อิหร่านขู่ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หากวอชิงตันเปิดฉากโจมตี

อิหร่านขู่ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หากวอชิงตันเปิดฉากโจมตี

8 ก.พ. 2569 03:30 น.

อิหร่านขู่ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หากวอชิงตันเปิดฉากโจมตี

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเตือนว่า จะโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง หากวอชิงตันเปิดฉากโจมตีประเทศของพวกเขา

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ก.พ. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเตือนว่า อิหร่านจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หากถูกโจมตีโดยกองกำลังสหรัฐฯ ที่ระดมพลอยู่ในภูมิภาคนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการโจมตีประเทศที่ให้ตั้งฐานทัพเหล่านั้น

“การโจมตีดินแดนของอเมริกาคงเป็นไปไม่ได้ แต่เราจะโจมตีฐานทัพของพวกเขาในภูมิภาคนี้” นายอารักชีกล่าว “เราจะไม่โจมตีประเทศเพื่อนบ้าน แต่เราจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศเหล่านั้น มันมีความแตกต่างกันมากระหว่างสองสิ่งนี้”

คำพูดของนายอารักชีที่ให้การสัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อัลจาซีราของกาตาร์ เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากเตหะรานและวอชิงตันให้คำมั่นว่าจะเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมต่อไป หลังทั้งสองฝ่ายระบุว่า การหารือที่ประเทศโอมานเมื่อวันศุกร์เป็นไปในเชิงบวก

แม้ว่าอารักชีกล่าวว่ายังไม่มีการกำหนดวันสำหรับการเจรจารอบต่อไป แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าการเจรจาอาจเกิดขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์หน้า “เราและวอชิงตันเชื่อว่าควรจะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้” อารักชีกล่าว

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่าน และเสริมกำลังกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้อิหร่านเลิกการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจนำไปสู่การสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ตลอดจนหยุดการพัฒนาขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missile) และยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธทั่วภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันมาตลอดว่า พวกเขาไม่ได้มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และถึงแม้ว่าทั้งฝ่ายอิหร่านกับสหรัฐฯ ต่างแสดงความพร้อมที่จะรื้อฟื้นการทูตเกี่ยวกับข้อพิพาทนิวเคลียร์อันยาวนานนี้ แต่นายอารักชีก็ยืนกรานปฏิเสธที่จะขยายขอบเขตการเจรจาออกไปยังเรื่องอื่นๆ

“การหารือใดๆ จำเป็นต้องงดเว้นจากการขู่เข็ญและความกดดัน (เตหะราน) จะหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น… เราจะไม่หารือประเด็นอื่นใดกับสหรัฐฯ” นายอารักชีกล่าว

ฝ่ายอิหร่านระบุด้วยว่า พวกเขาต้องการให้สิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมของประเทศ ได้รับการยอมรับ และว่าหากพวกเขานำเรื่องโครงการขีปนาวุธเข้าสู่โต๊ะเจรจา มันอาจทำให้อิหร่านตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการโจมตีของอิสราเอลได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

WHO เผย ไวรัสนิปาห์คร่า 1 ศพ ในบังกลาเทศ

WHO เผย ไวรัสนิปาห์คร่า 1 ศพ ในบังกลาเทศ

8 ก.พ. 2569 01:50 น.

WHO เผย ไวรัสนิปาห์คร่า 1 ศพ ในบังกลาเทศ

บังกลาเทศพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 1 ศพ โดยเธอไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ ขณะที่ WHO ยืนยันว่า ความเสี่ยงระบาดยังคงต่ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลกเปิดเผยในวันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมาว่า หญิงรายหนึ่งในพื้นที่ทางตอนเหนือของบังกลาเทศ เสียชีวิตหลังจากติดเชื้อไวรัส “นิปาห์” (Nipah) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ข่าวการเสียชีวิตของหญิงรายนี้ เกิดขึ้นตามหลังการพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 2 รายในประเทศอินเดียซึ่งอยู่ติดกับบังกลาเทศ จุดกระแสความกังวลเรื่องการระบาด ส่งผลให้สนามบินหลายแห่งในทวีปเอเชียต้องเพิ่มมาตรการคัดกรอง

WHO ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยในบังกลาเทศรายนี้มีอายุระหว่าง 40 ถึง 50 ปี เริ่มแสดงอาการที่สอดคล้องกับไวรัสนิปาห์เมื่อวันที่ 21 มกราคม ได้แก่ ไข้สูงและปวดศีรษะ ตามมาด้วยอาการน้ำลายไหลมาก สับสนมึนงง และชัก

เธอเสียชีวิตในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา และ 1 วันหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าเธอติดเชื้อไวรัสนิปาห์

WHO ระบุว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้ไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ โดยบุคคลจำนวน 35 รายที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเฝ้าระวัง และมีผลตรวจหาเชื้อเป็นลบทุกคน และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม

อนึ่ง นิปาห์เป็นไวรัสที่แพร่กระจายผ่านผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนจากค้างคาวที่ติดเชื้อเป็นหลัก เช่น ผลไม้ โดยเชื้อนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้สูงถึง 75% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด แต่ไม่ได้แพร่กระจายระหว่างคนสู่คนได้ง่ายดายนัก

บังกลาเทศมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์เกือบทุกปี โดยในปี 2568 พบผู้เสียชีวิตถึง 4 ศพ ส่วนหญิงที่เสียชีวิตรายล่าสุดมีประวัติเคยดื่มน้ำหวานสดจากต้นอินทผลัม แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากค้างคาวแม่ไก่ แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเธอติดเชื้อเพราะสาเหตุนี้หรือไม่

หลายประเทศรวมถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และปากีสถาน ได้เริ่มมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิที่สนามบิน หลังจากอินเดียรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ในรัฐเบงกอลตะวันตก

อย่างไรก็ตาม WHO ยืนยันว่า ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคในระดับนานาชาติยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ และไม่ได้แนะนำให้มีการจำกัดการเดินทางหรือการค้าใดๆ โดยอิงจากข้อมูลในปัจจุบัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้นำยูเครนเผย สหรัฐฯ ต้องการให้สงคราม จบภายในเดือนมิถุนายน

ผู้นำยูเครนเผย สหรัฐฯ ต้องการให้สงคราม จบภายในเดือนมิถุนายน

8 ก.พ. 2569 00:37 น.

ผู้นำยูเครนเผย สหรัฐฯ ต้องการให้สงคราม จบภายในเดือนมิถุนายน

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เผยว่า สหรัฐฯ ต้องการให้สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียจบลงภายในเดือนมิถุนายน โดยมีการเชิญทีมเจรจาของสองฝ่ายไปหารือกันที่สหรัฐฯ ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. 2569 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการให้สงครามกับรัสเซียยุติลงภายในเดือนมิถุนายน พร้อมเสริมว่าทั้งสองฝ่ายได้รับเชิญให้ไปเจรจาที่สหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า

“อเมริกาเสนอเป็นครั้งแรกให้ทีมเจรจาทั้งสองฝ่าย คือยูเครนและรัสเซีย มาพบกันที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะเป็นที่ไมอามี ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เรายืนยันการเข้าร่วมของเราแล้ว” เซเลนสกีบอกกับผู้สื่อข่าว

ฝ่ายสหรัฐฯ กับรัสเซียยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อคำพูดของนายเซเลนสกี ขณะที่กองทัพมอสโกยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดไฟดับเป็นวงกว้างท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของยูเครน, รัสเซีย และสหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมไตรภาคีรอบ 2 ที่กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญใดๆ

เซเลนสกีเล่าเกี่ยวกับการประชุมดังกล่าวให้ผู้สื่อข่าวฝังในวันเสาร์ว่า ประเด็นยากลำบากหลายอย่างยังคงเป็นเรื่องยากเหมือนเดิม รวมถึงการยอมเสียสละดินแดนที่ยูเครนกำลังถูกกดดันให้ทำ

ผู้นำยูเครนกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเป็นครั้งแรกถึงความเป็นไปได้ในการประชุมสามฝ่ายระหว่างผู้นำ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวแทนเหมือนที่ผ่านมา แต่เตือนด้วยว่า จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่ององค์ประกอบต่างๆ สำหรับเรื่องนี้

เมื่อถูกถามว่ามีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับข้อตกลงหรือไม่ เซเลนสกีตอบว่า “ฝ่ายอเมริกันบอกว่าพวกเขาต้องการทำทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน”

“ทำไมต้องก่อนฤดูร้อนนี้น่ะหรือ? เราเข้าใจว่า ประเด็นภายในประเทศของสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบ” นายเซเลนสกีกล่าว “ประเด็นเหล่านี้รวมถึง การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในรัฐบาลสหรัฐฯ ได้”

อีกด้านหนึ่ง การโจมตีของรัสเซียในยูเครนยังคงดำเนินต่อไป โดยนายเดนิส ชมีฮาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของยูเครน ระบุว่า สถานีไฟฟ้าย่อย ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟฟ้า และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของรัสเซีย

เซเลนสกีเผยว่า การโจมตีของรัสเซียเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการใช้โดรนกว่า 400 ลำ และขีปนาวุธอีก 40 ลูก ซึ่งกองทัพยูเครนสามารถสกัดกั้นส่วนใหญ่ได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

บ.คริปโตเกาหลีพลาด แจกบิตคอยน์ 6.2 แสนเหรียญ ให้ลูกค้านับร้อยราย

บ.คริปโตเกาหลีพลาด แจกบิตคอยน์ 6.2 แสนเหรียญ ให้ลูกค้านับร้อยราย

7 ก.พ. 2569 22:50 น.

บ.คริปโตเกาหลีพลาด แจกบิตคอยน์ 6.2 แสนเหรียญ ให้ลูกค้านับร้อยราย

แพลตฟอร์มซื้อขายเงินคริปโตของเกาหลีใต้แจกรางวัลผิด เผลอส่งบิตคอยน์จำนวนรวมกว่า 6.2 แสนเหรียญ มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ลูกค้าหลายร้อยรายโดยไม่ตั้งใจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท บิตธัมบ์ (Bithumb) ศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตรายใหญ่ของเกาหลีใต้ เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. 2569 ว่า พวกเขาได้มอบเงินบิตคอยน์มูลค่ารวมกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.26 ล้านล้านบาท) ให้แก่ลูกค้าหลายร้อยรายโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเทขายอย่างหนักบนศูนย์ซื้อขายแห่งนี้

รายงานข่าวระบุว่า บิตธัมบ์ วางแผนที่จะแจกรางวัลเป็นเงินสดจำนวนเล็กน้อยประมาณ 2,000 วอน (ราว 43 บาท) หรือมากกว่านั้น ให้กับผู้ใช้งานแต่ละรายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมการขาย แต่ผู้โชคดีกลับได้รับบิตคอยน์รายละประมาณ 2,000 เหรียญบิตคอยน์แทน

หลังเกิดเหตุ บิตธัมบ์ ออกมาขอโทษต่อกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า ระงับการซื้อขายและการถอนเงินของลูกค้า 695 รายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ได้ภายใน 35 นาทีหลังเกิดเหตุ และตอนนี้สามารถเรียกคืนบิตคอยน์จำนวน 620,000 เหรียญที่แจก กลับคืนมาได้แล้ว 99.7%

“เราขอชี้แจงให้ทราบว่าเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการแฮกจากภายนอกหรือการละเมิดความปลอดภัย และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบหรือการจัดการสินทรัพย์ของลูกค้า” บิตธัมบ์ยืนยันในแถลงการณ์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์แก้ตัวพัลวัน โพสต์คลิปเหยียดโอบามา ยืนยันไม่ขอโทษ

ทรัมป์แก้ตัวพัลวัน โพสต์คลิปเหยียดโอบามา ยืนยันไม่ขอโทษ

7 ก.พ. 2569 21:48 น.

ทรัมป์แก้ตัวพัลวัน โพสต์คลิปเหยียดโอบามา ยืนยันไม่ขอโทษ

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันไม่ขอโทษ กรณีที่มีคลิปวิดีโอเหยียดเชื้อชาติสามีภรรยาโอบามา ถูกโพสต์ลงบนบัญชี Truth Social ของเขา อ้างดูไม่จบ และโทษเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนโพสต์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันไม่ขอโทษ หลังจากมีคลิปวิดีโอเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งแสดงภาพบารัค และมิเชล โอบามา เป็นลิง ถูกเผยแพร่ผ่านบัญชีผู้ใช้ Truth Social ของเขา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ก.พ. 2569) โดยนายทรัมป์บอกว่า เขาไม่เห็นภาพช่วงที่มีการเหยียด

คลิปวิดีโอดังกล่าวมีความยาว 62 วินาที และมีเพลง The Lion Sleeps Tonight ประกอบ มีเนื้อหาอ้างเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2563 และมีภาพสมาชิกพรรคเดโมแครตคนอื่นๆ ในรูปลักษณ์เป็นสัตว์ ก่อนที่ภาพของสามีภรรยาโอบามาจะปรากฏในช่วงท้ายของคลิป

วิดีโอดังกล่าวถูกลบในเวลาต่อมา หลังจากเรียกเสียงประณามจากทุกสารทิศ ทั้งฝ่ายพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันของนายทรัมป์เอง

ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ถูกนักข่าวถามว่า เขาจะขอโทษต่อกรณีที่เกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า “ไม่ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด” และเสริมว่า เขาเห็นแค่ช่วงต้นของวิดีโอก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเป็นคนโพสต์ และไม่รู้ว่ามันมีภาพเหยียดเชื้อชาติครอบครัวโอบามาอยู่ในนั้น

ทั้งนี้ ในตอนแรกทำเนียบขาวสหรัฐฯ พยายามแก้ตัวกรณีคลิปดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นวิดีโอ “มีม” บนอินเทอร์เน็ต หยุดแสดง “ความโกรธปลอมๆ” ได้แล้ว

แต่หลังจากเกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง ซึ่งรวมถึงจากวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคน คลิปดังกล่าวจึงถูกลบออกจากบัญชี Truth Social ของทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวก็ออกมากล่าวโทษ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งว่าโพสต์คลิปดังกล่าวเพราะความผิดพลาด

หนึ่งสมาชิกพรรครีพับลิกันที่ออกมาประณามการโพสต์คลิปดังกล่าวคือนาย ทิม สกอตต์ ซึ่งเป็นวุฒิสมาชิกผิวสี โดยเขาระบุว่า “นี่เป็นการเหยียดเชื้อชาติที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวชุดนี้”

อนึ่ง วิดีโอดังกล่าวเป็นหนึ่งในวิดีโอหลายสิบคลิปที่ถูกโพสต์ลงในบัญชี Truth Social ของทรัมป์ในช่วงข้ามคืน

“ผมดูสิ่งต่าง ๆ เป็นพัน ๆ อย่าง” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันศุกร์ โดยเสริมว่าหลังจากดูวิดีโอเพียงบางส่วน จากนั้นเขาก็ส่งมันให้คนที่ตามปกติแล้ว ดูคลิปทั้งหมดก่อนโพสต์

ทรัมป์บอกอีกว่า เขาชอบเนื้อหาของวิดีโอส่วนที่พูดถึงเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง ก่อนจะกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ของเขาดูจนจบ “พวกเขาคงมีสามัญสำนึกที่จะลบมันออก” และอ้างว่า “เราลบมันทันทีที่เรารู้เรื่อง”

ด้านนาย เดอร์ริก จอห์นสัน ประธานสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของคนผิวสีแห่งชาติ หรือ NAACP เรียกว่าวิดีโอนี้ว่า “น่ารังเกียจและน่าเหยียดหยามอย่างยิ่ง” และกล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากคดีเอปสไตน์ และ “เศรษฐกิจที่กำลังล้มเหลวอย่างรวดเร็ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

“อนุทิน” ลุยหาเสียงกับพี่น้องมุสลิมบางกะปิ ช่วย “โอ๋ ฐิติภัสร์” ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม

“อนุทิน” ลุยหาเสียงกับพี่น้องมุสลิมบางกะปิ ช่วย “โอ๋ ฐิติภัสร์” ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม

7 ก.พ. 2569 13:56 น.

“อนุทิน” ลุยหาเสียงกับพี่น้องมุสลิมบางกะปิ ช่วย “โอ๋ ฐิติภัสร์” ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม

“อนุทิน” ควง “สีหศักดิ์-ซาบีดา-วราวุธ” พบพี่น้องมุสลิมบางกะปิ วอนเลือก “โอ๋ ฐิติภัสร์” ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม-ช่วยเหลือแสวงบุญเต็มที่ รับปากปมชายแดน ไม่ยอมเสียเปรียบ

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มัสยิดยามิอุ้ลมุตตากีน เขตบางกะปิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 14 พร้อมพบปะพูดคุยกับพี่น้องมุสลิม

นายอนุทิน กล่าวทักทาย ว่า “ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกท่าน” วันนี้พวกตนได้มาที่มัสยิดแห่งนี้ ดีใจที่ได้มาพบพี่น้องชาวมุสลิมที่มีน้ำใจและบุญคุณกับพรรค พรรคภูมิใจไทยรู้สึกถึงความสำคัญของคนทุกเชื้อชาติ ศาสนา และโชคดีที่ได้ครอบครัวของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ มี น.ส.ซาบีดา มาช่วยเป็นกำลังหลักรับใช้บ้านเมือง เมื่อตนลงพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ ได้รับการต้อนรับที่อุ่นใจตลอด วันนี้มี น.ส.ซาบีดา ซึ่งเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะเชื่อมความสัมพันธ์แม้จะต่างชาติต่างศาสนา และเชื่อว่าจะทำให้มีแต่คนไทยรักกันไม่ว่าศาสนาใด ส่วนตนแม้จะเป็นชาวพุทธ แต่ขอให้มั่นใจว่าการทำงานของตนจะไม่มีคำว่าพี่น้องมุสลิม พุทธ คาทอลิก หรือศาสนาใด เพราะทำงานให้กับคนไทยทุกคน ทุกศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็เคารพ และได้กำชับ น.ส.ซาบีดา ให้ทำงานทุกอย่าง เพื่อให้พี่น้องชาวมุสลิมได้ไปแสวงบุญได้เต็มที่และเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด หากมีเรื่องใดที่ยังตกค้าง ก็ให้เดินหน้าต่อไปให้ดูแลพี่น้องมุสลิมที่ จ.สงขลา และ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ ด้วยเช่นกัน

“วันนี้มาขอการสนับสนุนจากพี่น้องมุสลิมทุกคนให้ช่วยเลือก โอ๋ ฐิติภัสร์ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ขยันขันแข็งให้ได้เข้าไปทำงาน ขอให้เลือกพรรคที่ทำงานและผู้แทนที่เข้มแข็ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพูดคุย ประชาชนฝากนายกฯ ดูเรื่องชายแดน เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค และราคาพลังงาน และอย่าเปิดด่าน โดยนายอนุทิน กล่าวกับประชาชนว่า เราดูแลเรื่องทหารเรื่องชายแดนอยู่แล้ว จะไม่ทำอะไรที่เป็นการฝืนความรู้สึกประชาชนเด็ดขาด จะไม่ให้ประเทศไทยเสียเปรียบ แต่วันนี้เป็นนายกฯไปพูดอะไรจะถูกแปลไปว่าไม่มีความสำนึกทางการทูต ขอรับรองว่าจะไม่ทำอะไรในสิ่งที่พี่น้องคนไทยไม่ปรารถนาเด็ดขาด ไม่ให้ใครมาเอาประโยชน์ง่ายๆอย่างเมื่อก่อน ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน ส่วนเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค ก็ทำตั้งแต่สมัยที่ตนเป็น รมว.สาธารณสุข และจะยกระดับขึ้นไปมากกว่านี้ จะดูเรื่องการรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมโรคต่างๆ และเรื่องค่าครองชีพทั้งน้ำมัน ไฟฟ้า จะลดราคาลงและจะส่งเสริมให้ชุมชนในการจำหน่ายโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น

ด้าน น.ส.ซาบีดาให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางมาช่วย น.ส.ฐิติภัสร์ หาเสียงกับกลุ่มเพื่อนหญิงพลังหญิงตั้งเป้าไว้อย่างไร ว่า เท่าที่ลงมาในพื้นที่เขตนี้เรียกพี่โอ๋ทั้งซอย ไม่ใช่สุดซอย หลายคนบอกว่าเลือกอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าเสียงตอบรับดีมากและกระแสพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ดีมาก

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า อยากฝากประชาชนชาวกรุงเทพฯ ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยและ สส.เขต ของพรรค เพราะพรรคเราพูดแล้วทำ และที่สำคัญเราเป็นคนทำเป็น มีประสบการณ์ และตั้งใจทำงาน เข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี จึงอยากฝากขอคะแนนให้พวกเราได้มาเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนทำหน้าที่แทนท่าน เราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน พร้อมระบุว่าความจริงไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็แล้วแต่ เราก็เป็นพรรคที่รักประชาธิปไตยเช่นกันและที่สำคัญพรรคภูมิใจไทยมีเจตนารมณ์ที่จะเข้ามาดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกด้านทุกวัยทุกสาขาอาชีพ เพราะทุกคนถือเป็นส่วนสำคัญของสังคมนี้ ที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมองข้ามและไม่เคยละเลย ดังนั้นจึงขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยรวมพลังสร้างปรากฏการณ์สีน้ำเงินในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เราจะทำงานเต็มที่เพื่อให้ประเทศไทยได้ไปต่อ

ด้าน น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ส่วนตัวมีความตั้งใจในการอาสามาทำหน้าที่เป็นผู้แทนให้กับประชาชนในเขตบางกะปิ วังทองหลาง เนื่องจากตนเกิดและเติบโตอยู่ในเขตพื้นที่อยู่แล้ว ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะเห็นถึงความตั้งใจและนโยบายดีๆของพรรคภูมิใจไทย ที่มีมาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อพิจารณา ไม่ว่าจะเรื่องผู้บริหารมืออาชีพ รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่เรามี รวมถึง น.ส.ซาบีดา ที่จะมาเป็นตัวแทนพี่น้องชาวมุสลิม ที่จะมาทำหน้าที่ฝ่ายบริหารของรัฐบาล

ลุยตลาดสายไหม ช่วย “เอกภพ” บอกแม่ค้า “ไม่ต้องเก็บป้ายคนละครึ่ง เดี๋ยวมาอีก” 

จากนั้นเมื่อเวลา 12.00 น. นายอนุทิน ลุยหาเสียงต่อเขตสายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัคร สส.เขต 11  โดยมาเดินตลาดเอซี สายไหม พบปะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาด โดยหลายคนเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมกับให้กำลังใจ บางช่วงบางตอนได้หันไปเห็นป้ายคนละครึ่ง ตามร้านค้า นายอนุทิน ได้บอกว่า “อย่าเพิ่งเก็บป้ายนะ เดี๋ยวมาอีก” ยืนยัน หากได้เป็นรัฐบาลจะสานต่อโครงการนี้แน่นอน

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้เข้ามาในโซนของอาหารสด แวะดูวัตถุดิบ ถามถึงการค้าการขาย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมกับบอกว่าจะเลือกเบอร์ 37 แน่นอน ก่อนจะขึ้นรถไปพบปะประชาชนต่อ

ทั้งนี้ จังหวะที่นายอนุทิน ขึ้นรถแห่และเตรียมตัวจะเดินทางออกจากตลาดเอซี หันรถออก ขบวนคาราวานรถแห่ของพรรคประชาชน ที่มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เลี้ยวเข้ามาในตลาดพอดี คาดกันเพียงนิดเดียว ทำให้ผู้นำทั้ง 2 พรรคไม่ได้เจอกัน ก่อนที่เวลา 13.20 น. นายอนุทิน ขึ้นรถแห่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเอื้ออาทร ถนนเพิ่มสิน เพื่อพบปะประชาชน ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับ

เลือกตั้ง 2569 กี่โมง บัตรเลือกตั้ง 3 ใบ ต้องกาอย่างไร ปากกาต้องเอาไปเองไหม

เลือกตั้ง 2569 กี่โมง บัตรเลือกตั้ง 3 ใบ ต้องกาอย่างไร ปากกาต้องเอาไปเองไหม

7 ก.พ. 2569 13:55 น.

เลือกตั้ง 2569 กี่โมง บัตรเลือกตั้ง 3 ใบ ต้องกาอย่างไร ปากกาต้องเอาไปเองไหม

เลือกตั้ง 2569 : บัตรเลือกตั้ง 3 ใบมีอะไรบ้าง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องรู้ พรุ่งนี้ได้บัตร 3 ใบ เพื่อกา สส.เขต-สส.บัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชามติ พร้อมไขคำตอบต้องเตรียมอะไรไปบ้างก่อนเข้าคูหา ปากกาต้องเอาไปเองไหม

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกมารณรงค์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อย่าลืมออกมาใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะ 1 เสียงของท่านมีความหมาย สามารถใช้เปลี่ยนประเทศได้ โดยในวันดังกล่าว นอกจากจะลงคะแนนให้ สส.เขต และบัญชีรายชื่อแล้ว ยังต้องเข้าคูหาเพื่อไปออกเสียงประชามติด้วย

วิธีเลือกตั้ง 2569 บัตรเลือกตั้ง 3 ใบมีอะไรบ้าง

1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต (บัตรเลือกตั้งสีเขียว)

  • เป้าหมาย: เลือก “คนที่ชอบ” ให้เป็น สส. ประจำเขตของคุณ
  • ลักษณะบัตร: จะมีหมายเลขผู้สมัคร และช่องกากบาท (มักจะไม่มีชื่อและโลโก้พรรคในใบนี้)
  • วิธีกา: กากบาท (X) ในช่องหมายเลขของผู้สมัครที่คุณต้องการได้เพียงหมายเลขเดียว

2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรเลือกตั้งสีชมพู)

  • เป้าหมาย: เลือก “พรรคที่ใช่” เพื่อไปคำนวณจำนวน สส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคนั้นๆ
  • ลักษณะบัตร: จะมีหมายเลขพรรค โลโก้พรรค และชื่อพรรคการเมือง ชัดเจน
  • วิธีกา: กากบาท (X) ในช่องของพรรคการเมืองที่คุณต้องการได้เพียงพรรคเดียว

3. บัตรออกเสียงประชามติ (บัตรเลือกตั้งสีเหลือง)

  • เป้าหมาย: เปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
  • ลักษณะบัตร: มีช่องสี่เหลี่ยมเพียง 3 ช่อง กับคำถาม “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
  • วิธีกา: กากบาท (X) ในช่องเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือไม่แสดงความเห็น เพียงช่องเดียว

ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2569

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องตรวจสอบสิทธิก่อนเข้าคูหา โดยสามารถกรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ได้ 2 ช่องทาง ดังนี้

1. ตรวจสอบสิทธิการเลือกตั้ง สส. ได้ที่เว็บไซต์กรมการปกครอง คลิกที่นี่

2. ตรวจสอบสิทธิการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์กรมการปกครอง คลิกที่นี่

หลักฐานที่ใช้แสดงตนในการเลือกตั้ง

  • บัตรประจำตัวประชาชน: ใช้ได้ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ และที่หมดอายุแล้ว
  • เอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้: เช่น ใบขับขี่, หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เอกสารเหล่านี้ต้องยังไม่หมดอายุเท่านั้น ถึงจะใช้ได้ครับ
  • หลักฐานดิจิทัล: สามารถแสดงผ่านแอปพลิเคชันของรัฐได้ เช่น ThaID (บัตรประชาชนดิจิทัล) หรือ DLT QR LICENCE (ใบขับขี่ดิจิทัล)

เลือกตั้งต้องเอาปากกาไปเองไหม

อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องเตรียมปากกาไปเอง เพราะในคูหาเลือกตั้งจะมีปากกาลูกลื่นจัดเตรียมไว้ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนอยู่แล้ว แต่ถ้าหากมีความกังวลเรื่องสุขอนามัย หรืออยากใช้ของตัวเองเพื่อให้มั่นใจ ต้องเป็นปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินเท่านั้น ห้ามใช้ปากกาสีอื่น (เช่น แดง หรือดำ) และไม่ควรใช้ปากกาเจลที่หมึกอาจจะเยิ้มหรือทะลุไปด้านหลัง จนทำให้บัตรกลายเป็นบัตรเสียได้

เปิด-ปิดหีบเลือกตั้งกี่โมง

ทั้งนี้ เวลาเปิด-ปิดหีบ จะเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. พร้อมขอเตือนประชาชนที่ไปใช้สิทธิ ห้ามฉีกบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมาย และห้ามแสดงสัญลักษณ์อื่นนอกเหนือจาก กากบาท ในช่องหมายเลขเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นบัตรเสีย

บทความและข่าว “เลือกตั้ง 2569”

เจรจายังไม่จบ ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ขู่ขึ้นภาษีประเทศที่ยังค้าขายกับอิหร่าน

เจรจายังไม่จบ ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ขู่ขึ้นภาษีประเทศที่ยังค้าขายกับอิหร่าน

7 ก.พ. 2569 11:24 น.

เจรจายังไม่จบ ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ขู่ขึ้นภาษีประเทศที่ยังค้าขายกับอิหร่าน

ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เปิดทางให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่าน กระทบต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจอิหร่านไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เปิดทางให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งแม้คำสั่งดังกล่าวจะยังไม่ระบุอัตราภาษีที่แน่ชัด แต่ได้ยกตัวอย่างอัตรา 25% และระบุว่า จะบังคับใช้กับสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ จากประเทศใดก็ตามที่ ซื้อ นำเข้า หรือได้มาซึ่งสินค้าและบริการจากอิหร่าน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ทรัมป์ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคำสั่งนี้โดยตรง แต่ระหว่างให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เมื่อคืนวันศุกร์ เขาย้ำจุดยืนเดิมว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

คำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังเจรจากันที่ประเทศโอมาน หลังจากทั้งสองฝ่ายใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวใส่กันต่อเนื่องหลายสัปดาห์

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ว่าจะเก็บภาษี 25% กับประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่านมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 12 มกราคม เขาโพสต์บน Truth Social ระบุว่า

“ประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน จะต้องถูกเก็บภาษี 25% สำหรับธุรกิจทั้งหมดที่ทำกับสหรัฐอเมริกา มีผลทันที”

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นยังไม่มีรายละเอียดว่ามาตรการดังกล่าวจะถูกบังคับใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร

ทำเนียบขาวแถลงว่า คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับล่าสุดนี้ เป็นการตอกย้ำว่า สหรัฐฯ ยังคงประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน และระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีสามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนมาตรการได้ หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการจากฝ่ายอิหร่าน

การเจรจาที่โอมานซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ ถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์หลัก 3 แห่งของอิหร่าน

คณะผู้แทนอิหร่านนำโดย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ มี สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์เข้าร่วม

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนแอร์ฟอร์ซวันว่า การเจรจาเป็นไปด้วยดี และมองว่าอิหร่าน “ต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก” พร้อมเตือนว่า “หากพวกเขาไม่ยอมทำข้อตกลง ผลที่ตามมาจะรุนแรงมาก” คาดว่าจะมีการเจรจาอีกครั้งในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน บัดร์ อัลบูไซดี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง ระบุว่า การพูดคุยครั้งนี้เป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจมุมมองของทั้งสองฝ่าย และช่วยระบุแนวทางที่อาจนำไปสู่ความคืบหน้าได้

ขณะที่อารักชีโพสต์บน X ระบุว่า การเจรจาเป็นการเริ่มต้นที่ดี และบรรยากาศโดยรวมเป็นไปในเชิงบวก โดยขณะนี้คณะเจรจาได้เดินทางกลับประเทศของตนเพื่อหารือภายในแล้ว.

ที่มา BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สหรัฐอิหร่าน

รอยเตอร์เปิดโปงฐานสแกมเมอร์ร้างในกัมพูชา พบจัดฉากเหมือนธนาคารและโรงพัก

รอยเตอร์เปิดโปงฐานสแกมเมอร์ร้างในกัมพูชา พบจัดฉากเหมือนธนาคารและโรงพัก

7 ก.พ. 2569 08:39 น.

รอยเตอร์เปิดโปงฐานสแกมเมอร์ร้างในกัมพูชา พบจัดฉากเหมือนธนาคารและโรงพัก

ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส ลงพื้นที่สำรวจฐานสแกมเมอร์ร้างในกัมพูชา พบเอกสารจำนวนมาก แถมพบว่ามีการจัดฉากเหมือนธนาคาร และสถานีตำรวจเพื่อเอาไว้หลอกเหยื่อ สร้างความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์สมีการเผยภาพถ่ายจำนวนมาก ของฐานสแกมเมอร์ที่ถูกทิ้งร้างในกัมพูชา โดยภายในอาคารมีสภาพถูกทิ้งร้างอย่างเร่งรีบ โต๊ะทำงานเต็มไปด้วยเอกสารกระจัดกระจาย มีห้องหลายห้องถูกจัดฉากให้เหมือน สำนักงานตำรวจของสิงคโปร์และออสเตรเลีย รวมถึงห้องที่จำลองเป็นธนาคารในเวียดนาม

ในกองเอกสารเหล่านั้น มีข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อจำนวนมาก ตั้งแต่ชายชาวญี่ปุ่นวัย 73 ปี พร้อมเบอร์โทรศัพท์และยอดเงินในบัญชี ไปจนถึงหญิงชาวอเมริกันที่เปิดเผยว่าเคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว นอกจากนี้ยังพบ สคริปต์หลอกลวงแบบ Romance Scam และบทพูดสำหรับ สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

รอยเตอร์สระบุว่า กลุ่มอาคารร้างแห่งนี้ชื่อ Royal Hill ตั้งอยู่ใกล้เมืองโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตาว่าเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมค้ามนุษย์และสแกมออนไลน์ โดยสื่อรายนี้เป็นสำนักข่าวต่างชาติรายแรกที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารบางส่วนได้

หนึ่งในเอกสารถูกยืนยัน โดยการติดต่อไปยังชายชาวญี่ปุ่นที่มีชื่ออยู่ในแฟ้มข้อมูล เขาเล่าว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้รับโทรศัพท์จากผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ขู่ว่าจะตัดไฟ หากไม่ให้ข้อมูลธนาคาร

แม้เขาจะไม่โอนเงิน แต่ก็เผลอเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหลายอย่าง แล้วมานึกทีหลังว่ามันเป็นความผิดพลาด

ทั้งนี้ รอยเตอร์สไม่สามารถยืนยันได้ว่า ใครเป็นผู้ควบคุมกลุ่มอาคาร Royal Hill ตัวจริง เนื่องจากข้อมูลกรรมสิทธิ์ที่ดินในกัมพูชาเข้าถึงได้ยาก

อย่างไรก็ตาม เอกสารภาษาจีนที่พบในพื้นที่ ระบุว่า ผู้บริหารที่ไม่เปิดเผยตัวตนได้ปล่อยเช่าพื้นที่ให้กลุ่มสแกมหลายกลุ่ม โดยมีชื่อบุคคลหนึ่งชื่อ “จาง” ระบุเป็นผู้เช่า แต่เขาไม่ตอบรับการติดต่อจากสื่อ

รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ระบุว่า อาคารดังกล่าวเป็นโรงแรม และกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเข้ายึดพื้นที่ด้วยกำลัง ขณะที่โฆษกกระทรวงมหาดไทยย้ำว่า รัฐบาลมีความตั้งใจ ปราบปรามศูนย์สแกม และตั้งเป้ากำจัดอาชญากรรมไซเบอร์ภายในเดือนเมษายน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมโกงออนไลน์ระดับโลก โดยเฉพาะในกัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ และพื้นที่ไร้กฎหมายตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ศูนย์เหล่านี้มักถูกควบคุมโดย เครือข่ายอาชญากรรมชาวจีน และใช้แรงงานที่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ทำงานในสภาพโหดร้าย

สหรัฐฯ ประเมินว่า ในปี 2024 ชาวอเมริกันสูญเงินจากสแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

การโจมตีทางอากาศของไทยในเดือนธันวาคม ซึ่งกองทัพไทยอ้างว่า ศูนย์เหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานปล่อยโดรน รวมถึงการกวาดล้างของรัฐบาลกัมพูชา ทำให้มีผู้คนกว่า 100,000 คน อพยพออกจากศูนย์ปฏิบัติการสแกมทั่วประเทศ

รอยเตอร์สยังเปิดเผยเอกสารอีกชุดหนึ่งที่พบในพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นโซนผู้บริหาร เผยให้เห็นมาตรการควบคุมเข้มงวด เช่น มีการฝึกซ้อมปราบจลาจลและแผนฉุกเฉินแบบทหาร มีคำสั่งห้ามคนภายนอกเข้าใกล้ คำสั่งห้ามเรียกบริการส่งอาหาร และบังคับให้ใช้พฤติกรรมสุภาพ และห้ามทำกิจกรรมที่ระบุว่าผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ยังพบเอกสารการเงินที่ระบุว่า ผู้บริหารเรียกเก็บค่าเช่าจากกลุ่มสแกม หลายพันดอลลาร์ต่อเดือน และบางกลุ่มค้างค่าเช่า

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลกระเป๋าเงินคริปโต ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนระบุว่า เชื่อมโยงกับบริการเสี่ยงสูง เช่น การพนันและการแปลงเงินสด

บันทึกในสมุดเล่มหนึ่งลงวันที่ตุลาคม 2025 ระบุว่า วันนั้นคนโทรศัพท์หลอกเหยื่อ โดนด่ากลับมาอย่างเดียว และเจอแต่คนรู้ทัน.

ที่มา : รอยเตอร์ส

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สแกมเมอร์

กัมพูชาฟ้องโลก พาสื่อต่างชาติสำรวจความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างโดนทหารไทยถล่ม

กัมพูชาฟ้องโลก พาสื่อต่างชาติสำรวจความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างโดนทหารไทยถล่ม

7 ก.พ. 2569 08:03 น.

กัมพูชาฟ้องโลก พาสื่อต่างชาติสำรวจความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างโดนทหารไทยถล่ม

กัมพูชาฟ้องสื่อต่างชาติ ชี้ความเสียหายปราสาทพระวิหาร หลังเหตุปะทะชายแดน อ้างร่องรอยกระสุน-ระเบิด เป็นของทหารไทยที่ต้องการถล่มโบราณสถานโลก

กัมพูชาพาสำนักข่าว AFP ของฝรั่งเศส ลงพื้นที่เพื่อดูความเสียหายของ ปราสาทพระวิหาร แหล่งมรดกโลกของยูเนสโก หลังเกิดการปะทะทางทหารกับประเทศไทยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าโบราณสถานอายุกว่าพันปีเต็มไปด้วยร่องรอยสะเก็ดระเบิดและการยิงปืนใหญ่ หลังกองทัพไทยเป็นฝ่ายใช้อาวุธหนักโจมตีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

โดยสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) เป็นสื่อมวลชนต่างชาติรายแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่ปราสาทพระวิหาร นับตั้งแต่การสู้รบสิ้นสุดลง และพบชิ้นส่วนหินทรายแตกกระจายทั่วบริเวณ ตัวอาคารหินทรายซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 เต็มไปด้วยรอยกระสุนและสะเก็ดระเบิดใหม่

ปราสาทพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูง มองเห็นที่ราบตอนเหนือของกัมพูชา และถือเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมขอม กลับกลายเป็นสมรภูมิ หลังข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานาน ปะทุเป็นการสู้รบเต็มรูปแบบเมื่อปีที่ผ่านมา มีการใช้เครื่องบินรบ ปืนใหญ่ รถถัง และกำลังภาคพื้นดิน

การปะทะดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน และประชาชนมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องอพยพ ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะตกลงหยุดยิงในเดือนธันวาคม

เอ ดาริธ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และโบราณคดีแห่งองค์การปราสาทพระวิหาร ที่นำสื่อเข้าพื้นที่ระบุว่า ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศของกองทัพไทย เขาระบุว่า เฉพาะการสู้รบในเดือนธันวาคม ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของปราสาทเสียหายถึง 420 จุด และก่อนหน้านั้น ในเหตุปะทะเดือนกรกฎาคม มีความเสียหายเพิ่มเติมอีก 142 จุด

โดยกัมพูชาจะหารือกับองค์การยูเนสโก เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณะ ซึ่งต้องใช้เวลานาน และใช้งบประมาณมหาศาล หลังจากที่ยูเนสโกเคยเปิดเผยเมื่อเดือนมกราคมว่า จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินความเสียหาย หลังได้รับคำร้องจากรัฐบาลกัมพูชา

ปราสาทพระวิหาร ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2008 เป็นจุดขัดแย้งหลักมาโดยตลอด โดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทในปี 1962 และเหนือพื้นที่โดยรอบในปี 2013 แต่ฝ่ายไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาล

พื้นที่ใกล้ปราสาทเคยเกิดการปะทะกันมาแล้วในปี 2008 และความรุนแรงเป็นระยะในช่วงหลายปีถัดมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน

ด้านเหม ซินาท รองผู้อำนวยการองค์การปราสาทพระวิหาร ระบุว่า ความเสียหายบางส่วนไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกแล้ว และอาจต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อแสดงร่องรอยความเสียหายจากการยิงโจมตีจากฝั่งไทย

ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยเคยระบุว่ากัมพูชา ใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานที่มั่นทางทหาร ทำให้สูญเสียสถานะพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ตำรวจกัมพูชาที่ประจำการอยู่ปราสาทพระวิหารกล่าวโทษว่าไทยเป็นฝ่ายยิงถล่มอย่างหนักจนเกิดความเสียหายทั่วทั้งพื้นที่ และยังอ้างว่าไทยต้องการทำลายปราสาทด้วย.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไทยกัมพูชา