บพค.พัฒนากำลังคน สำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700665

บพค.พัฒนากำลังคน สำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล

บพค.พัฒนากำลังคน สำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.20 น.

บพค.พัฒนากำลังคนสำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล มุ่งสนองเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย

ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)พร้อมด้วย ผศ.ดร.วรจิตต์ เศรษฐพรรค์ (รองผู้อำนวยการฯ) และบุคลากรเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าร่วมงานเปิด “โครงการพัฒนากำลังคนสำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล เพื่อตอบสนองเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย”ที่สนับสนุนทุนวิจัยโดย บพค. งบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กววน.) ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ จัดโดย ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

                ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผอ.บพค. ในนามประธานในพิธีเปิดงานฯกล่าวว่า รัฐบาลไทยได้มีการประกาศตั้งเป้าหมายบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายใน หรือก่อนหน้าปี 2065 ในการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) นั้น แต่การที่จะตั้งเป้าหมายการลดให้ได้ผลสำเร็จ องค์กรนั้นจะต้องมีการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตนเองเพื่อตั้งเป็นปีฐานที่ใช้ในการอ้างอิงการตั้งเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจก และเพื่อให้การตั้งเป้าหมายนั้นมีความน่าเชื่อถือ มีความแม่นยำและมีความโปร่งใสในการประเมิน โดยการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรนั้นต้องได้รับการทวนสอบจากหน่วยงานภายนอก เพื่อเป็นการยืนยันว่าปริมาณการปล่อยหรือการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรมีความถูกต้อง สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งหน่วยงานรับรองการรายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร หรือ โครงการนั้น มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องด้วยทรัพยากรบุคคลในประเทศไทยยังขาดคุณสมบัติและโอกาสที่จะสามารถพัฒนาตนเองให้ไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานได้ และขาดแคลนหน่วยงานทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจก ต้องอาศัยหน่วยงานทวนสอบที่ต่างชาติ ทำให้องค์กรในประเทศไทยที่ต้องการของการรับรองมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากการขอการรับรองจากบริษัทต่างชาติ ซึ่งอาจจะส่งผลกับการตัดสินใจของผู้ประกอบการที่จัดทำกิจกรรมรายงานก๊าซเรือนขององค์กรได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนากำลังคนในด้านการทวนสอบก๊าซเรือนกระจก โดยมีหลักสูตรพัฒนาทักษะด้านการประเมินรายงานก๊าซเรือนกระจก ทักษะให้มีคุณสมบัติที่พร้อมเป็นผู้ทวนสอบได้ พร้อมทั้งเพิ่มหน่วยงานในประเทศไทยให้สามารถรับรองระบบเพื่อรับรองรายงานก๊าซเรือนกระจกที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งจะสามารถขยายตลาดไปให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้อีกด้วย

                โครงการพัฒนากำลังคนสำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล เพื่อตอบสนองเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยนี้ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพค. ภายใต้ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กววน.) งบประมาณปี 2565โดยโครงการฯ มุ่งพัฒนา 4 หลักสูตร ประกอบด้วย (1) หลักสูตรพื้นฐานการประเมินและทวนสอบภายในโปรแกรมก๊าซเรือนกระจก (2) หลักสูตรอบรมผู้ทวนสอบ (3) หลักสูตรรองรับระบบงาน และ(4) หลักสูตรข้อกำหนดมาตรฐานสากลโดยมีเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะด้านการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกให้มีคุณสมบัติพร้อมเป็นผู้ทวนสอบ รุ่นที่ 1 ในปี 2565 จำนวน 100 คน และในรุ่นที่ 2 ในปี 2566 จำนวน 100 คน โดยในขณะนี้มีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ที่มาจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและอุตสาหกรรม รวมจำนวนกว่า300 คน

#บพค #PMUB #กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กววน

#เคลื่อนไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม #ขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #ววน

พสกนิกรร่วมถวายพระพร พระองค์ภา เนืองแน่นโรงพยาบาลจุฬาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700590

พสกนิกรร่วมถวายพระพร พระองค์ภา เนืองแน่นโรงพยาบาลจุฬาฯ

พสกนิกรร่วมถวายพระพร พระองค์ภา เนืองแน่นโรงพยาบาลจุฬาฯ

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พสกนิกรร่วมถวายพระพรพระองค์ภา เนืองแน่นโรงพยาบาลจุฬาฯ ขอให้หายพระประชวรโดยเร็ว สำนึกในพระกรุณาธิคุณ

ประชาชนเดินทางมาลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2565 เวลา 13.45น.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงเยี่ยมพระอาการประชวร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเสด็จกลับในเวลา 14.57น.

ต่อมาเวลา 14.35 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้เชิญแจกันดอกไม้ มาถวายที่หน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เชิญแจกันดอกไม้ ขึ้นไปถวาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

จากนั้นเวลา 16. 05 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ มายังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และทรงพระดำเนินไปยังสถานที่ลงนามถวายพระพร ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ในการนี้ ทรงถวายแจกันดอกไม้หน้าพระรูป พร้อมถวายพระรอด วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร รุ่นปิดทอง ปี 51 อ.เมือง จ.ลำพูน

และลงพระนามเยี่ยมในสมุดลงพระนาม ถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาด้วย และเดินทางกลับเวลา 16.10 น.

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และผู้บริหารโรงพยาบาล พร้อมด้วยประชาชนจำนวนมากเฝ้ารับเสด็จ

และตลอดวันนี้ได้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ใช้โอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์ นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงพระนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ คณะผู้บริหารและครู โรงเรียนฝวา หมินกงลิและโรงเรียนพุทธยาคมศรียาภัย อ.เมือง จ.ชุมพร, คณะผู้บริหารคณาจารย์และตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, บริษัทเวก้าเนเจอรัล จำกัด, ครอบครัวพลศรี, มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สหกรณ์บริการ IRPC ระยอง จำกัด, คณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ยานเวศ เขตสาธร กรุงเทพฯ, วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์, ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี, นายทองเลี่ยม พุกทอง นายกสมาคมเดอะเชฟ ประเทศไทย พร้อมคณะ, ชุมชนกระเหรี่ยง หมู่บ้านนาสวน ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี, สมาคคมพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี, สมาคมสตรี จ.เชียงราย, ราชสกุลเกษมสันต์, สมาคมสตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทาน นำอาหารพระราชทานเมื่อเที่ยง วันนี้เป็นเมนู“ข้าวขาหมู”พร้อมน้ำดื่มและอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพรและมารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00น.ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

‘สถาบันฯ วิจัยครูอาเซียน’ ส่งเสริมเรียนรู้‘Computational Thinking’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700567

‘สถาบันฯ วิจัยครูอาเซียน’ ส่งเสริมเรียนรู้‘Computational Thinking’

‘สถาบันฯ วิจัยครูอาเซียน’ ส่งเสริมเรียนรู้‘Computational Thinking’

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ ศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษาและมูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนาทักษะการคิด จัดการบรรยายพิเศษและการอบรมเชิงปฏิบัติการ“Programming Activity to develop Mathematical Thinking at Kindergarten and Primary school levels“ ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันฯ วิจัยครูอาเซียน กล่าวเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า เป็นโอกาสที่ดี ที่ได้เรียนรู้ว่าสถานการณ์อัปเดตของโลก มีการที่จะต้องนำเรื่องของการพัฒนา programming thinking ผ่าน programming activities นำเข้าสู่โรงเรียน ไม่ใช่การสอนรายวิชาแบบเดิมอีกต่อไป ทำอย่างไรจะสามารถร้อยเรียง Mathematical thinking โดยใช้ programming activities เข้าไปในรายวิชาต่างๆ ได้ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก

จากนั้น Prof. Masami Isoda จาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับ APEC and SEAMEO frameworks for designing programming activities in classrooms WITHOUT teaching programming language ให้กับบุคลากรทางการศึกษา ครู นักศึกษาและผู้ที่สนใจ ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) รวมถึงได้ฝึกปฏิบัติผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ 2 ช่วงการอบรม

เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปปรับใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนในโรงเรียน ช่วงที่ 1การอบรมเชิงปฏิบัติการ เกี่ยวกับ problem posing in mathematics classroom for learning visible programming language ช่วงที่ 2การอบรมเชิงปฏิบัติการ เกี่ยวกับ challenge Robot Programming and how to make clear mathematical thinking ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วยผู้อำนวยการและคุณครูจากโรงเรียนสันติธรรมวิทยา จังหวัดอุดรธานี คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา รวมถึง นักศึกษาฝึกสอน เข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางออนไลน์ จำนวน 17 คน และเข้าร่วม ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน จำนวน 54 คน

การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ สนับสนุนให้บุคลากรทางการศึกษา คณาจารย์ นักศึกษาฝึกสอนและผู้ที่สนใจ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) รวมถึงได้แลกเปลี่ยน ฝึกปฏิบัติ เพื่อให้มีแนวทางในการนำไปจัดกิจกรรมและการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนและยังเป็นโอกาสอันดีที่ได้รับความรู้รวมถึงทราบทิศทางการศึกษาของโลกที่เปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปปรับใช้ในโรงเรียนต่อไป

‘สสส.’สานพลัง‘กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม’ ลุยสร้างสุขภาพพนักงาน‘SMEs’34จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700569

‘สสส.’สานพลัง‘กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม’  ลุยสร้างสุขภาพพนักงาน‘SMEs’34จังหวัด

‘สสส.’สานพลัง‘กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม’ ลุยสร้างสุขภาพพนักงาน‘SMEs’34จังหวัด

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สสส. สานพลัง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลุยสร้างสุขภาพพนักงานSMEs ใน 34 จังหวัด โมเดล Happy Workplace เพิ่มความสุขทุกมิติ 64% มูลค่าผลตอบแทน64 ล้านบาท ช่วยเลิกเหล้า-บุหรี่ ลดค่าใช้จ่ายกว่า 8 ล้านบาท เชื่อมแนวคิด Happy Money ออมเงินทะลุ 21 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น โฮเต็ล กรุงเทพฯ นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. มุ่งให้คนทำงานมีความสุข

ภายใต้แนวคิดองค์กรสุขภาวะ(Happy Workplace) โดยเฉพาะกลุ่มสถานประกอบการ SMEs ที่มีถึง3 ล้านแห่ง จึงได้สานพลังกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคีเครือข่าย ริเริ่มโครงการส่งเสริมสุขภาวะองค์กรในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs Happy and Productive Workplace : SHAP) ซึ่งในระยะที่ 3 มีสถานประกอบการเข้าร่วม 80 แห่ง ใน 34 จังหวัด พนักงานรวม 12,425 คน ผลค่าความสุข จากนวัตกรรม HAPPINOMETER ใน 8 มิติ

พบก่อนดำเนินงานค่าความสุขอยู่ที่ 59.15% หลังจากการดำเนินส่งเสริมสุขภาวะองค์กรมีค่าเฉลี่ยความสุขเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 64.37% ส่งผลให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องสุขภาวะ 1 ในนั้นคือการจัดการความเครียดจากปัญหาการเงินส่วนตัว วางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในวัยเกษียณ ทั้งนี้ มีสถานประกอบการได้รับรางวัลวิสาหกิจต้นแบบระดับเพชร 3 รางวัล ระดับแพลทินัม 12 รางวัล ระดับทอง 20 รางวัล

นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการ SHAP หัวใจสำคัญคือ คนเป็นศูนย์กลาง มุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรควบคู่ไปกับการสร้างความสุขให้แก่บุคลากรในสถานประกอบการ และผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs เห็นความสำคัญและมีนโยบายสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพและการสร้างสุขภาวะองค์กร

ซึ่ง SMEs ของไทยคิดเป็น99.57% ของจำนวนวิสาหกิจทั้งประเทศและมีจำนวนการจ้างแรงงานกว่า 17 ล้านคน เป็นกำลังสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย ผลการดำเนินงานช่วยให้เกิดผลลัพธ์และผลตอบแทน ด้านคุณภาพ ต้นทุน การส่งมอบ ความปลอดภัยในการทำงาน ขวัญและกำลังใจของพนักงานการจัดการสิ่งแวดล้อม จริยธรรมในการทำงาน ผลิตภาพที่เพิ่มมีมูลค่ากว่า 64 ล้านบาท

นายวุฒิชัย ประชาพรผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ดำเนินโครงการ SHAP กล่าวว่า โครงการ SHAP เริ่มดำเนินการตั้งแต่ส.ค. 2563 ถึง ก.ค. 2565 พบว่า กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษามีพนักงานเข้าร่วม 4,317 คนลดค่าใช้จ่ายการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเงิน 8.55 ล้านบาท เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 107 คน เลิกสูบบุหรี่ 53 คน

ดูแลสุขภาพมีค่า BMI ที่ดีขึ้น1,448 คน ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสาร 9,384 ตารางเมตรสามารถปลูกผักได้ 8,668 กิโลกรัมทั้งนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอื่นๆ เช่น Happy Work life ได้ดำเนินกิจกรรมในการสร้างสวัสดิการต่างๆ รวมมูลค่า 10,823,643 บาท กิจกรรม Happy money ส่งเสริมการออม พนักงานสามารถออมเงินเป็นจำนวน 21.2 ล้านบาท

เผยผลวิจัยมากกว่า 7,000 ชิ้น ยืนยันบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายต่อร่างกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700570

เผยผลวิจัยมากกว่า 7,000 ชิ้น  ยืนยันบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายต่อร่างกาย

เผยผลวิจัยมากกว่า 7,000 ชิ้น ยืนยันบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายต่อร่างกาย

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า ตามที่มีข่าวปรากฏเกี่ยวกับรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ของกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎรนั้น ความเห็นของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ เกี่ยวกับแนวทางบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยคือ ยังไม่มีงานวิจัยที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนในระยะยาว

ทั้งนี้ จากรายงานวิจัยของ NASEM (National Academies of Science, Engineering and Medicine, USA) ตั้งแต่ปี 2018-2021 มีรายงานวิจัยใหม่ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์มากกว่า 7,000 ชิ้น พบอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าต่อระบบต่างๆ ของร่างกายชัดเจน โดยบ่งชี้ถึงผลกระทบของไอบุหรี่ไฟฟ้าต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งนักวิจัย นักวิชาการทั่วโลกรวมถึงไทยที่ห่วงใยถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า ต่างเรียกร้องให้ออกมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

สอดคล้องกับรายงานของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University – ANU) ค.ศ.2022 ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่อสุขภาพในไอบุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษมากกว่า 100 ชนิด ซึ่งอันตรายของนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและการทำงานของสมองโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่แต่มาสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีโอกาสสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้า

และรายงานสรุปพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของ ANU ปี 2020 พบว่าอัตราการสูบบุหรี่มวนลดลงได้ด้วยมาตรการทางกฎหมายและการให้บริการช่วยเลิกบุหรี่ ซึ่งในกลุ่มคนที่เลิกบุหรี่ได้ส่วนใหญ่ใช้วิธีหักดิบ (cold turkey) ส่วนอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากลับค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนอายุ 14-17 ปี ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และพบว่าผู้ที่เคยสูบบุหรี่ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยเลิกบุหรี่มีโอกาสกลับเป็นผู้สูบบุหรี่ซ้ำสูง

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในรายงานของกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ ฉบับนี้ ยังมีข้อเสนอแนะถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการค้าผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดกฎหมายคือการเข้าร่วมพิธีสารว่าด้วยการขจัดการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมาย ในกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก และในรายงานฉบับนี้ ไม่มีส่วนใดเลยที่เสนอให้ยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าและห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ รวมทั้งรัฐสภา จึงต้องสนับสนุนนโยบายนี้ เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า และไม่ให้เกิดหายนะทางสาธารณสุข

เช่นที่กำลังเกิดขึ้นกับอังกฤษ ที่พบเด็กอายุ 15 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 18% โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงมีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงกว่าเด็กผู้ชาย เพิ่มจาก 10% เป็น 21%ระหว่างปี 2018-2021 เด็กที่สูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจาก 29% เป็น 61% และนิวซีแลนด์ พบเด็กสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหลังยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้าจาก 1.8% เมื่อปี 2018 เพิ่มเป็น 9.6% ในปี 2021 แม้ว่าประเทศเหล่านี้มีกฎหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าให้เด็กต่ำกว่า 18 ปี

มจธ.-สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700568

มจธ.-สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย  จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022)

มจธ.-สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022)

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวถึงงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 : The 34th Annual Meeting of the Thai Society for Biotechnology and International Conference (TSB2022) ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Bioeconomy : Challenges and Opportunities” ณ ห้องประชุม โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่24-25 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา ว่า การประชุมนี้เป็นโอกาสที่ดีในการผลักดันเรื่อง BCG (Bio-Circular-Green Economy)

สอดรับกับประกาศ ปฏิญญาของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ค.ศ. 2022 และเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดและมีประสิทธิภาพโดยพยายามไม่ให้มีของเสียเหลือทิ้ง และต้องไม่เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่ง Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน คือ หลักสำคัญหนึ่ง คือ ลดการเกิดของเสียเหลือทิ้ง พยายามนำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

“ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้มีงานวิจัยด้าน BCG จำนวนมาก เช่น การแพทย์แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการเรียนการสอนคณะแพทย์ แต่เรามีวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการทำงานของแพทย์ และการทำวิจัยเรื่องกากเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้าชีวมวลเราก็นำมาสกัดเพื่อใช้ประโยชน์ได้ เป็นการเกื้อหนุนการทำงานในฐานะการเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความรู้ด้านวิชาการในการช่วยเหลือสังคม ภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ที่ทำให้การพัฒนาเดินไปได้ นอกเหนือจากการผลิตบัณฑิตและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการกระตุ้นนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น” รศ.ดร.สุวิทย์ กล่าว

ศ.ดร.เพ็ญจิตร ศรีนพคุณ นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภายใต้หัวข้อ Sustainable Bioeconomy ในปีนี้ที่ประชุมเน้นเรื่องทำอย่างไรที่จะพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้ Bioeconomy หรือเศรษฐกิจชีวภาพเข้ามาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะ value chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมาทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด

“การดึงคนที่เกี่ยวข้องจากสาขาต่างๆ มารวมกลุ่มกัน เป็นความท้าทายทั้งห่วงโซ่คุณค่าที่มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปัจจัยการผลิตของสินค้าใดสินค้าหนึ่ง ในการนำมาพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด ขณะที่ไทยเองก็มีวัตถุดิบมากแต่บางครั้งก็ไม่ได้รับความสนใจ ดังนั้น เราจึงต้องไปค้นไปปลุกให้เกิดความสนใจขึ้นมา ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้เกิดการขยายองค์ความรู้ใหม่ๆ ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่วิทยากรแต่ละท่านมานำเสนอมุมมอง ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมต่อได้ในที่สุด” ศ.ดร.เพ็ญจิตรกล่าว

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางวิชาการ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้กว่า 300 คน ภายในงานประกอบด้วยการบรรยายของวิทยากรรับเชิญและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ในระดับแนวหน้าจากในประเทศและต่างประเทศ

อาทิ Prof. Dr. Kohsuke Honda จาก Osaka University ในหัวข้อเรื่อง “In Vitro Reconstitution of Synthetic Metabolic Pathway using Thermophilic Enzymes” ศ.ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น สถาบันวิทยสิริเมธี ในหัวข้อเรื่อง “Enzymes, Biocatalysis and Metabolic Engineering for Sustainability” ศ.ดร.เทวัญ จันทร์วิไลศรีมหาวิทยาลัยมหิดล ในหัวข้อเรื่อง “Alternativetherapeutics to tackle AMR pathogens (ATTACK-AMR) : A case of Clostridioidesdifficile”

และ ศ.ดร.สุทธวัฒน์ เบญจกุล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในหัวข้อเรื่อง “Collagen and hydrolyzed collagen from fish skin: Process development and bioactivities” และการนำเสนอผลงานของนักวิชาการและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ รวม 5 หัวข้อ ได้แก่ Molecular and Medical Biotechnology, Industrial and Environmental Biotechnology, Food Technology and Food Engineering, Agricultural Biotechnology, และ Microbiome and Systematic Biology

ทั้งนี้ ในเวทีประชุมมีการมอบรางวัล 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัล “ปาฐกถาอายิโนะโมะโต๊ะ” แก่นักวิจัยดีเด่นเทคโนโลยีชีวภาพประจำปี 2565 ครั้งที่ 34 ให้แก่ รศ.ดร.ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ. จากผลงานวิจัยเรื่อง “โอลิโกเพปไทด์จากกากโปรตีนพืช ด้วยเทคโนโลยีสะอาด เป็นสารส่วนประกอบเชิงหน้าที่มูลค่าสูงในอาหารและการเกษตร” พร้อมทุนสนับสนุนงานวิจัยมูลค่า 100,000 บาท โดยรางวัลนี้ถือเป็นรางวัลที่มอบให้กับงานวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงไม่เพียงแต่ตีพิมพ์ในวารสารเท่านั้น

รศ.ดร.ณัฎฐากล่าวว่า งานวิจัยนี้ใช้เทคโนโลยีสะอาดหรือเทคโนโลยีสีเขียว (green technology) สำหรับการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสท ประกอบด้วย โอลิโกเพปไทด์และกรดอะมิโนอิสระ ผลิตจากกากโปรตีนพืชและธัญพืช และโปรตีนไอโซเลท ย่อยด้วยเอนไซม์โปติเอส โดยเน้นเฉพาะโบรมิเลน (Bromelain) ซึ่งสกัดได้จากแกนสับปะรดเป็นการลดการใช้สารเคมี ผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมสับปะรดในไทย เป็นเศรษฐกิจสีเขียว หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน โอลิโกเพปไทด์ได้นำมาใช้เป็นสารส่วนประกอบเชิงหน้าที่มูลค่าสูง

โดยใช้เสริมโปรตีนในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ตลอดจนได้คิดค้นงานวิจัยและพัฒนาการผลิตทำให้ผลิตได้อย่างต่อเนื่องได้ปริมาณมาก ใช้เวลาน้อย ไม่มีกากเหลือทิ้งใช้ในอาหาร รวมทั้งได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อนำไปใช้ในการผลิตสารกระตุ้นพืชในเชิงพาณิชย์ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

นอกจากนี้ภายในงานยังได้มอบ รางวัลทะกุจิ ประเภทนักวิจัยดีเด่น ให้แก่ ดร.วิรัลดาภูตะคาม หัวหน้าทีมวิจัย ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จากผลงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาเทคโนโลยีการค้นหาและจีโนไทป์สนิปประสิทธิภาพสูงเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรไทยและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน”

‘องค์หริภา’เสด็จถวายแจกันดอกไม้-พระรอด พร้อมลงพระนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700533

'องค์หริภา'เสด็จถวายแจกันดอกไม้-พระรอด พร้อมลงพระนามถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

‘องค์หริภา’เสด็จถวายแจกันดอกไม้-พระรอด พร้อมลงพระนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.02 น.

เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 25 ธันวาคม 2565 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงเยี่ยมพระอาการประชวร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเสด็จกลับในเวลา 14.57 น.

ต่อมาเวลา 14.35 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้เชิญแจกันดอกไม้ มาถวายที่หน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เชิญแจกันดอกไม้ ขึ้นไปถวาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

จากนั้นเวลา 16.05 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ มายังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และทรงพระดำเนินไปยังสถานที่ลงนามถวายพระพร ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ในการนี้ ทรงถวายแจกันดอกไม้หน้าพระรูป พร้อมถวายพระรอด วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร รุ่นปิดทอง ปี 51 อ.เมือง จ.ลำพูน และลงพระนามเยี่ยมในสมุดลงพระนาม ถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาด้วย และเดินทางกลับเวลา 16.10 น.

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และผู้บริหารโรงพยาบาล พร้อมด้วยประชาชนจำนวนมากเฝ้ารับเสด็จ

และตลอดวันนี้ได้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ใช้โอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์ นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงพระนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ

คณะผู้บริหาร และครู โรงเรียนฝวา หมินกงลิ และโรงเรียนพุทธยาคมศรียาภัย อ.เมือง จ.ชุมพร, คณะผู้บริหารคณาจารย์และตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, บริษัทเวก้าเนเจอรัล จำกัด, ครอบครัวพลศรี, มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สหกรณ์บริการ IRPC ระยอง จำกัด, คณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ยานเวศ เขตสาธร กรุงเทพฯ, วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์, ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี, นายทองเลี่ยม พุกทอง นายกสมาคมเดอะเชฟ ประเทศไทย พร้อมคณะ, ชุมชนกระเหรี่ยง หมู่บ้านนาสวน ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี, สมาคคมพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี, สมาคมสตรี จ.เชียงราย, ราชสกุลเกษมสันต์, สมาคมสตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทาน นำอาหารพระราชทานเมื่อเที่ยง วันนี้เป็นเมนูข้าวขาหมู พร้อมน้ำดื่ม และอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร และมารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

– 006

ประชุมใหญ่สมาคมผู้ปกครองและครูรร.เตรียมทหาร เลือก‘พล.ต.คม วิริยะเวชกุล’นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700517

ประชุมใหญ่สมาคมผู้ปกครองและครูรร.เตรียมทหาร เลือก‘พล.ต.คม วิริยะเวชกุล’นั่งนายกฯ

ประชุมใหญ่สมาคมผู้ปกครองและครูรร.เตรียมทหาร เลือก‘พล.ต.คม วิริยะเวชกุล’นั่งนายกฯ

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.06 น.

ประชุมใหญ่สมาคมผู้ปกครองและครูรร.เตรียมทหาร เลือก‘พล.ต.คม วิริยะเวชกุล’นั่งนายกฯ

25 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุมพินิตประชานาถ ศาลาว่าการกลาโหม พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผบช.สอท.ในฐานะนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ขึ้น

พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมที่สำคัญของสมาคมในรอบหนึ่งปี ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสรุปผลการปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมาแล้วยังจะมีการพิจารณารับรองงบดุลประจำปี และการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปีอีกส่วนหนึ่งด้วย และที่สำคัญคือจะมีการเลือกนายกสมาคมเพื่อทำหน้าที่บริหารขับเคลื่อนงานของสมาคมในปีบริหารต่อไป

พล.ต.ต.วิวัฒน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าได้บริหารงานมาครบ 1 ปี แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานของสมาคมเป็นไปด้วยความต่อเนื่อง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของสมาคม  ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกนายกสมาคมขึ้นใหม่ ให้เป็นไปตามครรลอง และขนบธรรมเนียมที่ดีของสมาคม ที่ได้มีการยึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2565 เป็นต้นมา  ถึงแม้ว่าจะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไปแล้วก็ยังจะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนภารกิจกิจการของสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหารอย่างต่อเนื่องตลอดไป

ผลการเลือกนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหารในวันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ พล.ต.คม วิริยะเวชกุล เป็นนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร สมัยปีบริหาร 2564 – 2565 คนต่อไป

สำหรับพล.ต.คม วิริยเวชกุล ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ผู้ช่วยทูตทหารบกและรักษาราชการผู้ช่วยทูตทหารบกไทยประจำกรุงมอสโก และผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ขณะที่พล.ต.คม วิริยเวชกุล นานกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหารคนที่20 กล่าวว่า จะสานต่องานของสมาคมตามเจตนารมย์และวัตถุประสงค์ที่วางไว้ทุกประการและจะพยายามขับเคลื่อนงานของสมาคมไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ให้ถูกต้องเหมาะสมตามครรลองที่เคยปฏิบัติมา และจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างนักเรียน ผู้ปกครอง กับโรงเรียนเตรียมทหารให้ดีที่สุด ทั้งนี้จะผลิตผลงานที่สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติโดยรวมให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

สำหรับสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหารก่อตั้งมาแล้วกว่า 29 ปี มีผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ มาแล้ว 18 ท่าน ประกอบด้วย

1.พลโท มนตรี ทิพวาที 2535-2536

2.พลโท นิพัฒน์ บุณยรัตนพันธุ์ 2536-3537

3.พลตรี จำลอง บุญกระพือ 2538-2539

4.พลอากาศเอก อนันต์ กลินทะ 2539-2540

5.พลโท ณรงค์ จารุเศรณี 2540-2542

6.พลโท วินัย ภัททิยกุล 2542-2543

7.พลอากาศโทไพบูลย์ จันทร์หอม 2543-2544

8.พลโท ชาญวิช ศรีธรรมาวุฒี 2544-2546

9.พลเรือตรี ศิริชัย ขนิษฐกุล 2546-2547

10.พลอากาศโท สมควร พิมพ์ภาค 2547-2548

11.พลโท วรวัฒน์ อินทรทัต 2549-2551

12.พลอากาศโท ประจิน จั่นตอง 2551-2552

13.พลโท องอาจ รัตนวิชัย 2552-2554

14.พลตรี ธิวา เพ็ญเขตกรณ์ 2554-2555 และ2557-2560

15.พลโทชิงชัย สังวรนิตย์ 2555-2557

16.พลเอก สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ 2560-2561

17.พลเอก ณัฏฐพัชร สกุลรังสฤษฏ์ 2562-2563

18.พลโท ภัทรพล ภัทรพัลลภ 2564-2565

19.พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำขำนาญ 2564-2565

20.พล.ต.คม วิริยะเวชกุล 2565-ปัจจุบัน

‘ตั๋วครู’ราบรื่น! ‘ตรีนุช’ตรวจสนามสอบ ย้ำคุมเข้มสกัดทุจริต ประกาศผล 3 ก.พ.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700500

'ตั๋วครู'ราบรื่น! 'ตรีนุช'ตรวจสนามสอบ ย้ำคุมเข้มสกัดทุจริต ประกาศผล 3 ก.พ.66

‘ตั๋วครู’ราบรื่น! ‘ตรีนุช’ตรวจสนามสอบ ย้ำคุมเข้มสกัดทุจริต ประกาศผล 3 ก.พ.66

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.15 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2565 ที่สนามสอบโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย กรุงเทพมหานคร น.ส. ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง มี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา , รศ.สุพักต์ พิบูลย์ อนุกรรมการอำนวยการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู , ผศ.ดร.นวรินทร์ ตาก้อนทอง รองผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว.และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงานการตรวจเยี่ยมการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ.2565 ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ดำเนินการจัดการทดสอบฯ พร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 24 – 25 ธ.ค.65 จำนวน 4 วิชา ได้แก่ วิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร , วิชาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร , วิชาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา และวิชาชีพครู ใน 9 สนามสอบ และจะประกาศผลสอบวันที่ 3 ก.พ.66 ผ่านทางเว็บไซต์ https://ksp.thaijobjob.com/202211/index.php หรือผ่านระบบ KSP Self-Service ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยตรวจสอบและพิมพ์ผลการทดสอบฯ เป็นรายบุคคล ในรายวิชาที่เข้าทดสอบผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมสนามสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ดำเนินการจัดการทดสอบฯ ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ทุกสนามสอบมีมาตรการเข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยในการทดสอบฯ ครั้งที่ 2 ผู้มีสิทธิ์เข้าทดสอบ จำนวน 53,745 คน จากผู้สมัครทั้งสิ้น 57,082 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 156,070 ที่นั่ง และชาวต่างประเทศ 186 ที่นั่ง รวมเป็น 156,256 ที่นั่ง มี 9 ศูนย์สอบ 20 สนามสอบ จำแนกผู้มีสิทธิ์เข้าสอบตามสนามสอบ จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ สนามสอบกรุงเทพฯ 24,636 คน จังหวัดนครปฐม 13,523 คน จังหวัดเชียงใหม่ 14,559 คน จังหวัดพิษณุโลก 15,561 คน จังหวัดชลบุรี 6,148 คน จังหวัดขอนแก่น 36,551 คน จังหวัดนครราชสีมา 19,130 คน จังหวัดสงขลา 17,287 คน และจังหวัดสุราษฎ์ธานี 8,853 คน

“ในการจัดทดสอบยังมีผู้มีสิทธิ์เข้าสอบที่เป็นกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เป็นผู้บกพร่องทางการเห็น 35 คน ตั้งครรภ์ 140 คน บกพร่องทางการได้ยิน 18 คน และบกพร่องทางร่างกาย 35 คน เป็นต้น ขณะที่บางคนต้องนั่งวิลแชร์ ซึ่งทางสนามสอบต่างๆ ก็ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าสอบให้อย่างเหมาะสม รวมถึงข้อสอบที่ใช้ในการสอบก็เป็นไปตามมาตรฐานในการจัดสอบด้วย นอกจากนี้ ผู้เข้าสอบต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติและมาตรการป้องกันเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 และมาตรการป้องกันแต่ละศูนย์สอบตามความเหมาะสม” น.ส.ตรีนุช กล่าว

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700494

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่66

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่66

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.50 น.

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่66

เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป และลายพระหัตถ์เชิญพุทธศาสนสุภาษิต ว่า “ธมฺมกาโม ภวํ โหติ ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ” เป็นพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖

พร้อมด้วยข้อความประทานพรว่า “เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ขอท่านจงมั่นคงในความชอบธรรม เพื่อความเจริญทั้งความเป็นสุขของตนและส่วนรวมเทอญ.”