โพลเผยคนไทยตั้งใจเป็นเจ้าของธุรกิจ หลังโควิด แต่ไม่กล้าเพราะทุนไม่พอ-น้ำมันเชื้อเพลิงแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679634

โพลเผยคนไทยตั้งใจเป็นเจ้าของธุรกิจ หลังโควิด แต่ไม่กล้าเพราะทุนไม่พอ-น้ำมันเชื้อเพลิงแพง

โพลเผยคนไทยตั้งใจเป็นเจ้าของธุรกิจ หลังโควิด แต่ไม่กล้าเพราะทุนไม่พอ-น้ำมันเชื้อเพลิงแพง

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.47 น.

วันที่ 13 กันยายน 2565 กรุงเทพโพลล์ร่วมกับคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “คนไทยคิดอย่างไรกับโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจ หลังสถานการณ์โควิด- 19 คลี่คลาย (ครั้งที่ 4)”โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,184 คน พบว่า

จากการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ (เจ้าของธุรกิจ) ครั้งที่ 4 โดยได้ทำการเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งที่ 3 (ช่วงเดือน มิ.ย. 2565) ในประเด็นต่างๆ พบว่า มีความตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจ ในอนาคตข้างหน้ามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 56.6 (โดยเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งที่ 3 ร้อยละ 3.5) รองลงมาคือ เห็นโอกาสหรือความพร้อมสำหรับการริเริ่มธุรกิจในอนาคตมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 55.7 (ลดลงร้อยละ 2.0) และเห็นว่าตนเองมีความรู้ความสามารถรวมถึงทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นในการที่จะเริ่มทำธุรกิจใหม่ คิดเป็นร้อยละ 50.4 (ลดลงร้อยละ 1.3) ขณะที่เห็นว่าไม่อยากลงทุนทำธุรกิจเพราะกลัวความล้มเหลว คิดเป็นร้อยละ 68.8 (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.6)

ทั้งนี้สาเหตุที่ไม่กล้าเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองมากที่สุดคือ ไม่มีเงินทุนมากพอ คิดเป็นร้อยละ 47.6 รองลงมาคือ น้ำมันเชื้อเพลิงต่างๆ ราคาสูงขึ้น คิดเป็นร้อยละ 46.0 กลัวล้มเหลว กลัวขาดทุน คิดเป็นร้อยละ 41.4 ปัญหาเงินเฟ้อในปัจจุบัน คิดเป็นร้อยละ 35.7 และกลัวทำแล้วเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝัน เช่น โรคระบาด ภัยธรรมชาติ คิดเป็นร้อยละ 33.5

สุดท้ายเมื่อถามความเห็นต่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายจะทำให้อยากเริ่มต้นธุรกิจใหม่มากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 60.5 ทำให้อยากเริ่มต้นธุรกิจใหม่ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 39.5 ทำให้อยากเริ่มต้นธุรกิจใหม่ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

ไทยยูเนี่ยน บริจาคผลิตภัณฑ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679511

ไทยยูเนี่ยน บริจาคผลิตภัณฑ์

ไทยยูเนี่ยน บริจาคผลิตภัณฑ์

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยนายปีเตอร์ กัลลี่ ผู้อำนวยการกลุ่มสื่อสารองค์กร บริจาคผลิตภัณฑ์ซีเล็คจำนวน 5,000 กระป๋อง ให้กับมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย หนึ่งในโครงการไทยยูเนี่ยนแคร์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่พักพิงอยู่ในบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลศิริราช โดยมี นางสาวกฤตยา อุ่นสากล กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย รับมอบ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อเร็วๆ นี้

ม.วลัยลักษณ์ เป็นเจ้าภาพงาน ประชุมวิชาการ-นิทรรศการอพ.สธ.ครั้งที่ 11

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679508

ม.วลัยลักษณ์ เป็นเจ้าภาพงาน  ประชุมวิชาการ-นิทรรศการอพ.สธ.ครั้งที่ 11

ม.วลัยลักษณ์ เป็นเจ้าภาพงาน ประชุมวิชาการ-นิทรรศการอพ.สธ.ครั้งที่ 11

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.โสภิต ภาโนมัย รองอธิการบดี เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยศรีปทุม ต้อนรับคณะกรรมการฝ่ายการสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการตรวจเยี่ยมและติดตามผลการศึกษา ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ ที่ได้ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน 15 คนโดยมี นางลัดดา เบญจเตชะ กรรมการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เป็นประธานมอบถุงพระราชทานให้กับนักศึกษาผู้ได้รับทุนการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) เร็วๆ นี้

มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้มอบทุนการศึกษาแก่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จำนวน 4 ทุน เป็นประจำทุกปีการศึกษา เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นมา ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมที่ได้รับทุนการศึกษา จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และกำลังศึกษาอยู่จำนวน 15 คน ได้แก่ นางสาวรัชดาพรชัยมุงคุณ, นางสาวสุภาภรณ์ คงหวาน,นางสาวชลธิชา ยิ้มแจ้ง, นางสาวปิยนาถสุริยะวงค์, นางสาวพนิตา บุญเลิศ,นางสาวบุษบา นสินกร, นางสาวรุ่งนภาศรีมะณี, นางสาวสริญนา สิงหา, นางสาวบัณฑิตา เลิศแก้ว, นางสาวอมลวรรณ ดีวัน,นางสาวมณีรัตน์ ทองสมุทร์, นางสาวมณีรัตน์ณรงค์ฉัตรแก้ว, นางสาวมณีรัตน์ ตุ่นฝั้น,นางสาวนันทรัตน์ มะโนมา และ นางสาวสุทธิกานต์ สุพรรณ์

นักศึกษา มจธ. ชนะรางวัล แข่งขันหุ่นยนต์ ถ้วยพระราชทานฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679513

นักศึกษา มจธ. ชนะรางวัล  แข่งขันหุ่นยนต์ ถ้วยพระราชทานฯ

นักศึกษา มจธ. ชนะรางวัล แข่งขันหุ่นยนต์ ถ้วยพระราชทานฯ

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทีมมดไฟ@FIET คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี2565 จัดโดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท. ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันหุ่นยนต์ ABU ROBOT CONTEST THAILAND CHAMPIONSHIP 2022 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา บริษัท อสมทจำกัด (มหาชน) และสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น)

การแข่งขันในครั้งนี้เป็นการแข่งขันออกแบบหุ่นยนต์ในภารกิจ พิชิตวัฏจักรหอคอย สู่แดนภารตะ ซึ่งเป็นเกมของอินเดีย สมาชิกในทีมมดไฟ@FIET ประกอบด้วย นายชนุดรเชื้อพราหมณ์ (เทล) นายณัฐพงศ์ เยี่ยมชัยภูมิ (ณัฐ) นายศิรสิทธิ์ ตัณฑะเตมีย์(เชค) นายธนภูมิ เรืองไพศาล (ภูมิ) นายสรวิชญ์ ศรีใหม่ (สอ) นายธนวัฒน์ เรืองอริยฉัตร (ปาล์ม) นายกำธร โทนสังข์อินทร์ (เอก) และ นายอนีส สายสลาม (อนีส)

พีไอเอ็ม ร่วมมือ รร.มัธยมศึกษา สร้างห้องเรียนพันธมิตร ปีที่4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679507

พีไอเอ็ม ร่วมมือ รร.มัธยมศึกษา สร้างห้องเรียนพันธมิตร ปีที่4

พีไอเอ็ม ร่วมมือ รร.มัธยมศึกษา สร้างห้องเรียนพันธมิตร ปีที่4

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับโรงเรียนมัธยมศึกษาเครือข่ายทั่วประเทศ ต่อเนื่องปีที่ที่ 4ภายใต้ “โครงการห้องเรียนพันธมิตร” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์เป็นประธานในพิธี ร่วมกับ ผู้อำนวยการและผู้แทนโรงเรียนมัธยมศึกษาเครือข่ายจากภูมิภาคต่างๆ ประกอบไปด้วย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ภาคกลางภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวม 43 โรงเรียน ที่ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ

โครงการห้องเรียนพันธมิตรมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนมัธยมปลาย ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ ความเข้าใจด้านวิชาการนวัตกรรม ภาคปฏิบัติร่วมกัน สอดคล้องกับ Work-based Education รวมถึงแนะแนวอาชีพและศึกษาดูงานเพื่อให้นักเรียน เกิดความเข้าใจ ความชอบ และความถนัด สามารถค้นพบตัวตน สร้างแรงบันดาลใจการเลือกในการศึกษาต่อ พร้อมเข้าใจแนวทางการประกอบอาชีพได้ชัดเจน ภายใต้โครงการฯ พีไอเอ็มได้นำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของสถาบัน ถ่ายทอดเป็นหลักสูตรให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 หลักสูตร ได้แก่ 1.หลักสูตรศิลป์การจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ 2.หลักสูตรศิลป์การจัดการธุรกิจอาหาร คณะการจัดการธุรกิจอาหาร 3.หลักสูตรวิทย์-คณิต (เตรียมวิศวกรรม) คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี 4.หลักสูตรศิลป์ภาษาจีนเพื่อธุรกิจ 4.0 คณะศิลปศาสตร์ 5.หลักสูตรศิลป์ภาษาญี่ปุ่นเพื่อธุรกิจ 4.0 คณะศิลปศาสตร์ 6.หลักสูตรศิลป์ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ 7.หลักสูตรวิทย์-คณิต (นวัตกรรมการจัดการเกษตร) คณะเกษตรนวัตและการจัดการ 8.หลักสูตรศิลป์อุตสาหกรรมการบริการ คณะวิทยาการการจัดการ 9.หลักสูตรวิทย์-คณิต (วิทยาศาสตร์สุขภาพ) คณะพยาบาลศาสตร์ 

พร้อมทั้งมีกิจกรรมอบรมครูผู้สอนและมอบสื่อการสอน กิจกรรมศึกษาดูงานกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์และสถานประกอบการพันธมิตร โดยความร่วมมือเหล่านี้จะสามารถพัฒนาความรู้เพิ่มศักยภาพของผู้เรียน ให้มีความพร้อมในการศึกษาต่อและทราบแนวทางสู่การประกอบอาชีพของตนเองในอนาคต เพื่อกำลังหลักในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

สพม.สุโขทัย และโรงเรียนในสังกัด เตรียมจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679512

สพม.สุโขทัย และโรงเรียนในสังกัด  เตรียมจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

สพม.สุโขทัย และโรงเรียนในสังกัด เตรียมจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ศิริวรรณ ขวัญมุก รักษาการฅผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 27 โรงเรียน และคณะครูในสังกัดจำนวน 500 คน ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70ประจำปีการศึกษา 2565 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ภาคเหนือ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน 2565 ณ โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม

การจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70 ประจำปีการศึกษา 2565 เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ที่มุ่งหวังให้เยาวชนไทยหันมาเอาใจใส่ในการเรียนวิชาชีพฝึกฝนทักษะฝีมือให้มีความเป็นเลิศ และรอบรู้ในวิชาชีพที่ตนเองถนัด เป็นเวทีให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความรู้ ความสามารถได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลงานด้านการจัดการศึกษาสู่สาธารณชนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กำหนดจัดในเดือนธันวาคม2565 โดยมีเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 4 ภาค คือ ร้อยเอ็ด น่าน ราชบุรี และสตูล

สเปซ เกมเมอร์ และ สปอร์ตไลซ์ MOU ม.รังสิต ส่งเสริมแข่งขันอีสปอร์ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679506

สเปซ เกมเมอร์ และ สปอร์ตไลซ์ MOU ม.รังสิต ส่งเสริมแข่งขันอีสปอร์ต

สเปซ เกมเมอร์ และ สปอร์ตไลซ์ MOU ม.รังสิต ส่งเสริมแข่งขันอีสปอร์ต

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายจักรพันธ์ ศรีจันทร์ทัพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สเปซ เกมเมอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์แบบครบวงจร และบริษัท สปอร์ตไลซ์ จำกัด บริษัท Tech Startup ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับ Sport & Esports Analytic ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนด้านการจัดการและบริหารการแข่งขันอีสปอร์ตของนักศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต

การลงนามในครั้งนี้ จะเป็นการสนับสนุนการเรียนการสอนของนักศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์เกมและอีสปอร์ต วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยรังสิต ระดับปริญญาตรี ในรายวิชา Esports Event Organization And Administration (การจัดการและบริหารการแข่งขันอีสปอร์ต) เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจการจัดการแข่งขันอีสปอร์ต ว่ามีจุดเริ่มต้นความเป็นมาอย่างไร รวมถึงมีทักษะอาชีพและการดำเนินงานอย่างไรบ้างในอุตสาหกรรมนี้ อีกทั้งนักศึกษาจะได้ร่วมกันจัดงานการแข่งขันอีสปอร์ตด้วยตัวเองอย่างมืออาชีพพร้อมก้าวไปสู่การทำงานในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตอย่างมีความรู้ที่ถูกต้องและเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในส่วนของการสนับสนุนด้านการเรียนการสอนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอีสปอร์ตหรือกิจกรรมให้ความรู้ด้านอีสปอร์ตหากสถาบันการศึกษาใดสนใจสามารถติดต่อเพื่อขอรับการสนับสนุนการเรียนการสอนได้ที่ Facebook : Space Gamer

ม.ศรีปทุม ต้อนรับ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ตรวจเยี่ยมนักศึกษาทุนพระราชทานฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679510

ม.ศรีปทุม ต้อนรับ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ตรวจเยี่ยมนักศึกษาทุนพระราชทานฯ

ม.ศรีปทุม ต้อนรับ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ตรวจเยี่ยมนักศึกษาทุนพระราชทานฯ

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.โสภิต ภาโนมัย รองอธิการบดี เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยศรีปทุม ต้อนรับคณะกรรมการฝ่ายการสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการตรวจเยี่ยมและติดตามผลการศึกษา ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ ที่ได้ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน 15 คนโดยมี นางลัดดา เบญจเตชะ กรรมการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เป็นประธานมอบถุงพระราชทานให้กับนักศึกษาผู้ได้รับทุนการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) เร็วๆ นี้

มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้มอบทุนการศึกษาแก่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จำนวน 4 ทุน เป็นประจำทุกปีการศึกษา เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นมา ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมที่ได้รับทุนการศึกษา จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และกำลังศึกษาอยู่จำนวน 15 คน ได้แก่ นางสาวรัชดาพรชัยมุงคุณ, นางสาวสุภาภรณ์ คงหวาน,นางสาวชลธิชา ยิ้มแจ้ง, นางสาวปิยนาถ สุริยะวงค์, นางสาวพนิตา บุญเลิศ, นางสาวบุษบา นสินกร, นางสาวรุ่งนภา ศรีมะณี, นางสาวสริญนา สิงหา, นางสาวบัณฑิตา เลิศแก้ว, นางสาวอมลวรรณ ดีวัน, นางสาวมณีรัตน์ ทองสมุทร์, นางสาวมณีรัตน์ ณรงค์ฉัตรแก้ว, นางสาวมณีรัตน์ ตุ่นฝั้น, นางสาวนันทรัตน์ มะโนมา และ นางสาวสุทธิกานต์ สุพรรณ์

อว.ปลดล็อกข้อจำกัดทางการศึกษา อนุมัติ 4 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679525

อว.ปลดล็อกข้อจำกัดทางการศึกษา อนุมัติ 4 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์

อว.ปลดล็อกข้อจำกัดทางการศึกษา อนุมัติ 4 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.08 น.

อว.ปลดล็อกข้อจำกัดทางการศึกษา อนุมัติ 4 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ตั้งเป้าผลิตบุคลากรตอบโจทย์สำคัญของประเทศรวมมากกว่า 17,000 คน

12 กันยายน 2565 คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง ด้านการส่งเสริมนวัตกรรมการอุดมศึกษา ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ได้จัดประชุมคณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง ด้านการส่งเสริมนวัตกรรมการอุดมศึกษา ครั้งที่ 1/2565 ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และผ่านระบบออนไลน์ โดยมี ศาสตราจารยพิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุม

ดร. เอนก กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวง อว. ได้ขับเคลื่อนและผลักดันให้มีแนวทาง ทั้งด้านกฎหมาย นโยบาย มาตรการที่หลากหลาย เพื่อปฏิรูประบบการอุดมศึกษาให้เท่าทันโลกและความต้องการกำลังคนที่เปลี่ยนแปลงไป หนึ่งในแนวทางสำคัญที่คณะทำงานในกระทรวง อว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างแข็งขัน คือการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) ที่เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของการจัดการศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานเดิม เพื่อจัดการศึกษารูปแบบใหม่ สร้างนวัตกรรมการอุดมศึกษา มุ่งเน้นผลิตคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคการผลิต (Demand Driven) เท่าทันความต้องการของประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติอนุมัติ 4 หลักสูตรแรก ที่จะเริ่มนำร่องจัดการเรียนการสอนตามแนวทางการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา ได้แก่ 1) หลักสูตรการผลิตและพัฒนากำลังคนสาขาฉุกเฉินการแพทย์ นำโดยวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยอีก 6 แห่ง และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สถาบันพระบรมราชชนก ตั้งเป้าผลิตกำลังคนสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ระดับผู้ประกอบโรคศิลปะ จำนวน 15,000 คน ภายใน 10 ปี 2) หลักสูตรการผลิตบุคลากร High-tech Entrepreneur นำโดย International School of Management (ISM) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ Harbour.Space University ประเทศสเปน หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (Thaichamber) และบริษัทต่างๆ ตั้งเป้าผลิตกำลังคนที่มีความรู้ขั้นแนวหน้า (frontier knowledge) ด้านเทคโนโลยี จำนวน 400 คน ภายใน 7 ปี 3) หลักสูตรการผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล นำโดยมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล และสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยอีก 6 แห่ง ตั้งเป้าผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล 1,880 คน ภายใน 8 ปี และ 4) หลักสูตรการผลิตกําลังคนศักยภาพสูงที่มีความรู้เชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์และแนวคิดเชิงนวัตกรรม นำโดยวิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ธัชวิทย์) สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และสถาบันอุดมศึกษา ตั้งเป้าผลิตกําลังคนทักษะสูงที่มีความรู้เชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ และแนวคิดเชิงนวัตกรรม 175 คน ภายใน 9 ปี โดยรวมแล้วจะสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในด้านต่างๆ ได้ทั้งสิ้นกว่า 17,455 คน

“ในการจัดการศึกษาแบบแซนด์บ็อกซ์ที่มุ่งเน้นให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาควรต้องมีแนวทางการทำงานที่เป็น Top-down จากบนลงล่างมากขึ้น ต้องมองในประเด็นที่สำคัญที่ควรเร่งดำเนินการและทำในเรื่องนั้นอย่างจริงจัง รวดเร็ว ขจัดข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการทำงานแบบเดิม การออกแบบหลักสูตร เราต้องออกแบบจากจุดแข็งของเรา เป้าหมายต้องชั้นเจนว่าจะผลิตคนชั้นเลิศ ให้สามารถออกไปทำงานได้ ผลิตคนเก่งได้ในระยะเวลาสั้นลง ที่สำคัญต้องเอาเด็กเข้ามาเรียนให้เร็วที่สุด เพราะในปัจจุบัน นวัตกรรมต่างๆ เกิดขึ้นจากเด็ก ดังนั้นการจะฝึกด้านการวิจัย ก็ควรต้องฝึกตั้งแต่เด็ก ให้มีระยะเวลาในการเรียนที่สั้นกว่าการเรียนตามระบบปกติ เน้นการเรียนกับการปฏิบัติจริง และผลงานที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในการวิจัยจะต้องสร้างผลกระทบให้เกิดความก้าวหน้ากับบ้านเมืองได้จริง” ดร. เอนก กล่าว

ดร. เอนก ยังได้เน้นย้ำว่า ทั้ง 4 หลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติ เป็นหลักสูตรการจัดการศึกษาที่เน้นการผลิตกำลังคนในสาขาที่ประเทศไทยขาดแคลน โดยมุ่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงในหลายด้าน ที่นอกจากจะช่วยรองรับและตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนในการพัฒนาประเทศแล้ว ยังตอบโจทย์โลกของธุรกิจสมัยใหม่ด้วย ซึ่งการจัดหลักสูตรเหล่านี้ในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการจัดการศึกษาได้ เพื่อนำไปสู่การจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นสมรรถนะของผู้เรียนอย่างแท้จริง

ด้าน ดร. กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. ในฐานะเลขานุการการประชุมฯ ได้กล่าวสรุปถึง ความก้าวหน้าการพิจารณาข้อเสนอการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา ซึ่งล่าสุดมีข้อเสนอฯ ที่ได้รับการอนุมัติข้อเสนอเชิงหลักการ จากคณะทำงานเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา นำโดย ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ประธานคณะทำงานฯ รวมแล้ว 8 ข้อเสนอ ได้แก่ 1) ข้อเสนอการผลิตและพัฒนากำลังคนสาขาฉุกเฉินการแพทย์ 2) ข้อเสนอการผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล (AI) 3) ข้อเสนอการผลิตบุคลากร High-tech Entrepreneur (Harbour.Space) 4) ข้อเสนอแพลตฟอร์มส่งเสริมการผลิตกำลังคนในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 5) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฯ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมบูรณาการระบบการผลิต (SI) 6) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฯ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) 7) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฯ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบองค์รวม (หลักสูตรสองภาษา) และ 8) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฯ หลักสูตรการจัดการบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบินนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอการจัดการศึกษาที่เสนอเข้ามาอีกรวมกว่า 169 ข้อเสนอ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาจากคณะทำงานฯ ทั้งในรูปแบบความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัย ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนผู้ใช้บัณฑิต ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านวิชาชีพ รวมถึงความร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศด้วย ซึ่งในอนาคตจะมีข้อเสนอฯ หลักสูตรอื่นๆ ที่เริ่มทยอยอนุมัติการนำไปใช้จริง เพื่อให้ครอบคลุมการผลิตและพัฒนากำลังคน ปลดล็อกข้อจำกัดทางการศึกษาในแง่มุมต่างๆ ได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ โดยรวมให้ความเห็นว่า ในการจัดทำหลักสูตรจะต้องมุ่งเป้าไปที่ประสิทธิผลของหลักสูตรให้เห็นผลอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น เพื่อให้สามารถผลิตกำลังคนให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงได้ อีกส่วนหนึ่งคือตัวชี้วัดความสำเร็จของหลักสูตรควรมีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายของประเทศ เพื่อให้เห็นว่าหลักสูตรที่เกิดขึ้นใหม่จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศก้าวหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ควรมองถึงการทำหลักสูตรร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนอย่างครอบคลุม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานในต่างประเทศด้วย

‘ตรีนุช’นำทีมผู้บริหารตรวจเยี่ยม’รร.ราชประชานุเคราะห์ 37’ ยกเป็นต้นแบบลดความยากจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679308

'ตรีนุช'นำทีมผู้บริหารตรวจเยี่ยม'รร.ราชประชานุเคราะห์ 37' ยกเป็นต้นแบบลดความยากจน

‘ตรีนุช’นำทีมผู้บริหารตรวจเยี่ยม’รร.ราชประชานุเคราะห์ 37’ ยกเป็นต้นแบบลดความยากจน

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ตรีนุช”นำทีมผู้บริหารตรวจเยี่ยม”รร.ราชประชานุเคราะห์ 37” ยกเป็นต้นแบบลดความยากจน ดัน สพฐ.-สอศ.สร้างมิติใหม่การศึกษา

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จังหวัดกระบี่ พบว่าโรงเรียนมีเป้าหมายในการจัดการเรียนการสอนให้เด็กด้อยโอกาส เด็กยากจน ได้รับโอกาสและได้รับความเท่าเทียมในด้านการศึกษาเท่ากับเด็กทั่วไป และพบว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 มีวิธีการบริหารจัดการเรียนการสอนที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ ทางโรงเรียนได้ให้โอกาสกับเด็กด้อยโอกาสในเขตพื้นที่บริการตั้งแต่เด็กระดับประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายให้เข้ามาเรียนได้ รวมถึงให้โอกาสทางการศึกษากับนักเรียนที่เคยต้องโทษในสถานพินิจให้ได้มีโอกาสกลับเข้ามาเรียนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองด้วยซึ่งเป็นมิติให้โอกาส

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนมิติการจัดการศึกษา พบว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 ได้มุ่งเน้นจัดการเรียนการสอนให้เด็กมีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ มากกว่าทักษะวิชาการ ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ให้เด็กเรียนจบไปแล้วมีงานทำมีอาชีพ และตอบโจทย์สังคม รวมถึงเรื่องการปรับสภาพแวดล้อมให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนแห่งความสุข ซึ่งพบว่าทางโรงเรียนสามารถออกแบบบ้านพักที่ดีสำหรับเด็ก มีอาหารกลางวันถูกหลักโภชนาการ การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เพราะมีการดูแลระหว่างนักเรียนกับนักเรียน รุ่นพี่กับรุ่นน้อง ระหว่างครูกับนักเรียน และระหว่างผู้บริหารกับครูที่ดี จึงกลายเป็นโรงเรียนแห่งความสุข เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว จึงคิดว่าหากเราทำโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ที่สอนเด็กด้อยโอกาส เด็กที่ขาดโอกาส ให้มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน ประเทศไทยก็จะลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาได้เป็นอย่างดี

“รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำการบริหารจัดการของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 มาถอดบทเรียน เพื่อไปขยายผลให้กับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์อื่นๆ ไปปฏิบัติตาม ดังนั้น ผมจะนำหลักการที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้มอบให้ไว้มาปฏิบัติ ซึ่งต่อไป ผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ ที่จะมาดูแลโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ อาจจะต้องมาอบรมในโรงเรียนต้นแบบนี้ เพื่อดูว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 เขาบริหารจัดหารอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ แล้วนำสิ่งที่ได้กลับไปพัฒนาโรงเรียนของตนเอง และผมมองว่า ทิศทางการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ในอนาค จะไม่เน้นให้นักเรียน เรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่จะเน้นสอนทฤษฎีที่จำเป็น ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ ก็จะทำให้ตอบโจทย์การเรียนการสอนแบบ Active Learning ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น และตอบโจทย์เรื่องลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และพัฒนาเด็กให้มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ซึ่งเด็กเหล่านี้จะเป็นต้นแบบหลุดพ้นจากความยากจน” นายอัมพร กล่าว

นายอัมพร กล่าวต่อว่า การสร้างทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต ให้นักเรียนในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นั้น รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้เน้นย้ำว่าต่อไป สพฐ.และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต้องสร้างสะพานเชื่อมโยงกันและต้องไม่มีพรมแดนระหว่างกัน ต้องทำ MOU ร่วมกัน ใช้ทรัพยากรร่วมกันก็จะเป็นมิติใหม่ของการจัดการศึกษาระหว่าง สพฐ.กับ สอศ.ตนจึงได้หารือกับ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการ กพฐ.ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ว่า ควรสร้างมิติใหม่ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ สอศ.ให้สามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่างแท้จริงต่อไป สพฐ.จะเตรียมคนให้มีต้นทุน และพร้อมที่จะเรียนรู้ ส่วน สอศ.ก็ไปต่อยอดให้ผู้เรียนมีอาชีพ มีงานทำ มีรายได้ หากคนสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ มีอาชีพ มีงานทำ มีรายได้ก็จะมีความสุข

– 006