วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น.โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, จัดการทรัพย์สินทางปัญญายังไง? ให้สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทยบุกตลาดโลก, การบรรยายเรื่อง “AI นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ”, การเสวนาเรื่อง “ปั้นเด็กไทยในยุคดิจิทัล” ส่องโลกเทคโนโลยี-การหารายได้ด้วยปัญญาประดิษฐ์กับงานในยุควิถีใหม่ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการอบรมต่างๆ บริเวณห้องอบรมชั้น 2 อีกกว่า 60 เรื่อง อาทิ Inter Invention Talk : นวัตกรรมหน้ากากผ้าเปลี่ยนสีและหมวกเดินป่า, Let’s Become TikTok Creator, หนูน้อยนักค้นหา-การทดสอบความสามารถทางการรู้คิดของสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเยาวชน, การสร้างและออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียชนิดบึงประดิษฐ์สำหรับบ้านพักอากาศ, ดอกไม้แห้งจากไมโครเวฟในขวดแก้ว, กิจกรรมจรวดทรงพลัง (The Power Rocket), นวัตกรรมเพื่อชุมชน-ผลิตภัณฑ์ D.I.Y. กระเป๋าสะพายข้างจากผ้าพื้นเมือง, workshop scrub จากกาแฟช้างป่า, การอนุรักษ์วัฒนธรรมขนมไทยโบราณแบบ Function Food ขนมกงเสริมอัลมอนด์ฯลฯ

วช.ขอเชิญชวนประชาชน นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานและ จองสิทธิ์เข้าร่วมประชุม สัมมนา ในหัวข้อการประชุมที่จะจัดขึ้น ภายในงาน วันนักประดิษฐ์ 2566 ระหว่างวันที่ 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2566 ผ่านการลงทะเบียน ออนไลน์ที่ https://inventorsdayregis.com ได้แล้ววันนี้เป็นต้นไป

พสกนิกรทั่วประเทศถวายพระพร พระองค์ภา น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699019

พสกนิกรทั่วประเทศถวายพระพร  พระองค์ภา  น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

พสกนิกรทั่วประเทศถวายพระพร พระองค์ภา น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พสกนิกรทั่วประเทศถวายพระพรพระองค์ภา น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ร่วมสวดมนต์/เจริญจิตตภาวนาขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร สถานทูตไทยในตปท.-ชุมชนไทยร่วมสวดมนต์-ลงนามถวายพระพร

สถานทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ ร่วมกับชุมชนไทย สวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร “สมเด็จฯเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”โรงพยาบาลจุฬาฯเปิดลงนามเป็นวันที่ 3 พสกนิกรเนืองแน่นขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรอดีตนายกฯ “อานันท์” ร่วมถวายพระพร “พระองค์ภา”ยกย่องพระองค์ทรงเป็นผู้รอบรู้ ให้ความสนใจทุกข์สุขราษฎรทั่ว ทูตจีน-ภูฏาน ร่วมถวายพระพร

วันที่ 18 ธ.ค.2565 สถานเอกอัครราชทูตไทย และ สถานกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ ร่วมกับ ชุมชนไทย จัดพิธี สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และ เจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายพระพร ณ วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา โดยข้าราชการสำนักงานทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในกรุงแคนเบอร์ราเข้าร่วม โดยมีพระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโรเป็นประธานคณะสงฆ์

พร้อมลงนามถวายพระพร หน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ว

จัดทำวัดเช้าและสวดมนต์

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ทีมประเทศไทย ณ กรุงปราก และชุมชนไทยในสาธารณรัฐเช็ก ได้ร่วมกันทำวัตรเช้า สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ณ วัดธรรมกิตติวงศ์ กรุงปราก ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมีพระมหาสันติ ธัมมทัสสีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครชิคาโก รัฐอิลลินอย สหรัฐอเมริกา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ณ วัดธัมมาราม นครชิคาโก ทั้งนี้ วัดธัมมารามฯ กำหนดจะเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพร ต่อเนื่องกับการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็นเป็นประจำทุกวันเป็นต้นไป

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียข้าราชการทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในนครซิดนีย์ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยคณะสงฆ์จากวัดพุทธรังษี แสตนมอร์ ร่วมกับวัดพุทธรังษี แอนนันเดล ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ณ วัดพุทธรังษี แอนนันเดล

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ร่วมกับ พระศรีโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี นิมนต์พระสงฆ์นานาชาติเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ลงนามแน่นโรงพยาบางจุฬาฯ

ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นวันที่ 3 ตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่าง ๆ นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าถวายพร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ ม.ร.ว.ชฎาทิพย์ ชยางกูร, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี, นายอานันท์ ปัญญาระชุน อดีตนายกรัฐมนตรี, นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย, นายคิมซัง คอร์จิ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทp ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตลาว นำแจกันดอกไม้ของประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาทูลเกล้าถวาย, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรปราการ, ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัทดับเบิลเอ, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงพยาบาลซีเมคลิฟวิ่ง, สมาคมสรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ, นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย, โรงเรียนนายร้อยตำรวจ, ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี, สมาคมไทย-เยอรมัน

ชาวไทยร่วมถวายพระพรทั่วหน้า

นอกจากนี้ยังมี นายสุวัจน์ ลิปตวัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการสภาฯ, นายพินิจ จารุสมบัติ พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารงานยุติธรรมระดับสูง, สมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงพยาบาลในเครือบางประกอกและปิยะเวท, ตำรวจภูธร ภาค 3, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) จำกัด (มหาชน), สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, จิตรอาสาจราจร, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดภูเก็ต, กุลบุตร กุลธิดา สภากาชาดไทย, มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา พร้อมด้วยมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6 และสมเด็จฯเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ, คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร, อธิบดีกรมโยธาและผังเมือง, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7, กองพลทหารราบที่ 9, โทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นต้น

‘อานันท์’ยกทรงเป็นผู้รอบรู้

ด้านนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของไทย เปิดเผยภายหลังการลงนามถวายพระพร ว่า เมื่อทราบข่าวการประชวรของพระองค์ภา จึงอยากเดินทางมาถวายพระพร เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงและทุกพระองค์ในราชวงศ์ ซึ่งพระองค์ภาท่านทรงทำกิจกรรมหลายอย่างให้กับประชาชน รอบรู้ในด้านการบ้านการเมือง การทหาร ให้ความสนใจต่อทุกข์สุขของประชาชนทั่วทั้งประเทศ พระองค์ท่านทรงเป็นตัวแทนของในหลวง รวมทั้งในส่วนพระองค์ท่านเอง ที่มักจะมีพระราชกรณียกิจปลดความทุกข์ และนำความสุขมาให้กับประชาชนทั่วทุกหมู่เหล่า เมื่อท่านประชวร จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากจะร่วมถวายพระพร และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก ดลบันดาลให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วมีพระพลานามัยสมบูณ์แข็งแรง

พสกนิกรภาคตะวันออกถวายพระพร

เมื่อเวลา 15.00 น. ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี,ระยอง,จันทบุรี,สีะแก้ว รวม 51 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านใน โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้เดินทางมาร่วมทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

นายตระกูล สว่างอารมย์ ผู้แทนหมู่บ้านคชานุรักษ์และหมู่บ้านขยายผล 51 หมู่บ้าน กล่าวภายหลังลงนามถวายพระพร ว่า พอทราบข่าวว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ช้าวบ้านหมู่บ้านคชานุรักษ์ ทุกคนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกในช่วงนั้น แต่ก็ได้รวมตัวกันจัดพิธีสวดมนต์เพื่อถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวร และในวันนี้จึงได้นัดสมาชิกทั้ง 51 หมู่บ้าน เดินทางมาลงนามถวายพระพร เพื่อให้พระองค์ท่านทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน เพื่อเป็นมิ่งขวัญของชาวหมู่บ้านคชานุรักษ์ และปวงชนชาวไทยสืบไป

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“พวกเราทุกคนรู้สึกน้อมสำนึกในพระกรุณาพระองค์ภาฯที่ผ่านมาพระองค์ท่านได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปพระราชทานความรู้ให้แก่สมาชิกหมู่บ้านคชานุรักษ์เกี่ยวกับเรื่องคนกับช้างป่าให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล อย่างไม่ถือพระองค์ ประทับนั่งกับพื้นรับฟังสภาพปัญหาของชาวบ้าน เพราะโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการแก้ปัญหาของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการบูรณาการทุกหน่วยงานมาช่วยกันแก้ไขปัญหาโดยมีพระองค์ท่านคอยพระราชทานคำแนะนำ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีของการดำเนินงานหมู่บ้านคชานุรักษ์ ปัญหาระหว่างคนและช้างป่าได้หมดไปเพราะพระองค์จะทรงรับสั่งเสมอว่าเราต้องเรียนรู้พฤติกรรมช้างและปรับเปลี่ยนเวลาในการออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลรวมถึงการเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช อันเป็นการช่วยเหลือทั้งคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ดังนั้น พวกเราชาวหมู่บ้านคชานุรักษ์ทุกคนขอกราบสำนึกและถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน” นายตระกูล กล่าว

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กทม.เปิดลงนามถวายพระพร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการพระประชวร และมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน กรุงเทพมหานครจึงจัดให้มีการลงนามถวายพระพร โดยจัดโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระรูป จำนวน 52 จุด คือ ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า (กทม.1) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง (กทม.2) และสำนักงานเขตทั้ง 50เขต จึงขอเชิญชวนข้าราชการ และประชาชนมาร่วมลงนามถวายพระพร ได้ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 65 เป็นต้นไป

‘วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนฯ’ เปิดรับนักศึกษาใหม่‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698958

‘วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนฯ’  เปิดรับนักศึกษาใหม่‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ปี2566

‘วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนฯ’ เปิดรับนักศึกษาใหม่‘วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ’ปี2566

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัจจุบัน เราอยู่ในยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร ในแต่ละวันจึงมีข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และอยู่ในรูปแบบของดิจิทัล ที่สามารถเข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง สามารถรับรู้และค้นหาได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลเส้นทางการเดินทางและสภาพการจราจร ข้อมูลรายการอาหาร ข้อมูลสถานพยาบาล ข้อมูลการรักษาพยาบาล ข้อมูลเกี่ยวกับยารักษาโรคซึ่งจากปริมาณข้อมูลที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือมีทักษะเฉพาะอย่าง Data Scientist หรือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล

มาวิเคราะห์ข้อมูล ทำการต่อยอดความรู้จากแหล่งต่างๆ รวมถึงสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงเกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการทางการแพทย์ ซึ่ง วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เล็งเห็นความสำคัญในประเด็นดังกล่าว จึงได้ร่วมกันเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ (Bachelor of Science in Health Data Science) ขึ้น

โดยมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่เป็นเลิศในด้านการบูรณาการวิทยาศาสตร์ข้อมูลและวิทยาศาสตร์สุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการร่วมแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ซึ่ง ผศ.น.สพ.ดร.พีรุทย์ เชียรวิชัย ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มีการเปิดหลักสูตรการพัฒนาการแพทย์ ด้วย Data Science รองรับความต้องการนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลซึ่งเป็นสาขาที่ใหม่ และมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วของข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ซึ่งหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพนี้ เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและมีความสามารถทางด้านการใช้คอมพิวเตอร์ โดยบัณฑิตของหลักสูตรจะมีส่วนช่วยในการบริหาร จัดการ วิเคราะห์ฐานข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ จากแหล่งต่างๆ และนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาทางการแพทย์ และการสาธารณสุข เพื่อตอบโจทย์ของทั้งการรักษาและการวิจัยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว

นอกจากนี้บัณฑิตจะถูกปลูกฝังด้วยค่านิยมที่ดี ทั้งการเสียสละต่อส่วนรวม ความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์ของผู้คนในสังคมด้วย โดยสำหรับ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ จะมีการเรียนทั้งที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญ จากผู้สอนอย่างใกล้ชิด ตลอดการเรียนในหลักสูตร 4 ปี

ทั้งภาคทฤษฎี คือ การเรียนรู้พื้นฐานที่จำเป็นทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data science) เช่นการเขียนโปรแกรม สถิติ และระบบฐานข้อมูล ร่วมกับวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health science) เช่นระบบสุขภาพ การวินิจฉัยและอณูชีววิทยา และจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำด้วยตัวเองในภาคปฏิบัติ รวมถึงฝึกงานกับสถานที่ประกอบการจริง นักศึกษาจะได้นำความรู้ทั้งสองด้านมาประยุกต์รวมกันให้เกิดเป็นความรู้ใหม่เพื่อนำไปประกอบวิชาชีพต่อไป

ผศ.น.สพ.ดร.พีรุทย์ กล่าวต่อไปว่า ภายหลังจากจบหลักสูตรแล้ว นักศึกษาสามารถศึกษาต่อได้ในสาขา วิศวกรรมข้อมูล วิทยาศาสตร์ข้อมูลและวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ชีวสารสนเทศและชีววิทยาเชิงระบบระบาดวิทยา ซึ่งเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังนำข้อมูลทางสุขภาพมาสร้างประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล ทำนายข้อมูล รวมไปถึงการสรุปข้อมูลออกมานำเสนอให้เข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ง่ายในชีวิตประจำวันสำหรับประชาชนทั่วไป

รวมถึงสามารถที่จะต่อยอดงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมต่างๆ ออกมาเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ยกระดับการดูแลสุขภาพและแก้ปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น นักศึกษาที่จบหลักสูตรยังสามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย ทั้งในโรงพยาบาล สถาบันวิจัย หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ซึ่งกำลังต้องการบุคลากรเป็นจำนวนมาก

โดยมีอาชีพที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น อาชีพดังต่อไปนี้ 1.นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือวิศวกรข้อมูล (Data scientist/ Data engineer) มีหน้าที่ในการสร้างระบบฐานข้อมูลในการเก็บข้อมูล รวมไปถึงการดึงข้อมูลออกมาสร้างเป็นผลสรุปที่น่าสนใจและอธิบายเหตุการณ์ในอดีต รวมไปถึงทำนายเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคตได้ 2.นักชีวสารสนเทศ (Bioinformatician) มีหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับชีวสารสนเทศ เช่น ข้อมูลทางพันธุกรรมหรือข้อมูลการแสดงออกของยีน เพื่อสร้างทฤษฎีใหม่ๆ หรือระบุจุดที่น่าสนใจในการนำไปวิจัยต่อยอดเพิ่มเติม

3.นักวิจัย (Researcher) มีหน้าที่ศึกษาหาความรู้ในหัวข้อที่สนใจ โดยในปัจจุบันมีหัวข้อวิจัยจำนวนมากที่ต้องการคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยคำนวณ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมจึงสามารถเข้ามาช่วยด้านการวิจัยได้ โดยขณะนี้ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566

ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดของหลักสูตร รายละเอียดการรับสมัคร หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-5766000 ต่อ 8487, https://m.facebook.com/HealthDataSci และ https://pscm.cra.ac.th

นักศึกษา‘มข.’ใช้‘AI’นับจำนวนคน ดูความหนาแน่น-ลดเสี่ยง‘เบียดกันตาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698957

นักศึกษา‘มข.’ใช้‘AI’นับจำนวนคน  ดูความหนาแน่น-ลดเสี่ยง‘เบียดกันตาย’

นักศึกษา‘มข.’ใช้‘AI’นับจำนวนคน ดูความหนาแน่น-ลดเสี่ยง‘เบียดกันตาย’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนต่างเศร้าสลดกับโศกนาฏกรรมสุดสะเทือนขวัญของโลก จากเหตุฝูงชนเบียดกันจนเสียชีวิตระหว่างการเฉลิมฉลองเทศกาลฮาโลวีนในย่านอีแทวอนของกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ การเข้าไปเบียดของผู้คนจำนวนมากโดยไม่มีการจำกัดจำนวนคนเข้างาน ในถนนความยาวเพียง 40 เมตร กว้าง 3.2 เมตร แถมมีความลาดชันผู้คนไม่สามารถทราบสถานการณ์ภายในงานว่าหนาแน่นเพียงใด

ไม่สามารถระบุคนในตำแหน่งในถนนแต่ละสายได้ เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดสถานการณ์การเบียดกันตาย หรือ Crowd Crush มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 157 ราย และบาดเจ็บจำนวนมากในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 เวลา 22.15 น. (เวลาเกาหลีใต้) ซึ่งจากเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว นายชนม์สวัสดิ์นาคนาม นักศึกษาโครงงานปัญญาประดิษฐ์วิทยาลัยคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จึงคิดค้นนวัตกรรม “AI นับจำนวนคนเข้างานนิทรรศการ” โดยเผยว่า AI สามารถวิเคราะห์ได้ซับซ้อนมากกว่าสมองหรือดวงตาของมนุษย์ที่จะมองเห็น และมีความแม่นยำ

เพิ่มความสะดวกสบาย ประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ เหตุการณ์ สถานที่ได้อย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างโครงการของตนคือ การใช้ AI นับจำนวนคนเข้างานนิทรรศการ หรือสถานที่ที่มีคนหนาแน่น โดยโครงงานดังกล่าวสามารถระบุได้ว่าตรงไหนมีจำนวนคนหนาแน่น ซึ่งโดยปกติสายตามนุษย์จะสามารถประเมินจำนวนคนในบริเวณนั้นได้คร่าวๆ แต่อาจเกิดความล่าช้าและอาจเกิดความผิดพลาดสูง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นเพราะสามารถใช้ AI ระบุได้ว่าจุดนี้ คือคน นับได้ว่ามีกี่คนได้อย่างรวดเร็วมาก

“เพียงแค่เห็นผ่านกล้อง ประมวลผลด้วย AI โดยเราไม่ต้องนับเลย เช็คจำนวนคนเข้างาน มุ่งไปพื้นที่นั้นเลย ป้องกันการเกิดสถานการณ์การเบียดกันตาย หรือ Crowd Crush ดังโศกนาฏกรรมที่อีแทวอนประเทศเกาหลีใต้ เป็นข่าวดังทั่วโลก เราสามารถใช้นวัตกรรม AI นี้นับจำนวนคน ติดตามคนเดินในงาน เมื่อคนบริเวณนั้นมีจำนวนมากเกินไป ตั้งระบบส่งสัญญาณเตือนเป็นเสียง หรือแสดงเป็นแผนภาพสีบริเวณที่มีจำนวนคนหนาแน่น จะลดอัตราการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังที่เป็นข่าวได้และเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยด้วยการใช้ AI”นายชนม์สวัสดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถชมต้นแบบโครงการ AI นับจำนวนคนเข้านิทรรศการได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1iS36ATOdNMpgQ8ERZ6UnZUECEMNnx6DL/view?ts=6361f0ef

‘วันผู้ย้ายถิ่นสากลประจำปี 2565’ แนะแก้ปัญหาขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698954

‘วันผู้ย้ายถิ่นสากลประจำปี 2565’ แนะแก้ปัญหาขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ

‘วันผู้ย้ายถิ่นสากลประจำปี 2565’ แนะแก้ปัญหาขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) จัดงานวันผู้ย้ายถิ่นสากลประจำปี 2565 (International Migrant Day 2022) เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2565ที่ผ่านมา ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) โดย นายอดิศร เกิดมงคล ตัวแทนเครือข่ายองค์กรประชากรข้ามชาติ กล่าวว่า
จากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีแรงงานข้ามชาติจำนวนมากหลุดจากระบบการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายทั้งในเรื่องการเปลี่ยนย้ายนายจ้าง และการแก้ไขปัญหาของภาครัฐยังไม่เอื้อต่อแรงงานข้ามชาติ

โดยเฉพาะแรงงานจากประเทศเมียนมาซึ่งมีปัญหาทางการเมืองภายใน ทำให้ไม่เอื้อต่อการนำเข้า จึงเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยหากเทียบก่อนและหลังการระบาดของโควิด เฉพาะช่วงเดือนต.ค.2565พบแรงงานข้ามชาติหายไปจากระบบถึงประมาณ 160,000 คน จากแรงงานข้ามชาติที่ขออนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรีที่มีมากถึง 1,876,945 คน จากจำนวนแรงงานข้ามชาติ 2,438,794 คน

ทั้งนี้ ขั้นตอนการยื่นบัญชีรายชื่อแรงงานข้ามชาติทางระบบออนไลน์ ให้ดำเนินการภายใน 15 วัน จะต้องได้รับการอนุมัติขั้นตอนการขอเข้าใช้ระบบของนายจ้างและขั้นตอนการอนุมัติบัญชีรายชื่อถึงสองครั้งจากกรมการจัดหางานในส่วนกลางเท่านั้น ทำให้เกิดความล่าช้า และพบว่านายจ้างจำนวนมากต้องรอการอนุมัติการเข้าใช้ระบบเพื่อขอยื่นบัญชีรายชื่อถึง 5 วัน ระบบยุ่งยากสับสน ส่งผลให้ต้องใช้นายหน้า ที่ต้องเสียค่าดำเนินการตั้งแต่ 12,000-18,000 บาท ทั้งที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ควรจะเป็นจะอยู่ที่ประมาณสามพันกว่าบาท

“จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ามีแรงงานข้ามชาติมากกว่า 7 แสนคนที่ยังไม่มีหนังสือเดินทางหรือหนังสือเดินทางหมดอายุ และตลอดช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 แรงงานข้ามชาติไม่สามารถเดินทางกลับไปจัดทำหนังสือเดินทางที่ประเทศต้นทางได้เนื่องจากปิดชายแดน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ” ตัวแทนเครือข่ายองค์กรประชากรข้ามชาติ ระบุ

นายอดิศร กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันมาตรการจัดทำหนังสือเดินทางของประเทศต้นทางในประเทศไทย ทั้งโดยศูนย์ดำเนินการที่ตั้งขึ้นและสถานทูตประจำประเทศไทย ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันตามกรอบระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรี คือ ภายใน 13 ก.พ. 2566 ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงว่าแรงงานข้ามชาติมากกว่า 700,000 คนจะกลายเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายเพราะไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลได้ทัน

ดังนั้น หากจะประเมินการจัดการเรื่องแรงงานข้ามชาติและผู้อพยพโยกย้ายของรัฐบาลไทยในช่วงที่ผ่านพบว่าการดำเนินการของรัฐบาลไทยนั้นถอยหลังและสอบตกและนำไปสู่ 4 ปัญหาสำคัญ คือ 1.แรงงานข้ามชาติถูกกฎหมายหลุดระบบ 2.พบแรงงานอพยพเข้ามาอย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น 3.รัฐบาลยังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และ 4.มาตรการการจัดการยังส่งผลให้การคอร์รัปชั่นและเอื้อประโยชน์ต่อการแสวงหาประโยชน์ของระบบนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐ

สำหรับข้อเสนอสำคัญสำหรับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติและผู้อพยพของรัฐบาลไทย 1.ต้องการให้มีการทบทวนแนวทางและระยะเวลาในการดำเนินการจดทะเบียนและขอต่อใบอนุญาตทำงานออกไปตามเงื่อนไขข้อจำกัด 2.จัดระบบการดำเนินการที่ง่ายเอื้อต่อการดำเนินการของนายจ้างและแรงงานข้ามชาติ มีมาตรการดึงแรงงานข้ามชาติเข้าอยู่ระบบ ควบคู่ไปกับการป้องกันการหลุดจากระบบของแรงงานข้ามชาติ

เช่น มีมาตรการผ่อนผันให้กลุ่มแรงงานนำเข้า MoU โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพม่าที่ครบวาระการจ้างงานตามกฎหมายยังสามารถทำงานในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวจนกว่าระบบการนำเข้าแรงงานข้ามชาติจะเอื้อต่อการดำเนินมากขึ้น 3.เร่งรัดการจัดระบบคัดกรองผู้ลี้ภัย ทำระบบรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพและลงโทษอย่างจริงจังต่อเจ้าหน้าที่ที่แสวงหาประโยชน์จากข้อจำกัดของนโยบาย และ 4.จัดทำยุทธศาสตร์การจัดการแรงงานข้ามชาติ และยุทธศาสตร์การจัดการผู้อพยพเพื่อการบริหารจัดการระยะยาว

นางแฉล้ม สุกใส ตัวแทนนายจ้างกิจการก่อสร้าง กล่าวว่า สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาคือในเรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติที่ภาครัฐดำเนินการล่าช้า โดยล่าสุดมติ ครม.5 ก.ค. เปิดให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงาน 4 สัญชาติ ที่มีสถานะไม่ถูกต้อง แต่การดำเนินการที่ล่าช้าทำให้แรงงานถูกจับกุมดำเนินคดี นอกจากนั้น เมื่อนำแรงงานไปขอขึ้นทะเบียนแล้ว แม้จะได้รับเอกสารติดตัวเป็นสำเนาใบขอขึ้นทะเบียน สำเนาใบเสร็จเป็นต้น แต่เอกสารเหล่านี้ใช้แสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้

“ตำรวจบางคนไม่รับฟัง หรือไม่มีความเข้าใจในเรื่องเอกสารหลักฐานการขอขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ เขาไม่รู้ว่าเอกสารแต่ละประเภทคืออะไร ต้องดูอย่างไร จะขอดูเพียงพาสปอร์ตตัวจริงเท่านั้น เมื่อไม่มีพาสปอร์ตมาแสดงก็ถูกจับเข้าไปนอนในคุก สุดท้ายต้องให้เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานมายืนยันให้จึงถูกปล่อยตัวออกมา ถือว่าเป็นการติดคุกฟรีข้อเสนอแนะของเราคือ ภาครัฐควรปรับปรุงการทำงาน กระทรวงแรงงานกับตำรวจต้องทำความเข้าใจร่วมกัน อยากให้สื่อสาร และประสานงานกันให้เข้าใจตรงนี้มากขึ้น” นางแฉล้ม ระบุ

Thandar Myo อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) กล่าวว่า ในตอนช่วงสถานการณ์ตอนโควิดระบาด ตนได้ทำงานเป็น อสต.ของศุภนิมิต บางครั้งก็มีแรงงานข้ามชาติบางคนในชุมชนที่ลงไปทำงานไม่สบาย ก็มาขอความช่วยเหลือให้ช่วยพาไปโรงพยาบาล เพราะเขาสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ คุยกับหมอกับพยาบาลไม่รู้เรื่อง เมื่อลงไปช่วยก็สังเกตเห็นว่าที่โรงพยาบาลไม่มีล่ามเลย จึงคิดว่าหากโรงพยาบาลมี อสต.มาช่วยในการสื่อสารก็จะลดอุปสรรคปัญหาไปได้เยอะ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็จะไม่เหนื่อยมาก

“ข้อเสนอในเรื่องสถานะของ อสต.เอง ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ จึงอยากให้มีการอบรมที่ได้มาตรฐานจากหน่วยงานรัฐ และมีใบรับรองให้ เพื่อจะสามารถใช้อ้างอิงและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่แรงงานข้ามชาติในชุมชนได้ และอยากให้มีการสนับสนุนค่าตอบแทนให้กับ อสต. ที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้บ้าง ซึ่งทำงานเป็นทั้งล่ามและเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพให้กับแรงงานข้ามชาติ รวมถึงช่วยเฝ้าระวังเรื่องโรคระบาดในชุมชนแรงงาน อยากขอให้หน่วยงานรัฐของไทยช่วยผลักดันให้เป็นจริงในอนาคตได้หรือไม่” Thandar Myo กล่าว

สำหรับวันผู้ย้ายถิ่นสากล หรือ International Migrant Day ตรงกับวันที่ 18 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2533 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ได้รับรองอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานและสมาชิกในครอบครัว (CWM) และหลังจากนั้น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ได้จัดงานวันผู้ย้ายถิ่นสากลขึ้น เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของหลักการเรื่องการย้ายถิ่นฐานอย่างมีมนุษยธรรมและเป็นระเบียบจะเป็นประโยชน์กับทั้งผู้ย้ายถิ่นเองและสังคมโดยรวม

‘9 to Zero’กลยุทธ์‘ม.มหิดล’ เดินหน้า‘ขยะฝังกลบเป็นศูนย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698955

‘9 to Zero’กลยุทธ์‘ม.มหิดล’  เดินหน้า‘ขยะฝังกลบเป็นศูนย์’

‘9 to Zero’กลยุทธ์‘ม.มหิดล’ เดินหน้า‘ขยะฝังกลบเป็นศูนย์’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.กิติกร จามรดุสิต รองอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลยึดถือนับตั้งแต่ได้มีการประกาศนโยบายมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศกว่าครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา จนทำให้มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่สามารถบรรลุเป้าหมาย “Single-use Plastic” หรือลดเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้ 100% ในฐานะมหาวิทยาลัยต้นแบบระดับประเทศ คือ “การไม่หยุดที่จะตั้งคำถาม”

โดยไม่เพียงการรณรงค์ No Bag หรืองดแจกถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยมหิดลยังได้ขอความร่วมมือให้ทางร้านค้าถามผู้ซื้อถึงความจำเป็นในการใช้หลอด ช้อน ส้อมพลาสติกก่อนส่งให้พร้อมอาหารทุกครั้ง เพื่อลดปริมาณขยะภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ที่มีจำนวนมากถึงปริมาณ 5,000 กิโลกรัมต่อวันได้อย่างเห็นผล

นอกจากนี้ ยังได้รณรงค์ให้มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ และคุ้มค่าถึงแม้จะเป็นเพียงเศษอาหาร ก็ไม่ได้ทิ้งเปล่าให้เน่าเสีย ยังสามารถนำมาผ่านกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ใน “ถังหมักรักษ์โลก” (Green Cone) เพื่อทำเป็นปุ๋ยใช้บำรุงพืชพันธุ์ต่างๆ ภายในรั้วมหาวิทยาลัยมหิดลให้เขียวสดงดงามต่อไปได้อีกด้วย โดยแนวคิดเรื่องการใช้ “ถังหมักรักษ์โลก” ในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลรับนโยบายมาต่อยอดขับเคลื่อนให้นักศึกษาได้รู้จักการจัดการกับเศษอาหารได้อย่างเหมาะสมนอกเหนือจากการแยกทิ้งขยะให้ถูกถัง โดยใช้หอพักนักศึกษาเป็นโมเดลหลัก โดย “ถังหมักรักษ์โลก” มีลักษณะเป็นรูปโคนที่มีผนัง 2 ชั้น โดยได้รับการออกแบบให้สามารถกักเก็บความร้อน ช่วยให้อากาศเกิดการหมุนเวียน และช่วยในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์

วิธีใช้โดยการฝังก้นถังลงดิน เพื่อให้ดินดักจับกลิ่นและไม่ให้เกิดแมลงวัน โดยเป็นการหมักในภาวะที่มีออกซิเจน ซึ่งใช้“สารเร่ง พด.6” เติมลงถังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมักที่แทบไม่ส่งกลิ่นเหม็นออกมา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของการบรรลุเป้าหมาย “9 to Zero” ที่ว่าด้วยการทำให้ “ขยะสู่แหล่งฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero waste to landfill)” ของทั่วโลกจากหลักการทั้งหมด 9 ประการที่มุ่งหมายให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือในอีกประมาณ 8 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ อุปสรรคปัญหาในการกำจัดขยะที่ไม่สามารถฝังกลบได้ส่วนใหญ่เกิดจากขยะประเภทถุงร้อนปนเปื้อนที่ยากต่อการนำมาทำความสะอาดเพื่อนำกลับไปใช้ซ้ำ อีกทั้งยังสิ้นเปลืองน้ำที่จะต้องใช้ในการทำความสะอาด ซึ่งจะต้องนำไปผ่านการบำบัดต่อไปอีกด้วยโดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตามยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และ Roadmapการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 และตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDG 12 Responsible Consumption and Production (ผลิตและบริโภคอย่างรับผิดชอบ) แห่งองค์การสหประชาชาติ

ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมลงนามถวายพระพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698994

ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมลงนามถวายพระพร

ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมลงนามถวายพระพร

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.38 น.

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นวันที่ 3 ตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนที้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าถวายพร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ ม.ร.ว.ชฎาทิพย์ ชยางกูร, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี, นายอานันท์ ปัญญาระชุน อดีตนายกรัฐมนตรี, นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย, นายคิมซัง คอร์จิ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทย,

ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตลาว นำแจกันดอกไม้ของประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาทูลเกล้าถวาย, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรปราการ, ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัทดับเบิลเอ, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงพยาบาลซีเมคลิฟวิ่ง, สมาคมสรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ, นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย, โรงเรียนนายร้อยตำรวจ, ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี, สมาคมไทย-เยอรมัน

นายสุวัจน์ ลิปตวัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการสภาฯ, นายพินิจ จารุสมบัติ พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารงานยุติธรรมระดับสูง, สมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, โรงพยาบาลในเครือบางประกอกและปิยะเวท, ตำรวจภูธร ภาค 3, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) จำกัด (มหาชน), สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, จิตรอาสาจราจร, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดภูเก็ต, กุลบุตร กุลธิดา สภากาชาดไทย, มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา พร้อมด้วยมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6 และสมเด็จฯเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ, คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร, อธิบดีกรมโยธาและผังเมือง, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7, กองพลทหารราบที่ 9, โทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นต้น

ด้าน นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของไทย เปิดเผยภายหลังการลงนามถวายพระพร ว่า เมื่อทราบข่าวการประชวรของพระองค์ภา จึงอยากเดินทางมาถวายพระพร เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงและทุกพระองค์ในราชวงศ์ ซึ่งพระองค์ภาท่านทรงทำกิจกรรมหลายอย่างให้กับประชาชน รอบรู้ในด้านการบ้านการเมือง การทหาร ให้ความสนใจต่อทุกข์สุขของประชาชนทั่วทั้งประเทศ พระองค์ท่านทรงเป็นตัวแทนของในหลวง รวมทั้งในส่วนพระองค์ท่านเอง ที่มักจะมีพระราชกรณียกิจปลดความทุกข์ และนำความสุขมาให้กับประชาชนทั่วทุกหมู่เหล่า เมื่อท่านประชวร จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากจะร่วมถวายพระพร และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก ดลบันดาลให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วมีพระพลานามัยสมบูณ์แข็งแรง

เมื่อเวลา 15.00 น.ชาวหมู่บ้านเครือข่ายคชานุรักษ์ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, สระแก้ว รวม 51 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านใน โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้เดินทางมาร่วมทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้พร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

นายตระกูล สว่างอารมย์ ผู้แทนหมู่บ้านคชานุรักษ์และหมู่บ้านขยายผล 51 หมู่บ้าน กล่าวภายหลังลงนามถวายพระพร ว่า พอทราบข่าวว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ช้าวบ้านหมู่บ้านคชานุรักษ์ ทุกคนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกในช่วงนั้น แต่ก็ได้รวมตัวกันจัดพิธีสวดมนต์เพื่อถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวร และในวันนี้จึงได้นัดสมาชิกทั้ง 51 หมู่บ้าน เดินทางมาลงนามถวายพระพร เพื่อให้พระองค์ท่านทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน เพื่อเป็นมิ่งขวัญของชาวหมู่บ้านคชานุรักษ์ และปวงชนชาวไทยสืบไป

“พวกเราทุกคนรู้สึกน้อมสำนึกในพระกรุณาพระองค์ภาฯที่ผ่านมาพระองค์ท่านได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปพระราชทานความรู้ให้แก่สมาชิกหมู่บ้านคชานุรักษ์เกี่ยวกับเรื่องคนกับช้างป่าให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล อย่างไม่ถือพระองค์ ประทับนั่งกับพื้นรับฟังสภาพปัญหาของชาวบ้าน เพราะโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการแก้ปัญหาของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการบูรณาการทุกหน่วยงานมาช่วยกันแก้ไขปัญหาโดยมีพระองค์ท่านคอยพระราชทานคำแนะนำ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี ของการดำเนินงานหมู่บ้านคชานุรักษ์ ปัญหาระหว่างคนและช้างป่าได้หมดไปเพราะพระองค์จะทรงรับสั่งเสมอว่าเราต้องเรียนรู้พฤติกรรมช้างและปรับเปลี่ยนเวลาในการออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลรวมถึงการเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช อันเป็นการช่วยเหลือทั้งคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ดังนั้น พวกเราชาวหมู่บ้านคชานุรักษ์ทุกคนขอกราบสำนึกและถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน” นายตระกูล กล่าว

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ

– 006

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล’เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698939

'ในหลวง'ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล'เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์'

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล’เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์’

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.36 น.

“ในหลวง” ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ในโอกาสวันชาติของรัฐกาตาร์ 

18 ธันวาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลไปยังเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ในโอกาสวันชาติของรัฐกาตาร์ ซึ่งตรงกับวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ความว่า 

เชค ตะมีม บิน ฮะมัด อัษษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ กรุงโดฮา ในโอกาสวันชาติของรัฐกาตาร์ หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลเพื่อฝ่าพระบาท  ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งขอให้ประเทศและประชาชนชาวกาตาร์ ประสบความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป 

ประเทศไทยและรัฐกาตาร์มีสัมพันธไมตรีที่ดีงามต่อกัน ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐาน ของความเข้าใจอันดีและความเคารพยกย่องซึ่งกันและกัน หม่อมฉันเชื่ออย่างแน่แท้ว่า ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจร่วมกัน ประเทศของเราทั้งสองจะสร้างเสริมความร่วมมืออันใกล้ชิดในทุก ๆ ด้านให้เพิ่มพูน และกระชับมั่นยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สุขของทั้งสองฝ่ายในภายภาคหน้า  

(พระปรมาภิไธย)  มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘สถานทูตและกงสุลใหญ่’ไทย-ต่างประเทศ สวดมนต์ถวายพระพร’พระองค์ภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698923

'สถานทูตและกงสุลใหญ่'ไทย-ต่างประเทศ สวดมนต์ถวายพระพร'พระองค์ภาฯ'

‘สถานทูตและกงสุลใหญ่’ไทย-ต่างประเทศ สวดมนต์ถวายพระพร’พระองค์ภาฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.16 น.

สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ ร่วมกับ ชุมชนไทย สวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร “สมเด็จฯเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” 

18 ธันวาคม 2565 สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ ร่วมกับชุมชนไทย จัดพิธีสวดมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้ 

สถานเอกอัครราชทูตไทย  ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และ เจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายพระพร ณ วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา โดยข้าราชการสำนักงานทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในกรุงแคนเบอร์ราเข้าร่วม โดยมีพระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโรเป็นประธานคณะสงฆ์

พร้อมลงนามถวายพระพร หน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ว

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ทีมประเทศไทย ณ กรุงปราก และชุมชนไทยในสาธารณรัฐเช็ก ได้ร่วมกันทำวัตรเช้า สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ณ วัดธรรมกิตติวงศ์ กรุงปราก ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมีพระมหาสันติ ธัมมทัสสีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครชิคาโก รัฐอิลลินอย สหรัฐอเมริกา  จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ณ วัดธัมมาราม นครชิคาโก ทั้งนี้ วัดธัมมารามฯ กำหนดจะเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพร ต่อเนื่องกับการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็นเป็นประจำทุกวันเป็นต้นไป

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครซิดนีย์  ประเทศออสเตรเลียข้าราชการทีมประเทศไทย และชุมชนไทยในนครซิดนีย์ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยคณะสงฆ์จากวัดพุทธรังษี แสตนมอร์ ร่วมกับวัดพุทธรังษี แอนนันเดล ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ณ วัดพุทธรังษี แอนนันเดล

สถานเอกอัครราชทูตไทย  ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ร่วมกับ พระศรีโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี นิมนต์พระสงฆ์นานาชาติเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา.012

พสกนิกรทั่วไทย! ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัย’พระองค์ภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698899

พสกนิกรทั่วไทย! ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัย'พระองค์ภาฯ'

พสกนิกรทั่วไทย! ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัย’พระองค์ภาฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.09 น.

เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ฯ นำพสกนิกรเจริญภาวนา ขอพรพระธาตุพนม ถวาย“พระองค์ภา”ทรงหายจากพระอาการประชวร

18  ธันวาคม 2565 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 นำพสกนิกร ประชาชน นักท่องเที่ยว  ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐาน สวดมนต์บทโพชฌังคปริตร บำเพ็ญกุศลพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

นอกจากนี้ยังได้ร่วมเวียนเทียนสักการบูชา อธิษฐานจิตขอพรองค์พระธาตุพนมสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ซึ่งภายในบรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประทานพรให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ถวายเป็นพระพรชัยมงคล ตามประเพณีความเชื่อ เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวนครพนม

โดยพิธีดังกล่าวชาวพุทธเชื่อว่าเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญ นอกจากจะเป็นพุทธานุสติแล้ว ยังเป็นพุทธานุภาพ สามารถช่วยป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เป็นการเสริมชะตาให้ยืนยาว เป็นมงคลในชีวิต มีความเป็นอยู่ที่ปราศจากโรคภัยทั้งหลายทั้งปวง และมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตสืบไป

ทั้งนี้ บทสวดโพชฌังคปริตร หรือโพชฌังคสูตร เป็นบทสวดในสมัยพุทธกาลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ใช้สวดเมื่อตัวเองเจ็บป่วย หรือสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน เชื่อกันว่า อานิสงส์แห่งการเจริญพระพุทธมนต์บทนี้ ทำให้เกิดสมาธิและความสงบใจ บรรเทาอาการเจ็บป่วยด้วยสภาพจิตที่สงบ และจะเกิดอานุภาพมากหากบำเพ็ญจิตเจริญภาวนาควบคู่ไปด้วย หรือในโอกาสสำคัญ เช่น วันเกิด วันปีใหม่ มีการสวดบทโพชฌังคปริต อวยพรให้มีความสุขสวัสดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและให้มีอายุยืน

พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร 

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ 17 ธันวาคม 2565 เวลา 19.00 น. ที่ วัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อร่วมถวายพระพรชัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยมีพระราชสุทธิวิมลธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดกระบี่  เจ้าอาวาสวัดกระบี่น้อย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีพระภิกษุ สามเณร ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวาย

การประกอบพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าว เป็นไปตามที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ทรงมีพระบัญชาโปรดให้สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แจ้งวัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ ให้คณะสงฆ์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพิเศษ ต่อจากการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น เพื่อถวายพระพรชัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นักเรียนสวดพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยเลย นำคณะครูนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาสวดพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณบริเวณโดมเอนกประสงค์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยเลย อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย.012