รวมไทยสร้างชาติ รับถูก ‘เพื่อไทย’ ทาบร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555805

11 ส.ค. 2566

รวมไทยสร้างชาติ รับถูก 'เพื่อไทย' ทาบร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล'

ถูกแกนนำ ‘เพื่อไทย’ ทาบทามร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ รวมไทยสร้างชาติอาจยกพรรค เห็นใจเพื่อไทย เปิดดีลพิเศษเพื่อชาติ

นายธนกร   วังบุญคงชนะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับว่าสนิทและมีกิจกรรมร่วมกับนายสมศักดิ์  เทพสุทิน อดีตรมว.ยุติธรรมและแกนนำพรรคเพื่อไทย และได้คุยกันเรื่องร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ถ้ามาก็ต้องมาทั้งพรรค เพราะการเมือง ควรเป็นอารยธรรมทางการเมืองที่ดี

แม้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่ควรที่จะมีงูเห่า งูจงอาง อะไรแล้ว จึงส่งสัญญาณให้พรรคทราบ เท่าที่ดูมีสัญญาณที่ดี เชื่อว่าการเมืองใกล้ถึงจุดที่จะจบแล้ว คิดว่าอีกไม่นาน คงจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในเวลาที่เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีเงื่อนไขอะไรในการจะร่วมรัฐบาลเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรี นายธนกร กล่าวว่ารวมไทยสร้างชาติมีการทำงานในสภาของสส.36 คนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เราทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว แม้ว่าวันนี้อาจจะมองว่ามีปัญหาอะไรในพรรคหรือไม่มีการแบ่งเป็นกลุ่มๆ นั้นเพราะมาจากหลากหลาย ความคิดเห็นแตกต่างก็เป็นเรื่องปกติแต่เชื่อว่าคุยกันได้หมด

กรณีที่นายไผ่ ลิกค์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐออกมาแถลงข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ จะร่วมโหวตให้กับพรรคเพื่อไทย ไม่ถือเป็นการชิงความได้เปรียบทางการเมืองตัดหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าใจว่ามีการเจรจาหารือกันอยู่แล้วไม่ว่าจะตอบแบบให้หล่อให้สวยยังไงสื่อก็จะทราบดีอยู่แล้ว คงไม่ไปก้าวล่วงของพรรคพลังประชารัฐ 

นายธนกรบอกว่า วันนี้ต้องเห็นใจพรรคเพื่อไทยประกาศสลายขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพิเศษนั้น เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่างส่วนตัวมองว่ามันอาจจะถึงเวลาที่สีต่างๆที่หลากหลายความขัดแย้งต่างๆควรจะยุติได้แล้วและไม่ว่าพรรคไหนควรจะร่วมกันบริหารประเทศ

บางพรรคก็เหมาะที่จะเป็นฝ่ายค้านเพราะมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบและจะทำให้การเมืองมีความเข้มข้นมากขึ้นและเป็นระบบการถ่วงดุลประเทศจะได้เดินหน้าไปอย่างมั่นคง

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555803

11 ส.ค. 2566

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม‘ พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ ‘3ป.’- ปธ.วุฒิ ปิดห้องคุย บิ๊กตู่ ปฏิเสธถ่ายรูปร่วม ’พี่น้อง3ป.’ ส่วน บิ๊กป๊อก มอบโมเดลม้าหมุน สื่อความหมาย ให้มีความสุขนิรันดร์-ชัยชนะ 8 ทิศ ขณะ สว.- นักการเมือง-ทหาร-ตำรวจ พาเหรดอวยพรกันเพียบ

วันที่ 11 ส.ค. 2566 ครบรอบวันคลายวันเกิด 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พี่ใหญ่แห่ง ‘บูรพาพยัคฆ์’ ทำให้บรรยากาศที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในวันนี้คราครำไปด้วย มีนายทหาร ตำรวจ นักการเมือง สมาชิกวุฒิสภา(สว.) จากพรรคการเมืองต่างๆ ต่างทยอยเดินทางมาเข้าร่วมอวยพรกันอย่างต่อเนื่อง

โดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาในเวลา 08.00 น. พร้อมนำกระเช้าดอกไม้ และของขวัญมามอบให้ บิ๊กป้อม 

 11 ส.ค. 2566 เบิร์ธเดย์ 78 ปี บิ๊กป้อม พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ 11 ส.ค. 2566 เบิร์ธเดย์ 78 ปี บิ๊กป้อม พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์

ตามด้วย “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำโมเดลม้าหมุน 8 ตัว สีฟ้ามรกต แบบไขลาน มามอบให้ “บิ๊กป้อม” ซึ่งสื่อความหมายว่า “ให้มีความสุขแบบไม่มีที่สิ้นสุด” มามอบให้

บิ๊กตู่ เป็นหนึ่งใน พี่น้อง3ป.บิ๊กตู่ เป็นหนึ่งใน พี่น้อง3ป.

จากนั้น “พี่น้อง 3ป.” ร่วมรับประทานอาหารเช้า และพูดคุยเป็นการส่วนตัวภายในห้องรับรอง ประมาณ 30 นาที ซึ่งในห้องนั้น มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา(ประธานสว.) อยู่ด้วย โดยนายพรเพชร บอกว่า วันนี้เข้ามาอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประวิตร เท่านั้น

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางกลับ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามขอให้ถ่ายรูปร่วมกันของ “3ป.” และอวยพรวันเกิด พล.อ.ประวิตร อย่างไรบ้าง แต่พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มและไม่ตอบ

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ พยักหน้ารับว่า โมเดลม้าหมุนที่มอบให้เป็นของขวัญ “สื่อความหมายขอให้มีความสุขแบบไม่มีที่สิ้นสุด”

บิ๊กป๊อก หนึ่งในพี่น้อง3ป.บิ๊กป๊อก หนึ่งในพี่น้อง3ป.

ทั้งนี้มีรายงานว่า อีกความหมายหนึ่งของโมเดลม้าหมุน 8 ตัว สีฟ้ามรกต แบบไขลาน คือ ชัยชนะ 8 ทิศ และเลื่อนหมุนตำแหน่ง

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

สำหรับบรรยากาศที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำพรรคการเมือง และนายทหารเข้ามาอวยพร พล.อ.ประวิตร อย่างต่อเนื่อง อาทิ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาขมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิชัย เตชะอุบล แกนนำพรรคพลังประชารัฐ

ประธาน สว.ประธาน สว.

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีต สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกวุฒิสภา และพล.อ.สนิธชนก สังฆจันทร์

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 10:00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางมาอวยพร พล.อ.ประวิตร

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ
‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ
‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ
‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

ขณะที่เวลา 11:00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นำทีมพรรคพลังประชารัฐ มาอวยพร เช่นกัน

‘พรรคเพื่อไทย’ เตือน ‘แต่งตั้งโยกย้าย’ ควรรอรัฐบาลใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555780

11 ส.ค. 2566

'พรรคเพื่อไทย' เตือน 'แต่งตั้งโยกย้าย' ควรรอรัฐบาลใหม่

รองหัวหน้า ‘พรรคเพื่อไทย’ ยกกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติ เตือนรัฐบาลรักษาการ และปลัดกระทรวง ยุติการ ‘แต่งตั้งโยกย้าย’ ข้าราชการ

เฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ของนายภูมิธรรม  เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์บทความเตือนรัฐบาลรักษาการ ไม่กระทำการขัดกฎหมาย ด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ที่จะมีผลต่อการผลักดันนโยบายของรัฐบาลใหม่  จนไม่ตอบสนองการบริหารงานของรัฐบาลได้

ข้อเสนอต่อรัฐบาลรักษาการ รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาลรักษาการมีอำนาจหน้าที่อันจำกัดเช่น ห้ามอนุมัติโครงการที่จะสร้างความผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป  ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมถึง พนักงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ เพื่อรอให้รัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มทั้งจากตัวบทกฎหมาย และอาณัติจากประชาชนเข้ามาบริหารตามแนวนโยบายที่ได้ปะกาศไว้กับพี่น้องประชาชน

ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคพื่อไทยภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคพื่อไทย

ดังนั้น รัฐบาลรักษาการควรรักษามารยาทตามธรรมเนียมปฏิบัติ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของบทบาทหน้าที่ตามกฎหมาย ด้วยการยุติการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงทุกตำแหน่ง ที่จะมีผลต่อการผลักดันนโยบายของรัฐบาลใหม่ การกล่าวอ้างว่าจะมีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุราชการเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากยังไม่สิ้นปีงบประมาณ และกลไกระบบราชการยังสามารถดำเนินอยู่ได้

รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำนโยบายของรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศตามที่เสนอไว้ต่อพี่น้องประชาชน เพราะถือเป็นสัญญาประชาคมที่จะต้องเข้ามาเร่งดำเนินการทันที ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน และต้องอาศัยข้าราชการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้ประสบผลสำเร็จ

จึงต้องมีกลไกที่สามารถขจัดอุปสรรค และเร่งทำตามนโยบายให้ลุล่วงโดยเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นหมายถึงการมีข้าราชการอย่างเช่นระดับปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ที่สามารถปฏิบัติงานในการตอบสนองการบริหารงานของรัฐบาลใหม่ เพื่อร่วมสร้างผลสำเร็จต่อทุกนโยบายของรัฐบาลใหมให้สามารถแก้วิกฤตของประเทศและประชาชนได้

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้ฝากความคิดเห็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของปลัดกระทรวง ทุกกระทรวง ควรจะต้องชะลอการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ระดับสำคัญ โดยรอรับนโยบายจากรัฐบาลใหม่ เพื่อให้การทำงานร่วมกันกับรัฐบาลใหม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงและสามารถแก้วิกฤตของประเทศ ให้หลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมกันมาโดยเร็ว

หวังว่าท่านจะร่วมกับรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างราบรื่น  

อนุสรณ์  คันปาก แซะ พล.อ.ประยุทธ์ วุ่นแต่งตั้งข้าราชการ – ก้าวไกล ตอก พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555769

10 ส.ค. 2566

อนุสรณ์  คันปาก แซะ พล.อ.ประยุทธ์ วุ่นแต่งตั้งข้าราชการ - ก้าวไกล ตอก พปชร.

สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เปิดศึกฟัด พล.อ.ประยุทธ์ อาศัยจังหวะพรรคเพื่อไทย เดินหน้ารวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ไปเดินเกมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ถามตรง บอกว่าวางมือการเมือง แต่ทำไมไม่ปล่อยวาง ด้านเลขาธิการพรรคก้าวไกล นั่งไม่ติด ชน พลังประชารัฐ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย       เปิดเผยว่า
 ขอฝากไปถึง   พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า  ในขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังเดินหน้ารวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล   พล.อ.ประยุทธ์   ไม่ควรอาศัยสถานการณ์ ในช่วงภาวะสุญญากาศ หาประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง ด้วยการแต่งตั้งปลัดกระทรวง รวมถึงผู้นำเหล่าทัพ ควรปล่อยให้รัฐบาลใหม่ ได้เข้ามาบริหารจัดการเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อให้สอดรับ กับการผลักดันนโยบายของรัฐบาลใหม่ 

“พล.อ.ประยุทธ์”  เป็นหัวหน้ารัฐบาลรักษาการ ที่ประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้ว อย่าให้ใครตำหนิได้ว่า  “ปากบอกวางมือ แต่ใจคิดวางคน” โดยมารยาท ความชอบธรรมและข้อกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นใดๆเลยที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเตรียมการในการแต่งตั้งปลัดกระทรวง รวมถึงผู้นำเหล่าทัพ   “ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ พูดอะไรไว้แล้ว   ทำให้จริงสักเรื่อง ในอดีตบอกว่าจะไม่ทำปฏิวัติรัฐประหารก็ทำ บอกว่าวางมือก็ต้องวางมือจริง  ๆ  ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาสไปมากแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ และคณะสืบทอดอำนาจไม่ควรฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตประเทศ ” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล  กล่าวว่า  การที่นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคพลังประชารัฐ จะโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โดยพาดพิงว่า ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกล  เคยมาขอคะแนนจากพลังประชารัฐ ให้โหวตให้แคนดิเดนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลเช่นกัน  ยืนยันว่า พรรคก้าวไกลไม่เคยมีการเจรจาขอให้พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนหรือโหวตให้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น และไม่เคยคิดจะร่วมสังฆกรรมกับพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นกลไกสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร จุดยืนนี้ของพรรค ชัดเจนตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ มาจนถึง  ก้าวไกล ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลก็ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ ไม่เคยกลับคำหรือเปลี่ยนจุดยืน 

“ผมขอตั้งคำถามกลับไปยังผู้เผยแพร่ข่าวเท็จนี้ ว่าต้องการอะไร สร้างความชอบธรรมให้กับพรรคใด ในการจะนำพรรคพลังประชารัฐมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ วันนี้ผมกังวลว่าการจัดตั้งรัฐบาล กำลังทำโดยไม่เห็นหัวประชาชน เกรงใจผู้มีอำนาจ เกรงใจทุกคน ยกเว้นประชาชน”   เลขาธิการพรรคก้าวไกล  ระบุ

‘สว.วันชัย’ ส่งสัญญาณ ‘โหวตนายกฯ’ เพื่อไทย ฉลุยแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555759

10 ส.ค. 2566

‘สว.วันชัย’ ส่งสัญญาณ ‘โหวตนายกฯ’ เพื่อไทย ฉลุยแน่

‘วันชัย สอนศิริ’ วุฒิสมาชิกคนดัง ส่งสัญญาณ ‘โหวตนายกฯ’ เพื่อไทยจ่อผ่านฉลุย เหตุ สว.เต็มคาราเบล ย้ำใครรวมเสียงส่วนใหญ่หนุนพรรคนั้นเป็นนายกฯ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า หมดเรื่อง 112 และก้าวไกลไปแล้ว สว.เห็นว่าประเทศไทยต้องเดินหน้า จะชักช้าไม่ได้ เป็นที่ชัดเจนและเสียงดังฟังชัดในหมู่เพื่อน สว.ส่วนใหญ่ว่า “ใครรวมเสียงส่วนใหญ่ได้ จะเลือกคนนั้นพรรคนั้นเป็นนายกฯ” แน่นอน

สัญญาณครั้งนี้ จากทุกสายชัดยิ่งกว่าชัด โหวตนายกฯ ครั้งหน้าจากเพื่อไทยผ่านฉลุย สว.เต็มคาราเบล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นการนำ ต้องผ่านด่านแรก นั่นคือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือ นายกฯคนที่30 ของประเทศไทย จนถึงนาทีนี้ พรรคเพื่อไทยยังยืนยันเตรียมจะเสนอ “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยคนที่ 1 เข้าสู่การโหวตนายกฯ ครั้งต่อไปและต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากทีประชุมร่วมรัฐสภา จำนวน 376 เสียง ซึ่งเป็นเสียงจาก สส.-สว. ทั้งหมด 750 เสียง แยกเป็นเสียงจากสส. 500 คน และสว. 250 คน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สามารถรวมเสียงจาก 9 พรรคการเมือง จำนวน 238 เสียง และช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พรรคพลังประชารัฐ ประกาศหนุน โหวตนายกฯ เพื่อไทย ชนิดยกพรรค จำนวน 40 เสียง  ทำให้รวมเสียงได้แล้ว 278 เสียง และหากต้องโหวตนายกฯ ต้องอาศัยเสียงจาก สส.-สว. เพียง 98 เสียงเท่านั้น ก็จะครบ 376 เสียง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากหากสว.เทคะแนนให้

เมื่อ ‘พิธา’ ลั่น ‘ผมอาจจะไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ใครจะไปรู้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555750

10 ส.ค. 2566

เมื่อ 'พิธา' ลั่น 'ผมอาจจะไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ใครจะไปรู้'

‘พิธา’ เผย มีโอกาสกลับมา หากใครเสนอชื่อแข่ง สู้ได้เลย มีทางออกแล้วสำหรับปมต้องเลือก รองปธ.สภาฯ-ผู้นำฝ่ายค้าน ลั่นผมอาจไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ใครจะรู้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุถึงกรณีการพิจารณารับคำร้องเสนอชื่อนายกฯซ้ำ ของศาลรัฐธรรมนูญว่า ก็ต้องรอดูอีกที หากดูตามข้อบังคับที่ 41 ถ้ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เสนอชื่อตนเองอีก แล้วมีชื่ออีกคนมาประกบคู่ ไม่ต้องรอคำสั่งศาลก็ “สู้ได้เลย” คิดว่าโอกาสที่จะกลับมายังมีอยู่ เพียงแต่ต้องรอเวลาที่เหมาะสม เป็นเรื่องข้อบังคับและกฎหมายที่ต้องรอ ตอนนี้พยายามใช้เวลาให้เต็มที่ ช่วยเป็นกำลังใจให้ สส.หน้าใหม่ และลงหาเสียงที่จังหวัดระยอง 

เมื่อถามว่ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ถ้ามีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง มารยาททางการเมืองเราส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยไปแล้ว ต้องให้พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เราไม่ควรขัดขวางเขาในกระบวนการ เป็นคนละเรื่องจะโหวตให้หรือไม่โหวตให้ “เรารับฟัง รับฟัง รับฟัง” 

ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่าต้องเลือกตำแหน่งระหว่างผู้นำฝ่ายค้านกับรองประธานสภา ของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายพิธา กล่าวว่า พรรคมีทางออกที่เหมาะสม เพียงแต่รอให้ถึงเวลา เรื่องนี้เราทราบมาตลอด “อาจจะไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ ใครจะไปรู้”

ด่วน ‘ไผ่ ลิกค์’ ประกาศ ‘พลังประชารัฐ’ หนุน ‘แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย’ ยกพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555744

10 ส.ค. 2566

ด่วน 'ไผ่ ลิกค์' ประกาศ 'พลังประชารัฐ' หนุน 'แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย' ยกพรรค

‘ไผ่ ลิกค์’ สส.กำแพงเพชร ซุ้มผู้กองธรรมนัส ประกาศ 40 สส. ‘พลังประชารัฐ’ หนุน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ยกพรรค เผย ยังไม่ถกเงื่อนไขร่วมจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายไผ่ ลิกค์  สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐว่าขณะนี้ไม่มีการทาบทามจากพรรคเพื่อไทย แต่กลุ่มเราปรึกษาหารือกันว่า ประเทศจำเป็นต้องมีรัฐบาลเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาในพื้นที่ ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องได้รับการแก้ไข

“เราจึงเล็งเห็นว่าจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐจะไม่ขาดแม้แต่คนเดียว ถ้าจะมาเราจะมาทั้งพรรค ผมเคยทำงานกับพรรคเพื่อไทยเราเชื่อมั่นว่าจะผ่านวิกฤติทางการ เมืองและวิกฤติเศรษฐกิจไปได้” นายไผ่ ลิกค์ กล่าว

นายไผ่ ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” เพราะคิดว่าเรื่องร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องเล็ก จึงขอให้ผ่านตรงนี้ไปก่อน ส่วนจะมีลุงหรือไม่พรรคก็ยังย้ำจุดยืนว่า “มีลุงไม่มีแล้ง”

เมื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่าจะมาทั้งพรรคจะรวม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ด้วยหรือไม่ นายไผ่ ย้ำว่า “เรามาทั้งพรรค”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ จะกลายเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 10 พรรคการเมือง รวม 278 เสียง ถือเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก และเกินจุดเสี่ยงที่กำหนดไว้ 250 เสียง ในทันที

ทั้งนี้ ต้องฝ่าด่านโหวตนายกรัฐมนตรีก่อน โดยต้องรวมเสียงในที่ประชุมร่วมรัฐสภาให้ได้จำนวน 376 เสียง ขณะที่ 10 พรรคการเมืองมีเสียงสนับสนุนอยู่ 278 เสียง ขาดอยู่อีก 96 เสียง ถึงจะผ่านโหวตนายกฯพรรคเพื่อไทยสำเร็จ และเข้าสู่เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลแต่ในเรื่องนี้ต้องรอความชัดเจนจากพรรคร่วมรัฐบาลแถลงยืนยันอีกครั้ง

‘พิธา’ โผล่สภาฯ ให้กำลังใจ สส. อภิปราย เผยยังไม่เคาะโหวตนายกฯ ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555722

10 ส.ค. 2566

'พิธา' โผล่สภาฯ ให้กำลังใจ สส. อภิปราย เผยยังไม่เคาะโหวตนายกฯ 'เพื่อไทย'

‘พิธา’ เข้ารัฐสภา ให้กำลังใจ สส.ก้าวไกล อภิปราย เผยคุย ‘เพื่อไทย’ เพียงรับฟัง ยังไม่เคาะโหวตนายกฯให้หรือไม่ ย้ำยังยึดหลักที่เคยหาเสียงไว้

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น สส. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แทบจะไม่ปรากฎตัวออกสื่ออย่างเป็นทางการ จนกระทั่งวันนี้มีการประชุมสภา 

สื่อมวลชนเจอนายพิธาที่โรงอาหารของอาคารรัฐสภา ทราบว่า เป็นการเดินทางมาให้กำลังใจเพื่อน สส. ในพรรค เนื่องจากวันนี้มีการอภิปรายหลายเรื่อง หากอยู่ที่อื่นการจะให้กำลังใจมันต้องใช้ WIFI เข้ามา แต่มาอยู่ที่นี่ใช้แค่บลูทูธก็ถึง และเมื่อมาถึงสภา จึงได้มาโรงอาหาร เพราะอยากกินไอศกรีมร้านโปรด รวมถึงน้ำมะพร้าวปั่น

ส่วนการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ที่อีกฝ่ายขอเสียงโหวตนายกฯนั้น นายพิธา กล่าวว่า ก็รับฟังกัน อย่างที่ได้พูดกับสื่อสั้นๆ ไปแล้วว่าเป็นการสื่อสารและรับฟังกันทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่านั้น ถ้ามีคำถามก็จะนัดเจอกันเรื่อยๆ 

ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยอยากให้มีการตั้งรัฐบาลแบบสลายขั้ว และโหวตนายกฯ เพื่อปิดสวิตช์ สว. นายพิธา กล่าวว่า ก็ยังรับฟังและตั้งใจฟัง หากฟังแล้วมีคำถามต่อก็จะถามคุณ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กลับไปว่าหมายความว่าอย่างไร ซึ่งตนคิดว่าในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ต้องฟังมากกว่าอย่างอื่น และต้องดูว่าสถานการณ์จะทำอะไรให้มันคลี่คลายไปได้บ้าง มีปัจจัยที่ต้องคิดรอบคอบหลายเรื่อง โดยยึดหลักการเป็นสำคัญและยึดในสิ่งที่เราเคยสัญญสไว้ตอนหาเสียงและต้องฟังประชาชน

ส่วนที่สส.พรรคก้าวไกล สำรวจเสียงประชาชนในโซเชียล สนับสนุนให้โหวตนายกฯของพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ใช่แค่ในโซเชียล แต่ตนได้ย้ำให้ สส. ลงพื้นที่ด้วย อย่าฟังเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง เพราะผู้แทนราษฎร ก็หมายความว่าคนที่มีอำนาจจริงๆคือ ราษฎร เวลาตัดสินใจอะไรยากๆ ถ้าคิดไม่ออกก็ต้องกลับไปหาประชาชน นำมาประกอบการตัดสินใจ แต่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนวินิจฉัยและพิจารณา 

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ หากไม่มีรัฐบาล จะไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ได้ นายพิธา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องรับฟังและพิจารณา เพราะในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวนมาก แต่ละคนโหวตอะไรไว้ก็เห็นอยู่ ถ้าเราเอาองค์ประกอบของคนที่เคยขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาบอกว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันก็มีความขัดแย้งกันอยู่ จึงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องซักถามพูดคุยกันเพื่อหาความชัดเจน

ลุ้นระทึก ผลสอบ ‘พิธา’ ปมผิด ‘มาตรา 151’ ถึงกกต. แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555728

10 ส.ค. 2566

ลุ้นระทึก ผลสอบ ‘พิธา’  ปมผิด ‘มาตรา 151’ ถึงกกต. แล้ว

อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เผยผลสอบ ‘พิธา’ ปมผิด มาตรา 151 รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัคร สส.แต่ยังลงรับสมัครเลือกตั้ง66 ถึงสำนักงาน กกต. แล้ว

วันที่ 10 ส.ค.2566 ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ ฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการไต่สวนเอาผิดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังลงสมัครตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ทราบว่ามีการส่งเรื่องมาให้กับสำนักงาน

ซึ่งเมื่องานของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนดำเนินการเสร็จแล้วก็จะส่งมายังส่วนกลางที่มี เลขาธิการกกต. และก่อนได้มีการส่งเรื่องมาให้กกต.พิจารณาก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและคดี ซึ่งทราบว่าขณะนี้เรื่องเคลื่อนที่มาอยู่ที่สำนักงาน กกต. เรียบร้อยแล้ว

มาตรา 151 พ.ร.ป. เลือกตั้ง คืออะไร

‘คมชัดลึก’ ตรวจสอบข้อมูล พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติม 2566 มาตรา 151 หรือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ม.151 ระบุใจความว่า 

“ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่า ตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอม ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อ เพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท 

และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรค 1 เป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย”

มาตรา 151 มาตรา 151

อดีต สส.พรรค ‘ก้าวไกล’ อาจต้องชดใช้’ เลือกตั้งซ่อม’ ‘ระยอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555726

10 ส.ค. 2566

อดีต สส.พรรค 'ก้าวไกล' อาจต้องชดใช้' เลือกตั้งซ่อม' 'ระยอง'

กกต.นัดประชุมกำหนดวัน ‘เลือกตั้งซ่อม’ สส. ‘ระยอง’ เขต 3 วันที่ 11 ส.ค. 2566 จี้ สำนักงานฯเร่งตรวจสอบ อดีตสส. ‘ก้าวไกล’ อาจต้องชดใช้ค่าจัดการเลือกตั้ง

ความคืบหน้าการเตรียมจัดการเลือกตั้งซ่อม สส.เขตเลือกตั้งที่ 3 จ. ระยอง แทนนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.พรรคก้าวไกล ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง นาย อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัคร ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้

โดยทางสำนักงานจะเสนอให้ประกาศวันเลือกตั้งซ่อมในวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2566 และวันรับสมัครคือ 15-19 สิงหาคม 2566 และขอให้สำนักงานไปพิจารณาการตั้งกรรมการเพื่อเอาผิดตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. กับนายนครชัย อดีตสส.พรรคก้าวไกล ตามอำนาจหน้าที่ ส่วนเรื่องค่าชดใช้ในการจัดการเลือกตั้งก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาด้วย ซึ่งสามารถใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ว่าด้วยการละเมิดมาประกอบการพิจารณา

สำหรับการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้ง นับจากวันที่ปิดรับคำร้องเรียน พบว่ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาทั้งหมด 350 เรื่อง ถือว่าน้อยกว่าปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 592 เรื่อง ขณะนี้ได้พิจารณาไปแล้วกว่า 50% โดยระเบียบการสืบสวน ไต่สวนของ กกต.ได้มีการระบุระยะเวลาการพิจารณาคำร้องว่าต้องเสร็จสิ้นถึงขั้นทำคำวินิจฉัยภายใน 1 ปี และเร็วๆ นี้จะออกประกาศระยะเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้อง ซึ่งระบุไว้ชัดว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่

ซึ่งเรื่องร้องเรียนเลือกตั้งปี 2566 มีหลายประเด็น ส่วนใหญ่ เป็นมาตรา 73 (1) ซึ่งเป็นเรื่องการซื้อเสียง ใส่ร้าย รวมถึงเรื่องหาเสียงหลอกลวง และเรื่องอื่นๆ เช่น ป้ายหาเสียง ซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่ต่างจากที่มีการร้องเรียนเมื่อปี 2562