ปชป.ขยับรุกเมืองกรุงฯ! เผยกำลังทาบทาม ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แย้มเคยเฉี่ยวๆ ทำงานร่วมกับพรรค

ปชป.ขยับรุกเมืองกรุงฯ! เผยกำลังทาบทาม ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แย้มเคยเฉี่ยวๆ ทำงานร่วมกับพรรค

ปชป.ขยับรุกเมืองกรุงฯ! เผยกำลังทาบทาม ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แย้มเคยเฉี่ยวๆ ทำงานร่วมกับพรรค

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.04 น.

ปชป.ขยับรุกพื้นที่เมืองกรุงฯ! อภิสิทธิ์ เผยกำลังคุยทาบทาม ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แย้มเคยเฉี่ยวๆ ทำงานร่วมกับพรรค ยังอุบเปิดมาร้องว้าว หรือไม่ คาด ทีมผู้สมัคร สก.ได้เห็นโฉม 28 เม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2569 เวลา 14.15 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ ในการส่งผู้สมัครลงชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพฯ(สก.)ว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ กำลังเร่งดำเนินการหาผู้สมัคร สก. คาดว่าในวันที่28เม.ย.นี้ จะได้ผู้สมัครเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับบุคคลที่พรรคฯกำลังทาบทามอยู่ ยังไม่มีข้อยุติ แต่เมื่อเรียบร้อยเมื่อใดแล้ว จะแจ้งให้ทราบต่อไป 

เมื่อถามว่าบุคคลที่พรรคฯไปทาบทามลงสมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ เป็นบุคคลที่เคยทำงานร่วมกับพรรคฯ หรือเป็นบุคคลภายนอก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อาจจะเคยเฉี่ยวๆกับพรรคฯ

เมื่อถามว่าเปิดมาจะว้าวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มและหัวเราะ 

นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยด้วยว่า ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะจัดการประชุมสามัญประจำปี 2569 ซึ่งเป็นเพียงการประชุมแบบออนไลน์เนื่องจากไม่ได้มีวาระใดพิเศษ และไม่ได้มีวาระการเสนอแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคฯ คนใหม่ เพื่อทดแทนนายวีระพงษ์ ประภา อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ ที่ลาออกไปร่วมงานกับรัฐบาล เพื่อสานต่อ FTA ไทย-ยุโรป ให้สำเร็จ 

สกลธี อัดบิ๊กโปรเจกต์ซื้อคืนรถไฟฟ้า 1.4 แสนล้าน หวั่นไม่คุ้ม-เอื้อไอ้โม่ง

สกลธี อัดบิ๊กโปรเจกต์ซื้อคืนรถไฟฟ้า 1.4 แสนล้าน หวั่นไม่คุ้ม-เอื้อไอ้โม่ง

สกลธี อัดบิ๊กโปรเจกต์ซื้อคืนรถไฟฟ้า 1.4 แสนล้าน หวั่นไม่คุ้ม-เอื้อไอ้โม่ง

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.03 น.

วันที่ 22 เมษายน 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  ว่าด้วยการทุ่ม 140,000 ล้านบาท เพื่อซื้อสัมปทาน BTS และ BEM มาเป็นของรัฐ 

ผมได้ติดตามข่าวเรื่องนี้จากสื่อต่างๆ เหมือนพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วไปครับ ดูเผินๆ ดูดี และเป็นวิธีที่แก้ปัญหาทำให้รัฐสามารถใช้ระบบตั๋วเดียว และควบคุมค่าโดยสารให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ง่าย 

เนื่องจากระบบรถไฟรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ มีเจ้าของหลายราย แต่ละสีสัมปทานหมดไม่พร้อมกัน การให้บริการเดินรถก็คนละเจ้า ดังนั้นการทุ่มซื้อทุกสายให้มาอยู่กับรัฐก็ง่ายดีไม่ต้องคิดอะไรมากใช้เงินเข้าว่า

แต่ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกเป็นแบบนี้ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ การจะใช้เงินงบประมาณแต่ละบาทควรจะดูถึงความคุ้มค่าไม่เป็นภาระผูกพันเงินภาษีของพี่น้องประชาชนคนไทยระยะยาวมากจนเกินไป 

ผมไม่แน่ใจว่าตัวเลข 140,000 ล้านบาทนี้ ทางคนคิดต้องการที่จะซื้อทั้งระบบรถไฟรถไฟฟ้าทั้งหมดที่มีในกรุงเทพฯ หรือไม่  เพราะถ้าจบแค่นี้แล้วได้ทุกสายถึงแม้จะใช้เงินเยอะมาก แต่ระยะยาวอาจจะดี (ขอย้ำว่าอาจจะต้องยาวมากๆ) 

แค่คิดว่าตัวเลขไม่น่าจะเป็นไปได้ครับ ถ้าซื้อแค่สัมปทานสายสีเขียวอาจจะพอเป็นไปได้ แต่ก็ไม่รู้จะซื้อทำไมในเมื่อสัมปทานก็หมดในปี 2572 อยู่แล้ว และก็จะตกเป็นของรัฐในการบริหารต่อไป

แต่ถ้าหมายถึงรวมสายอื่นทั้งหมดเช่นสายสีส้มหรือสายสีชมพู ที่ยังมีระยะสัมปทานเหลืออีกหลาย 10 ปี ตัวเลขอาจจะพุ่งสูงเกิน 140,000 ล้านบาทแน่นอนครับ ลำพังสายสีส้มสายเดียวก็หลายแสนล้านบาทแล้วครับ

ซึ่งเงินจำนวนนี้ผมคิดว่าปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็นแบบโซนนิ่งตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วใช้เงินอุดหนุนรายปีจนรอสัญญาหมดยังจะเหลือเงินไปทำอย่างอื่นได้อีก ปีนึงใช้ 6,000-8,000 ล้านบาท และระยะยาวพอสายสีเขียวกลับมาเป็นของรัฐก็จะลดน้อยลงอีก 

นี่ยังไม่นับนะครับว่ากระบวนการซื้อคืนจะมีรูรั่วอีกเท่าไหร่ที่เข้ากระเป๋า “ ไอ้โม่ง ” 

เอาเป็นว่ารอดูข้อมูลที่ชัดจากรัฐบาลก่อนนะครับ  ถ้าความคุ้มค่าไม่มีและเหตุผลไม่เพียงพอ ค้านสุดตัวแน่นอนครับเรื่องนี้

สุรเดช ผุดไอเดีย หอคอยฟอกอากาศ สู้ฝุ่น PM 2.5 จี้รัฐบาลแก้ต้นเหตุให้เด็ดขาด

สุรเดช ผุดไอเดีย หอคอยฟอกอากาศ สู้ฝุ่น PM 2.5 จี้รัฐบาลแก้ต้นเหตุให้เด็ดขาด

สุรเดช ผุดไอเดีย หอคอยฟอกอากาศ สู้ฝุ่น PM 2.5 จี้รัฐบาลแก้ต้นเหตุให้เด็ดขาด

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.56 น.

‘สุรเดช’ผุดไอเดียสุดล้ำ ‘หอคอยฟอกอากาศ’แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 แบบอย่างต่างประเทศ ควบคู่เครื่องฟอกอากาศจากโครงการฟ้าใส ไทยผลิตเอง จี้รัฐบาลแก้ที่ต้นเหตุ ‘จริงใจแก้ปัญหา จริงจังจัดการเด็ดขาด’ บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เชื่อไทยทำได้ไม่แพ้ต่างประเทศ

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แสดงความเป็นห่วงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศท่องเที่ยว ความสะดวกและปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องยอมรับว่ากรณีของฝุ่น PM 2.5 มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน ดังนั้นรัฐบาลต้องมีความจริงใจและจริงจังในการจัดการปัญหา ต้องเข้าใจว่าปัญหาฝุ่นเกิดจาก 4 เรื่องใหญ่ๆ คือ1.เกิดจากการเผา ไม่ว่าจะเป็นเผาขยะหรือเผาซังข้าว พืชไร่ในที่โล่ง 2. เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ปล่อยมลพิษออกมา 3.เกิดจากการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ที่ไม่มีการควบคุมเรื่องของฝุ่น และ 4. เกิดจากท่อไอเสียที่ถูกปล่อยออกมาจากรถยนต์หรือรถอื่นๆปล่อยควันพิษออกมา ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องหลักที่ทำให้เกิดมลพิษทั่วประเทศ และเกิดอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะจัดการเรื่องเหล่านี้อย่างไร สำหรับตนคิดว่าต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุแม้ว่าปัจจุบันจะมีการจัดหาเครื่องฟอกอากาศ ที่มีหลากหลายขนาดมาใช้ แต่ในบ้านเราหากฝุ่น PM2.5 ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ เครื่องฟอกอากาศก็คงไม่เพียงพอแล้ว

นายสุรเดช กล่าวว่า ตนขอเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เอาใจใส่อย่างจริงจัง โดยในเรื่องการเผานั้น รัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายห้ามเผาอย่างเด็ดขาด ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้ถึงบทลงโทษหนัก หากฝ่าฝืนกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องหามาตรการรองรับให้ประชาชนด้วยว่า ถ้าห้ามเผาแล้วจะให้ประชาชนทำอย่างไรกับขยะ ซังข้าวหรือพืชไร่เหล่านั้น อาจจะแนะนำให้มีการฝังกลบ โดยกำหนดพื้นที่ในการฝังกลบเป็นจุดๆในแต่ละพื้นที่ และในแต่ละตำบล ควรมีการสร้างเตาเผาขยะชุมชนไร้มลพิษ ซึ่งปัจจุบันอาจจะมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทั่วถึง ดังนั้นรัฐบาลควรจัดงบประมาณลงไปเพื่อขยายเรื่องนี้ให้ทั่วถึง

นายสุรเดช กล่าวว่าต่อว่าในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมนั้น รัฐบาลต้องเข้มงวดในเรื่องของการควบคุมให้โรงงานต่างๆ ต้องมีเครื่องสกัดมลพิษ ซึ่งปกติหลายโรงงานก็จะมีอยู่แล้ว แต่ภาครัฐโดยกระทรวงอุตสาหกรรมควรจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจดูแต่ละโรงงานอุตสาหกรรมทุกสัปดาห์ หากพบโรงงานใดไม่ติดตั้งเครื่องสกัดมลพิษ ก็ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด อาจถึงขั้นปิดโรงงานเลยก็ต้องทำ เพราะนี่คือการบังคับใช้กฎหมาย และที่สำคัญเราต้องเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ด้วย หากพบเจ้าหน้าที่ละเลย ไปพัวพันหรือมีผลประโยชน์ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่กับโรงงานใดๆ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนเรื่องมลพิษที่เกิดจากท่อไอเสียรถยนต์ที่วิ่งกันอยู่บนถนน ปัจจุบันรถยนต์ใหม่ทุกคันจะมีระบบควบคุมการปล่อยมลพิษในตัวถังรถยนต์อยู่แล้ว หรือที่เรียกว่า Emission control  ซึ่งก็ต้องมีการควบคุมในส่วนของรถยนต์เหล่านี้อย่างเคร่งครัด ส่วนรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานมานานเป็นสิบๆปี หรือรถที่ใช้เครื่องยนต์สำหรับภาคเกษตร อย่างรถอีแต๋น หรือรถไถ รถเกี่ยวข้าว ก็ควรออกกฎข้อบังคับต่างๆให้ติดตั้งเครื่องควบคุมมลพิษด้วยเช่นกัน แต่รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเรื่องราคาติดตั้งให้มีราคาถูกที่สุด

นายสุรเดช กล่าวว่า นอกจากนี้อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมลพิษก็คือการก่อสร้าง ที่ผู้รับเหมาก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นงานของภาครัฐ หรือเอกชน ต่างก็อยากได้กำไรมากๆ บางครั้งจึงหลีกเลี่ยงไม่ติดเครื่องควบคุมมลพิษ ไม่มีระบบป้องกันที่จะไม่ให้มีฝุ่นฟุ้งกระจาย ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 จนเกิดผลกระทบกับประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายสุรเดช กล่าวว่า จากสาเหตุทั้งหมดนี้ ต้องถามรัฐบาลว่า มีความจริงใจและจริงจังแค่ไหน หากรัฐบาลมีความจริงใจที่แท้จริง ก็ต้องเร่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อน และช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง ไม่ใช่จะเอาแต่จัดงบประมาณลงไปแล้วปล่อยให้ผู้รับเหมาหรือนักการเมืองท้องถิ่น ไปแอบฮั้วกัน ก็จะทำให้มีปัญหาไม่จบ รัฐบาลจะทำแบบขี่ม้าปล่อยมือเห็นแก่พรรคพวกกัน หรือไม่เอาจริงเอาจังกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นที่ยอมหลับตาข้างเดียวไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นบ้านเมืองเราก็จะมีปัญหาตลอด ซึ่งเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องใหญ่ที่ยังคงเกาะกินประเทศของเราอยู่ 

‘ตอนนี้มีการพูดคุยกันถึงขนาดว่ามีการโกงกระจาย ไม่ใช่โกงกระจุกแล้ว เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องแก้ที่ต้นเหตุ ผมขอเสนอให้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อย่างเช่นหอคอยกรองอากาศ ซึ่งในต่างประเทศนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ หรือกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย รวมถึงเยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษก็ใช้หอคอยฟอกอากาศมาช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลมาก

นายสุรเดช กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย เรามีโครงการฟ้าใสซึ่งเป็นโครงการของภาคเอกชนที่น่าสนใจรัฐบาลควรนำมาใช้ และโครงการนี้ยังเป็นเทคโนโลยีที่คนไทยทำเองด้วย ดังนั้นควรจะสนับสนุนให้โครงการนี้กระจายไปในทุกพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่น หรือรัฐบาลอาจจะซื้อหอคอยกรองอากาศจากต่างประเทศซึ่งอาจมีราคาสูงหน่อย มาเป็นแบบ แล้วให้นักประดิษฐ์คนไทยศึกษาเพื่อมาดัดแปลงเป็นของคนไทยเอง ซึ่งราคาถูกกว่าต่างประเทศแน่นอน  จึงอยากให้รัฐบาลแสดงความจริงใจและจริงจังในเรื่องนี้ เพราะเมื่อรัฐบาลอาสาประชาชนเข้ามาแล้ว ก็ต้องเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา อย่าให้ประชาชนเสียความรู้สึกว่า ‘พูดแล้วทำไม่ได้’ โดยควรมีกำหนดเดทไลน์ให้ชัดเจนว่าจะสามารถแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้คลี่คลายได้เมื่อไหร่ ทั้งนี้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป 

อภิสิทธิ์ ชี้ ป.ป.ช. ต้องอธิบายให้ได้ปมยกคำร้อง ศักดิ์สยาม ยื่นบัญชีเท็จ ลามกระทบความน่าเชื่อถือ

อภิสิทธิ์ ชี้ ป.ป.ช. ต้องอธิบายให้ได้ปมยกคำร้อง ศักดิ์สยาม ยื่นบัญชีเท็จ ลามกระทบความน่าเชื่อถือ

อภิสิทธิ์ ชี้ ป.ป.ช. ต้องอธิบายให้ได้ปมยกคำร้อง ศักดิ์สยาม ยื่นบัญชีเท็จ ลามกระทบความน่าเชื่อถือ

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.40 น.

อภิสิทธิ์ ชี้ ป.ป.ช. ต้องอธิบายให้ได้ปมยกคำร้อง ศักดิ์สยาม ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ลามกระทบความน่าเชื่อถือ เจอครหารวบอำนาจองค์กรอิสระ เชื่อเรื่องยังไม่จบ หลายฝ่ายจองกฐินรอเล่นงาน

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2569 เวลา 14.15 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องในข้อกล่าวหาที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ จากการถือครองหุ้นแทนในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นว่า เข้าใจว่า ป.ป.ช.จะมีการชี้แจงถึงมติดังกล่าวในกรณีนี้ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันทุกองค์กร และเท่าที่ตนรับทราบจากรายงานข่าวนั้น ป.ป.ช.มุ่งไปที่เจตนาของนายศักดิ์สยาม ทั้งที่ ป.ป.ช.ไม่สามารถปฏิเสธคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่หาก ป.ป.ช.มุ่งไปที่เจตนานายศักดิ์สยามแล้วเหตุใด จึงไม่แสดงบัญชีทรัพย์สินตามข้อเท็จจริง

“กรณีนี้ยังไม่จบลงเฉพาะการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะยังมีกฎหมายอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในที่ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ วานนี้ (21 เม.ย.) ได้รวบรวมข้อเท็จจริงว่า จะดำเนินการต่อได้อย่างไร เพราะเรื่องดังกล่าวกระทบต่อความน่าเชื่อถือ และซ้ำเติมข้อกล่าวหาการรวบอำนาจผ่านองค์กรต่างๆ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะกระทบต่อ ป.ป.ช.เองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.จะต้องอธิบายให้ได้ว่า ที่นายศักดิ์สยาม ไม่มีเจตนา แล้วปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไร หรืออาจมีการพูดถึงฐานความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ ส่วนจะเป็นการฟอกขาวให้นายศักดิ์สยามได้กลับมาสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ยังว่างอยู่อีกที่นั่งหรือไม่นั้น อย่างที่ตนบอกไป เรื่องดังกล่าวยังไม่จบ เชื่อว่ายังมีอีกหลายฝ่ายที่จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อ 

ชาวสวนยาง ยื่น ปชป. ขอช่วยจี้รัฐบาล หยุดทุบราคาปาล์ม แต่เปลี่ยนเป็น รัฐสวัสดิการ ที่ชาญฉลาด

ชาวสวนยาง ยื่น ปชป. ขอช่วยจี้รัฐบาล หยุดทุบราคาปาล์ม แต่เปลี่ยนเป็น รัฐสวัสดิการ ที่ชาญฉลาด

ชาวสวนยาง ยื่น ปชป. ขอช่วยจี้รัฐบาล หยุดทุบราคาปาล์ม แต่เปลี่ยนเป็น รัฐสวัสดิการ ที่ชาญฉลาด

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.31 น.

อภิสิทธิ์ รับร้องเรียนจาก ชาวสวนปาล์ม ขอ รัฐบาล ผ่อนคลายมาตรการส่งออก-บังคับใช้บี 10-ยุติการทุบราคาปาล์มทั้งระบบ จี้เปลี่ยนเป็น รัฐสวัสดิการ ที่ชาญฉลาด

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2569 เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับยื่นหนังสือจาก นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ติดตามการทำงานของรัฐบาลในการความเป็นธรรมกับชาวสวนปาล์ม

นายมนัส กล่าวว่า อยากให้ช่วยติดตามสถานการณ์ปาล์มที่ถูกกดราคาในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในการขายผลิต ที่ลงทุนมาเป็นปี ๆ และฝากให้ติดตามเรื่องวิกฤติปาล์มน้ำมันด้วย โดยมีข้อเสนอ ให้ผ่อนคลายมาตรการส่งออกทันที, ประกาศใช้บี 10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานทันที, ปฏิรูปสู่โครงสร้างราคาปาล์มคุณภาพสัมพันธ์ และพัฒนาการผลิตไบโอดีเซลจากเอทานอลแอลกอฮอล์ โดยรัฐบาลต้องเปลี่ยนจากรัฐสั่งการ เป็นรัฐสวัสดิการที่ชาญฉลาด หากยังกังวลเรื่องผลกระทบต่อค่าครองชีพ จึงขอเสนอให้รัฐบาลยุติการทุบราคาปาล์มทั้งระบบ แต่ให้ใช้มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย ผ่านระบบบัตรส่วนลด หรือสวัสดิการรัฐ มุ่งเป้าไปยังกลุ่มเปราะบาง และผู้ที่มีรายได้น้อยโดยตรง

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหานี้ สส. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตน์ เมื่อเช้าในการหารือของ สส. ได้มี สส. เกือบทุกพรรคพูดถึงการบริหารจัดหารสินค้าเกษตรในปัจจุบัน และหลังจากนี้สภาตกลงเอาญัตติเรื่องสินค้าเกษตรกลับมา โดยเฉพาะปาล์ม เราเข้าใจว่ารัฐบาลต้องบริหารจัดการทุกด้าน ทั้งในด้านผู้บริโภค ทั้งการขยับราคาขึ้น ต้องดูเรื่องไม่ให้ขาดแคลน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในการต้องไปขออนุญาตส่งออกปาล์ม ก็มีการเข้าใจว่าไม่ให้ส่งออก จึงมีการทุบราคาลงมา โดยเราต้องติดตามมาตรการในการรองรับเรื่อง และควบคู่ไปกับการดูแลปาล์มน้ำมันในระยะยาว พรรคประชาธิปัตย์จะผลักดันกฎหมายให้เข้ามาดูแบบครบวงจร เราจะสานต่อ และนำเสนอกฎหมายต่อสภาต่อไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ราคาปาล์มน้ำมันก่อนที่กระทรวงพาณิชย์ จะออกมาตรการควบคุมให้ขออนุญาตการส่งออก มีราคารับซื้อที่ลานเท และโรงงานหนีบที่ราคากิโลกรัมละ 9 บาท แต่ภายหลังกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการดังกล่าวเพียงแค่ 1 เดือน ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันตกลงเหลือกิโลกรัมละ 5.50 – 6 บาท ซึ่งสวนทางกับความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในกลุ่มเกษตรกรที่หันมาใช้ไบโอดีเซล บี 10 และบี 20 ขณะที่ทิศทางของรัฐเองก็ไม่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนไบโอดีเซล บี 10 และบี 20 ในสภาวะที่ราคาน้ำมันดีเซลแพง

ผบช.ตชด. พาน้อง ๆ ลุยอุทยานแห่งชาติสามร้อย เปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียน ปลูกจิตสำนึกรักธรรมชาติ

ผบช.ตชด. พาน้อง ๆ ลุยอุทยานแห่งชาติสามร้อย เปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียน ปลูกจิตสำนึกรักธรรมชาติ

ผบช.ตชด. พาน้อง ๆ ลุยอุทยานแห่งชาติสามร้อย เปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียน ปลูกจิตสำนึกรักธรรมชาติ

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.08 น.

วันที่ 21 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) จัดโครงการนักเรียนตำรวจตระเวนชายแดน “เรียนรู้ • อนุรักษ์ • เข้าใจธรรมชาติ” ณ อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนักเรียนและครูจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ จำนวน 60 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

กิจกรรมภายในโครงการ ประกอบด้วยการนั่งเรือศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด อาทิ เกาะไผ่ ถ้ำเขาจูบกัน ชมระบบนิเวศป่าชายเลน และทัศนียภาพของภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ตลอดจนการเยี่ยมชมอุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่กองทัพบกจัดสร้างขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ไทย 7 พระองค์ บนพื้นที่กว่า 222 ไร่

สามร้อยยอด

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เตรียมจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 12 “ช้างศึกน้อยเกมส์” ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ สนามกีฬาราชนิเวศน์กรีฑาสถาน ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีการแข่งขันกีฬาสากล 7 ประเภท ได้แก่ กรีฑา แชร์บอล เซปักตะกร้อ เปตอง ฟุตบอล 7 คน วอลเลย์บอล และกีฬาสแต็ก รวมถึงกีฬาพื้นบ้าน มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกว่า 1,400 คน จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 222 โรงเรียนทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ “ต้นกล้า กีฬาแกร่ง” (Kids Athletics) ซึ่งเป็นการแข่งขันทักษะกรีฑาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การวิ่ง กระโดด และขว้าง ตามหลักสูตรมาตรฐานสากลของ World Athletics โดยความร่วมมือกับสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจให้กับนักเรียน ตลอดจนพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนักกีฬาในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต

สามร้อยยอด

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฯ เปิดเผยว่า การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติเป็นกระบวนการสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน โดยเฉพาะนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนค่อนข้างจำกัด

โครงการดังกล่าวจึงมุ่งเน้นให้นักเรียนได้ใช้ช่วงปิดภาคเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ ผ่านประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน สร้างแรงบันดาลใจให้เห็นคุณค่าของธรรมชาติ ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษาและหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ รวมถึงเปิดมุมมองการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกด้วย

สามร้อยยอด
สามร้อยยอด
สามร้อยยอด
สามร้อยยอด
สามร้อยยอด
สามร้อยยอด

คืบหน้าคดีเลือกตั้ง 69 ศาล รธน.สั่งพยานแจงปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ใน 15 วัน

คืบหน้าคดีเลือกตั้ง 69 ศาล รธน.สั่งพยานแจงปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ใน 15 วัน

คืบหน้าคดีเลือกตั้ง 69 ศาล รธน.สั่งพยานแจงปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ใน 15 วัน

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.02 น.

ศาล รธน.สั่งพยานผู้เชี่ยวชาญในคดีเลือกตั้ง 69 ปม Barcode และ QR code แจงภายใน 15 วัน ปัดตกคำขอเพิ่มข้อมูล”นักร้องเรียน” ชี้ไม่ใช่ผู้ร้อง

22 เมษายน 2569 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการพิจารณาเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ ในฐานะผู้ถูกร้อง จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลคะแนนได้ ทำให้การเลือกตั้งลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 94 และมาตรา 224 ในส่วนที่ นายคงเดชา เดชรัตน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ขอเพิ่มเติมข้อเท็จจริงในคดีนี้ โดยอ้างว่า ตนเป็นผู้ยื่นฟ้อง กกต.และคณะ ต่อศาลปกครองสูงสุด เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.46/2569 และขอโต้แย้งคำสั่งรับคำร้องในคดีนี้ของศาลรัฐธรรมนูญไว้พิจารณา

ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาโดยการอภิปรายแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของนายคงเดชา โดยให้เหตุผลว่า ไม่ใช่ผู้ร้องในคดี จึงไม่อาจยื่นคำร้องได้ และให้คำขออื่นตกไป ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาให้พยานผู้เชี่ยวชาญจัดทำความเห็นตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ยื่นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

รสนา สะกิด เอกนัฏ ใช้ความกล้าหาญ เรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน

รสนา สะกิด เอกนัฏ ใช้ความกล้าหาญ เรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน

รสนา สะกิด เอกนัฏ ใช้ความกล้าหาญ เรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.

วันที่ 22 เมษายน 2569 นางรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค (สภาองค์กรของผู้บริโภค) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ยามวิกฤต เก่งไม่กลัว กลัวช้า รัฐมนตรีพลังงานต้องเรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน

สื่อมวลชนรายงานว่ารัฐมนตรีเอกนัฏจะมีการประชุมเรื่องดึงค่าการกลั่นที่สูงเกินสมควรมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นในวันที่23 เมษายน และให้มีผลในวันศุกร์ที่24 เมษายนทันที

การดึงเงินค่าการกลั่นมาลดราคาเนื้อน้ำมัน 2บาท/ลิตร ในรอบที่แล้วนั้น เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป และลดแค่น้ำมันดีเซล ทั้งที่ค่าการกลั่นเป็นค่าการการกลั่นที่ต้องเฉลี่ยกับทุกผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้จากน้ำมันดิบทั้ง ดีเซล เบนซิน น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันก๊าด ก๊าซ LPG ไปถึงยางมะตอย เป็นต้น โดยใช้การเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักส่วนลดราคาไปในทุกผลิตภัณฑ์

ในเดือนมีนาคม ค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงถึง 7.23 บาท/ลิตรเดือนเมษายนค่าการกลั่นพุ่งสูงถึง 16-17บาทต่อลิตร ทั้งที่ค่าการกลั่นในทางปฏิบัติการไม่เกินลิตรละ 2บาท ทำให้เกิดลาภลอยในค่าการกลั่นสูงมาก น้ำมันแพงจึงเกินจริง ค่าการกลั่นที่มีลาภลอยดังกล่าว ส่งผลให้กระทบต่อราคาสินค้าทุกประเภท ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน กระทบการทำมาหากินของคนหาเช้ากินค่ำ และกลุ่มคนเปราะบาง หากไม่ลดการแสวงหากำไรเกินสมควรจากราคาน้ำมัน และก๊าซที่เป็นต้นทุนของระบบเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของประเทศจะชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว

ประเทศไทยมีโรงกลั่น 6โรง ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามเลยแม้แต่น้อย และมีน้ำมันดิบราคาเดิมสำรองอย่างต่ำ 60 วัน ยิ่งกว่านั้นมีเงินที่ประชาชนจ่ายสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคงให้ทุกลิตรตั้งแต่ปี 2561-ปัจจุบัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 34,000 ล้านบาท เหตุใดคนไทยต้องใช้ราคาน้ำมันแพง ตามราคาตลาดโลกที่ถูกปั่นสูงขึ้นตามวิกฤตการณ์สงคราม และยังต้องถูกรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันชดเชยให้โรงกลั่น แบบเสียซ้ำเสียซ้อนเช่นนี้ ใช่หรือไม่?!

จึงขอเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีเอกนัฏ ใช้เจตจำนงทางการเมืองที่จะทำเพื่อประชาชน และเพื่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ยิ่งกว่าเกรงใจโรงกลั่น โปรดใช้ข้อมูลว่าโรงกลั่นมีค่าการกลั่น 2บาทต่อลิตรก็ได้กำไรแล้ว เพื่อดึงลาภลอยค่าการกลั่นอย่างน้อย 14 บาท/ลิตรมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น โดยเฉลี่ยทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่แค่ดีเซลเท่านั้น

ในวิกฤตการณ์ พิสูจน์ความเป็นผู้นำ และความกล้าหาญ  มีคำกล่าวว่า “เก่งไม่กลัว กลัวช้า” ดังนั้นขอท่านรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญในการดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

รสนา โตสิตระกูล

22 เมษายน 2569

นายกฯ เตรียมเปิดงานสงกรานต์พระประแดง ครบรอบ 211 ปีเมืองนครเขื่อนขันธ์

นายกฯ เตรียมเปิดงานสงกรานต์พระประแดง ครบรอบ 211 ปีเมืองนครเขื่อนขันธ์

นายกฯ เตรียมเปิดงานสงกรานต์พระประแดง ครบรอบ 211 ปีเมืองนครเขื่อนขันธ์

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.29 น.

นายกฯ เตรียมเปิดงานสงกรานต์พระประแดง ครบรอบ 211 ปีเมืองนครเขื่อนขันธ์

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 นายประเสริฐ วชิรเขื่อนขันธ์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง เปิดเผยว่า ในงานมหาสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 211 ปี เมืองนครเขื่อนขันธ์ หรือเมืองพระประแดง จะได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ในวันที่ 26 เม.ย.2569 เวลา 15.30 น.

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองพระประแดง โดยนางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง ขอเชิญชวนประชาชนชาวพระประแดงร่วมให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ไทยรามัญอย่างพร้อมเพรียง

ส่องชะตากรรม 10 สส.ส้ม ถ้าศาลรับฟ้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากผิดจริงโทษตัดสิทธิตลอดชีวิต

ส่องชะตากรรม 10 สส.ส้ม ถ้าศาลรับฟ้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากผิดจริงโทษตัดสิทธิตลอดชีวิต

ส่องชะตากรรม 10 สส.ส้ม ถ้าศาลรับฟ้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากผิดจริงโทษตัดสิทธิตลอดชีวิต

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.25 น.

คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ถูก ป.ป.ช.ร้องศาลฟันผิดจริยธรรมร้ายแรงปมเสนอแก้ ม.112 พลิก รธน.มาตรา 235 ระบุชัดถ้าศาลรับฟ้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากคดีสิ้นสุดผิดจริง ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง-ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีพ

กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งคำร้องให้ศาลฎีกา พิจารณาว่า อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลฎีกานัดประชุมพิจารณาคำร้องในวันที่ 24 เมษายน 2569 นั้น รายงานข่าวแจ้งว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 235 วรรค 3 ระบุว่า

“เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมีคําพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี ให้ผู้ต้องคําพิพากษานั้นพ้นจากตําแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นและจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกําหนดเวลาไม่เกินสิบปีด้วยหรือไม่ก็ได้”

นอกจากนี้ ในวรรคถัดมายังระบุว่า “ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าในกรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไปและไม่มีสิทธิดํารงตําแหน่งทางการเมืองใดๆ”

สำหรับรายชื่อของอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันเป็น สส.พรรคประชาชน มีจำนวน 10 คน แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อีก 2 คน เป็น สส.แบบแบ่งเขต คือ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

ดังนั้น หากวันที่ 24 เมษายนนี้ ศาลฎีการับฟ้องคดีดังกล่าว สส.ทั้ง 10 คน จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที (ยกเว้นศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น) และถ้าคดีสิ้นสุดโดยศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดตามฟ้อง ทั้ง 44 คน ก็จะไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดํารงตําแหน่งทางการเมืองใดๆ อีกต่อไป

– 006