3เด็กอาชีวะสร้างชื่อ! รับโล่เกียรติคุณกับนายกฯ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม สอศ.-ศธ. เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

3เด็กอาชีวะสร้างชื่อ! รับโล่เกียรติคุณกับนายกฯ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม สอศ.-ศธ. เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

3เด็กอาชีวะสร้างชื่อ! รับโล่เกียรติคุณกับนายกฯ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม สอศ.-ศธ. เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.38 น.

3 เด็กอาชีวะสร้างชื่อ! รับโล่เกียรติคุณกับนายกฯ พร้อมเชิญชวนร่วมกิจกรรม สอศ.-ศธ. เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

8 มกราคม 2569 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 มีนักเรียน นักศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 66 คน แบ่งเป็นเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 3 คน และเด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 63 คน จะได้เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในการนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบโล่เกียรติคุณให้แก่เด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ รวมทั้งสิ้น 1,462 คน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ https://www.moe.go.th 

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ได้รับการคัดเลือกเป็นเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ด้านกีฬาและนันทนาการ จำนวน 3 คน แบ่งเป็น ประเภทบุคคล ได้แก่ นายนวพล ชลเจริญ จากวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นเยาวชนทีมชาติและได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬาคาราเต้ และนางสาวเพชรศิริรักษ์ อภิธนาภิรักษ์ จากวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย ได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน ส่วนประเภททีม ได้แก่ นายธรรมภพ แสงกระโทก จากวิทยาลัยนครราชสีมา ได้รับรางวัลจากการแข่งขันซูโดกุ นับเป็นความภาคภูมิใจของวงการอาชีวศึกษาไทยที่นักเรียน นักศึกษาสามารถแข่งขันและครองความเป็นเลิศในเวทีต่าง ๆ สำหรับนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 63 คน จาก 60 วิทยาลัย ทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างที่ดี มีความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียน พัฒนาทักษะฝีมือและความสามารถของตนเอง จนได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนไทย 

นอกจากนี้ มีนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่จะได้รับเกียรติบัตรจากนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 20 คน แบ่งเป็น ด้านวิชาการ ประเภทบุคคล จำนวน 1 คน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ ด้านทักษะฝีมือวิชาชีพ ประเภทบุคคล จำนวน 2 คน จากวิทยาลัยการอาชีพเวียงสระ และวิทยาลัยเทคนิคตาก ประเภททีม จำนวน 16 คน จากวิทยาลัยการอาชีพอัมพวา วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง และวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี และด้านศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม ประเภทบุคคล จำนวน 1 คน จากวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นเลิศของการจัดการศึกษาไทย ที่สามารถผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและเทียบเคียงมาตรฐานสากล

นายยศพล กล่าวทิ้งท้ายว่า วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ขอเชิญชวนน้อง ๆ หนู ๆ และผู้ปกครองมาร่วมสร้างความสุขในงาน “วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569” ภายใต้คำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” และแนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดกิจกรรมให้น้อง ๆ หนู ๆ ร่วมสนุกและได้เรียนรู้ 5 กิจกรรม ได้แก่ 1. บ้านเด็กศิลป์ น้อง ๆ จะได้ระบายสีปูนปั้นโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี การทำสติ๊กเกอร์ไลน์ และภาพถ่ายสติ๊กเกอร์จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ  2. บ้านเด็กเกษตร น้อง ๆ จะได้ปลูกต้นไม้ในกระถางจิ๋ว ตกแต่งสวนถาดจิ๋วจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และยังมีซุ้มคาวบอยจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสิงห์บุรี  3. บ้านเด็กเชฟ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้การแต่งหน้าเค้กจากวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร 4. บ้านเด็กช่าง น้อง ๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์จากการประกอบและการแข่งขันหุ่นยนต์ โดยวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี และพบกับเกมคอมพิวเตอร์และการตอบคำถามผ่านคอมพิวเตอร์จากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร 5. ซุ้มขนม เครื่องดื่ม และของที่ระลึก พบกับเวทีการแสดงความสามารถของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา พร้อมกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัล และชมการแสดงที่หลากหลายโดยสำนักอำนวยการ รวมทั้งอิ่มอร่อยกับขนมและเครื่องดื่มจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ และวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร นอกจากนี้ยังมีการร้อยลูกปัดจากวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง ของขวัญและของรางวัลมากมายจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษารอน้อง ๆ อยู่ ณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานคณะ

ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของแก่สถานสงเคราะห์ฯ เนื่องในวันประสูติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 

ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของแก่สถานสงเคราะห์ฯ เนื่องในวันประสูติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 

ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของแก่สถานสงเคราะห์ฯ เนื่องในวันประสูติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.51 น.

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานเงิน สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่วัด โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์โอกาสวันคล้ายวันประสูติ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี”

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 08.28 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน  สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่วัด โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จำนวน 24 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมหลวงทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์ เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า  สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ  สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย)  และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง)  อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางศรินดา จามรมาน  เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เขตราชเทวี  โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ ฯ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร  สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด  สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด  ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก  และสถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท)  อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวธารารัตน์ เกษนาวา เชิญเงินพระราชทาน ไปมอบแก่ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม  สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อผู้ป่วยยากไร้ และบุคลากร  ณ ตึกจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน  และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวธันย์ชนก ฟักอุดม  เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค (บ้านบางแค 1 ) เขตภาษีเจริญ  บ้านผู้สูงอายุบางแค 2 เขตบางแค  สมาคมสงเคราะห์เด็กกำพร้าแห่งประเทศไทย เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร  และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต  อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวพัชรินรุจา จันทโรนานนท์  เชิญเงินพระราชทาน ไปมอบแก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก)  และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ในพระบรมราชูปถัมภ์  เขตราชเทวี  กับเชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และเจ้าหน้าที่ ณ สถานพักฟื้นคนชราบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ  เชิญชุดสังฆทานกับภัตตาหารเพลไปถวายแด่พระสงฆ์ พร้อมเชิญเงินพระราชทานไปมอบแก่ โรงพยาบาลสงฆ์ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และเชิญเงินพระราชทาน พร้อมด้วยชุดสังฆทาน และผ้าไตร ไปถวายแด่พระสงฆ์  ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักสงฆ์ ป่ามะขาม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงรับเป็นพระราชภารกิจ และพระภารกิจที่สำคัญ ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข  ดูแลประชาชนทุกหมู่เหล่า ให้มีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์แข็งแรง  และมีโภชนาการที่ดี  อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน  สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด  การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
 

ทส. ส่งความสุขวันเด็กปี’69 ชูแนวคิด ‘สนุกเปลี่ยนโลก’ มอบของขวัญ ‘เที่ยวฟรี’ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ

ทส. ส่งความสุขวันเด็กปี'69 ชูแนวคิด 'สนุกเปลี่ยนโลก' มอบของขวัญ 'เที่ยวฟรี' สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ

ทส. ส่งความสุขวันเด็กปี’69 ชูแนวคิด ‘สนุกเปลี่ยนโลก’ มอบของขวัญ ‘เที่ยวฟรี’ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.01 น.

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบความปรารถนาดีถึงเยาวชนไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยเน้นย้ำคำขวัญวันเด็กที่นายกรัฐมนตรีมอบไว้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” มุ่งปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างภาคภูมิใจในความเป็นไทย ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างเยาวชนให้เป็นกำลังหลักในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ดร.รวีวรรณ เปิดเผยว่า ในปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “สนุกเปลี่ยนโลก” ณ บริเวณลานน้ำพุ หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ต้องการให้วันเด็กปีนี้ไม่ใช่แค่การเที่ยวเล่น แต่เป็นก้าวแรกที่เด็กๆ ได้สัมผัสถึงความสำคัญของธรรมชาติผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และลงมือทำจริง โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และลุ้นรับของรางวัลมากมาย อาทิ เกมแยกขยะกู้โลก เกมพฤกษาพาเพลิน และกิจกรรมป่าหรรษา นับเป็นการส่งมอบความสุขควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลก

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้มอบของขวัญพิเศษเพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนในต่างจังหวัด โดยเปิดให้เด็กที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร หรืออายุไม่เกิน 12 ปี เข้าชมสวนสัตว์ 7 แห่งทั่วประเทศฟรี ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น และโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ ระหว่างวันที่ 10 – 11 มกราคม 2569

พร้อมกันนี้ ยังเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาทั้ง 5 แห่ง และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต ฟรีในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เพื่อปลูกจิตสำนึกและให้เด็กๆ ได้ใกล้ชิดกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของตนเอง

กระทรวงฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมวันเด็กในปีนี้จะช่วยสร้างรอยยิ้ม ส่งเสริมจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้เด็กๆ และเป็นก้าวสำคัญในการสร้าง “ฮีโร่ตัวน้อย” ที่จะช่วยดูแลรักษาโลกใบนี้ เพราะพลังเล็กๆ ของเด็กทุกคน คือแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต จึงขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่พาบุตรหลานมาร่วมสนุกเปลี่ยนโลกไปด้วยกัน

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว “I-New Gen Junior Award 2026”  จุดประกายความคิดสร้างสรรค์เยาวชนไทย สู่การพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026 ซึ่งจัดขึ้นในงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” (Thailand Inventors’ Day 2026) ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation” ณ Event Hall 102–103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

โครงการที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้จินตนาการและความคิดริเริ่มในการออกแบบและสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์หรือโครงงานใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การลงมือปฏิบัติจริง และการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นหรือวัสดุเหลือใช้ให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืน
การประกวดดังกล่าวมุ่งปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเหมาะสมกับบริบทของชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนสามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปะ เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงและสร้างคุณค่าแก่สังคมในอนาคต

ทั้งนี้ การประกวด I-New Gen Junior Award 2026 แบ่งผลงานออกเป็น 5 กลุ่มเรื่อง ได้แก่ เกษตรและอาหาร สิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงานทางการเกษตร รวมถึงอุปกรณ์หรือแนวคิดด้านอาหารและเครื่องดื่มสิ่งแวดล้อมและพลังงาน สิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยรักษาและปรับปรุงสภาพแวดล้อม มุ่งเน้นการใช้วัสดุเหลือใช้ หรือวัสดุจากธรรมชาติอย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์อำนวยความสะดวก สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิต ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์ที่ส่งเสริมจินตนาการและกระบวนการสร้างสรรค์ ในงานศิลปะและงานฝีมือทุกรูปแบบอย่างมีเอกลักษณ์สื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยีการศึกษา สิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย โดยอาจประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ หรือฮาร์ดแวร์ร่วมด้วย
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ ฝึกทักษะการสื่อสารและการนำเสนอผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหา ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านการทำโครงงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปีนี้ ผลงานที่มาร่วมประกวดเต็มไปด้วยจินตนาการที่ล้ำเลิศเกินวัย สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก 

อาทิ เครื่องตัดหญ้าพลัง ECO ที่นำพลังงานไฟฟ้ามาใช้งาน ลดเรื่องเสียงรบกวน และมลพิษทางอากาศ อีกทั้งยังมีแสงสว่างที่เครื่องทำให้สามารถตัดหญ้าในเวลากลางคืนได้อีกด้วย ผลงานของน้องๆจากโรงเรียน บุญสมวิทยา เปลือกไข่ฮีโร่กอบกู้โลก โรงเรียนบ้านนา กล่องพัสดุจากเปลือกลูกยางพารา โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย ปัญหาขยะจากการผลิตอาหารปัญหาของโลกที่ถูกมองข้าม สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถาดพลาสติกรังผึ้งบรรจุอาหารสด สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครนทรวิโรฒ ฟิล์มชีวภาพจากผักในท้องถิ่น (ผักเปราะ) พัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลงานของนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านปราสาท อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ  และยังมี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลตำบลหนองหงส์ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี นครศรีธรรมราช นำผลของพืชพื้นเมืองภาคใต้ ลูกประ เป็นวัตถุดิบหลักในการทำเต้าหู้ ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ผลิตเป็นเต้าหู้ไข่ ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนแพ้ถั่วเหลือง ฯลฯ 

ผลงานดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จัดแสดงภายในงาน ขอเชิญทุกท่านมาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และส่งกำลังใจให้เยาวชนไทย ว่าผลงานใดจะเข้าตาคณะกรรมการ พร้อมร่วมรับฟังการประกาศผลในวันที่ 9 มกราคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

พสกนิการชาวโคราช ทำบุญถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ’เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

พสกนิการชาวโคราช ทำบุญถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ'

พสกนิการชาวโคราช ทำบุญถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ’เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.37 น.

พสกนิการชาวโคราชหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ

8 มกราคม 2569 เวลา 06.30 น ที่วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยมี ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้นำส่วนงาน อบจ. ผผู้อำนวยการสำนัก บุคลากรร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา 8 มกราคม 2569

โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานพิธีฝ่ายฆราวาส พระพรหมวชิรนายก ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 เจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์พร้อมพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 40 รูปออกรับบิณฑบาต เพื่อถวายพระกุศลและสำนึกในพระกรุณาคุณ และมีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรอย่างพร้อมเพรียง

โดยภายในพิธี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ประธานในพิธี ได้นำข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัด อบจ.นครราชสีมา และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาและร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จากนั้น ประธานในพิธีได้ประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ และกล่าวคำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระรูป เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัยและสร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

OKMDเปิด 3 พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน‘วันเด็ก2569’เชื่อม‘การเล่น ดนตรี วัฒนธรรม’สู่‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’

OKMDเปิด 3 พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน‘วันเด็ก2569’เชื่อม‘การเล่น ดนตรี วัฒนธรรม’สู่‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’

OKMDเปิด 3 พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน‘วันเด็ก2569’เชื่อม‘การเล่น ดนตรี วัฒนธรรม’สู่‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.00 น.

OKMDเปิด 3 พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน‘วันเด็ก2569’เชื่อม‘การเล่น ดนตรี วัฒนธรรม’สู่‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’

ท่ามกลางความท้าทายของการพัฒนาการเรียนรู้เด็กและเยาวชนในสังคมปัจจุบัน สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เตรียมเปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 พร้อมกัน 3 พื้นที่ ได้แก่ ทำเนียบรัฐบาล มิวเซียมสยาม และอุทยานการเรียนรู้ TK Park ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการเล่น ดนตรี และกิจกรรมสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และครอบครัวได้เรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความหมาย และสะท้อนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ของสังคม

ที่ทำเนียบรัฐบาล ณ ตึกสันติไมตรี OKMD จัดบูธกิจกรรมในงานวันเด็กแห่งชาติ ระหว่างเวลา 08.00–15.00 น. ภายใต้ธีม “Music : Move and Make ร้อง เล่น เต้น สร้างสรรค์” เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านดนตรี การเคลื่อนไหว และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ออกแบบเป็นช่วงเวลาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเกมการเรียนรู้ การร้องเพลงตามโจทย์ การเต้นประกอบจังหวะ และกิจกรรมประดิษฐ์เครื่องดนตรี DIY เช่น ลูกแซกและไข่เขย่า เพื่อส่งเสริมการแสดงออก การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาทักษะรอบด้านกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Talent Everywhere ซึ่งมุ่งเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนที่มีความสนใจด้านดนตรีได้แสดงศักยภาพในเวทีสาธารณะ และสะท้อนแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสในการต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต

ขณะเดียวกัน ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติภายใต้แนวคิด Alpha Green Hero พลังเด็กรักษ์โลก ระหว่างเวลา 10.00–17.00 น. เปิดพื้นที่การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ผ่านฐานกิจกรรม การอ่าน การเล่านิทาน และเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืนให้กับเด็กและเยาวชนตั้งแต่วัยเรียน โดยเปิดให้เด็กอายุไม่เกิน 14 ปี พร้อมผู้ปกครอง 1 ท่าน เข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญคือ Museum Siam สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชย ซึ่งร่วมกับ OKMD จัดกิจกรรม Kid Dee x Playeum : Think Good | Play Well | Grow Together ภายใต้แนวคิด PLAYEUM 2026: Decoding Thainess ระหว่างเวลา 10.00–17.00น. เปิดพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นสนามเล่นแห่งการเรียนรู้แบบ Inclusive Play เด็กๆ จะได้ร่วมกิจกรรมถอดรหัสความเป็นไทยผ่านฐานการเล่นทั้งด้านประสาทสัมผัส ศิลปะ วัฒนธรรม การเคลื่อนไหว และการสร้างสรรค์

โดยมี “น้องคิดดี” มาสคอตของ OKMD ทำหน้าที่เป็นผู้นำการเล่น สื่อสารแนวคิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และพาทุกคนออกเดินทางสู่โลกแห่งการเรียนรู้ในกิจกรรมการเล่นสร้างสรรค์ 5 ฐาน ตามแนวคิด Play-based Learning เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำและการมีส่วนร่วมของทั้งเด็กและผู้ปกครอง กิจกรรมครอบคลุมการเรียนรู้ด้านมิติสัมพันธ์ ภาษา คณิตศาสตร์พื้นฐาน ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย ผ่านการเล่นที่สนุก เข้าถึงได้ และเหมาะสำหรับเด็กทุกช่วงวัย

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า การเรียนรู้ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ของสังคม และการเล่นคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดย OKMD มุ่งเปิดพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการเล่น ความสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของครอบครัว เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้อย่างมีความหมายและต่อเนื่อง

การเปิดพื้นที่การเรียนรู้พร้อมกันทั้ง 3 แห่งในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมสร้างความสุขสำหรับเด็กและครอบครัวเฉพาะช่วงเวลา หากแต่สะท้อนทิศทางการพัฒนาการเรียนรู้ของสังคมไทยที่ขยับออกจากกรอบห้องเรียนสู่พื้นที่สาธารณะ โดยใช้การเล่น ความสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของครอบครัวเป็นฐานสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ OKMD ในการขับเคลื่อนสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืนในระยะยาว

​วว.เพิ่มมูลค่าสารสกัด ‘ส้มแขก’ พืชท้องถิ่นภาคใต้ของไทยสู่การพัฒนา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดความอยากอาหาร

​วว.เพิ่มมูลค่าสารสกัด ‘ส้มแขก’ พืชท้องถิ่นภาคใต้ของไทยสู่การพัฒนา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดความอยากอาหาร

​วว.เพิ่มมูลค่าสารสกัด ‘ส้มแขก’ พืชท้องถิ่นภาคใต้ของไทยสู่การพัฒนา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดความอยากอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ส้มแขก” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia atroviridis Griff. ex T. Anderson เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นที่พบมากในภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น อาทิ ชะมวงช้าง มะขามแขก ส้มควาย และส้มพะงุน โดยลักษณะเด่นของส้มแขก คือ เป็นไม้ต้น มีผลทรงกลมแป้น มีร่องตามแนวตั้ง 12-16 ร่อง เมื่อสุกจะมีสีเหลืองสดถึงส้ม มีรสชาติเปรี้ยวจัด ดอกมีสีแดงเลือดนก ออกเป็นช่อตามปลายยอด

ส้มแขก มีสาระสำคัญคือ Hydroxycitric Acid (HCA) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเอนไซม์ ในกระบวนการสร้างไขมัน จากการบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง นอกจากนี้ยังมีกรดอินทรีย์อื่นๆ ได้แก่ กรดซิตริก (Citric Acid) กรดโดดีคาโนอิค (Dadecanoic acid) กรดออคตาดีคาโนอิค (Octadecanoic acid) และกรดเพนตาดีคาโนอิค (pentadecanoic acid) โดยกลไกการออกฤทธิ์ชอง HCA จะออกฤทธิ์ไปยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ ATP Citrate Lyase ในวงจร Kreb’s cycle (วงจรการย่อยสลายกลูโคสของร่างกาย) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยน Citrate ไปเปลี่ยน acetyl CoA นำไปใช้สร้างกรดไขมัน ขณะเดียวกันจะนำน้ำตาลไปสะสมเป็น glycogen ที่ตับ เพื่อใช้เป็นพลังงานสำรองด้วย

ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลธาตุในร่างกายจากส้มแขก เพื่อถ่ายทอดสู่เชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดความอยากอาหารจากสารสกัดส้มแขกในรูปแบบ jelly”  โดยมีลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์ ดังนี้ 1.เป็นการนำเอาสารสกัดจากส้มแขกผลกลมหรือส้มควาย ซึ่งพบมากที่จังหวัดภูเก็ต มาใช้ประโยชน์ โดยนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในการปรับสมดุลน้ำหนัก ช่วยลดความอยากอาหาร เพื่อทดแทนการนำเข้าสารสกัดส้มแขกจากต่างประเทศที่มีราคาสูง และส่งเสริมให้มีการใช้พืชท้องถิ่นภาคใต้ของไทย ซึ่งในปัจจุบันส้มแขกผลกลมหรือส้มควายได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ส้มควายภูเก็ต ขึ้นทะเบียนเลขที่ สช 67100226 เรียบร้อยแล้ว , 2.ผลิตภัณฑ์ผ่านการศึกษาองค์ประกอบทางเคมี โดยพบว่ามีสาร HCA สูง ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและกลไกการออกฤทธิ์ พบว่า สามารถช่วยปรับสมดุลน้ำหนัก โดยกระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาท serotonin และส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมน ghrelin ซึ่งเป็นฮอร์โมนความหิวลดลง จึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ โดยการลดความอยากอาหารผ่านกลไกการกระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาท และทำให้ความหิวลดลง นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบประเมินความปลอดภัยทั้งในระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาขั้นคลินิก (phase 1-2) ในอาสาสมัคร โดยผลิตภัณฑ์ถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบ Jelly ที่รับประทานง่าย จึงช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาด และส่งเสริมการใช้พืชสมุนไพรภายในประเทศ

​สานต่อโครงการ ‘Because Sharing is Caring ปี 2’ ส่งเสริมความรู้ – ป้องกันภัยหลอกลวงทางการเงิน

​สานต่อโครงการ ‘Because Sharing is Caring ปี 2’ ส่งเสริมความรู้ - ป้องกันภัยหลอกลวงทางการเงิน

​สานต่อโครงการ ‘Because Sharing is Caring ปี 2’ ส่งเสริมความรู้ – ป้องกันภัยหลอกลวงทางการเงิน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

XSPRING ร่วมกับ ก.ล.ต. และโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ จัดโครงการ “Because Sharing is Caring: The Unsilenced Truths เสียงไม่เงียบ เงินทองเรื่องต้องรู้ ปี 2” เดินหน้าส่งเสริมความเท่าเทียมในระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย ผ่านการส่งต่อความรู้ไปยัง กลุ่มผู้เปราะบางทางการเงินต่อเนื่อง จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ วางแผนการออม ใช้จ่ายอย่างมีวินัย ลงทุนอย่างรู้เท่าทัน และป้องกันตนเองจากกลโกงทางการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญจาก ก.ล.ต. และกลุ่ม XSPRING พร้อมจัดทำสื่อวิดีทัศน์ประกอบจอล่ามภาษามือ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเสมอภาค

นายกิตติชัย รักตะกนิษฐ์ ประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน XPG หรือ XSPRING ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมุ่งให้นักเรียนผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน และบุคลกากรทางการศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจหลักการพื้นฐานทางการเงิน อาทิ การวางแผนการออม การใช้จ่ายอย่างมีวินัย การลงทุนอย่างรู้เท่าทัน และการป้องกันตนเองจากกลโกงทางการเงิน ผ่านกิจกรรมสัมมนาและสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงาน ก.ล.ต. และกลุ่มบริษัท XSPRING ร่วมถ่ายทอดความรู้ พร้อมจัดทำ จอล่ามภาษามือประกอบสื่อวิดีทัศน์ เพื่อให้กลุ่มผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเสมอภาค นอกจากนี้ บริษัทยังได้ส่งเสริมการระดมทุนเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับนักเรียนผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินอย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับพันธกิจของเอ็กซ์สปริงในการสร้าง “ระบบนิเวศทางการเงินที่เท่าเทียมและยั่งยืน”

“XSPRING เชื่อมั่นว่า ความรู้ทางการเงิน และเครื่องมือทางการเงินไม่ควรเป็นสิ่งที่จำกัดสำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ควรเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินที่ขาดโอกาสในการพัฒนาความรู้ด้านการเงินการลงทุนเมื่อเทียบกับบุคคลทั่วไป ซึ่งหากได้รับโอกาสและความรู้ที่เหมาะสม เราเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถพัฒนาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง และมีภูมิคุ้มกันทางการเงินที่แข็งแรงในอนาคต” นายกิตติชัย รักตะกนิษฐ์ กล่าว

ศธ.ฉลอง ‘วันเด็กแห่งชาติ 2569’ เปิด 4 โซนการเรียนรู้ เสริมพัฒนาเด็กไทยรอบด้าน

ศธ.ฉลอง ‘วันเด็กแห่งชาติ 2569’ เปิด 4 โซนการเรียนรู้ เสริมพัฒนาเด็กไทยรอบด้าน

ศธ.ฉลอง ‘วันเด็กแห่งชาติ 2569’ เปิด 4 โซนการเรียนรู้ เสริมพัฒนาเด็กไทยรอบด้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ว่า ปีนี้กระทรวงศึกษาธิการ มีการจัดงานวันเด็กอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อมุ่งพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิต ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจัดงานวันเด็กแห่งชาติอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 เนื่องจากตระหนักว่าเด็กและเยาวชนคือทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุดของประเทศ การพัฒนาเด็กจึงต้องดำเนินควบคู่ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ และการปลูกฝังคุณธรรม เพื่อให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า การจัดงานวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ออกแบบกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนได้ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยแบ่งพื้นที่กิจกรรมออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 Light of Wisdom (แสงแห่งปัญญา) มุ่งเสริมสร้างความรู้ด้านประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และแนวทางการศึกษาต่อ พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้การทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และบทบาทของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ , โซนที่ 2 Creative Earth Lab ห้องทดลองโลกสร้างสรรค์ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ผ่านกิจกรรมทดลอง การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม , โซนที่ 3 Sufficiency for Happiness (พอเพียง สร้างสุข) ถ่ายทอดแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การใช้ชีวิตอย่างพอดี การเรียนรู้อาชีพ และการสร้างความสุขอย่างยั่งยืน , โซนที่ 4 Water Wonder Zone (บ้านเล็กในป่าใหญ่) สร้างความตระหนักด้านทรัพยากรน้ำ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมสนุกสนานที่ปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติ

รมว.ศธ. ระบุว่า นอกจากการจัดงานในส่วนกลางแล้ว ศธ.ยังได้มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติในทุกจังหวัด เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงกิจกรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม รวมทั้งยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมบูรณาการเชื่อมโยงกับนโยบายการศึกษา

“วันเด็กแห่งชาติไม่ใช่เพียงวันแห่งความสนุกสนานเท่านั้น แต่เป็นเวทีสำคัญในการปลูกฝังการเรียนรู้ตลอดชีวิต คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเตรียมเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการ ขอเชิญชวนเด็ก ๆ และผู้ปกครอง มาร่วมสนุกและเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ บริเวณกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่เวลา 07.00–16.00 น.มาร่วมสร้างรอยยิ้ม ความสุข และแรงบันดาลใจให้เด็กไทย พร้อมทั้งได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกันทั้งครอบครัว” ศ.ดร.นฤมล กล่าวและว่า ในส่วนการจัด กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ สำหรับในพื้นที่ชายแดนนั้น ยังคงจัดเหมือนเดิมเพื่อส่งมอบความสุขให้กับเด็กๆ โดยทาง สพฐ.ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการเตรียมการจัดกิจกรรม และการจัดเตรียมของรางวัลต่าง ๆ โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคเอกชนเป็นอย่างดี เพื่อสามารถส่งต่อความสุขและกำลังใจไปยังเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนอย่างทั่วถึงด้วย  

DPU พัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ชู ‘Wellness’ สร้างพยาบาลคุณภาพ ตอบโจทย์สังคมสุขภาพยุคใหม่

DPU พัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ชู ‘Wellness’ สร้างพยาบาลคุณภาพ ตอบโจทย์สังคมสุขภาพยุคใหม่

DPU พัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ชู ‘Wellness’ สร้างพยาบาลคุณภาพ ตอบโจทย์สังคมสุขภาพยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดตัวหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชูแนวคิดใหม่มุ่งบูรณาการศาสตร์การพยาบาลแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness) ควบคู่การพัฒนาศักยภาพ และปลูกฝังความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อสร้างพยาบาลรุ่นใหม่ของอนาคต

รศ.ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)  เปิดเผยว่า โครงสร้างสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันประชากรทุกช่วงวัยต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้บทบาทของวิชาชีพพยาบาลในปัจจุบันมิได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลรักษาเมื่อเกิดความเจ็บป่วยเท่านั้น หากแต่ขยายไปสู่การส่งเสริมสุขภาวะและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness) อย่างครอบคลุม วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU จึงได้พัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและระบบสุขภาพ โดยออกแบบหลักสูตรให้อยู่บนมาตรฐานวิชาชีพการพยาบาลอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมการเรียนการสอนอย่างเข้มข้นใน 5 สาขาหลักทางคลินิก ได้แก่ การพยาบาลเด็ก, การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ, การพยาบาลมารดา ทารก และการผดุงครรภ์, การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต และการพยาบาลสุขภาพชุมชน พร้อมมุ่งเน้นการปลุกศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถเติบโตเป็นพยาบาลมืออาชีพในโลกยุคใหม่ เปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การส่งเสริมด้าน Wellness

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการคิดเชิงธุรกิจ ซึ่งเป็นจุดเด่นของการจัดการเรียนการสอนของ DPU เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ด้วยศาสตร์ Potentialigence ให้พร้อมต่อการทำงานในบริบทระบบสุขภาพในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“DPU ไม่เพียงต้องการผลิตพยาบาลที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ เก่งในการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างพยาบาลที่มองเห็นสุขภาพในมิติของการป้องกัน การส่งเสริม และการสร้างสมดุลในชีวิตอย่างยั่งยืน รวมถึงมีความกล้าคิด กล้าลงมือทำ และสามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การประกอบอาชีพได้หลากหลายรูปแบบ อันเป็นหัวใจของการพัฒนาศักยภาพ (Potential Development) ของนักศึกษาแต่ละคน” รศ.ดร.ดรุณี กล่าว

คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU กล่าวอีกว่า โครงสร้างหลักสูตรจัดให้มีการเรียนรู้อย่างเข้มข้น ควบคู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 ในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง สู่สถานการณ์จริงในชุมชนและสถานพยาบาลที่เป็นพันธมิตรกับ DPU อาทิ โรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ และสถานประกอบการด้าน Wellness เพื่อเปิดมุมมองด้านการทำงานและการประกอบธุรกิจสุขภาพ โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตที่มี Growth Mindset มีความมั่นใจ คิดเป็นระบบ และไม่กลัวความท้าทาย สามารถนำศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการพยาบาลในอนาคต และ “ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต” ของวิชาชีพพยาบาลไทยให้พร้อมใช้งานได้จริงในตลาดแรงงาน

“วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU ประกอบด้วยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์สูงจากสถาบันชั้นนำ พร้อมมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาช่วยดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านวิชาการ บุคลิกภาพ ทักษะชีวิต และความเข้มแข็งทางจิตใจ เพราะเราเชื่อว่าพยาบาลที่ดี ต้องมีทั้งความรู้ ความเมตตา และความเข้มแข็งจากภายใน การดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิดจึงเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้าน” รศ.ดร.ดรุณี กล่าวพร้อมย้ำว่า วิสัยทัศน์ของวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU คือ การสร้างสถาบันการศึกษาพยาบาลเอกชนที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นแบบอย่างที่ดีของวงการ ให้ความสำคัญกับคุณภาพบัณฑิต การดึงศักยภาพของผู้เรียนออกมาใช้อย่างเต็มที่ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กัน

ทั้งนี้ หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU เปิดรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่เข้าสู่วิชาชีพการพยาบาล โดยมีการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความตั้งใจและมีศักยภาพในการเป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีคุณภาพในอนาคต ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเรียนได้ที่วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU http://www.dpu.ac.th/th/college-of-nursing