‘การกีฬาพัฒนาคน…คนพัฒนาชาติ’ ขับเคลื่อนโดยคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673952

‘การกีฬาพัฒนาคน...คนพัฒนาชาติ’  ขับเคลื่อนโดยคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา

‘การกีฬาพัฒนาคน…คนพัฒนาชาติ’ ขับเคลื่อนโดยคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่าคณะกรรมการกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาการกีฬาของชาติ และการศึกษาทางวิชาชีพชั้นสูงด้านการกีฬา เสริมสร้างศักยภาพการกีฬาและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อสร้างคุณค่าในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาการกีฬาของไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งพิจารณาศึกษาติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขณะนี้ คณะกรรมาธิการการกีฬา ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นจำนวน 4 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมาธิการกีฬาสู่ความเป็นเลิศระดับนานาชาติ รวมทั้งกีฬาคนพิการคณะอนุกรรมาธิการกีฬาอาชีพและอุตสาหกรรมกีฬา คณะอนุกรรมาธิการกีฬาสู่กีฬาและนันทนาการเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายของประชาชน และคณะอนุกรรมาธิการติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการกีฬา

“วุฒิสภาพร้อมคณะอนุกรรมาธิการ 4 คณะมีความมุ่งมั่นเพื่อสร้างคุณค่าด้านกีฬาในการพัฒนาคนสังคมและประเทศชาติให้เดินหน้าขับเคลื่อนสร้างการรับรู้และติดตามดำเนินการส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาการกีฬาของชาติให้เจริญก้าวหน้าตามบทบาทหน้าที่ และอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป” พลเอกสุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

รองนายกฯ วิษณุ ชื่นชม รมช.ศึกษาฯ คุณหญิงกัลยา ส่งเสริมการศึกษาไทยสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674024

รองนายกฯ วิษณุ ชื่นชม รมช.ศึกษาฯ คุณหญิงกัลยา  ส่งเสริมการศึกษาไทยสู่สากล

รองนายกฯ วิษณุ ชื่นชม รมช.ศึกษาฯ คุณหญิงกัลยา ส่งเสริมการศึกษาไทยสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีชื่นชมการทำงานของ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นว่าทำหน้าที่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะการผลักดันการศึกษาไทยก้าวไกลสู่สากล

ดร.วิษณุ กล่าวว่า ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ได้ติดตามการทำงานของ ดร.คุณหญิงกัลยา มาโดยตลอด ตั้งแต่ปีแรกจนถึงวันนี้ ได้เห็นความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของคุณหญิงกัลยาในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาจนประสบผลสำเร็จมีผลงานปรากฏเด่นชัดเป็นรูปธรรมมากมาย โดยเฉพาะนโยบาย Coding ที่คุณหญิงกัลยาพยายามผลักดันให้เป็นนโยบายของรัฐบาล และผลักดันให้ Codingเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี ทั้งนี้ ขออวยพรให้คุณหญิงกัลยาประสบผลสำเร็จในการทำงานต่อไป เพราะเป็นการสร้างประโยชน์ให้การศึกษาไทยก้าวหน้าสู่สากล

นอกจากนี้ คุณหญิงกัลยายังพลิกโฉมหน้าการศึกษาด้านอาชีวะเกษตร ด้วยโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ที่ขับเคลื่อนนโยบายผ่านวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีทั่วประเทศ จนเกิดหลักสูตร “ชลกร” รวมถึงนโยบายการศึกษาพิเศษ, การอ่าน เขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย, โครงการวิทยาศาสตร์พลัง 10,การขับเคลื่อนโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในกำกับ, โครงการ Project14, การขับเคลื่อนงานสภาการศึกษา และโครงการ Smart Devices สร้างการศึกษาไทยให้เท่าเทียม ทำให้เชื่อมั่นว่าการก้าวสู่ปีที่ 4 ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะสามารถเดินหน้าต่อไปและขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการปฏิรูปการศึกษาไทยได้โดยสมบูรณ์

รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญและสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาโดยเฉพาะนโยบาย Coding

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า Cofing มีความสำคัญต่อเยาวชนเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องเริ่มเรียนตั้งแต่เด็ก ให้รู้จักคิด วิเคราะห์ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาการเรียนและการทำงานในอนาคต และขอบคุณ รวมถึงให้กำลังใจคุณหญิงกัลยาและผู้ปฏิบัติงานทุกภาคให้ประสบความสำเร็จต่อไป และขออวยพรให้ก้าวสู่ปีที่ 8 เพื่อให้ทำหน้าที่ผลักดันการศึกษาไทยก้าวไกลสู่สากล

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า นับตั้งแต่วันแรกที่ดำรงตำแหน่ง ได้ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบและความท้าทายในการทำงาน และทราบดีว่านี่คือภารกิจยิ่งใหญ่ที่ต้องสร้างเด็กไทยและคนไทยให้มีความพร้อม มีภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิตภายใต้ยุคดิจิทัล ที่มีความผันผวน ความไม่แน่นอนความซับซ้อน และคลุมเครือ ซึ่งเรียกรวมสั้นๆ ว่า VUCA World ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และการก้าวสู่ปีที่ 4 จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อน 5 นโยบายสำคัญให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเพื่อมุ่งสู่การปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21โดยเฉพาะเรื่อง Coding ถือเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อวางรากฐานการปฏิรูปโดยตรงต่อเยาวชนและการพัฒนามนุษย์ ประเด็นต่อมาคือการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้ในกระบวนการการเรียนการสอน เพื่อทำให้เด็กไทยเก่งด้านวิชาการ ควบคู่ไปกับ Art of Life และ Art of Living คือการมีทั้งศิลปะในการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ส่วนประเด็นการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัยปรับเปลี่ยนวิธีการสอนและกระบวนการเรียนการสอนผ่านนวัตกรรมและสื่อการสอนที่ทันสมัย รวมทั้งจัดทำคลังข้อมูลดิจิทัลเพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับครู

สำหรับเรื่องอาชีวะเกษตรและประมง เน้นยกระดับการศึกษาอาชีวะด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเกษตร พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรให้เยาวชนและคนในชุมชน รวมถึงกำหนดแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นโยบายสำคัญเหล่าที่คือสิ่งที่ต้องขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อปลูกฝังให้เด็กนักเรียนและบุคลากรการศึกษาเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญ โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำ และความยากจนอย่างยั่งยืน และอีกนโยบายคือเน้นการศึกษาเป็นพิเศษ สำหรับเด็กพิการ และด้อยโอกาส ให้สามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างเท่าเทียม

“ขอขอบพระคุณรองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ ในฐานะผู้กำกับดูแลงานกระทรวงศึกษาธิการ ขอบพระคุณที่สนับสนุนการทำงานของดิฉันมาโดยตลอด นอกจากให้การสนับสนุนแล้ว ท่านยังเป็นแม่แบบที่ดีด้านการศึกษา รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย อันเป็นรากเหง้าของสังคมไทย ดิฉันซาบซึ้งใจที่ท่านกรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานงานแถลงข่าวในวันนี้รวมถึงในวาระสำคัญๆ ทุกวาระมาโดยตลอด”ดร.คุณหญิงกัลยากล่าว

และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนการทำงานมาตลอด ขอบคุณผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ คณะที่ปรึกษาฯคณะทำงาน ข้าราชการ และสื่อมวลชนที่ได้ช่วยถ่ายทอดนโยบายไปยังสาธารณชน ทำให้ได้รับเสียงสะท้อนเพื่อนำมาปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไขการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติของเราทุกคน ขอบคุณที่ทุกฝ่ายร่วมมือวางรากฐานการศึกษาที่แข็งแกร่ง เพื่อให้การศึกษาไทยยกระดับสู่สากลเพื่อสร้างความเจริญให้ประเทศชาติ และช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้เยาวชนของเรา

‘นิปปอนเพนต์’ จัดประกวด เฟ้นหานักออกแบบมืออาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673957

‘นิปปอนเพนต์’ จัดประกวด  เฟ้นหานักออกแบบมืออาชีพ

‘นิปปอนเพนต์’ จัดประกวด เฟ้นหานักออกแบบมืออาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานประกวดงานออกแบบระดับนานาชาติ Asia Young Designer Awards 2022 หรือ AYDA ปีที่ 15 โดยเปิดโอกาสให้เหล่านักศึกษาสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ (Architectural) และการออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) แสดงแนวคิดการออกแบบแห่งอนาคต เพื่อให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้คอนเซ็ปต์“Converge, Pushing the Reset Button”

ผู้ชนะเลิศในแต่ละสาขา จะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท พร้อมโปรแกรมออกแบบ SketchUp Studio Education Software 2022 เป็นเวลา 1 ปี และโอกาสในการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันกับผู้ชนะจากอีก 16 ประเทศในงาน Asia Young Designer Summit ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะระดับเอเชีย จะได้เข้าร่วมหลักสูตรพิเศษ Design Discovery Program ที่ Harvard’s Graduate School of Design ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ด้านการออกแบบอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีประกวด Asia Young Designer Awards 2022 ทั้งการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน เพื่อคว้าโอกาสในการเข้าเรียนโปรแกรมระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ต.ค.2565 โดยส่งใบสมัครพร้อมผลงานได้ที่เว็บไซต์ http://www.asiayoungdesignerawards-th.com

โขน ศิลปะไทยที่ไกลถึงต่างแดน มรดกล้ำค่าที่คนไทยควรรักษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673955

โขน ศิลปะไทยที่ไกลถึงต่างแดน  มรดกล้ำค่าที่คนไทยควรรักษา

โขน ศิลปะไทยที่ไกลถึงต่างแดน มรดกล้ำค่าที่คนไทยควรรักษา

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โขน เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่หลอมรวมศิลปะของชาติหลากหลายแขนง นับแต่วรรณกรรม วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์ และพัสตราภรณ์อันงดงามตามแบบฉบับโบราณ รวมถึงการจัดฉากและแสง เสียง ที่ยิ่งใหญ่ ตลอดจนการฝึกซ้อมเพื่อความพร้อมของการแสดง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์โขนเสมอมา ทรงให้มีงานแสดงโขนในงานเลี้ยงรับรองพระราชอาคันตุกะเสมอ หรือเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศ มักจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นำการแสดงโขนไปสู่สายตาชาวโลก ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมอย่างยิ่ง ต่อมาทรงสังเกตเห็นว่าพัฒนาการของเครื่องแต่งกายโขน และการแต่งหน้าโขนที่ถูกลดทอนทางด้านสุนทรียะ ประกอบกับต่อมามีคนชมการแสดงโขนน้อยลงจึงทรงมีพระราชปรารภที่จะฟื้นฟูและทำนุบำรุงการแสดงโขนให้กลับมาสู่ความนิยมอีกครั้ง โดยทรงกำชับให้ยึดถือรูปแบบเครื่องแต่งกายโขนแบบโบราณ แต่มีความคงทนและสวยงามยิ่งขึ้น โดยมูลนิธิ ส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพฯ รับพระราชเสาวนีย์ที่จะเข้ามาอนุรักษ์โขนและเครื่องแต่งกาย นับเป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

การจัดแสดงโขนอย่างต่อเนื่อง ในระยะแรกเรียกว่า โขนพระราชทาน ต่อมาใช้คำว่า โขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ หรือโขนศิลปาชีพจัดแสดงสู่สายตาประชาชนครั้งแรกในปี 2550 คือชุดศึกพรหมาศ ปี 2552 ชุดนางลอยจัดแสดงปี 2553 ชุดศึกมัยราพณ์ จัดแสดงปี 2554 ชุด จองถนน จัดแสดงปี 2555 และชุดศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์ จัดแสดงปี 2556 ชุดศึกอินทรชิต ตอนนาคบาศ พ.ศ.2557 ชุดศึกอินทรชิตในปี 2558 ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ปี 2561 และตอนสืบมรรคาในปี 2562 การแสดงทุกชุด ทุกรอบ ได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก ทุกระดับอายุ จนต้องเพิ่มรอบการแสดงทุกครั้งโดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการศึกษารูปแบบเครื่องแต่งกายโขน ละครแบบโบราณ รวมไปถึงการรื้อฟื้นงานประณีตศิลป์ ของไทยที่กำลังขาดผู้สืบทอดให้กลับมาได้รับการฝึกหัดถ่ายทอดให้กับนักเรียนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

การจัดสร้างชุดโขนแบบโบราณ ได้แก่ พัสตราภรณ์ให้ยึดแบบโบราณ ปรับขนาดให้เหมาะสม ฟื้นฟูการปักผ้าโดยใช้เทคนิคโบราณที่ใกล้สูญหาย เช่น การปักแบบหักดิ้นข้อถมโปร่ง การปักหักทองแล่ง ฯลฯ ผ้านุ่งมีการฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้ายกทองโบราณเมืองนครศรีธรรมราชกลับมาทอขึ้นอีกครั้ง การจัดสร้างเครื่องถนิมพิมพาภรณ์หล่อมาจากเงินด้วยเทคนิคสมัยใหม่ให้มีความงดงามและใกล้เคียงกับถนิมพิมพาภรณ์โบราณที่สร้างจากวัสดุมีค่า หัวโขนผสมผสานเทคนิคโบราณกับแนวทางการใช้วัสดุสมัยใหม่ทดแทนวัสดุโบราณที่หายาก การเขียนหน้าโขนให้มีการออกแบบการลงสีให้ใกล้เคียงสีโบราณ เครื่องศิราภรณ์ประยุกต์ใช้วัสดุสมัยใหม่มาใช้ทดแทนวัสดุโบราณ เป็นต้น

วิธีการแต่งหน้าโขน ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขนขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโขนโดยยึดหลักการปรับปรุงการแต่งหน้า 3 ประการคือ เป็นการแต่งหน้าที่มีเอกลักษณ์ของโขน เป็นการแต่งหน้าที่ต้องงามเท่าหัวโขน และต้องเกิดความงามทั้งมองระยะไกลและระยะใกล้ เรียกรูปแบบการแต่งหน้าแนวใหม่นี้ว่า “แนวพระราชนิยม”ยึดหลักจากจิตรกรรมไทย คือแต่งหน้าให้ได้ตามรูปแบบในอุดมคติแบบไทยที่จะต้องมีรูปหน้าไข่ มีระยะคิ้ว ปาก ตา ที่เหมาะสม นอกจากนั้นยังจะต้องคำนึงถึงเรื่องสีของเครื่องสำอางโครงเส้น ขนาดเวที และลักษณะเครื่องแต่งกายด้วย มีการกำหนดโครงสร้างของสีหลักในการแต่งหน้า ได้เป็น 3 สีหลัก คือ สีขาว สีดำและสีแดง รวมถึงการวาดคิ้วขึ้นมาใหม่เพื่อให้มีลักษณะ รูปคิ้วโก่งเป็นคันศรตามอุดมคติแบบไทย เป็นต้น

พระราชดำริที่สำคัญอีกประการคือ การส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่สืบทอดการแสดงโขนอย่างถูกต้องและงดงาม โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผู้เชี่ยวชาญการแสดงโขนถ่ายทอดวิชาอย่างสุดฝีมือ เพื่อทำให้เยาวชนเข้าถึงจิตวิญญาณของโขนอย่างถ่องแท้ และเป็นที่น่ายินดีที่เยาวชนสนใจเข้ารับการคัดเลือกและฝึกอบรมจำนวนมาก ทำให้มั่นใจได้ว่าโขนไทยยังคงเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยสืบไปตามพระราชปณิธาน

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสนับสนุนและส่งเสริมการแสดงโขนเสมอมา ทำให้องค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนโขนไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2561

ชนิตร ภู่กาญจน์

สพม.กท.1 แนะทางเลือกทางรอด โรงเรียนขนาดเล็กสร้างจุดเด่นผู้เรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673958

สพม.กท.1 แนะทางเลือกทางรอด โรงเรียนขนาดเล็กสร้างจุดเด่นผู้เรียน

สพม.กท.1 แนะทางเลือกทางรอด โรงเรียนขนาดเล็กสร้างจุดเด่นผู้เรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.นิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพม.กท. 1) เปิดเผยถึงแนวทางการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของ สพม.กท.1 ว่า ทางเลือกทางรอดของโรงเรียนขนาดเล็ก คือ การสร้างจุดเด่นของนักเรียน โดยเฉพาะการสร้างให้เด็กมีทักษะอาชีพต่างๆ ตามหลักพหุปัญญา เพราะนักเรียนกลุ่มนี้จะมีความสามารถที่โดดเด่นเฉพาะด้าน ไม่ได้เน้นที่ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ เพราะฉะนั้นโรงเรียนต้องจัดแหล่งเรียนรู้ หลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ให้สนองความต้องการ ของการเรียนรู้ เพื่อการมีงานทำ  

ผอ.สพม.กท.1 กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีโรงเรียนในพื้นที่ สพม.กท.1 บางโรงเรียนเริ่มปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการของนักเรียนแล้ว เช่น โรงเรียนโพธิสารพิทยากร ย่านตลิ่งชัน ที่ยกเลิกการรับนักเรียนชั้น ม.4แบบสายวิทย์-ศิลป์คำนวณ-ศิลป์ภาษา โดยเปิดแผนการเรียนใหม่ 7 แผนการเรียน ได้แก่ เตรียมแพทย์-เภสัช เตรียมวิศวะ-สถาปัตย์ เตรียมวิทย์-คอมพ์ เตรียมนิเทศ-มนุษย์ เตรียมศิลปกรรม เตรียมบริหารธุรกิจ-บัญชี และ เตรียมนิติ-รัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นแผนการเรียนที่ตอบโจทย์ ว่า เรียนแล้วจะไปประกอบอาชีพอะไร เป็นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ระดับมัธยมฯ ไม่ใช่ให้ไปเลือกตอนเรียนปริญญาตรี ซึ่งอาจจะสายเกินไป 

“แผนการเรียนวิทย์ คณิต อาจจะกว้างเกินไปทางโรงเรียนจึงได้ปรับแผนการเรียนเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่มีความเฉพาะทาง ซึ่งจะตรงตามความต้องการของเด็กมากกว่า เพราะฉะนั้นโรงเรียนขนาดเล็กก็ควรนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ เช่น เราไม่มีเด็กที่จะไปเรียนแพทย์ เรียนวิศวะ เราก็ปรับมาเป็นแผนการท่องเที่ยว การโรงแรม การประมง การอาหาร วิทยาศาสตร์โภชนาการ หรือ การกีฬา ก็ได้ อย่างโรงเรียนวัดสังเวช ที่พระเทพเวที เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม ซึ่งท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชาอักษรศาสตร์(PH.D.) ด้านภาษา จากมหาวิทยาลัยเดลี ประเทศอินเดีย กรรมการสภาการศึกษา บอกว่านอกจากโรงเรียนวัดสังเวชจะสร้างนักกีฬาฟุตซอลแล้ว จะทำให้โรงเรียนวัดสังเวชเป็นโรงเรียนเตรียมนักการทูตที่จะสอนให้เด็กเก่งภาษาซึ่งจะสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารได้ทั่วโลก รวมถึงจะเน้นงานการโรงแรม งานบริการทำโรงเรียนให้เป็นโรงแรม ซึ่งเป็นการตอบโจทย์การสร้างอาชีพให้นักเรียนและยังเป็นการสร้างจุดเด่นให้โรงเรียน” ดร.นิยม กล่าว

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3 คน ม.ศรีปทุม คว้าแชมป์ Thailand 3×3 Basketball

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673956

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3 คน ม.ศรีปทุม  คว้าแชมป์ Thailand 3×3 Basketball

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3 คน ม.ศรีปทุม คว้าแชมป์ Thailand 3×3 Basketball

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทีมนักกีฬาบาสเกตบอลหญิง 3×3 ทีม A มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้แชมป์รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเข้าร่วมการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนชิงถ้วยพระราชทานฯ รายการ Thailand 3×3 Basketballระหว่างวันที่ 10-11 สิงหาคม 2565 ณ แจ้งวัฒนะฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ทีมบาสเกตบอลหญิง SPU ทีม A และทีม B เข้าชิงกันเองและทีม Aเป็นฝ่ายชนะเลิศคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานฯปีนี้ไปครอง จัดโดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสมาคมกีฬาบาสเกตบอลสามคน สมาคมกีฬาบาสเกตบอลสามคนอาชีพไทย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน) และบริษัท ชู้ตอิท จํากัด

‘คุณหญิงกัลยา’เปิดประชุมวิชาการนานาชาติโครงการฐานวิทย์ฯ ปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674027

'คุณหญิงกัลยา'เปิดประชุมวิชาการนานาชาติโครงการฐานวิทย์ฯ ปี 2565

‘คุณหญิงกัลยา’เปิดประชุมวิชาการนานาชาติโครงการฐานวิทย์ฯ ปี 2565

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.14 น.

“คุณหญิงกัลยา”เปิดประชุมวิชาการนานาชาติโครงการฐานวิทย์ฯ ปี 2565 เพิ่มโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้เยาวชน 5 ประเทศ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ที่โรงแรมแกรซแลนด์ เขาหลัก บีชรีสอร์ต อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 7 “The 7th International Convention on Vocational Student’s Innovation Project” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 16 – 19 สิงหาคม 2565 โดยวิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นเจ้าภาพ

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า การพัฒนาผู้เรียนด้านวิทยาศาสตร์ ถือเป็นพื้นฐานของการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเพียงพอที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีตอบสนองความต้องการของภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดตั้งโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (Science-Based Technology College : SBTC) เพื่อผลิตกำลังคนที่มีความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นเชิงเทคโนโลยีซึ่งเปรียบเสมือนหัวรถจักรของอาชีวศึกษาในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้กับภาคการผลิตและบริการ และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพกำลังคนอาชีวศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดเป็นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (Innopreneur) เป็นผู้ประกอบการที่ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจ และเป็นวิศวกรสังคม (Social Engineer) โดยเน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) และสร้างมิติใหม่การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ผสานศาสตร์และศิลป์ เปลี่ยน STEM เป็น STEAM สร้าง Citizen Science ให้เกิดขึ้นเป็นการขยายโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างกว้างขวาง ยกระดับการเรียนในสายวิชาชีพให้สอดคล้องกับโลกดิจิทัล โดยจะเน้นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการปฏิบัติ ประยุกต์ใช้ในงานอาชีพและชีวิตประจำวัน

รมช.ศธ. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เยาวชนไทยจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเยาวชน 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย สิงคโปร์ และบังคลาเทศ อีกทั้งยังได้ผสานความร่วมมือทางด้านวิชาการระหว่างกันในโอกาสต่อๆ ไปด้วย กระทรวงศึกษาธิการ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ส่งเสริมและสร้างเวทีสำหรับผู้เรียนให้ได้แสดงศักยภาพทั้งด้านวิชาชีพและทักษะในศตวรรษที่ 21 ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Project based Learning และนำเสนอผลงานระดับประเทศและนานาชาติ ถือเป็นโอกาสที่ได้นำความรู้ต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกัน โดยความสำเร็จนั้นจะไม่เกิดเฉพาะกับตัวนักเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความสำเร็จในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอีกด้วย

“วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มีบทบาทและความสำคัญอย่างยิ่งยวดและมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผลงานนักเรียนของวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ทั้ง 5 แห่ง จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความจำเป็นและความสำคัญต่อการสร้างบุคลากรของประเทศในการก้าวสู่โลกที่มีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ในยุค VUCA World ที่มีความไม่แน่นอน สลับซับซ้อน และความคลุมเครือ และจากที่ได้สัมผัสนักเรียนกลุ่มนี้จะเห็นว่าเด็กๆ มีความคิดความอ่าน มีการทำวิจัยหาข้อมูลมาพัฒนาจนเกิดเป็นผลงาน สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย เด็กสมัยนี้คิดเก่งมาก เชื่อว่าเด็กไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก ถ้ามีโอกาสได้เรียนและได้ทำ” ดร.คุณหญิงกัลยากล่าว และว่า ตอนนี้เรามีวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ภาคละ 1 แห่ง ซึ่งไม่เพียงพอแล้ว ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องคิดแบบก้าวกระโดด จะต้องขยายผลให้มากขึ้น เพื่อสร้างกำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงานในยุคVUCA World ให้ได้

ด้าน นายพงษ์เดช ศรีวชิรประดิษฐ์ รองประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายในการทำวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ก็เพื่อทำโรงเรียนต้นแบบในการสร้างเด็กที่มีทักษะเฉพาะด้านเก่งทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษและการคำนวณ สามารถสร้างนวัตกรรมได้ จบแล้วมีงานทำแน่นอน แต่แทนที่จะออกไปเป็นลูกจ้าง เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการอำนวยการโครงการวิทยาลัยฐานวิทยาศาสตร์มีความเห็นว่าจะต้องหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนให้เด็กเป็นผู้ประกอบการเองได้ ส่วนการขยายผลวิทยาลัยให้มากกว่า 5 แห่งนั้น คณะกรรมการฯจะกลับไปพิจารณาเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีนักเรียน นักศึกษาและครูเข้าร่วม จำนวน 360 คน ส่งผลงานนำเสนอ รวมทั้งสิ้น 94 ผลงาน ประกอบด้วยการนำเสนอภาค Oral Presentation รูปแบบออนไลน์ จำนวน 10 ผลงาน นำเสนอภาค Oral Presentation ออนไซต์ จำนวน 36 ผลงาน และภาค Poster Presentation จำนวน 48 ผลงาน จาก สถาบันการศึกษา 13 สถานศึกษา ได้แก่

– ประเทศบังคลาเทศ Institution of Diploma Engineer Bangladesh 1 ผลงาน

– ประเทศจีน Chongqing Technology and Business Institute 8 ผลงาน

– ประเทศอินเดีย Sri Prakash Vidyaniketan 1 ผลงาน และ Chemistry Sevadal Mahila Mahavidyalaya, Nagpur 3 ผลงาน

– ประเทศญี่ปุ่น National Institute of Technology(Kosen), Nagano College 1 ผลงาน

– ประเทศสิงคโปร์ ITE College Central 3 ผลงาน และ ITE College East 3 ผลงาน

-สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา (กรุงเทพมหานครฯ) 2 ผลงาน

-วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (จ.ชลบุรี) 15 ผลงาน

– วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน (จ.ลำพูน) 9 ผลงาน

– วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี (จ.สิงห์บุรี) 6 ผลงาน

– วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี (จ.นครราชสีมา) 16 ผลงาน

– และวิทยาลัยเทคนิคพังงา (จ.พังงา) 26 ผลงาน

ถูกตัดงบ 6 พันล้าน! สพฐ.โอดกระทบต่อการจัด’การศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673966

ถูกตัดงบ 6 พันล้าน! สพฐ.โอดกระทบต่อการจัด'การศึกษา'

ถูกตัดงบ 6 พันล้าน! สพฐ.โอดกระทบต่อการจัด’การศึกษา’

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.10 น.

สพฐ.ถูกตัดลดงบปี 66 ลงจากงบปี 65 ถึง 6 พันล้าน “ธนุ”เผยกระทบต่อการจัดการศึกษา สพฐ.เร่งจัดสำดับความสำคัญใช้งบใหม่

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ลดลงในภาพรวมประมาณ 5,400 ล้านบาท และถูกตัดในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ประมาณ 500 ล้านบาท รวมแล้วงบประมาณ ปี 2566 ของ สพฐ.ถูกลดลงจากงบประมาณ ปี 2565 จำนวน 6,000 ล้านบาท งบประมาณที่ถูกปรับลดลง สร้างผลกระทบให้ สพฐ.บ้าง เช่น กระทบการปรับปรุงซ่อมแซมก่อสร้างอาคารเรียน แต่ สพฐ.ได้เตรียมวิธีการแก้ไขแล้ว คือต้องจัดลำดับความสำคัญในการในใช้งบใหม่ ส่วนไหนที่รอได้ก็ให้รอไปก่อน ส่วนไหนที่จำเป็นต้องซ่อมแซมเพราะถ้าไม่ทำแล้วจะส่งกระทบกับนักเรียนจนทำให้เด็กไม่มีที่เรียน ก็ต้องจัดให้งบก่อน เป็นต้น

ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าวต่อว่า สพฐ.เข้าใจรัฐบาล ที่ต้องปรับลดงบ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้น้อย ดังนั้น สพฐ.ต้องมาจัดสรรงบประมาณโดยดูจากลำดับความสำคัญใหม่ทั้งหมด เพื่อใช้งบที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเชื่อว่า สพฐ.สามารถบริหารงบประมาณที่มีอยู่ได้ ในส่วนของการถูกตัดงบนั้น สพฐ.ถูกตัดงบลงแทบทุกรายการ เช่น งบลงทุน งบดำเนินงาน งบบุคคลกร เป็นต้น ในส่วนงบบุคลากรที่ถูกตัดนั้น มาจากจำนวนครูของ สพฐ.ลดลง แต่ถ้างบในส่วนนี้ไม่พอสามารถของบกลางจากรัฐบาลมาสมทบได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้กลุ่มครูอัตราจ้าง ธรุการ ภารโรง สบายใจได้ว่าในปี 2566 สพฐ.เตรียมงบไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม สพฐ.มีนโยบายว่าหากลูกจ้างคนไหนลาออก เพราะได้อาชีพที่ดีกว่าเดิม จะชะลอการจ้างงานรายใหม่ ส่วนลูกจ้างคนไหนที่ยังอยู่ สพฐ.ยืนยันจะจ้างเหมือนเดิมไม่ให้คนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบหรือตกงาน

“ภาพรวมงบประมาณปี 2566 สพฐ.ได้รับมาประมาณ 2.05 แสนล้านบาท สำหรับเป้าหมายในการใช้งบประมาณ ปี 2566 นั้น สพฐ.ได้ประกาศไว้แล้วว่า ในปีงบประมาณ 2566 จะเป็นปีแห่งการซ่อมสร้าง โดยเฉพาะการซ่อมสร้างเด็กที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ซ่อมเสริมกลุ่มเด็กที่มีภาวะเสี่ยงบกพร่องเรื่องการอ่านออกเขียนได้ เรื่องความปลอดภัยของเด็กทั้งด้านร่างกาย และสภาพจิตใจ เพราะหลังจากที่เรียนออนไลน์ไป 2 ปี พบว่าเมื่อเด็กกลับมาเรียนในโรงเรียนอาจจะปรับตัวไม่ทัน และอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เด็กเครียกมากขึ้น เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ สพฐ.ต้องทำให้เด็กเครียดน้อยลง โดยเน้นการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของ Active Learning  เพราะเราพบว่าการจัดการเรียนการสอน Active Learning ทำให้นักเรียนมีความสุขมากขึ้น” ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าว

ปัดฝุ่น‘อควาเรียมหอยสังข์’ ศธ.เคาะ 6 ทางเลือก‘สร้างต่อ-โอนให้จว.’หลังทิ้งร้าง 14 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673883

ปัดฝุ่น‘อควาเรียมหอยสังข์’ ศธ.เคาะ 6 ทางเลือก‘สร้างต่อ-โอนให้จว.’หลังทิ้งร้าง 14 ปี

ปัดฝุ่น‘อควาเรียมหอยสังข์’ ศธ.เคาะ 6 ทางเลือก‘สร้างต่อ-โอนให้จว.’หลังทิ้งร้าง 14 ปี

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.43 น.

‘ปลัด ศธ.’ เผยเดินหน้าสร้าง ‘อควาเรียมหอยสังข์’ ต้องเพิ่มงบอีกกว่า 1.2 พันล้าน แนวโน้ม ‘ตรีนุช’ โอนให้จังหวัดปรับพื้นที่จัดแสดงสินค้า -ท่าเรือท่องเที่ยว

17 สิงหาคม 2565 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า การเดินหน้าก่อสร้างโครงการศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ให้แล้วเสร็จ หลังจากทิ้งร้างมานานกว่า 14 ปี และใช้งบประมาณก่อสร้างไปแล้วกว่า 1,400 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ได้ไปหารือกับผู้ว่าราชการังหวัด และประชาคมชาวสงขลา และมีข้อเสนอ 6 แนวทางให้พิจารณา คือ 1.ให้ดำเนินการสร้างอควาเรียมเหมือนเดิม 2.สร้างอควาเรียม แต่บูรณาการเทคโนโลยีเสมือนจริงเข้าไปด้วย 3. จัดทำเป็นศูนย์ศึกษาพันธ์พืช และป่าชายเลน 4.จัดทำเป็นศูนย์อบรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 5.โอนให้จังหวัดมาดำเนินการ เพื่อจัดแสดงสินค้า แสดงศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ และ 6. จัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้า และการท่องเที่ยวทางน้ำโดยสร้างท่าเรือ  แต่จะเลือกแนวทางใดขึ้นอยู่กับนายสุเทพ โดยจะต้องไปดูข้อดี ข้อเสีย ก่อนเสนอให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา

นายสุภัทร กล่าวว่า ในส่วนของตนได้รายงานให้ รมว.ศธ. รับทราบถึงปัญหาในภาพรวม ทั้งในส่วนโครงสร้างของอควาเรียมว่ามีปัญหาอะไรบ้าง หากเลือกดำเนินการในแต่ละแบบจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณเท่าไร และหากมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ของอาคาร โดยเลือกดำเนินการตามแนวทางที่ 3-6 จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ซึ่งเท่าที่ดูแนวโน้ม รมว.ศธ. อยากให้ดำเนินการตามแนวทางที่ 5 และ 6  คือ จัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้าท้องถิ่น ซึ่งคงต้องดูความเหมาะสมรอบด้าน หรือหากเลือกแนวทางที่ 6 คือ ให้จังหวัดดูแล จัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้า และการท่องเที่ยวทางเรือ ก็จะต้องดูผลกระทบต่อพื้นที่การศึกษาที่ต้องออกแบบให้ดี เพราะอาจมีคนเข้ามาท่องเที่ยว รวมถึงดูในเรื่องประโยชน์ที่จะเกิดกับการศึกษาด้วย อาทิ ให้นักศึกษาได้มีพื้นที่ในการฝึกวิชาชีพ ตามระบบทวิภาคีด้วย ไม่ใช่ให้จังหวัดดูแลขาดไปเลย

“ขณะนี้นายสุเทพ ได้ขอตั้งคณะทำงานเพื่อเติม เพื่อเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่มี นายรอยล จิตรดอน เป็นประธานพิจารณา ก่อนเสนอ รมว.ศธ. เพื่อเสนอ ครม.ต่อไป  หากเลือกแนวทางที่ 3-6 ถือเป็นแนวทางที่ลงทุนน้อย แต่ผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้น จึงต้องเสนอให้ ครม. พิจารณา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยกับ รมว.ศธ.และ นายสุเทพ ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับแนวทางที่ 5 และ 6 หากเลือกกลับไปสร้างอควาเรียม ก็ไม่จำเป็นต้องเสนอ ครม. สามารถเดินหน้าออกแบบเพิ่มเติมได้เลย แต่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีกจำนวนมาก  เท่าที่ดูเบื้องต้นต้องใช้งบเพิ่มอีกกว่า 800-1,200 ล้านบาท สำหรับการก่อนสร้างอาคาร โรงพยาบาลสัตว์น้ำ กลุ่มพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำทั้งน้ำจืดและนำเค็ม ยังไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่จะต้องจัดจ้างเพิ่มเติมเข้ามาอีกจำนวนมาก” นายสุภัทร กล่าว

KBank invites new generation to create business ideas for sustainable society 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/education/40018961


Hackathon is back! Kasikornbank (KBank) invites all high school students nationwide to participate in a competition to create business ideas and innovations for a sustainable society under the STARTUP FOR BETTER SOCIETY HACKATHON 2022 project.

KBank invites new generation to create business ideas for sustainable society 

The three-day boot camp will allow the younger generation to open the world by creating innovative startup ideas and pitching a business plan.

Applications are open from now until August 27, 2022. The boot camp will take place on October 26-28, 2022. 

Rawee Angthong, KBank Senior Vice President, Corporate Communications and Relations Department, said, “KBank is determined to promote education and development of Thai youths’ potential. To this end, we have continually organized activities under the AFTERKLASS brand with the aim of upgrading the financial, career and learning skills of youths in response to their changing perspectives on life and career opportunities. Being an entrepreneur and running a business has become the number one choice for most young people wishing to show their potential and capacity as business operators. High school students are increasingly participating in competitions to create business ideas and startup innovations in the form of a hackathon.”  

KBank, therefore, has organized a business plan competition, called STARTUP FOR BETTER SOCIETY HACKATHON 2022, in the form of a three-day boot camp for participants to learn about the fundamentals of business plan writing, while also competing in a hackathon, with the aim of mobilizing creative ideas to write a product or service business plan for a more livable and sustainable society.

KBank believes that a good education system and environment in the country will help create capable personnel as an important force in developing and leading the country for sustainable growth.   

KBank invites new generation to create business ideas for sustainable society 

Eligible applicants must be high school students, Mathayom 4-6 or equivalent, who did not already participate in the first- or second-year projects.

The application must be in the form of a team only. Each team must consist of four to five members in three different areas, namely Business: business planning and management; Tech: digital system development; and Design: usability and UX/UI design.

However, team members do not all need to be from the same school. Applications are invited from today until August 27, 2022, and the Hackathon Kamp Day activity will be held October 26-28, 2022.

Interested persons can view more information and apply online through the website www.afterklass.com or LINE Official Account: @afterklass. 

Rawee added that the STARTUP FOR BETTER SOCIETY HACKATHON 2022 will be a stage for youths to learn and apply their capabilities in being an entrepreneur and running a business in the new era. They can use their creative ideas along with initiatives to jointly take care of society, further developing and elevating the quality of life of the global community. The initiative is in alignment with the Sustainable Development Goals (SDGs) of the United Nations as well as the business goals of KBank. 

Published : August 16, 2022