เดนมาร์กประกาศแบนโดรนพลเรือนทั่วประเทศ ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป

เดนมาร์กประกาศแบนโดรนพลเรือนทั่วประเทศ ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป

29 ก.ย. 2568 15:03 น.

เดนมาร์กประกาศแบนโดรนพลเรือนทั่วประเทศ ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป

เดนมาร์ก ได้ประกาศ สั่งห้ามการบินของโดรนพลเรือนทุกชนิด ทั่วประเทศตลอดสัปดาห์นี้ โดยมีผลก่อนการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป ที่จะจัดขึ้นในกรุงโคเปนเฮเกน 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของเดนมาร์กกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อ “ลดความซับซ้อนของงานด้านความปลอดภัย” สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากไม่สามารถยอมรับให้ “โดรนจากต่างชาติสร้างความไม่แน่นอนและก่อกวน” ได้ ปัจจุบัน เดนมาร์กดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป

กระทรวงคมนาคมระบุในแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยกระดับการเฝ้าระวังขึ้นอย่างมากก่อนการประชุมสุดยอดในสัปดาห์นี้ และจำเป็นต้อง “ดูแลชาวเดนมาร์กและแขกของเรา” คำสั่งห้ามนี้จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม โดยผู้ฝ่าฝืนอาจถูกปรับหรือจำคุกสูงสุดถึงสองปี

เดนมาร์กเป็นหนึ่งในหลายประเทศในยุโรปที่รายงาน “เหตุการณ์โดรน” ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบเห็นโดรนบินเหนือพื้นที่ทางทหารของเดนมาร์กครั้งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 ก.ย.)

โดรนปริศนาถูกรายงานพบเห็นในเดนมาร์กตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 กันยายน ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปิดสนามบินโคเปนเฮเกนและกรุงออสโลของนอร์เวย์ชั่วคราว นอกจากนี้ สนามบินออลบอร์กและบิลลุนด์ต้องระงับการดำเนินงานในสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากกิจกรรมของโดรน

ถึงแม้ว่าผู้สอบสวนของเดนมาร์กยังไม่สามารถระบุตัวผู้รับผิดชอบการบินโดรนเหล่านี้ได้ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเดนมาร์กได้เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การโจมตีแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการที่เป็นระบบ”

นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน แห่งเดนมาร์ก ระบุว่า เจ้าหน้าที่ยังคงสอบสวนว่าใครอยู่เบื้องหลังการบุกรุกน่านฟ้าเหล่านี้ และ ไม่ปฏิเสธว่าอาจเกี่ยวข้องกับรัสเซีย

ด้านรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในเดนมาร์กแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ยุโรปอยู่ในภาวะเฝ้าระวังขั้นสูง หลังจากหลายประเทศสมาชิกนาโตรายงานถึงการบุกรุกน่านฟ้าของรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดเหตุโดรนรัสเซียประมาณ 20 ลำข้ามไปยังโปแลนด์ และเครื่องบินรบ MiG31 ของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เพื่อรับมือกับภัยคุกคามนี้ รัฐมนตรีกลาโหมจาก 10 ประเทศในสหภาพยุโรปได้ตกลงที่จะร่วมกันสร้าง “กำแพงโดรน” และองค์การนาโตระบุว่าได้ “เพิ่มความระมัดระวัง” ทั่วภูมิภาคทะเลบอลติก

นอกจากเดนมาร์กแล้ว ยังมีรายงานเหตุการณ์โดรนในประเทศอื่น ๆ อีกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ นอร์เวย์ ที่พบ “กิจกรรม” โดรนเหนือสนามบินบรอนนอยซุนด์ และพบเห็นโดรนต้องสงสัยใกล้ฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ขณะที่ในโรมาเนีย เที่ยวบินในกรุงบูคาเรสต์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง หลังจากนักบินของสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส ตรวจพบโดรนในน่านฟ้าเหนือสนามบิน ทั้งนี้ โรมาเนียได้ผ่านกฎหมายใหม่เมื่อต้นเดือนนี้ เพื่อเพิ่มอำนาจให้นักบินกองทัพอากาศสามารถยิงเครื่องบินและโดรนที่ไม่ปรากฏสัญชาติได้.

ที่มา BBC

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

29 ก.ย. 2568 13:59 น.

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

เกาหลีใต้ ได้เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนแบบกลุ่ม เข้าประเทศโดยได้รับการยกเว้นวีซ่า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 29 ก.ย. ซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลเกาหลีใต้หวังจะใช้เป็นมาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจและช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับจีนซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน

ภายใต้โครงการนำร่องนี้ ซึ่งมีกำหนดจะดำเนินการไปจนถึงเดือนมิถุนายนปีหน้า กลุ่มนักท่องเที่ยว ที่มีจำนวนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป จากจีนแผ่นดินใหญ่ จะสามารถพำนักในเกาหลีใต้ได้เป็นเวลา 15 วัน โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่า

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นก่อนช่วงวันหยุดยาว วันชาติจีน ระหว่างวันที่ 1-8 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับวันหยุดยาวของเกาหลีใต้ ทำให้คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ภาคธุรกิจของเกาหลีใต้ต่างเร่งหาประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ โดยบริษัทชิลลา ดิวตี้ ฟรี ได้จัดเตรียมทัวร์เรือสำราญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ ขณะที่แอปพลิเคชันจัดส่งอาหารยอดนิยมอย่าง แบดัล มินจก (Baedal Minjok) กำลังเพิ่มทางเลือกการชำระเงินด้วยอาลีเพย์ (Alipay) และวีเชตเพย์ (WeChat Pay) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน

โครงการยกเว้นวีซ่านี้ถูกประกาศตั้งแต่เดือนมีนาคม และเกิดขึ้นหลังจากที่จีนได้ตัดสินใจเสนอยกเว้นวีซ่า ให้แก่ชาวเกาหลีใต้พำนักได้นานสูงสุด 30 วัน เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

ครั้งสุดท้ายที่เกาหลีใต้เสนอการยกเว้นวีซ่าลักษณะเดียวกันนี้ให้แก่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่คือระหว่างเดือนธันวาคม 2017 ถึงเดือนมีนาคม 2018 ซึ่งสอดคล้องกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพยองชาง

รัฐบาลชุดใหม่ของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง แห่งเกาหลีใต้ หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิกในเกาหลีใต้ ในปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งคาดว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางมาร่วมประชุมด้วย.

ที่มา Reuters

ตาลีบันปล่อยตัวพลเมืองสหรัฐฯ จากอัฟกานิสถาน หลังการเยือนของทูตสหรัฐ

ตาลีบันปล่อยตัวพลเมืองสหรัฐฯ จากอัฟกานิสถาน หลังการเยือนของทูตสหรัฐ

29 ก.ย. 2568 11:47 น.

ตาลีบันปล่อยตัวพลเมืองสหรัฐฯ จากอัฟกานิสถาน หลังการเยือนของทูตสหรัฐ

กลุ่มตาลีบัน ซึ่งปกครองอัฟกานิสถาน ได้ปล่อยตัวพลเมืองสหรัฐฯ รายหนึ่งจากการควบคุมตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังการเยือนของ นายอดัม โบห์เลอร์ ทูตพิเศษด้านตัวประกันของรัฐบาลสหรัฐฯ  โดยการปล่อยตัวครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่กาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลาง

รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า นายอาเมียร์ อมิรี พลเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกควบคุมตัวในอัฟกานิสถานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 ได้รับการปล่อยตัวแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผ่านการเจรจาไกล่เกลี่ยของ กาตาร์ โดยแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า นายอมิรีกำลังเดินทางไปยังกรุงโดฮาในเย็นวันเดียวกัน

การปล่อยตัวครั้งนี้มีขึ้นหลังการเยือนของ นายอดัม โบห์เลอร์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ด้านตัวประกันและผู้ถูกควบคุมตัว ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ตาลีบันคืนการควบคุม ฐานทัพอากาศบาแกรม ให้แก่สหรัฐอเมริกา

แหล่งข่าวระบุว่า นายอมิรีถือเป็น พลเมืองสหรัฐฯ รายที่ 5 ที่ตาลีบันปล่อยตัวในปีนี้ด้วยความช่วยเหลือจากการไกล่เกลี่ยของกาตาร์ ซึ่งรวมถึงคู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกควบคุมตัวนานแปดเดือนด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ยืนยันการปล่อยตัวนายอมิรีผ่านทางแพลตฟอร์ม X โดยกล่าวว่า: “ผมขอขอบคุณกาตาร์ที่ช่วยรักษาอิสรภาพของเขา” และย้ำว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า “เราจะไม่หยุดจนกว่าชาวอเมริกันทุกคนที่ถูกควบคุมตัวอย่างไม่เป็นธรรมในต่างประเทศจะได้กลับบ้าน”

แม้จะมีการปล่อยตัวนายอมิรี แต่การเจรจาแลกเปลี่ยนตัวประกันยังคงมีพลเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ โดย นายมาห์มูด ฮาบิบิ น้องชายของ นายอาหมัด ฮาบิบิ ซึ่งยังคงถูกควบคุมตัว ได้เปิดเผยว่า เขาได้รับคำรับรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ หลายครั้งว่า ข้อตกลงใด ๆ กับตาลีบันจะต้องเป็นข้อตกลงแบบ “ทั้งหมดหรือไม่มีเลย” และจะไม่ทิ้งนายฮาบิบิไว้เบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตาลีบันแห่งอัฟกานิสถานปฏิเสธว่าไม่ได้ควบคุมตัวนายอาหมัด ฮาบิบิ อดีตหัวหน้าการบินพลเรือนของอัฟกานิสถานรายนี้ไว้

ฐานทัพบาแกรม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้กลับเข้าควบคุมนั้น เคยถูกใช้โดยกองกำลังสหรัฐฯ หลังเหตุการณ์โจมตี 11 กันยายน 2001 ก่อนที่กลุ่มตาลีบันจะเข้ายึดฐานทัพแห่งนี้ หลังจากการถอนตัวของกองทัพสหรัฐฯ และการล้มล้างรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในกรุงคาบูลเมื่อปี 2021

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวกับรอยเตอร์ว่า เป้าหมายของผู้นำสหรัฐฯ ในการกลับเข้ายึดฐานทัพอากาศบาแกรมอีกครั้ง อาจดูเหมือนเป็นการ “รุกรานซ้ำ” ซึ่งอาจต้องใช้ทหารมากกว่า 10,000 นาย พร้อมกับการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูง.

ที่มา Reuters

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม บ้านพัง 86 หลัง ดับ 1 ศพ สนามบินยกเลิก-ดีเลย์นับร้อยเที่ยวบิน

ไต้ฝุ่น "บัวลอย" ขึ้นฝั่งเวียดนาม บ้านพัง 86 หลัง ดับ 1 ศพ สนามบินยกเลิก-ดีเลย์นับร้อยเที่ยวบิน

29 ก.ย. 2568 10:40 น.

ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม บ้านพัง 86 หลัง ดับ 1 ศพ สนามบินยกเลิก-ดีเลย์นับร้อยเที่ยวบิน

พายุไต้ฝุ่นบัวลอย พัดขึ้นฝั่งภาคกลางตอนเหนือของเวียดนาม บ้านพัง 86 หลัง ดับ 1 สูญหาย 4 อพยพกว่า 2.5 แสน ป่วนสนามบินยกเลิก-ดีเลย์นับร้อยเที่ยวบิน

วันที่ 29 กันยายน 2568 พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” (Bualoi) เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางภาคกลางตอนเหนือของเวียดนามแล้วบริเวณชายแดนจังหวัดห่าติงห์–เหงะอาน พร้อมลมแรงต่อเนื่อง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และฝนหนักคาดตกสะสม 200–350 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง สร้างความเสียหายเบื้องต้น มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหาย 4 ราย บ้านเรือนเสียหาย 86 หลัง ขณะรัฐบาลเร่งอพยพประชาชนกว่า 250,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง

ทางด้านศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วมนานาชาติ  รายงานว่า โครงสร้างของพายุลูกนี้ยังคงรุนแรงและจะมีกำลังลมแรงระดับพายุโซนร้อนต่อเนื่อง ก่อให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่กว้าง

ผลกระทบจากอิทธิพลของพายุยังลามไปถึงภาคการบิน สนามบินนานาชาติดานังและสนามบินใหญ่หลายแห่งต้องปิดให้บริการ ส่งผลให้เที่ยวบินถูกยกเลิก 42 เที่ยว และล่าช้าอีก 51 เที่ยว

ขณะที่หน่วยงานกู้ภัยท้องถิ่นกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในพื้นที่ภูเขา เนื่องจากพื้นดินอิ่มน้ำจากอิทธิพลของพายุอีกลูกที่เพิ่งพัดผ่านก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ก่อนถล่มเวียดนาม พายุบัวลอยได้สร้างความเสียหายหนักในฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26ศพ และประชาชนเกือบ 3 ล้านคนต้องอพยพหนีภัย.

ทรัมป์ประณามเหตุนองเลือด คร่า 4 ศพที่โบสถ์มิชิแกน ลั่นทุกฝ่ายต้องยุติความรุนแรงต่อชาวคริสต์

ทรัมป์ประณามเหตุนองเลือด คร่า 4 ศพที่โบสถ์มิชิแกน ลั่นทุกฝ่ายต้องยุติความรุนแรงต่อชาวคริสต์

29 ก.ย. 2568 10:19 น.

ทรัมป์ประณามเหตุนองเลือด คร่า 4 ศพที่โบสถ์มิชิแกน ลั่นทุกฝ่ายต้องยุติความรุนแรงต่อชาวคริสต์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ  ประณามเหตุกราดยิงโบสถ์มอรมอน ในรัฐมิชิแกน ว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายชาวคริสต์โดยตรง เหตุสลดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ และบาดเจ็บอีก 8 ราย พร้อมเรียกร้องยุติ “โรคระบาดแห่งความรุนแรง” ที่กำลังถาโถมสหรัฐฯ

วันที่ 28 กันยายน 2568 เกิดเหตุกราดยิงที่โบสถ์ Latter Day Saints เมืองแกรนด์บลองก์ รัฐมิชิแกน ระหว่างพิธีทางศาสนา คนร้ายชายอายุ 40 ปี ขับรถพุ่งชนประตูด้านหน้า ก่อนใช้อาวุธปืนไรเฟิลกราดยิงใส่ผู้เข้าร่วมพิธี โดยหัวหน้าตำรวจท้องถิ่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เข้าตอบโต้และวิสามัญคนร้ายในที่เกิดเหตุ ยังมีรายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้โบสถ์ขึ้นด้วย คาดว่าคนร้ายเป็นผู้ก่อการเอง ภาพโดรนเผยให้เห็นหลังคาโบสถ์ถูกเพลิงโหมไหม้เสียหายหนัก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่ เผื่อพบผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มเติม

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ  ประณามเหตุกราดยิงโบสถ์มอรมอนว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายชาวคริสต์โดยตรง เขาบอกว่าเหตุครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โรคระบาดแห่งความรุนแรง” ที่ต้องยุติลงทันที

ทั้งนี้ เหตุกราดยิงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังทรัมป์เพิ่งให้คำมั่นว่าจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อจัดการ “เครือข่ายก่อการร้ายฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง” ภายในประเทศ หลังเกิดเหตุยิงถล่มสถานที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ที่เมืองดัลลัส และการลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก อินฟลูเอนเซอร์สายอนุรักษ์นิยมชื่อดัง ในรัฐยูทาห์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา.

เจ้าชายวิลเลียมเผย ปี 2567 เป็นปีที่ “ยากลำบากที่สุด” ในชีวิต

เจ้าชายวิลเลียมเผย ปี 2567 เป็นปีที่ “ยากลำบากที่สุด” ในชีวิต

29 ก.ย. 2568 06:02 น.

เจ้าชายวิลเลียมเผย ปี 2567 เป็นปีที่ “ยากลำบากที่สุด” ในชีวิต

เจ้าชายวิลเลียม มกุฎราชกุมารแห่งราชวังอังกฤษ เปิดเผยกับนายยูจีน เลวี ดาราดังจากซีรีส์ “Schitt’s Creek” ว่า ปี 2567 เป็น “ปีที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต” ของพระองค์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 28 ก.ย. 2568 ว่า เจ้าชายวิลเลียมปรากฏพระองค์ในรายการ “The Reluctant Traveler” ซึ่งนายเลวีเป็นพิธีกร และได้ตรัสถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องที่แคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา กับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดา ทรงเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งทั้งสองพระองค์

“ผมคงต้องบอกว่า ปี 2567 เป็นปีที่ยากลำบากที่สุดที่ผมเคยเจอมา” คำพูดตอนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ของเจ้าชายวิลเลียมที่ปรากฏในตัวอย่างรายการของ Apple TV+ ระบุ “ว่ากันว่าชีวิตคือบททดสอบเราเช่นกัน และการสามารถก้าวข้ามสิ่งนั้นได้ คือสิ่งที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราในวันนี้”

คลิปตัวอย่างของบทสัมภาษณ์ซึ่งจะออกอากาศในวันที่ 3 ต.ค. แสดงให้เห็นภาพเจ้าชายวิลเลียมพาเลวีชมรอบปราสาทวินด์เซอร์ และทั้งคู่ได้พูดคุยกันขณะจิบเบียร์ที่ผับ

อนึ่ง เจ้าหญิงเคทเคยตรัสในเดือนมกราคมว่า มะเร็งของพระองค์ทุเลาลงแล้ว และพระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจต่อสาธารณะมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อต้นเดือนนี้ พระองค์และเจ้าชายวิลเลียมทรงมีบทบาทสำคัญในการต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ

พระเจ้าชาร์ลส์เองก็เสด็จกลับมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่อสาธารณะแล้วเช่นกัน หลังจากทรงหยุดพักไปหลายเดือนเมื่อปีที่แล้วเพื่อทรงมุ่งเน้นที่การรักษาโรคมะเร็งเบื้องต้นและการฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ทั้งพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และเจ้าหญิงแห่งเวลส์ไม่ได้ทรงเปิดเผยว่าทรงเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งชนิดใด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เซเลนา โกเมซ ป๊อปสตาร์ชื่อดัง แต่งงานกับแฟนหนุ่มโปรดิวเซอร์เพลงแล้ว

เซเลนา โกเมซ ป๊อปสตาร์ชื่อดัง แต่งงานกับแฟนหนุ่มโปรดิวเซอร์เพลงแล้ว

29 ก.ย. 2568 05:00 น.

เซเลนา โกเมซ ป๊อปสตาร์ชื่อดัง แต่งงานกับแฟนหนุ่มโปรดิวเซอร์เพลงแล้ว

เซเลนา โกเมซ นักร้องนักแสดงสาวชาวอเมริกัน เข้าพิธีสมรสกับแฟนหนุ่มโปรดิวเซอร์เพลงแล้ว หลังจากหมั้นหมายกันตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เซเลนา โกเมซ นักร้องเพลงป๊อปและนักแสดงสาวชื่อดังชาวอเมริกัน เข้าพิธีแต่งงานกับนาย เบนนี บลังโก แฟนหนุ่มโปรดิวเซอร์เพลงแล้ว ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยฝ่ายหญิงโพสต์ภาพตัวเองในชุดแต่งงานสีขาวคู่กับเจ้าบ่าวในชุดทักซิโดสีเข้มลงบนอินสตาแกรม พร้อมข้อความว่า “9.27.25” และมีสัญลักษณ์รูปหัวใจปิดหัวท้าย

ตามรายงานของนิตยสารแฟชั่น Vogue ทั้งคู่ได้แลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญากันในพิธีที่เมืองซานตาบาร์บารา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 ก.ย. 2568) ต่อหน้าแขกประมาณ 170 คน ซึ่งรวมถึงนักร้อง-นักแต่งเพลง เทย์เลอร์ สวิฟต์, นักแสดง พอล รัดด์ และเพื่อนนักแสดงจากซีรีส์ Only Murders in the Building ของโกเมซ คือ สตีฟ มาร์ติน และ มาร์ติน ชอร์ต

“ภรรยาของผมในชีวิตจริง” บลังโกได้แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของเจ้าสาวของเขา

ทั้งนี้ เซเลนา โกเมซ วัย 33 ปี กับเบนนี บลังโก วัย 37 ปี หมั้นหมายกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 หลังจากคบหาดูใจกันเป็นเวลาหนึ่งปี โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยร่วมงานกันในโครงการดนตรีหลายโปรเจกต์

ทั้งสองได้ปล่อยอัลบั้ม I Said I Love You First ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความรักของพวกเขาเอง ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยปล่อยเพลงฮิตอย่าง Same Old Love และ Kill Em with Kindness ในปี 2558 รวมถึงเพลง I Can’t Get Enough ที่มี “ไทนี” และ “เจ บอลวิน” มาร่วมงานด้วยในปี 2562

โกเมซ เคยแสดงนำในซีรีส์ Wizards of Waverly Place ของ Disney Channel ก่อนจะเริ่มอาชีพนักดนตรีในช่วงปี 2000s ล่าสุดเธอได้แสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Emilia Perez ในบทบาทเจสสิกา เดล มอนเต

ส่วน บลังโก ได้ปล่อยอัลบั้มเดี่ยวในสตูดิโอเพียงชุดเดียวคือ Friends Keep Secrets ในปี 2561 และเคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินมากมาย อาทิ เคที เพอร์รี, บริทนีย์ สเปียร์ส และ เคชา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮามาสขออิสราเอลหยุดโจมตี อ้างตัวประกันหาย 2 คน-กำลังค้นหา

ฮามาสขออิสราเอลหยุดโจมตี อ้างตัวประกันหาย 2 คน-กำลังค้นหา

29 ก.ย. 2568 04:13 น.

ฮามาสขออิสราเอลหยุดโจมตี อ้างตัวประกันหาย 2 คน-กำลังค้นหา

กลุ่มฮามาสออกมาอ้างว่า ขาดการติดต่อกับตัวประกัน 2 คนและกำลังอยู่ระหว่างค้นหา ขอให้กองทัพอิสราเอลหยุดโจมตีทางอากาศและถอนกำลังจากบางพื้นที่ของกาซาซิตี้ชั่วคราว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮามาสออกมาเรียกร้องในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. 2568 ขอให้กองทัพอิสราเอลหยุดโจมตีทางอากาศชั่วคราวและถอนกำลังออกจากบางพื้นที่ในเมืองกาซาซิตี้ เนื่องจากพวกเขาขาดการติดต่อกับตัวประกันชาวอิสราเอล 2 คน และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการค้นหา

“ชีวิตของนักโทษ 2 คนกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง และกองทัพอิสราเอลต้องถอนกำลังไปทางตอนใต้ของถนนหมายเลข 8 ในทันที และหยุดปฏิบัติการทางอากาศเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.วันนี้ (28 ก.ย.) เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือนักโทษกลุ่มนี้” กองกำลัง เอซเซดีน อัล-คาซซาม ของกลุ่มฮามาสระบุในแถลงการณ์

ฮามาสระบุในประกาศก่อนหน้านี้ว่า ขาดการติดต่อกับตัวประกันทั้ง 2 คนเพราะปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในย่านทางตอนใต้ของเมืองกาซาซิตี้ ในช่วง 48 ชม.ที่ผ่านมา ซึ่งกองกำลังอิสราเอลได้ยกระดับการโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน

กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เคยอ้างว่า ขาดการติดต่อกับตัวประกันมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล ก่อนที่ตัวประกันรายนี้จะได้รับการปล่อยตัวในไม่กี่วันหลังจากการประกาศนั้น

ทั้งนี้ สงครามในกาซาปะทุขึ้นจากการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฝ่ายอิสราเอล 1,219 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือน และมีผู้ถูกลักพาตัวไปอีก 251 คน ซึ่งในปัจจุบัน ยังเหลือตัวประกันอีก 47 คนที่ยังอยู่ในมือของกลุ่มฮามาส

การโจมตีตอบโต้ของอิสราเอลหลังจากนั้น ซึ่งดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาแล้วอย่างน้อย 66,005 ศพ โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวในที่ประชุมสหประชาชาติ โดยให้คำมั่นว่าจะ “ทำงานให้เสร็จสิ้น” ในการกำจัดกลุ่มฮามาส แม้จะเผชิญเสียงประณามอย่างรุนแรงจากนานาชาติหลังจากอิสราเอลยกระดับการโจมตีในเมืองกาซาซิตี้ก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ช็อก มือปืนกราดยิง-จุดไฟเผาโบสถ์ในรัฐมิชิแกน ดับแล้ว 2 ศพ เจ็บ 8 ราย

ช็อก มือปืนกราดยิง-จุดไฟเผาโบสถ์ในรัฐมิชิแกน ดับแล้ว 2 ศพ เจ็บ 8 ราย

29 ก.ย. 2568 02:50 น.

ช็อก มือปืนกราดยิง-จุดไฟเผาโบสถ์ในรัฐมิชิแกน ดับแล้ว 2 ศพ เจ็บ 8 ราย

(CREDIT “AFP PHOTO / X/JULIE J/@MALKOWSKI6APRIL / HANDOUT”)

มือปืนก่อเหตุกราดยิงและจุดไฟเผาโบสถ์คริสต์นิกายมอร์มอนในรัฐมิชิแกน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีก 8 ราย ก่อนที่ตัวเขาจะถูกวิสามัญฆาตกรรม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มือปืน 1 คนก่อเหตุกราดยิงภายในโบสถ์คริสต์นิกายมอร์มอนแห่งหนึ่งในรัฐมิชิแกน ระหว่างประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. 2568 ก่อนจะจุดไฟเผาอาคาร จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ บาดเจ็บอีก 8 ราย ก่อนที่ตำรวจจะยิงมือปืนรายนี้

หัวหน้าตำรวจ วิลเลียม เรนเย (William Renye) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า มีผู้คนหลายร้อยคนอยู่ภายในโบสถ์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย (The Church of Jesus Christ of Latter-day Saints) ในแกรนด์บลัง ก่อนที่ชายอายุ 40 ปีคนหนึ่งจะขับรถกระบะพุ่งชนประตูหน้าโบสถ์ แล้วลงจากรถและเริ่มกราดยิง

ตำรวจเชื่อว่า คนร้ายรายนี้จงใจจุดไฟเผาอาคาร โดยหลังจากที่เขาออกจากโบสถ์ ตำรวจ 2 นายได้ไล่ตามเขาและเกิดการยิงต่อสู้กัน ซึ่งส่งผลให้คนร้ายเสียชีวิตในที่สุด ขณะที่เปลวเพลิงลุกไหม้โบสถ์นานหลายชั่วโมงก่อนเจ้าหน้าที่จะสามารถดับไฟได้สำเร็จ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังรื้อค้นซากปรักหักพังหลังเกิดเหตุ โดยหัวหน้าตำรวจเรนเยกล่าวว่า “เราเชื่อว่าเราจะพบเหยื่อเพิ่มเติมอีก เมื่อเราเข้าไปถึงบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ได้แล้ว”

ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่พบแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย พนักงานสอบสวนกำลังตรวจค้นที่พักของผู้ต้องสงสัยในเมืองเบอร์ตันที่อยู่ใกล้เคียง โดยที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย รวมถึงเรื่องที่ว่า เขาเป็นสมาชิกของโบสถ์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายหรือไม่

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความระบุว่า เขาได้รับรายงานสรุปเกี่ยวกับเหตุกราดยิงนี้แล้ว และชื่นชมสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ที่กำลังส่งเจ้าหน้าที่ 100 นายไปยังพื้นที่นี้

โพสต์ของนายทรัมป์ระบุด้วยว่า: “ขอภาวนา ให้เหยื่อและครอบครัวของพวกเขา การแพร่ระบาดของความรุนแรงในประเทศของเรานี้จะต้องยุติลงทันที!”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

จีนตัดสินประหารชีวิต อดีต รมว.เกษตร คดีรับสินบน แต่รอลงอาญาไว้ก่อน

จีนตัดสินประหารชีวิต อดีต รมว.เกษตร คดีรับสินบน แต่รอลงอาญาไว้ก่อน

28 ก.ย. 2568 23:28 น.

จีนตัดสินประหารชีวิต อดีต รมว.เกษตร คดีรับสินบน แต่รอลงอาญาไว้ก่อน

(credit: Changchun Intermediate People’s Court)

ศาลในประเทศจีนตัดสินลงโทษประหารชีวิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร โทษฐานรับสินบน แต่ให้รอลงอาญาเอาไว้ก่อน

สำนัก ซินหัว ของจีนรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. 2568 นายถัง เหรินเจี้ยน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีน ถูกศาลประชาชนกลางเมืองฉางชุน ในมณฑลจี๋หลิน ตัดสินลงโทษประหารชีวิตโดยให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี ในคดีรับสินบน โดยระบุว่า เขารับสารภาพความผิดแล้ว

ซินหัวระบุว่า นายถังได้รับสินบนเป็นเงินสดและทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 268 ล้านหยวน (ราว 1.2 พันล้านบาท) ในระหว่างดำรงตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่ปี 2550 ถึงปี 2567

พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) ได้ขับไล่นายถังออกจากพรรคเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 หรือราว 6 เดือนหลังจากเขาถูกสำนักงานต่อต้านการทุจริตนำตัวไปสอบสวน และถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ข่าวระบุว่า การสอบสวนนายถังนับว่ารวดเร็วผิดปกติ และเกิดขึ้นหลังจากการสอบสวนที่คล้ายคลึงกันกับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลี่ ซ่างฝู และนายเว่ย เฟิ่งเหอ ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมคนก่อนหน้านั้น

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เริ่มการกวาดล้างครั้งใหญ่ในหน่วยงานความมั่นคงภายในประเทศของจีนตั้งแต่ปี 2563 โดยมุ่งหวังให้ตำรวจ อัยการ และผู้พิพากษา “จงรักภักดีอย่างที่สุด บริสุทธิ์อย่างที่สุด และน่าเชื่อถืออย่างที่สุด”

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายสีออกมากล่าวย้ำว่า การทุจริตเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna