ไทย อังกฤษ 170 ปี มิตรภาพปึก ลุย FTA ปั๊มเศรษฐกิจสองชาติ

ไทย อังกฤษ 170 ปี มิตรภาพปึก ลุย FTA ปั๊มเศรษฐกิจสองชาติ

ไทย อังกฤษ 170 ปี มิตรภาพปึก ลุย FTA ปั๊มเศรษฐกิจสองชาติ

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.14 น.

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 เวลา 18.30 น. ณ Gaysorn Urban Resort ถนนราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สหราชอาณาจักร และครบรอบ 80 ปี หอการค้าสหราชอาณาจักร โดยมีนายมาร์ก กุดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ผู้แทนหอการค้าสหราชอาณาจักร ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมประมาณ 300 คน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงาน โดยแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ซึ่งมีพัฒนาการมาอย่างยาวนานตลอดระยะเวลา 170 ปีที่ผ่านมา โดยความพิเศษของความสัมพันธ์นี้ มิได้เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ยาวนาน หากแต่เป็นความสามารถในการปรับตัว พัฒนา และสร้างประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง

อนุทิน ชาญวีรกูล

ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยบริษัทจากสหราชอาณาจักรได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการลงทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างความร่วมมือระยะยาวกับภาคธุรกิจและหน่วยงานของไทย บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

ในขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยก็ได้ขยายการลงทุนในสหราชอาณาจักร ก่อให้เกิดการจ้างงาน สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า ความร่วมมือนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านมิติอื่น ๆ อาทิ ด้านกีฬา โดยการลงทุนของไทยในสโมสรฟุตบอล Leicester City ได้สร้างความภาคภูมิใจร่วมกัน และแสดงให้เห็นว่าความเป็นหุ้นส่วนของทั้งสองประเทศขยายไปไกลได้หลากหลายมิติ

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ไทยและสหราชอาณาจักรรำลึกถึงความสำเร็จในอดีต ก็จำเป็นต้องมองไปข้างหน้า โดยประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจสูง และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสในอนาคต ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของภาคธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยไทยมองสหราชอาณาจักรเป็นหุ้นส่วนสำคัญในเส้นทางดังกล่าว ซึ่งการยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนทางการค้าที่แน่นแฟ้น (Strategic Partnership and Enhanced Trade Partnership) เมื่อ 2 ปีก่อน จะ เป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือในอนาคต

อนุทิน ชาญวีรกูล

อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศควรเดินหน้าความร่วมมือให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ให้ครอบคลุมและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

“หาก 170 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ในอีก 170 ปีข้างหน้าจะต้องเป็นช่วงเวลาแห่งการร่วมกันสร้างอนาคต โดยเชื่อมั่นว่าทั้งไทยและสหราชอาณาจักรจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวร่วมกันได้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของทั้งสองประเทศที่มาร่วมงานในวันนี้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

รองปลัดพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่

รองปลัดพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่

รองปลัดพลังงาน แจง ค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.51 น.

รองปลัดพลังงาน เผย กองทุนน้ำมันติดลบ 4.7 หมื่นล้าน ไหลออกวันละ 1.7 พันล. แจง ค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่ มอง นำเข้าน้ำมันรัสเซีย กต.หารือแล้ว หากนำเข้าจริงต้องคุยเอกชนหาสถานที่เก็บ

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 18.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 เม.ย.69 มีสถานะติดลบประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท โดยมีเงินไหลออกวันละประมาณ 1.7 พันล้านบาท ซึ่งมาจากการที่อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล 21.89 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ สถานะของกองทุนน้ำมันในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะติดลบเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ยังสูงอยู่ตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเริ่มลดลงก็ตาม 

ทั้งนี้ ในส่วนของการชดเชยราคาน้ำมันให้กับโรงกลั่นน้ำมัน ขณะนี้เนื่องจากกองทุนน้ำมันยังไม่มีกระแสเงินสดเป็นบวก จึงจะมีการลงบันทึกทางบัญชีของโรงกลั่นไว้ก่อน ซึ่งรัฐบาลจะชำระเงินคืนให้กับโรงกลั่นในระยะเวลาต่อไป ในส่วนของเงินที่ค้างจ่ายเอกชนส่วนนี้จะไม่มีการติดอัตราดอกเบี้ยให้กับเอกชน
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ราคาค่าการกลั่นขณะนี้ที่สูงถึงประมาณ 13.90 บาทต่อลิตร นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่บวกขึ้นมาชั่วคราว และสะท้อนต้นทุนราคาน้ำมันที่สูง ซึ่งบวกกับค่าพรีเมียมการขนส่ง และประกันภัยในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งหลังจากช่วงนี้ราคาค่าการกลั่นจะลดลง ซึ่งในช่วงเดือน มิ.ย.นี้จะเริ่มเห็นค่าการกลั่นติดลบ ในส่วนของค่าการกลั่นนั้นนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เพื่อมาติดตามตัวเลขต้นทุนและกำไรของโรงกลั่นว่าอยู่ที่เท่าไหร่ และส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันอย่างไร 

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการจัดหาน้ำมันจากรัสเซีย นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ได้ทราบข้อมูลความคืบหน้าจากกระทรวงการต่างประเทศว่าได้มีการหารือกับทางรัสเซียแล้ว และหากมีความเป็นไปได้ก็มีโอกาสที่ไทยจะนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียเข้ามา แต่ในขณะนี้น้ำมันดิบที่ใช้กลั่นยังเป็นน้ำมันจากแหล่งที่ไทยได้รับมาก่อนหน้านี้ ซึ่งสามารถใช้กับโรงกลั่นที่เดินเครื่องอยู่ในขณะนี้ได้ทันที ส่วนน้ำมันจากรัสเซียที่จะนำเข้ามานั้นจะต้องมีการหารือกับภาคเอกชนในการเตรียมสถานที่กักเก็บไว้สำหรับใช้ในลำดับถัดไป ซึ่งต้องหารือกับภาคเอกชนในเรื่องนี้รวมทั้งขั้นตอนการปรับโรงกลั่นให้สามารถใช้น้ำมันรัสเซียในการกลั่นน้ำมันด้วย 

คมนาคม มอบของขวัญวันสงกรานต์ ตรึงค่าตั๋วบขส. 6-19 เม.ย. 2569

คมนาคม มอบของขวัญวันสงกรานต์ ตรึงค่าตั๋วบขส. 6-19 เม.ย. 2569

คมนาคม มอบของขวัญวันสงกรานต์ ตรึงค่าตั๋วบขส. 6-19 เม.ย. 2569

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.46 น.

คมนาคม มอบของขวัญสงกรานต์ตรึงค่าตั๋วบขส. 6-19 เม.ย. ก่อนปรับขึ้นจริง

วันที่ 1 เมษายน 2569 นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ โฆษกกรมการขนส่งทางบก แถลงมาตรการด้านการคมนาคมว่า จากผลกระทบต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางจึงมีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร เพื่อรักษาสมดุลต้นทุนของผู้ประกอบการและป้องกันปัญหาการลดเที่ยววิ่ง โดยมีกำหนดเริ่มใช้อัตราใหม่ในวันที่ 6 เม.ย.2569 ซึ่งรถโดยสารระหว่างเมือง (รถบัส) จะปรับขึ้น 5 บาท ต่อทุกๆ 100 กิโลเมตร และรถตู้โดยสารปรับขึ้น 2 บาท ต่อทุกๆ 100 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรมการขนส่งทางบกร่วมกับ บขส. ได้มีมาตรการช่วยเหลือโดยจะตรึงราคาค่าโดยสารไว้ในอัตราเดิม ตลอดช่วงเทศกาลระหว่างวันที่ 6 – 19 เม.ย. 2569 และจะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่หลังวันที่ 19 เม.ย. เป็นต้นไป

ประชาชนที่ซื้อตั๋วในช่วงเวลาดังกล่าวจึงสามารถสบายใจได้ว่าจะยังไม่ถูกปรับขึ้นราคา  ส่วนของภาคการขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบกได้จัดทำดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้าตามราคาน้ำมันดีเซล เพื่อเป็นเครื่องมือกลางให้ผู้ว่าจ้างและผู้ให้บริการขนส่งใช้เป็นเกณฑ์ในการเจรจาปรับอัตราค่าขนส่งรอบใหม่กันอย่างเป็นธรรม ซึ่งสะท้อนต้นทุนค่าน้ำมันดีเซลที่มีสัดส่วนสูงถึง 45% ของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด

เช็กด่วน น้ำมันราคาขึ้น ดีเซลพุ่งพรวดทะลุ 44 บาท หลังมติ กบน. ลดการอุดหนุน

เช็กด่วน น้ำมันราคาขึ้น  ดีเซลพุ่งพรวดทะลุ 44 บาท หลังมติ กบน. ลดการอุดหนุน

เช็กด่วน น้ำมันราคาขึ้น ดีเซลพุ่งพรวดทะลุ 44 บาท หลังมติ กบน. ลดการอุดหนุน

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.19 น.

วันนี้ 1 เมษายน 2569 คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ขอแจ้งผลการประชุมวันที่ 1 เม.ย.2569 ว่าที่ประชุมมีมติปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล 4.11 บาท/ลิตร เป็น 17.78 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาท/ลิตร เป็น 44.24บาท/ลิตร และน้ำมันไบโอดีเซล B20 ปรับลดอัตราเงินชดเชย 3.99 บาท/ลิตร เป็น 20.12 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาทต่อลิตร เป็น 39.24 บาท/ลิตร (ราคาน้ำมันเบนซินผู้ค้าจะเป็นผู้ประกาศแจ้ง)

น้ำมัน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

โฆษก ศบก. โต้เฟกนิวส์ จ่อปรับราคาน้ำมันคืนนี้ ยันหากปรับจริงทราบผลเร็วขึ้น ไม่เกิน 2 ทุ่ม

โฆษก ศบก. โต้เฟกนิวส์ จ่อปรับราคาน้ำมันคืนนี้ ยันหากปรับจริงทราบผลเร็วขึ้น ไม่เกิน 2 ทุ่ม

โฆษก ศบก. โต้เฟกนิวส์ จ่อปรับราคาน้ำมันคืนนี้ ยันหากปรับจริงทราบผลเร็วขึ้น ไม่เกิน 2 ทุ่ม

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.03 น.

โฆษก ศบก. โต้เฟกนิวส์ จ่อปรับราคาน้ำมันคืนนี้ ระบุ จากนี้หากปรับจริงทราบผลเร็วขึ้น ไม่เกิน 2 ทุ่ม เผย แอพฯ Fuel-Now ใช้งานได้แล้ว วอน ผู้ประกอบการเร่งคีย์ข้อมูลน้ำมันเข้าระบบ

เมื่อเวลา 18.05 น. วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศบก.แถลงภายหลังการประชุม ศบก. ว่า เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงรอยต่อการบริหารหลายอย่าง ที่ประชุมจึงมีมติเปลี่ยนเวลาประชุม ศบก. เป็นเวลา 10.00 น. ของทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ และหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าวในเวลา 11.30 น. 

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า สำหรับเรื่องพลังงาน ในที่ประชุมปลัดกระทรวงพลังงานในฐานะประธาน ได้แจ้งว่า ทางคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ต้องรอตัวเลขน้ำมันสุดท้ายจากประเทศสิงคโปร์ แต่จะพยายามสรุปตัวเลขให้เร็วที่สุดเพื่อจะแจ้งประชาชนได้ในเวลาไม่เกิน 20.00 น. ซึ่งเป็นความตั้งใจของท่านในฐานะประธาน กบน. ประชาชนจะได้คลายกังวลมากขึ้น เพราะรู้ล่วงหน้านานขึ้นอีกหน่อย และหลังจากนี้คงจะเป็นเรื่องนโยบายของ รมว.พลังงานคนใหม่ ซึ่งได้มีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้ว นอกจากนี้ ขอชี้แจงกรณีมีเฟกนิวส์ส่งข้อความต่อๆ กันทางกลุ่มไลน์ว่า คืนนี้จะมีการขึ้นราคาน้ำมัน ซึ่งไม่เป็นความจริง วันนี้ยังไม่มีอะไร ถ้ามีการระบุว่าจะมีการขึ้นพร้อมกับตัวใด ถือว่าเป็นเฟกนิวส์อยู่

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า สำหรับแอพพลิเคชั่น Fuel Now ตอนนี้สามารถที่จะใช้ได้แล้ว เพื่อดูว่า ปั๊มไหนน้ำมันหมด ปั๊มไหนยังมีน้ำมัน ประชาชนสามารถที่จะเข้าไปเช็คได้ ซึ่งตัวเลขที่ปรากฏบนแอพพลิเคชั่นเป็นการคีย์ข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่แต่ละปั๊มที่ได้รับมอบหมาย ดังนั้น ความแม่นยำของข้อมูลจะขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่คีย์ข้อมูลของแต่ละปั๊ม จึงขอความร่วมมือไปถึงปั๊มน้ำมันทุกปั๊มให้กำชับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้คีย์ข้อมูลทันทีที่ทราบข้อมูล เนื่องจากมีความสำคัญ เพราะเป็นการสื่อสารถึงประชาชนโดยตรง

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ตอนนี้ใช้คำว่ายังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการโจมตีในพื้นที่ระหว่างผู้ขัดแย้งหลักและการโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังคงดำเนินต่อไป โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านประกาศจะตอบโต้สหรัฐอเมริกาด้วยการโจมตีบริษัทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตั้งแต่วันนี้ ขณะเดียวกัน อิหร่านยังอยู่ระหว่างการผ่านร่างกฎหมายเพื่อเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ และห้ามการเดินทางเรือผ่านช่องแคบของประเทศที่คว่ำบาตรอิหร่าน ส่วนเรื่องความพยายามในการเจรจายุติสงคราม ความพยายามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าปฏิบัติการสู้รบของสหรัฐฯจะยุติอย่างเร็วที่สุดใน 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้ และจะออกจากอิหร่านไม่ว่าการเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ขณะที่จีนและปากีสถานได้ประกาศการฟื้นฟูสันติภาพในภูมิภาค 5 ข้อ ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองการเดินเรือด้วย ในส่วนการต่างประเทศของไทยยังคงจุดยืนให้ความสำคัญกับการเจรจา และเรียกร้องให้กลับสู่กระบวนการทางการทูตโดยเร็วที่สุด ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้หยิบยกประเด็นนี้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอิหร่านมาโดยตลอด

ทัพบกไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก! ดัน ‘ฐิต์รัชช์’ นั่งเลขาฯ สานงานต่อ ‘วินธัย’ ยังครอง โฆษก ทบ.

ทัพบกไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก! ดัน ‘ฐิต์รัชช์’ นั่งเลขาฯ สานงานต่อ ‘วินธัย’ ยังครอง โฆษก ทบ.

ทัพบกไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก! ดัน ‘ฐิต์รัชช์’ นั่งเลขาฯ สานงานต่อ ‘วินธัย’ ยังครอง โฆษก ทบ.

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.46 น.

ทบ.ไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก! ดัน “ฐิต์รัชช์” นั่งเลขาฯ สานงานต่อ “วินธัย” ยังนั่งโฆษกทบ. สนองนโยบาย ผบ.ทบ. แจงข้อเท็จจริงปชช.

วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่สำนักงานเลขานุการกองทัพบก ได้จัดพิธีรับ–ส่งหน้าที่เลขานุการกองทัพบก ระหว่าง พล.ต.วินธัย สุวารี และ พล.ต.ฐิต์รัชช์ สมบัติศิริ เลขานุการกองทัพบกคนใหม่ โดยมีข้าราชการและกำลังพลเข้าร่วมพิธีจำนวน 150 นาย บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อยตามแบบธรรมเนียมทหาร

ภายหลังการส่งมอบธงประจำตำแหน่งและเอกสารสำคัญเสร็จสิ้น กำลังพลได้ร่วมอำลา พล.ต.วินธัย ด้วยการมอบดอกกุหลาบสีชมพู เพื่อแสดงความขอบคุณและความผูกพัน หลังปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวเป็นระยะเวลา 6 เดือน

ด้าน พล.ต.ฐิต์รัชช์ กล่าวภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า จะสานต่อแนวทางการทำงานที่ได้วางไว้ พร้อมให้คำมั่นว่าจะดูแลกำลังพล เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของสำนักงานเลขานุการกองทัพบกอย่างทั่วถึง และบริหารงานด้วยความยุติธรรมและโปร่งใส

ขณะเดียวกัน พล.ต.วินธัย ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งโฆษกกองทัพบก ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการทหารบก เพื่อทำหน้าที่ชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง

รัฐติดล็อก ข้อจำกัดทางกฎหมาย นักวิชาการ มธ. ชี้ ช่องโหว่ การบริหารจัดการไฟป่า PM 2.5

รัฐติดล็อก ข้อจำกัดทางกฎหมาย นักวิชาการ มธ. ชี้ ช่องโหว่ การบริหารจัดการไฟป่า PM 2.5

รัฐติดล็อก ข้อจำกัดทางกฎหมาย นักวิชาการ มธ. ชี้ ช่องโหว่ การบริหารจัดการไฟป่า PM 2.5

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.14 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ช่องโหว่กฎหมายจัดการไฟป่า ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจ “ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน” เพื่อระดมทรัพยากรจัดการไฟป่า – PM 2.5 โดยกลไกที่มีอยู่มุ่งเน้นการจัดการสาธารณภัยในระดับพื้นที่และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เสนอรัฐบาลตั้ง “สนง.บูรณการจัดการไฟป่าฯ” เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจเพื่อความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณและบูรณการข้ามหน่วยงาน ควบคู่กับการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อแก้ปัญหาโดยนำร่องภาคเหนือ 

รศ. ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการโครงการหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายทั่วไป คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า กรณีที่หลายฝ่ายเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายกรัฐมนตรีประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินหรือประกาศเขตควบคุมมลพิษเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและ PM 2.5 ในภาคเหนือที่เข้าขั้นวิกฤตินั้น หากพิจารณาตาม พ.ร.บ. กฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และกฎหมายอื่นจะพบว่ายังมีข้อจำกัดในเชิงการบริหารจัดการบางประการ

นักวิชาการ มธ.

ทั้งนี้ เนื่องจากตามกฎหมายเหล่านั้นแม้ว่าจะให้อำนาจนายกฯ กระทรวงมหาดไทย (มท.) และ ผวจ. ประกาศห้ามการเข้าพื้นที่ที่มีเหตุสาธารณภัย แต่ไม่ได้ให้อำนาจ ผวจ. หรือนายกฯ ประกาศเขตภัยพิบัติ ขณะเดียวกันมาตรการตามกฎหมายดังกล่าวยังคงขาดรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการจัดการพื้นที่ว่ากรณีใดอยู่ในอำนาจของใคร ความรุนแรงถึงขั้นหรือระดับใดจะมีอำนาจสั่งการหรือจัดการใดที่จะสนองตอบต่อปัญหาหมอกควันและการเผาในที่โล่งมากกว่ากัน นอกจากนี้ ในปัจจุบันนายกฯ ยังไม่มีอำนาจเต็ม เพราะแม้จะเพิ่งมีการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แต่ก็ต้องรอ ครม. ถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนด้วย 

นอกจากนี้ ในส่วนระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ที่มีการนำมาอ้างอิงคู่กับ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ เพื่อการนำงบประมาณมาจัดการภัยพิบัติได้นั้น ในระเบียบดังกล่าว ไม่ได้กำหนดให้สามารถใช้เงินทดรองจ่ายเพื่อการจัดการวางแผนป้องกัน การดำเนินการระงับ หรืออื่นๆ เพื่อจัดการภัยพิบัติอย่างรอบด้าน หากแต่จำกัดอยู่เฉพาะเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเท่านั้น 

ไฟป่า

แฟ้มภาพ

มากไปกว่านั้น หากพิจารณาแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 – 2570 ไม่ได้มีการกำหนดการจัดการภัยพิบัติเรื่องนี้ (ไฟป่า และมลพิษทางอากาศ) เป็นกรณีเฉพาะเลย ทั้งที่จริงๆ แผนตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ควรจะเป็นความหวังในการจัดการเรื่องนี้ แต่เอาเข้าจริงแผน และกฎหมายดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดมายาวนานกว่าเช่นกรณีน้ำท่วม หรือวาตภัยมากกว่า

ฉะนั้น ในระยะสั้นคงทำได้เพียงการเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 หรือการประกาศเขตพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบข้างต้น หรือการเดินหน้าตามแผนจัดการไฟป่า และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมา เพราะกลไกและงบประมาณที่จะนำมาใช้สนับสนุนการจัดการกับปัญหาเป็นการเฉพาะไม่มีระบุเอาไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน 

ไฟป่า

แฟ้มภาพ

ส่วนในระยะยาวเมื่อรัฐบาลมีอำนาจเต็มแล้ว เห็นว่าควรนำร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ขึ้นมาพิจารณาเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวและในมิติมลพิษทางอากาศที่กว้างกว่าเฉพาะไฟป่า รวมถึงอาจพิจารณาเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายบริหารในการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินเพื่อจัดการกับปัญหาที่โดยอาจแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจดังกล่าวใน พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ให้ชัดเจน

นอกจากนี้ แนวทางดำเนินการอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจได้แก่การใช้กลไกฝ่ายบริหารเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยงานบูรณาการด้านการจัดการไฟป่าในภาคเหนือ โดยนักวิชาการธรรมศาสตร์ อาจใช้ชื่อว่า “สำนักงานบูรณาการจัดการไฟป่าและวิกฤตความร้อน” ซึ่งอาจจำเป็นต้องพิจารณาให้อำนาจเชิงบูรณาการด้านการบริหารจัดการ ประสานงาน รวมทั้งบูรณาการด้านงบประมาณที่ชัดเจน ซึ่งอาจนำร่องภาคเหนือก่อน (Sandbox) และค่อยขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อ แต่ให้มีการกำหนดระยะเวลาในการจัดตั้งและดำเนินงานที่ชัดเจน เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหรือเมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดแล้วก็ให้มีการยกเลิกในลักษณะเดียวกับที่มีการวางหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งธนาคารที่ดิน หรือหากมีหน่วยงานตั้งใหม่ที่มีอำนาจใกล้เคียงกันตาม พ.ร.บ. ฉบับใดก็อาจพิจารณายุบเลิกหน่วยงานได้

ไฟป่า

แฟ้มภาพ

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า การตั้งหน่วยงานดังกล่าวจะช่วยอุดช่องโหว่ในการจัดการไฟป่าและจุดความร้อนของประเทศไทยในปัจจุบันได้อีกส่วน ทั้งการขาดกลไกการวางแผนจัดการไฟป่า การขาดกลไกในการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ งบประมาณที่จัดสรรลงไปไม่สอดคล้องกับบริบทของขนาดพื้นที่และความเสี่ยง  การไม่มีนโยบาย และกฎหมายที่ชัดเจนในการจัดพื้นที่ในการอนุญาตให้เผาในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการขาดกลไกในเชิงให้ข้อมูลข่าวสารและสื่อสารปัญหาที่มีความเป็นระบบ ตลอดการขาดกลไกที่จะทำให้เกิดการบูรณาการกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“แต่ภายใต้ช่องโหว่นี้ก็ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดที่เป็นลักษณะเฉพาะของพื้นที่ด้วย อย่างของภาคเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ซึ่งเป็นไม้ผลัดใบค่อนข้างเยอะ จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดไฟลุกลามได้ง่าย ฉะนั้นไม่ว่าจะจัดการเชื้อเพลิงได้ดีแค่ไหน แต่ละปีจะมีมวลเชื้อเพลิงที่เพิ่มมากขึ้นได้ อีกส่วนคือด้วยลักษณะเป็นพื้นที่ราบสูง ทำให้มีความลาดชัน ทำให้เป็นอุปสรรคในการจัดการไฟ และสุดท้ายคืออัตลักษณ์การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มักจะมีการเข้าไปหาของป่า แต่ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มคนนี้จะเป็นคนเผาป่า แต่ 3 สิ่งนี้คือข้อจำกัดในการจัดการ” รศ. ดร.สุรศักดิ์ ระบุ

นายกฯ เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ รับมือวิกฤตน้ำมันช่วงสงกรานต์

นายกฯ เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ รับมือวิกฤตน้ำมันช่วงสงกรานต์

นายกฯ เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ รับมือวิกฤตน้ำมันช่วงสงกรานต์

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.01 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2569 อีกฉบับ เรื่อง กำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง(ฉบับที่ 4) เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วราชอาณาจักรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในการเดินทาง

อาศัยอำนาจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ให้มีคณะกรรมการบริหารการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เป็นประธาน และกรรมการประกอบด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน,นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, อธิบดีกรมทางหลวง, อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน, อธิบดีกรมสรรพสามิต, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการและติดตามการจัดหา กระจายน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 6 – 17 เมษายน 2569 นี้ 

ราชกิจจานุเบกษา
ราชกิจจานุเบกษา

ศบก.เล็งปรับลดวัน-เวลาแถลงข่าว ให้หน่วยงานได้ปฎิบัติงาน-เพื่อเก็บข้อมูลแจงสื่อ

ศบก.เล็งปรับลดวัน-เวลาแถลงข่าว ให้หน่วยงานได้ปฎิบัติงาน-เพื่อเก็บข้อมูลแจงสื่อ

ศบก.เล็งปรับลดวัน-เวลาแถลงข่าว ให้หน่วยงานได้ปฎิบัติงาน-เพื่อเก็บข้อมูลแจงสื่อ

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.44 น.

“พิพัฒน์” มอบ ปลัดพลังงาน นั่งหัวโต๊ะศบก. แทน โฆษกฯ รับ อาจปรับเวลาประชุม  ลดแถลงข่าว เหลือจันทร์-พุธ-ศุกร์

วันที่ 1 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม มอบหมายให้นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายประเสริฐ ระบุว่า มาเป็นประธานการประชุมแทน เนื่องจากนายพิพัฒน์ติดภารกิจ

น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก. กล่าวก่อนประชุมว่า ในอนาคตมีการหารือนอกรอบกันว่า อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเวลาประชุม เพื่อให้สอดคล้องกับเวลานำเสนอข่าวของสื่อมวลชนด้วย แต่ต้องหารือกันอีกครั้ง ซึ่งช่วงนี้เป็นรอยต่อรัฐบาล หากมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยหรือแจ้งเปลี่ยนกะทันหัน ต้องขอภัยด้วย

ด้าน นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ความเหมาะสมการแถลงข่าวอาจจะมีการเว้นระยะ เพื่อให้แต่ละหน่วยไปปฏิบัติงาน จะได้มีข้อมูลข้อเท็จจริงมานำเสนอประชาชน และมีช่วงเวลาที่เราคิดว่า อาจจะเป็นวันประชุม และแถลงข่าว คือ วันจันทร์ พุธ หรือศุกร์

นายกฯให้โอวาทวันข้าราชการพลเรือน ปรับตัวให้ทันโลก-มองประชาชนเหมือนญาติพี่น้อง

นายกฯให้โอวาทวันข้าราชการพลเรือน ปรับตัวให้ทันโลก-มองประชาชนเหมือนญาติพี่น้อง

นายกฯให้โอวาทวันข้าราชการพลเรือน ปรับตัวให้ทันโลก-มองประชาชนเหมือนญาติพี่น้อง

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.33 น.

นายกฯ ให้โอวาทข้าราชการพลเรือนดีเด่น เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี 69 ย้ำ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล พร้อมปรับตัวให้เท่าทันโลก – มองประชาชนเหมือนญาติพี่น้อง ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ยืดมั่นความดี มีจิตมุ่งบริการ สืบสานงานเพื่อปวงประชา” 

ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้รับชมวิดีทัศน์ของกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นได้กล่าวมอบโอวาทแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น โดยระบุว่า ตนมีความยินดีที่ได้มาเป็นประธานมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2569 ขณะเดียวกันขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น อันเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจ ความอุตสาหะ และการอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ราชการให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า รางวัลที่ทุกท่านได้รับในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจของตนเองและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงการเป็นข้าราชการที่ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งความสามารถในการครองตน ครองคน และครองงานได้อย่างสมบูรณ์

พร้อมย้ำว่า ข้าราชการคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐให้ไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงมีความยั่งยืน เพราะในยุคปัจจุบันบริบทของการทำงานของข้าราชการได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก และการมีส่วนร่วมของสังคมอยู่ในระดับที่สูงขึ้น อีกทั้งยังมีการตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ สิ่งเหล่านี้จึงขอให้ทุกท่านอย่าได้ถือเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ให้ถือว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เรามีความตั้งใจที่จะพิสูจน์ถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของเรา คือการให้บริการพี่น้องประชาชนคนไทยให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถเรามีอยู่

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาประเทศขาติบ้านเมือง จะอาศัยเพียงพลังของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องร่วมกันทั้งสังคม นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณสมบัติของข้าราชการในวันนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม ประยุกต์ หรือ จะเรียกว่า“พลัส”ก็ได้ เพราะข้าราชการทุกคนยังคงต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน ซึ่งก็คือความซื่อสัตย์ สุจริต ความเที่ยงธรรม ความมีวินัย ความมีจิตสำนึกในการให้บริการประชาชน ส่วนสิ่งที่ต้องมีเพิ่มขึ้นอีกนั้น คือความเท่าทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี รวมถึงมีความรู้สึกไวต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน สามารถมองเห็นความท้าทายได้ล่วงหน้า และพร้อมรับสถานการณ์อย่างทันท่วงที ด้วยวิธีคิดที่ทันสมัย เชิงรุกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นรากฐานที่สำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินของพวกเรา ให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส ได้รับความเชื่อถือและศรัทธาจากสังคม

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า แนวคิดการจัดงานข้าราชการพลเรือนในปีนี้คือ ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ยึดมั่นความดี มีจิตมุ่งบริการ สืบสานงานเพื่อปวงประชา ถือเป็นการสะท้อนคุณค่าหลักของการเป็นข้าราชการที่พึงประสงค์ในทุกยุคทุกสมัย และสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการบริหารงานตามหลักนิติรัฐ และนิติธรรม ตนจึงอยากให้ทุกคนมองพวกตนที่เป็นข้าราชการการเมือง ว่ามาทำงานด้วยกัน มีความเป็นพลเรือนอยู่ มีเครื่องแบบสีเดียวกัน มีเหรียญตรา มีเครื่องประดับเชิดชูเกียรติ ไม่แตกต่างไปจากท่าน และมีสัญลักษณ์ของการเป็นข้าราชการใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก  ดังนั้นตรงนี้จึงอยากให้ทุกคนได้แชร์ความรู้สึกและมีจิตสำนึก พร้อมมองประชาชนเป็นพี่เป็นน้อง เพื่อจะได้รู้สึกว่าไม่เพียงแต่ให้บริการประชาชนตามหน้าที่ตามภารกิจที่มีเท่านั้น แต่เราพร้อมที่จะดูแลพวกเขาในฐานะที่เป็นญาติและเป็นพี่น้องให้พ้นทุกข์ รวมถึงประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา เพราะเรามีเป้าหมายร่วมกัน คือจะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับความสะดวก และกระจัดความทุกข์ร้อน จึงขอให้สร้างบรรยากาศใหม่ๆในการทำงาน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานแก้ปัญหาของประเทศ รวมถึงเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศชาติให้ยั่งยืน พร้อมขอให้ทุกคนรักษาคุณงามความดีให้มั่นคง ยึดมั่นในเกียรติ ในศักดิ์ศรี และยึดมั่นในปณิธาน ข้าราชการ ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ รอบคอบ และมุ่งประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง 

สำหรับพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2569 นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องสดุดีข้าราชการดีเด่นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ข้าราชการตระหนักถึงเกียรติ รวมถึงความรับผิดชอบของตนเอง โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มีการคัดเลือกข้าราชการที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 623 ราย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการ