รัสเซียเตรียมเริ่มทดลอง “วัคซีน mRNA” รักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมา หากสำเร็จแล้วจะให้ประชาชนใช้ฟรี

รัสเซียเตรียมเริ่มทดลอง "วัคซีน mRNA" รักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมา หากสำเร็จแล้วจะให้ประชาชนใช้ฟรี

25 ก.ย. 2568 10:27 น.

รัสเซียเตรียมเริ่มทดลอง “วัคซีน mRNA” รักษามะเร็งผิวหนังเมลาโนมา หากสำเร็จแล้วจะให้ประชาชนใช้ฟรี

เผยคณะนักวิทยาศาสตร์ของรัสเซียพร้อมจะเริ่มการทดลองทางคลินิกของวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ  สำหรับรักษาโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา แบบเฉพาะบุคคลภายใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า หากสำเร็จแล้วจะให้ประชาชนใช้ฟรี

วันที่ 23 กันยายน 2568 คณะนักวิทยาศาสตร์ของรัสเซียพร้อมจะเริ่มการทดลองทางคลินิกของวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) สำหรับรักษาโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (melanoma) แบบเฉพาะบุคคลภายในหกสัปดาห์ข้างหน้า โดยคาดว่าการเปิดตัวครั้งแรกจะเกิดขึ้นในอีก 1-1.5 เดือนข้างหน้า โดยมีผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังจำนวน 60 รายเข้าร่วม

นักวิจัยพบว่าขนาดของเนื้องอกลดลงและความก้าวหน้าของเนื้องอกช้าลงถึง 60-80% ขึ้นอยู่กับลักษณะของโรค นอกจากนี้ การศึกษายังแสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีอัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้น

อเล็กซานเดอร์ กินท์สเบิร์ก หัวหน้าศูนย์ระบาดวิทยาและจุลชีววิทยาแห่งชาติกามาเลยา เผยว่าได้ยื่นเอกสารที่จำเป็นไปยังกระทรวงสาธารณสุขของรัสเซียเพื่อรอการอนุมัติวัคซีนตัวดังกล่าวแล้ว และจะเริ่มผลิตวัคซีนชุดแรกทันทีหลังจากได้รับอนุมัติ พร้อมเสริมว่าได้คัดเลือกกลุ่มผู้ป่วยไว้เรียบร้อยแล้วและวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมของผู้ป่วยเหล่านั้นเพื่อการรักษาเฉพาะบุคคล หากสำเร็จแล้วจะให้ประชาชนใช้ฟรี

การทดลองก่อนคลินิกเผยว่าวัคซีนสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและลดโอกาสมะเร็งแพร่กระจายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอตัวต่อไปจะพัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับผู้ป่วยมะเร็งปอด ชนิดเซลล์ไม่เล็ก (NSCLC)

ขณะที่เป้าหมายเบื้องต้นของวัคซีนนี้คือมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก นอกจากนี้ การพัฒนาวัคซีนสำหรับมะเร็งกลิโอบลาสโตมาและมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาบางชนิด รวมถึงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาบริเวณดวงตา อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาขั้นสูงและมีความก้าวหน้าอย่างมาก.

ที่มา Tass

ฮ่องกงฟื้นตัว หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดถล่ม – ไต้หวันปรับยอดผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย

ฮ่องกงฟื้นตัว หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดถล่ม – ไต้หวันปรับยอดผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย

25 ก.ย. 2568 08:49 น.

ฮ่องกงฟื้นตัว หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดถล่ม – ไต้หวันปรับยอดผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย

ฮ่องกงเริ่มฟื้นตัวแล้วในวันพฤหัสบดี หลังเผชิญผลกระทบจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาที่สร้างความเสียหายหนักเมื่อวันก่อน ขณะที่ ไต้หวันปรับลดจำนวนผู้เสียชีวิตเหลือ 14 ราย จากเดิมที่รายงานไว้ 17 ราย

ฮ่องกงต้องหยุดชะงักเกือบทั้งเมืองตั้งแต่บ่ายวันอังคาร หลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาพัดเข้าพื้นที่ โดยทางการได้ประกาศสัญญาณเตือนไต้ฝุ่นระดับสูงสุด หรือระดับ 10 ตลอดทั้งวันพุธ ก่อนที่พายุจะขึ้นฝั่งที่เมืองหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน

มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน ขณะที่คลื่นยักษ์ซัดชายฝั่งด้านตะวันออกและใต้ เกิดน้ำท่วมในหลายย่าน รวมถึงโรงแรมฟูลเลอร์ตันที่ถูกน้ำทะเลทะลักเข้ามาจนกระจกแตกและท่วมล็อบบี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้บาดเจ็บ และโรงแรมยืนยันว่ายังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (พฤหัสบดี 25 ก.ย.) สนามบินนานาชาติฮ่องกงกลับมาเปิดให้บริการแล้ว โดยสายการบินต่าง ๆ ทยอยกลับมาทำการบินตั้งแต่ 6 โมงเช้า และคาดว่าจะรองรับเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวตลอดวัน ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะและธุรกิจหลายแห่งกลับมาเปิดทำการ ยกเว้นโรงเรียนอนุบาลและบางโรงเรียนที่ยังคงปิดชั่วคราว

ด้านเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยกำลังเร่งซ่อมแซมถนนที่พังทลาย เก็บกวาดต้นไม้ล้มกว่า 1,000 ต้น และจัดการเหตุน้ำท่วมราว 85 จุดทั่วเมือง

ขณะที่ ไต้หวันซึ่งเผชิญพายุรากาซาตั้งแต่วันจันทร์ ได้ปรับจำนวนผู้เสียชีวิตลงเหลือ 14 ราย หลังพบว่ามีการนับซ้ำจากตัวเลขเดิม 17 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากเหตุน้ำล้นทะเลสาบกั้นเขาในเขตฮวาเหลียน ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมเมืองกวางฝู่

จำนวนผู้สูญหายล่าสุดอยู่ที่ 33 คน ลดลงจากตัวเลขที่สูงถึง 152 คนเมื่อวันก่อน  ซึ่งถึงแม้รัฐบาลไต้หวันจะมีระบบจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ แต่ชาวบ้านบางส่วนวิจารณ์ว่า การเตือนภัยอพยพครั้งนี้ไม่เพียงพอ โดยมีเพียงการขอความร่วมมือไม่ได้บังคับอย่างจริงจัง โดยนายกรัฐมนตรีโช จุงไถ ประกาศตั้งคณะสอบสวนหาสาเหตุข้อบกพร่องในการอพยพครั้งนี้แล้ว.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฮ่องกง

ไต้ฝุ่น “รากาซา” ถล่มไต้หวัน ดับแล้ว 17 ศพ สูญหายอีก 17 ราย บ้านพัง-รถถูกน้ำพัดว่อน

ไต้ฝุ่น “รากาซา” ถล่มไต้หวัน ดับแล้ว 17 ศพ สูญหายอีก 17 ราย บ้านพัง-รถถูกน้ำพัดว่อน

25 ก.ย. 2568 08:42 น.

ไต้ฝุ่น “รากาซา” ถล่มไต้หวัน ดับแล้ว 17 ศพ สูญหายอีก 17 ราย บ้านพัง-รถถูกน้ำพัดว่อน

ไต้หวันอ่วมหนัก  พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” พัดถล่มภาคตะวันออก ฝนเทกระหน่ำจนเขื่อนกั้นน้ำแตกในเมืองฮัวเหลียน บ้านเรือน-รถยนต์จมหาย เสียชีวิต 17 ศพ อีก 17 คนยังสูญหาย เจ้าหน้าที่เร่งกู้ภัยเต็มกำลัง

วันที่ 24 กันยายน 2568  สำนักข่าวท้องถิ่นไต้หวันรายงานว่า พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” (Ragasa) ได้พัดถล่มพื้นที่ภาคตะวันออกของไต้หวันอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดฝนตกต่อเนื่องและทำให้ทะเลสาบกั้นน้ำ ในเมืองฮัวเหลียน ล้นทะลัก

ทางการยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 ศพ บาดเจ็บอีก 32 ราย และสูญหาย 17 ราย โดยผู้เสียชีวิตและสูญหายส่วนใหญ่อยู่ในเมืองฮัวเหลียน ส่วนผู้บาดเจ็บกระจายอยู่ทั้งฮัวเหลียนและเมืองทางตอนใต้ เช่น เกาสง

ภาพจากพื้นที่ประสบภัยเผยให้เห็นสายน้ำโคลนไหลทะลักท่วมอาคารจำนวนมาก และซัดรถยนต์ลอยไปกับกระแสน้ำอย่างน่าหวาดเสียว แม้ล่าสุดเจ้าหน้าที่ระบุว่าน้ำในหลายพื้นที่ได้ลดระดับลงแล้ว แต่ฝนยังคงตกต่อเนื่อง และมีการประกาศเตือนภัยอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทหาร ถูกส่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในเมืองฮัวเหลียน พร้อมทั้งประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น.

คนงานเหมืองทองรอดปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในเหมืองถล่มนาน 43 ชั่วโมง

คนงานเหมืองทองรอดปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในเหมืองถล่มนาน 43 ชั่วโมง

25 ก.ย. 2568 08:31 น.

คนงานเหมืองทองรอดปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในเหมืองถล่มนาน 43 ชั่วโมง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยโคลอมเบียสามารถช่วยเหลือคนงานเหมืองทองทั้ง 23 คนออกมาได้สำเร็จ หลังติดอยู่ใต้ดินจากเหตุเหมืองถล่มนานกว่า 43 ชั่วโมง

คนงานเหมืองทยอยออกมาจากปล่องเหมืองทองคำที่พังถล่ม ท่ามกลางเสียงปรบมือและน้ำตาแห่งความดีใจของครอบครัวที่เฝ้ารออยู่ด้านนอก โดยภาพจากวิดีโอของสำนักงานเหมืองแร่แห่งชาติ เผยให้เห็นว่าคนงานบางส่วนสามารถเดินออกมาได้ด้วยตัวเอง โดยใช้เชือกปีนขึ้นมาจากทางเข้าที่ลาดชัน ขณะที่สถานะสุขภาพโดยรวมยังไม่มีการเปิดเผย

ปากทางเข้าหลักของเหมืองทองเกิดการถล่มเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากความผิดพลาดทางธรณีวิทยา ทำให้คนงานติดอยู่ภายในเป็นเวลานานเกือบสองวันเต็ม

เหมืองดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ของบริษัท Aris Mining Corp. จากแคนาดา แต่มีสหกรณ์ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินงาน โดยทางบริษัทเปิดเผยว่า ระหว่างการกู้ภัย เจ้าหน้าที่ได้จัดส่งอาหาร น้ำ และระบบระบายอากาศไปให้แก่ผู้ติดค้างในเหมืองเพื่อประคองชีวิตจนกว่าการช่วยเหลือจะเสร็จสิ้น

Aris Mining ระบุว่า เหมืองแห่งนี้มีพนักงานประมาณ 60 คน และถือเป็นเพียงสัดส่วนเล็กน้อยของการผลิตทองคำรวมในพื้นที่ โดยบริษัทมีสัมปทานเหมือง 2 แห่งในโคลอมเบีย ผลิตทองรวมราว 6.6 ตันในปีที่ผ่านมา

ข้อมูลจากรัฐบาลชี้ว่า โคลอมเบียผลิตทองคำได้ประมาณ 67 ตันต่อปีในปี 2024 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม รายงานด้านสิทธิมนุษยชนปี 2023 ระบุว่า มากกว่า 80% ของการทำเหมืองทองในโคลอมเบียเป็นการทำเหมืองเถื่อน ไม่มีใบอนุญาต ถูกควบคุมโดยทั้งชาวบ้านและกลุ่มกบฏติดอาวุธ ส่งผลให้เกิดสภาพการทำงานที่อันตรายและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบ่อยครั้ง

เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เพิ่งมีรายงานพบร่างคนงาน 7 รายในเหมืองทองผิดกฎหมายจังหวัดกาวกา หลังใช้เวลาค้นหานานถึง 9 วัน สะท้อนถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่ย่ำแย่ในอุตสาหกรรมเหมืองทองของประเทศ.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เหมืองถล่ม

จีนประกาศเป้าหมายใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7–10% ภายในปี 2578

จีนประกาศเป้าหมายใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7–10% ภายในปี 2578

25 ก.ย. 2568 08:31 น.

จีนประกาศเป้าหมายใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7–10% ภายในปี 2578

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ประกาศแผนลดคาร์บอนครั้งใหญ่ต่อที่ประชุมด้านภูมิอากาศของสหประชาชาติ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงราว 7–10% ภายในปี 2578

วันที่ 24 กันยายน 2568 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดด้านภูมิอากาศระดับสูงของสหประชาชาติ (UN Climate Summit) โดยประกาศแผนลดคาร์บอนครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงราว 7–10% ภายในปี 2578 นอกจากนี้จะเพิ่มพลังงานลม และแสงอาทิตย์ 6 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2563 ตลอดจนสร้างสังคมรับมือสภาพภูมิอากาศ ได้อย่างเต็มรูปแบบ

ผู้นำจีนระบุว่า จีนจะผลักดันยานยนต์ไร้มลพิษให้เป็น “กระแสหลัก” และวางแผนสร้าง “สังคมที่ปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ” ได้อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากที่ผ่านมาจีนได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลกกว่า 31% ของการปล่อยทั้งหมด   

โดยการประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการรวมตัวของผู้นำกว่า 100 ประเทศ ก่อนการเจรจาสำคัญด้านภูมิอากาศโลกที่จะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิลในอีกประมาณ 6 สัปดาห์ข้างหน้า

ทางด้านนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เปิดการประชุมด้วยการย้ำถึง  ความเร่งด่วนในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เพื่อหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้านนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอ็น ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า สหภาพยุโรปได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดมากขึ้น ทำให้การปล่อยคาร์บอนลดลงแล้วเกือบ 40% นับตั้งแต่ปี 1940 แม้ยังไม่ได้ประกาศแผนใหม่อย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกันนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เพิ่งโจมตีแนวคิดพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อวันก่อน ก็ถูกผู้นำหลายประเทศพาดพิงอย่างตรงไปตรงมา

ทางด้าน นายลูอิซ อินาซีโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล เจ้าภาพการประชุมครั้งต่อไป ย้ำว่า ไม่มีใครปลอดภัยจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำแพงพรมแดนไม่อาจหยุดภัยแล้งหรือพายุได้ ธรรมชาติไม่เคยเกรงกลัวระเบิดหรือเรือรบ และไม่มีประเทศใดอยู่เหนืออีกประเทศหนึ่ง  พร้อมเตือนว่าหากพวกเรายอมให้กระแสปฏิเสธความจริงชนะ สุดท้ายเราทุกคนจะต่างเป็นผู้แพ้. 

รัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา

รัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา

25 ก.ย. 2568 05:49 น.

รัฐบาลทรัมป์เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อแก่ผู้นำอาหรับ หวังยุติสงครามกาซา

ทูตพิเศษสหรัฐฯ เผยว่า รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อให้ผู้นำชาติอาหรับพิจารณาแล้ว และเชื่อว่าจะมีความคืบหน้าเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ กล่าวในวันพุธที่ 24 ก.ย.2568 ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้นำเสนอแผนสันติภาพ 21 ข้อเพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซาแก่ผู้นำอาหรับแล้ว ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

นายวิตคอฟฟ์แสดงความมั่นใจว่า จะมีการฝ่าทางตันบางอย่างเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด

“เรามีการประชุมที่มีประสิทธิภาพมาก” วิตคอฟฟ์กล่าวถึงการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะผู้แทนของสหรัฐฯ กับผู้นำชาติอาหรับ ซึ่งรวมถึงซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์ และอียิปต์ “เราได้นำเสนอสิ่งที่เราเรียกว่าแผน 21 ข้อของทรัมป์สำหรับสันติภาพในตะวันออกกลาง ในฉนวนกาซา”

“ผมคิดว่ามันเป็นแผนที่ตอบสนองต่อความกังวลของอิสราเอล รวมถึงความกังวลของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ด้วย” นายวิตคอฟฟ์กล่าว “และเราก็หวัง หรืออาจถึงขั้นมั่นใจ ว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะสามารถประกาศความก้าวหน้าบางอย่างได้”

ทั้งนี้ อิสราเอลกำลังถูกนานาชาติประณามอย่างหนักจากการทำสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งใกล้จะครบสองปีแล้วโดยไม่มีวี่แววของการหยุดยิง ความขัดแย้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 65,000 คน ตามรายงานของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และทำให้เกิดความอดอยาก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กบฏฮูตีในเยเมน ส่งโดรนโจมตีภาคใต้อิสราเอล บาดเจ็บ 20 ราย สาหัส 2

กบฏฮูตีในเยเมน ส่งโดรนโจมตีภาคใต้อิสราเอล บาดเจ็บ 20 ราย สาหัส 2

25 ก.ย. 2568 04:59 น.

กบฏฮูตีในเยเมน ส่งโดรนโจมตีภาคใต้อิสราเอล บาดเจ็บ 20 ราย สาหัส 2

กบฏฮูตีอ้างตัวเป็นผู้ส่งโดรนโจมตีเมืองทางใต้ของอิสราเอลเมื่อวันพุธ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 20 ราย สาหัส 2 คน โวปฏิบัติการประสบความสำเร็จ

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่าโดรนลำหนึ่งถูกส่งมาจากเยเมน เข้าโจมตีเมืองเอลัต บริเวณชายฝั่งทะเลแดงทางตอนใต้ของอิสราเอล ขณะที่หน่วยกู้ภัยเผยว่า การโจมตีทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 20 ราย ในจำนวนนี้มี 2 รายได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แขนขา

กลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งควบคุมพื้นที่กว่าครึ่งในเยเมน และได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ โดยอ้างว่า ส่งโดรน 2 ลำไปโจมตีเป้าหมาย 2 จุดในอิสราเอล และปฏิบัติการประสบความสำเร็จ

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทหารของ IDF พร้อมด้วยตำรวจถูกส่งไปยังเมืองเอลัต หลังจากได้รับรายงานการโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) โดยทหารกับตำรวจช่วยอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ และส่งเฮลิคอปเตอร์ไปอพยพผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุด้วย

นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลกล่าวว่า “ขอให้ผู้บาดเจ็บจากการโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับในเมืองเอลัตฟื้นตัวโดยเร็ว” “ผู้ก่อการร้ายฮูตีไม่ยอมเรียนรู้จากอิหร่าน เลบานอน และฉนวนกาซา และจะต้องเรียนรู้ด้วยวิธีที่ยากลำบาก”

“ใครก็ตามที่ทำร้ายอิสราเอลจะต้องถูกทำร้ายคืนเจ็ดเท่า” นายคัตซ์กล่าว

ทั้งนี้ กบฏฮูตียิงมิสไซล์หรือส่งโดรนโจมตีอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าทำเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และเหตุการณ์ล่าสุดก็นับเป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดของกบฏฮูตีในแง่ของจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 กลุ่มฮูตีส่งโดรนโจมตีกรุงเทลอาวิฟ ชนอาคารอพาร์ตเมนต์ใกล้กับสำนักงานสาขาของสถานทูตสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพและบาดเจ็บ 10 ราย ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดรนของฮูตีโจมตีสนามบิน รามอน ทางเหนือของเมืองเอลัต มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดับแล้ว 2 ศพ ซุ่มยิง สนง.คนเข้าเมืองดัลลัส มือปืนเขียนข้อความบนกระสุน

ดับแล้ว 2 ศพ ซุ่มยิง สนง.คนเข้าเมืองดัลลัส มือปืนเขียนข้อความบนกระสุน

25 ก.ย. 2568 03:32 น.

ดับแล้ว 2 ศพ ซุ่มยิง สนง.คนเข้าเมืองดัลลัส มือปืนเขียนข้อความบนกระสุน

เหตุซุ่มยิงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเมืองดัลลัสทำให้ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 2 ศพแล้ว ขณะที่ตำรวจเชื่อว่าแรงจูงใจน่าจะมาจากอุดมการณ์ทางการเมือง หลังพบข้อความต่อต้าน ICE บนกระสุน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุคนร้ายซุ่มยิงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและบังคับใช้กฎหมายศุลกากร (ICE) ในเมืองดัลลัส ของรัฐเท็กซัส เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 24 ก.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 2 ศพแล้ว บาดเจ็บอีก 1 คน โดยการสืบสวนพบว่า คนร้ายเขียนข้อความ “ต่อต้าน ICE” (ANTI-ICE) บนลูกกระสุนที่ยังไม่ได้ใช้

นายแคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) โพสต์ภาพลูกกระสุนดังกล่าวผ่าน X พร้อมระบุว่า “แม้ว่าการสืบสวนจะยังคงดำเนินต่อไป แต่การตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นแสดงให้เห็นถึงแรงจูงใจทางอุดมการณ์เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้”

ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงแบบไม่เลือกหน้า เข้าไปที่อาคารสำนักงาน ICE รวมถึงรถตู้ที่จอดอยู่ในทางเข้าที่มีการรักษาความปลอดภัยของอาคาร ซึ่งเป็นจุดที่เหยื่อถูกยิง

ส่วนนายโจเซฟ รอธร็อก เจ้าหน้าที่พิเศษที่รับผิดชอบสำนักงานภาคสนามของ FBI ในดัลลัส กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการกับการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “การกระทำความรุนแรงที่มีเป้าหมาย” แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับตัวตนของผู้ต้องสงสัย

พบข้อความ
พบข้อความ “ANTI-ICE” บนกระสุนของคนร้าย

ทั้งนี้ สำนักงาน ICE ที่ถูกโจมตีเป็นสำนักงานภาคสนามไม่ใช่ศูนย์กักกันผู้อพยพเข้าเมือง และผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกยิงเสียชีวิต เป็นผู้อพยพที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเอาไว้

คนร้ายเปิดฉากยิงใส่อาคารสำนักงานจากอาคารข้างเคียงเมื่อเวลาประมาณ 06.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนอีก 1 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อนที่หนึ่งในผู้บาดเจ็บจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนร้ายก็ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 2 สัปดาห์หลังจากที่นาย ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยมที่ถูกสังหาร ถูกมือปืนซุ่มยิงระหว่างงานอีเวนต์ที่เมืองโอเร็ม รัฐยูทาห์ ซึ่งจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีทางการเมืองระลอกใหม่ในสหรัฐอเมริกา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, รองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลคนอื่นๆ ออกมากล่าวโทษองค์กรเสรีนิยมว่าปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบและสนับสนุนความรุนแรงต่อฝ่ายขวา โดยที่ไม่แสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างใดๆ

เมื่อวันจันทร์ นายทรัมป์เพิ่งลงนามคำสั่งพิเศษ ประกาศให้ ขบวนการต่อต้านฟาสซิสต์ (antifa) เป็น “องค์กรก่อการร้าย” แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานใดๆ เชื่อมโยงกลุ่ม antifa กับการเสียชีวิตของเคิร์ก

เหตุโจมตีครั้งล่าสุดนับเป็นเหตุโจมตีสถานที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิครั้งที่ 3 ในรัฐเท็กซัสในปีนี้ หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคมมีตำรวจถูกยิงที่ศูนย์กักกัน ICE ในเมืองแพรรีแลนด์ และในเดือนเดียวกัน ชายชาวมิชิแกนวัย 27 ปีถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตหลังจากเปิดฉากยิงใส่สถานีลาดตระเวนชายแดนสหรัฐฯ ในเมืองแมคอัลเลน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮือฮา ทีมแพทย์รักษา “โรคฮันติงตัน” สำเร็จเป็นครั้งแรก

ฮือฮา ทีมแพทย์รักษา “โรคฮันติงตัน” สำเร็จเป็นครั้งแรก

25 ก.ย. 2568 02:49 น.

ฮือฮา ทีมแพทย์รักษา “โรคฮันติงตัน” สำเร็จเป็นครั้งแรก

ทีมแพทย์จากหลายประเทศที่ร่วมทำการวิจัยเผยว่า พวกเขาสามารถรักษาโรคฮันติงตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคทางพันธุกรรมที่โหดร้ายที่สุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรคฮันติงตัน (Huntington’s disease) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำลายเซลล์สมองอย่างต่อเนื่อง มีอาการคล้ายกับโรคสมองเสื่อม (dementia) โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) และโรคเซลล์ประสาทสั่งการ (motor neurone disease) รวมกัน

ศาสตราจารย์ซาราห์ ทาบริซี ผู้นำการวิจัยในส่วนของสหราชอาณาจักร อธิบายทั้งน้ำตาว่า ทีมแพทย์สามารถชะลอโรคฮันติงตันในผู้ป่วยได้ถึง 75% ซึ่งหมายความว่า อาการที่ปกติจะทรุดลงในหนึ่งปีจะใช้เวลาถึงสี่ปีหลังจากการรักษา ทำให้ผู้ป่วยมี “คุณภาพชีวิตที่ดี” ไปอีกหลายสิบปี

ทีมนักวิจัยใช้วิธีการรักษาแบบใหม่คือการบำบัดด้วยยีน (gene therapy) ผ่านการผ่าตัดสมองที่ละเอียดอ่อนซึ่งใช้เวลานานถึง 12 ถึง 18 ชั่วโมง

ตามปกติแล้วอาการแรกเริ่มของโรคฮันติงตันมักจะปรากฏในช่วงอายุ 30 หรือ 40 ปี และปกติจะเสียชีวิตภายใน 20 ปี แต่ด้วยวิธีการใหม่นี้ ทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการออกมาเลยหากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

ศาสตราจารย์ทาบริซี ผู้อำนวยการศูนย์โรคฮันติงตันแห่งมหาวิทยาลัย คอลเลจ ลอนดอน (UCLH) กล่าวว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้น “น่าทึ่งมาก เราไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่าจะสามารถชะลอการลุกลามของโรคในทางคลินิกได้ถึง 75%”

ทีมวิจัยไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยทั้ง 29 คนที่เข้าร่วมในการวิจัยออกมา แต่มีผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งต้องเกษียณจากงานด้วยเหตุผลทางการแพทย์ สามารถกลับไปทำงานได้อีกครั้ง ส่วนผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่เข้าร่วมก็ยังคงเดินได้ แม้จะมีการคาดการณ์ว่าพวกเขาอยู่ในช่วงที่ต้องใช้รถเข็นแล้วก็ตาม

คาดกันว่าการรักษาเยียวยาโรคฮันติงตันนี้อาจยังต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่านี่คือช่วงเวลาแห่งความหวังอย่างแท้จริงสำหรับผู้ป่วยโรคที่ทำร้ายผู้คนในช่วงวัยสำคัญของชีวิต และสร้างความเจ็บปวดให้กับครอบครัวมากมาย

ทั้งนี้ โรคฮันติงตันเกิดจากความผิดปกติของดีเอ็นเอส่วนที่เรียกว่า ยีนฮันติงติน (huntingtin gene) ซึ่งหากพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นโรคนี้ ลูกที่เกิดมามีโอกาสถึง 50% ที่จะได้รับยีนที่ผิดปกติ และในที่สุดก็จะพัฒนาไปเป็นโรคฮันติงตันด้วยเช่นกัน

การกลายพันธุ์นี้จะเปลี่ยนโปรตีนปกติที่จำเป็นในสมอง ซึ่งเรียกว่าโปรตีนฮันติงติน (huntingtin protein) ให้กลายเป็นโปรตีนที่ทำลายเซลล์ประสาท เป้าหมายของการรักษานี้จึงเป็นการหาทางลดระดับโปรตีนที่เป็นพิษนี้อย่างถาวรในการรักษาเพียงครั้งเดียว

ทีมวิจัยดำเนินการรักษาด้วยการใช้เทคโนโลยีทางพันธุกรรมที่ล้ำสมัย โดยผสมผสานการบำบัดด้วยยีนและการยับยั้งการแสดงออกของยีน (gene silencing) เข้าด้วยกัน

การรักษาเริ่มต้นด้วยการฉีดไวรัสที่ไม่เป็นอันตราย ซึ่งมีลำดับพันธุกรรมที่ได้รับการปรับเปลี่ยนมาเป็นพิเศษ เข้าไปในสมองส่วนลึก โดยใช้การสแกนด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แบบเรียลไทม์เพื่อนำทางสายสวนขนาดเล็ก (microcatheter) ไปยังสมอง 2 ส่วน ได้แก่ caudate nucleus และ putamen ซึ่งต้องใช้เวลาผ่าตัด 12-18 ชั่วโมง

หลังจากนั้น ไวรัสจะทำหน้าที่เหมือนบุรุษไปรษณีย์ขนาดจิ๋ว โดยส่งดีเอ็นเอชิ้นใหม่เข้าไปในเซลล์สมองและเริ่มทำงาน สิ่งนี้จะเปลี่ยนเซลล์ประสาทให้กลายเป็นโรงงานสำหรับสร้างการบำบัดเพื่อป้องกันการตายด้วยตัวเองของเซลล์

เซลล์เหล่านั้นจะสร้างชิ้นส่วนเล็กๆ ของสารพันธุกรรม (เรียกว่า microRNA) ซึ่งออกแบบมาเพื่อดักจับและปิดการใช้งานคำสั่ง (เรียกว่า messenger RNA) ที่ถูกส่งมาจากดีเอ็นเอของเซลล์สำหรับสร้างโปรตีนฮันติงตินที่กลายพันธุ์ (mutant huntingtin) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ระดับของโปรตีนฮันติงตินที่กลายพันธุ์ในสมองลดลง

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าสามปีหลังการผ่าตัด โรคนี้ชะลอตัวลงโดยเฉลี่ย 75% โดยอิงจากการวัดความสามารถในการรับรู้, การทำงานของกลไกในร่างกาย และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน ร่วมกัน

ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าการรักษานี้ช่วยรักษาเซลล์สมองได้ โดยระดับของสารนิวโรฟิลาเมนท์ในน้ำไขสันหลัง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการตายของเซลล์สมอง และควรจะเพิ่มขึ้น 1 ใน 3 หากโรคดำเนินต่อไป แต่กลับมีระดับต่ำกว่าตอนเริ่มต้นการทดลอง

ทีมวิจัยระบุว่า การรักษานี้ถือว่าปลอดภัย แม้ว่าผู้ป่วยบางรายจะมีอาการอักเสบจากไวรัสที่ทำให้ปวดศีรษะและสับสน ซึ่งอาการดังกล่าวหายไปเองได้ หรืออาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยสเตียรอยด์

ศาสตราจารย์ เอ็ด ไวลด์ จาก UCLH คาดการณ์ว่า การรักษานี้คาดว่า “จะคงอยู่ตลอดชีวิต” เพราะเซลล์สมองไม่ได้ถูกสร้างใหม่เหมือนกับเลือด กระดูก และผิวหนัง ที่ได้รับการสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง ปัจจุบันในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และยุโรป มีผู้ป่วยโรคฮันติงตันประมาณ 75,000 คน และอีกหลายแสนคนที่เป็นพาหะของยีนกลายพันธุ์ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะพัฒนาไปเป็นโรคนี้ในที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป

UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป

24 ก.ย. 2568 23:15 น.

UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป

เจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักรจับกุมตัวชายคนหนึ่ง ในฐานะผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งทำให้ระบบของสนามบินทั่วโลกปั่นป่วน

เมื่อ 24 ก.ย. 2568 สำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCA) เปิดเผยว่า ตำรวจจับกุมตัวชายอายุในช่วง 40 ปีคนหนึ่ง ในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งทำให้ระบบเช็คอินอัตโนมัติและระบบขึ้นเครื่องของสนามบินหลายแห่งในยุโรปใช้การไม่ได้นานหลายวันเมื่อสัปดาห์ก่อน

NCA ระบุว่า ชายคนนี้ถูกจับกุมในมณฑลเวสต์ซัสเซกซ์ เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (23 ก.ย.) โดยต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามกฎหมายการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด (Computer Misuse Act) ก่อนที่เขาจะได้รับการประกันตัวแบบมีเงื่อนไข

“แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นความคืบหน้าในเชิงบวก แต่การสืบสวนเหตุการณ์นี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังคงดำเนินต่อไป” นายพอล ฟอสเตอร์ หัวหน้าหน่วยอาชญากรรมไซเบอร์แห่งชาติของ NCA ระบุในแถลงการณ์

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ก.ย. บริษัท “คอลลินส์ แอโรสเปซ” (Collins Aerospace) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระบบเช็คอินที่เรียกว่า Muse แก่สายการบินต่างๆ ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้ผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางออกจากเมืองต่างๆ เช่น ลอนดอน บรัสเซลส์ เบอร์ลิน และดับลิน ประสบปัญหาการเดินทาง

เจ้าหน้าที่สนามบินบรัสเซลส์ ต้องใช้ไอแพดและแล็ปท็อปเพื่อเช็คอินผู้โดยสารทางออนไลน์ ขณะที่ผู้โดยสารคนหนึ่งที่สนามบิน “เบอร์ลิน บรันเดินบวร์ก” บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ผู้โดยสารได้รับตั๋วขึ้นเครื่องบินที่เขียนด้วยลายมือ

ในแถลงการณ์เมื่อเช้าวันพุธ (24 ก.ย.) สนามบินเบอร์ลินระบุว่า ปัญหาการเดินทางยังคงดำเนินต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn