เยาวชน ‘APEC Voice of the future 2022’ ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ THAI PBS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692020

เยาวชน ‘APEC Voice of the future 2022’  ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ THAI PBS

เยาวชน ‘APEC Voice of the future 2022’ ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ THAI PBS

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตัวแทนเยาวชนไทย จาก APEC Voice of the future 2022 นายธาม ทัพพะรังสี นักศึกษาสาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้รับเชิญ จากรายการ “วันใหม่วาไรตี้” ทางสถานีโทรทัศน์ THAI PBS ให้สัมภาษณ์สด ในรายการ ประเด็นทางสังคม เสียงจากเยาวชน แรงผลักช่วยพัฒนาเศรษฐกิจโลกดำเนินรายการโดย คุณภัคนันท์ ธนาศรม ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

ทั้งนี้ ตัวแทนเยาวชนไทยจากสถาบันการศึกษาของประเทศไทยจำนวน 12 คน จะได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อนำเสนอมุมมอง และแนวทางออกเกี่ยวกับประเด็นปัญหา ที่ส่งผลต่ออนาคตของเศรษฐกิจภูมิภาค
เอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงเข้ารับฟังวิสัยทัศน์ของผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของโลกที่มาร่วมการประชุม APEC 2022 Thailand ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพภายใต้แนวคิดหลัก “Open. Connect.Balance.” ระหว่างวันที่ 13-19 พฤศจิกายน 2565 โดยมีตัวแทนเยาวชนและผู้ให้ความรู้รวมกว่า 130 คน จาก 21 เขตเศรษฐกิจเดินทางมาเข้าร่วมงาน

‘คุณหญิงกัลยา’ หารือความร่วมมือ สถ. ขยายองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำฯสู่ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692026

‘คุณหญิงกัลยา’ หารือความร่วมมือ สถ.  ขยายองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำฯสู่ชุมชน

‘คุณหญิงกัลยา’ หารือความร่วมมือ สถ. ขยายองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำฯสู่ชุมชน

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า ดร.คุณหญิงกัลยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ พร้อมคณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำฯ และนายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและคณะผู้บริหารร่วมหารือความร่วมมือและสนับสนุนเพื่อการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ โดย ดร.คุณหญิงกัลยา ได้กล่าวว่าโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ได้ขับเคลื่อนผ่านกลไกของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ ปัจจุบันมีวิทยาลัยเกษตรฯที่เปิดการเรียนการสอนหลักสูตร “ชลกร” 12 แห่ง โดยมีเป้าหมายที่จะให้วิทยาลัยเกษตรฯ ทั้ง 47 แห่ง เปรียบเสมือน 47 ชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งคิดเป็นกว่า 80% ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ ให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้สำหรับความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพ ทำงานใกล้ชิดกับชุมชน และเพื่อ
สนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ การบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การผลิตชลกรและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ท้องถิ่น อีกทั้งสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

ดร.คุณหญิงกัลยา อธิบดีฯ และผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกันว่าจะนำองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำขยายไปสู่ชุมชนให้มากที่สุดภายใต้บทบาทหน้าที่ของแต่ละภาคส่วน และจะมีการตั้งคณะทำงานในการทำงานร่วมกันต่อไป ซึ่งกรมฯ มีสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ทำหน้าที่ในการจัดฝึกอบรมในเรื่องต่างๆ ให้กับบุคลากรและคนในชุมชน จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะร่วมมือกันในการนำวิชาความรู้ในหลักสูตร “ชลกร”หรือองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องไปเติมเพื่อขยายผลสู่ชุมชน ซึ่งเชื่อว่าถ้าประชาชนมีความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำแล้วก็จะไม่จนอีกต่อไป

นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูแลท้องถิ่น 7,850 แห่ง และเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี และมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย มีความยินดีที่จะร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพของคนให้มีความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำเพื่อนำไปขยายผลในแต่ละชุมชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่มาก

ศึกษาดูงาน ITA Online

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692018

ศึกษาดูงาน ITA Online

ศึกษาดูงาน ITA Online

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 พร้อมผู้บริหารต้อนรับ นายบุญล้อม โสภาพรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2 ผู้บริหารและบุคลากร พร้อมนำเสนอการพัฒนาและยกระดับผลการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาออนไลน์ (ITA Online) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในโอกาสศึกษาดูงาน เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ธรรมศาสตร์ จับมือ สถาบันจัดสอบนานาชาติ สอบเทียบวุฒิ ม.6 ทั้งนักเรียนไทย-ต่างชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692024

ธรรมศาสตร์ จับมือ สถาบันจัดสอบนานาชาติ  สอบเทียบวุฒิ ม.6 ทั้งนักเรียนไทย-ต่างชาติ

ธรรมศาสตร์ จับมือ สถาบันจัดสอบนานาชาติ สอบเทียบวุฒิ ม.6 ทั้งนักเรียนไทย-ต่างชาติ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ“Pearson VUE” บริษัทด้านการสอบนานาชาติ ผู้ดำเนินมาตรฐานการจัดสอบระดับนานาชาติ เช่น GMAT, GED และ Thammasat Competency Test Center (TCTC) เปิดศูนย์สอบ “GED Testing Center” เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งไทยและต่างชาติที่สนใจสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้เกณฑ์การสอบ “GED” ซึ่งเป็นการสอบเทียบวุฒิในระบบอเมริกันอันเป็นที่ยอมรับในทั่วโลก

รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และวิเทศสัมพันธ์ มธ. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มธ. กำลังขยายโอกาสทางการศึกษาออกไปให้กว้างขึ้นในทุกๆ มิติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่อยู่ในภูมิภาคและพื้นที่อื่นๆทั่วโลกได้มีโอกาสเท่าเทียมกัน การเพิ่มความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัยจะส่งผลดีต่อทั้งคณาจารย์ และนักศึกษา ที่จะได้รับประสบการณ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเกิด Soft Skill ด้านการสื่อสาร ความยืดหยุ่นการปรับตัว ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ทุกที่

รศ.ดร.สุรัตน์ กล่าวต่อไปว่า การก้าวสู่มหาวิทยาลัยระดับนานาชาตินั้น เกิดขึ้นได้ทั้งการออกไปร่วมแลกเปลี่ยนหรือศึกษาต่อยังต่างประเทศ ผ่านโครงการและความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำต่างๆ และการนำความเป็นนานาชาติเข้ามาอยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่ง GED Testing Center จะเป็นหนึ่งในกลไกที่เข้ามาช่วยผลักดันในส่วนนี้ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากหลายประเทศ ได้สอบเพื่อนำวุฒิไปเทียบเข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศหรือแม้แต่นักเรียนไทยเองที่อาจอยู่ระดับชั้น ม.4-5 แต่รู้สึกว่ามีความรู้ที่พร้อมจะเทียบ ม.6 ก็สามารถสอบ GED นี้แล้วข้ามไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ทันทีในปัจจุบัน มธ. มีนักศึกษาชาวต่างชาติประมาณ 600 คน และเชื่อว่าศูนย์สอบนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นได้เป็น 1,500 คน ภายใน 3-4 ปี ซึ่งนอกจากการจัดสอบ GED แล้วยังอาจมีความร่วมมือการจัดสอบมาตรฐานอื่นๆ เช่น GMAT ที่ใช้ประกอบการศึกษาต่อในหลักสูตรบริหารธุรกิจได้ทั่วโลกตามมาด้วยในอนาคต

Mr. CT Hemingway-Turner; Vice President Global Operations and Government Affairs, GED Testing Service กล่าวว่า มาตรฐาน GED ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งมหาวิทยาลัย TOP 3 ของสหรัฐอเมริกา อย่างสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หรือแม้แต่มาตรฐานการสอบอื่นๆ ภายใต้บริษัท Pearson VUE ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินการเกี่ยวกับศูนย์สอบที่ใหญ่ที่สุดในโลก การสอบ GED มีความยืดหยุ่นที่สูงสามารถนัดวันและเวลาที่ผู้สอบสะดวกเองได้ ขณะเดียวกันภายหลังการสอบ ก็รู้ผลได้ทันทีภายในไม่เกิน 10 ชั่วโมง โดยการสอบ GED มีส่วนช่วยให้นักเรียนนักศึกษาทั่วโลกกว่า 21 ล้านคน สามารถเข้ารับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น”Mr. CT Hemingway กล่าว

ด้าน นายทวีศักดิ์ จ้าวชวนชม GED International Director กล่าวว่า การมีศูนย์สอบ GED ที่ มธ. จะไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโอกาสให้กับนักศึกษาภายในรั้ว มธ. ที่จะได้รับประสบการณ์ทางการศึกษา ในสิ่งแวดล้อมที่มีความเป็นนานาชาติมากขึ้น แต่โอกาสนี้ยังเปิดให้กับนักเรียนทุกคนที่สนใจจะไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพราะมาตรฐาน GED นั้นสามารถนำไปใช้ยื่นได้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก

มูลนิธิเฮอริเทจ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ให้บริการทันตกรรมเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692019

มูลนิธิเฮอริเทจ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ให้บริการทันตกรรมเด็ก

มูลนิธิเฮอริเทจ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ให้บริการทันตกรรมเด็ก

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ภายใต้การดูแลของเครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ร่วมกับ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดทำโครงการ “ทันตแพทย์อาสา” นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ และ อ.ทพญ.พันทิพย์ สังวรินทะ รองผู้อำนวยการฝ่ายการรักษา และบริการวิชาการคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อให้บริการทางทันตกรรมเบื้องต้นแก่เด็ก และเยาวชนในชุมชนวัดดวงแข

สวนดุสิต เปิดหลักสูตรระยะสั้น ปรับลุคผู้บริหาร CEO ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692022

สวนดุสิต เปิดหลักสูตรระยะสั้น  ปรับลุคผู้บริหาร CEO ทั่วประเทศ

สวนดุสิต เปิดหลักสูตรระยะสั้น ปรับลุคผู้บริหาร CEO ทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และผู้อำนวยการหลักสูตร L-NET กล่าวถึง หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพและเครือข่ายของผู้บริหารระดับสูง L-NET รุ่นที่ 1 (Leadership Network Program) ว่า หลักสูตร L-NET เน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ผู้บริหาร ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง CEO ขององค์กรภาครัฐบาล ภาคเอกชน องค์กรรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรกำกับดูแลของรัฐบาล องค์กรอิสระ รวมถึงสื่อมวลชน และศิลปินผู้มีชื่อเสียง ผู้ที่เข้าอบรมจะได้มีโอกาสรู้จักกับผู้บริหารระดับสูงหลากหลายองค์กร จึงถือเป็นการสร้างเครือข่าย เปิดโอกาสในการต่อยอดความสำเร็จในธุรกิจ รวมถึงการปรับภาพลักษณ์ของผู้บริหารในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีสไตล์ในรูปแบบเฉพาะของตนเองอย่างมืออาชีพ

หลักสูตร L-NET มีทีมที่ปรึกษา โครงการและวิทยากรระดับประเทศมาร่วมกันพัฒนาหลักสูตร อาทิ ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้จัดการ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (แม่ปุ้ย–เจ้าของเวทีการประกวด มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์) เพชรพริ้ง สารสิน อดีตผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายภาพลักษณ์ และสื่อสารองค์กร บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์ นวัตกรรมการสื่อสาร และกรรมการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย คุณวาสนา ทิพย์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดรีมทีม เน็ตเวิร์ค จำกัด ฯลฯ ซึ่งหลักสูตรมีระยะเวลาอบรมทั้งหมด 3 เดือน (อบรมทุกวันพฤหัสบดี) ระหว่างวันที่ 19 มกราคม 2566-8 เมษายน 2566 พร้อมศึกษาดูงานในประเทศ ซึ่งได้วางกรอบเนื้อหาของการอบรมไว้ครอบคลุมทุกมิติ โดยมีหลักสูตรดังนี้ CEO Contemporary Management, CEO Branding & Effective Communication, CEO Creative & Technology Trajectories และ CEO Holistic Health and Sustainable Wellness

รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื้อหาการอบรมข้างต้น ส่วนใหญ่จะเป็นการเสริมศักยภาพของผู้บริหารแบบร่วมสมัย เพื่อพัฒนาทักษะ (Soft Skill) ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความมั่นใจในการเข้าสังคม ก่อเกิดเป็นภาพจำที่ประทับใจ (First Impression) แก่ผู้ร่วมงานผู้พบเห็น ด้วยความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสามารถสร้างเครือข่ายเพื่อต่อยอดความสำเร็จของธุรกิจในอนาคตได้ หากสนใจสมัครอบรมสามารถสอบถามได้ที่ โทร.02-2445041-2 หรือ ที่ FB : L-NET by SDU

‘ปลัด อว.’จับมือสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากา ดันนศ.ไทยโคเซ็นฝึกงานบริษัทชั้นนำญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692127

'ปลัด อว.'จับมือสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากา ดันนศ.ไทยโคเซ็นฝึกงานบริษัทชั้นนำญี่ปุ่น

‘ปลัด อว.’จับมือสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากา ดันนศ.ไทยโคเซ็นฝึกงานบริษัทชั้นนำญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.15 น.

“ปลัด อว.” จับมือสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ดันนักศึกษาไทยโคเซ็นฝึกงานบริษัทชั้นนำญี่ปุ่น พร้อมร่วมผลิตวิศวกรนักปฏิบัติ

14 พ.ย. 2565 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้เข้าหารือกับหน่วยงานชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นเพื่อขับเคลื่อนโครงการผลิตวิศวกรนักปฏิบัติของสถาบันไทยโคเซ็น ที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวง อว. เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการผลิตวิศวกรแนวใหม่ที่เน้นทั้งทางด้านทฤษฎีและการปฏิบัติตามแนวทางที่ประเทศญี่ปุ่นประสบความสำเร็จและสามารถสร้างวิศวกรนักปฏิบัติซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายฟูมิโอะ คิชะดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้สนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ตนได้ประชุมหารือกับนายฮาเซกาว่า เคอิจิ กรรมการบริหารและประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากา หรือ OCCI และคณะ ซึ่งเป็นองค์กรหลักของภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของนครโอซากาและเขตคันไซซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงของญี่ปุ่นรวมทั้งมีบริษัทที่ลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

ปลัด อว. กล่าวต่อว่า ในการหารือสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากาแจ้งว่าทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะวิศวกรนักปฏิบัติที่มีความชำนาญเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นและรักษาฐานการพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตได้ จึงมีนโยบายสนับสนุนให้บุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลกเข้ามาศึกษาต่อหรือทำงานในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยร่วมกับนานาชาติ นอกจากนี้ OCCI ยังต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุขโดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์และงานวิจัยทางการแพทย์ เนื่องจากเขตคันไซมีความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ รวมทั้งต้องการที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการโดยเฉพาะต้องการพัฒนาบุคลากรด้านดังกล่าว จึงมีสนใจที่จะร่วมมือกับประเทศไทยซึ่งมีความเข้มแข็งมากในด้านนี้ การหารือกันของทั้งสองฝ่ายจึงเป็นการสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นและประเทศไทยภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19

“ประเทศไทยให้ความสำคัญโครงการสถาบันไทยโคเซ็น ซึ่งได้จัดการเรียนการสอนโดยใช้ในระบบของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมอันเป็นหัวใจสำคัญของโคเซ็น เป็นวิศวกรนักปฏิบัติที่รู้ทั้งทางทฤษฎีและสามารถทำงานในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงได้ โดยนักศึกษารุ่นแรกจะสำเร็จการศึกษาใน 1.5 ปีข้างหน้า ผลการติดตามการเรียนการสอนพบว่ามีคุณภาพดีมาก ซึ่งการฝึกงานและการทำงานร่วมกับภาคเอกชนตั้งแต่ที่กำลังศึกษาอยู่นั้นจะเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาทักษะและความพร้อมของผู้สำเร็จการศึกษา กระทรวง อว.จะร่วมกับ OCCI สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา และหอการค้าญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ประชาสัมพันธ์สถาบันไทยโคเซ็นให้เป็นที่รู้จักแก่ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้แก่นักศึกษาสถาบันไทยโคเซ็นได้เข้าฝึกงานกับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ของนักศึกษาผ่านทางการปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้สามารถประยุกต์องค์ความรู้ที่ได้รับให้เข้ากับบริบทของภาคอุตสาหกรรมไทย อันจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป” ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นเรื่องการร่วมพัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุขกับ OCCI ตนได้มอบให้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (TCELS) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กระทรวง อว. เชื่อมโยงร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นต่อไป
 

คุณหญิงกัลยา MOU ออสเตรีย ยกระดับอาชีวศึกษา พัฒนาฝีมือสู่สากล ป้อนตลาดแรงงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692123

คุณหญิงกัลยา MOU ออสเตรีย ยกระดับอาชีวศึกษา พัฒนาฝีมือสู่สากล ป้อนตลาดแรงงาน

คุณหญิงกัลยา MOU ออสเตรีย ยกระดับอาชีวศึกษา พัฒนาฝีมือสู่สากล ป้อนตลาดแรงงาน

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.57 น.

คุณหญิงกัลยา MOU ออสเตรีย ยกระดับอาชีวศึกษา พัฒนาฝีมือสู่สากล ป้อนตลาดแรงงาน

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565  ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) และนายมาร์ติน คอคเคอร์ (Mr. Martin Kocher) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาในการฝึกอบรมโดยใช้การทำงานเป็นฐาน ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทย กับ กระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย รวมทั้งการหารือความร่วมมือทวิภาคีด้านอาชีวศึกษาของไทยและออสเตรีย โดยมี ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษก รมช.ศธ. (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ                                                                                     

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลสาธารณรัฐออสเตรียที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมพัฒนาด้านอาชีวศึกษาของไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการขยายความร่วมมือในการให้การสนับสนุนด้านวิชาการ เครื่องมือและบุคลากรให้กับอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เป็นการยกระดับมาตรฐานอาชีวศึกษาของไทยให้เข้มแข็งและเทียบเท่ามาตรฐานของออสเตรีย                                                                             

 “สำหรับความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐออสเตรียในครั้งนี้ มีกรอบระยะเวลา 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งพัฒนาความร่วมมือทั้งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ซึ่งเน้นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และตอบสนองความต้องการด้านแรงงานของภาคเอกชน  ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการออสเตรียที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทยจำนวนมากที่ต้องการแรงงานไทยที่มีฝีมือ และความร่วมมือทวิภาคีในครั้งนี้ไม่เฉพาะพัฒนาหลักสูตรการเรียน แต่รวมไปถึงการประเมินผลตามมาตรฐานการทำงานของออสเตรีย ซึ่งในอนาคตนักเรียนอาชีวะที่จบการศึกษานอกจากจะมีคุณวุฒิวิชาชีพมาตรฐานของไทยแล้วยังได้รับการรับรองมาตรฐานของออสเตรียด้วย สามารถเข้าทำงานในสถานประกอบการออสเตรียที่อยู่ในประเทศไทยและในต่างประเทศ ถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับอาชีวศึกษาไทย                 

“ขอขอบคุณรัฐบาลสาธารณรัฐออสเตรียที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมพัฒนาด้านอาชีวศึกษาของไทย โดยเฉพาะการจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ (Thai-Austrian Technical College) รวมทั้งการจัดอบรมครูและนักเรียนของสถาบันอาชีวศึกษาไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาการอาชีวศึกษาของไทยให้เข้มแข็งและเทียบเท่ามาตรฐานของออสเตรีย เป็นการติดปีกให้กับเด็กไทยเมื่อจบการศึกษาแล้วสามารถไปทำงานกับผู้ประกอบการหรือประเทศออสเตรียหรือประเทศอื่นๆ ที่ให้การรรับรองมาตรฐานออสเตรีย” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว                                     

ด้านนายมาร์ติน คอคเคอร์ (Mr. Martin Kocher) รมว.กระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย กล่าวว่า สาธารณรัฐออสเตรียมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนด้านวิชาการ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ตามความสนใจของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถผลิตแรงงานที่มีมาตรฐานในระดับสากลตอบสนองความต้องการแรงงานของภาคเอกชนทั้งในประเทศไทยและออสเตรีย
 

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จ.นราธิวาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692122

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จ.นราธิวาส

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จ.นราธิวาส

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.54 น.

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จ.นราธิวาส 

14 พฤศจิกายน 2565  เวลา 14.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ สิบเอก อภิสิทธิ์ หมัดสกุล เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ ขณะเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าและซุ่มยิงราษฎร ในพื้นที่รอยต่ออำเภอจะแนะ – อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เหตุเกิดบริเวณบ้านไอร์กรอส หมู่ที่ 6 ตำบลจะแนะ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ สิบเอก อภิสิทธิ์ฯ และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

‘ตรีนุช’หารือผู้แทน YTB แลกเปลี่ยนการศึกษาไทย-ตุรกี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692121

'ตรีนุช'หารือผู้แทน YTB แลกเปลี่ยนการศึกษาไทย-ตุรกี

‘ตรีนุช’หารือผู้แทน YTB แลกเปลี่ยนการศึกษาไทย-ตุรกี

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.51 น.

“ตรีนุช” หารือผู้แทน YTB แลกเปลี่ยนการศึกษาไทย-ตุรกี

14 พ.ย.2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปสาธารณรัฐตุรกี โดยหารือกับ นาย Emre Oruc ผู้ประสานงานสำนักงาน YTB (Türkiye Scholarship Burslari) ในประเด็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียนไทยในตุรกี และความร่วมมือทางการศึกษาผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างกันในระดับต่างๆ 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า  YTB เป็นหน่วยงานของรัฐบาลตุรกีที่ขึ้นตรงกับสำนักประธานาธิบดี YTB ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย 1.การส่งเสริมกิจกรรมเยาวชนเพื่อพัฒนาสังคม 2.การให้ทุนสนับสนุนผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาและหลักสูตรระยะสั้น และ 3. การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาในระดับต่าง ๆ โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับทุนการศึกษาจาก YTB กว่า 150,000 คนทั่วโลก และในปีที่ผ่านมามีก็ผู้เรียนไทยได้รับทุนฯจำนวน 66 คน ในจำนวนนี้มีผู้เรียน 12 คน อยู่ระหว่างการศึกษาที่เมืองอิสตันบูล โดยได้มาศึกษาในสาขาที่หลากหลาย อาทิ การระหว่างประเทศ บัญชี เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศาสนา ทั้งนี้ นาย Oruc บอกว่า ในปี 2566 นี้ YTB จะเปิดรับสมัครผู้รับทุนฯ ในช่วงเดือนมกราคม 2566 ซึ่งผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.turkiyescholarships.gov.tr

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า ตนได้เจรจาความร่วมมือในการส่งผู้เรียนไทยมารับทุนการศึกษาในสาขาการแพทย์ วิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นสาขาโดดเด่นของประเทศตุรกี ตลอดจนหารือถึงความร่วมมือในการจัดโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ข้าราชการ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายการทำงานและเพิ่มพูนประสบการณ์ในด้านที่จำเป็นระหว่างกัน และชื่นชม YTB ที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียนไทย และยินดีให้การสนับสนุนช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อให้มีผู้สมัครรับทุนมากยิ่งขึ้น