ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

8 ก.พ. 2569 23:12 น.

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

เหตุระเบิดที่โรงงานเทคโนโลยีชีวภาพของจีนเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพแล้ว โดยยังไม่ทราบสาเหตุการระเบิดที่แน่ชัด ขณะสื่อท้องถิ่นระบุว่า มีควันสีเหลืองเข้มพวยพุ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุ

สำนักข่าว ซินหัว รายงานในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่โรงงานเทคโนโลยีชีวภาพ ของบริษัท เจียเผิง ไบโอเทค ในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของจีนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 8 ศพ แล้ว หลังจากพบศพผู้เคราะห์ร้าย 1 คนที่ก่อนหน้านี้หาตัวไม่พบ

บริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ในเขต ซานอิน ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกราว 400 กม. โดยในเบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าสาเหตุของการระเบิดคืออะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวน ขณะที่สื่อท้องถิ่นระบุว่า เห็นควันสีเหลืองเข้มพวยพุ่งออกมาจากจุดที่เกิดการระเบิด และตัวแทนทางกฎหมายของบริษัทถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้แล้ว

อนึ่ง นี่ไม่ใช่เหตุระเบิดในโรงงานครั้งแรกของจีนในปีนี้ โดยเมื่อปลายเดือนมกราคมก็เพิ่งเกิดเหตุระเบิดที่โรงงานเหล็กในมณฑลมองโกเลียใน ซึ่งอยู่ใกล้กับมณฑลซานซี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

8 ก.พ. 2569 21:33 น.

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

เกาหลีเหนือเตรียมจัดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีครั้งที่ 9 ในช่วงปลายเดือนนี้ ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลกว่า รัฐบาลคิมจะมีนโยบายอะไรบ้างในอนาคต

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า ผู้นำประเทศจะจัดการประชุมใหญ่ของพรรคแรงงานเกาหลี (WPK) ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นการจัดประชุมใหญ่พรรคครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

KCNA ระบุว่า การตัดสินใจจัดการประชุมดังกล่าว เกิดขึ้นในการประชุมผู้นำระดับสูงของพรรคแรงงานเกาหลี ซึ่ง คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเข้าร่วมด้วย

“คณะกรรมการบริหารของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี ลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ที่จะเปิดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 9 ของพรรคแรงงานเกาหลีในกรุงเปียงยาง เมืองหลวงแห่งการปฏิวัติ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569” KCNA รายงาน

การประชุมใหญ่พรรคครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 8 เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2564 โดยในการประชุมครั้งนั้น คิม จอง-อึน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เคยสงวนไว้สำหรับ คิม จอง-อิล ผู้นำสูงสุดคนก่อนและบิดาผู้ล่วงลับของเขา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อเสริมสร้างอำนาจให้ คิม จอง-อึน

ทั้งนี้ การประชุมพรรคแรงงานเกาหลีถือเป็นเวทีประชุมสูงสุดของพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นฉากทัศน์ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่เพื่อเสริมสร้างอำนาจของระบอบการปกครอง และสามารถใช้เป็นเวทีสำหรับการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการปรับเปลี่ยนบุคลากรระดับสูง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 "พรรคทางเลือกใหม่" ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

8 ก.พ. 2569 20:19 น.

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ผลเลือกตั้ง 2569 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หลังนับไปแล้ว 3% เมื่อเวลา 19.56 น. “พรรคทางเลือกใหม่” ที่มี “เต้ มงคลกิตติ์” เป็นแคนดิเดตนายกฯ ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลเลือกตั้ง 2569 ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เริ่มทยอยเผยแพร่ผลอย่างไม่เป็นทางการให้ประชาชนทราบแล้ว หลังจากปิดหีบเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา โดย กกต. คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเกิน 90% ของทั้งหมด ได้ในเวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น.

โดยผลเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการ อัปเดตล่าสุดเมื่อเวลา 19.56 น. นับแล้ว 3% พบว่า พรรคภูมิใจไทย คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 รวม 192 ที่นั่ง ตามด้วย พรรคเพื่อไทย รวม 84 ที่นั่ง และ พรรคประชาชน มาเป็นอันดับ 3 รวม 75 ที่นั่ง

ขณะที่ “พรรคทางเลือกใหม่” ซึ่งมีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ พระราม 7 เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 มีผลคะแนน ดังนี้

สส.บัญชีรายชื่อ : 1 ที่นั่ง

สส.เขต : 0 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม ทาง กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนจะประกาศรับรองภายใน 60 วัน ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเลือกตั้งและผลการอัปเดตคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด กับไทยรัฐออนไลน์ได้ที่นี่ https://www.thairath.co.th/election69

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย

8 ก.พ. 2569 19:48 น.

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคนายกฯ ญี่ปุ่นจ่อชนะเลือกตั้ง คว้าเสียงข้างมากถล่มทลาย

เอ็กซิตโพลชี้ พรรคเสรีประชาธิปไตยของนาง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น จ่อคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง และได้เสียงข้างมากในรัฐสภาอย่างถล่มทลาย

สถานีโทรทัศน์สาธารณะ NHK ของญี่ปุ่น คาดการณ์โดยอิงจากผลเอ็กซิตโพล (exit polls) ว่า พรรคของนาง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีแนวโน้มที่จะคว้าเสียงข้างมากได้อย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นี้

ตามรายงานของ NHK พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนางทาคาอิจิ มีแนวโน้มที่จะคว้าที่นั่งในรัฐสภาไปได้ระหว่าง 274 ถึง 328 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งสูงกว่า 233 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับการครองเสียงข้างมาก

เมื่อรวมกับพรรคพันธมิตรร่วมรัฐบาลอย่างพรรค นวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party) หรือที่รู้จักในชื่อ “อิชิน” (Ishin) แล้ว นางทาคาอิจิอาจจะสามารถครองที่นั่งได้สูงสุดถึง 366 ที่นั่ง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นวัย 64 ปีรายนี้ ได้ประกาศยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดในช่วงฤดูหนาวซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เท่านั้นในช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อหวังใช้ประโยชน์จากคะแนนนิยมส่วนตัวที่พุ่งสูงขึ้น นับตั้งแต่เธอขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำพรรค LDP ที่เป็นพรรครัฐบาลเมื่อปลายปีที่แล้ว

ภาพลักษณ์ที่พูดตรงไปตรงมาและขยันขันแข็งของเธอเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผู้ลงคะแนนเสียง แต่แนวคิดชาตินิยมและการเน้นเรื่องความมั่นคงของเธอได้ทำให้ความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านผู้ทรงอิทธิพลตึงเครียดขึ้น ในขณะที่คำมั่นสัญญาเรื่องการลดภาษีของเธอก็ทำให้ตลาดการเงินสั่นคลอน

ทาคาอิจิยังสัญญาที่จะระงับการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 8 สำหรับสินค้าประเภทอาหาร เพื่อช่วยให้ครัวเรือนรับมือกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น แต่เรื่องนี้ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับนักลงทุนที่กังวลว่า ประเทศที่มีภาระหนี้สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่าง ญี่ปุ่น จะนำเงินทุนมาจากไหนเพื่อรองรับแผนการดังกล่าว

ผู้สูงอายุหลายคนในญี่ปุ่นระบุว่า กังวลว่าการลดภาษีของทาคาอิจิอาจทำให้คนรุ่นหลังต้องแบกรับภาระที่หนักกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ผู้ลงคะแนนเสียงรุ่นเยาว์เป็นกลุ่มที่สนับสนุนทาคาอิจิมากที่สุด โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีมากกว่าร้อยละ 90 ชื่นชอบเธอ

นายกรัฐมนตรีหญิงรายนี้ได้จุดกระแสความคลั่งไคล้ในกลุ่มเยาวชนที่เรียกว่า “ซานะคัตสึ” (sanakatsu) ซึ่งแปลได้คร่าวๆ ว่า “ความคลั่งไคล้ซานาเอะ” โดยสินค้าที่เธอใช้ เช่น กระเป๋าถือของเธอ และปากกาสีชมพูที่เธอใช้จดบันทึกในสภา กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก

แม้แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ออกมาประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 ก.พ.) ว่า ให้การสนับสนุนนางทาคาอิจิอย่างเต็มที่ ขณะที่รัฐบาลจีนก็จับตาดูผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น หลายจังหวัดเผชิญหิมะหนักเป็นประวัติการณ์ หวั่นกระทบผู้มาใช้สิทธิ

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น หลายจังหวัดเผชิญหิมะหนักเป็นประวัติการณ์ หวั่นกระทบผู้มาใช้สิทธิ

8 ก.พ. 2569 16:13 น.

หิมะถล่มวันเลือกตั้งญี่ปุ่น หลายจังหวัดเผชิญหิมะหนักเป็นประวัติการณ์ หวั่นกระทบผู้มาใช้สิทธิ

ญี่ปุ่นเผชิญพายุหิมะครั้งใหญ่ในวันเลือกตั้ง โดยหิมะตกหนักปกคลุมพื้นที่กว้างขวางทั่วประเทศ สร้างความกังวลว่า หิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ในหลายภูมิภาคอาจกระทบต่อจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นระบุว่า หน่วยเลือกตั้งราว 40% ทั่วประเทศอาจต้องปิดให้บริการเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นออกประกาศเตือนหิมะตกหนักในระดับรุนแรง ในหลายจังหวัด ได้แก่ ทตโตริ ฟุกุอิ และเกียวโต หลังระบบความกดอากาศฤดูหนาวที่รุนแรงพัดปกคลุมพื้นที่ชายฝั่งตั้งแต่ภาคเหนือไปจนถึงภาคตะวันตกของประเทศ

ในภูมิภาค คิงกิฝั่งตะวันตก คาดว่าจะมีหิมะตกสะสมสูงถึง ประมาณ 70 เซนติเมตรภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่พื้นที่ตอนกลางของภูมิภาคคันโต รวมถึงกรุงโตเกียว มีหิมะตกต่อเนื่องตั้งแต่วันเสาร์ ส่งผลให้มีหิมะสะสมราว 5 เซนติเมตร ปกคลุมทั่วเมือง

ก่อนหน้านี้ พื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นเผชิญหิมะตกหนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ จนทำให้ถนนหลายสายถูกปิด การคมนาคมเป็นอัมพาต และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับหิมะแล้ว หลายสิบรายทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้สภาพอากาศจะเลวร้ายแต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนหนึ่งยังคงฝ่าหิมะออกมาใช้สิทธิ เพื่อมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ที่ญี่ปุ่นจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งมีหิมะตกหนัก

โดยณ เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น อัตราผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ 16.05% ลดลง 3.07 จุด จากการเลือกตั้งสภาล่างครั้งก่อนในปี 2024

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความเห็นระบุว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของทาคาอิจิ ซึ่งครองอำนาจแทบต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ มีแนวโน้มคว้าที่นั่งเกิน 233 ที่นั่ง เพื่อกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาล่าง 465 ที่นั่งได้อย่างไม่ยาก

บางโพลยังประเมินว่า LDP และพรรคร่วมรัฐบาลอาจได้ถึง 310 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเสียง เกินสองในสาม — ผลลัพธ์ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 ในยุคของ ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเมืองของทาคาอิจิ

แม้คะแนนนิยมสูง แต่ทาคาอิจิต้องเผชิญคำถามหนักเรื่อง วินัยการคลัง หลังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อ พร้อมให้คำมั่นจะ ระงับการเก็บภาษีบริโภคสำหรับอาหาร

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะมากกว่า สองเท่าของ GDP ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งทำสถิติสูงสุด และค่าเงินเยนผันผวนอย่างหนัก

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าว เลือกตั้งญี่ปุ่น

ม็อบมิลานปะทะเดือดตำรวจ-ลอบวางระเบิดรางรถไฟ ขณะอิตาลีจัดโอลิมปิกฤดูหนาว

ม็อบมิลานปะทะเดือดตำรวจ-ลอบวางระเบิดรางรถไฟ ขณะอิตาลีจัดโอลิมปิกฤดูหนาว

8 ก.พ. 2569 12:37 น.

ม็อบมิลานปะทะเดือดตำรวจ-ลอบวางระเบิดรางรถไฟ ขณะอิตาลีจัดโอลิมปิกฤดูหนาว

เกิดเหตุรุนแรงในเมืองเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว “มิลาน-คอร์ตินา 2026” หลังกลุ่มผู้ประท้วงปะทะตำรวจชุดควบคุมฝูงชนกลางเมืองมิลาน ขณะที่เครือข่ายรถไฟทางตอนเหนือถูกก่อวินาศกรรมและพบระเบิดแสวงเครื่อง ส่งผลให้การเดินทางหยุดชะงักครั้งใหญ่

สถานการณ์ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ทวีความตึงเครียดในวันแรกของการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 ก.พ.) โดยตำรวจต้องตัดสินใจใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วงประมาณ 100 คน ที่แยกตัวออกมาจากขบวนประท้วงหลักเพื่อขว้างปาประทัด ระเบิดควัน และขวดน้ำใส่เจ้าหน้าที่

เหตุปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้ประท้วงราว 10,000 คน ที่ออกมาเดินขบวนคัดค้านการจัดงานโอลิมปิก โดยให้เหตุผลเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักกิจกรรมระบุว่าโมเดลการพัฒนาเมืองมิลานในปัจจุบันทำให้ค่าเช่าบ้านพุ่งสูงจนประชาชนแบกรับไม่ไหว และความเหลื่อมล้ำทางสังคมทวีความรุนแรงขึ้น

สเตฟาโน นูตินี วัย 71 ปี หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวว่า “โอลิมปิกครั้งนี้ไม่ยั่งยืน ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” โดยชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานสร้างภาระหนักให้กับชุมชนบนภูเขา แม้คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) จะยืนยันว่าเน้นใช้สนามที่มีอยู่เดิมเพื่อความยั่งยืนก็ตาม

เหตุการณ์ในมิลานครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้ถูกควบคุมตัว 6 ราย ขณะที่ความปลอดภัยในกรุงโรมและเมืองการเงินอย่างมิลานถูกยกระดับสูงสุด หลังมีการปะทะรุนแรงในเมืองตูรินเมื่อสัปดาห์ก่อนจนมีตำรวจบาดเจ็บกว่า 100 นาย

ในวันเดียวกัน ทางการอิตาลีรายงานการก่อเหตุ “วินาศกรรมร้ายแรง” ต่อโครงข่ายรถไฟทางตอนเหนือของประเทศถึง 3 จุดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ขบวนรถไฟล่าช้ากว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง กระทบต่อการเดินทางของแฟนกีฬาและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

จุดที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นระหว่างเส้นทางเมืองโบโลญญาและเวนิส โดยเจ้าหน้าที่พบสายเคเบิลถูกตัดขาดและพบ “ระเบิดแสวงเครื่อง” วางอยู่ใกล้รางรถไฟ นอกจากนี้ยังพบเหตุลอบวางเพลิงจุดสลับรางรถไฟใกล้เมืองเปซาโรริมชายฝั่งเอเดรียติก

นายมัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การพยายามทำลายภาพลักษณ์ประเทศ” และชี้ว่าพฤติการณ์นี้คล้ายคลึงกับการก่อวินาศกรรมรถไฟในช่วงโอลิมปิกที่ปารีสเมื่อปี 2024 อย่างมาก

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุวินาศกรรมดังกล่าว ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นในทุกจุดยุทธศาสตร์ของการจัดงาน.

ที่มา Reuters / BBC

เกาหลีเหนือเตรียมจัดประชุมพรรคแรงงาน ในรอบ 5 ปี ปลาย ก.พ. “คิม” เตรียมประกาศยุทธศาสตร์ชาติ

เกาหลีเหนือเตรียมจัดประชุมพรรคแรงงาน ในรอบ 5 ปี ปลาย ก.พ. "คิม" เตรียมประกาศยุทธศาสตร์ชาติ

8 ก.พ. 2569 12:14 น.

เกาหลีเหนือเตรียมจัดประชุมพรรคแรงงาน ในรอบ 5 ปี ปลาย ก.พ. “คิม” เตรียมประกาศยุทธศาสตร์ชาติ

เกาหลีเหนือประกาศจัดประชุมใหญ่พรรคแรงงานช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี จับตาผู้นำ “คิม จองอึน” เผยแผนยุทธศาสตร์นิวเคลียร์และนโยบายต่างประเทศท่ามกลางสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับรัสเซียและจีน พร้อมท่าทีที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ ในยุคสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า คณะกรรมการบริหารพรรคแรงงานแห่งเกาหลีภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด คิม จองอึน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9 ขึ้น ณ กรุงเปียงยาง ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุวันแน่ชัดหรือเปิดเผยวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือ เนื่องจากเป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 และเกิดขึ้นในวาระที่นายคิม จองอึน ก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ของการกุมอำนาจ โดยคาดว่าจะเป็นเวทีสำหรับการสรุปผลสำเร็จของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและกองกำลังนิวเคลียร์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า นายคิมจะใช้โอกาสนี้ประกาศขยายแสนยานุภาพทางทหารอย่างก้าวกระโดด โดยมีเป้าหมายในการอัปเกรดขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) แบบใช้เชื้อเพลิงแข็ง, ดาวเทียมจารกรรม และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ขณะที่ด้านเศรษฐกิจจะมุ่งเน้นไปที่นโยบาย “พึ่งพาตนเอง” (Self-sustenance) และการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท

สิ่งที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคือนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะสายสัมพันธ์กับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่แน่นแฟ้นขึ้นจากการสนับสนุนด้านการทหารในสงครามยูเครน ซึ่งส่งผลให้เกาหลีเหนือได้รับทั้งเทคโนโลยี อาวุธ และทรัพยากรอาหารเป็นการตอบแทน รวมถึงความสัมพันธ์กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่กลับมาฟื้นตัวอย่างมั่นคงหลังการเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 เมื่อเดือนมกราคม 2568 แต่ท่าทีของนายคิมยังคงเย็นชา โดยเขายืนกรานปฏิเสธข้อเสนอการเจรจา และย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องยกเลิกเงื่อนไขการปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนเท่านั้นจึงจะมีการหารือเกิดขึ้น พร้อมกันนี้ยังคงเดินหน้านโยบาย “สองรัฐที่เป็นศัตรู” (Hostile Two-State Policy) ต่อเกาหลีใต้ ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมตัวรับมือกับสภาวะสงครามเย็นยุคใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างเต็มรูปแบบ

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยในเกาหลีใต้ชี้ว่า ปัจจุบันผู้นำคิมอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบมากกว่าการประชุมครั้งก่อนในปี 2564 เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากการค้าชายแดนและการส่งออกยุทโธปกรณ์ ทำให้เขามี “ทางเลือก” ในการกำหนดนโยบายที่กล้าหาญและท้าทายระเบียบโลกได้มากขึ้น.

ที่มา Associated Press

ซีอีโอวอชิงตันโพสต์ประกาศลาออก หลังปลดพนักงานครั้งใหญ่ สหภาพจี้ “ถึงเวลาต้องเปลี่ยน”

ซีอีโอวอชิงตันโพสต์ประกาศลาออก หลังปลดพนักงานครั้งใหญ่ สหภาพจี้ "ถึงเวลาต้องเปลี่ยน"

8 ก.พ. 2569 10:59 น.

ซีอีโอวอชิงตันโพสต์ประกาศลาออก หลังปลดพนักงานครั้งใหญ่ สหภาพจี้ “ถึงเวลาต้องเปลี่ยน”

“วิลล์ ลูอิส” ซีอีโอและผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังสร้างความขัดแย้งในองค์กรมาอย่างยาวนาน ล่าสุดเพิ่งสั่งปลดพนักงานออกถึง 1 ใน 3  หรือราว 300 คน ขณะที่สหภาพแรงงานจี้ “เจฟฟ์ เบซอส” ยกเลิกคำสั่งปลดคนทันที หรือไม่ก็ขายกิจการให้ผู้ที่พร้อมลงทุนจริง

วิลล์ ลูอิส (Will Lewis) ผู้อำนวยการจัดพิมพ์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว โดยการตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่เขาเพิ่งสั่งเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ทั่วทั้งองค์กร

ลูอิส ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงจากดาวโจนส์ และวอลล์สตรีทเจอร์นัล เข้ารับตำแหน่งที่วอชิงตันโพสต์ ในปี 2023 ท่ามกลางภาวะขาดทุนอย่างหนักของหนังสือพิมพ์ โดยเขาได้กล่าวในข้อความอำลาพนักงานว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมจำเป็นต้องตัดสินใจในเรื่องที่ยากลำบาก เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้องค์กรสามารถนำเสนอข่าวคุณภาพที่เป็นกลางต่อผู้อ่านต่อไปได้”

อย่างไรก็ตาม การบริหารของลูอิสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ( ก.พ.) ซึ่งมีการสั่งปลดพนักงานออกถึง 1 ใน 3 ของทั้งหมด คิดเป็นนักข่าวจำนวน 300 คนจาก 800 คน ครอบคลุมทุกแผนก จนอดีตบรรณาธิการบริหารอย่าง มาร์ตี้ บารอน ถึงกับระบุว่านี่คือ “วันมืดมนที่สุด” ในประวัติศาสตร์ของหนังสือพิมพ์

ในช่วงที่ลูอิสกุมบังเหียน เขาต้องเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นหลายระลอก ทั้งการสูญเสียสมาชิกนับแสนราย หลังจากมีนโยบายงดประกาศสนับสนุนผู้สมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการปรับเนื้อหาในส่วนบทวิจารณ์ไปในทิศทางเสรีนิยมใหม่ 

นอกจากนี้ เขายังเคยเผชิญกับกระแสต่อต้านจากคนในกองบรรณาธิการ หลังพยายามดึงตัวพนักงานเก่าที่เคยมีส่วนพัวพันกับคดีอื้อฉาวเรื่องการแฮ็กข้อมูลโทรศัพท์ในอังกฤษมาร่วมงาน รวมถึงความขัดแย้งกับอดีตบรรณาธิการบริหารหญิง แซลลี่ บัซบี จนนำไปสู่การลาออกของเธอ

ทางด้าน สหภาพแรงงานวอชิงตันโพสต์ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานของพนักงาน ได้ออกแถลงการณ์ว่า “การลาออกของลูอิสเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว” พร้อมระบุว่ามรดกที่เขาทิ้งไว้คือความพยายามทำลายสถาบันสื่อสารมวลชนอันยิ่งใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าของอย่าง เจฟฟ์ เบซอส ยกเลิกการเลิกจ้างพนักงานทันที หรือพิจารณาขายกิจการให้แก่ผู้ที่พร้อมจะลงทุนเพื่ออนาคตของสื่อจริงๆ

ในระหว่างนี้ เจฟฟ์ โดโนฟริโอ (Jeff D’Onofrio) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ซึ่งเคยมีประสบการณ์บริหารที่กูเกิล และยาฮู จะเข้ารับตำแหน่งรักษาการซีอีโอแทน โดยเขาได้ให้คำมั่นต่อพนักงานว่า จะใช้ข้อมูลของผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ตรงใจผู้อ่านมากที่สุด

ทางด้าน เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีเจ้าของกิจการ ได้ให้ความเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ “โอกาสพิเศษ” ที่จะทำให้หนังสือพิมพ์บรรลุพันธกิจทางวารสารศาสตร์และเดินหน้าสู่ความสำเร็จต่อไป.

ที่มา Reuters

ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้ง “ทาคาอิจิ” วัดใจประชาชน ลุ้นคว้าชัยขาดลอย

ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้ง "ทาคาอิจิ" วัดใจประชาชน ลุ้นคว้าชัยขาดลอย

8 ก.พ. 2569 10:25 น.

ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้ง “ทาคาอิจิ” วัดใจประชาชน ลุ้นคว้าชัยขาดลอย

ชาวญี่ปุ่นออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ตัดสินใจยุบสภาเพียงไม่กี่เดือนหลังรับตำแหน่ง ผลโพลชี้พรรครัฐบาล มีสิทธิกวาดที่นั่งเกินครึ่งสภาแบบเบ็ดเสร็จ แม้ต้องเผชิญอุปสรรคทั้งพายุหิมะและเสียงวิจารณ์ด้านนโยบายเศรษฐกิจและต่างประเทศ

ประเทศญี่ปุ่นจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดครั้งสำคัญ โดยประชาชนหลายล้านคนเดินทางเข้าคูหาเพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการ “เดิมพันครั้งใหญ่” ของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งจากมติของรัฐสภาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และตัดสินใจยุบสภาอย่างรวดเร็วเพื่อขอ “อาณัติ” โดยตรงจากประชาชน

ผลการสำรวจความคิดเห็นล่าสุด พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ของนางทาคาอิจิ ซึ่งจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรค “นวัตกรรมญี่ปุ่น” ถูกคาดหมายว่าจะสามารถคว้าเก้าอี้ได้ถึง 300 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้พรรคแอลดีพีกลับมาครองอำนาจเบ็ดเสร็จอีกครั้ง หลังจากที่เคยสูญเสียการควบคุมทั้งสองสภาไปเมื่อปีที่ผ่านมา
แม้จะเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมสุดโต่ง แต่นางทาคาอิจิวัย 64 ปี กลับสร้างปรากฏการณ์ความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 18-30 ปี) อย่างไม่น่าเชื่อ  โดยมีผู้ติดตามทาง X สูงถึง 2.6 ล้านคน และวิดีโอแคมเปญเลือกตั้งมียอดชมทะลุ 100 ล้านครั้งภายใน 10 วัน โดยคะแนนนิยมของรัฐบาลเพิ่มขึ้นกว่า 70% ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เธอยังกลายเป็นไอคอนด้านแฟชั่นที่เรียกว่า “ซานามาเนีย” โดยกระเป๋าหนังสีดำที่เธอใช้มักจะขายหมดเกลี้ยง หรือแม้แต่ปากกาสีชมพูที่เธอใช้ในงานแถลงข่าวครั้งแรกก็กลายเป็นไวรัล นักสังคมวิทยาชี้ว่า สิ่งนี้สะท้อนความต้องการ “ความเปลี่ยนแปลง” ของชาวญี่ปุ่นที่เบื่อหน่ายกับการเมืองแบบเดิมๆ ที่ผูกขาดโดยนักการเมืองชายอาวุโส

ในด้านนโยบาย นางทาคาอิจิชูแคมเปญลดภาษีและให้เงินอุดหนุนเพื่อดึงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่ามาตรการเหล่านี้อาจซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ซบเซาและเพิ่มภาระหนี้สาธารณะให้กับญี่ปุ่น

ขณะที่ด้านต่างประเทศ เธอถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะ “สายเหยี่ยว” หลังสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลปักกิ่งจากการเสนอให้ญี่ปุ่นใช้กองกำลังป้องกันตนเองหากจีนโจมตีไต้หวัน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น-จีน ตกต่ำที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ในทางกลับกัน เธอได้รับการสนับสนุนอย่างเปิดเผยจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่หาได้ยากจากผู้นำอเมริกา

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนเห็นว่า ความนิยมส่วนตัวอาจไม่แปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงทั้งหมด เนื่องจากการเลือกตั้งเป็นระบบรัฐสภา และผู้สมัครแอลดีพีหลายคนเคยพัวพันคดีอื้อฉาว โดยพรรคยังเผชิญผลกระทบจากคดีระดมทุนผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2023

นอกจากนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีตัวแปรสำคัญคือ “สภาพอากาศ” โดยหิมะที่ตกหนักในภูมิภาคทางตอนเหนือและตะวันตก ส่งผลให้ยอดผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงราว 2.5% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2024 นอกจากนี้ พรรคแอลดีพียังต้องเผชิญกับฝ่ายค้านที่เหนียวแน่นขึ้น หลังจากพรรค “โคเมอิโตะ” ซึ่งเป็นอดีตพันธมิตรรัฐบาล ตัดสินใจหันไปจับมือกับพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ (ซีดีพี) เพื่อเป็นขั้วอำนาจใหม่ในการตรวจสอบรัฐบาล

ขณะที่รัฐบาลยังต้องอธิบายให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า มาตรการใช้งบประมาณจำนวนมากจะไม่ซ้ำเติมปัญหาหนี้และความเปราะบางทางการคลัง ขณะที่นักวิชาการเตือนว่า นโยบายยังไม่แก้ปัญหาผลิตภาพต่ำและค่าแรงที่หยุดนิ่ง

หากผลการเลือกตั้งออกมาตามโพล นางทาคาอิจิจะก้าวขึ้นเป็น “สตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น” อย่างเต็มตัวตามรอย มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ไอดอลของเธอ และจะกลายเป็นผู้นำที่มีอำนาจการตัดสินใจสูงสุดในการปฏิรูปกองทัพและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในยุคใหม่.

ที่มา BBC

อิตาลีเร่งสืบ มือมืดก่อวินาศกรรม โจมตีเครือข่ายรถไฟ 3 จุด

อิตาลีเร่งสืบ มือมืดก่อวินาศกรรม โจมตีเครือข่ายรถไฟ 3 จุด

8 ก.พ. 2569 04:02 น.

อิตาลีเร่งสืบ มือมืดก่อวินาศกรรม โจมตีเครือข่ายรถไฟ 3 จุด

ตำรวจอิตาลีกำลังสืบสวนเหตุก่อวินาศกรรมที่เกิดขึ้นกับเครือข่ายรถไฟในภาคเหนือของประเทศ 3 จุด โดยพวกเขาเชื่อว่า เหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังดำเนินอยู่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 7 ก.พ. 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ของอิตาลีระบุว่า เกิดเหตุต้องสงสัยว่าเป็นการก่อวินาศกรรมโจมตีเครือข่ายรถไฟทางตอนเหนือของประเทศ ส่งผลให้การเดินทางในภูมิภาคได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่ผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว

ตำรวจอิตาลีระบุว่า เกิดเหตุโจมตีแยกกัน 3 จุด สร้างความเสียหายแก่รางรถไฟ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า แรงจูงใจมีความเชื่อมโยงกับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว

เกิดเหตุลอบวางเพลิงสวิตช์รางรถไฟใกล้กับเมืองเปซาโร บริเวณชายฝั่งทะเลเอเดรียติก หลังจากนั้นหลายชั่วโมง ตำรวจตรวจพบสายเคเบิลไฟฟ้าที่ถูกตัดใกล้กับเมืองโบโลญญา พร้อมกับวัตถุระเบิดแบบง่ายที่ถูกวางทิ้งไว้ใกล้รางรถไฟในบริเวณใกล้เคียง

กระทรวงคมนาคมอิตาลีเรียกเหตุการณ์เหล่านี้ว่าเป็นการ “ก่อวินาศกรรมร้ายแรง” ซึ่งคล้ายกับการโจมตีที่เกิดขึ้นช่วงโอลิมปิกที่ปารีสในปี 2567

ทั้งนี้ สถานีรถไฟของโบโลญญาเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญของอิตาลี เชื่อมต่อเมืองต่างๆ ทั้งทางเหนือและทางใต้ และเส้นทางตะวันออกไปยังตะวันตก

โฆษกตำรวจของอิตาลีกล่าวก่อนหน้านี้ว่า พวกเขากำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครหรือกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc