‘ตรีนุช’ ลั่น ศธ.ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต ชี้ต้องเป็นแบบอย่างสร้างวัฒนธรรมสุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696845

'ตรีนุช' ลั่น ศธ.ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต ชี้ต้องเป็นแบบอย่างสร้างวัฒนธรรมสุจริต

‘ตรีนุช’ ลั่น ศธ.ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต ชี้ต้องเป็นแบบอย่างสร้างวัฒนธรรมสุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.35 น.

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 ที่หอประชุมคุรุสภา  กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น และมอบนโยบาย No Gift Policy ของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “กระทรวงศึกษาธิการโปร่งใส ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต (MOE TRUST & Zero Tolerance)”  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566  ว่า  ด้วยองค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล” ซึ่งนานาประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้มีการรณรงค์ผ่านการจัดงาน เนื่องในวันดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ศธ.ได้จัดงาน ภายใต้แนวคิด “กระทรวงศึกษาธิการโปร่งใส ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต (MOE TRUST & Zero Tolerance)” เพื่อแสดงให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงพลังความร่วมมือและเจตนารมณ์ร่วมกันของคนไทยในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ที่ผ่านมา มีการอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อการเอื้อประโยชน์และการขาดจิตสำนึกในการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมนั้น เป็นเงื่อนไขสำคัญที่สร้างความยุ่งยากและซับซ้อนในการพิจารณา ตรวจสอบ และตัดสินว่าการกระทำใดเป็นการทุจริต ซึ่งส่งผลต่อเนื่องที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปเป็นจำนวนมาก

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลจึงได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตทเป็นวาระแห่งชาติ โดยดำเนินการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ให้มีความรัดกุม ครอบคลุมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ ก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์ ผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงเร่งรัดให้มีการดำเนินคดีต่อผู้กระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในด้านวินัยและอาญาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผ่านระบบการทำงานภาครัฐที่มีคุณธรรม และความโปร่งใส อันเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“ศธ.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หลักในการผลิตต้นทุนมนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องเป็นแบบอย่างของการสร้างวัฒนธรรมสุจริตที่จะหล่อหลอมให้เด็ก เยาวชน ประชาชน มีความละอายต่อการกระทำผิด ไม่ทน และเพิกเฉย และไม่ยอมให้ผู้อื่นกระทำการทุจริต อันส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสังคมโดยรวม  เพื่อเป็นการส่งเสริมมาตรการป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และข้อครหาที่อาจเกิดขึ้น ในเทศกาล หรือวันสำคัญต่าง ๆ บุคลากรทุกระดับในสังกัดศธ. สามารถแสดงความปรารถนาดีต่อกันได้ด้วยการอวยพรผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงการทำจิตอาสาแทนการให้ของขวัญ เพื่อรักษาไมตรีและมิตรภาพความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง มติคณะรัฐมนตรี รวมถึงความมุ่งมั่นตามนโยบายของรัฐบาลในการบริหารประเทศ” น.ส.ตรีนุช กล่าว

กรรมาธิการการกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อน มวยไทย 3 มิติ แข่งขัน การศึกษา อนุรักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696716

กรรมาธิการการกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อน  มวยไทย 3 มิติ แข่งขัน การศึกษา อนุรักษ์

กรรมาธิการการกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อน มวยไทย 3 มิติ แข่งขัน การศึกษา อนุรักษ์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา จัดงานสัมมนา “การส่งเสริมและพัฒนากีฬามวยไทยในคณะกรรมาธิการการกีฬา” โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานเปิดงานสัมมนา โดยมีพล.อ.ธันวาคม ทิพยจันทร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ รศ.บรรพตวิรุฬราช ที่ปรึกษาคณะทำงาน และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมสัมมนาหลายท่าน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่า สืบเนื่องจากงานสัมมนาที่จังหวัดชัยนาทเมื่อเดือนกันยายน 2564 ที่ได้ผลสรุปการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยใน 3 มิติ ได้แก่ มิติแรก มิติมวยไทยเพื่อการแข่งขัน โดยให้จัดตั้งสถาบันมวยไทยแห่งชาติ มิติที่สอง คือ มิติเพื่อการศึกษา โดยผลักดันให้เป็นหลักสูตรเนื้อหารายวิชาในโรงเรียน มิติที่สาม คือ มิติเพื่อการอนุรักษ์ โดยการส่งเสริมให้มวยไทยเป็นมรดกโลกและการสัมมนาที่พระนครศรีอยุธยาในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสรุปและทบทวนความเป็นมาเป็นไป อุปสรรคความก้าวหน้าและความคาดหวังที่จะเป็นไปได้ในการผลักดัน 3 มิติดังกล่าว

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวต่อไปว่า ในมิติการแข่งขันนั้นมีข้อสรุปว่า ให้พัฒนาสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยไทย เปลี่ยนฐานะให้เป็นสถาบันมวยไทยแห่งชาติ ขึ้นอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาโดยตรง ประธานวุฒิสภาได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นไปตามการดำเนินงานตามข้อบังคับ ทางคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาในเรื่องนี้ และได้มีความเห็นชอบต่อข้อเสนอของ
คณะกรรมาธิการการกีฬา และมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬารับไปพิจารณาดำเนินการ ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการ ดังนั้นจึงขอให้ผู้ดำเนินการทำงานโดยเร่งรัดให้รวดเร็ว และให้ตรงกับแกนหลักของข้อเสนอ

“มิติแรกเพื่อการแข่งขันนั้นเป็นเรื่องยาก มิติที่สองเพื่อการศึกษานั้นยากกว่า เพราะการที่จะเข้าไปอยู่ในการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา มีรายละเอียดที่มีการประชุมกันหลายครั้ง จึงเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ยากกว่า ที่จะให้เกิดเป็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม ดังนั้น การที่เราจะเสนอให้มวยไทยอยู่ในสถานศึกษานั้น ทั้งด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความปรารถนาดี แต่ก็การที่จะเกิดเป็นรูปธรรมนั้นค่อนข้างยากกว่า แต่สำหรับมิติที่สามเพื่อการอนุรักษ์นั้น ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยากที่สุด แต่สิ่งใดที่จะเป็นเรื่องยากที่สุดนั้น มันจะไม่เกินความพยายาม จึงขอใช้คำว่า เอกภาพของความพยายาม คำนี้มีความหมาย ถ้าเราใช้ความพยายามร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ผมจึงมั่นใจว่าหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม หรือทุกท่านในที่นี้ มีความตั้งใจร่วมกัน สิ่งที่ยากที่สุดก็มีความเป็นไปได้ เราเห็นแสงสว่างอยู่ข้างหน้า ดังนั้นข้อมูลในวันนี้ เพื่อการเสนอต่อองค์การยูเนสโก ในพ.ศ.2572 ก็มีความเป็นไปได้เพราะผมเห็นจากความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกท่าน” พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และในฐานะประธานการสัมมนา กล่าวในที่สุด

มทร.ธัญบุรี รับนักศึกษาใหม่ กว่า 6 พันคน พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696711

มทร.ธัญบุรี รับนักศึกษาใหม่ กว่า 6 พันคน  พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า

มทร.ธัญบุรี รับนักศึกษาใหม่ กว่า 6 พันคน พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรีมีแผนการรับนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษา 2566 จำนวนทั้งสิ้น6,661 คน โดยคณะที่เปิดรับนักศึกษามากที่สุด 5 อันดับ ประกอบด้วย คณะบริหารธุรกิจ จำนวน 1,675 คน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 1,316 คน และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 720 คน คณะศิลปศาสตร์ 690 คน และคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 455 คน และการรับนักศึกษาจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ รับโดยมหาวิทยาลัย รับร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) รับโดยมหาวิทยาลัยผ่านโครงการพิเศษ โดยขณะนี้กำลังเปิดรับรอบ Portfolio สำหรับนักเรียนชั้น ม.6 และผู้ที่จบกศน. และประเภทโควตา สำหรับนักศึกษาระดับชั้นปวช.และปวส. ตั้งแต่วันนี้-11 ธ.ค. 2565

การรับนักศึกษาในปี 2566 มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเนื่องจากมทร.ธัญบุรีมีการเปิดหลักสูตรใหม่ ได้แก่ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (ต่อเนื่อง) ประกอบกับในปีที่ผ่านมา หลักสูตรเดิมที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติได้รับความสนใจสมัครเรียนเป็นจำนวนมาก เช่น สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน สาขาวิศวกรรมระบบราง รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้สาขาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบริการการบินมีความต้องการแรงงานสูง เพราะขาดแคลนบุคลากร ซึ่งคาดว่านักศึกษาจะสมัครเข้ามาเต็มจำนวนที่เปิดรับ ส่วนหลักสูตรอื่นๆ มหาวิทยาลัยได้มีการปรับปรุงรายวิชาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และได้มีเผื่อตัวเลขรับเพิ่มประมาณ 10% เพื่อเป็นการป้องกันการสละสิทธิ์ของนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกและไม่ยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนทำให้การรับนักศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

อธิการบดีมทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า การรับนักศึกษาร่วมกับทปอ. กำหนดการต่างๆ จะเป็นไปตามที่ทางทปอ.ประกาศส่วนการรับโดยมหาวิทยาลัยประเภทสอบตรง สำหรับปวช. ปวส. และกศน.สายอาชีพ จะเปิดรับสมัครวันที่ 25 ธ.ค. 2565-26 ก.พ. 2566 และรับตรงสำหรับปวช. ปวส. และกศน.สายอาชีพ จะรับสมัครวันที่ 2 เม.ย.-25 พ.ค. 2566 ซึ่งจะเปิดรับสมัครเฉพาะสาขาวิชาที่ยังมีที่นั่งเรียนเท่านั้น ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ http://www.oreg.rmutt.ac.th

วิทยาลัยเพาะช่าง เตรียมความพร้อม จัดงานนิทรรศการ ศิลปะปูนปั้นฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696713

วิทยาลัยเพาะช่าง เตรียมความพร้อม  จัดงานนิทรรศการ ศิลปะปูนปั้นฯ

วิทยาลัยเพาะช่าง เตรียมความพร้อม จัดงานนิทรรศการ ศิลปะปูนปั้นฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ (มทร.) วิทยาลัยเพาะช่าง โดยการนำของ รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าร่วมการประชุมเรื่อง งานนิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 ร่วมกับ พล.ท.กษิดิ์เดช วัฒนวรางกูร ราชองครักษ์

ในพระองค์ 904/905 พร้อมด้วยผู้แทนกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ตลอดจนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตรวจพื้นที่

การประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมงานนิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทยร่วมกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จฯส่วนพระองค์ ทรงเปิดนิทรรศการศิลปะปูนปั้น จากนั้นนำผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ในวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2565 ที่ มทร.รัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง

จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’ สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696710

จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’  สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’ สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Technology Center: UTC) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัด เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรม “โครงการ dBreast” แอปพลิเคชั่นสำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยมี อ.ดร.ประวีร์ เครือโชติกุล หัวหน้าศูนย์ UTC รศ.ดร.นพ.โสภาคย์ มนัสนยกรณ์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการ dBreast นายนวรัตน์ รัตน์นราทร และ นายประพนธ์ ทุ่งสี่ กรรมการบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัด ร่วมลงนาม ณ สำนักงาน UTC โครงการ Block28 : creative & startup village

แอปพลิเคชั่น dBreast ได้รวบรวมฐานข้อมูลของผู้ป่วยและประวัติการรักษาอย่างละเอียดรวมไว้ในที่เดียวกันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แพทย์ผู้รักษาสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ทุกเวลาแบบเรียลไทม์ สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และศึกษาเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์สามารถนำแอปพลิเคชั่นนี้ติดตัวไปได้ทุกที่ ในกรณีผู้ป่วยเกิดเหตุฉุกเฉิน แพทย์จะสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ทันท่วงที

สำหรับในอนาคตจะให้สามารถนำไปใช้ได้ในวงกว้างและสามารถประยุกต์เข้ากับการรักษาโรคอื่นๆ ได้ด้วยโดยร่วมมือกับบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัดในการร่วมพัฒนาให้แอปพลิเคชั่น dBreast เป็นฐานข้อมูลที่ละเอียดและน่าเชื่อถือ พร้อมคาดการณ์แล้วเสร็จภายใน6 เดือนข้างหน้า เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนทางด้านสาธารณสุขของประเทศอีกด้วย

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696715

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา  หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาดูงาน และหารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2565 นี้

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากงานสัมมนาการบริหารจัดการน้ำนานาชาติ (Water and Waste Management International Conference & Expo Thailand : Water for Life) ครั้งแรกในประเทศไทย ในเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาดร.คุณหญิงกัลยา ในฐานะประธานกองทุนบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และประธานการจัดงานฯดังกล่าวได้รับเชิญจาก Metropolitan Water Reclammation District of Greater Chicago หรือ MWRD ให้ไปศึกษาดูงาน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหารือแนวทางความร่วมมือการบริหารจัดการน้ำระหว่างกันในอนาคต โดยมีกำหนดการเยี่ยมชม อาทิ Science and Engineer Department, University of Illinois Chicago เข้าพบคณะกรรมการของ Metropolitan Water Reclamation District of Greater Chicago (MWRD), IL Senator, State Representatives, Local Electives Officials องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาและการจัดการน้ำเสียของสหรัฐ และประชุม Virtual Conference Meeting กับ นางลัดดาแทมมี ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา จากมลรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งจะหารือต่อความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

“คุณหญิงกัลยาต้องการยกระดับองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำในระดับสากล โดยที่ผ่านมาโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ได้มีการประสานงานความร่วมมือไม่เฉพาะเครือข่ายในประเทศเท่านั้น แต่มีการประสานกับเครือข่ายต่างประเทศด้วย อาทิ สถาบันองค์กรน้ำใต้ดินอเมริกา (American Groundwater Solution : AGS), Metropolitan Water Reclamation District of Greater Chicago (MWRD), Water and Waste Management India (WWM) ในการเชื่อมโยงนำองค์ความรู้ที่เป็นสากลมาปรับใช้กับการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับคนในพื้นที่ชุมชน”นางดรุณวรรณ กล่าว

การบริหารจัดการน้ำโดย ดร.คุณหญิงกัลยา มีการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนฯ ในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 47 แห่ง ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปมาก ผ่านหลักสูตร “ชลกร” เพื่อให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและบนความยั่งยืน ด้วยการนำศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการดำเนินการที่จริงจังและต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในรั้ววิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังต้องขยายผลสู่ชุมชน เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้จากการมีน้ำกิน-น้ำใช้ได้อีกด้วย

โปรดเกล้าฯให้เชิญพวงมาลาหลวงไปวางหน้าหีบศพ จนท.รถไฟ เหตุลอบวางระเบิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696799

โปรดเกล้าฯให้เชิญพวงมาลาหลวงไปวางหน้าหีบศพ จนท.รถไฟ เหตุลอบวางระเบิด

โปรดเกล้าฯให้เชิญพวงมาลาหลวงไปวางหน้าหีบศพ จนท.รถไฟ เหตุลอบวางระเบิด

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.25 น.

“ในหลวง”โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา เชิญพวงมาลาหลวงไปวางที่หน้าหีบศพ เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 7 ธันวาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ นายนวฤทธิ์ สุวรรณชาตรี เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณรางรถไฟ หมู่ที่ 2 อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา และนายภูมิพัทธ์ เพชรสุก เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดโคกสมานคุณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย

– 006

‘ในหลวง’พระราชทานดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.รถไฟ บาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696797

'ในหลวง'พระราชทานดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.รถไฟ บาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิด

‘ในหลวง’พระราชทานดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.รถไฟ บาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิด

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.19 น.

“ในหลวง”โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 7 ธันวาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ นายดีเด่น คงสม , นายนพดล ปานมา , นายธีรพงศ์ หนูคง และนายฉัตรชัย นิตรจลานนท์ เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณรางรถไฟ หมู่ที่ 2 อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ราย รวมทั้งครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

– 006
 

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ ปล่อยโค นก ปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696787

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ ปล่อยโค นก ปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ ปล่อยโค นก ปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.06 น.

โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ”เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

เมื่อเวลา 07.50 น.วันที่ 7 ธันวามคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี 
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ องคมนตรี ปล่อยนกปรอทหัวโขน จำนวน 45 ตัว และปล่อยปลาจำนวน 9 ชนิด ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลากระแห ปลาเทพา ปลาโพง และปลากะโห้ จำนวน 490,000 ตัว (สี่แสนเก้าหมื่นตัว) ลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เพาะขยายพันธุ์เจริญเติบโตตามวงจร และรักษาความสมดุลในระบบนิเวศตามธรรมชาติต่อไป

สำหรับโคพระราชทาน พระราชทานให้แก่ นายพรึน ดีรบรัมย์ เกษตรกรจากจังหวัดบุรีรัมย์ ณ บ้านเลขที่ 80 หมู่ที่ 1 ตำบลพระครู อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำไปเลี้ยงขยายพันธุ์เพิ่มผลผลิตตามโครงการธนาคารโค – กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

– 006

‘มหาดไทย’เชิญชวนเที่ยวชมงาน’เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696782

'มหาดไทย'เชิญชวนเที่ยวชมงาน'เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565'

‘มหาดไทย’เชิญชวนเที่ยวชมงาน’เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.53 น.

สนองพระดำริ”สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” กระทรวงมหาดไทย เชิญชวนเที่ยวชมงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565” และเลือกซื้อสินค้าร้านค้าชุมชน ตั้งแต่วันนี้ – 11 ธ.ค.65 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รายได้ทั้งหมดสมทบมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีความห่วงใยในคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ด้วยพระปณิธานที่มุ่งมั่นในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพระราชทานความช่วยเหลือ และแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาสถานการณ์สาธารณภัย ผ่านมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ด้วยพระกตเวทิตาคุณอันสูงยิ่งที่ทรงมีต่อ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น มีสวัสดิภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้รับการช่วยเหลือให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขโดยเร็ว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงมีพระดำริให้มีการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 ภายใต้แนวคิด “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” ในระหว่างวันที่ 2 – 11 ธ.ค. 2565 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งในด้านการลดรายจ่าย โดยในวันนี้ (7 ธ.ค. 65) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯ เยี่ยมชมการจัดงานฯ นำมาซึ่งขวัญกำลังใจของทุกฝ่าย และประชาชนผู้เที่ยวชมงานฯ ที่มาคอยเฝ้ารับเสด็จด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่เปี่ยมไปด้วยความยงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง

“กระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้รับโอกาสให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจำหน่ายสินค้าบริโภคที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพในชีวิตประจำวันในร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย – สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องปรุงต่าง ๆ รวมถึงยังมีสินค้าตามคำเรียกร้องของพี่น้องประชาชนภาคีเครือข่ายกระทรวงมหาดไทย อย่าง “กะปิคลองโคน สมุทรสงคราม และกะปิเกาะช้าง ตราด” รวมทั้งสิ้น 12 รายการ และประการที่สำคัญ คือ สินค้าทุกรายการลดราคามากกว่า 50% ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา ร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย-สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ภายในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ปี 2565 สามารถจำหน่ายสินค้ารวมแล้วกว่า 12,466 ชิ้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 598,280 บาท จำแนกรายการ ได้แก่ 1. ข้าวหอมมะลิ (ถุงละ 110 บาท) จำหน่ายแล้ว 2,766 ถุง 2. ไข่ไก่ (แผงละ 70 บาท) จำหน่ายแล้ว 2,100 แผง 3. น้ำพริกปลาร้าบอง (กระปุกละ 60 บาท) จำหน่ายแล้ว 500 กระปุก 4. ไชโป๊หวาน  (ถุงละ 20 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,300 ถุง 5. น้ำพริกทูน่า (กระป๋องละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 กระป๋อง 6. น้ำมันหอย (ขวดละ 15 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ขวด 7. น้ำมันพืช (ขวดละ 35 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,300 ขวด 8. ซอสปรุงรส (ขวดละ 15 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ขวด 9. น้ำตาล (ถุงละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ถุง 10. นมไวตามิลล์ (แพ็คละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 500 แพ็ค 11. ปลากระป๋อง (กระป๋องละ 5 บาท) จำนวน 500 กระป๋อง จำหน่ายหมดแล้ว 12. กะปิเกาะช้าง (กระปุกละ 30 บาท) จำหน่ายแล้ว 400 กระปุก โดยรายได้ทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 5 วัน ที่พี่น้องประชาชนสามารถมาร่วมในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565  ในโอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย – สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” ถึงวันที่ 11 ธ.ค.2565 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยสามารถเดินทางด้วยขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีหมอชิต รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีสวนจตุจักร รถไฟฟ้าสายสีแดง ลงสถานีกลางบางซื่อ รวมถึงรถประจำทาง และรถสาธารณะอื่นๆ เพื่อร่วมกันสนองพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาด พระผู้ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย ด้วยทรงปรารถนาให้คนไทยทุกคนมีความปลอดภัยจากสถานการณ์สาธารณภัย ซึ่งการร่วมเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย-สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นอกจากจะได้สินค้าคุณภาพในราคาประหยัดแล้ว ยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำบุญโดยเสด็จพระกุศลฯ อีกด้วย

#WorldSoilDay #วันดินโลก #soilswherefoodbegins #Soils4Nutrition #FAO #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SDGsforAll #ChangeforGood

– 006