สมศ.จัดกิจกรรม‘ส่งเสริมการประกันคุณภาพการศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678527

สมศ.จัดกิจกรรม‘ส่งเสริมการประกันคุณภาพการศึกษา’

สมศ.จัดกิจกรรม‘ส่งเสริมการประกันคุณภาพการศึกษา’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ขอเชิญชวนสถานศึกษาร่วมกิจกรรม “สร้างการรับรู้ ความเข้าใจเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้เพื่อการพัฒนา ในวันอังคารที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 08.30-12.30 น. ในรูปแบบออนไลน์หน้าเฟซบุ๊คเพจ สมศ. https://www.facebook.com/onesqa

‘ไวไว’รับสมัครเยาวชนร่วมโครงการ‘WAIWAI FOOTBALL Academy 2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678525

‘ไวไว’รับสมัครเยาวชนร่วมโครงการ‘WAIWAI FOOTBALL Academy 2022’

‘ไวไว’รับสมัครเยาวชนร่วมโครงการ‘WAIWAI FOOTBALL Academy 2022’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว” และผู้ก่อตั้งแคมเปญ “ทำวันนี้…ทำไวไว” รับสมัครเยาวชนชาย-หญิง อายุ 7-14 ปี ที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลและฝันที่จะก้าวสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ สมัครเข้าร่วม “โครงการ WAIWAI FOOTBALL Academy 2022” คลินิกฟุตบอลเยาวชนเคลื่อนที่ สนามที่ 5 จังหวัดลำปาง หลักสูตรเรียนกีฬาฟุตบอลฟรีกับโค้ชระดับทีมชาติ ลงสนามจริงพร้อมฝึกทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐานไปจนถึงกฎกติกาฟุตบอลสากล เปิดสอน ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง เรียนฟรี รับชุดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มลงทะเบียนออนไลน์ (สนามที่ 5 จ.ลำปาง) ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กันยายน 2565 รายละเอียดเพิ่มเติม ทาง FB : WaiWai Football Academy สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.090-9959574, 095-7946350 และ 091-7435123

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบทุนทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678523

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบทุนทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบทุนทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และดูแลฝ่ายบริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างขวัญกำลังใจให้ทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย 1,250,000 บาทที่สร้างผลงานและชื่อเสียงให้วงการเทเบิลเทนนิสและประเทศไทย จากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม โดยมีทีมนักกีฬาเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย เป็นผู้รับมอบ

นักวิจัย ม.อ. แปรรูปผักตบชวา เป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678521

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.จุฑารัตน์ เอี้ยวกฤตยากร สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. นำโดย รศ.ดร.จุฑารัตน์ เอี้ยวกฤตยากร สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ และ รศ.ดร.วิไลวรรณ โชติเกียรติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมมือกับ บริษัท ไบโอแอ็กซ์เซล จำกัด  ดำเนินโครงการ “แปรรูปผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงภายใน 24 ชั่วโมง” เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่แพร่พันธุ์จำนวนมากและกลายเป็นวัชพืชในแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ โดยมาสู่การแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร 

การวิจัยครั้งนี้ ได้ดำเนินการจัดทำโดย นำผักตบชวามาผ่านกระบวนการย่อยด้วยเครื่อง Bioaxel ของบริษัทไบโอแอ็กซ์เซล จำกัด จนได้จุลินทรีย์ Super BACT มาผสมกันจะได้เป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงภายใน 24 ชั่วโมง และจุลินทรีย์ที่ได้นั้นผ่านการวิเคราะห์คุณภาพจากกรมวิชาการเกษตร พบว่ามีค่าผ่านมาตรฐานทุกตัว เมื่อนำปุ๋ยมาให้เกษตรกรได้ทดลองที่แปลงนา อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง บนพื้นที่ 5 ไร่การแตกกอของต้นข้าวเพิ่มปริมาณมากขึ้น รวงยาวให้ผลผลิตดีขึ้นและที่สำคัญมีต้นทุนการปลูกข้าวลดลง ล่าสุด ได้มีโอกาสนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยการวิจัยในครั้งนี้วางเป้าหมายได้นำผักตบชวาซึ่งเป็นวัชพืชที่เป็นปัญหาสำคัญต่อแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ กว่า 302,854.27 ตันต่อเดือนและเตรียมขยายผลไปเพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ในการเกษตรหรือส่งเสริมการผลิตเพื่อจำหน่ายในอนาคต   

ทั้งนี้ ม.อ. พร้อมนำการวิจัยโครงการแปรรูปผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงภายใน 24 ชั่วโมง มาร่วมส่งเสริมภาคการเกษตรให้มีผลผลิตที่ดีขึ้นภายใต้ต้นทุนการดำเนินที่ลดลงตลอดจนมุ่งเสริมสร้างรายได้จากการนำวัชพืชและผักตบชวามาทำปุ๋ยอินทรีย์ รวมทั้งพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนดียิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจแปรรูปผักตบชวาสู่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่งานบริการวิชาการคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อประสานงานไปยังนักวิจัยได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 074-288028 ในวันและเวลาราชการ 

ชูงานช่างท้องถิ่น หนุนพัฒนาความรู้ด้านศิลปะควบคู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678474

ชูงานช่างท้องถิ่น หนุนพัฒนาความรู้ด้านศิลปะควบคู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ชูงานช่างท้องถิ่น หนุนพัฒนาความรู้ด้านศิลปะควบคู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.08 น.

ชูงานช่างท้องถิ่นเป็นรากแก้วของภูมิปัญญาไทย หนุนพัฒนาความรู้ด้านศิลปะควบคู่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมเยาวชน คนในพื้นที่ร่วมสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดรายการพูดคุยผ่านช่องทางออนไลน์ ในรายการ Future Talk by NXPO ครั้งที่ 13 ในประเด็น “ภูมิปัญญาและงานช่างท้องถิ่น “ตาน้ำ” ของวัฒนธรรมไทย” โดยรายการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร. สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน และผู้อำนวยการสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น ธัชชา ผศ.ดร. ชวลิต ขาวเขียว อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และนายสักก์สีห์ พลสันติกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดน่าน มาร่วมพูดคุย ดำเนินรายการโดย ดร. กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สอวช. เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา

ดร. กาญจนา กล่าวว่า ประเทศไทยมีรากฐานทางอารยธรรม ทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่สืบสานตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ ซึ่งทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ถือเป็นตาน้ำหรือเป็นต้นน้ำที่สำคัญที่จะนำไปสู่โอกาสในการทำงานและการสร้างการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ริเริ่มการจัดตั้งวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ ธัชชา ขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาบุคลากรทางด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ของประเทศ นำไปสู่การสร้างคุณค่าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติ โดยโครงสร้างของธัชชา ประกอบด้วย สถาบันสุวรรณภูมิศึกษา, สถาบันโลกคดีศึกษา, สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง, สถาบันพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น

ด้าน ดร. สิริกร กล่าวว่า สถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่นก่อตั้งก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยกว่า 165 คน ทำงานกับเครือข่ายพื้นที่ไม่น้อยกว่า 90 แห่ง และยังผลักดันให้เกิดผู้สืบสานงานช่างศิลป์ ผ่านการฝึกอบรมไม่ต่ำกว่า 200 คน ด้วยหลักสูตร 47 หลักสูตร เกิดบทเรียนออนไลน์ 8 เรื่อง และยังสามารถสานต่อลมหายใจองค์ความรู้ที่กำลังจะสูญหายไปไม่ต่ำกว่า 5 สาขา และมีเครือข่าย 17 มหาวิทยาลัย 12 วิทยาลัยชุมชน ในพื้นที่ 23 จังหวัดครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งการทำงานร่วมกับเครือข่ายในกระทรวงต่างๆ รวมถึงวิทยาลัยชุมชน ทำให้เห็นแนวทางการต่อยอดเพิ่มมูลค่าและสร้างความเข้มแข็งให้กับงานช่างศิลป์ท้องถิ่น โดยเฉพาะการนำเอาความรู้ทางด้านศิลปะมาผนวกกับความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีมูลค่าสูงขึ้น มีความร่วมสมัยมากขึ้น เช่น การศึกษาวิจัยว่าวัสดุใดที่คงทนต่อการนำมาผลิต การหาแนวทางย้อมสีธรรมชาติให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การต่อยอดทางศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นแล้ว ยังสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้มากขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว ถือเป็นการรักษารากแก้วของภูมิปัญญาไทย ให้คงอัตลักษณ์ของชาติไว้ต่อไป

ดร. สิริกร กล่าวต่อว่า การดำเนินการ 2 ปีต่อจากนี้ เชื่อว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น สิ่งที่ทำมาแล้วบรรลุเป้าหมายก็จะเดินหน้าทำต่อไปให้เข้มแข็งขึ้น ขยายพื้นที่ไปในจังหวัดอื่นๆ ให้งานวิจัยเกิดผลอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยต้องมีการอบรม สร้างความเข้าใจคู่ขนานกันไป ทั้งในกลุ่มประชาชน บุคคลทั่วไป ช่างศิลป์ หรือกลุ่มเด็ก เยาวชน ที่มีแนวคิดจัดทำหลักสูตรนอกระบบรองรับ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ยังได้จัดทำระบบอีเลิร์นนิ่ง (e-learning) เพื่อสอนให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การวาดลวดลายงานช่างศิลป์ในหลายประเภทด้วย ดร. สิริกร ยังได้เน้นย้ำว่า หากทำแบบนี้ต่อไป จะเห็นผลการสืบสานต่อยอดงานช่างศิลป์ท้องถิ่น ทำให้รากแก้วของแผ่นดินมีความแข็งแรงมากขึ้น และจะส่งผลไปถึงระบบช่างศิลป์ท้องถิ่นของประเทศได้ในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการหรือประชาชนที่สนใจว่าสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่นได้ทำอะไรในพื้นที่ใดบ้าง สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaiartisan.org

ผศ.ดร. ชวลิต กล่าวว่า ได้ทำงานอยู่ในส่วนของสถาบันสุวรรณภูมิศึกษา ซึ่งสอดรับกับงานของสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น กล่าวคือ เป็นการศึกษารากเหง้าทางภูมิปัญญาตัวตนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความหลากหลาย นำไปสู่ความมั่งคั่งในด้านงานศิลปะ และแนวทางการสืบทอดดีเอ็นเอช่างศิลป์ท้องถิ่น ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง เป็นภูมิปัญญาที่ไม่ด้อยไปกว่าใครในโลก หากได้มีการยกระดับผลิตภัณฑ์ การออกแบบให้คงทน และสวยงามก็จะสามารถไปต่อได้ไกล แต่ก็ต้องอาศัยการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง จริงใจ และต่อเนื่อง

ดร. ชวลิต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการสร้างคนผ่านการจัดทำหลักสูตร ที่เห็นได้ชัดคือหลักสูตรการจัดการทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันผู้ที่สนใจเรียนในด้านนี้น้อยลง เปลี่ยนไปสนใจหลักสูตรในระยะสั้น มหาวิทยาลัยจึงต้องมองถึงการทำหลักสูตรระยะสั้นสำหรับคนกลุ่มนี้ โดยเน้นประเด็นสำคัญ ในการนำองค์ความรู้มาถ่ายทอด แต่ให้สามารถเก็บสะสมผลการเรียนไว้ในธนาคารหน่วยกิต (credit bank) สามารถรวบรวมไว้ขอเป็นใบประกาศนียบัตรหรือปริญญาบัตรได้ ดร. ชวลิต ยังได้ชี้ให้เห็นว่า การผลักดันงานช่างศิลป์ท้องถิ่นในสถาบันอุดมศึกษานั้น มหาวิทยาลัยควรมองหา 3 สิ่ง คือ 1) ความรู้ ทั้งจากมหาวิทยาลัย และจากชุมชน จากพื้นที่ 2) จินตนาการ การใส่ความคิดสร้างสรรค์เพิ่มเติมเข้าไป และ 3) การสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนในชุมชน เด็ก เยาวชน ผู้ประกอบการ เชื่อว่า ถ้าทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกันจะเกิดพลังในการขับเคลื่อนคุณค่าของต้นน้ำทางศิลปวัฒนธรรมต่อไปได้

นายสักก์สีห์ กล่าวว่า จังหวัดน่านมีวิทยาลัยชุมชน ที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพียงแห่งเดียวที่ทำงานเป็นหลักทางด้านศิลปวัฒนธรรมโดยตรง สิ่งที่เรียนรู้ได้จากกลไกการทำงาน จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน พบว่า การมุ่งเป้าทำงานสำเร็จ ประกอบด้วยความร่วมมือ 5 ส่วน หรือ เบญจภาคี คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ภาควิชาการ และที่สำคัญคือภาคประชาสังคม ที่ต้องมีการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันในพื้นที่

“ทุกเมืองต้องการสเปซหรือพื้นที่ที่แสดงให้เห็นถึงตัวตนหรือเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างให้เกิดแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนหรือคนในชุมชน ซึ่งพื้นที่เหล่านั้นเราแทบไม่ต้องลงทุนสร้าง เพราะเรามีพื้นที่อยู่แล้ว เช่น วัด ที่สามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ได้ หรือบ้านของช่างศิลป์ท้องถิ่นเอง ที่สามารถผูกโยงเข้ากับโรงเรียน ทำให้นักเรียนได้ซึมซับสัมผัสพื้นที่จริง เป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนนอกห้องเรียน สร้างแรงบันดาลใจในการสืบสานต่อยอดงานในพื้นที่ สิ่งที่สำคัญในการทำเรื่ององค์ความรู้ในพื้นที่มากกว่ารายได้หรือผลิตภัณฑ์ ถ้าเราสามารถเพิ่มสเปซเหล่านี้ได้ จะทำให้องค์ความรู้เป็นส่วนหนึ่งในการกล่อมเกลาคนในพื้นที่ด้วยศิลปะ การมีศิลปะอยู่ในจิตใจของผู้คนทำให้บ้านเมืองเป็นเมืองแห่งความสุข น่าอยู่ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจตามมาอีกมากมาย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งเป้าหมายปลายทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย” นายสักก์สีห์ กล่าว

ดร. กาญจนา ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ที่ได้มีโอกาสทำงานกับทีมธัชชา รวมถึงสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น ที่ถือเป็นรากฐานสำคัญ ที่ต้องทำให้เกิดความมั่นคง ซึ่ง กระทรวง อว. เห็นความสำคัญในการสืบสานภูมิปัญญางานช่างท้องถิ่น ซึ่งเปรียบเสมือนตาน้ำสำคัญของวัฒนธรรมไทย ต้องมีการเชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ให้เกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ไม่ให้ตาน้ำนี้เหือดแห้ง และคงอยู่เป็นความภาคภูมิใจให้กับชุมชนและสังคมต่อไป

นอกจากนี้ สอวช. ยังได้มีการทำบันทึกตกลงความร่วมมือร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ให้ความสำคัญในมิติของนวัตกรรมทางวัฒนธรรม (cultural innovation) นำเอาระบบนวัตกรรมเข้ามาเชื่อมโยงกับระบบด้านวัฒนธรรม ทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย หรือการทำแผนที่ทางวัฒนธรรม (cultural map) ในด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง เป็นการทำงานและการบูรณาการในด้านข้อมูลร่วมกัน และเชื่อมโยงลงไปถึงในระดับพื้นที่ด้วย

-005

‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678467

‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.45 น.

“ตรีนุช” เสียใจเหตุคนร้ายคลั่งยาบ้ายิง นร.ชั้น ม.6 ดับ 3 ศพ ด้าน “ปลัด ศธ.” ย้ำโรงเรียน ผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานช่วงยาเสพติดระบาด

วันที่ 7 กันยายน 2565 เฟสบุ๊ก ตรีนุช เทียนทอง Treenuch Thienthong ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่  ที่ถูกคนร้ายเมายาบ้าใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต 3 ราย ว่า

“ดิฉันขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ น้องนนทภัทร อุดมศรี น้องภัณธิรา ชูทอง และ น้องณัชนิชา พันเซ่ง นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนพนมเบญจา อําเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายคลั่งยาเสพติด ก่อเหตุยิงน้องทั้งสามจนเสียชีวิต กลางดึกเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา

นับว่าเป็นความสูญเสียทรัพยากรคนดี และคนเก่งของประเทศ เป็นลูกหลานที่เป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่ และผู้ปกครอง เบื้องต้นดิฉันได้สั่งการไปยังสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ให้ประสานทางโรงเรียน เพื่อร่วมแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของน้อง และประสานการให้การช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ทราบว่า น้องนักเรียนที่เสียชีวิตทั้ง 3 คน เป็นนักเรียนที่ทำกิจกรรม และได้สร้างผลงานให้กับทางโรงเรียนไว้มากมาย

โดย นางสาวณัฐณิชา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 ปี 2563 ชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทหญิงคู่กีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 8 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬานักเรียนฯ ระดับประเทศที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถูกยกเลิกการแข่งขันเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  ปี2565 ชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทหญิงคู่ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37 รอบคัดเลือกภาค 4 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37 และได้รับรางวัลชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทคู่ผสมกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 รอบคัดเลือกตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 8 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬานักเรียนฯ ระดับประเทศที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมกราคม 2566 ที่จังหวัดเชียงใหม่

นางสาวภัณธิรา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2  มีความสามารถด้านนาฏศิลป์ มโนราห์

นายนนทภัทร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4  เป็นนักกีฬาแฮนด์บอลในร่ม ตัวแทนจังหวัดกระบี่เข้าร่วมแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกเขตการแข่งขันกีฬาที่ 8 ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นตัวแทนเขตการแข่งขันกีฬาที่ 8 เข้าร่วมแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 42  เป็นนักกีฬาฟุตบอล, ฟุตซอลตัวแทนโรงเรียนพนมเบญจาเข้าแข่งขันมหกรรมกีฬาจังหวัดกระบี่ ประจำปี 2565 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถวัดหรือประเมินค่าได้ แต่เป็นเครื่องตอกย้ำให้พวกเราทุกคนต้องร่วมกันทุกวิถีทางในปกป้อง และดูแลลูกหลานของเราให้มีความปลอดภัยสูงสุด ขอบคุณเพื่อนครูและผู้บริหารทุกท่านรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ดูแลช่วยเหลือ และให้กำลังใจครอบครัวของน้อง ๆ ทั้งสามคนเป็นอย่างดีค่ะ”

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิตแล้ว โดยในวันที่ 9 กันยนยน นี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ และจะเข้าไปให้กำลังใจครอบครัวของนักเรียนทั้ง 3 รายด้วย

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิกาา (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางสถานศึกษาได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือครอบครัวของนักเรียนที่เสียชีวิตที่ง 3 คนแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ยาเสพติดมีการแพร่ระบาดมากขึ้น ทางสถานศึกษาก็ต้องดูแลเด็กอย่างเข้มงวด และทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ก็ต้องปราบปรามทั้งการผลิตการจัดส่งและการเสพอย่างเข้มงวด

“การเข้มงวดของสถานศึกษา ผมมองว่าในการกำกับดูแลเด็ก จะต้องสร้างให้เด็กเชื่อมั่นว่าเด็กควรจะเดินไปในทางที่ถูกอย่างไร และไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเด็กที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก็สามารถดูแลให้คำแนะนำได้ รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานด้วย ซึ่งสมัยผม 3-4 ทุ่มก็จะเข้าบ้านแล้ว ทุกสังคมก็ต้องมีกติกาที่เหมาะสมกับคนแต่ละประเภท แต่ละช่วงวัย เรียนพิเศษเสร็จก็ต้องรีบกลับบ้าน ดังนั้น ผู้ปกครองก็ต้องช่วยกันดูแลสอดส่องบุตรหลาน ครูก็ต้องช่วยดูแลลูกศิษย์” ปลัด ศธ. กล่าว 

โรงเรียน 232 แห่ง จมบาดาล ‘นร.-ครู-บุคลากร’ กระทบ 3,693 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678440

โรงเรียน 232 แห่ง จมบาดาล 'นร.-ครู-บุคลากร' กระทบ 3,693 ราย

โรงเรียน 232 แห่ง จมบาดาล ‘นร.-ครู-บุคลากร’ กระทบ 3,693 ราย

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.44 น.

“สพฐ.” สั่งผู้บริหาร ครู โรงเรียนพื้นที่เคยถูกน้ำท่วมวางแผนเฝ้าระวังเก็บอุปกรณ์หนีน้ำ เผย 88 เขตพื้นที่ฯ 232 โรงเรียนถูกน้ำท่วม  มี นร. ครู บุคาลกรฯ กระทบ 3,693 ราย โรงเรียนสั่งหยุดการเรียน 1 แห่ง 

7 ก.ย.65 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้ส่งสัญญาณไปยังโรงเรียนหรือพื้นที่ที่เคยมีความเสี่ยง หรือมีโอกาสเผชิญกับภัยน้ำท่วมให้เฝ้าระวัง ซึ่งได้ทราบว่าโรงเรียนในพื้นที่ปริมณฑล และพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีน้ำท่วมอย่างหนัก โดยขอให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูประเมินสถานการณ์และวางแผนเก็บอุปกรณ์ไว้ในที่สูง รวมถึงออกแบบป้องกันระบบไฟฟ้าไม่ให้ได้รับความเสียหาย

นายอัมพร กล่าวต่อว่า นอกจากการดูแลอาคารสถานที่โรงเรียนแล้ว และขอให้ดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียน ซึ่งเมื่อน้ำท่วม จะกระทบกับการจัดการเรียนการสอน เด็กไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ ดังนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนต้องดูในเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม ทั้งนี้ หากโรงเรียนใดได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหาย จำเป็นต้นซ่อมแซมอาคารเรียน เพื่อให้เกิดการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็พร้อมจะเข้าไปดูแลเพื่อให้เกิดการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ได้รับรายงานข้อมูลสถานศึกษาและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม 88 เขตพื้นที่การศึกษา ใน 232 โรงเรียน มีนักเรียน ครู และบุคาลกรทางการศึกษาได้รับผลกระทบรวม 3,693 รายมีโรงเรียนสั่งหยุดการเรียนการสอน 1 แห่ง ทั้งนี้ สพฐ. ได้ย้ำให้ผู้บริหารสถานศึกษาเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์เป็นระยะ.-008 

ม.ศรีปทุม MOU เกียรตินาคินภัทรร่วมมือจัดประชุมผู้นำเยาวชน APEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677951

ม.ศรีปทุม MOU เกียรตินาคินภัทรร่วมมือจัดประชุมผู้นำเยาวชน APEC

ม.ศรีปทุม MOU เกียรตินาคินภัทรร่วมมือจัดประชุมผู้นำเยาวชน APEC

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับ กลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตินาคินภัทร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัย กับ นางกุลนันท์ ซานไทโว กรรมการผู้จัดการ ประธานกลุ่มงานลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และ นายชัชวาลย์ ธันวารชร คณะทำงาน VOTF ของไทย APEC ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมผู้นำเยาวชนเอเปก APEC Voices of the Future, THAILAND 2022 (APEC VOTF 2022)

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า ศรีปทุมพร้อมให้การสนับสนุน ส่งเสริมให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้นำเยาวชนบนเวทีโลก เพราะการที่ตัวแทนนักศึกษาที่ได้มีส่วนร่วมกับโครงการ APEC Voices of the Future นี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทำกิจกรรมนอกหลักสูตร นอกห้องเรียน และคาดว่าจะสามารถต่อยอดเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากยิ่งในอนาคต และภายหลังหากจบการศึกษา พลังของเยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อโลก ด้วยแนวคิดหลัก คือ เปิดใจรับความแตกต่าง (Open) เชื่อมโยงความแตกต่างเหล่านั้นเข้าเป็นพลังร่วมที่เข้มแข็ง (Connect) ร้อยเรียงความแตกต่างที่จะสร้างความสมดุล ของโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืน (Balance)

ด้าน นางกุลนันท์ ซานไทโว กรรมการผู้จัดการ ประธานกลุ่มงานลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จากัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ ผ่านมากลุ่มธุรกิจเกียรตินาคินภัทร ได้รับมอบหมายจากองค์กรผู้ดูแลโครงการ APEC Voices of the Future ให้ทำหน้าที่คัดเลือกผู้แทนเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการที่เวียนกันจัดในประเทศสมาชิกเอเปกทุกๆ ปี รวมทั้งยังได้จัดสรรบุคลากรของ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จากัด (มหาชน) ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจมาเป็น “Educator” หรือผู้ให้ความรู้แก่เยาวชนที่เป็นตัวแทนของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกครั้งนี้ กลุ่มธุรกิจฯมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีบทบาทเรื่องการศึกษาและพัฒนาเยาวชนอย่างมหาวิทยาลัยศรีปทุม ถือเป็นการยกระดับโครงการให้เป็นที่เข้าถึงในวงกว้างยิ่งขึ้น

งาน APEC Voices of the Future, THAILAND 2022 จะจัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดผู้นำAPEC CEO Summit 2022 ระหว่างวันที่ 13-19 พฤศจิกายน 2565 มีเยาวชนที่มีศักยภาพจาก21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปกมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อนำเสนอมุมมองและแนวทางออกเกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่ส่งผลต่ออนาคตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงเข้ารับฟังวิสัยทัศน์ของผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของโลกที่มาร่วมการประชุม APEC

การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677954

การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม  สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อสังคม

การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อสังคม

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม การเมือง ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผลักดันให้คนไทยมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทุกวันนี้ คนไทยถูกครอบงำจากอิทธิพลของวัตถุ และปัญหาสังคมทั้งจากโรคระบาด ทั้งสงคราม และเศรษฐกิจ ทำให้คนแก่งแย่งแข่งขันเพื่อความอยู่รอด จึงทำให้เห็นเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี ศีลธรรม และจริยธรรมเป็นเรื่องรองและถึงขั้นละเลยกันเลยทีเดียว การขาดคุณธรรมจริยธรรมในคนไทยทำให้เกิดปัญหาสำคัญที่พบเห็นทั่วไป อาทิ การใช้จ่ายเกินตัว การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหามีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ขาดการสำรวม ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่ ไม่สนใจศาสนา ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวนี้ เป็นปัญหาที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสังคมดังกล่าว

จากการพิจารณาธรรมชาติของเด็กระดับประถมศึกษา พวกเขาจะมีความอยากรู้อยากเห็นและเรียนรู้จากเรื่องราวและสิ่งแวดล้อมตัว ดังนั้น การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมที่เหมาะสมกับเด็กวัยนี้จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม พวกเขาสามารถเรียนรู้สิ่งที่ดีงามนี้ได้เป็นอย่างดี และสามารถใช้เป็นพื้นฐานของจิตใจนำไปสู่การมีพฤติกรรมที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้จะอยู่ในระดับจิตสำนึก ทำให้สามารถควบคุมตัวเองได้ และประพฤติปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสม ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ทุกสถาบันการศึกษาจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดย สอดแทรกการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมไว้ในจุดมุ่งหมายของหลักสูตร โดยการเร่งปลูกฝังคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการแก่เด็กไทย

คุณธรรม 8 ประการ ประกอบด้วยขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดทนไม่ท้อเมื่อพบอุปสรรค ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญา แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย ประหยัด คือ รู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน หรือใช้สิ่งของแต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ความซื่อสัตย์ คือ ประพฤติตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ มีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม สุภาพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม มีความผ่องใสเป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น สามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกันความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามที่ต้องการ และ มีน้ำใจ คือ เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อนมนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน

ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมได้มีบทบาทการขับเคลื่อนการสร้างจริยธรรมและคุณธรรมอย่างต่อเนื่องเสมอมา โดยได้มีโครงการที่สำคัญคือ ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร สนับสนุนทุกๆ กิจกรรม ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมปลูกฝังคุณธรรม สร้างคนดี สังคมดี ให้ “คุณธรรมนำการพัฒนา” ที่มีความโดดเด่น 3 ประการ คือคนในชุมชนปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมในการสร้างความเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกพื้นที่ โดยใช้กลไกพลังบวรและกลไก ประชารัฐส่งเสริมและพัฒนาชุมชน

ปัจจุบันนี้เกิดเป็นชุมชนคุณธรรมกว่า 22,000 ชุมชนทั่วประเทศ“ในจำนวนนี้เป็นชุมชนคุณธรรมต้นแบบ ชุมชนที่มีความพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กว่า 3,000 แห่ง คนในชุมชนเคารพเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีความ เป็นเครือญาติ เอื้ออาทรแบ่งปัน ไม่มีการทะเลาะวิวาท ไม่มีการลักขโมยลด ละ เลิกอบายมุข ปลอดยาเสพติด และอาชญากรรม มีกลุ่มจิตอาสาทำความดีชีวิตเรียบง่าย รู้จักใช้ รู้จักออม รวมกลุ่มอาชีพสร้างรายได้ เพิ่มให้กับครอบครัว เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงานได้ และคนในชุมชนเป็นเจ้าบ้านที่ดีพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและ ผู้มาเยือน

ชนิตร ภู่กาญจน์

‘เอยูเอ’ ปี 70 เน้นการเรียนรู้ภาษา ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผสมผสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677950

‘เอยูเอ’ ปี 70 เน้นการเรียนรู้ภาษา  ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผสมผสาน

‘เอยูเอ’ ปี 70 เน้นการเรียนรู้ภาษา ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผสมผสาน

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประกิต ประทีปะเสน ประธานกรรมการ โรงเรียนสถานสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา (เอยูเอ) กล่าวถึง การดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 70 ว่าเอยูเอเป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษแห่งแรกของประเทศไทย มีรูปแบบการสอนมุ่งเน้นพัฒนาทักษะการสื่อสารของผู้เรียน โดยมีครูผู้สอนเป็นเจ้าของภาษา (Native Speaker) ดำเนินการสอนด้วยหลักสูตรที่มีคุณภาพ

นายเอกพงษ์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการบริหาร เอยูเอ กล่าวถึงจุดเด่นของหลักสูตรของเอยูเอว่า มีแพลตฟอร์มการสอนที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้แบบผสมผสาน(Blended Learning) จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอนควบคู่กับแบบฝึกหัดออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถฝึกฝนตนเองเพิ่มเติมได้แม้อยู่นอกห้องเรียน โดยครูผู้สอนจะคอยติดตามผลและนำจุดที่ผู้เรียนควรพัฒนามาเน้นย้ำในห้องเรียน (Monitored Online Self-Practice) ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำภาษาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง และบรรลุเป้าหมายในการเรียนภาษาของตนเอง นอกจากนี้ ด้วยชั้นเรียนกลุ่มเล็ก ผู้เรียนจึงมีโอกาสที่จะฝึกฝนกับครูผู้สอนและเพื่อนร่วมชั้นได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

ปัจจุบันเอยูเอ มีทั้งหลักสูตร สอนภาษาอังกฤษ หลักสูตรภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวต่างชาติ และยังมีหลักสูตร Junior English for Communication สำหรับผู้เรียนระดับมัธยมต้น ซึ่งหลักสูตรนี้นอกเหนือจากการพัฒนาทักษะภาษาทั่วไปแล้ว ยังเน้นการเสริมสร้างทักษะของ Global Citizenship หรือ การเป็นพลเมืองโลก ให้มีความสามารถในการสื่อสาร การคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ ความรู้ด้านดิจิทัล และความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม และเชื้อชาติ เป็นต้น

นอกเหนือจากหลักสูตรภาษาสำหรับผู้เรียนทั่วไปแล้ว เอยูเอยังมีบริการสอนภาษาแบบครบวงจรสำหรับองค์กรภาครัฐ ธุรกิจเอกชน และสถานศึกษา ที่ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินทักษะภาษาก่อนเรียน การออกแบบหลักสูตรและจัดอบรม ที่ตรงกับความต้องการในการใช้งานขององค์กรนั้นๆ รวมไปจนถึงการประเมินผลหลังการอบรม ในส่วนของสถานศึกษา
เช่น โรงเรียน และมหาวิทยาลัย เอยูเอมีบริการออกแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษ อบรมครูผู้สอนภาษาอังกฤษ และสามารถให้บริการเรื่องการจัดการเรียนการสอนได้อีกด้วย

ผู้สนใจพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ หรือต้องการติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ ของ AUA สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.auathailand.org หรือ www.facebook.com/AUALC หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-1147625