กัมพูชาย้ำ ยังบินเข้า-ออกไทยได้ตามปกติ แม้ปิดด่านบก

กัมพูชาย้ำ ยังบินเข้า-ออกไทยได้ตามปกติ แม้ปิดด่านบก

15 ธ.ค. 2568 09:45 น.

กัมพูชาย้ำ ยังบินเข้า-ออกไทยได้ตามปกติ แม้ปิดด่านบก

กัมพูชาย้ำว่า เที่ยวบินระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงให้บริการตามปกติ แม้รัฐบาลกัมพูชาจะสั่งระงับการเดินทางผ่านด่านพรมแดนทางบกทั้งหมด ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบอย่างต่อเนื่องตามแนวชายแดน

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 โฆษกสำนักเลขาธิการการบินพลเรือนแห่งรัฐกัมพูชาแถลงว่า เที่ยวบินเส้นทางพนมเปญ–เสียมราฐ–กรุงเทพฯ ยังดำเนินการตามปกติ และเปิดให้บริการแก่ผู้โดยสารทุกสัญชาติ โดยย้ำว่าคำสั่งระงับการเดินทางผ่านด่านพรมแดนทางบก เป็นการจำกัดเฉพาะด่านพรมแดนทางบกเท่านั้น ไม่กระทบต่อการเดินทางทางอากาศ

การชี้แจงมีขึ้นหลังจากกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ประกาศระงับการเดินทางผ่านด่านกัมพูชา-ไทย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติ ส่งผลให้เกิดความกังวล โดยเฉพาะในฝั่งรัฐบาลไทย

อย่างไรก็ตาม โฆษกฯ ยืนยันว่า กัมพูชาไม่มีเจตนาขัดขวางการเดินทางกลับประเทศของพลเมืองไทย และการเดินทางทางอากาศยังคงเปิดตามพันธกรณีระหว่างประเทศทุกประการ โดยอ้างคำแถลงของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ขอให้ประชาชนทั้งสองประเทศหลีกเลี่ยงพื้นที่ชายแดน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง พร้อมกล่าวอ้างว่ากองทัพไทยมีการใช้เครื่องบินรบโจมตีหลายพื้นที่

พร้อมกันนี้ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาจะคุ้มครองความปลอดภัยของชาวไทยที่พำนักอยู่ในประเทศ ขณะเดียวกันแนะนำให้แรงงานกัมพูชาในไทยชะลอการเดินทางกลับ จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลาย.

ที่มา Khmertimes

ซิดนีย์ลดธงครึ่งเสา นายกฯ ออสเตรเลียวางดอกไม้ไว้อาลัยเหตุกราดยิงหาดบอนได

ซิดนีย์ลดธงครึ่งเสา นายกฯ ออสเตรเลียวางดอกไม้ไว้อาลัยเหตุกราดยิงหาดบอนได

15 ธ.ค. 2568 08:33 น.

ซิดนีย์ลดธงครึ่งเสา นายกฯ ออสเตรเลียวางดอกไม้ไว้อาลัยเหตุกราดยิงหาดบอนได

ออสเตรเลียลดธงลงครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยต่อเหตุกราดยิงที่ชายหาดบอนได ในนครซิดนีย์ ระหว่างที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ของชาวยิว ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย

คริส มินส์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตมีอายุตั้งแต่ 10 ปี ไปจนถึง 87 ปี ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 42 คน กำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยหลายรายมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤตขณะที่นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี เดินทางไปวางดอกไม้ ณ จุดเกิดเหตุในวันจันทร์ เพื่อแสดงความอาลัยและสดุดีต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็นการก่อการร้ายต่อต้านชาวยิวที่โจมตีหัวใจของประเทศ

อเล็กซ์ ริฟชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของสภาบริหารชาวยิวแห่งออสเตรเลีย (Executive Council of Australian Jewry) กล่าวว่า “ในเวลานี้ พวกเราหัวใจสลาย เราต้องโศกเศร้า ต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และต้องคิดว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับลูกหลานของเราอย่างไร”

ล่าสุดทางการเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นพ่อลูกกัน โดยผู้เป็นพ่อวัย 50 ปี ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่มือปืนอีกราย ซึ่งเป็นบุตรชายวัย 24 ปี ได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยทางตำรวจยืนยันว่า มือปืนรายหนึ่งเป็นบุคคลที่หน่วยงานความมั่นคงรู้จักมาก่อน แต่แลนยอนกล่าวว่า ทางการไม่มีข้อมูลบ่งชี้ล่วงหน้าว่าจะมีการวางแผนก่อเหตุโจมตี

เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุกราดยิงที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวด.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เหตุกราดยิง

เหยื่อกราดยิงหาดบอนไดพุ่ง 15 ศพ เจ็บอีก 42 มือปืนเป็นพ่อลูกกัน

เหยื่อกราดยิงหาดบอนไดพุ่ง 15 ศพ เจ็บอีก 42 มือปืนเป็นพ่อลูกกัน

15 ธ.ค. 2568 06:19 น.

เหยื่อกราดยิงหาดบอนไดพุ่ง 15 ศพ เจ็บอีก 42 มือปืนเป็นพ่อลูกกัน

เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียยืนยัน ผู้เสียชีวิตในเหตุกราดยิงที่หาดบอนไดเพิ่มเป็น 15 ศพแล้ว ไม่รวมมือปืนที่เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 1 ราย โดยทั้งคู่เป็นพ่อลูกกัน และใช้ปืนถึง 6 กระบอกในการก่อเหตุ

เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. 2568 นายคริส มินส์ ผู้นำรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย อัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับเหตุกราดยิงงานเทศกาลชาวยิวที่หาดบอนได นครซิดนีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า ขณะนี้ มีประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้ว 15 ศพ มีอายุตั้งแต่ 10 ขวบ ถึง 87 ปี

นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ยังต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 42 คน ขณะที่มือปืนจนถึงตอนนี้ยังยืนยันจำนวนอยู่ที่ 2 คน คนหนึ่งเป็นชาววัย 50 ปี ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ อีกรายเป็นชายวัย 24 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในขั้นวิกฤต และกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล ภายใต้การคุ้มกันของตำรวจ

นายมินส์พยายามรวมใจชุมชนเป็นหนึ่งเดียว “ขอให้พวกเขาได้รู้ว่า ชาวออสเตรเลียธรรมดาๆ ชาวออสเตรเลียทั่วไปอยู่เคียงข้างพวกเขา และกำลังคิดถึงพวกเขาในการโจมตีอันเลวร้ายที่มุ่งเป้ามาที่งาน ซึ่งควรจะเป็นงานที่เต็มไปด้วยความสุข ที่พวกเขามีสิทธิ์เต็มที่ในการแบ่งปันกับชุมชนบนหาดบอนได”

จากนั้น นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียก็ขึ้นแถลงการณ์ต่อ โดยระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น “พฤติกรรมต่อต้านชาวยิว” (act of antisemitism) และเป็นการ “ก่อการร้าย” บนผืนแผ่นดินของออสเตรเลีย พร้อมให้คำมั่นว่า “เราจะทุ่มเททรัพยากรทุกอย่างที่จำเป็นในการตอบสนองต่อเรื่องนี้”

นายมาล แลนยอน (Mal Lanyon) ผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ ขึ้นแถลงเป็นคนถัดไป โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้กำลังตามหามือปืนรายอื่นเพิ่มเติมแล้ว โดยตำรวจสืบทราบว่ามือปืนวัย 50 ปี กับ 24 ปี เป็นพ่อลูกกัน ซึ่งเขายืนยันว่า ชายวัย 50 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่ชายวัย 24 ปี ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในอาการวิกฤต

นายแลนยอนเผยอีกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตามหมายค้นใน 2 สถานที่ในย่านชานเมืองทางตะวันตกของซิดนีย์ ได้แก่ บอนนีริก (Bonnyrigg) และแคมป์ซี (Campsie)

ชายวัย 50 ปี เป็นผู้มีใบอนุญาตอาวุธปืน และมีอาวุธปืนที่เชื่อมโยงกับเขาถึง 6 กระบอก ผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ยืนยัน และเสริมว่า คาดว่าปืนทั้ง 6 กระบอกนี้ถูกนำมาใช้ในการก่ออาชญากรรมที่หาดบอนไดด้วย

สุดท้ายนายแลนยอนกล่าวว่า ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ 2 นายยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจจะไปประจำการตามสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาต่างๆ ให้มากขึ้น

ด้าน ดร.โดมินิก มอร์แกน ผู้บริหารสูงสุดของ “NSW Ambulance” ซึ่งเป็นสำนักงานฉุกเฉินของรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวในงานแถลงข่าวเดียวกันว่า ทีมรถพยาบาลตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่หาดบอนไดภายใน 10 นาที โดยเจ้าหน้าที่ชุดแรกขนส่งผู้บาดเจ็บ 24 คนไปโรงพยาบาล และช่วยเหลือผู้ที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้ง 14 ศพ

ดร.มอร์แกน เสริมว่า ในเวลาต่อมามีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 ศพ และมีอีกทั้งสิ้น 42 คนที่ยังคงรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างๆ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ในด้านของแรงจูงใจในการก่อเหตุ นายแลนยอนระบุว่า ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยตอนนี้ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่า ชายผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน วางแผนการโจมตีนี้เอาไว้ล่วงหน้า นอกจากนั้น ยังพบระเบิดแสวงเครื่อง (IED) ที่สามารถใช้การได้จริงในที่เกิดเหตุ 2 ลูกด้วย แต่เจ้าหน้าที่ดำเนินการเก็บกู้แล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เผยชื่อมือปืน กราดยิงหาดบอนได ดับ 11 ศพ พบระเบิดในรถยนต์

เผยชื่อมือปืน กราดยิงหาดบอนได ดับ 11 ศพ พบระเบิดในรถยนต์

15 ธ.ค. 2568 01:56 น.

เผยชื่อมือปืน กราดยิงหาดบอนได ดับ 11 ศพ พบระเบิดในรถยนต์

เผย 1 ใน 2 มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงที่หาดบอนได ของออสเตรเลีย มีประวัติในฐานข้อมูลของตำรวจอยู่แล้ว ขณะที่พลเมืองดีที่เข้าแย่งปืนคนร้ายสำเร็จ ถูกยิงบาดเจ็บ แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

นายณัฐพันธ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวประจำออสเตรเลีย รายงานว่า เหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.45 น. ของวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ บาดเจ็บอีก 29 คน รวมตำรวจ 2 นาย ขณะที่คนร้าย 2 คน ถูกวิสามัญฆาตกรรม 1 ราย ส่วนอีกคนได้รับบาดเจ็บสาหัสอาการอยู่ในขั้นวิกฤต

รายงานระบุว่า เหตุการณ์นี้ถูกจัดเป็น “การก่อการร้าย” โดยมีการระบุว่าเป้าหมายคือชุมชนชาวยิวที่จัดงานเทศกาล “ฮานุกกะห์” โดยหนึ่งในมือปืนมีประวัติอยู่ในฐานข้อมูลตำรวจ แต่ไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นภัยคุกคามเร่งด่วน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดในออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนแรงจูงใจและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุ

มือปืนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกระบุว่าชื่อ นาวีด อาคราม (Naveed Akram) อายุ 24 ปี ได้รับการยืนยันว่าเป็นหนึ่งในสองคนที่เปิดฉากยิงใส่ฝูงชนในงานเทศกาลฮานุกกะห์ ที่ชายหาดบอนได

จากรายงานเพิ่มเติมของ The Jerusalem Post ระบุว่า นายอาคราม อาจมีเชื้อสายจากปากีสถาน และตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เขาเคยศึกษาที่ Central Queensland University ในซิดนีย์ และที่ Hamdard University ในอิสลามาบัด ของปากีสถาน

ตำรวจยังตรวจพบ ระเบิดแสวงเครื่อง (IED) ในยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ซึ่งทีมเก็บกู้ระเบิดจัดการเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนว่ามี ผู้ก่อเหตุรายที่สามหรือไม่

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า ชายผู้เข้าไปแย่งและปลดอาวุธจากหนึ่งในคนร้ายได้สำเร็จจนกลายเป็นคลิปไวรัลทั่วอินเทอร์เน็ต ถูกยิงได้รับบาดเจ็บแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ชายคนนี้ได้รับการเปิดเผยชื่อว่า อาเหม็ด อัล อาเหม็ด อายุ 43 ปี แต่งงานแล้ว และมีลูก 2 คน เป็นเจ้าของร้านขายผลไม้ในย่านซัทเธอร์แลนด์ ใกล้กับที่เกิดเหตุ โดยเขาไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับปืน แต่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดีและตัดสินใจเข้าแทรกแซง

ตำรวจระบุว่านายอาเหม็ด ถูกยิง 2 นัดที่แขน ก่อนถูกส่งตัวเข้าการรักษาที่โรงพยาบาล โดยขณะนี้มีอาการปลอดภัยแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

พรรคหนุนประชาธิปไตยเก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง ประกาศยุบพรรคแล้ว

พรรคหนุนประชาธิปไตยเก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง ประกาศยุบพรรคแล้ว

15 ธ.ค. 2568 01:11 น.

พรรคหนุนประชาธิปไตยเก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง ประกาศยุบพรรคแล้ว

พรรคการเมืองฝ่ายหนุนประชาธิปไตยเก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง ตัดสินใจยุบพรรคแล้ว ชี้สภาพแวดล้อมทางการเมืองของฮ่องกงเปลี่ยนไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) พรรคการเมืองฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยที่เก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง ประกาศยุบพรรคแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค. 2568 หลังจากสมาชิกลงมติอย่างเป็นทางการให้ยุบพรรคและเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี

พรรคประชาธิปไตยก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ใกล้ช่วงสุดท้ายของการปกครองของอังกฤษ หลังกลุ่มเสรีนิยมของฮ่องกงลุกฮือขึ้นต่อต้าน

“ตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา เราได้เข้าร่วมและเป็นพยานในการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของสังคมฮ่องกง เฝ้าดูระบบและสภาพแวดล้อมของฮ่องกงที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งครั้งแล้วครั้งเล่า” พรรคประชาธิปไตยระบุในแถลงการณ์ “ทว่า เมื่อเวลาได้เปลี่ยนผันไป ตอนนี้ เราจำเป็นต้องปิดฉากบทนี้ลงด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง”

นาย หลอ กิน-เหย (Lo Kin-hei) ประธานพรรคประชาธิปไตยกล่าวในงานแถลงข่าวว่า การประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สมาชิก 117 คน จากทั้งหมด 121 คน โหวตให้พรรคเข้าสู่การชำระบัญชี ขณะที่อีก 4 คนไม่ลงคะแนนเสียง

นายหลอระบุว่า นี่คือ “การตัดสินใจร่วมกัน” ของสมาชิกพรรค และเสริมว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา “เราขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อพลเมืองทุกคนที่ได้ร่วมเดินทางกับพรรคเดโมแครติกตลอด 30 ปีที่ผ่านมา” หลอกล่าว

ขณะที่ น.ส. เอมิลี เหลา (Emily Lau) บอกกับผู้สื่อข่าวหลังออกจากที่ประชุมในวันอาทิตย์ว่า เธอประหลาดกับการตัดสินใจยุบพรรคในวันนี้ “ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพรรคประชาธิปไตยถึงลงเอยเช่นนี้ … ฉันคิดว่าปักกิ่งต้องให้คำอธิบาย”

นายหลอกล่าวว่า การยุบพรรคเป็นผลมาจาก “สภาพแวดล้อมทางการเมือง” ของฮ่องกง แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อจำกัดที่พรรคกำลังเผชิญอยู่

ทั้งนี้ หลังจากอังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีนในปี 2540 พรรคประชาธิปไตยได้กลายเป็นเสียงฝ่ายค้านที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสภานิติบัญญัติของฮ่องกง และเป็นผู้นำในการเดินขบวนประท้วงอย่างสันติหลายครั้งที่ผ่านมา

นาย หยาง ซัม อดีตผู้นำพรรคประชาธิปไตยและเคยถูกตัดสินจำคุก กล่าวว่า การตัดสินใจยุบพรรคแสดงให้เห็นถึงความถดถอยของฮ่องกงจากการเป็นสังคมเสรีไปสู่ “สังคมอำนาจนิยม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เยอรมนีจับกุม 5 ผู้ต้องสงสัย วางแผนโจมตีตลาดคริสต์มาส

เยอรมนีจับกุม 5 ผู้ต้องสงสัย วางแผนโจมตีตลาดคริสต์มาส

14 ธ.ค. 2568 23:00 น.

เยอรมนีจับกุม 5 ผู้ต้องสงสัย วางแผนโจมตีตลาดคริสต์มาส

ตำรวจเยอรมนีจับกุมผู้ต้องสงสัย 5 คน เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ฐานวางแผนก่อเหตุโจมตีตลาดคริสต์มาส โดยมีแรงจูงใจมาจากแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจเยอรมนีดำเนินการจับกุมชาย 5 คน ในฐานะผู้ต้องสงสัยว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการขับรถพุ่งชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสในรัฐบาวาเรียทางตอนใต้ของประเทศ โดยคาดว่าแรงจูงใจของพวกเขาเกี่ยวข้องกับแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง

เจ้าหน้าที่ในเยอรมนีกำลังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังขั้นสูงสุด หลังเกิดเหตุโจมตีตลาดคริสต์มาสหลายครั้งก่อนหน้านี้ โดยผู้ถูกจับกุมประกอบด้วยชาวโมร็อกโก 3 คน ชาวอียิปต์ 1 คน และชาวซีเรีย 1 คน ถูกควบคุมตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ธ.ค.)

อัยการกล่าวหาว่า ชายชาวอียิปต์ ซึ่งมีอายุ 56 ปี เสนอให้มีการโจมตีโดยใช้ยานพาหนะ โดยมีเป้าหมายเพื่อสังหารหรือทำให้ผู้คนบาดเจ็บให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนชายชาวโมร็อกโกถูกกล่าวหาว่าเห็นด้วยที่จะดำเนินการโจมตีดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้วางแผนจะก่อเหตุโจมตีเมื่อใด หรือตลาดใดเป็นเป้าหมาย แต่พวกเขาเชื่อว่าเป็นตลาดแห่งหนึ่งในพื้นที่ดิงโกลฟิง-ลันเดา (Dingolfing-Landau) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมิวนิก

หนังสือพิมพ์บิลด์ (Bild) ของเยอรมนีรายงานว่า ชายชาวอียิปต์ผู้นี้เป็นอิหม่ามประจำมัสยิดแห่งหนึ่งในพื้นที่

ตำรวจเปิดเผยด้วยว่า ชายชาวโมร็อกโก 3 คน อายุ 30 ปี, 28 ปี และ 22 ปี ถูกจับกุมในข้อหาตกลงที่จะก่อการฆาตกรรม ส่วนชายชาวซีเรียวัย 37 ปี ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ ในการตัดสินใจก่ออาชญากรรมของพวกเขา

นายโจอาคิม แฮร์มันน์ รัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐบาวาเรีย บอกกับหนังสือพิมพ์บิลด์ว่า “ความร่วมมือที่ยอดเยี่ยมระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงของเรา ช่วยป้องกันการโจมตีที่มีแรงจูงใจจากแนวคิดอิสลามหัวรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้”

ทั้งนี้ ตลาดคริสต์มาสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามเทศกาลที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศเยอรมนี ซึ่งมักดึงดูดผู้คนจำนวนมากและการท่องเที่ยวที่สำคัญ

การรักษาความปลอดภัยในงานอีเวนต์ต่างๆ ของเยอรมนี เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เหตุโจมตีในกรุงเบอร์ลินเมื่อปี 2559 เมื่อชายคนหนึ่งขับรถบรรทุกพุ่งชนฝูงชนในตลาด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ เมื่อธันวาคมปีก่อนก็เพิ่งเกิดเหตุโจมตีตลาดคริสต์มาสในเมืองมักเดบูร์ก จนมีผู้เสียชีวิต 6 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ชาวเน็ตยกย่อง ชายฮีโร่แย่งปืนจากคนร้าย เหตุกราดยิงที่หาดบอนได

ชาวเน็ตยกย่อง ชายฮีโร่แย่งปืนจากคนร้าย เหตุกราดยิงที่หาดบอนได

14 ธ.ค. 2568 22:16 น.

ชาวเน็ตยกย่อง ชายฮีโร่แย่งปืนจากคนร้าย เหตุกราดยิงที่หาดบอนได

ชายคนหนึ่งกำลังได้รับการยกย่องจากชาวเน็ต ในฐานะฮีโร่ในเหตุกราดยิงที่หาดบอนได หลังจากมีวิดีโอเผยให้เห็นว่า เขาเสี่ยงชีวิตเข้าไปแย่งอาวุธจากมือปืนได้สำเร็จ

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็น ชายร่างใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวคนหนึ่ง เข้าสกัดและปลดอาวุธ 1 ใน 2 มือปืนระหว่างเกิดเหตุกราดยิงเทศกาลชาวยิวที่หาดบอนได ในนครซิดนีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค. 2568 ทำให้เขาได้รับการยกย่องจากชาวเน็ตจำนวนมากให้เป็นวีรบุรุษ และช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้มากมาย

เหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.45 น. ทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ บาดเจ็บอีก 29 คน รวมตำรวจ 2 นาย ขณะที่คนร้าย 2 คน ถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีกคนได้รับบาดเจ็บสาหัสอาการอยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่ตำรวจกำลังสืบสวนว่ามีคนร้ายรายที่ 3 หรือไม่

ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นว่า ชายเสื้อเชิ้ตขาวรายนี้วิ่งเข้าไปหาชายสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่กำลังถือปืนไรเฟิลที่ลานจอดรถ จากนั้นเขาจึงเข้าตะครุบมือปืนจากด้านหลัง แล้วใช้มือแย่งปืนไรเฟิลจากคนร้ายได้สำเร็จ ก่อนจะหันปืนนั้นกลับไปจ่อที่ชายคนร้าย แต่เขาไม่ได้ยิงแต่อย่างใด ในขณะที่คนร้ายล่าถอยไปสมทบกับมือปืนอีกคน

***ชมคลิปที่นี่***

สำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า วิดีโอนี้จากภาพที่ได้รับการตรวจสอบและยืนยันแล้ว โดยชายติดอาวุธในวิดีโอนี้เป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏในภาพที่คนร้ายถูกตำรวจห้อมล้อม

ภาพวีรกรรมครั้งนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ โดยผู้คนต่างยกย่องความกล้าหาญของชายเสื้อขาว ซึ่งตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นใคร และเชื่อว่าการกระทำของเขาอาจช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้มากมาย

“วีรบุรุษชาวออสเตรเลีย (พลเมืองทั่วไป) ต่อสู้แย่งปืนจากผู้โจมตีและปลดอาวุธเขา บางคนมีความกล้าหาญ และบางคนก็… ไม่ว่ามันจะคืออะไรก็ตาม” ผู้ใช้งาน X คนหนึ่งแสดงความเห็นพร้อมกับโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์

“ชายชาวออสเตรเลียคนนี้ช่วยชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วนด้วยการแย่งปืนจากหนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่หาดบอนได เขาเป็นวีรบุรุษ” ชาวเน็ตอีกคนระบุ

ด้านนายคริส มินส์ หัวหน้ารัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครซิดนีย์ กล่าวว่า “นี่คือภาพที่น่าเหลือเชื่อที่สุดที่ผมเคยเห็นมา ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปหามือปืนที่ยิงเข้าใส่ผู้คนในชุมชน และปลดอาวุธเขาได้ด้วยตัวคนเดียว โดยยอมเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยชีวิตผู้คนอีกนับไม่ถ้วน”

“ชายคนนี้คือวีรบุรุษอย่างแท้จริง และผมไม่สงสัยเลยว่ามีผู้คนจำนวนมากยังมีชีวิตอยู่ได้ในคืนนี้ ก็เพราะความกล้าหาญของเขา”

ขณะที่นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ก็ออกมากล่าวชื่นชมการกระทำของชายคนนี้และคนอื่นๆ ที่ “วิ่งเข้าหาอันตรายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น”

“ชาวออสเตรเลียเหล่านี้คือวีรบุรุษ และความกล้าหาญของพวกเขาได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้” ผู้นำออสเตรเลียกล่าวในงานแถลงข่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ด่วน ยิงสนั่นหาดบอนได ซิดนีย์ ดับอย่างน้อย 10 ศพ ระหว่างงานเฉลิมฉลองเทศกาลยิว

ด่วน ยิงสนั่นหาดบอนได ซิดนีย์ ดับอย่างน้อย 10 ศพ ระหว่างงานเฉลิมฉลองเทศกาลยิว

14 ธ.ค. 2568 17:47 น.

ด่วน ยิงสนั่นหาดบอนได ซิดนีย์ ดับอย่างน้อย 10 ศพ ระหว่างงานเฉลิมฉลองเทศกาลยิว

เกิดเหตุกราดยิงสุดสะเทือนขวัญที่ หาดบอนได แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย รวมถึงผู้ก่อเหตุ ขณะที่มือปืนอีกคนถูกจับกุมและอาการสาหัส

เกิดเหตุกราดยิงที่หาดบอนได ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีรายงานว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนเปิดฉากยิงในพื้นที่หาดบอนได ขณะที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลยิว เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 10 ราย รวมถึงชาย 1 รายที่เชื่อว่าเป็นหนึ่งในมือปืน ส่วนมือปืนอีก 1 คนถูกควบคุมตัว แต่อยู่ในอาการวิกฤต นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย

ล่าสุดตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ยืนยันว่า ภัยคุกคามทั้งหมดถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่ยังขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยหลายรายการ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยได้ตั้ง เขตห้ามเข้า รอบบริเวณหาดบอนไดเพื่อความปลอดภัย

ด้านนาย แอนโธนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แถลงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าตกใจและสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยฉุกเฉินได้ลงพื้นที่ทันทีเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและควบคุมสถานการณ์แล้ว

ด้าน อเล็กซ์ ริฟชิน  ประธานร่วมฝ่ายบริหารของ สภาชาวยิวแห่งออสเตรเลีย  ให้สัมภาษณ์กับ Sky News ว่า เหตุยิงเกิดขึ้นระหว่างงานเฉลิมฉลอง เทศกาลฮานุกกะห์ ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญทางศาสนายิว และเริ่มต้นขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดินในวันเดียวกัน โดยที่ปรึกษาด้านสื่อของเขาได้รับบาดเจ็บจากเหตุโจมตีครั้งนี้ด้วย

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ หาดบอนได ซิดนีย์

เปิดไทม์ไลน์เลือกตั้ง 2569 หลัง “อนุทิน” ยุบสภาสู่รัฐบาลใหม่

เปิดไทม์ไลน์เลือกตั้ง 2569 หลัง “อนุทิน” ยุบสภาสู่รัฐบาลใหม่

14 ธ.ค. 2568 12:36 น.

เปิดไทม์ไลน์เลือกตั้ง 2569 หลัง “อนุทิน” ยุบสภาสู่รัฐบาลใหม่

การเมืองไทยเข้าสู่โหมดเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้งในปี พ.ศ. 2569 หลังจากการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 ธันวาคม 2568 โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 การยุบสภาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปมขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของวุฒิสภา (สว.) และเป็นไปตามข้อเรียกร้องของพรรคร่วมที่เคยสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาล

ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ไทม์ไลน์สำคัญนับจากนี้จนถึงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มีรายละเอียดดังนี้:

ช่วงที่ 1: การยุบสภาและการกำหนดวันเลือกตั้ง (ธันวาคม 2568)

วันที่/กรอบเวลาเหตุการณ์สำคัญอ้างอิงทางกฎหมาย/ข้อเท็จจริง
11 ธันวาคม 2568 (ช่วงค่ำ)นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูลทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) ยุบสภาฯเป็นการแสดงความรับผิดชอบตามข้อตกลงและตอบรับคำขอของพรรคร่วมหลังความเห็นต่างปมแก้ รธน.
12 ธันวาคม 2568พ.ร.ฎ. ยุบสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้สภาสิ้นสถานะทันที, รัฐบาลเปลี่ยนเป็น “รัฐบาลรักษาการ” ตามมาตรา 168 ของรัฐธรรมนูญ 2560
ภายใน 5 วัน (เดดไลน์ 17 ธันวาคม 2568)คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปรัฐธรรมนูญ มาตรา 103 วรรคสอง กำหนดให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45-60 วันนับแต่วันยุบสภา
26 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์2569กรอบเวลาจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 45-60 วัน นับจาก12 ธ.ค. 2568

ช่วงที่ 2: การรับสมัครและการหาเสียง (ธันวาคม 2568 – มกราคม 2569)

วันที่/กรอบเวลาเหตุการณ์สำคัญหมายเหตุ
ไม่เกิน 27 ธันวาคม 2568วันสุดท้ายที่ กกต. ต้องเริ่มเปิดรับสมัคร สส.ต้องเริ่มรับสมัครภายใน 15 วัน นับจาก พ.ร.ฎ. มีผลบังคับใช้
อย่างน้อย 5 วันระยะเวลารับสมัคร สส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองต้องแจ้งรายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีก่อนปิดรับสมัคร
รอกำหนดการกกต. ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร สส.
รอกำหนดการวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขต

ช่วงที่ 3: วันเลือกตั้งและการประกาศผล (กุมภาพันธ์ – เมษายน 2569)

วันที่/กรอบเวลาเหตุการณ์สำคัญข้อกำหนด/ประมาณการ
1 หรือ 8 กุมภาพันธ์ 2569วันเลือกตั้งทั่วไป (วันหย่อนบัตร)วันอาทิตย์ที่เป็นไปได้ตามธรรมเนียมปฏิบัติของ กกต. ในกรอบ 45-60 วัน
ภายใน 60 วัน หลังวันเลือกตั้งกกต. รับรองและประกาศผลการเลือกตั้ง สส.หากเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 เดดไลน์ประกาศผล คือ 9 เมษายน 2569
ภายใน 15 วัน หลังประกาศผลเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกเป็นขั้นตอนแรกสู่การเลือกและแต่งตั้งประธานสภาฯและนายกรัฐมนตรีคนใหม่

คืบหน้าเหตุกราดยิงม. Brown ในสหรัฐฯ ดับ 2 ราย เจ็บสาหัส 8 คน คนร้ายยังลอยนวล

คืบหน้าเหตุกราดยิงม. Brown ในสหรัฐฯ ดับ 2 ราย เจ็บสาหัส 8 คน คนร้ายยังลอยนวล

14 ธ.ค. 2568 08:01 น.

คืบหน้าเหตุกราดยิงม. Brown ในสหรัฐฯ ดับ 2 ราย เจ็บสาหัส 8 คน คนร้ายยังลอยนวล

เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งไล่ล่าผู้ก่อเหตุกราดยิงภายในมหาวิทยาลัย Brown มหาวิทยาลัยระดับไอวีลีกในรัฐโรดไอแลนด์ โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอีก 8 คน

นาย เบรตต์ สไมลีย์ นายกเทศมนตรีเมืองพรอวิเดนซ์ แถลงความคืบหน้าเหตุกราดยิงภายในมหาวิทยาลัย Brown ว่าขณะนี้ยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 คนที่อยู่ในอาการวิกฤต แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ และยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างเข้มข้น

ด้าน แพม บอนดี อัยการสูงสุดสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) พร้อมด้วยหน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่ง ได้เข้าควบคุมพื้นที่และร่วมสนับสนุนการสืบสวนแล้ว

ขณะที่เว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัย Brown ระบุว่า จนถึงเวลา 17.11 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ (ET) ยังไม่มีผู้ต้องสงสัยถูกจับกุม

สื่อท้องถิ่นหลายสำนักรายงานว่า จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ อาจสูงถึงราว 20 คน อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่ยืนยันตัวเลขดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ขณะที่นาง คริสตี โดสเรอิส เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยของเมืองพรอวิเดนซ์ ปฏิเสธให้รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม โดยระบุเพียงว่า มีผู้ถูกยิงหลายคน เหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และขอให้ประชาชนหลบอยู่ในที่ปลอดภัย

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุกราดยิงครั้งนี้แล้ว และขอพระเจ้าอวยพรเหยื่อและครอบครัวของผู้สูญเสีย

มหาวิทยาลัย Brown ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองบอสตัน เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของสหรัฐฯ มีนักศึกษาประมาณ 11,000 คน เหตุกราดยิงครั้งนี้จึงสร้างความตื่นตระหนกอย่างหนักในแวดวงการศึกษาและสังคมอเมริกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนปัญหา ความรุนแรงจากอาวุธปืนในสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยความพยายามในการควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืนยังคงเผชิญทางตันทางการเมือง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กราดยิง