ความตายของ “ชาร์ลี เคิร์ก” ตอกย้ำรอยร้าวทางการเมืองที่ร้าวลึกของสหรัฐฯ

ความตายของ "ชาร์ลี เคิร์ก" ตอกย้ำรอยร้าวทางการเมืองที่ร้าวลึกของสหรัฐฯ

11 ก.ย. 2568 11:03 น.

ความตายของ “ชาร์ลี เคิร์ก” ตอกย้ำรอยร้าวทางการเมืองที่ร้าวลึกของสหรัฐฯ

การจากไปอย่างกะทันหันของ ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยมวัย 31 ปี จากเหตุถูกยิงเสียชีวิตที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองโอเรม รัฐยูทาห์ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรงในสังคมอเมริกัน

ข่าวการเสียชีวิตของเคิร์กที่แพร่สะพัด ทำให้การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเดิมตั้งใจให้เป็นช่วงเวลาสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย ต้องกลายเป็นการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดระหว่างสมาชิกสภาฯ ทั้งสองพรรค

  • บรรยากาศตึงเครียดในรัฐสภา

ลอเรน โบเบิร์ต สส. พรรครีพับลิกันจากรัฐโคโลราโด ได้ยกมือขอให้มีการนำสวดมนต์เพื่อเคิร์ก พร้อมกล่าวว่า “การสวดมนต์ในใจจะได้ผลลัพธ์ในใจ” ซึ่งทำให้ สส. พรรคเดโมแครตบางส่วนตั้งคำถามว่า เหตุใดเหตุการณ์การสังหารที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ไม่โดดเด่นเท่าเคิร์กถึงไม่ได้รับความสนใจในลักษณะเดียวกัน การโต้เถียงนี้ลุกลามจนมีการกล่าวหาและสาบานเกี่ยวกับประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรม

ในขณะที่ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรครีพับลิกัน ต้องทุบค้อนเพื่อเรียกความสงบเรียบร้อย มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า “ออกกฎหมายปืนสิ!”

  • ต่างฝ่ายต่างโทษ ต่างฝ่ายต่างมุมมอง

เคิร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Turning Point USA และเป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การเสียชีวิตของเขาทำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมจำนวนมากไม่พอใจอย่างรุนแรงและกล่าวโทษฝ่ายเสรีนิยมว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรงทางการเมือง ในขณะที่ฝ่ายเดโมแครตเลือกที่จะใช้ถ้อยคำที่ระมัดระวังกว่า โดยประณามความรุนแรงทางการเมืองโดยรวม และเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

นักการเมืองหลายคนต่างออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรัมป์ ที่ออกมากล่าวว่า ความรุนแรงและการฆาตกรรมเป็นผลมาจากวาทกรรมที่สร้างความเกลียดชังต่อผู้ที่เห็นต่าง ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนสตีเฟน มิลเลอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และลอรา ลูมเมอร์ ผู้ภักดีต่อทรัมป์ ต่างเรียกร้องให้มีการจัดการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มฝ่ายซ้าย

ในทางตรงกันข้าม บารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดี ได้ออกแถลงการณ์ว่า “เรายังไม่รู้แรงจูงใจของผู้ที่ยิงและสังหารชาร์ลี เคิร์ก แต่ความรุนแรงที่เลวทรามแบบนี้ไม่มีที่ยืนในระบอบประชาธิปไตยของเรา” ขณะที่ กาบบี กิฟฟอร์ดส์ อดีต สส. พรรคเดโมแครตที่เคยถูกยิงบาดเจ็บสาหัส กล่าวว่า สังคมประชาธิปไตยจะมีความเห็นต่างทางการเมืองอยู่เสมอ แต่เราต้องไม่ปล่อยให้อเมริกาเผชิญหน้ากับความเห็นต่างด้วยความรุนแรง

  • รอยร้าวที่ยากจะประสาน

การเสียชีวิตของเคิร์กไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่กลับตอกย้ำความแตกแยกในสังคมอเมริกันให้ลึกยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า รอยร้าวทางการเมืองในสหรัฐฯ ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แม้จะมีผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสที่ชี้ว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความรุนแรงทางการเมือง แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงกังวลว่า เหตุการณ์เช่นนี้อาจเติมเชื้อไฟให้กับบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียดอยู่แล้วให้ร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งที่ร้อนระอุ ยังคงมีนักการเมืองบางส่วนที่พยายามลดความตึงเครียดลง โดยวุฒิสมาชิกทอม ทิลลิส จากพรรครีพับลิกัน ได้กล่าวว่า การเสียชีวิตของเคิร์กไม่ควรถูกนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อสร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้น “ทุกคนที่ส่งเสริมให้มีการตอบโต้ด้วยความรุนแรง แทนที่จะใช้การพูดคุยอย่างมีอารยะ ต่างก็ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเขา”

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคำพูดของทิลลิสจะได้รับความสนใจจากทั้งสองฝ่ายหรือไม่ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญหน้ากับความแตกแยกที่ยากจะประสานรอยร้าว และการพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันดูจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลความจริงไปทุกที.

ที่มา Reuters

เลือกตั้งพม่าเดือด คุก 7 ปี หนุ่มโพสต์วิจารณ์ นับเป็นคนแรกที่ถูกลงโทษตามกม.เลือกตั้งฉบับใหม่

เลือกตั้งพม่าเดือด คุก 7 ปี หนุ่มโพสต์วิจารณ์ นับเป็นคนแรกที่ถูกลงโทษตามกม.เลือกตั้งฉบับใหม่

11 ก.ย. 2568 09:56 น.

เลือกตั้งพม่าเดือด คุก 7 ปี หนุ่มโพสต์วิจารณ์ นับเป็นคนแรกที่ถูกลงโทษตามกม.เลือกตั้งฉบับใหม่

เลือกตั้งพม่าเดือด คุก 7 ปี หนุ่มโพสต์วิจารณ์ นับเป็นคนแรกที่ถูกลงโทษตามกฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้งฉบับใหม่ของเมียนมา ด้านกองทัพออกมาย้ำโทษแรงถึงขั้นประหารชีวิต

วันที่ 10 กันยายน 2568 เว็บไซต์ข่าวอิระวดี ของเมียนมา รายงานว่า รัฐบาลทหารได้ใช้กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้งฉบับใหม่เล่นงานประชาชนเป็นครั้งแรก โดยตัดสินจำคุกนายโก เนย์ ตเว อายุ 36 ปี ชาวเมืองตองยี รัฐฉาน เป็นเวลา 7 ปี ฐานโพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นปลายปีนี้

รายงานข่าวระบุว่านายโก เนย์ ตเว ใช้บัญชี “Lashio Baegyi” แชร์คลิปเหตุปล้นช่วงกลางวันในเมืองลาเสี้ยว เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งคนร้ายได้ทำร้ายร่างกายหญิงคนขับรถและยิงเข้าที่ขา พร้อมเขียนข้อความพาดพิงรัฐบาลทหารว่า “หากอยากได้คะแนนเสียงจากประชาชน ควรหันมารับใช้และดูแลความปลอดภัยของประชาชนก่อน”

ถ้อยคำที่นายโก เนย์ ตเว โพสต์ถูกตีความว่าเป็นการบ่อนทำลายการเลือกตั้ง และเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายใหม่ที่ประกาศออกใช้เมื่อ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา

พล.อ. ตุน ตุน น่อง รัฐมนตรีมหาดไทย เผยว่าจนถึงวันที่ 2 ก.ย. มีผู้ถูกดำเนินคดีแล้ว 3 ราย ในจำนวนนี้ถูกตัดสินโทษแล้ว 1 รายและคาดว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวอย่างให้สังคมเห็น

โดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดโทษรุนแรง ตั้งแต่จำคุก 3–5 ปี สำหรับการก่อวินาศกรรมเลือกตั้ง และ 5–10 ปี (หรือจำคุกตลอดชีวิตหากทำเป็นกลุ่ม) สำหรับการทำลายหีบบัตรหรือเครื่องลงคะแนน และโทษร้ายแรง 10–20 ปี สำหรับการทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และหากมีผู้เสียชีวิตจะลงโทษประหารชีวิต

ขณะที่กองทัพเมียนมาประกาศว่าการเลือกตั้งรอบแรกจะจัดขึ้นวันที่ 28 ธ.ค. ครอบคลุม 102 เขต หรือราวหนึ่งในสามของประเทศ พร้อมเร่งจัดเวทีสาธิตการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ โดยบังคับให้ข้าราชการและประชาชนในย่างกุ้งเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายประณามว่าเป็นการจัดฉากเลือกตั้งที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ทหารครองอำนาจต่อ ขณะที่ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งที่จะเข้ามามีเพียง กัมพูชา และ เบลารุส.

กองทัพเนปาลลาดตระเวนคุมสถานการณ์ประท้วงรุนแรง ดับแล้ว 30 ศพ เจ็บอีกกว่า 1,000 คน

กองทัพเนปาลลาดตระเวนคุมสถานการณ์ประท้วงรุนแรง ดับแล้ว 30 ศพ เจ็บอีกกว่า 1,000 คน

11 ก.ย. 2568 09:53 น.

กองทัพเนปาลลาดตระเวนคุมสถานการณ์ประท้วงรุนแรง ดับแล้ว 30 ศพ เจ็บอีกกว่า 1,000 คน

เนปาลยังคงตึงเครียดจากเหตุจลาจลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังการชุมนุมต่อต้านคอร์รัปชันบานปลายกลายเป็นการเผาทำลายอาคาร ล่าสุดกองทัพต้องส่งกำลังลาดตระเวนตามท้องถนนเพื่อควบคุมสถานการณ์ 

กรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล ยังคงตึงเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์จลาจลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังการชุมนุมต่อต้านคอร์รัปชันบานปลายกลายเป็นการเผาทำลายอาคารรัฐสภาและบ้านพักนักการเมือง จนล่าสุดกองทัพต้องส่งกำลังลาดตระเวนตามท้องถนนเพื่อควบคุมสถานการณ์ 

มีรายงานว่าตลอด 2 วันแห่งความรุนแรง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 30 ศพ และบาดเจ็บอีกมากกว่า 1,000 คน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกลุ่มเยาวชน Gen Z ซึ่งเป็นหัวหอกในการชุมนุม ประกาศว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุเผาทำลายทรัพย์สิน โดยย้ำว่าขบวนการของพวกเขาเป็นการเคลื่อนไหวโดยสันติและถูกผู้ฉวยโอกาสเข้ามาแทรกแซง โดยเป้าหมายยังคงยึดหลักสันติวิธีและการมีส่วนร่วมพลเมืองอย่างสร้างสรรค์ พร้อมจัดอาสาสมัครลงพื้นที่ช่วยจัดการความเรียบร้อยและปกป้องทรัพย์สินสาธารณะ 

ด้าน โฆษกกองทัพ ราจาราม บาสเนต ยอมรับว่ามีกลุ่มแฝงตัวก่อความรุนแรง ปล้นสะดม และจุดไฟเผาจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทัพกำลังเร่งควบคุม

มีรายงานว่าสนามบินกาฐมาณฑุเปิดทำการอีกครั้งเมื่อวันพุธ  แต่ทั่วเมืองยังอยู่ภายใต้เคอร์ฟิวเข้มงวด รถทหารตั้งด่านตรวจบัตรประชาชนและประกาศผ่านลำโพงให้ประชาชนงดเดินทางที่ไม่จำเป็น

ทั้งนี้ การลาออกของนายกรัฐมนตรีได้สร้างสูญญากาศทางการเมือง โดยยังไม่ชัดเจนว่าใครจะขึ้นมานำประเทศต่อไป โดยกลุ่ม Gen Z ย้ำว่าผู้นำคนใหม่ต้องไม่มีสายสัมพันธ์กับพรรคการเมืองเก่า ต้องโปร่งใส มีคุณธรรม และทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อกลุ่มผลประโยชน์หรือคอร์รัปชั่น พร้อมเสนอชื่อ สุศิลา การ์กี อดีตประธานศาลฎีกา และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ตำแหน่งนี้  ให้มานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีชั่วคราว เพื่อคลี่คลายวิกฤติ แต่ก็ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอชื่อดังกล่าว 



สำหรับมาตรการเคอร์ฟิวทั่วประเทศ มีผลจนถึงเช้าวันนี้ตามเวลาในท้องถิ่น (11 ก.ย.) โดยกองทัพเตือนประชาชนว่า ผู้ใช้ความรุนแรงและทำลายทรัพย์สินสาธารณะจะต้องถูกลงโทษ โดยจนถึงตอนนี้มีผู้ถูกจับกุมตัวข้อหาใช้ความรุนแรงและขโมยของในร้านค้าแล้ว 27 คน โดยพบปืน 31 กระบอกในตัวคนกลุ่มนี้.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าว เนปาลประท้วง

นาซาพบชั้นหินในร่องน้ำโบราณบนดาวอังคาร เตรียมนำตัวอย่างกลับโลก หาหลักฐานสิ่งมีชีวิตจุลชีพโบราณ

นาซาพบชั้นหินในร่องน้ำโบราณบนดาวอังคาร เตรียมนำตัวอย่างกลับโลก หาหลักฐานสิ่งมีชีวิตจุลชีพโบราณ

11 ก.ย. 2568 09:31 น.

นาซาพบชั้นหินในร่องน้ำโบราณบนดาวอังคาร เตรียมนำตัวอย่างกลับโลก หาหลักฐานสิ่งมีชีวิตจุลชีพโบราณ

องค์การนาซาแถลงการค้นพบชั้นหินในร่องน้ำโบราณบนดาวอังคาร เตรียมนำตัวอย่างกลับโลกเพื่อตรวจพิสูจน์หาหลักฐานสิ่งมีชีวิตจุลชีพโบราณ

วันที่ 10 กันยายน 2568 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา แถลงว่า รถสำรวจ “เพอร์เซเวอแรนซ์” (Perseverance) บนดาวอังคารได้ค้นพบชั้นหินในร่องแม่น้ำโบราณ บริเวณแหล่ง “เนเร็ตวา วัลลิส” (Neretva Vallis) ซึ่งเคยเป็นทางน้ำไหลเข้าสู่หลุมอุกกาบาตเจเซโร ประกอบด้วยโคลนสีแดงเข้มและดินเหนียว ที่อาจมีส่วนเกี่ยวพันกับสารอินทรีย์โบราณ และอาจบ่งชี้ถึงร่องรอยของสิ่งมีชีวิตจุลชีพเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่ “น่าตื่นเต้นที่สุด” นับตั้งแต่โครงการเริ่มต้น

โจเอล ฮูโรวิตซ์ หัวหน้าทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยสโตนีบรูค ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าสารอินทรีย์เคยมีบทบาทในการสร้างลักษณะเนื้อหินในร่องน้ำโบราณบนดาวอังคาร พร้อมชี้ว่าตัวอย่างนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของภารกิจตามหาสัญญาณสิ่งมีชีวิตยุคโบราณ

นักวิจัยระบุว่า จนถึงขณะนี้เพอร์เซเวอแรนซ์เก็บตัวอย่างแล้ว 30 ชิ้น รวมถึงหินที่ได้มาตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว โดยยังเหลืออีก 6 ชิ้นก่อนครบตามเป้า 36 ตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม รถสำรวจไม่สามารถตรวจพบชีวิตได้โดยตรง เพียงแต่เก็บหินและดินไว้ในหลอดพิเศษ รอส่งกลับโลกเพื่อตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บ ซึ่งแผนการนำกลับกำลังถูกชะลอไว้ เพราะนาซากำลังหาวิธีที่เร็วและประหยัดกว่า

นิกกี ฟอกซ์ ผู้บริหารโครงการวิทยาศาสตร์ของนาซา ระบุว่า  นี่คือร่องรอยสัญญาณที่เหลือทิ้งไว้ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเอง พร้อมย้ำว่าแม้หลักฐานนี้ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ก็เป็นก้าวสำคัญของภารกิจที่ทั่วโลกจับตามองว่าจะไขปริศนาการมีอยู่จริงของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารได้หรือไม่.

ระทึก หลังคาโรงเรียนอินโดนีเซียถล่ม นักเรียนบาดเจ็บหลายสิบราย

ระทึก หลังคาโรงเรียนอินโดนีเซียถล่ม นักเรียนบาดเจ็บหลายสิบราย

11 ก.ย. 2568 09:16 น.

ระทึก หลังคาโรงเรียนอินโดนีเซียถล่ม นักเรียนบาดเจ็บหลายสิบราย

นักเรียนและครูวิ่งหนีตาย หลังเกิดเหตุหลังคาโรงเรียนอาชีวะของประเทศอินโดนีเซียพังถล่มลงมา ขณะที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน 

ภาพจากคลิปที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล เผยให้เห็นนักเรียนจำนวนมากต่างแตกตื่นวิ่งหนีไปตามทางเดินของอาคารเรียนชั้นสอง หลังจากที่หลังคาพังถล่ม ทำให้เพดานยุบตัวลงมา ภายในอาคารเต็มไปด้วยฝุ่นควัน ขณะที่นักเรียนและครูต่างพากันออกมารวมตัวกันอย่างตื่นตระหนกที่ลานกีฬาของโรงเรียน

ขณะที่คลิปจากภายในอาคารแสดงให้ถล่มลงมาทับโต๊ะเก้าอี้นักเรียน โดยรายงานระบุว่ามีห้องเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 4 ห้อง

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 09.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ภายในห้องเรียน ซึ่งในตอนแรกหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเหตุแผ่นดินไหว

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีนักเรียนบาดเจ็บอย่างน้อย 35 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของการถล่มดังกล่าว.

ที่มา :Newsflare

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ หลังคาถล่ม

เกิดเหตุบึ้มสนั่นในหน่วยปืนใหญ่กองทัพเกาหลีใต้ ทหารบาดเจ็บ 10 นาย

เกิดเหตุบึ้มสนั่นในหน่วยปืนใหญ่กองทัพเกาหลีใต้ ทหารบาดเจ็บ 10 นาย

11 ก.ย. 2568 09:05 น.

เกิดเหตุบึ้มสนั่นในหน่วยปืนใหญ่กองทัพเกาหลีใต้ ทหารบาดเจ็บ 10 นาย

เกิดเหตุระเบิดที่หน่วยปืนใหญ่ของกองทัพเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ในเมืองพาจู ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 10 นาย

วันที่ 11 กันยายน 2568 สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่หน่วยปืนใหญ่ของกองทัพเกาหลีใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพาจู ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ  เมื่อเวลา 15.24 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมื่อวันพุธ (10 ก.ย.) ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 10 นาย

รายงานข่าวระบุว่า กระสุนจำลองที่ใช้สร้างเอฟเฟกต์เสียง และควันคล้ายการยิงกระสุนจริงเกิดระเบิดโดยไม่ทราบสาเหตุระหว่างการฝึกซ้อมยิงปืนใหญ่โดยไม่ใช้กระสุนจริงที่หน่วยปืนใหญ่

โดยทหารทั้งสิบนาย ซึ่งเป็นทหารชั้นประทวน 5 นาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลหลายแห่งด้วยอาการบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้ที่แขน ต้นขา และมือ แต่ไม่มีรายงานการบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต ด้านสารวัตรทหารกำลังสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง.

เนปาลเคอร์ฟิว จลาจลเผาป่วนทั่วเมือง ศูนย์ราชการ-บ้านประธานาธิบดี ภริยาอดีตนายกฯ สาหัส

เนปาลเคอร์ฟิว จลาจลเผาป่วนทั่วเมือง ศูนย์ราชการ-บ้านประธานาธิบดี ภริยาอดีตนายกฯ สาหัส

11 ก.ย. 2568 08:30 น.

เนปาลเคอร์ฟิว จลาจลเผาป่วนทั่วเมือง ศูนย์ราชการ-บ้านประธานาธิบดี ภริยาอดีตนายกฯ สาหัส

สถานการณ์เนปาลยังตึงเครียด กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดีย “X” ให้นายบาเลนดรา ชาห์ นายกเทศมนตรีกรุงกาฐมาณฑุ อดีตนักร้องเพลงแร็ปที่มีผู้ติดตามทางอินสตาแกรมส่วนตัวกว่า 8 แสนคน นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

แอฟริกาใต้พิพากษาจำคุก 7 ชาวจีนคนละ 20 ปี ฐานลักพาตัว-บังคับใช้แรงงาน

แอฟริกาใต้พิพากษาจำคุก 7 ชาวจีนคนละ 20 ปี ฐานลักพาตัว-บังคับใช้แรงงาน

11 ก.ย. 2568 07:38 น.

แอฟริกาใต้พิพากษาจำคุก 7 ชาวจีนคนละ 20 ปี ฐานลักพาตัว-บังคับใช้แรงงาน

7 ชาวจีนถูกศาลแอฟริกาใต้พิพากษาให้จำคุกคนละ 20 ปี หลังละเมิดกฎหมายแรงงานและค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงานไม่เว้นแม้แต่เด็ก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลในประเทศแอฟริกาใต้พิพากษาจำคุกจำเลยชาวจีนเพศชาย 4 คน และเพศหญิง 3 คน คนละ 20 ปี โทษฐานลักพาตัวและลักลอบนำชาวมาลาวีเข้าสู่แอฟริกาใต้ เพื่อบังคับใช้แรงงานพวกเขา

ชาวจีนกลุ่มนี้ถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของแอฟริกาใต้จับกุมได้เมื่อเกือบ 6 ปีก่อน ในตอนที่เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่งในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก และพบชาวมาลาวี 91 คน โดย 37 คนในจำนวนนี้ยังเป็นเด็ก ถูกใช้แรงงานในสภาพน่าเวทนา

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จำเลยทั้ง 7 คนได้แก่ เควิน เฉา, เฉิน ฮุย, ฉิน หลี่, โจว เจี่ยฉิง, หม่า เปียว, ไต้ จวิ้นยิง และจาง จื่อเหลียน ถูกศาลแอฟริกาใต้ตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาค้ามนุษย์, ลักพาตัว, ช่วยให้ผู้อพยพผิดกฎหมายอยู่ในแอฟริกาใต้, ละเมิดกฎหมายแรงงาน และอื่นๆ จำนวนกว่า 158-160 กระทง

การบุกเข้าตรวจค้นโรงงานดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสจากคนงานคนหนึ่งที่สามารถหลบหนีออกมาได้ โดยการสืบสวนในเวลาต่อมาพบว่า คนงานถูกบังคับให้ทำงานวันละ 11 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน โดยไม่มีการฝึกอบรมหรือมีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เหมาะสม และได้รับค่าแรงน้อยกว่าอัตราขั้นต่ำของแอฟริกาใต้ด้วย (1.64 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง)

ทั้งนี้ ตามกฎหมายแรงงานของแอฟริกาใต้ ลูกจ้างไม่สามารถทำงานมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อวันได้ และควรมีเวลาพักผ่อนต่อสัปดาห์อย่างน้อย 36 ชั่วโมงต่อเนื่องกันซึ่งรวมถึงวันอาทิตย์ด้วย เว้นแต่จะมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รู้จัก ชาร์ลี เคิร์ก ผู้ผลักดันแนวคิดอนุรักษ์นิยม ก่อนถูกยิงดับในวัยเพียง 31 ปี

รู้จัก ชาร์ลี เคิร์ก ผู้ผลักดันแนวคิดอนุรักษ์นิยม ก่อนถูกยิงดับในวัยเพียง 31 ปี

11 ก.ย. 2568 07:02 น.

รู้จัก ชาร์ลี เคิร์ก ผู้ผลักดันแนวคิดอนุรักษ์นิยม ก่อนถูกยิงดับในวัยเพียง 31 ปี

ทำความรู้จัก ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวคนดังผู้สนับสนุนแนวคิดอนุรักษ์นิยม จนได้กลายเป็นพันธมิตรคนสำคัญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่เขาจะถูกยิงเสียชีวิตในวัยเพียง 31 ปีเท่านั้น

ชาร์ลี เคิร์ก เป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวและบุคคลในวงการสื่อสายอนุรักษ์นิยมที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่เมื่อวันพุธที่ 11 ก.ย. เขาถูกยิงเสียชีวิตที่งานอีเวนต์ของมหาวิทยาลัยยูทาห์ ซึ่งมีผู้มาร่วมงานมากกว่า 3,000 คน โดยล่าสุด ผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวได้แล้ว

นายเคิร์ก ผู้เสียชีวิตในวัยเพียง 31 ปี เป็นที่รู้จักจากการจัดดีเบตกลางแจ้งตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เขาก่อตั้งองค์กรนักศึกษา “Turning Point USA” (TPUSA) ที่มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่อุดมการณ์อนุรักษ์นิยมในวิทยาลัยที่มีแนวคิดเสรีนิยมของสหรัฐฯ ในปี 2555 ตอนมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

ในโซเชียลมีเดียและรายการพอดแคสต์รายวันของนายเคิร์ก มักมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่เขาไปดีเบตกับนักศึกษา เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องอัตลักษณ์ของคนข้ามเพศ, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความศรัทธา หรือค่านิยมครอบครัว

เคิร์กเป็นลูกชายของสถาปนิกที่เติบโตในย่านชานเมือง พร็อสเพกต์ ไฮต์ส อันมั่งคั่งของนครชิคาโก เขาเข้าเรียนในวิทยาลัยชุมชนใกล้กับชิคาโกก่อนจะลาออกเพื่อทุ่มเทให้กับการเคลื่อนไหวทางการเมือง และเคยสมัครเข้าเรียนที่ “เวสต์พอยต์” ซึ่งเป็นโรงเรียนนายร้อยทหารชั้นนำของสหรัฐฯ ด้วยแต่ไม่สำเร็จ

เรื่องดังกล่าวทำให้นายเคิร์กมักพูดติดตลกที่ตัวเองไม่มีปริญญาจากมหาวิทยาลัยตอนร่วมดีเบตกับนักศึกษาและนักวิชาการในหัวข้อที่เข้าใจยาก เช่น สัจนิยมหลังสมัยใหม่ (post-modernism)

บทบาทของนายเคิร์กในองค์กร TPUSA เริ่มโดดเด่นขึ้นมาหลังจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สองในปี 2555 เขาจัดกิจกรรมรวมตัวนักศึกษาเพื่อ “ส่งเสริมหลักการความรับผิดชอบทางการคลัง, การค้าเสรี, และการจำกัดอำนาจรัฐบาล” จนปัจจุบัน TPUSA มีสาขาอยู่ในวิทยาลัยมากกว่า 850 แห่ง

ที่ผ่านมา นายเคิร์กเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อกล่าวปราศรัยในงานอีเวนต์ของพรรครีพับลิกันหลายงาน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่สมาชิกของกลุ่ม Tea Party ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ขณะที่รายงานข่าวจากสำนักข่าว CBS News ระบุว่า รายการวิทยุรายวันแนวอนุรักษ์นิยมของเขามีผู้ติดตามหลายล้านคนบนโซเชียลมีเดีย

เมื่อต้นปี 2568 นายเคิร์กเพิ่งไปกล่าวสุนทรพจน์ที่สมาคม Oxford Union ซึ่งเป็นสมาคมโต้วาทีเอกชนที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเขียนหนังสือขายดีในปี 2563 ชื่อ The Maga Doctrine ซึ่งอ้างอิงถึงแคมเปญ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” (Make America Great Again – MAGA) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

TPUSA มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาลงคะแนนเสียงให้กับทรัมป์และผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันคนอื่นๆ ในการเลือกตั้งเมื่อปีก่อน เขายังได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางว่าดึงดูดให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งใหม่ลงทะเบียนเลือกตั้งจำนวนหลายหมื่นคน และพลิกให้รัฐแอริโซนาเป็นของทรัมป์ได้สำเร็จ

เคิร์กยังได้เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเป็นแขกเยือนทำเนียบขาวเป็นประจำตลอดการดำรงตำแหน่งของนายทรัมป์ทั้งสองสมัย

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ประกาศการเสียชีวิตของนายเคิร์กพร้อมกับยกย่องเขาว่า: “ชาร์ลี เคิร์ก ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นตำนานได้จากไปแล้ว ไม่มีใครเข้าใจหรือมีหัวใจของเยาวชนในสหรัฐฯ ได้ดีไปกว่าชาร์ลีอีกแล้ว”

ประธานาธิบดีและทีมงานของเขามองว่า นายเคิร์กมีความเข้าใจทางการเมืองในเรื่องฐานรากของความเคลื่อนไหว MAGA เป็นอย่างดี เขาได้ขึ้นพูดในการประชุมของพรรครีพับลิกัน และเมื่อปีที่แล้วโดนัลด์ ทรัมป์ก็ได้ตอบแทนด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมของ Turning Point ที่รัฐแอริโซนา

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นายเคิร์กได้เดินทางไปยังกรีนแลนด์ร่วมกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายของทรัมป์ ในช่วงที่นายทรัมป์ ซึ่งตอนนั้นเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังโต้แย้งว่าสหรัฐฯ ควรเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้

ครอบครัวของนายเคิร์กนับถือศาสนาคริสต์นิกายอีแวนเจลิคัล โดยเขาแต่งงานกับอดีตนางงามรัฐแอริโซนาและมีบุตรด้วยกันสองคน ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการเมืองของเขา และเขาถูกมองว่าเป็นทั้งอนาคตของการเคลื่อนไหวแนวอนุรักษ์นิยมและบุคคลที่ทำให้เกิดการแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างมาก

การยกย่องครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดต่อผลงานเขา ที่มีต่อการเมืองของพรรครีพับลิกัน มาจากตัวทรัมป์เองในคลิปที่ถูกนำมาเปิดในตอนต้นรายการพอดแคสต์ของนายเคิร์ก โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า “ผมอยากจะขอบคุณชาร์ลี เขาเป็นคนที่เหลือเชื่อมาก จิตวิญญาณของเขา ความรักที่เขามีต่อประเทศนี้ เขาทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งในการสร้างหนึ่งในองค์กรเยาวชนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

เคิร์กได้พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองและสังคมมากมายในงานและพอดแคสต์ของเขา รวมถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน นายเคิร์กกล่าวว่า: “เป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่มันคุ้มค่าที่จะมีคนเสียชีวิตจากอาวุธปืนในแต่ละปี เพื่อที่เราจะสามารถมีสิทธิ์ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 2”

มุมมองบางอย่างของเขากลายเป็นที่ถกเถียงอย่างหนัก เช่นมุมมองต่อต้านคนข้ามเพศและแสดงความกังขาต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามรายงานของ CBS ซึ่งเป็นพันธมิตรข่าวของบีบีซี เขายังได้เผยแพร่ข้อกล่าวอ้างที่ไม่เป็นความจริงต่อสาธารณะว่า การเลือกตั้งในปี 2020 ถูกขโมยไปจากนายทรัมป์

นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำทฤษฎีสมคบคิดที่เรียกว่า “Great Replacement” ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแผนการที่จะนำชนกลุ่มน้อยเข้ามาแทนที่คนผิวขาว ตามรายงานของ CBS ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก ชาร์ลี เคิร์ก ผู้สนับสนุนทรัมป์คนดัง ถูกยิงดับในอีเวนต์มหาวิทยาลัย

ช็อก ชาร์ลี เคิร์ก ผู้สนับสนุนทรัมป์คนดัง ถูกยิงดับในอีเวนต์มหาวิทยาลัย

11 ก.ย. 2568 06:15 น.

ช็อก ชาร์ลี เคิร์ก ผู้สนับสนุนทรัมป์คนดัง ถูกยิงดับในอีเวนต์มหาวิทยาลัย

ชาร์ลี เคิร์ก หนึ่งในนักเคลื่อนไหวและบุคคลในวงการสื่อสายอนุรักษ์นิยมที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกยิงเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวสายอนุรักษ์นิยม วัย 31 ปี และผู้สนับสนุนคนสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการจัดการดีเบตนอกสถานที่ตามมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้วหลังถูกยิงในงานที่มหาวิทยาลัยในรัฐยูทาห์ เมื่อวันพุธที่ 10 ก.ย. 2568

“ชาร์ลี เคิร์ก ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นตำนานได้จากไปแล้ว” ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย “ไม่มีใครเข้าใจหรือมีหัวใจของเยาวชนในสหรัฐฯ ได้ดีไปกว่าชาร์ลีอีกแล้ว”

เจ้าหน้าที่สืบสวนของ FBI กับสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะรัฐยูทาห์ อัปเดตข้อมูลในงานแถลงข่าวว่า เคิร์กถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของเขาเอง และเสียชีวิตที่นั่น ขณะที่นายสเปนเซอร์ ค็อกซ์ ผู้ว่าการรัฐยูทาห์ กล่าวว่า “นี่เป็นการลอบสังหารทางารเมือง”

มีผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งถูกจับกุมทันทีหลังเหตุยิง แต่ได้รับการปล่อยตัวหลังจากเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตี แม้ว่าจะยังคงถูกตั้งข้อหากีดขวางกระบวนการยุติธรรม

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ในงานแถลงข่าวกลับพูดขัดแย้งกันเอง ว่าผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืนอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่แล้วหรือไม่ โดยที่ตำรวจระบุว่า การค้นหากำลังดำเนินการอยู่ จากนั้นนายค็อกซ์ก็กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวแล้ว

เจ้าหน้าที่บอกด้วยว่า กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ก่อเหตุได้ โดยเห็นว่าเขาแต่งกายด้วยชุดสีดำล้วนและอาจยิงมาจากบนหลังคาอาคารในมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ แหล่งข่าวหลายคนระบุว่า กระสุนถูกยิงมาจากอาคารวิชาการที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100-200 หลา โดยมีรายงานว่า ภรรยาของนายเคิร์กกับลูกน้อย 2 คนของเขา อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc