ออสเตรเลียผวา ธนบัตรปลอมระบาดหนักตามร้านค้าในควีนส์แลนด์

ออสเตรเลียผวา ธนบัตรปลอมระบาดหนักตามร้านค้าในควีนส์แลนด์

16 ม.ค. 2569 09:42 น.

ออสเตรเลียผวา ธนบัตรปลอมระบาดหนักตามร้านค้าในควีนส์แลนด์

ตำรวจออสเตรเลียออกประกาศเตือนครั้งใหญ่ หลังพบธนบัตรปลอมคุณภาพสูง ระบาดไปทั่วหลายพื้นที่ในรัฐ สร้างความเสียหายให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านค้าปลีกที่ตกเป็นเหยื่อแบบไม่รู้ตัว

ธนบัตรปลอมชุดนี้ถูกระบุว่า เลียนแบบได้แนบเนียนจนแยกแทบไม่ออก ทั้งสี เนื้อสัมผัส และลวดลายความปลอดภัย ทำให้ผู้ค้าและประชาชนจำนวนมากรับมาโดยไม่ทันระวัง ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินต่อเนื่อง

ตำรวจควีนส์แลนด์เผยว่า ขบวนการใช้เงินปลอมมักเลือกเป้าหมายเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และธุรกิจรายย่อยที่ไม่มีอุปกรณ์ตรวจสอบขั้นสูง พร้อมย้ำให้ประชาชนตรวจเช็กธนบัตรทุกครั้ง โดยเฉพาะส่วนโฮโลแกรมและพื้นผิวพิเศษที่ธนบัตรจริงต้องมี

เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือ หากพบธนบัตรต้องสงสัย ห้ามนำไปใช้ต่อเด็ดขาด และให้รีบแจ้งตำรวจทันทีเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของเงินปลอมที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็วในขณะนี้.

ที่มา : 7newsAustralia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ธนบัตรปลอม

ด่วน ไฟไหม้ใหญ่ชุมชนแออัดกลางย่านกังนัม ระดมดับเพลิงเกือบ 300 นาย เร่งอพยพประชาชน

ด่วน ไฟไหม้ใหญ่ชุมชนแออัดกลางย่านกังนัม ระดมดับเพลิงเกือบ 300 นาย เร่งอพยพประชาชน

16 ม.ค. 2569 09:14 น.

ด่วน ไฟไหม้ใหญ่ชุมชนแออัดกลางย่านกังนัม ระดมดับเพลิงเกือบ 300 นาย เร่งอพยพประชาชน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในย่านกังนัม ของกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังนักดับเพลิงเกือบ 300 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกาหลีใต้ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ในย่านชุมชนแออัดของกังนัม โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อควบคุมไฟที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว  โดยทางการได้ยกระดับการแจ้งเตือนไฟไหม้ขึ้นสู่ระดับ 2 ท่ามกลางความกังวลว่าเปลวไฟอาจลุกลามไปยังพื้นที่ภูเขาใกล้เคียง และส่งรถดับเพลิงรวม 85 คัน เข้าระงับเหตุ

ด้านสำนักงานดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัยกรุงโซล ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีประชาชนอย่างน้อย 47 คน ถูกอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้เฮลิคอปเตอร์สนับสนุนการดับเพลิงได้ เนื่องจากกรุงโซลถูกปกคลุมด้วยหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ด้านนายยุน โฮจอง รัฐมนตรีความปลอดภัยของเกาหลีใต้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังและอุปกรณ์ทุกอย่างที่มี เพื่อมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนและควบคุมเพลิงให้ได้โดยเร็ว 

ทั้งนี้ พื้นที่เกิดเหตุคือหมู่บ้านกูรยง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างแออัดและทรุดโทรม ตั้งอยู่ใจกลางย่านกังนัม หนึ่งในพื้นที่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของกรุงโซล และอยู่ระหว่างแผนการพัฒนาเป็นอาคารที่พักอาศัยสูงในอนาคต.

ที่มา : รอยเตอร์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟไหม้

83 วันบนเส้นทางศรัทธา คณะพระสงฆ์เดินธุดงค์ข้ามรัฐ Walk for Peace ถึงนอร์ทแคโรไลนาแล้ว

83 วันบนเส้นทางศรัทธา คณะพระสงฆ์เดินธุดงค์ข้ามรัฐ Walk for Peace ถึงนอร์ทแคโรไลนาแล้ว

16 ม.ค. 2569 08:50 น.

83 วันบนเส้นทางศรัทธา คณะพระสงฆ์เดินธุดงค์ข้ามรัฐ Walk for Peace ถึงนอร์ทแคโรไลนาแล้ว

การเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพของคณะสงฆ์ระยะทาง 3,700 กิโลเมตร ก้าวเข้าสู่วันที่ 83 แล้ว เพื่อหวังส่งสาร สติ สันติภาพ และให้สหรัฐฯ รับรองวันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดแห่งชาติ ท่ามกลางประชาชนรอต้อนรับ

โครงการ “Walk for Peace” ของคณะพระสงฆ์ชาวพุทธในสหรัฐอเมริกา ซึ่งออกเดินธุดงค์ระยะทางกว่า 3,700 กิโลเมตร จากเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส มุ่งหน้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด การเดินทางเข้าสู่วันที่ 83 แล้ว

โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026 คณะสงฆ์เดินทางอยู่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยมุ่งหน้าจากเมืองคองคอร์ด ไปยังเมืองไชน่าโกรฟ  ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งร่วมให้กำลังใจและสนับสนุนตลอดเส้นทาง

สำหรับกำหนดการในวันนี้ คณะสงฆ์แวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่โบสถ์ Mt Olivet United Methodist Church ในเมืองคองคอร์ด ก่อนจะเข้าพักค้างคืนที่อาคาร China Grove Community Memorial Building & Parks โดยเปิดให้ประชาชนเข้าพบ พูดคุย และร่วมกิจกรรมตามช่วงเวลาที่กำหนด

การเดินธุดงค์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสติ การเยียวยาจิตใจ และสันติภาพ ท่ามกลางความท้าทายตลอดเส้นทาง รวมถึงอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้พระสงฆ์ 2 รูปได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านี้ โดยมีสุนัขกู้ภัยชื่อ “อโลกา” ร่วมเดินทางตลอดภารกิจ โดยมีกำหนดสิ้นสุดในกลางเดือน ก.พ.นี้

ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คณะสงฆ์มีแผนยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ รับรองวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันที่ระลึกถึงการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ให้เป็นวันหยุดราชการระดับประเทศ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าและเส้นทางการเดินธุดงค์ของคณะสงฆ์แบบเรียลไทม์ผ่านแผนที่ออนไลน์ที่เผยแพร่ไว้บนหน้าโซเชียลมีเดียของโครงการ.

ที่มา : walkforpeace

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เดินธุดงค์สันติภาพ

ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เผย ยกรางวัลโนเบลสันติภาพ ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เผย ยกรางวัลโนเบลสันติภาพ ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

16 ม.ค. 2569 07:40 น.

ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เผย ยกรางวัลโนเบลสันติภาพ ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

นาง มารีอา โครีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา เดินทางเข้าพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว และเผยว่า เธอได้มอบเหรียญรางวัล โนเบล สาขาสันติภาพให้นายทรัมป์ไปแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางมารีอา โครีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา บอกกับผู้สื่อข่าวในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2569 ว่า เธอได้มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของเธอให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการเข้าพบเป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบขาว แต่ไม่ได้ระบุว่านายทรัมป์ตอบรับรางวัลดังกล่าวหรือไม่

หลังจากออกจากทำเนียบขาว มาชาโดได้กล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนที่รวมตัวกันอยู่บริเวณประตูทางด้านนอกเป็นภาษาสเปน ซึ่งสำนักข่าวเอพี (Associated Press) รายงานว่าเธอกล่าวว่า “เราสามารถไว้วางใจประธานาธิบดีทรัมป์ได้”

ต่อมามาชาโดได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “ฉันได้มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา” พร้อมทั้งเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น “การแสดงความยอมรับในความมุ่งมั่นอันโดดเด่นของเขาที่มีต่ออิสรภาพของเรา”

ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ถึงในกรุงการากัส นายทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้การรับรองนางมาชาโดในฐานะผู้นำคนใหม่ ทั้งที่เขาเคยชมนางมาชาโดว่าเป็น นักสู้เพื่อเสรีภาพ” หลังกลุ่มเคลื่อนไหวของเธออ้างชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2567 ที่มีการคัดค้านอย่างกว้างขวางก็ตาม

ในทางกลับกัน ทรัมป์เลือกที่จะเจรจากับ เดลซี โรดริเกซ อดีตรองประธานาธิบดีของมาดูโร ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี และระบุว่า มาชาโดยังขาดแรงสนับสนุนภายในประเทศที่มากเพียงพอ

ทั้งนี้ นายทรัมป์มักจะกล่าวถึงความปรารถนาที่จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอยู่บ่อยครั้ง และเคยแสดงความไม่พอใจเมื่อรางวัลดังกล่าวถูกมอบให้แก่นางมาชาโด และเธอตัดสินใจตอบรับเกียรติยศนี้เมื่อปีที่แล้ว

เมื่อสัปดาห์ก่อน มาชาโดกล่าวว่าเธอจะแบ่งปันรางวัลนี้ร่วมกับทรัมป์ แต่คณะกรรมการโนเบลได้ชี้แจงในเวลาต่อมาว่ารางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้กันได้

เมื่อถูกถามถึงปฏิกิริยาต่อคำกล่าวของมาชาโด คณะกรรมการได้แนะนำให้บีบีซีกลับไปดูแถลงการณ์ฉบับก่อนหน้าของพวกเขา โดยศูนย์โนเบลสาขาสันติภาพได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นว่า “เหรียญรางวัลสามารถเปลี่ยนเจ้าของได้ แต่สถานะผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพนั้นไม่สามารถเปลี่ยนได้”

ในระหว่างการแถลง มาชาโดได้บรรยายถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ มาร์ควิส เดอ ลาฟาเยต (Marquis de Lafayette) ผู้ร่วมรบในสงครามปฏิวัติอเมริกา ได้มอบเหรียญที่มีรูปเหมือนของจอร์จ วอชิงตัน ให้แก่ ซิมอน โบลีวาร์ หนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งประเทศเวเนซุเอลายุคใหม่

มาชาโดกล่าวว่า ของขวัญชิ้นนั้นคือ “สัญลักษณ์แห่งภราดรภาพ” ระหว่างประเทศของเธอกับสหรัฐฯ “ในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากระบอบเผด็จการ”

“และในรอบ 200 ปีของประวัติศาสตร์ ประชาชนของโบลีวาร์กำลังมอบเหรียญกลับคืนให้แก่ทายาทของวอชิงตัน ซึ่งในกรณีนี้คือเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เพื่อเป็นการยอมรับในความมุ่งมั่นอันโดดเด่นของเขาที่มีต่ออิสรภาพของเรา”

อนึ่ง คาดกันว่า มาชาโดจะใช้เวลาในช่วงที่พบกับทรัมป์เพื่อพยายามโน้มน้าวให้เขาเห็นว่า การสนับสนุนรัฐบาลรักษาการของโรดรีเกซนั้นเป็นความผิดพลาด และกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านของเธอต่างหากที่ควรเป็นผู้ดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทหารยุโรปทยอยถึงกรีนแลนด์ เสริมป้องกัน หลังทรัมป์อยากได้ดินแดน

ทหารยุโรปทยอยถึงกรีนแลนด์ เสริมป้องกัน หลังทรัมป์อยากได้ดินแดน

16 ม.ค. 2569 02:51 น.

ทหารยุโรปทยอยถึงกรีนแลนด์ เสริมป้องกัน หลังทรัมป์อยากได้ดินแดน

หลายประเทศในยุโรปเริ่มทยอยส่งทหารไปยังกรีนแลนด์แล้ว เพื่อร่วมภารกิจลาดตระเวน และส่งสัญญาณถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศว่าต้องการดินแดนแห่งนี้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังทหารขนาดเล็กของฝรั่งเศสได้เดินทางถึงเมืองนุก (Nuuk) เมืองหลวงของกรีนแลนด์แล้ว ในขณะที่หลายประเทศในยุโรปเริ่มส่งกำลังพลจำนวนหนึ่งไปยังดินแดนแห่งนี้ เพื่อเข้าร่วมสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ภารกิจลาดตระเวน”

ประเทศยุโรปที่ส่งทหารเข้าร่วมรวมถึง เยอรมนี สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร โดยเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศความต้องการครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของทั้งสหรัฐฯ และภูมิภาค โดยไม่ตัดเรื่องการใช้ทหารเข้ายึด

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวว่า กองกำลังชุดแรกจะได้รับการเสริมกำลังในเร็วๆ นี้ ด้วย “ยุทโธปกรณ์ทางบก ทางอากาศ และทางเรือ”

ขณะที่นาย โอลิวิเยร์ ปัวฟร์ ดาร์วอร์ นักการทูตระดับสูงของฝรั่งเศส เผยว่า การวางกำลังพลเบื้องต้นของฝรั่งเศสประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 15 นาย โดยเขามองว่าภารกิจนี้เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่เข้มข้น โดยระบุว่า “นี่คือการฝึกซ้อมครั้งแรก… เราจะแสดงให้สหรัฐฯ เห็นว่านาโต (Nato) ยังคงอยู่ที่นี่”

การเสริมกำลังพลครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ได้เดินทางไปยังวอชิงตัน เพื่อเข้าพบเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อหาทางออกเรื่องกรีนแลนด์ แต่ผลปรากฏทั้งสองฝ่ายยังคงมี “ความเห็นไม่ตรงกันอย่างสิ้นเชิง”

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำความต้องการนำกรีนแลนด์มาอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า “เราจำเป็นต้องมีกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงของชาติ” แต่ก็กล่าวด้วยว่า เขาเชื่อว่าจะสามารถหาทางออกร่วมกับเดนมาร์กได้

“ปัญหาคือเดนมาร์กทำอะไรไม่ได้เลยหากรัสเซียหรือจีนต้องการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ แต่เราทำได้ทุกอย่าง คุณก็ได้เห็นแล้วจากกรณีของเวเนซุเอลาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ การวางกำลังของสมาชิกนาโตในยุโรปในกรีนแลนด์ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมร่วมภายใต้การนำของเดนมาร์กที่มีชื่อว่า “ปฏิบัติการอาร์กติก เอ็นดูแรนซ์” (Operation Arctic Endurance) แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะมีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าพวกเขาจะประจำการอยู่นานเพียงใด

ทางด้านฟินแลนด์ได้ส่งนายทหารประสานงานจำนวน 2 นาย ไปยังกรีนแลนด์เพื่อทำภารกิจค้นหาความจริง ระหว่างปฏิบัติการอาร์กติก เอ็นดูแรนซ์ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนวางแผนเท่านั้น

“ในขณะนี้เรายังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ใดๆ แต่ก็ยังไม่ได้พิจารณาแผนการใดเป็นพิเศษเช่นกัน” ยานเน คูเซลา หัวหน้าฝ่ายนโยบายกระทรวงกลาโหม บอกสำนักข่าว บีบีซี

ทางด้านเยอรมนีได้ส่งเครื่องบินขนส่งรุ่น A400M มุ่งหน้าสู่เมืองนุกในวันพฤหัสบดี พร้อมด้วยกำลังพล 13 นาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่าพวกเขาจะพำนักอยู่ในกรีนแลนด์จนถึงวันเสาร์นี้เท่านั้น

เจ้าหน้าที่กลาโหมของเดนมาร์กระบุว่า พวกเขาได้ตัดสินใจร่วมกับรัฐบาลกรีนแลนด์ว่าจะมีการเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่รอบกรีนแลนด์ในช่วงเวลาต่อจากนี้ เพื่อเสริมสร้าง “บทบาทของนาโตในอาร์กติก เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของทั้งยุโรปและพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก”

กองทัพสวีเดนได้ส่งนายทหารไปยังเมืองนุกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีทหารนอร์เวย์ 2 นาย นายทหารสหราชอาณาจักร 1 นาย และนายทหารเรือเนเธอร์แลนด์อีก 1 นายถูกส่งไปยังกรีนแลนด์ด้วย

อนึ่ง สหรัฐฯ มีฐานทัพในกรีนแลนด์อยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีกำลังพลประจำการอยู่สูงสุด 150 นาย และมีทางเลือกที่จะส่งกำลังพลเข้ามาเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากภายใต้ข้อตกลงที่มีอยู่กับรัฐบาลเดนมาร์ก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพสหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 6 ในทะเลแคริบเบียน

กองทัพสหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 6 ในทะเลแคริบเบียน

16 ม.ค. 2569 01:29 น.

กองทัพสหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 6 ในทะเลแคริบเบียน

กองทัพสหรัฐฯ บุกยึดเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแคริบเบียนเป็นลำที่ 6 แล้ว โดยอ้างว่าเป็นเรือที่ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของประธานาธิบดีทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ บุกยึดเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “เวโรนิโก” ในทะเลแคริบเบียน เมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น โดยนี่ถือเป็นเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 6 ที่สหรัฐฯ บุกยึดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามควบคุมการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา

กองบัญชาการภาคใต้ (Southern Command) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือลำนี้ตกเป็นเป้าหมายเนื่องจาก ฝ่าฝืนคำสั่ง “การกักกันเรือที่ถูกคว่ำบาตร” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเจ้าหน้าที่บุกขึ้นเรือเวโรนิโกได้โดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ

“น้ำมันชนิดเดียวที่จะออกจากเวเนซุเอลาได้ คือน้ำมันที่มีการประสานงานอย่างถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น” กองบัญชาการภาคใต้ระบุ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลาและเข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ประกาศว่า เขาวางแผนที่จะนำทรัพยากรน้ำมันสำรองจำนวนมหาศาลของเวเนซุเอลามาใช้ประโยชน์

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ TankerTrackers.com ที่ติดตามและรายงานการขนส่งน้ำมันดิบโดยใช้ข้อมูลดาวเทียมและอื่นๆ เรือเวโรนิโกซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบที่เดินเรือภายใต้ธงชาติกายอานา ได้เดินทางออกจากน่านน้ำเวเนซุเอลาโดยไม่มีสินค้าในช่วงต้นเดือนมกราคม

ขณะที่ฐานข้อมูลขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) แสดงให้เห็นว่า ก่อนหน้านี้เรือลำดังกล่าวเคยจดทะเบียนในรัสเซียภายใต้ชื่ออื่นๆ มาก่อน

เหตุการณ์นี้บ่งชี้ว่า มาตรการของสหรัฐฯ เพื่อปราบปรามสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “กองเรือมืด” (dark fleet) ซึ่งประกอบด้วยเรือมากกว่า 1,000 ลำที่ลักลอบขนส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร จะยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลรักษาการของเวเนซุเอลาเพื่อควบคุมการขายน้ำมันของชาติละตินอเมริกาแห่งนี้

ปฏิบัติการดังกล่าวยังเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งอ้างว่า สหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาลอตแรก ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์แล้ว

อนึ่ง มาตรการการยึดเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าว กำลังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา

หนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก Kpler ซึ่งเป็นผู้ให้บริการวิเคราะห์การขนส่งทางเรือว่า ในช่วงเดือนมกราคม ปริมาณการขนถ่ายน้ำมันดิบขึ้นเรือของเวเนซุเอลา ลดลงเหลือเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของระดับปกติเท่านั้น

Kpler ระบุด้วยว่า เรือเพียงกลุ่มเดียวที่กำลังขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือของเวเนซุเอลา คือเรือที่มีจุดหมายปลายทางไปยังสหรัฐฯ และโรงกลั่นน้ำมันในเวเนซุเอลา ซึ่งโรงกลั่นบางแห่งไม่ได้อยู่ใกล้กับแหล่งขุดเจาะน้ำมัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ขู่ส่งทหารไปมินนิโซตา หลังคนประท้วงเดือดต้าน ICE

ทรัมป์ขู่ส่งทหารไปมินนิโซตา หลังคนประท้วงเดือดต้าน ICE

15 ม.ค. 2569 23:34 น.

ทรัมป์ขู่ส่งทหารไปมินนิโซตา หลังคนประท้วงเดือดต้าน ICE

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะใช้กฎหมายปราบจลาจล เพื่อส่งทหารเข้าไปยังรัฐมินนิโซตา ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเกิดการปะทะรายวัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความขู่ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2569 ว่า เขาอาจใช้กฎหมายปราบจลาจล (Insurrection Act) ซึ่งจะอนุญาตให้ส่งกองกำลังทหารเข้าไปยังรัฐมินนิโซตาได้ ท่ามกลางความตึงเครียดหลังเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ICE)

“หากเหล่านักการเมืองที่ฉ้อฉลของมินนิโซตาไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย และไม่หยุดยั้งพวกผู้สร้างความปั่นป่วนมืออาชีพและพวกกบฏจากการโจมตีกลุ่มผู้รักชาติของหน่วย ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร) ที่เพียงแค่พยายามปฏิบัติหน้าที่ของตน ผมจะประกาศใช้กฎหมายปราบจลาจล” ทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social

คำขู่ของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจาก เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยิงชายชาวเวเนซุเอลาที่พยายามหลบหนีจากการเรียกตรวจค้นรถในเมืองมินนีแอโพลิสเมื่อวันพุธ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ ICE ยิงพลเมืองสหรัฐฯ จนเสียชีวิต

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (DHS) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลการปราบปรามผู้อพยพของทรัมป์ ระบุว่าในระหว่างเหตุการณ์เมื่อวันพุธ มีบุคคลสองคนเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางด้วยด้ามไม้กวาดและพลั่วตักหิมะ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังต่อสู้พัวพันกับชายชาวเวเนซุเอลา ซึ่งทาง DHS ระบุว่าเป็นผู้เข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

ผลโพลชี้ ชาวอเมริกัน 75% ค้านทรัมป์ยึดกรีนแลนด์

ผลโพลชี้ ชาวอเมริกัน 75% ค้านทรัมป์ยึดกรีนแลนด์

15 ม.ค. 2569 22:04 น.

ผลโพลชี้ ชาวอเมริกัน 75% ค้านทรัมป์ยึดกรีนแลนด์

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้ว่า ชาวอเมริกันราว 75% ไม่เห็นด้วยที่สหรัฐฯ จะเข้ายึดกรีนแลนด์ ขณะที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเรื่องน้ำมันคือปัจจัยหลักที่สหรัฐฯ มีปฏิบัติการในเวเนซุเอลา

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2569 สำนักข่าว CNN เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นชุดใหม่ซึ่งจัดทำโดย SSRS ซึ่งพบว่า ชาวอเมริกันราว 3 ใน 4 หรือประมาณ 75% ระบุว่าพวกเขาคัดค้านความพยายามของสหรัฐฯ ในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์

ผลสำรวจพบว่ามีชาวอเมริกันเพียง 25% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการที่สหรัฐฯ จะพยายามเข้าควบคุมดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้ แม้แต่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันของตัวประธานาธิบดีเองก็มีความเห็นแตกออกเป็นสองฝ่ายในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 50-50

ส่วนพรรคเดโมแครตและกลุ่มอิสระที่โน้มเอียงไปทางเดโมแครตนั้นคัดค้านความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยมีผู้คัดค้านรวมถึง 94% โดย 80% ในจำนวนนี้ระบุว่า คัดค้านอย่างรุนแรง ส่วนกลุ่มอิสระที่ไม่ได้เอนเอียงเข้าข้างพรรคใดเกือบ 80% ก็คัดค้านแผนดังกล่าว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ได้โพสต์ผ่าน Truth Social ซึ่งเป็นเว็บไซต์โซเชียลมีเดียของเขาว่า สิ่งใดก็ตามที่ “น้อยกว่า” การที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์นั้นถือเป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้”

ข้อความดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่รัฐมนตรีของเดนมาร์กเข้าหารือกับรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ซึ่งดูเหมือนว่าจะแทบไม่ได้ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้ข้อตกลงกันได้มากขึ้นเลย

ผลโพลยังพบอีกว่า สาธารณชนมีความต้องการน้อยมากต่อนโยบายการขยายอำนาจของสหรัฐฯ โดยเกือบ 6 ใน 10 กังวลว่า นายทำเกินขอบเขตในการพยายามขยายอำนาจของอเมริกา และมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่มองว่าความพยายามของเขาในเรื่องดังกล่าวอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว

จำนวนชาวอเมริกันที่มองว่าการตัดสินใจด้านนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ในวาระนี้ได้ทำลายภาพลักษณ์ของอเมริกาในสายตาโลกเพิ่มขึ้นเป็น 57% แล้ว จากเดิมที่ 53% ในการสำรวจครั้งก่อนเมื่อฤดูร้อนปี 2568

ชาวอเมริกัน 52% ยังคัดค้านการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา ขณะที่ 48% เห็นด้วย โดยชาวอเมริกันส่วนใหญ่ (64%) มองว่า เรื่องน้ำมันคือเหตุผลที่สหรัฐฯ ตัดสินใจมีมาตรการทางทหารในเวเนซุเอลา รองลงมาคือเพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหาร (51%) , ยาเสพติด (43%) และที่ต่ำสุดคือ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเวเนซุเอลา (26%)

ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาจะส่งผลให้เกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในประเทศภายใน 1 ปีข้างหน้า และประมาณ 2 ใน 3 กล่าวว่า มีความเป็นไปได้อย่างน้อยในระดับหนึ่งที่ปฏิบัติการดังกล่าวจะนำไปสู่การส่งกองกำลังทหารสหรัฐฯ เข้าประจำการในระยะยาวที่นั่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

พรรคฝ่ายค้านญี่ปุ่นผนึกกำลัง จับมือตั้งพรรคใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

พรรคฝ่ายค้านญี่ปุ่นผนึกกำลัง จับมือตั้งพรรคใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

15 ม.ค. 2569 16:15 น.

พรรคฝ่ายค้านญี่ปุ่นผนึกกำลัง จับมือตั้งพรรคใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

ผู้นำพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น หรือ ซีดีพี (CDP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก และพรรคโคเมโตะ ประกาศรวมตัวก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ชูแนวทาง “สายกลาง” เพื่อสร้างแนวร่วมที่แข็งแกร่งรับมือรัฐบาลขวาจัดของนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่จ่อประกาศยุบสภาสัปดาห์หน้าและจัดเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

พรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น หรือ ซีดีพี (CDP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก และพรรคโคเมโตะ บรรลุข้อตกลงในการร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ด้วยกัน โดยผู้นำของทั้งสองพรรคเปิดเผยในวันนี้ (15 ม.ค.) ว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแนวร่วมที่เข้มแข็งในการต่อสู้กับพรรครัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่งพวกเขามองว่ามีนโยบายที่เอนเอียงไปทางขวามากเกินไป

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ส่งสัญญาณเตรียมยุบสภาในสัปดาห์หน้าเพื่อจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด  โดยคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อใช้กระแสความนิยมที่พุ่งสูงถึง 62% ในการสร้างความมั่นคงให้รัฐบาล

นายโยชิฮิโกะ โนดะ ผู้นำพรรคซีดีพี ระบุว่า “นับตั้งแต่รัฐบาลทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่ง นโยบายต่างๆ มักเอนเอียงไปทางขวาจัด นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะวางกลุ่มการเมืองสายกลางไว้ที่หัวใจสำคัญของประเทศ”

พรรคโคเมโตะตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่เป็นพันธมิตรกับพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ที่ยาวนานถึง 26 ปี เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พอใจการจัดการปัญหาอื้อฉาวเรื่องเงินทุนการเมือง ส่งผลให้พรรคแอลดีพี ต้องหันไปจับมือกับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น หรือพรรคอิชิน (Ishin) ซึ่งมีแนวคิดขวาจัด เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมจนส่งให้ทาคาอิจิขึ้นสู่อำนาจได้สำเร็จ

การรวมตัวครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายฐานอำนาจในสภาผู้แทนราษฎร ที่มีทั้งหมด 465 ที่นั่ง โดยปัจจุบันพรรคแอลดีพี และ พรรคอิชิน ครองที่นั่งรวมกัน 233 ที่นั่ง  ส่วนพรรคซีดีพี และ โคเมโตะ ครองที่นั่งรวมกัน 172 ที่นั่ง

เท็ตสึโอะ ไซโตะ หัวหน้าพรรคโคเมโตะ เผยว่าพรรคใหม่ซึ่งยังไม่มีการระบุชื่อ จะมีเขาและโนดะเป็นผู้นำร่วมกันในช่วงแรก โดยจะเปิดรับ สส. จากพรรคอื่นเข้าร่วมด้วย นอกจากนี้ยังตั้งเป้าให้สมาชิกในวุฒิสภา เข้าร่วมพรรคใหม่ก่อนการเลือกตั้งวุฒิสภาครั้งถัดไปในปี 2028 เพื่อคานอำนาจรัฐบาลที่ปัจจุบันยังเป็นเสียงข้างน้อยในสภาสูง

นักวิเคราะห์มองว่า แม้นายกฯ ทาคาอิจิจะมีคะแนนนิยมส่วนตัวสูง แต่การผนึกกำลังของพรรคสายกลางอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การผ่านกฎหมายสำคัญในอนาคตของรัฐบาลแอลดีพี ทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้นหากไม่ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง.

ที่มา Reuters

นายกฯ สิงคโปร์ ปลด “พริทัม ซิงห์” พ้นผู้นำฝ่ายค้าน ชี้พฤติกรรมขัดมาตรฐานจริยธรรม

นายกฯ สิงคโปร์ ปลด "พริทัม ซิงห์" พ้นผู้นำฝ่ายค้าน ชี้พฤติกรรมขัดมาตรฐานจริยธรรม

15 ม.ค. 2569 15:51 น.

นายกฯ สิงคโปร์ ปลด “พริทัม ซิงห์” พ้นผู้นำฝ่ายค้าน ชี้พฤติกรรมขัดมาตรฐานจริยธรรม

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง ประกาศถอดถอน “พริทัม ซิงห์” หัวหน้าพรรคแรงงาน (WP) ออกจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน โดยมีผลทันที ชี้เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรมตลอดจนเกียรติภูมิและความซื่อสัตย์ของรัฐสภาสิงคโปร์ หลังสภาผู้แทนราษฎรเห็นพ้องว่าพฤติกรรมและความผิดทางอาญาของเขาขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมของสภา พร้อมจี้พรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อบุคคลใหม่ที่ “มือสะอาด” มาแทนที่

วันนี้ (15 ม.ค.) นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ออกแถลงการณ์ถอดถอน นายพริทัม ซิงห์ (Pritam Singh) ออกจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน โดยระบุว่า “ไม่สามารถปล่อยให้เขาดำรงตำแหน่งต่อไปได้อีก” เนื่องจากคำตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อรัฐสภา

นายกฯ หว่อง ย้ำว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ตลอดจนเกียรติภูมิและความซื่อสัตย์ของรัฐสภาสิงคโปร์” แถลงการณ์ระบุว่า เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว คำตัดสินว่านายซิงห์มีความผิดทางอาญา ประกอบกับมุมมองของรัฐสภาที่เห็นว่าเขาไม่มีความเหมาะสม ทำให้ตำแหน่งของเขาไม่อาจยั่งยืนได้อีกต่อไป” 

การพ้นจากตำแหน่งนี้ส่งผลให้ นายพริทัม ซิงห์ จะถูกระงับสิทธิพิเศษทั้งหมดในทันที ซึ่งรวมถึงสิทธิในการตอบโต้เป็นคนแรกระหว่างการอภิปรายในสภา การได้รับโควตาเวลาอภิปรายที่มากขึ้น และเงินประจำตำแหน่งที่เป็น 2 เท่าของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปกติ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่รัฐสภาสิงคโปร์มีมติเห็นชอบในญัตติที่เสนอโดย นางอินดรานี ราชาห์ ผู้นำฝ่ายรัฐบาลในสภา ซึ่งชี้ว่า นายพริทัม ซิงห์ มีพฤติกรรมที่เสื่อมเสียและขาดมาตรฐานที่คาดหวังจากผู้นำฝ่ายค้าน จากกรณีที่เขาถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐาน “ให้การเท็จต่อคณะกรรมาธิการสิทธิและเอกสิทธิ์ของรัฐสภา” เกี่ยวข้องกับการโกหกกลางสภาของอดีต สส. พรรคแรงงาน นางสาวราอีซาห์ ข่าน เมื่อปี 2021

แม้ว่านายซิงห์จะยืนยันความบริสุทธิ์และแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อเท็จจริงในคดี แต่นายกฯ หว่องระบุว่า “คำตัดสินของศาลถือเป็นที่สิ้นสุดและต้องได้รับความเคารพ”

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารกลางของพรรคแรงงาน (WP) เพื่อเชิญให้เสนอชื่อ สส. ที่ได้รับเลือกตั้งคนอื่นขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องไม่เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลการตรวจสอบกรณีการโกหกของราอีซาห์ ข่าน ในอดีต และต้องเป็นผู้ที่มีมาตรฐานทางจริยธรรมและความซื่อสัตย์สูงสุด

ด้านพรรคแรงงานได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าได้รับหนังสือจากนายกรัฐมนตรีแล้ว และจะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในพรรคอย่างละเอียดก่อนจะดำเนินการตอบกลับต่อไป

ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2020 เพื่อรองรับความหลากหลายทางความคิดในสภา โดยมีบทบาทสำคัญในการนำฝ่ายค้านอภิปรายร่างกฎหมาย นำเสนอชื่อ สส. ฝ่ายค้านเข้าสู่คณะกรรมาธิการต่างๆ รวมถึงเป็นตัวแทนรัฐสภาในงานระดับรัฐ และได้รับสิทธิในการรับฟังการบรรยายสรุปความลับด้านความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติด้วย.

ที่มา The Straits Times