เซเลนสกีประณามรัสเซีย โจมตีต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง ดับแล้ว 4 ศพ เจ็บหลายสิบ

เซเลนสกีประณามรัสเซีย โจมตีต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง ดับแล้ว 4 ศพ เจ็บหลายสิบ

28 ก.ย. 2568 22:06 น.

เซเลนสกีประณามรัสเซีย โจมตีต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง ดับแล้ว 4 ศพ เจ็บหลายสิบ

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ออกมาประณามรัสเซีย หลังดำเนินการโจมตียูเครนรอบใหม่ต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแล้วหลายสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัสเซียส่งโดรนเกือบ 600 ลำ กับยิงมิสไซล์อีกหลายสิบลูก โจมตีทางอากาศเข้าใส่พื้นที่ต่างๆ ของยูเครนต่อเนื่องนานถึง 12 ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 70 คน นับเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน

การโจมตีดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 2568 โดยเสียงปืนต่อต้านอากาศยานถูกแทรกด้วยเสียงระเบิดเป็นระยะๆ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเสียงของโดรนที่ถูกสกัดกั้นได้ หรือเป็นเสียงโดรนที่พุ่งชนเป้าหมาย

ความเสียหายในกรุงเคียฟ จากการโจมตีของรัสเซีย 28 ก.ย. 2568
ความเสียหายในกรุงเคียฟ จากการโจมตีของรัสเซีย 28 ก.ย. 2568

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในกรุงเคียฟ ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างหนัก โดยผู้เคราะห์ร้ายรวมถึงเด็กหญิงอายุเพียง 12 ขวบด้วย

ในกรุงเคียฟ แอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัยทางอากาศของยูเครน เตือนให้ผู้คนมุ่งหน้าไปยังที่กำบังและอยู่ในที่นั่น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงแจ้งเตือนถึงภัยคุกคามทางอากาศที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีโดรนนับร้อยลำตกใส่เมือง

นายเซเลนสกีเตือนว่า ยูเครนจะตอบโต้เพื่อบีบให้รัสเซียหันหน้าสู่วิธีทางการทูต และว่าการโจมตีที่ชั่วร้ายนี้แสดงให้เห็นว่ารัสเซีย ต้องการให้การต่อสู้และการเข่นฆ่าดำเนินต่อไป ขณะที่ฝ่ายรัสเซียระบุว่า พวกเขาโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร และบริษัทอุตสาหกรรมที่สนับสนุนกองทัพยูเครน

ความเสียหายในกรุงเคียฟ จากการโจมตีของรัสเซีย 28 ก.ย. 2568
ความเสียหายในกรุงเคียฟ จากการโจมตีของรัสเซีย 28 ก.ย. 2568

ด้านนายอิกอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน กล่าวว่า มีสถานที่ของพลเรือนอย่างน้อย 100 แห่งทั่วประเทศได้รับความเสียหายจากการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งหน่วยฉุกเฉินเผยว่า สถาบันโรคหัวใจในกรุงเคียฟถูกโจมตีด้วยและทำให้พยาบาลกับผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิต

นาย อีวาน เฟโดรอฟ ผู้ว่าการแคว้นซาปอริชเชีย กล่าวว่า การโจมตีระลอกล่าสุดของรัสเซียทำให้มีผู้บาดเจ็บในแคว้นแห่งนี้ 34 คน รวมถึงเด็ก 3 ราย ประกอบด้วยเด็กชายอายุ 11 ปี กับ 12 ปี และเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ

ขณะที่ผู้ว่าการแคว้นซูมีเผยว่า ชายอายุ 59 ปี เสียชีวิตในการโจมตีของรัสเซีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เวียดนามสั่งอพยพประชาชนรับมือ “ไต้ฝุ่นบัวลอย” จ่อขึ้นฝั่งวันนี้

เวียดนามสั่งอพยพประชาชนรับมือ "ไต้ฝุ่นบัวลอย" จ่อขึ้นฝั่งวันนี้

28 ก.ย. 2568 10:49 น.

เวียดนามสั่งอพยพประชาชนรับมือ “ไต้ฝุ่นบัวลอย” จ่อขึ้นฝั่งวันนี้

เวียดนามเร่งอพยพประชาชนหลายพันคนและสั่งปิดสนามบินหลายแห่งในพื้นที่เสี่ยงภัย ตั้งรับ ไต้ฝุ่นบัวลอย ที่ทวีกำลังขึ้นและคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่เวียดนามตอนกลาง ในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. วันนี้ หลังพายุลูกนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 10 ราย และสร้างความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในฟิลิปปินส์

โดยวันนี้ (28 ก.ย.) ทางการเวียดนามได้สั่งปิดสนามบินในพื้นที่ชายฝั่งและเร่งอพยพประชาชนหลายพันคนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อเตรียมรับมือกับ พายุไต้ฝุ่นบัวลอย ที่กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศ

คาดการณ์ว่า ไต้ฝุ่นบัวลอยจะขึ้นฝั่งใน เวียดนามตอนกลาง ในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยจะนำมาซึ่งลมความเร็วสูงสุดถึง 133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คลื่นพายุซัดฝั่ง ที่มีความสูงกว่า 1 เมตร และฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเวียดนามรายงานเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันอาทิตย์ ว่า พายุอยู่ห่างจากเมืองดานังไปทางตะวันออกประมาณ 200 กิโลเมตร บริเวณหมู่เกาะพาราเซล โดยมีกำลังลมต่อเนื่องที่ 133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงสูงสุด 166 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็น พายุที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ย

กรมอุตุฯ เตือนว่า พายุลูกนี้มีศักยภาพในการก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติได้หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม และน้ำท่วมชายฝั่ง โดยคาดว่าความเร็วลมสูงสุดเมื่อขึ้นฝั่งเวียดนามตอนกลางจะอยู่ที่ 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนเหนือประเทศลาวตอนเหนือในวันจันทร์

รัฐบาลเวียดนามเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ในจังหวัดห่าติ๋ญ ทางตอนกลางของประเทศ ได้เริ่มอพยพประชาชนกว่า 15,000 คน ออกจากพื้นที่แล้ว พร้อมกับระดมกำลังทหารหลายพันนายให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ สำนักงานการบินพลเรือนได้สั่งระงับการให้บริการที่ สนามบินชายฝั่ง 4 แห่ง ตั้งแต่วันอาทิตย์ รวมถึง สนามบินนานาชาติดานัง และมีการปรับเปลี่ยนเวลาออกเดินทางของเที่ยวบินหลายเที่ยว

ทั้งนี้ เวียดนามซึ่งมีแนวชายฝั่งทะเลยาวติดกับทะเลจีนใต้ มักประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นที่สร้างความสูญเสียร้ายแรง โดยเมื่อปีที่ผ่านมา พายุไต้ฝุ่นยางิ ได้คร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 300 ราย และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ.

ที่มา VnExpress

Gen Z เปรูลุกฮือ! ประท้วงใหญ่ต้านประธานาธิบดี เดือดประเด็นบำนาญ-คอร์รัปชัน

Gen Z เปรูลุกฮือ! ประท้วงใหญ่ต้านประธานาธิบดี เดือดประเด็นบำนาญ-คอร์รัปชัน

28 ก.ย. 2568 10:29 น.

Gen Z เปรูลุกฮือ! ประท้วงใหญ่ต้านประธานาธิบดี เดือดประเด็นบำนาญ-คอร์รัปชัน

คนหนุ่มสาว กลุ่มเจนซี (Gen Z) ในเปรูออกมาชุมนุมครั้งใหม่ ต่อต้านประธานาธิบดีดีนา โบลัวร์เต สืบเนื่องจากความไม่พอใจเรื่องการปฏิรูประบบบำนาญ รวมถึงปัญหาคอร์รัปชัน ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงตั้งแต่ปี 2022 จนทำให้คะแนนนิยมของผู้นำประเทศตกต่ำถึงขีดสุด

กลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ของเปรูได้รวมตัวกันประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี ดีนา โบลัวร์เต อีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากการเดินขบวนในเมืองหลวงกรุงลิมานำไปสู่การปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้มีทั้งตำรวจ ผู้ประท้วง และนักข่าวได้รับบาดเจ็บกว่าสิบราย

การประท้วงปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน จากการ ปฏิรูประบบบำนาญ ที่กำหนดให้ชาวเปรูทุกคนที่มีอายุเกิน 18 ปี ต้องเข้าร่วมกองทุนบำนาญ แต่แรงขับเคลื่อนที่แท้จริงมาจากความไม่พอใจที่มีต่อประธานาธิบดีโบลัวร์เตและรัฐสภาที่สะสมมาเป็นเวลานาน

ศ. โจ-มารี เบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองเปรูจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ระบุว่า ความไม่พอใจในเปรูอยู่ในระดับต่ำและคุกรุ่นมานานแล้ว โดยมีเชื้อเพลิงจาก เรื่องอื้อฉาวด้านคอร์รัปชัน, ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ, อาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น และความโกรธแค้นต่อการขาดความรับผิดชอบกรณี ผู้ประท้วงหลายสิบคนที่ถูกสังหาร โดยกองกำลังความมั่นคงในช่วงที่โบลัวร์เตเข้ารับตำแหน่งเมื่อปลายปี 2022

รายงานเดือนกรกฎาคมจากสถาบันศึกษาเปรู ชี้ว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโบลัวร์เตอยู่ที่เพียง 2.5% ในขณะที่รัฐสภาอยู่ที่ 3% เท่านั้น นอกจากความไม่สงบในกรุงลิมาแล้ว การประท้วงยังได้ส่งผลกระทบต่อ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ซึ่งเปรูเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับสามของโลก

การประท้วงของ Gen Z ในเปรูสะท้อนถึงการเดินขบวนของเยาวชนที่เคยเกิดขึ้นในอินโดนีเซียและเนปาล โดยมีสัญลักษณ์ร่วมกันคือ หัวกะโหลกสวมหมวกฟาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์จากมังงะญี่ปุ่นเรื่อง “One Piece” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มโจรสลัดล่าสมบัติ

เลโอนาร์โด มูนอซ หนึ่งในผู้ประท้วงในลิมากล่าวว่า ตัวละครหลักอย่าง ลูฟี่ เดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อปลดปล่อยผู้คนจากผู้ปกครองที่กดขี่และฉ้อฉล ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนสถานการณ์ในหลายประเทศ รวมถึงเปรูในขณะนี้

ซานติอาโก ซาปาตา นักศึกษาผู้ประท้วง กล่าวว่า “เราเหนื่อยกับการที่เรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราทำความตายให้เป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราทำคอร์รัปชัน การกรรโชกให้เป็นเรื่องปกติ” และเน้นย้ำว่า “คนรุ่นผมออกมาชุมนุมตอนนี้เพราะเราเบื่อที่จะถูกปิดปาก ถูกทำให้กลัว ในขณะที่รัฐบาลที่เราเลือกมาควรเป็นฝ่ายที่เกรงกลัวเรา”

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้จะมีแรงกดดันต่อรัฐบาลน้อยลงจากต่างประเทศ แต่การประท้วงที่ยืดเยื้ออาจเป็นปัจจัยสำคัญในการ “ยึดแนวต้าน” การถูกครอบงำโดยระบบอำนาจ และอาจนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวกได้ เพราะ “โอเปร่ายังไม่จบลง”

ที่มา Reuters

สารภาพกลางรายการ! ชายอเมริกันรับฆ่าพ่อแม่ฝังไว้หลังบ้านนาน 8 ปี ถูกจับทันทีที่ออกจากสตูดิโอ

สารภาพกลางรายการ! ชายอเมริกันรับฆ่าพ่อแม่ฝังไว้หลังบ้านนาน 8 ปี ถูกจับทันทีที่ออกจากสตูดิโอ

28 ก.ย. 2568 09:52 น.

สารภาพกลางรายการ! ชายอเมริกันรับฆ่าพ่อแม่ฝังไว้หลังบ้านนาน 8 ปี ถูกจับทันทีที่ออกจากสตูดิโอ

ลอเรนซ์ เคราส์ ชายชาวอเมริกันวัย 53 ปี สร้างความตกตะลึงด้วยการให้สัมภาษณ์และสารภาพผิดกลางรายการโทรทัศน์ ของสถานีข่าวท้องถิ่น CBS6 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าตนเองคือผู้ลงมือสังหาร ฟรานซ์ และ เทเรเซีย เคราส์ พ่อและแม่ของเขา แล้วนำร่างไปฝังไว้ในสวนหลังบ้านในเมืองออลบานี รัฐนิวยอร์ก เมื่อ 8 ปีก่อน

ลอเรนซ์ เคราส์ ได้ติดต่อสถานีข่าว WRGB และเข้าร่วมการสัมภาษณ์นานครึ่งชั่วโมง โดยเขาบรรยายถึงการกระทำของตนว่าเป็น “การการุณยฆาต” เนื่องจากเห็นพ่อแม่ที่สูงอายุเริ่มมีร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ

เมื่อผู้ประกาศข่าวถามย้ำว่า “พวกเขา (พ่อแม่) รู้หรือไม่ว่านี่คือจุดจบของพวกเขา และกำลังจะเสียชีวิตด้วยมือของคุณ?” นายเคราส์ตอบกลับมาว่า “ใช่ครับ และมันเร็วมาก”

แม้ในตอนแรกจะลังเลที่จะยอมรับโดยตรง แต่หลังจากถูกสอบถามซ้ำหลายนาที นายเคราส์ก็ยอมรับว่าพ่อแม่ไม่ได้ร้องขอให้ถูกฆ่า แต่ “พวกเขารู้ว่ากำลังจะทรุดโทรมลง” และกล่าวว่า “ผมทำหน้าที่ของลูกที่มีต่อพ่อแม่ ความกังวลเกี่ยวกับความทุกข์ทรมานของพวกท่านคือสิ่งสำคัญที่สุด”

นายเคราส์อ้างว่า แม่ของเขาเพิ่งได้รับบาดเจ็บจากการหกล้มขณะข้ามถนน และพ่อของเขาไม่สามารถขับรถได้อีกต่อไปหลังการผ่าตัดต้อกระจก อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้กล่าวถึงว่าพ่อแม่มีอาการป่วยร้ายแรงระยะสุดท้ายใด ๆ

ลอเรนซ์ เคราส์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่รออยู่ด้านนอกสตูดิโอ จับกุมทันทีที่เขาเดินทางออกจากสถานีโทรทัศน์ โดยถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม 2 กระทง แม้ว่าทนายความจะให้การปฏิเสธในระหว่างการขึ้นศาลเบื้องต้นเมื่อวันศุกร์ก็ตาม

ทางด้านผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของสถานีโทรทัศน์ เปิดเผยว่า การสัมภาษณ์เกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก หลังจากนายเคราส์ส่งอีเมลแถลงการณ์ 2 หน้า พร้อมเบอร์โทรศัพท์มายังสำนักข่าวต่าง ๆ เมื่อเขาโทรกลับไป นายครอสส์ยอมรับว่าฝังพ่อแม่ไว้ที่สวน และเมื่อถูกถามว่าเขาฆ่าพวกเขาหรือไม่ นายเคราส์ตอบว่า “ผมขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ (ในการไม่พูด)” ก่อนที่จะตกลงมาให้สัมภาษณ์ที่สตูดิโออย่างคาดไม่ถึง

ผู้ประกาศข่าวเปิดเผยว่าตลอดการสัมภาษณ์ นายเคราส์ปฏิเสธซ้ำ ๆ ที่จะบอกว่าพ่อแม่เสียชีวิตได้อย่างไร แต่เมื่อถูกซักไซ้จนถึงนาทีที่ 8 นายเคราส์ก็ยอมรับว่า เขาใช้การทำให้ขาดอากาศหายใจ

การสืบสวนและค้นพบศพครั้งนี้ เป็นผลจากการสืบสวนคดีอาชญากรรมทางการเงิน ที่ตำรวจพบว่านายเคราส์ได้รับผลประโยชน์จากเงินสวัสดิการของพ่อแม่และนำไปใช้ส่วนตัว ขณะที่เพื่อนบ้านต่างเข้าใจว่าพ่อแม่ของเขาได้ย้ายกลับไปเยอรมนี.

ที่มา The Guardian

ผู้อพยพ 100 คน นั่งเรือข้ามช่องแคบอังกฤษไม่สำเร็จ สุดท้ายดับ 2 ศพ

ผู้อพยพ 100 คน นั่งเรือข้ามช่องแคบอังกฤษไม่สำเร็จ สุดท้ายดับ 2 ศพ

28 ก.ย. 2568 07:01 น.

ผู้อพยพ 100 คน นั่งเรือข้ามช่องแคบอังกฤษไม่สำเร็จ สุดท้ายดับ 2 ศพ

ผู้อพยพราว 100 คนพยายามนั่งเรือข้ามช่องแคบอังกฤษไปสหราชอาณาจักร แต่ความพยายามล้มเหลว เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ สูญหายอีกกว่า 40 คน

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ผู้อพยพประมาณ 100 คนพยายามนั่งเรือ 1 ลำเพื่อเดินทางข้ามช่องแคบอังกฤษ บริเวณชายฝั่งทางเหนือของเขตเนิฟชาแตล-ฮาร์เดอโลต์ (Neufchâtel-Hardelot) ในจังหวัดปาด-เดอ-กาแล (Pas-de-Calais) ไปยังสหราชอาณาจักร เมื่อเช้ามืดวันเดียวกันนี้ แต่ความพยายามของพวกเขาล้มเหลว

เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพจากความพยายามนี้ โดยเป็นหญิงชาวโซมาเลียทั้งคู่ ขณะที่ช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่ร่วมพยายามข้ามช่องแคบได้อีก 60 คน ซึ่งพวกเขากำลังอยู่ในความดูแลของสำนักงานป้องกันพลเรือน แต่ไม่มีการเปิดเผยชะตากรรมของผู้อพยพอีกเกือบ 40 คนที่เหลือ

น.ส.อิซาเบล ฟราดิน-ธีโรด เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสระบุว่า สามีภรรยาคู่หนึ่งและลูกของพวกเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองบูโลญอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำระดับปานกลาง

นอกจากนี้ สำนักข่าว AFP รายงานด้วยว่า พบร่างผู้อพยพอีกรายเมื่อเช้าวันเสาร์ ในคลองที่เชื่อมไปยังทะเลในเมืองกราเวอลีนส์ (Gravelines) เมืองท่าของฝรั่งเศส โดยเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุข้างต้น

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2568 เป็นต้นมา มีผู้อพยพเสียชีวิตขณะพยายามเดินทางข้ามช่องแคบอังกฤษด้วยเรือเล็กแล้ว 25 ศพ อย่างไรก็ตาม คาดกันว่ามีผู้ที่ข้ามไปได้มากกว่า 30,000 คน จนทำให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรถูกกดดันเรื่องการจัดการผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัสเซียลั่น ไม่คิดโจมตีชาติ EU-นาโต จวกอิสราเอลเข่นฆ่าปาเลสไตน์

รัสเซียลั่น ไม่คิดโจมตีชาติ EU-นาโต จวกอิสราเอลเข่นฆ่าปาเลสไตน์

28 ก.ย. 2568 05:01 น.

รัสเซียลั่น ไม่คิดโจมตีชาติ EU-นาโต จวกอิสราเอลเข่นฆ่าปาเลสไตน์

รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียกล่าวในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ยืนยันรัสเซียไม่มีความตั้งใจโจมตี EU หรือ นาโต และกล่าวโจมตีอิสราเอลที่สังหารชาวปาเลสไตน์ในกาซาไม่หยุด

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 2568 นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย ยืนยันในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์กว่า รัสเซียไม่มีความตั้งใจที่จะโจมตีชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) หรือนาโตเลย แต่เตือนด้วยว่า จะตอบโต้อย่างเด็ดขาด หากมีการแสดงความก้าวร้าวใดๆ ต่อรัสเซีย

นายลาฟรอฟกล่าวว่า การข่มขู่จากชาติตะวันตกที่มีต่อรัสเซียนั้น เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆ หลังเกิดเหตุโดรนบินรุกล้ำน่านฟ้าเขามาภายในน่านฟ้า

รัฐมนตรีรัสเซียยังมุ่งเป้าโจมตีไปที่อิสราเอล โดยกล่าวว่า ถึงแม้รัสเซียจะประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 แต่ก็ “ไม่มีเหตุผลอันสมควร” สำหรับการสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา หรือสำหรับแผนการที่จะผนวกดินแดน เวสต์แบงก์

อิสราเอลระบุก่อนหน้านี้ว่า ปฏิบัติการในฉนวนกาซาเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกำจัดกลุ่มฮามาส อย่างไรก็ตาม นายลาฟรอฟประณามความก้าวร้าวของอิสราเอลที่มีต่อประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ อิสราเอลกำลังใช้ภารกิจในการกำจัดกลุ่มฮามาสเพื่อให้เหตุผลในการโจมตีทางอากาศต่อประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึง กาตาร์ ด้วย

ในส่วนเรื่องประเทศอิหร่าน นายลาฟรอฟกล่าวหาชาติมหาอำนาจตะวันตกว่า “บ่อนทำลายทางการทูต” หลังจากความพยายามในนาทีสุดท้ายที่นำโดยรัสเซียและจีนเพื่อชะลอการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติ ถูกปฏิเสธเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมาตรการคว่ำบาตรจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 0.00 น. วันอาทิตย์ (28 ก.ย.)

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุโดรนรุกล้ำน่านฟ้าหรือบินบริเวณสนามบินในชาติสมาชิกนาโตหลายประเทศ ซึ่งล่าสุดคือที่เดนมาร์ก ซึ่งแดนโคนมเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นฝีมือของ “มืออาชีพ” แต่ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่ารัสเซียเกี่ยวข้องด้วย

ส่วนในเรื่องความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ นายลาฟรอฟกล่าวว่า “แนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน เราเห็นความปรารถนาที่จะไม่เพียงแต่มีส่วนร่วมในการหาทางแก้ไขวิกฤตยูเครนอย่างเป็นจริงเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการที่จะพัฒนาความร่วมมือที่เป็นจริงได้ โดยไม่ใช้จุดยืนทางอุดมการณ์มาครอบงำ”

อนึ่ง ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เพิ่งเปลี่ยนจุดยืนของเขาในเรื่องสงครามรัสเซียยูเครน โดยระบุว่า ยูเครนสามารถชิงคืนดินแดนที่เสียให้กับรัสเซียกลับมาได้ทั้งหมด และโจมตีรัสเซียว่าเป็นเสือกระดาษ

ช็อก อินเดียเบียดกันตาย 36 ศพ ที่งานหาเสียงนักแสดงผันตัวเล่นการเมือง

ช็อก อินเดียเบียดกันตาย 36 ศพ ที่งานหาเสียงนักแสดงผันตัวเล่นการเมือง

28 ก.ย. 2568 03:20 น.

ช็อก อินเดียเบียดกันตาย 36 ศพ ที่งานหาเสียงนักแสดงผันตัวเล่นการเมือง

เกิดเหตุเบียดเสียดกันตายที่งานหาเสียงของนักแสดงผู้ผันตัวมาเป็นนักการเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 36 ศพ บาดเจ็บอีกกว่าครึ่งร้อย

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ของรัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของอินเดียเปิดเผยว่า เกิดเหตุเบียดเสียดกันที่งานหาเสียงทางการเมืองของนาย “วิชัย” นักแสดงท้องถิ่นผู้ผันตัวมาเล่นการเมือง ที่เขตการูร์ ซึ่งมีผู้คนมารวมตัวกันหลายหมื่นคน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 36 ศพ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า งานหาเสียงล่าช้าไปหลายชั่วโมง ทำให้ผู้คนต้องอยู่ในสภาวะแออัดยัดเยียดเป็นเวลานาน โดยภาพที่ออกอากาศทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นประชาชนที่มาร่วมงานหลายคนเป็นลมกลางฝูงชน

นายเซนธิล บาลาจี นักการเมืองท้องถิ่น ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่หน้าโรงพยาบาลท้องถิ่น โดยเขายืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว และเสริมว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 50 คน

ด้านนาย มา สุพรหมณิยัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของรัฐทมิฬนาฑู บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วย ผู้หญิงอย่างน้อย 16 ศพ, ผู้ชาย 9 ศพ และ เด็ก 6 ศพ

ขณะที่นาย เอ็ม.เค. สตาลิน มุขมนตรีแห่งรัฐทมิฬนาฑู กล่าวว่า มีประชาชนจำนวนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากเป็นลมเพราะการเบียดเสียดกันอย่างรุนแรง เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากคณะแพทย์ที่ปฏิบัติงานในเขตใกล้เคียงแล้ว

นายสตาลินกล่าวอีกว่า จะมีการมอบเงินชดเชยจำนวน 1,000,000 รูปี (ราว 363,000 บาท) ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และจะมีการไต่สวนเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วย

ทั้งนี้ นายวิชัย ซึ่งเป็นเจ้าของงานหาเสียงต้นเหตุ โพสต์แถลงการณ์ลงบนโลกออนไลน์ว่า เขาใจสลายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเขากำลังเจ็บปวดและโศกเศร้าเกินจะทานทนและไม่สามารถอธิบายได้ นายวิชัยยังส่งข้อความแสดงความเสียใจให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย และภาวนาให้ผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาล ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ส่วนนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียโพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องโชคร้ายและน่าเศร้าอย่างยิ่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ส่งทหารไปเมืองพอร์ตแลนด์ อนุญาต “ใช้กำลังเต็มอัตรา” หากจำเป็น

ทรัมป์ส่งทหารไปเมืองพอร์ตแลนด์ อนุญาต “ใช้กำลังเต็มอัตรา” หากจำเป็น

28 ก.ย. 2568 01:42 น.

ทรัมป์ส่งทหารไปเมืองพอร์ตแลนด์ อนุญาต “ใช้กำลังเต็มอัตรา” หากจำเป็น

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กระทรวงสงครามส่งทหารไปยังเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน อ้างว่า เพื่อปกป้องเมืองที่ถูกทำลายจากสงครามแห่งนี้ พร้อมอนุญาตให้ใช้กำลังเต็มอัตราหากจำเป็น

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งการให้ส่งทหารเข้าไปยังเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ซึ่งเป็นเมืองที่นายทรัมป์เรียกว่า “ถูกทำลายย่อยยับด้วยสงคราม” พร้อมทั้งอนุญาตให้ใช้ “กำลังเต็มอัตรา” หากมีความจำเป็น

นายทรัมป์กล่าวว่า เขาได้สั่งการให้นาย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม (กลาโหม) จัดหากองกำลังที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องเมืองพอร์ตแลนด์ที่ถูกทำลายจากสงคราม

ผู้นำสหรัฐฯ อ้างด้วยว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะช่วยปกป้อง “สถานที่ต่างๆ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและบังคับใช้กฎหมายศุลกากร (ICE) ของเรา ที่ถูกโจมตีจากพวก “แอนติฟา” (Antifa) และผู้ก่อการร้ายในประเทศรายอื่นๆ” และเสริมผ่าน Truth Social ว่า “ผมยังอนุญาตให้ใช้กำลังเต็มอัตรา หากมีความจำเป็น”

โพสต์ของนายทรัมป์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ทหารที่จะส่งไปเมืองพอร์ตแลนด์จะมาจาก กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) หรือเป็นทหารที่ประจำการในกองทัพปกติ นอกจากนั้น โพสต์ของเขายังไม่ได้ระบุว่า “การใช้กำลังเต็มอัตรา” ที่ว่านั้น หมายถึงอะไร

ทั้งนี้ เมืองพอร์ตแลนด์นับเป็นเมืองล่าสุดที่นายทรัมป์ประกาศจะส่งทหารเข้าไปประจำการ ในขณะที่การปราบปรามการเข้าเมืองผิดกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ยังคงขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานที่ต่างๆ ของ ICE ในเมืองพอร์ตแลนด์ ตกเป็นเป้าหมายของการประท้วงมาตลอด และบางครั้งก็นำไปสู่การปะทะรุนแรง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (25 ก.ย.) กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ระบุว่า ผู้ประท้วงโจมตีและปิดล้อมศูนย์ปฏิบัติการของ ICE ในพอร์ตแลนด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทรัมป์เพิ่งลงนามคำสั่ง กำหนดให้กลุ่มแอนติฟา เป็นองค์กรก่อการร้ายภายในประเทศอย่างเป็นทางการ

อนึ่ง กลุ่ม แอนติฟา (Antifa) เป็นคำย่อมาจาก Anti-Fascist (ต่อต้านฟาสซิสต์) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันอย่างหลวม ๆ และไม่มีผู้นำที่ชัดเจน โดยส่วนใหญ่เป็นนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายจัด

ผู้เชี่ยวชาญบอกกับสำนักข่าว BBC ว่า ไม่มีกลไกทางกฎหมาย ใดๆ ที่จะสามารถจัดตั้งให้กลุ่มใดเป็นองค์กรก่อการร้ายในประเทศอย่างเป็นทางการได้ นอกจากนี้ พวกเขายังชี้ให้เห็นว่า สิทธิในการพูดโดยเสรี ภายใต้บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่หนึ่ง (First Amendment) อาจทำให้ความพยายามของทรัมป์ถูกท้าทายทางกฎหมายได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ธนาคารกลางยุโรปแนะประชาชน “ตั้งสติและถือเงินสด” เผื่อเวลาวิกฤต

ธนาคารกลางยุโรปแนะประชาชน “ตั้งสติและถือเงินสด” เผื่อเวลาวิกฤต

27 ก.ย. 2568 23:28 น.

ธนาคารกลางยุโรปแนะประชาชน “ตั้งสติและถือเงินสด” เผื่อเวลาวิกฤต

ธนาคารกลางยุโรปออกคำแนะนำใหม่ ให้ประชาชน “ตั้งสติและถือเงินสด” เนื่องจากมีประโยชน์อย่างมากหากเกิดวิกฤต หลังจากโลกและยุโรปเผชิญเหตุไม่คาดฝันหลายอย่างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เมื่อ 27 ก.ย. 2568 นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank -ECB) ออกคำแนะนำใหม่ถึงประชาชนว่าให้ “ตั้งสติและถือเงินสด” (Keep calm and carry cash) ซึ่งอาจฟังดูน่าประหลาดใจในยุคสมัยนี้ แต่จากเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ หรือกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และความไม่แน่นอนหลากหลายเกี่ยวกับอนาคตที่เพิ่มมากขึ้น สหภาพยุโรปกำลังเผชิญกับอันตรายรอบตัว ธนาคารกลางยุโรปจึงกระตุ้นให้ประชาชนพึ่งพาเงินสดมากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะไม่ตกอยู่ในสภาพยากจนข้นแค้นหากเกิดวิกฤตในอนาคต

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยกตัวอย่างวิกฤตการณ์สำคัญ 4 กรณี ได้แก่ การรุกรานยูเครนในปี 2565, การระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 รวมถึงวิกฤตไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่สเปนและโปรตุเกสในปีนี้ที่ยังไม่สามารถสืบหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ รวมถึงวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซ ในแต่ละกรณี เงินสดเปรียบเสมือนเส้นชีวิตของประชาชนทั่วไปที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤต

เงินสดมีประโยชน์อย่างยิ่งในภาวะวิกฤต แม้วิกฤตการณ์หลายประเภทจะไม่ได้ก่อให้เกิดความต้องการสภาพคล่องอย่างเป็นระบบ แต่กรณีศึกษาที่เลือกมานี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของสภาพคล่องเมื่อเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ หรือความเชื่อมั่นของสาธารณชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

การศึกษาของ ECB ระบุว่า “ลักษณะเฉพาะของเงินสด เช่น ความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น ความพร้อมในการใช้งานแบบออฟไลน์ และการยอมรับอย่างกว้างขวาง มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในยามวิกฤต และยังสามารถนำไปใช้ในการเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตได้อีกด้วย”

ไม่ว่าระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคารจะถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือไฟฟ้าดับ หากคุณจำเป็นต้องซื้ออาหารที่ร้านขายของชำในท้องถิ่น หรือคุณต้องเติมน้ำมันเพื่อหนีพื้นที่ที่ประสบภัยธรรมชาติหรือความขัดแย้ง ไม่มีอะไรปลอดภัยไปกว่าการใช้เงินสด

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ชี้ให้เห็นว่าหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์และฟินแลนด์ แม้จะสนับสนุนการชำระเงินออนไลน์อย่างมาก แต่ก็แนะนำให้ประชาชนเก็บธนบัตรไว้บ้าง รวมทั้งออสเตรีย ซึ่งเคยต่อต้านการใช้เงินสด การชำระเงินด้วยเงินสดถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปี 2023 ในทางทฤษฎี กฎหมายก็รับรองสิทธินี้ในเบลเยียมเช่นกัน

จากการศึกษาดังกล่าว ธนาคารกลางยุโรปกำลังร่วมมือกับสถาบันการเงินของสหภาพยุโรปเป็นอันดับแรก ที่จะจัดสรรเงินสดให้เพียงพอกับความต้องการ รวมทั้งปริมาณที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ดังนั้น ธนาคารกลางจึงมีหน้าที่ “รับประกันอุปทานเงินสดที่มีประสิทธิภาพและแข็งแกร่ง รวมถึงสต็อกที่เพียงพอ” ซึ่งหมายความว่า แม้ว่าการคาดการณ์การดำเนินงานรายวันอาจอิงตามอุปสงค์ที่กระจายตัวตามปกติ แต่โครงสร้างพื้นฐานและเงินสำรองเชิงยุทธศาสตร์ต้องเตรียมพร้อมสำหรับจุดสูงสุดที่คาดเดาได้ยากและมีผลกระทบสูงเหล่านี้”

นั่นหมายความว่า ประชาชนทั่วไปควรที่จะมีธนบัตรในกระเป๋าสตางค์สักสองสามใบ และบางทีอาจจะเก็บไว้ที่บ้านอีกสักสองสามใบ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยกตัวอย่างคำแนะนำที่เผยแพร่ในบางประเทศ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ECB เห็นว่าควรสำรองเงินไว้ประมาณ 70-100 ยูโร เผื่อไว้ใช้ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์จริง ซึ่งเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นด้านสุขอนามัยฉุกเฉิน ในช่วงเวลา 72 ชั่วโมง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฮุน เซน ฟ้อง IOT โบ้ยไทยละเมิดหยุดยิง ท้าพิสูจน์จุดตก-วิถีกระสุน

ฮุน เซน ฟ้อง IOT โบ้ยไทยละเมิดหยุดยิง ท้าพิสูจน์จุดตก-วิถีกระสุน

27 ก.ย. 2568 21:52 น.

ฮุน เซน ฟ้อง IOT โบ้ยไทยละเมิดหยุดยิง ท้าพิสูจน์จุดตก-วิถีกระสุน

(credit: AFP PHOTO / CAMBODIA NATIONAL ASSEMBLY)

ฮุน เซน กล่าวหาไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยกัมพูชายื่นคำร้องถึงคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวให้เข้าตรวจสอบจุดตกและวิถีกระสุนแล้ว และท้าฝ่ายไทยให้ร่วมมือกับการตรวจสอบ

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 2568 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก กล่าวหาประเทศไทยว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หลังมีรายงานเสียงปืนบริเวณชายแดน พร้อมระบุว่า ได้ยื่นคำร้องถึงคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ให้เข้าตรวจสอบจุดตกและวิถีกระสุน และท้าฝ่ายไทยให้ร่วมมือกับการตรวจสอบ

ข้อความของ ฮุน เซน ระบุว่า “วันนี้ มีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยมีการใช้อาวุธ, ปืนครกและปืนกล ตัวผมและท่านนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ได้จัดการประชุมฉุกเฉินทางออนไลน์ โดยสั่งการให้กองทัพของเรา ใช้ความอดกลั้นและละเว้นจากการตอบโต้”

“หลังจากเสียงปืนสงบลง ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง แต่ละฝ่ายได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายกัมพูชาได้ยื่นคำร้องขอเร่งด่วนให้ IOT ทำการสอบสวนในสถานที่จริง”

“เพื่อรับรองความสุจริต, ความโปร่งใส, ความเป็นกลาง และ ความน่าเชื่อถือ ผมได้ยื่นข้อเสนอต่อผู้นำของกองทัพมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานของทีม IOT ที่นำโดยสมาชิกอาเซียน เพื่อดำเนินการสองภารกิจสำคัญได้แก่”

“1. ทำการตรวจสอบวิถีกระสุนปืนทางนิติวิทยาศาสตร์เนื่องจากทั้งสองประเทศใช้กระสุนคนละชนิด”

“2. ที่สำคัญที่สุดคือ ตรวจสอบพื้นที่ที่กระสุนตก เพื่อระบุแหล่งกำเนิดและทิศทางของวิถีกระสุน ว่ามาจากฝั่งกัมพูชาไปยังฝั่งไทย หรือในทางกลับกัน วิถีโค้งของกระสุนไม่สามารถบิดเบือนได้หลังจากที่กระสุนตกกระทบแล้ว”

“กองทัพกัมพูชารักษาหลุมกระสุนเอาไว้อย่างเหมาะสม และสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ผู้สังเกตการณ์ของ IOT สามารถดำเนินการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบที่แม่นยำได้ ผมหวังว่าฝ่ายไทยจะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในระดับเดียวกัน ดั่งภาษิตที่ว่า ‘ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ’ การปฏิเสธไม่ยอมให้ผู้สังเกตการณ์ IOT เข้าตรวจสอบ จะหมายถึง การรับสารภาพถึงความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชาหรือไทยก็ตาม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook / hunsencambodia