FBI เผย สกัดแผนก่อการร้ายวันสิ้นปี ในภาคใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย

FBI เผย สกัดแผนก่อการร้ายวันสิ้นปี ในภาคใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย

16 ธ.ค. 2568 04:36 น.

FBI เผย สกัดแผนก่อการร้ายวันสิ้นปี ในภาคใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย

เจ้าหน้าที่ FBI ของสหรัฐฯ เผยว่า สกัดแผนการโจมตีวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้สำเร็จ และจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 4 ราย

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. 2568 สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของลอสแอนเจลิส เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถขัดขวางแผนการก่อการร้ายในวันส่งท้ายปีเก่าของกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งตั้งใจจะใช้ระเบิดโจมตีพื้นที่อย่างน้อย 5 แห่งในภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียไว้ได้

เจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสมาชิกกลุ่ม “Turtle Island Liberation Front” กลุ่มย่อยของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่สนับสนุนปาเลสไตน์ได้เมื่อสัปดาห์ก่อน ในขณะที่คนกลุ่มนี้กำลังเดินทางไปยังทะเลทรายทางตะวันออกของลอสแอนเจลิสเพื่อทดสอบระเบิดแสวงเครื่อง (IED)

FBI เชื่อว่าสามารถขัดขวางแผนการดังกล่าวได้แล้ว แต่การสืบสวนเพื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัยอื่น ๆ ที่อาจหลงเหลืออยู่ ยังคงดำเนินต่อไป

น.ส.แพม บอนดี อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ ระบุผ่าน X เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า หน่วยงานต่าง ๆ ได้ขัดขวางกลุ่มหัวรุนแรง “ฝ่ายซ้ายจัด” ไม่ให้ดำเนินการตาม “แผนการก่อการร้ายครั้งใหญ่และน่าสะพรึงกลัว”

ผู้ต้องสงสัย 4 รายนี้ได้แก่ ออเดรย์ อิลลีน แคร์โรลล์ อายุ 30 ปี, ซาคารี อารอน เพจ อายุ 32 ปี, ดันเต แกฟฟีลด์ อายุ 24 ปี และ ทีนา ไล อายุ 41 ปี จะถูกตั้งข้อหาหลายอย่าง รวมถึง สมคบคิดและการครอบครองอุปกรณ์ทำลายล้างที่ไม่ได้ลงทะเบียน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า คนกลุ่มนี้เดินทางไปยังทะเลทรายพร้อมกับ “สารเคมีตั้งต้น” และถูกกล่าวหาว่ากำลังจะสร้างระเบิดด้วยอุปกรณ์เหล่านั้น

เครื่องบินตรวจการณ์บันทึกภาพความเคลื่อนไหวของพวกเขา ขณะที่หน่วยสวาทของ FBI พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ FBI ออกปฏิบัติการจับกุมทั้ง 4 คนได้โดยละม่อม และสืบทราบว่าสถานที่เป้าหมายของการโจมตีรวมถึงบริษัทอเมริกัน 2 แห่งในพื้นที่ลอสแอนเจลิส โดยจะลงมือในเวลาเที่ยงคืนของวันส่งท้ายปีเก่า

ผู้ต้องสงสัยถูกกล่าวหาด้วยว่า กำลังหารือแผนการโจมตีเจ้าหน้าที่และยานพาหนะของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ด้วยระเบิดแสวงเครื่องแบบท่อในช่วงเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2569 โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านางแคร์โรลล์พูดว่า การระเบิดจะกำจัดพวกนั้นบางส่วนออกไป และทำให้พวกที่เหลือหวาดกลัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เจ้าของโนเบลสันติภาพอิหร่าน เข้าโรงพยาบาล หลังถูกจับกุมอย่างรุนแรง

เจ้าของโนเบลสันติภาพอิหร่าน เข้าโรงพยาบาล หลังถูกจับกุมอย่างรุนแรง

16 ธ.ค. 2568 04:06 น.

เจ้าของโนเบลสันติภาพอิหร่าน เข้าโรงพยาบาล หลังถูกจับกุมอย่างรุนแรง

(ภาพจาก AFP PHOTO / NARGES MOHAMMADI FOUNDATION)

นาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวหญิงชาวอิหร่าน ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากเธอถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าจับกุมอย่างรุนแรงเมื่อหลายวันก่อน

เมื่อ 15 ธ.ค. 2568 ครอบครัวของ น.ส.นาร์เกส โมฮัมมาดี รองประธานศูนย์ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนในอิหร่าน ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2566 ออกมาเปิดเผยว่า เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากถูกทำร้ายร่างกายระหว่างการจับกุมเมื่อสัปดาห์ก่อน

มูลนิธิ Narges Foundation ระบุว่า นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนวัย 53 ปีรายนี้ ได้โทรศัพท์แจ้งแก่ครอบครัวของ น.ส.โมฮัมมาดีเมื่อวันอาทิตย์ว่า เธอถูกนำตัวไปยังแผนกฉุกเฉินถึงสองครั้ง หลังจากถูก “เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบทำร้ายด้วยกระบองอย่างรุนแรงและซ้ำ ๆ บริเวณศีรษะและลำคอ”

ทางการอิหร่านไม่แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ระบุว่า น.ส.โมฮัมมาดีถูกควบคุมตัวเนื่องจากกล่าว “ถ้อยคำยั่วยุ” ในพิธีรำลึกที่เมืองมาชาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ธ.ค.)

คณะกรรมการโนเบลและ จาฟาร์ ปานาฮี ผู้กำกับภาพยนตร์มือรางวัลชาวอิหร่าน เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเธอ

ทั้งนี้ น.ส.โมฮัมมาดีได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี 2566 จากการเคลื่อนไหวต่อต้านการกดขี่สตรีในอิหร่านและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยเธอใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำมานานกว่า 10 ปี และในปี 2564 เธอก็ถูกตัดสินจำคุกอีก 13 ปี ข้อหาก่ออาชญากรรม “กิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ” และ “การสมคบคิดต่อต้านความมั่นคงของรัฐ” ซึ่งเธอปฏิเสธข้อกล่าวหา

ในเดือนธันวาคม 2567 น.ส.โมฮัมมาดีได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำเอวิน (Evin) ที่มีชื่อเสียงด้านความโหดร้ายในกรุงเตหะรานด้วยเหตุผลทางการแพทย์ และเธอยังคงทำกิจกรรมรณรงค์เรื่อยมาขณะที่เข้ารับการรักษา

เมื่อวันศุกร์ (12 ธ.ค.) เธอได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรำลึกที่เมืองมาชาดให้กับ คอสโร อาลีคอร์ดี นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและทนายความที่ถูกพบว่าเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ในสภาพการณ์ที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าเป็น “ที่น่าสงสัย”

ตามรายงานของมูลนิธิ Narges Foundation อ้างว่า ผู้เห็นเหตุการณ์เห็น น.ส.โมฮัมมาดีถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบประมาณ 15 คนทำร้ายในพิธีรำลึก บางคนดึงผมและใช้ไม้และกระบองทุบตีเธอ กล่าวหาว่าเธอให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอิสราเอล และยังขู่ฆ่าโดยบอกกับเธอว่า “เราจะทำให้แม่ของเธอต้องไว้ทุกข์”

นอกจาก น.ส.โมฮัมมาดีแล้วยังมีนักเคลื่อนไหวอีก 2 คนถูกควบคุมตัวในพิธีรำลึกนี้ด้วย ได้แก่ เซพิเดห์ โกลเลียน และ พูราน นาเซมี ซึ่งทั้งคู่ก็ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบทำร้ายเช่นกัน

ด้านนายฮาซัน เฮมาติฟาร์ อัยการประจำเมืองมาชาดบอกกับผู้สื่อข่าวในวันเสาร์ว่า น.ส.โมฮัมมาดีเป็นหนึ่งใน 39 คนที่ถูกจับกุม เนื่องจากเธอกับนายจาเวด น้องชายของคอสโร อาลีคอร์ดี ได้ยุยงให้ผู้เข้าร่วมงาน “ตะโกนสโลแกนผิดกฎหมาย” และ “รบกวนความสงบ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับดัง ถูกพบเป็นศพพร้อมเมีย ลูกชายถูกจับกุม

ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับดัง ถูกพบเป็นศพพร้อมเมีย ลูกชายถูกจับกุม

16 ธ.ค. 2568 00:05 น.

ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับดัง ถูกพบเป็นศพพร้อมเมีย ลูกชายถูกจับกุม

ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของฮอลลีวูด ถูกพบเป็นศพพร้อมกับภรรยา ที่บ้านในลอสแอนเจลิส ขณะที่ลูกชายของพวกเขาถูกจับกุมข้อหาก่ออาชญากรรมร้ายแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 ธ.ค. 2568 ว่า ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับและนักแสดงฮอลลีวูดระดับตำนาน กับ มิเชล ภรรยาของเขา ถูกพบว่าเสียชีวิตอยู่ที่บ้านพักของพวกเขาที่นครลอสแอนเจลิส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ธ.ค. 2568) โดยตำรวจระบุว่า เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นการฆาตกรรม

ตำรวจลอสแอนเจลิสเปิดเผยว่า เวลาประมาณ 15:38 น.ของวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น หน่วยดับเพลิงแอลเอถูกเรียกให้ไปช่วยเหลือที่บ้านหลังหนึ่งในย่านเบรนต์วูด ซึ่งเป็นย่านมีบ้านของดาราคนดังจำนวนมาก

ในเบื้องต้น ตำรวจพบร่างของชายอายุ 78 ปี กับหญิงอายุ 68 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ประกาศว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการยืนยันว่า ผู้ตายคือ ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง กับ มิเชล ภรรยาของเขา ซึ่งตำรวจกำลังสืบสวนเหตุการณ์นี้ในฐานะคดีฆาตกรรม

นายอลัน แฮมิลตัน รองผู้บัญชาการตำรวจแอลเอกล่าวว่า ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองยังคงอยู่ในบ้าน นานกว่าหกชั่วโมงหลังจากที่ตำรวจและนักดับเพลิงถูกเรียกไป โดยไม่เปิดเผยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ต่อมาสื่อท้องถิ่นในสหรัฐฯ ก็รายงานข่าว โดยอ้างข้อมูลจาก บันทึกของศูนย์ควบคุมผู้ต้องขังของสำนักงานนายอำเภอเขตลอสแอนเจลิส เคาน์ตี (LASD) ว่า นิค ไรเนอร์ ลูกชายวัย 32 ปีของนายร็อบ ไรเนอร์ ถูกจับกุมตัวและถูกควบคุมตัวภายใต้วงเงินประกัน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

บันทึกระบุว่า ชายวัย 32 ปี ถูกควบคุมตัวในความผิดระดับอาชญากรรมร้ายแรง โดยถูกจับกุมเมื่อเวลา 21:15 น. วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น และถูกบันทึกการจับกุมในเวลา 05:04 น. ของวันจันทร์ โดยตำรวจยืนยันในเวลาต่อมาว่า เขาถูกจับข้อหาฆาตกรรม

ทั้งนี้ ร็อบ ไรเนอร์ เป็นที่รู้จักจากการกำกับภาพยนตร์ระดับไอคอนิกหลายเรื่อง รวมถึง When Harry Met Sally, This is Spinal Tap, The Princess Bride, Stand By Me, Misery และ A Few Good Men

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก ดับแล้ว 37 ศพ อุตุฯ เตือนฝนตกต่อเนื่อง

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก ดับแล้ว 37 ศพ อุตุฯ เตือนฝนตกต่อเนื่อง

15 ธ.ค. 2568 23:20 น.

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก ดับแล้ว 37 ศพ อุตุฯ เตือนฝนตกต่อเนื่อง

เหตุน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37 ศพ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฝนจะตกลงมาอีกในวันอังคารนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เมืองซาฟี (Safi) เมืองท่าบริเวณชายฝั่งทะเลของประเทศโมร็อกโก ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 ศพ มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคนต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่บ้านเรือนอย่างน้อย 70 หลังในย่านใจกลางเมืองเก่าถูกน้ำท่วม

ข่าวระบุว่า รถยนต์และกองขยะจำนวนมากถูกน้ำซัดไปทั่วเมืองซาฟี หลังจากที่ฝนตกหนักอย่างรุนแรงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนทำให้ถนนบางสายถูกปิดกั้นเนื่องจากความเสียหายและเศษซากต่าง ๆ

ชาวเมืองซาฟีบางคนระบุว่า นี่เป็นวันอันมืดมน ส่วนอีกคนบอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า เธอสูญเสียทุกอย่างในเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ แม้แต่เสื้อผ้าก็ต้องขอยืมเพื่อนบ้านมาใส่

ด้านทางการโมร็อกโกระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฝนจะตกลงมาอย่างหนักต่อไปในวันอังคาร พร้อมกับมีหิมะที่ตกทั่วเทือกเขาแอตลาส

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศมีส่วนทำให้สภาพอากาศของโมร็อกโกผันผวนอย่างรุนแรง โดยก่อนหน้านี้ พวกเขาต้องเผชิญกับภัยแล้งติดต่อกันนานถึง 7 ปี จนทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ออสเตรเลีย จ่อเพิ่มคุมเข้มอาวุธปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได

ออสเตรเลีย จ่อเพิ่มคุมเข้มอาวุธปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได

15 ธ.ค. 2568 22:16 น.

ออสเตรเลีย จ่อเพิ่มคุมเข้มอาวุธปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได

ออสเตรเลียเตรียมเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมอาวุธปืนมากขึ้น หลังเกิดเหตุกราดยิงที่หาดบอนได จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. 2568 เหล่าผู้นำของออสเตรเลียเห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมอาวุธปืน หลังเกิดเหตุกราดยิงงานเทศกาลชาวยิวที่หาดบอนได ในนครซิดนีย์ เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 15 ศพ บาดเจ็บอีก 42 ราย

นี่นับเป็นเหตุกราดยิงครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 30 ปีของออสเตรเลีย โดยผู้เสียชีวิตรวมถึง เด็กหญิงวัยเพียง 10 ขวบ, ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซีเยอรมัน และแรบไบ (ผู้นำทางศาสนาของชาวยิว)

ในวันจันทร์ นายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบาเนซี แห่งออสเตรเลีย จัดการประชุมร่วมกับผู้นำรัฐและดินแดนต่างๆ ของประเทศ เพื่อตอบสนองต่อเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้น และเห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมอาวุธปืนทั่วประเทศ

สำนักงานนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียระบุว่า เหล่าผู้นำตกลงกันว่าจะหาทางพัฒนาวิธีการตรวจสอบประวัติของผู้ครอบครองอาวุธปืน และห้ามผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองของประเทศขอใบอนุญาตมีอาวุธปืน และจำกัดประเภทของอาวุธปืนที่สามารถครอบครองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เหตุกราดยิงครั้งเลวร้ายที่สุดของออสเตรเลียเกิดขึ้นเมื่อปี 2539 ที่เมืองพอร์ตอาเธอร์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยมือปืนเพียงคนเดียวยิงสังหารผู้บริสุทธิ์ถึง 35 ศพ และเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้ก็นำไปสู่การปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนครั้งใหญ่ ซึ่งได้รับการยกย่องมานานว่าเป็น “มาตรฐานระดับโลก”

มาตรการดังกล่าวรวมถึงโครงการรับซื้ออาวุธปืนคืน, การจัดทำทะเบียนอาวุธปืนแห่งชาติ และการปราบปรามการครอบครองอาวุธกึ่งอัตโนมัติ

แต่เหตุกราดยิงครั้งล่าสุดนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ชายวัย 50 ปี กับ 24 ปีซึ่งเป็นพ่อลูกกัน และอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ISIS) ได้อาวุธปืนมาได้อย่างไร

อนึ่ง มือปืนผู้พ่อวัย 50 ปี ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ ส่วนมือปืนคนลูกได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในขั้นวิกฤต และกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ศาลฮ่องกงตัดสิน “จิมมี่ ไหล” นักธุรกิจสื่อชื่อดัง ผิดจริง คดีความมั่นคงชาติ รอชี้ชะตาโทษ

ศาลฮ่องกงตัดสิน “จิมมี่ ไหล” นักธุรกิจสื่อชื่อดัง ผิดจริง คดีความมั่นคงชาติ รอชี้ชะตาโทษ

15 ธ.ค. 2568 12:06 น.

ศาลฮ่องกงตัดสิน “จิมมี่ ไหล” นักธุรกิจสื่อชื่อดัง ผิดจริง คดีความมั่นคงชาติ รอชี้ชะตาโทษ

ศาลฮ่องกงตัดสิน “จิมมี่ ไหล” นักธุรกิจสื่อชื่อดัง มีความผิดฐานสมคบต่างชาติและยุยงปลุกปั่นตามกฎหมายความมั่นคงชาติ แต่ยังไม่กำหนดโทษ อาจเผชิญจำคุกสูงสุดตลอดชีวิต

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ข่าว  CNN รายงานว่า ศาลฮ่องกงมีคำพิพากษาว่า นายจิมมี่ ไหล วัย 78 ปี นักธุรกิจสื่อและนักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตย มีความผิดในคดีความมั่นคงแห่งชาติ ฐานสมคบคิดกับต่างชาติและเผยแพร่สื่อปลุกปั่น หลังการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อนานเกือบ 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ศาลยังไม่ได้อ่านคำพิพากษากำหนดโทษ ทำให้ยังต้องรอการนัดฟังโทษในขั้นตอนถัดไป ซึ่งโทษสูงสุดตามกฎหมายอาจถึงจำคุกตลอดชีวิต

คดีของจิมมี่ ไหล ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสื่อ “Apple Daily” ถูกจับตามองจากนานาชาติ โดยสหรัฐฯ อังกฤษ และสหภาพยุโรปแสดงความกังวลว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติถูกใช้จำกัดเสรีภาพสื่อและการแสดงออก ขณะที่รัฐบาลจีนและฮ่องกงยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้จำเป็นต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของเมือง

ทั้งนี้ นายจิมมี่ ไหล ถูกจับกุมตั้งแต่ปี 2563 หลังการประท้วงใหญ่ในฮ่องกงปี 2562 และยังคงถูกควบคุมตัวระหว่างรอการตัดสินโทษในคดีนี้.

ที่มา CNN BBC 

จีนทวงคืนแพนด้ายักษ์คู่สุดท้ายจากญี่ปุ่น เตรียมส่งกลับม.ค.นี้ ไร้แพนด้าเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี

จีนทวงคืนแพนด้ายักษ์คู่สุดท้ายจากญี่ปุ่น เตรียมส่งกลับม.ค.นี้ ไร้แพนด้าเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี

15 ธ.ค. 2568 12:05 น.

จีนทวงคืนแพนด้ายักษ์คู่สุดท้ายจากญี่ปุ่น เตรียมส่งกลับม.ค.นี้ ไร้แพนด้าเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี

ญี่ปุ่นเตรียมส่งแพนด้ายักษ์ 2 ตัวสุดท้ายที่อยู่ในญี่ปุ่น กลับประเทศจีนในเดือนมกราคมนี้ตามคำร้องขอจากจีน ซึ่งอาจทำให้ญี่ปุ่นไม่มีแพนด้าเหลืออยู่เลยเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ

แพนด้าทั้งสองตัวที่จะถูกส่งกลับ ได้แก่ เล่ยเล่ย และ เสี่ยวเสี่ยว อาศัยอยู่ที่สวนสัตว์อุเอโนะ กรุงโตเกียว โดยเป็นแพนด้าที่จีนให้ยืมภายใต้โครงการ “การทูตแพนด้า” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและญี่ปุ่น นับตั้งแต่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 1972

รายงานระบุว่า แพนด้าคู่แฝดจะถูกส่งกลับจีนก่อนกำหนดประมาณ 1 เดือน แม้สัญญายืมจะสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ โดยหนังสือพิมพ์ อาซาฮี ชิมบุน และสื่อญี่ปุ่นหลายแห่งรายงานตรงกันว่า รัฐบาลกรุงโตเกียวพยายามขอให้แพนด้าทั้งสองอยู่ต่อ เนื่องจากเป็นสัตว์ยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ทางการจีนไม่เห็นด้วย

ด้านรัฐบาลกรุงโตเกียวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อการสอบถามของเอเอฟพี ขณะที่ อาซาฮี ชิมบุน ยังรายงานเพิ่มเติมว่า ทางการโตเกียวกำลังเจรจาขอยืมแพนด้าคู่ใหม่จากจีน อย่างไรก็ตาม โอกาสที่แพนด้าคู่ใหม่จะเดินทางมาถึงก่อนการส่งคืนเล่ยเล่ยและเสี่ยวเสี่ยวนั้นยังถือว่าเป็นไปได้น้อย

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของเอเชีย ที่กำลังตึงเครียดมากขึ้น หลัง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น แสดงท่าทีว่าโตเกียวอาจพิจารณาแทรกแซงทางทหาร หากเกิดการโจมตีไต้หวัน ความเห็นดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับจีน ซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตนเอง

สวนสัตว์อุเอโนะถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการทูตแพนด้า โดยมีความร่วมมือกับสวนสัตว์ในจีนและสหรัฐฯ ในการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์อย่างต่อเนื่อง แพนด้าคู่แฝดเล่ยเล่ยและเสี่ยวเสี่ยว เกิดในปี 2021 จากแม่ชื่อ ชินชิน ซึ่งเดินทางมาญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2011 และถูกส่งกลับจีนไปเมื่อปีที่ผ่านมา

โดยการเพาะพันธุ์แพนด้าในสวนสัตว์ถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก เนื่องจากแพนด้ามีปัญหาในการผสมพันธุ์ มีภาวะตั้งครรภ์ลวง และมีอัตราการตายของลูกแพนด้าแรกเกิดค่อนข้างสูง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แพนด้า

“คิม จองอึน” สวมกอดต้อนรับทหารที่กลับจากการร่วมรบสงครามรัสเซีย-ยูเครน

"คิม จองอึน" สวมกอดต้อนรับทหารที่กลับจากการร่วมรบสงครามรัสเซีย-ยูเครน

15 ธ.ค. 2568 11:03 น.

“คิม จองอึน” สวมกอดต้อนรับทหารที่กลับจากการร่วมรบสงครามรัสเซีย-ยูเครน

คิม จองอึน ร่วมพิธีต้อนรับทหารเกาหลีเหนือที่กลับจากรัสเซีย หลังร่วมภารกิจรบและเก็บกู้ทุ่นระเบิดในสงครามยูเครน ยกย่องความกล้าหาญ พร้อมมอบยศวีรชนแก่ทหารที่เสียชีวิต

วันที่ 14 ธันวาคม 2568 สื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เข้าร่วมพิธีต้อนรับทหารหน่วยวิศวกรรมกองทัพประชาชนเกาหลี ที่เดินทางกลับประเทศ หลังถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในแคว้นคูร์สก์ของรัสเซีย ท่ามกลางสงครามรัสเซีย–ยูเครน

พิธีนี้จัดขึ้นในกรุงเปียงยาง โดยคิม จองอึน ได้กล่าวยกย่องความกล้าหาญอย่างยิ่งใหญ่ ของกองพันวิศวกรรมที่ 528 ซึ่งปฏิบัติภารกิจนานราว 120 วัน ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมทั้งการรบและการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ที่กองกำลังยูเครนเคยแทรกซึมเข้ายึดครอง

ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า หน่วยทหารสามารถเปลี่ยนพื้นที่อันตรายให้กลับมาปลอดภัยได้ภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน พร้อมระบุว่า กองทัพเกาหลีเหนือไม่อาจเทียบได้กับกองกำลังตะวันตกที่พึ่งพาอาวุธทันสมัยเพียงอย่างเดียว

ในพิธีนี้ คิม จองอึน ยังแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียทหาร 9 นาย และประกาศมอบเครื่องอิสริยาภรณ์ “อิสระภาพและเอกราช” ให้กับหน่วยทหาร ขณะที่ทหารที่เสียชีวิตจะได้รับการยกย่องเป็น “วีรชนแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี”

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันว่า ทหารเกาหลีเหนือมีบทบาทช่วยรัสเซียผลักดันกองกำลังยูเครนออกจากแคว้นคูร์สก์ และดำเนินภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดต่อเนื่อง โดยรายงานระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือด้านการป้องกันระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือส่งทหารราว 14,000 นายไปสนับสนุนรัสเซีย โดยมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บประมาณ 3,000–4,000 นาย.

ที่มา Yonhap

ฮุน เซน แจง ไม่ได้กีดกันคนไทยเดินทางกลับประเทศ ย้ำหยุดข้ามแดนทางบกเพื่อความปลอดภัย

 ฮุน เซน แจง ไม่ได้กีดกันคนไทยเดินทางกลับประเทศ ย้ำหยุดข้ามแดนทางบกเพื่อความปลอดภัย

15 ธ.ค. 2568 11:01 น.

ฮุน เซน แจง ไม่ได้กีดกันคนไทยเดินทางกลับประเทศ ย้ำหยุดข้ามแดนทางบกเพื่อความปลอดภัย

ฮุน เซน แจง ไม่ได้ห้ามคนไทย–กัมพูชาเดินทาง แต่ขอหยุดข้ามแดนทางบกชั่วคราว เหตุเสี่ยงอันตรายจากสถานการณ์ชายแดน ตัดพ้ออย่าตีเจตนาดีเป็นเจตนาร้าย

ฮุนเซน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กล่าสุด ตัดพ้ออย่าตีความเจตนาผิด ยืนยันไม่ได้สั่งห้ามชาวไทยเดินทางกลับประเทศแต่ขอระงับเฉพาะการข้ามแดนทางบกชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยตามแนวชายแดน โดยขอให้ไปอ่านทวนซ้ำข้อความที่เขาโพสต์ก่อนหน้านี้อีกครั้ง โดยข้อความที่โพสต์ล่าสุดระบุว่า

เมื่อวานนี้ ที่ผมได้โพสต์ข้อความแนะนำรัฐบาลว่ากรณีของชาวกัมพูชาและชาวไทยที่เดินทางข้ามพรมแดนทางบกควรระงับไว้ชั่วคราว เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทย อาจมีความสับสนหรือถูกมองว่าเป็นการยั่วยุจากอีกฝ่ายหนึ่งที่คิดว่า กัมพูชาไม่ยอมให้ชาวไทยเดินทางกลับประเทศ

ผมขอยืนยันว่า การระงับดังกล่าวเป็นการระงับเฉพาะการเดินทางทางบกเท่านั้นเนื่องจากมีการสู้รบและความรุนแรงเกิดขึ้นตามแนวชายแดนทางบกและรวมถึงบางส่วนของพื้นที่ทางทะเลด้วย

สำหรับการเดินทางทางอากาศยังคงสามารถเดินทางได้ตามปกติเพราะไม่มีการสู้รบที่สนามบิน

จากเหตุผลดังกล่าว ขอให้ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในกัมพูชาสามารถเดินทางออกจากกัมพูชาได้ทางอากาศผ่านกรุงพนมเปญหรือเสียมราฐส่วนชาวไทยที่ทำงานอยู่ใกล้ชายแดนเวียดนามสามารถเดินทางผ่านเวียดนาม และหาวิธีเดินทางกลับประเทศไทยได้

ส่วนชาวกัมพูชา หากต้องการกลับกัมพูชาก็ต้องเดินทางกลับกัมพูชาทางอากาศเช่นกัน ในเส้นทางที่มีเที่ยวบินมายังกัมพูชา

ผมขอย้ำอีกครั้งว่า กัมพูชาไม่ได้สั่งห้ามการเดินทางของชาวกัมพูชาหรือชาวไทย สิ่งเดียวที่เราขอให้หยุดไว้ชั่วคราวคือการเดินทางทางบกซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของประชาชน

โปรดตรวจสอบข้อความที่ผมโพสต์เมื่อวานนี้และโปรดอย่านำเจตนาดีของผมที่ต้องการปกป้องชีวิตของทั้งชาวเขมรและชาวไทยไปใช้โจมตีในลักษณะนี้.


ที่มา FB : Samdech Hun Sen of Cambodia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฮุน เซน

คอนเสิร์ต เลดี้ กาก้า ที่ซิดนีย์ชะงัก หลังแดนเซอร์ลื่นตกเวทีจากฝนตกหนัก

คอนเสิร์ต เลดี้ กาก้า ที่ซิดนีย์ชะงัก หลังแดนเซอร์ลื่นตกเวทีจากฝนตกหนัก

15 ธ.ค. 2568 09:53 น.

คอนเสิร์ต เลดี้ กาก้า ที่ซิดนีย์ชะงัก หลังแดนเซอร์ลื่นตกเวทีจากฝนตกหนัก

Lady Gaga หยุดการแสดงคอนเสิร์ตที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลียชั่วคราว หลังเกิดเหตุไม่คาดฝันแดนเซอร์ลื่นตกจากเวที เนื่องจากพื้นเวทีเปียกฝน โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง และการแสดงสามารถดำเนินต่อได้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างคอนเสิร์ตที่สนาม Accor Stadium เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยแดนเซอร์ชื่อ ไมเคิล ดาเมสกี พลัดลื่นตกจากเวทีที่เปียกน้ำฝน ต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก

หลังเกิดเหตุ เลดี้ กาก้า ซึ่งกำลังร้องเพลงอยู่ ได้ส่งสัญญาณให้ทีมงานหยุดดนตรีทันที และเข้าไปตรวจสอบอาการของแดนเซอร์ ก่อนจะยืนยันกับผู้ชมว่าเขาปลอดภัยดี และการแสดงสามารถดำเนินต่อได้

ในคลิปวิดีโอจากผู้ชมที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ เห็นได้ชัดว่า กาก้าพูดกับแฟนเพลงว่า “ขอเวลาสักครู่นะคะ เราเพิ่งเกิดอุบัติเหตุบนเวที ทุกอย่างโอเคแล้ว ขอให้ทุกคนรอสักครู่ค่ะ”

นอกจากนี้ นักร้องวัย 39 ปี ยังใช้เวลาตรวจสอบรองเท้าของแดนเซอร์ทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าเหมาะสมกับสภาพพื้นเวทีที่เปียกฝน หลังจากฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดการแสดง

ต่อมา ไมเคิล ดาเมสกี ได้โพสต์ผ่าน Instagram Story ยืนยันว่า เขาปลอดภัย และยังสามารถขึ้นแสดงจนจบโชว์สุดท้ายของปีได้ พร้อมขอบคุณแฟนๆ ที่เป็นห่วง

ทั้งนี้ คอนเสริ์ตของเลดี้ กาก้า เคยต้องชะงักมาแล้วครั้งหนึ่ง ในเดือนเดียวกันนี้ เมื่อ จอห์นสัน เหวิน หรือที่รู้จักในชื่อ PyjamaMan อินฟลูเอนเซอร์ชาวออสเตรเลีย ถูกเชิญออกจากคอนเสิร์ตของเลดี้ กาก้า ที่สนาม Suncorp Stadium เมืองบริสเบน หลังไปสร้างความวุ่นวายภายในงาน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้จอห์นสัน เหวิน ก็ไปป่วนในงานพรีเมียร์ภาพยนตร์ Wicked: For Good ที่ประเทศสิงคโปร์ ด้วยการวิ่งเข้าประชิดตัว อารีอานา กรานเด จนทำให้เขาถูกเนรเทศและห้ามเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์อีก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เลดี้ กาก้า