สถานการณ์ตึงเครียด อิหร่านจับตาสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่การเจรจายังไร้ข้อสรุป

สถานการณ์ตึงเครียด อิหร่านจับตาสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่การเจรจายังไร้ข้อสรุป

28 ก.พ. 2569 04:41 น.

สถานการณ์ตึงเครียด อิหร่านจับตาสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่การเจรจายังไร้ข้อสรุป

บรรยากาศในหลายเมืองทั่วอิหร่านเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังเกิดกระแสคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมเปิดฉากโจมตีทางทหาร ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสองประเทศ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศในหลายเมืองทั่วอิหร่านเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังเกิดกระแสคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมเปิดฉากโจมตีทางทหาร ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง นอนไม่หลับ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

รายงานข่าวระบุว่า คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยติดตามแพลตฟอร์มติดตามเที่ยวบินและเรือเดินสมุทรแบบเรียลไทม์ บางส่วนวิตกกังวลต่อการแทรกแซงจากภายนอก ขณะที่อีกส่วนหนึ่งแสดงความหวังว่าการกดดันจากต่างชาติอาจเปลี่ยนดุลอำนาจภายในประเทศ หลังจากการปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ยืดเยื้อมากกว่า 50 วัน

ก่อนหน้านี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยสนับสนุนให้ผู้ชุมนุมเดินหน้าประท้วงต่อไป และกล่าวว่า ความช่วยเหลือกำลังมา อย่างไรก็ตาม ท่าทีล่าสุดที่หันไปเน้นการเจรจาทางการทูต ทำให้ความหวังของบางกลุ่มเริ่มเลือนราง

ขณะเดียวกัน ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบภายในประเทศยังคงเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนัก องค์กรสิทธิมนุษยชนฮรานา ในสหรัฐฯ รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 7,007 ศพ และยังมีอีกหลายพันกรณีอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยตัวเลขนี้สูงกว่าตัวเลขทางการของอิหร่านที่ระบุว่า 3,117 ศพอย่างมาก สะท้อนความคลุมเครือของข้อมูลการปราบปราม 

ด้านนายไม ซาโตะ ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ  ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนประจำอิหร่าน  ระบุว่า ข้อจำกัดด้านอินเทอร์เน็ตและการจับกุมจำนวนมาก ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะประเมินขอบเขตที่แท้จริงของความรุนแรงในขณะนี้

สำหรับการเจรจารอบที่สามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่เพิ่งสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้โดยยังไม่มีข้อตกลงสุดท้าย แม้มีสัญญาณความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย ทำให้อิหร่านเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนอีกครั้ง

นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่า หากการเจรจาล้มเหลว อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ร้ายแรง ผู้นำอิหร่านเคยส่งสัญญาณว่า พร้อมเสี่ยงทำสงครามระดับภูมิภาค มากกว่ายอมถอย ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ด้านข่าวกรองบางรายมองว่า หากเผชิญแรงกดดันทางทหาร รัฐบาลอาจใช้ท่าทีแข็งกร้าวขั้นสุด ยอมเผชิญความเสียหายหนักมากกว่ายอมพ่ายแพ้โดยไร้เงื่อนไข

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายค้านของสหรัฐฯ บางรายมองว่าหากสหรัฐฯ แทรกแซงสถานการณ์ในอิหร่าน อาจเป็นเพียงการโจมตีแบบจำกัดเป้าหมาย แต่ฝ่ายอื่นเตือนถึงความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ที่อาจสร้างความเสียหายวงกว้าง

ก่อนหน้านี้ หลายประเทศออกคำแนะนำให้พลเมืองอพยพออกจากอิหร่าน ขณะที่ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรง และมีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดจากนครอิสตันบูล ของตุรกีไปยังสนามบินในกรุงเตหะราน ของอิหร่าน.

ที่มา BBC Aljazeera RT 

ด่วน รถรางตกรางพุ่งชนอาคารกลางเมืองมิลาน อิตาลีดับ 1 ศพเจ็บกว่า 20 ราย เหตุเกิดช่วงจัดแฟชั่นวีค

ด่วน รถรางตกรางพุ่งชนอาคารกลางเมืองมิลาน อิตาลีดับ 1 ศพเจ็บกว่า 20 ราย เหตุเกิดช่วงจัดแฟชั่นวีค

27 ก.พ. 2569 23:32 น.

ด่วน รถรางตกรางพุ่งชนอาคารกลางเมืองมิลาน อิตาลีดับ 1 ศพเจ็บกว่า 20 ราย เหตุเกิดช่วงจัดแฟชั่นวีค

เกิดเหตุรถรางตกรางกลางเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก่อนพุ่งชนอาคารใกล้ใจกลางเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บกว่า 20 ราย โดยเหตุเกิดขณะที่มิลานกำลังเป็นเจ้าภาพจัดงานแฟชั่นวีค  

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถรางตกรางและพุ่งชนอาคารแห่งหนึ่งในเมืองมิลาน ทางตอนเหนือของอิตาลี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 20 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเหตุใดรถรางจึงตกราง บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญ และในช่วงนี้กำลังมีการจัดงานแฟชั่นวีค ทำให้มีผู้คนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่

ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า มีรถพยาบาลหลายคันจอดเรียงรายเพื่อเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัย และเริ่มการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว

ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของผู้บาดเจ็บ หรือข้อมูลของผู้เสียชีวิต โดยคาดว่าจะมีการแถลงความคืบหน้าอีกครั้งหลังการตรวจสอบเบื้องต้นเสร็จสิ้น.

ที่มา AFP

อังกฤษสั่งถอนเจ้าหน้าที่สถานทูตในอิหร่าน หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางพุ่ง หลายประเทศสั่งอพยพด่วน

อังกฤษสั่งถอนเจ้าหน้าที่สถานทูตในอิหร่าน หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางพุ่ง หลายประเทศสั่งอพยพด่วน

27 ก.พ. 2569 23:25 น.

อังกฤษสั่งถอนเจ้าหน้าที่สถานทูตในอิหร่าน หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางพุ่ง หลายประเทศสั่งอพยพด่วน

กระทรวงต่างประเทศอังกฤษสั่งถอนจนท.จากสถานเอกอัครราชทูตในอิหร่านออกชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตึงเครียดอย่างมาก ท่ามกลางความกังวลสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารในอิหร่าน

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษประกาศคำสั่งถอนเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษออกจากประเทศอิหร่านเป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงในภูมิภาคที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษระบุในคำแนะนำการเดินทางว่า มาตรการนี้เป็นการดำเนินการป้องกัน หลังจากสหรัฐฯ แสดงสัญญาณความเป็นไปได้ในการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน และมีการสะสมกำลังทหารครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางในรอบหลายทศวรรษ 

การถอนเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ทำให้ความสามารถของสถานทูตอังกฤษในเตหะรานในการให้ความช่วยเหลือแก่พลเมืองอังกฤษในพื้นที่มีจำกัดอย่างมาก เนื่องจากการบริการให้ความช่วยเหลือด้วยตนเอง (in-person consular services) ยุติลง และสถานทูตจะดำเนินงานผ่านระบบจากระยะไกลแทน 

การเคลื่อนไหวของอังกฤษมาพร้อมกับประเทศอื่นที่ออกคำเตือนหรือมีมาตรการคล้ายกัน โดยสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจฉุกเฉินและครอบครัวออกจากอิสราเอล เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น 

ทั้งนี้ ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ที่นครเจนีวาจบลงแบบไร้ข้อสรุป โดยทั้งสองฝ่ายยังคงแตกต่างในประเด็นสำคัญหลายด้าน แม้จะมีความพยายามการเจรจารอบใหม่ ท่ามกลางความหวั่นเกรงว่าการปะทะทางทหารอาจเกิดขึ้นในไม่ช้า.

ที่มา The Guardian

ด่วน จีนเตือนพลเมืองอพยพออกจากอิหร่านโดยเร็ว สั่งคนในอิสราเอลเพิ่มความระวังภัย

ด่วน จีนเตือนพลเมืองอพยพออกจากอิหร่านโดยเร็ว สั่งคนในอิสราเอลเพิ่มความระวังภัย

27 ก.พ. 2569 22:07 น.

ด่วน จีนเตือนพลเมืองอพยพออกจากอิหร่านโดยเร็ว สั่งคนในอิสราเอลเพิ่มความระวังภัย

สถานการณ์ตอ.กลางตึงเครียดหนัก จีนออกประกาศด่วนให้พลเมืองในอิหร่านรีบอพยพโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันเตือนพลเมืองจีนในอิสราเอลเพิ่มความพร้อมฉุกเฉิน หลังสหรัฐฯ ขยับกำลังทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาค 

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ขอให้พลเมืองจีนที่พำนักอยู่ในอิหร่านเพิ่มมาตรการความปลอดภัยและอพยพออกจากประเทศโดยเร็วที่สุด โดยให้เหตุผลว่าความเสี่ยงด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ จีนยังแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเดินทางไปอิหร่านในช่วงเวลานี้ พร้อมยืนยันว่าสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลจีนในอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านจะให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้ที่ต้องการเดินทางออก ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินพาณิชย์หรือเส้นทางภาคพื้นดิน

ขณะเดียวกัน สถานทูตจีนในอิสราเอลได้ออกคำเตือนพลเมืองจีนให้เฝ้าระวังอย่างสูงสุด เพิ่มการเตรียมความพร้อมฉุกเฉิน และหลีกเลี่ยงการออกจากที่พักหากไม่จำเป็น พร้อมทั้งทำความคุ้นเคยกับที่หลบภัยจากการโจมตีทางอากาศและเส้นทางอพยพ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

โดยความเคลื่อนไหวของจีนเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่สหรัฐฯ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานทูตที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจฉุกเฉินเดินทางออกจากอิสราเอล ท่ามกลางกระแสข่าวความเป็นไปได้ในการโจมตีอิหร่าน และการเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคในรอบหลายทศวรรษ.

ที่มา AFP

รมว.กลาโหมปากีสถานลั่น “เข้าสู่สงครามเปิด” กับอัฟกานิสถาน หลังเปิดฉากถล่มคาบูล

รมว.กลาโหมปากีสถานลั่น “เข้าสู่สงครามเปิด” กับอัฟกานิสถาน หลังเปิดฉากถล่มคาบูล

27 ก.พ. 2569 20:56 น.

รมว.กลาโหมปากีสถานลั่น “เข้าสู่สงครามเปิด” กับอัฟกานิสถาน หลังเปิดฉากถล่มคาบูล

สถานการณ์ชายแดนปากีฯ-อัฟกาฯ ปะทุหนัก ปากีสถานยืนยันอยู่ใน “ภาวะสงครามเปิด” กับอัฟกานิสถาน หลังตอบโต้การโจมตีของตาลีบันด้วยปฏิบัติการทางอากาศหลายระลอก 

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายคาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปากีสถาน ประกาศกร้าวว่าขณะนี้ประเทศอยู่ในภาวะ “สงครามแบบเปิด” กับอัฟกานิสถาน หลังปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน และหลายเมืองสำคัญ

นายอาซิฟกล่าวว่า ความอดทนของปากีสถานหมดลงแล้ว หลังเกิดการปะทะรุนแรงข้ามพรมแดนต่อเนื่องหลายเดือน แม้ทั้งสองฝ่ายเคยตกลงหยุดยิงเปราะบางเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน แต่การเจรจาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งอย่างถาวรได้  

ขณะเดียวกัน นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ย้ำว่ากองกำลังของประเทศมีศักยภาพเต็มที่ในการ บดขยี้ความทะเยอทะยานเชิงรุกรานทุกรูปแบบ และจะไม่ประนีประนอมในการปกป้องมาตุภูมิ

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายตาลีบันในอัฟกานิสถานอ้างว่าได้เปิดปฏิบัติการตอบโต้ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันพฤหัสบดี และสามารถยึดจุดตรวจทหารปากีสถานได้ 19 แห่ง พร้อมฐานทัพอีก 2 แห่ง รวมถึงสังหารทหารปากีสถาน 55 นาย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ 

จากนั้นกองทัพปากีสถานตอบโต้ทันควัน โดยระบุว่าตาลีบันคำนวณผิดพลาด และเปิดฉากยิงโดยไร้การยั่วยุในหลายพื้นที่ของจังหวัดไคเบอร์ปัคตูนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนที่ปากีสถานจะเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายในคาบูล กันดาฮาร์ และปักติกา ช่วงเช้ามืดวันศุกร์

พล.ต.อาห์เหม็ด ชารีฟ เชาดรี  โฆษกกองทัพปากีสถาน อ้างว่าปฏิบัติการทางหทารสามารถโจมตีเป้าหมายทางทหารอัฟกานิสถาน 22 แห่ง และสังหารนักรบตาลีบันกว่า 200 คน ขณะที่ทหารปากีสถานเสียชีวิตอย่างน้อย 12 นาย.

ที่มา BBC Aljazeera

แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เขย่าหมู่เกาะกานาเรียส ประเทศสเปน หลังสัญญาณเตือนภูเขาไฟปะทุ

แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เขย่าหมู่เกาะกานาเรียส ประเทศสเปน หลังสัญญาณเตือนภูเขาไฟปะทุ

27 ก.พ. 2569 15:03 น.

แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เขย่าหมู่เกาะกานาเรียส ประเทศสเปน หลังสัญญาณเตือนภูเขาไฟปะทุ

แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เขย่าพื้นที่บริเวณหมู่เกาะกานาเรียส ประเทศสเปน เมื่อช่วงเที่ยงวัน (26 ก.พ. 2026) ที่ผ่านมา หลังมีสัญญาณเตือนภูเขาไฟปะทุ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาสเปนรายงานว่า มีแผ่นดินไหวขนาด 4.1 บริเวณหมู่เกาะกานาเรียส โดยเฉพาะเกาะเตเนรีเฟ เเละ เกาะกรันกานาเรีย โดยแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลังจากมีสัญญาณเตือนถึงการปะทุของภูเขาไฟที่ตั้งอยู่บริเวณหมู่เกาะกานาเรียส ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

ที่มา : The sun

อ่านข่าวเกี่ยวกับ : แผ่นดินไหว

ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูในสหรัฐฯ คลอกหมูดับกว่า 6,000 ตัว จนท.เร่งหาสาเหตุ

ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูในสหรัฐฯ คลอกหมูดับกว่า 6,000 ตัว จนท.เร่งหาสาเหตุ

27 ก.พ. 2569 14:41 น.

ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูในสหรัฐฯ คลอกหมูดับกว่า 6,000 ตัว จนท.เร่งหาสาเหตุ

ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ คร่าชีวิตหมูกว่า 6,000 ตัว เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่ยังไม่ชี้ชัดสาเหตุของเพลิงไหม้

ฟาร์มไฟน์โอ๊ค (Fine Oak Farms) ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ที่มีหมูจำนวน 7,500 ตัว ในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (25 ก.พ.) ตามเวลาในท้องถิ่น โดยไฟโหมกระหน่ำอย่างหนักที่ตัวอาคาร 2 หลังในบริเวณฟาร์ม ส่งผลให้หมูในฟาร์มตายไปกว่า 6,000 ตัว กลุ่มควันสีดำลอยปกคลุมไปทั่วพื้นที่จนสามารถมองเห็นได้จากรัศมีหลายกิโลเมตร

ไบรอัน เบนนิงตัน หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเขตดับเพลิงร่วม Central Townships รายงานว่า ทางการสั่งหน่วยดับเพลิงหลายหน่วยในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงให้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ แต่ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยสนธิกำลังร่วมกัน แต่การควบคุมเพลิงกลับใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง เนื่องจากขณะเกิดเหตุมีลมพัดแรง โดยมีความแรงลมราว 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนขึ้นไปแตะถึงความแรงลมสูงสุดที่ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ไฟที่กำลังลุกไหม้ยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรง อีกทั้งฟาร์มแห่งนี้ยังตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทซึ่งมีน้ำไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้ดับไฟ เจ้าหน้าที่จึงต้องเปิดปฏิบัติการณ์ขนส่งน้ำเข้ามาจากนอกพื้นที่ไปด้วยระหว่างพยายามควบคุมเพลิง

อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยมีหมู 1,500 ตัวที่รอดชีวิต ถูกนำออกจากบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว และไม่มีสิ่งปฏิกูลของหมูที่อยู่ใต้อาคารหลุดออกไปปนเปื้อนกับแหล่งน้ำโดยรอบ

หลังเกิดเหตุ 1 วัน สำนักข่าวต่างประเทศได้ลงพื้นที่ไปยังฟาร์มไฟน์โอ๊คเพื่อสำรวจความเสียหาย โดยพบว่าความเสียหายกระจุกตัวอยู่ในบริเวณเดียวของฟาร์ม โดยยังมีกลุ่มควันจาง ๆ ลอยขึ้นมาจากซากปรักหักพังของอาคารที่ไหม้เกรียม ข้างโรงนาหลายหลังที่มีร่องรอยถูกไฟเผา โดยอาคารในบริเวณอื่นของฟาร์มไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

สํานักงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแห่งรัฐโอไฮโอกำลังดำเนินการสืบสวนหาต้นเหตุของการเกิดเพลิง โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อสงสัยถึงการลอบวางเพลิง

ด้าน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ส่งอีเมล ส่งข้อความทางโทรศัพท์ และข้อความทางโซเชียลมีเดียไปยัง นายเดฟ เฮย์สเลอร์ ผู้เป็นตัวแทนยื่นจดทะเบียนธุรกิจฟาร์มไฟน์โอ๊คต่อสำนักงานเลขาธิการรัฐโอไฮโอในปี 2017 แต่เขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ติดต่อโฆษกสภาสุกรแห่งโอไฮโอ เพื่อขอความเห็นเพิ่มเติมไว้ใช้ประกอบการสืบสวนอีกด้วย

ทั้งนี้ จากสถิติที่รวบรวมโดยสถาบันสวัสดิภาพสัตว์พบว่า ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เหตุไฟไหม้ในฟาร์มที่สหรัฐฯ ทำให้มีสัตว์ตายไปแล้วกว่า 99,000 ตัว โดยส่วนใหญ่เป็นไก่ที่ตายในเหตุเพลิงไหม้ที่ฟาร์มสองแห่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนาและรัฐจอร์เจีย 

เฉพาะภายในปีนี้ ก่อนเกิดเหตุที่ฟาร์มไฟน์โอ๊ค มีไฟไหม้ฟาร์มไปแล้ว 12 ครั้งทั่วสหรัฐฯ โดย 3 ใน 12 ครั้ง เกิดขึ้นในฟาร์มที่รัฐโอไฮโอ

แอลลี่ เกรนเจอร์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายของสถาบันสวัสดิภาพสัตว์ เรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโอไฮโอครั้งนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสยดสยอง และเรียกร้องให้มีการสืบสวนโดยละเอียด โดยเธอยังระบุว่ามันเป็นเรื่องน่าเสียใจที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟไหม้

โปแลนด์จ่อแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เล็งปรับแพลตฟอร์มหนัก เริ่มใช้ต้นปี 2027

โปแลนด์จ่อแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เล็งปรับแพลตฟอร์มหนัก เริ่มใช้ต้นปี 2027

27 ก.พ. 2569 13:56 น.

โปแลนด์จ่อแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เล็งปรับแพลตฟอร์มหนัก เริ่มใช้ต้นปี 2027

รัฐบาลโปแลนด์เตรียมออกกฎหมายใหม่ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดีย พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องรับผิดชอบตรวจสอบอายุผู้ใช้อย่างเข้มงวด หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก

นางบาร์บารา โนวัตสกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของโปแลนด์ ให้สัมภาษณ์กับ บูลมเบิร์ก นิวส์ว่า พรรคแนวร่วมพลเมืองซึ่งเป็นพรรครัฐบาล จะเสนอร่างกฎหมายเบื้องต้นในวันศุกร์นี้ โดยคาดว่ากฎหมายอาจมีผลบังคับใช้ภายในต้นปี 2027

โนวัตสการะบุว่า รัฐบาลมีความกังวลต่อปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน รวมถึงแนวโน้มความสามารถด้านสติปัญญาที่ลดลง พร้อมย้ำว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือเรื่องระดับโทษปรับที่บริษัทเทคโนโลยีจะต้องจ่าย หากปล่อยให้ผู้ใช้อายุต่ำกว่าเกณฑ์เข้าถึงแพลตฟอร์มได้

โปแลนด์ไม่ใช่ประเทศแรกในยุโรปที่ผลักดันมาตรการลักษณะนี้ ก่อนหน้านี้หลายประเทศ เช่น ทั้งเดนมาร์ก กรีซ ฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร ที่ต่างพิจารณาหรือออกมาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเยาวชน ท่ามกลางข้อถกเถียงว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือทำให้เกิดพฤติกรรมเสพติดในกลุ่มผู้เยาว์

รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยเมื่อเดือนมกราคมว่ากำลังพิจารณามาตรการคุ้มครองเด็กออนไลน์เพิ่มเติม ขณะที่ออสเตรเลีย ได้บังคับใช้กฎหมายลักษณะใกล้เคียงกันไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม มาตรการของโปแลนด์อาจสร้างแรงเสียดทานกับบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เช่น Meta และ X ซึ่งบางบริษัทเคยแสดงจุดยืนคัดค้านมาตรการจำกัดลักษณะนี้ หลังออสเตรเลียออกกฎหมายควบคุมเมื่อปีที่แล้ว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มทั่วโลกที่รัฐบาลหลายประเทศเริ่มเข้มงวดกับ กฎหมายควบคุมโซเชียลมีเดียเด็ก มากขึ้น ท่ามกลางคำถามใหญ่เรื่องความสมดุลระหว่างเสรีภาพทางดิจิทัลกับการคุ้มครองสุขภาพจิตของเยาวชนในยุคออนไลน์.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แบนโซเชียล

ฟิลิปปินส์–ญี่ปุ่น–สหรัฐ ซ้อมรบร่วมทะเลจีนใต้ ท่ามกลางแรงกดดันจีน

ฟิลิปปินส์–ญี่ปุ่น–สหรัฐ ซ้อมรบร่วมทะเลจีนใต้ ท่ามกลางแรงกดดันจีน

27 ก.พ. 2569 11:37 น.

ฟิลิปปินส์–ญี่ปุ่น–สหรัฐ ซ้อมรบร่วมทะเลจีนใต้ ท่ามกลางแรงกดดันจีน

สถานการณ์ทะเลจีนใต้ร้อนแรงอีก หลังกองทัพเรือฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ จัดการซ้อมรบร่วม มุ่งยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล และเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม

กองทัพเรือฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ จัดการซ้อมรบร่วมในทะเลจีนใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น โดยกองทัพฟิลิปปินส์แถลงว่า การฝึกครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศหุ้นส่วน ในการเสริมสร้างการทำงานร่วมกัน เสริมความมั่นคงทางทะเล และเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้สถานการณ์ทางทะเล ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ฟิลิปปินส์ได้ทำงานร่วมกับหลายประเทศ เพื่อยืนยันสิทธิและสิทธิประโยชน์ทางทะเลของตัวเองในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อุดมด้วยทรัพยากร และมีความสำคัญต่อเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ

ขณะที่จีนอ้างสิทธิครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้ และปฏิเสธคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรเมื่อปี 2016 ที่ชี้ว่า การอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์ของจีนไม่มีฐานทางกฎหมาย

ในการฝึกครั้งนี้ ฟิลิปปินส์ส่งเรือฟริเกต BRP Antonio Luna พร้อมเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินขับไล่เข้าร่วม

ด้านญี่ปุ่นส่งเครื่องบินลาดตระเวน P-3 Orion ขณะที่สหรัฐส่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Dewey และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ P-8 Poseidon ซึ่งกิจกรรมการฝึกประกอบด้วยการเติมเสบียงกลางทะเล, การลาดตระเวนทางอากาศร่วม, การบินผ่านแสดงกำลัง, การทดสอบระบบสื่อสารและประสานงาน

ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์ยังได้จัดการฝึกในลักษณะใกล้เคียงกันร่วมกับออสเตรเลียและสหรัฐ เมื่อวันที่ 15–16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์มองว่า การฝึกซ้อมทางทหารร่วมในทะเลจีนใต้ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเสริมสร้างความพร้อมรบ แต่ยังส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ถึงเสถียรภาพและเสรีภาพในการเดินเรือในภูมิภาคที่มีข้อพิพาท

ขณะที่จีนยังคงยืนยันอธิปไตยเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้ ความเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐ จึงถูกจับตามองว่าเป็นการถ่วงดุลอิทธิพลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ซ้อมรบร่วม

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

27 ก.พ. 2569 11:17 น.

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

ประชากรผู้สูงวัยในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปี 2035 จะสูงถึง 400 ล้านคน รัฐบาลเเละเอกชนต้องร่วมมือพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ตามทัน

จำนวนผู้สูงวัยในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สถิติรายงานว่าประชากรจีนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีสูงถึง 23% และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2035 จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 30% หรือ ประมาณ 400 ล้านคน นี่จึงเป็นความท้าทายของรัฐบาลจีนที่จะต้องพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ตามทันจำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น

นาง เจี่ยยี่ ซู ให้สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า พ่อวัย 67 ปีของเธอป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดหาได้ยาก ทำให้เธอต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลพ่อ ระหว่างนั้นเธอก็คิดได้ว่าการดูแลผู้ป่วยคนนึงนั้นไม่ได้ใช้แค่เวลาหรือการดูแลเอาใจใส่ เเต่ผู้ป่วยยังต้องการผู้ดูแลที่เข้าใจความเจ็บปวดของโรคที่เขาเป็น เเละสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดนั้นได้ เธอจึงมองหาศูนย์ดูแลผู้ป่วยที่มีผู้ช่วยดูแลมืออาชีพ เธอจึงพบว่าในปักกิ่ง ประเทศจีน มีศูนย์บริการด้านสุขภาพมืออาชีพมีน้อยมาก

จากการพูดคุยนี้ เจ้าหน้าที่จึงช่วย เจี่ยยี่หาที่ศูนย์บริการด้านสุขภาพให้พ่อของเธอ เเละมองเห็นถึงปัญหาใหญ่ในจีนที่กำลังจะมาถึง เพราะปัจจุบัน การเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพยังคงจำกัด โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยเพื่อบรรเทาอาการ ยิ่งในสังคมที่ธุรกิจภาคเอกชน เเละ รัฐบาล ยังไม่ให้ความสนใจในการพัฒนาระบบเเละแรงงานให้มีความเป็นมืออาชีพนั้น สังคมสูงวัยจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่เกินเเก้

จากการคาดการณ์ถึงจำนวนผู้สูงวัยในปี 2035 ที่จะเพิ่มสูงถึง 400 ล้านคน ร่วมกับอัตราการเกิดใหม่ของประชากรจีนลดลง ทำให้ความต้องการทางสุขภาพของชาวจีนเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะความต้องการผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงวัย

ทางด้านรัฐบาลจีนเร่งออกนโยบายรองรับปัญหาสังคมสูงวัย โดยการเตรียมเปิดรับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจลงทุนธุรกิจด้านสุขภาพในจีน, จัดเตรียมพื้นที่เพื่อสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงวัยโดยเฉพาะ, มุ่งเน้นการพัฒนาแรงงานด้านสาธารณสุขให้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงวัย เพื่อรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา CNA