ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ยอมขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านลั่นจะตอบโต้

ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ยอมขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านลั่นจะตอบโต้

22 เม.ย. 2569 05:31 น.

ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ยอมขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านลั่นจะตอบโต้

ผู้นำปากีสถานออกมาขอบคุณ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยอมขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านต่อคำขอ แต่ฝ่ายเตหะรานระบุว่า ฝ่ายที่กำลังพ่ายแพ้ไม่มีสิทธิ์ตั้งเงื่อนไข และถึงเวลาแล้วที่อิหร่านจะโจมตีก่อน

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 นาย เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีแห่งปากีสถานกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ตอบรับคำขอของเขา ที่ขอให้ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปก่อน จนกว่าผู้นำเตหะรานจะสามารถยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพให้แก่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้

“ในนามส่วนตัวของผมและในนามของจอมพลไซเยด อาซิม มูนีร์ ผมขอขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์อย่างจริงใจที่กรุณาตอบรับคำขอของเราในการขยายเวลาการหยุดยิง เพื่อเปิดทางให้ความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ได้ดำเนินต่อไป” นายชารีฟโพสต์ข้อความผ่าน X พร้อมเสริมว่า ปากีสถานจะพยายามต่อไปเพื่อนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวร

นอกจากนั้น เขายังกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงต่อไป และพยายามบรรลุข้อตกลงสันติภาพในการเจรจารอบที่สองซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศขยายเวลาหยุดยิงออกไป จนกว่าผู้นำเตหะรานจะสามารถยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพให้แก่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ และระบุด้วยว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป

ด้านนาย มาห์ดี โมฮัมมาดี ที่ปรึกษาอาวุโสของนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกมาปฏิเสธการประกาศขยายเวลาหยุดยิงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่ารัฐบาลเตหะรานควรตอบโต้ด้วยกำลังทางทหาร

นายโมฮัมมาดีกล่าวว่า “ฝ่ายที่กำลังพ่ายแพ้ไม่มีสิทธิ์มาตั้งเงื่อนไข” และเรียกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ว่า เป็น “การโอบล้อม” ซึ่ง “ไม่ต่างอะไรกับการระดมยิงถล่ม”

เขากล่าวหานายทรัมป์ด้วยว่า การขยายเวลาหยุดยิงเป็นเพียง “กลอุบายเพื่อซื้อเวลาสำหรับการโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัว” พร้อมเสริมว่า “ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน

อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน

22 เม.ย. 2569 05:08 น.

อิสราเอลลงโทษทหาร ปมทำลายรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน

อิสราเอลสั่งลงโทษทหาร 8 นาย หลังก่อเหตุทุบทำลายรูปปั้นพระเยซูที่หมู่บ้านในเลบานอน จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจจากหลายฝ่าย

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ทหารอิสราเอลผู้ที่ใช้ค้อนปอนด์ทุบรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน และทหารอีกนายที่ถ่ายภาพเหตุการณ์ดังกล่าว จะถูกลงโทษด้วยการควบคุมตัวทางทหารเป็นเวลา 30 วัน

นอกจากนี้ IDF ยังระบุว่าทหารทั้งสองนาย ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ จะถูก “ปลดจากหน้าที่สู้รบ” หลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น ส่วนทหารอีก 6 นายที่อยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้เข้าขัดขวางหรือรายงานเหตุการณ์ จะถูกดำเนินการแยกต่างหาก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่หมู่บ้านเดเบล (Debel) ทางตอนใต้ของเลบานอน เรียกเสียงประณามอย่างกว้างขวาง ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวว่าเขารู้สึก “ตกตะลึงและเสียใจ” ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และต่อความเจ็บปวดใด ๆ ที่เหตุการณ์นี้ได้สร้างแก่ผู้ที่มีความเชื่อความศรัทธาทั้งในเลบานอนและทั่วโลก

ในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร IDF ระบุว่าการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว “พบว่าพฤติกรรมของทหารเหล่านั้นเบี่ยงเบนไปจากคำสั่งและค่านิยมของ IDF อย่างสิ้นเชิง” พร้อมทั้งขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า กองกำลัง IDF ได้นำรูปปั้นใหม่มาเปลี่ยนแทนที่รูปปั้นที่เสียหายแล้ว “โดยมีการประสานงานอย่างเต็มที่กับชุมชนในท้องถิ่น”

ทั้งนี้ IDF ย้ำว่าปฏิบัติการในเลบานอนนั้นมุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนชาวเลบานอนแต่อย่างใด

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า รูปปั้นดังกล่าวตั้งอยู่บนไม้กางเขนบริเวณหน้าบ้านของครอบครัวหนึ่งที่ชายขอบหมู่บ้านเดเบล ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่หมู่บ้านที่ชาวเมืองยังคงปักหลักอาศัยอยู่ท่ามกลางสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

หนึ่งในผู้ที่ออกมาประณามเหตุการณ์นี้คือ ไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ซึ่งเป็นตัวแทนจากพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของอิสราเอล โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาเรียกร้องให้มี “บทลงโทษที่รวดเร็ว รุนแรง และเปิดเผยต่อสาธารณะ” ต่อการกระทำอันน่าโกรธแค้นในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ประกาศ ขยายหยุดยิงกับอิหร่านต่อ จนกว่าเตหะรานจะยื่นข้อเสนอ

ทรัมป์ประกาศ ขยายหยุดยิงกับอิหร่านต่อ จนกว่าเตหะรานจะยื่นข้อเสนอ

22 เม.ย. 2569 04:31 น.

ทรัมป์ประกาศ ขยายหยุดยิงกับอิหร่านต่อ จนกว่าเตหะรานจะยื่นข้อเสนอ

โดนัลด์ ทรัมป์ ขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีการยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ และสหรัฐฯ จะดำเนินการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ประกาศขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไป จนกว่าผู้นำเตหะรานจะยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพให้สหรัฐฯ ได้ โดยนายทรัมป์อ้างว่า ผู้นำปากีสถานเป็นผู้ร้องขอเรื่องดังกล่าว

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า “จากข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายนัก และจากการร้องขอของจอมพล อาซิม มูนีร์ และนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน เราได้รับการร้องขอให้ชะลอการโจมตีประเทศอิหร่านไว้ก่อน จนกว่าผู้นำและตัวแทนของพวกเขาจะสามารถยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพได้”

“ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้สั่งการให้กองทัพของเราดำเนินการปิดล้อมต่อไป และในด้านอื่น ๆ ทั้งหมด ให้คงความพร้อมและขีดความสามารถเอาไว้ และจะขยายเวลาการหยุดยิงออกไปจนกว่าอิหร่านจะมีการยื่นข้อเสนอ และการหารือได้ข้อสรุปไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง” ก่อนลงชื่อปิดท้ายว่า “ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า การประกาศขยายเวลาหยุดยิงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดียังคงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการทูต เนื่องจากรัฐบาลของเขายังคงลังเลที่จะกลับไปใช้การโจมตีทางทหารหากยังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงได้

การบอกว่า พวกเขากำลังรอ “ข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ” สะท้อนถึงความกังวลหลักของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่ามีความขัดแย้งอย่างมีนัยสำคัญระหว่างทีมเจรจาของอิหร่าน กับบรรดาผู้นำทางทหารในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งนำไปสู่คำถามที่ว่า ใครจะเป็นผู้ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการลงนามในข้อตกลง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังมีอีกปัญหาหนึ่งเกิดขึ้น แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการหารือระบุว่า การขยายเวลาออกไปโดยไม่มีกำหนดสิ้นสุดที่แน่นอนจะทำให้แรงกดดันต่ออิหร่านลดลง และอาจเปิดทางให้รัฐบาลเตหะรานเตะถ่วงการเจรจาออกไป ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดาที่ปรึกษาได้เคยเตือนทรัมป์ในการหารือเป็นการส่วนตัวมาแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Truth Social

สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบุคคล-บริษัท ที่มีส่วนช่วยอิหร่านเพิ่ม

สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบุคคล-บริษัท ที่มีส่วนช่วยอิหร่านเพิ่ม

22 เม.ย. 2569 02:19 น.

สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบุคคล-บริษัท ที่มีส่วนช่วยอิหร่านเพิ่ม

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลและบริษัทที่ให้การช่วยเหลืออิหร่าน ในการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ในขณะที่อนาคตการเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศยังไม่แน่นอน

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 รัฐบาลทรัมป์เริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังบุคคลกับบริษัทที่มีส่วนช่วยเหลืออิหร่านเพิ่มเติมอีก ขณะที่อนาคตของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงไม่แน่นอน และข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างทั้งสองประเทศกำลังจะสิ้นสุดลง

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการคว่ำบาตรใหม่นี้ส่งผลกระทบต่อบุคคล บริษัท และอากาศยานรวม 14 รายการในอิหร่าน ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาหรือขนส่งอาวุธและส่วนประกอบของอาวุธ รวมถึงชิ้นส่วนสำหรับโดรนด้วย

“ระบอบการปกครองของอิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการบีบบังคับตลาดพลังงานโลก และการโจมตีพลเรือนอย่างไม่เลือกหน้าด้วยขีปนาวุธและโดรน” สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุในแถลงการณ์

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่บุคคล 3 รายที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งบริษัทดังกล่าว จัดหาเซอร์โวมอเตอร์หลายพันตัวที่ใช้ในโดรนพลีชีพของอิหร่าน โดยชิ้นส่วนดังกล่าวถูกตรวจพบในซากโดรนรุ่น Shahed-136 ที่ถูกยิงตก

ทั้งนี้ เตหะรานได้ใช้โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียตลอดช่วงเวลาของสงคราม นอกจากนี้ โดรนรุ่น Shahed ยังถูกรัสเซียนำไปใช้อย่างกว้างขวางในการทำสงครามกับยูเครนอีกด้วย

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังพุ่งเป้าไปที่บริษัทที่มีฐานอยู่ในตุรกี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าขนส่ง ใยฝ้ายสั้น (cotton linter) ให้กับบริษัทอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร จำนวนหลายร้อยเที่ยวเรือ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ใยฝ้ายสั้นนี้จะถูกนำไปแปรรูปเป็นไนโตรเซลลูโลส ซึ่งใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็ง” และ “เครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็งนั้นมักถูกนำไปใช้ในขีปนาวุธนำวิถี”

นอกจากนี้ยังมีการคว่ำบาตรบุคคลอีกหลายรายที่มีความเชื่อมโยงกับสายการบิน Mahan Air ของอิหร่าน ซึ่งอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ อยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากให้การสนับสนุน “กองกำลังคุดส์” (Quds Force) ในสังกัดของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

EU เห็นชอบ ขยายคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

EU เห็นชอบ ขยายคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

22 เม.ย. 2569 01:12 น.

EU เห็นชอบ ขยายคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปเห็นชอบร่วมกันที่จะขยายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลเตหะรานบังคับใช้มาตรการจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ได้บรรลุข้อตกลงขยายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เพื่อตอบโต้กรณีที่รัฐบาลเตหะรานหวนกลับมาบังคับใช้มาตรการจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

“สหภาพยุโรปมีมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่ครอบคลุมอยู่แล้ว แต่ในวันนี้เราได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในทางนโยบายที่จะขยายขอบเขตการคว่ำบาตร เพื่อมุ่งเป้าไปยังผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการละเมิดเสรีภาพในการเดินเรือด้วย” กายา กัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปกล่าว

กัลลาสระบุว่า ในการประชุมที่ลักเซมเบิร์ก บรรดารัฐมนตรีต่างย้ำว่าเสรีภาพในการเดินเรือเป็นสิ่งที่ไม่อาจต่อรองได้ “การเปลี่ยนท่าทีไปมาในแต่ละวัน ว่าจะเปิดหรือปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้นเป็นการกระทำที่ขาดความยั้งคิด การเดินทางผ่านช่องแคบต้องปราศจากค่าใช้จ่ายต่อไป”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านทำให้การสัญจรผ่านเส้นทางน้ำสายสำคัญแห่งนี้ ลดลงอย่างมากและหยุดชะงักในหลายช่วง แม้ว่าจะมีมาตรการหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เนื่องจากเรือต่าง ๆ ยังคงไม่มั่นใจในสถานการณ์

เมื่อเดือนก่อน เจ้าหน้าที่ของอิหร่านกล่าวว่าพวกเขาจะยังคงเก็บค่าธรรมเนียม เพื่อรับประกันการผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยต่อไป ขณะที่ Lloyd’s List Intelligence (LLI) บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองทางทะเล เผยแพร่รายงานเมื่อ 23 มี.ค.ว่า มีเรืออย่างน้อยสองลำที่ได้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อแลกกับการผ่านช่องแคบแห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่

อิหร่านเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่

22 เม.ย. 2569 00:12 น.

อิหร่านเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเผยว่า รัฐบาลเตหะรานยังไม่ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการเจรจากับสหรัฐฯ ในปากีสถานหรือไม่ เนื่องจากสหรัฐฯ มีการกระทำที่ย้อนแย้งไปมาหลายครั้ง

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 นายเอสมาอีล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ประเทศของเขายังไม่ตัดสินว่าจะเข้าร่วมการเจรจากับสหรัฐฯ ที่ปากีสถานหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าการที่พวกเขายังลังเลไม่ใช่เพราะความไม่เด็ดขาด แต่เป็นผลมาจากการกระทำที่ขัดแย้งกันจากฝ่ายสหรัฐฯ

“เหตุผลไม่ใช่ความไม่เด็ดขาด แต่มันเป็นเพราะข้อความที่ขัดแย้งกัน พฤติกรรมที่ย้อนแย้ง และการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ของฝ่ายอเมริกัน” นายบากาอีกล่าว ตามรายงานของสื่อทางการอิหร่าน

นายบากาอีระบุว่าอิหร่านจะตัดสินใจเรื่องการเข้าร่วมการเจรจา “เมื่อใดก็ตามที่การเจรจานั้นมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์อย่างแท้จริง” พร้อมประณามสหรัฐฯ ที่โจมตีเรือของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง” ตลอดจนเป็นการ “ปล้นทางทะเลและการก่อการร้ายโดยรัฐ”

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุด้วยว่า สหรัฐฯ กำลัง “ใช้วิธีโยนความผิดในขณะที่ตนเองเป็นฝ่ายละเมิดการหยุดยิง และล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อตกลงสำคัญ ซึ่งรวมถึงการพักรบในเลบานอน”

คำพูดของนายบากาอีเกิดขึ้นหลังจากนายอัตตาอุลเลาะห์ ตาราร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของปากีสถานกล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ปากีสถานยังคงรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ว่าจะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัดในสัปดาห์นี้หรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์วอนอิหร่าน ปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต

ทรัมป์วอนอิหร่าน ปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต

21 เม.ย. 2569 23:04 น.

ทรัมป์วอนอิหร่าน ปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความเรียกร้องให้อิหร่านปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่มีรายงานว่าพวกเธอกำลังจะถูกประหารชีวิต โดยระบุว่า การปล่อยตัวพวกเธอจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเจรจา

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เรียกร้องให้อิหร่านปล่อยตัวผู้หญิง 8 คนที่มีโพสต์บนโลกออนไลน์ระบุว่า พวกเธอกำลังจะถูกประหารชีวิต โดยทรัมป์บอกว่า การปล่อยตัวพวกเธอจะ “เป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมสำหรับการเจรจาของเรา”

“ถึงผู้นำอิหร่าน ซึ่งในไม่ช้าจะได้ร่วมเจรจากับตัวแทนของผม: ผมจะขอบคุณเป็นอย่างยิ่งหากมีการปล่อยตัวผู้หญิงเหล่านี้ ผมมั่นใจว่าพวกเธอจะเคารพในสิ่งที่พวกคุณทำ โปรดอย่าทำอันตรายพวกเธอ! มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเจรจาของเรา!!!” ทรัมป์ระบุ

โพสต์ของทรัมป์ยังแนบภาพถ่ายหน้าจอที่แสดงให้โพสต์ของผู้ใช้งาน X ที่ชื่อ Eyal Yakoby ซึ่งแนบภาพผู้หญิง 8 คนที่เขาอ้างว่า กำลังจะถูกรัฐบาลอิหร่านประหาร โดยที่ไม่มีประชาคมนานาชาติหรือองค์กรสิทธิมนุษยชนใดสนใจเลย

สำนักข่าว Fox News และสื่ออื่นๆ ระบุตัวหนึ่งในหญิงกลุ่มนี้ (รูปขวาบนสุด) ว่าคือ บิตา เฮมมาตี (Bita Hemmati) ผู้ประท้วงหญิงที่มีความเชื่อมโยงกับการลุกฮือในกรุงเตหะรานเมื่อเดือนมกราคม 2569 แต่ยังไม่แน่ชัดว่าผู้หญิงคนอื่นๆ เป็นใคร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์โว กองทัพสกัดจับเรือได้อีก 1 ลำ อ้างมีของขวัญจากจีนบนนั้น

ทรัมป์โว กองทัพสกัดจับเรือได้อีก 1 ลำ อ้างมีของขวัญจากจีนบนนั้น

21 เม.ย. 2569 22:11 น.

ทรัมป์โว กองทัพสกัดจับเรือได้อีก 1 ลำ อ้างมีของขวัญจากจีนบนนั้น

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ ยึดเรือในทะเลได้อีกลำ โดยบนนั้นมีของขวัญจากจีนอยู่ด้วย โดยไม่ระบุว่าสิ่งนั้นคืออะไร ท่ามกลางรายงานข่าวว่า จีนกำลังจะส่งอาวุธให้อิหร่าน

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในรายการ “Squawk Box” ของช่อง CNBC ว่า กองทัพสกัดจับเรือได้อีก 1 ลำ และบนนั้นมี “ของขวัญจากจีน” บรรทุกอยู่ โดยเขาไม่ระบุชัดเจนว่าเป็นเรือลำใด และของขวัญที่เขาพูดถึงคืออะไรกันแน่

“เมื่อวานนี้เราจับเรือได้ลำหนึ่ง ซึ่งมีบางอย่างอยู่บนนั้นที่ไม่ค่อยดีนัก” ทรัมป์กล่าว “อาจจะเป็นของขวัญจากจีนมั้ง ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย เพราะผมมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก และผมคิดว่าผมมีความเข้าใจที่ตรงกันกับประธานาธิบดีสี (จิ้นผิง) ของจีน”

อนึ่ง นายทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าเป็นเรือลำใด แต่เมื่อสัปดาห์ก่อน สำนักข่าว CNN รายงานว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่าจีนกำลังเตรียมที่จะส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศชุดใหม่ให้กับอิหร่านภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นายทรัมป์เคยกล่าวเตือนว่า รัฐบาลจีนจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาหากส่งอาวุธให้อิหร่าน แต่ในวันอังคาร (21 เม.ย.) เขากลับแสดงท่าทีเพิกเฉยต่อความเป็นไปได้ที่จีนจะสนับสนุนอิหร่าน โดยระบุว่า “ไม่เป็นไรหรอก … นั่นคือวิถีของสงคราม ใช่ไหมล่ะ?”

ทั้งนี้ ทรัมป์มีกำหนดการเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนในเดือนหน้า

ขณะที่ “เพนตากอน” กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยในวันอังคารว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้บุกขึ้นไปบนเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรลำหนึ่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการ “ทลายเครือข่ายที่ผิดกฎหมาย” ซึ่งให้การสนับสนุนอิหร่าน

เพนตากอนระบุว่า กองทัพดำเนินการตามสิทธิ์ “right-of-visit” ในการสกัดกั้นทางทะเล และการบุกขึ้นตรวจค้นเรือ M/T Tifani ซึ่งเป็นเรือไร้สัญชาติที่ถูกคว่ำบาตร โดยการปฏิบัติการเป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่มีเหตุรุนแรง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น ไม่อยากขยายหยุดยิงกับอิหร่าน ชี้ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น

ทรัมป์ลั่น ไม่อยากขยายหยุดยิงกับอิหร่าน ชี้ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น

21 เม.ย. 2569 21:45 น.

ทรัมป์ลั่น ไม่อยากขยายหยุดยิงกับอิหร่าน ชี้ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาไม่อยากขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน เนื่องจากไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น และคาดว่าจะมีการทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านต่อ หลังจากการหยุดยิงหมดลง

เมื่อ 21 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศ ระบุว่า เขาคาดว่าจะดำเนินการทิ้งระเบิดในอิหร่านต่อไป หากสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อขยายเวลาการหยุดยิงได้ทันกำหนดเส้นตายในเย็นวันพุธนี้

“ผมคาดว่าจะมีการทิ้งระเบิด เพราะผมคิดว่านั่นเป็นทัศนคติที่ดีกว่าในการเริ่มการเจรจา” ทรัมป์กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ “Squawk Box” ของสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อเช้านี้

“แต่เราก็พร้อมแล้ว ผมหมายถึง กองทัพของเรากระตือรือร้นที่จะลุยมาก พวกเขาเหลือเชื่อจริงๆ” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุถึงความพยายามของเขาในการฟื้นฟูกองทัพสหรัฐฯ

ผู้นำสหรัฐฯ ยังแสดงท่าทีไม่ต้องการที่จะขยายเวลาการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยระบุว่า “ผมไม่อยากทำแบบนั้น … เราไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เพราะกว่าที่ทั้งสองฝ่ายจะไปถึงจุดนั้น (การหยุดยิง) อย่างที่คุณก็รู้ พวกเขาเพิ่งจะได้รับไฟเขียวให้ดำเนินการต่อ (การเจรจา) — ซึ่งผมรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องทำแบบนั้น — ผมไม่คิดว่าพวกเขามีทางเลือกอื่น พวกเขาจำเป็นต้องเจรจา”

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบจากการขู่ว่าจะทิ้งระเบิดทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าในอิหร่าน ทรัมป์เน้นย้ำว่าสิ่งนี้จะสร้างความเสียหายทางทหารต่ออิหร่าน

“มันไม่ใช่ทางเลือกของผม แต่มันจะทำร้ายพวกเขาด้วย มันจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาในทางทหาร พวกเขาใช้สะพานเหล่านั้นเพื่อลำเลียงอาวุธและเคลื่อนย้ายขีปนาวุธ” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้ช่วงเวลาหยุดยิงนี้ในการ “สะสมกำลังและเสบียงใหม่”

ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านมีแรงจูงใจที่ดีที่จะทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยเขาเรียกประชาชนชาวอิหร่านว่าเป็นผู้ที่ “น่าเหลือเชื่อ” แต่เรียกกลุ่มผู้นำว่า “กระหายเลือด” และ “แข็งกร้าว”

“อิหร่านสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงหากพวกเขายอมทำข้อตกลง พวกเขาสามารถทำให้ตัวเองกลับมาเป็นประเทศที่เข้มแข็งและวิเศษได้อีกครั้ง” ทรัมป์กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028

อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028

21 เม.ย. 2569 15:33 น.

อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028

บริษัท Eni ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานจากอิตาลี เปิดเผยข่าวการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ “ขนาดใหญ่” บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดกาลิมันตันตะวันออกของอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่า การค้นพบครั้งนี้จะทำให้กำลังการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายในปี 2028

แถลงการณ์จาก Eni ระบุว่า แหล่งก๊าซดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดกาลิมันตันตะวันออกประมาณ 70 กิโลเมตร จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะมีปริมาณก๊าซธรรมชาติสะสมสูงถึง 5.0 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต  หรือราว 141,580 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีคอนเดนเสท หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นของเหลว อีกประมาณ 300 ล้านบาร์เรล ซึ่งการค้นพบนี้จะกลายเป็นแหล่งพลังงานสำคัญทั้งสำหรับใช้ในประเทศและส่งออกสู่ตลาดโลก

นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณีของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า นี่คือ “การค้นพบที่ยิ่งใหญ่” โดยคาดว่าความสามารถในการผลิตก๊าซจะพุ่งขึ้นจากปัจจุบันที่ 600-700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็น 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปี 2028 และจะแตะระดับ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตในปี 2030 รวมถึงการผลิตคอนเดนเสทที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 บาร์เรลต่อวัน จะช่วยลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบันอินโดนีเซียเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวสูงถึงประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่างบประมาณที่รัฐบาลคำนวณไว้ที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

เพื่อพยุงงบประมาณอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต จึงต้องเร่งแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ รวมถึงการทำข้อตกลงจัดซื้อน้ำมันระยะยาวกับรัสเซีย และความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดกับฝรั่งเศส

วาห์ด นาบิล อัคมัด มูลาเชลา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวหลังการเยือนกรุงมอสโกว่า “เราไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่เรื่องนี้จะเป็นไปในระยะยาวเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน”

ส่วน ประธานาธิบดีปราโบโว ได้เดินทางไปยังฝรั่งเศสเพื่อพบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในความร่วมมือด้าน “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการพัฒนาพลังงานใหม่และพลังงานหมุนเวียน” 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกมาตรการประหยัดพลังงานที่เข้มงวด ทั้งการจำกัดการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง และกำหนดให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้านในทุกวันศุกร์ เพื่อรักษาระดับสำรองพลังงานของประเทศ

นายบาห์ลิล กล่าวทิ้งท้ายว่า การค้นพบครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าอินโดนีเซียยังมีศักยภาพในการผลิตน้ำมันและก๊าซอีกมหาศาล ซึ่งจะเป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย “การพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน” อย่างยั่งยืน.

ที่มา AFP