ญี่ปุ่นวิกฤตต่อเนื่อง เด็กเกิดใหม่ครึ่งปีแรก 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นวิกฤตต่อเนื่อง เด็กเกิดใหม่ครึ่งปีแรก 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

29 ส.ค. 2568 23:26 น.

ญี่ปุ่นวิกฤตต่อเนื่อง เด็กเกิดใหม่ครึ่งปีแรก 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นเผยสถิติเด็กเกิดใหม่ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่รัฐบาลเร่งทำางานกับทุกหน่วยงาน เพื่อหามาตรการกระตุ้นการแต่งงานและการมีบุตร

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเผยผลสำรวจเบื้องต้น ตัวเลขเด็กเกิดใหม่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้อยู่ที่ 339,280 คน ลดลง 10,794 คน หรือราว 3.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นับเป็นตัวเลขต่ำสุดตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติเมื่อปี 2512

โดยเมื่อเทียบกับปี 2558 ตัวเลขเด็กเกิดใหม่หายไปเกือบ 30% สะท้อนวิกฤตประชากรหดตัวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นมีเด็กเกิดใหม่เพียง 686,000 คน ซึ่งถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว และปีนี้มีแนวโน้มจะทุบสถิติอีกครั้ง

นอกจากนี้ ครึ่งปีแรกยังมีการจดทะเบียนสมรส 238,561 คู่ ลดลงเกือบ 10,000 คู่ จากปีที่ผ่านมา ปัญหาคนหนุ่มสาวแต่งงานช้าและมีบุตรน้อย ทำให้โครงสร้างประชากรยิ่งตึงเครียด

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเตือนว่า สังคมญี่ปุ่นกำลังเผชิญความเสี่ยงประชากรหนุ่มสาวลดลงต่อเนื่อง พร้อมย้ำจะทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลอื่นเพื่อหามาตรการกระตุ้นการแต่งงานและการมีบุตร แก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ทรุดตัวลงไม่หยุด.

จาการ์ตาเตรียมรับมือประท้วงครั้งใหม่ เหตุหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างถูกรถตำรวจชนดับ

จาการ์ตาเตรียมรับมือประท้วงครั้งใหม่ เหตุหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างถูกรถตำรวจชนดับ

29 ส.ค. 2568 14:34 น.

จาการ์ตาเตรียมรับมือประท้วงครั้งใหม่ เหตุหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างถูกรถตำรวจชนดับ

กรุงจาการ์ตาเตรียมรับมือกับการประท้วงครั้งใหม่ หลังชายวัย 21 ปี อาชีพคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ojol ถูกรถหุ้มเกราะของตำรวจพุ่งชนจนเสียชีวิต ขณะติดอยู่ในเหตุการณ์การประท้วงใจกลางกรุงจาการ์ตา

ชาวกรุงจาการ์ตา ต่างโศกเศร้าและเดือดดาล หลังเกิดเหตุ นายอัฟฟาน คูร์เนียวาน หนุ่มวัย 21 ปี อาชีพคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ojol ถูกรถหุ้มเกราะของตำรวจพุ่งชนจนเสียชีวิต ขณะติดอยู่ในเหตุการณ์การประท้วงที่วุ่นวายใจกลางกรุงจาการ์ตา

นางเออร์ลานา มารดาวัย 41 ปีของนายอัฟฟาน กล่าวว่า “ฉันอยากให้คนที่ฆ่าลูกชายฉันได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย เขากำลังจะไปรับผู้โดยสารคนต่อไปหลังจากเพิ่งส่งอาหารเสร็จ” เธอเล่าว่าลูกชายของเธอเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำงานหนักเพื่อเก็บเงินซื้อที่ดินและสร้างบ้านที่หมู่บ้านในจังหวัดลัมปุง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประท้วงครั้งใหญ่ครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ของกรุงจาการ์ตา ซึ่งมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจของประชาชนต่อสวัสดิการจำนวนมหาศาลที่มอบให้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติ โดยในคืนวันที่ 28 สิงหาคม นายอัฟฟานได้ติดอยู่ในสถานการณ์ความวุ่นวายของการประท้วงในเขตเปอโจมปองัน ในกรุงจาการ์ตา ก่อนที่จะถูกรถหุ้มเกราะของหน่วยตำรวจ Brimob พุ่งชนแล้วขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นายถูกควบคุมตัวและอยู่ระหว่างการสอบสวน

หลังเกิดเหตุ พลตำรวจเอกลิสโย ซิกิต ปราโบโว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ได้เข้าพบและสวมกอดสมาชิกครอบครัวของนายอัฟฟานที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งกล่าวขอโทษต่อหน้าสาธารณชนและให้คำมั่นว่าตำรวจจะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ นายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของนายอัฟฟานผ่านทางวิดีโอเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งประณามการกระทำที่เกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดและโปร่งใส โดยหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย จะมีการดำเนินการลงโทษอย่างถึงที่สุด

วิดีโอที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นรถหุ้มเกราะ Brimob พุ่งเข้าใส่ฝูงชน ผู้ประท้วงแตกกระเจิง แต่นายอัฟฟานหนีไม่ทัน วิดีโอดังกล่าวเผยให้เห็นภาพรถที่พุ่งชนเขาจนล้มลง ก่อนที่จะเร่งความเร็วขับทับร่างของเขาแล้วหนีออกจากที่เกิดเหตุ ผู้ประท้วงที่โกรธแค้นได้วิ่งไล่ตามรถและขว้างปาสิ่งของเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม

เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนความโกรธแค้นของประชาชนที่สะสมมาจากการประท้วงตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งเกิดจากความไม่พอใจต่อสวัสดิการที่มอบให้สมาชิกสภาซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าที่พัก 50 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน และสวัสดิการอื่น ๆ ซึ่งสูงถึง 100 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 229,000 บาทต่อเดือน หรือ 14 เท่า ของค่าแรงขั้นต่ำของกรุงจาการ์ตา

ชาวอินโดนีเซียจำนวนมากมองว่าแพ็กเกจสวัสดิการดังกล่าวเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จุดประกายความโกรธแค้น ท่ามกลางปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น การปลดพนักงานจำนวนมาก และการขึ้นภาษีทรัพย์สินในหลายจังหวัด ซึ่งทำให้ช่องว่างระหว่างชนชั้นนำทางการเมืองและประชาชนทั่วไปกว้างขึ้น

สำหรับคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงจาการ์ตา ความเศร้าโศกจากการสูญเสียนายอัฟฟานได้เปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนในการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม มีการขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นขบวนยาวเหยียดไปตามท้องถนนในตอนกลางคืน พร้อมกับตะโกนว่า “ความยุติธรรมสำหรับอัฟฟาน!” และ “ชีวิตแลกชีวิต!”

นักวิเคราะห์ทางการเมืองได้เตือนว่าการประท้วงอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นหากรัฐบาลยังคงดูห่างเหินจากประชาชน ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนก็ได้ประณามการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจเช่นกัน โดย นาย อุสมาน ฮามิด ผู้อำนวยการบริหารแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อินโดนีเซีย กล่าวว่า“เราเข้าใจถึงความซับซ้อนในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังเพื่อจัดการกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง แต่ต้องใช้กำลังไม่เกินขอบเขต อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นคือการดำเนินการที่ไม่สมส่วนนั้นจะต้องมีความจำเป็นอย่างแท้จริง สมส่วน และมีความรับผิดชอบ เช่น การใช้แก๊สน้ำตา การทุบตี และการจับกุมตามอำเภอใจ” 

ทั้งนี้ มีการวางแผนการประท้วงครั้งใหม่ในวันที่ 29 สิงหาคมช่วงบ่ายที่กรุงจาการ์ตา

ที่มา The Straits Times

สหรัฐฯ ยกเลิกถาวร มาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าพัสดุต่ำกว่า 800 ดอลลาร์

สหรัฐฯ ยกเลิกถาวร มาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าพัสดุต่ำกว่า 800 ดอลลาร์

29 ส.ค. 2568 11:47 น.

สหรัฐฯ ยกเลิกถาวร มาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าพัสดุต่ำกว่า 800 ดอลลาร์

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศสิ้นสุดการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับพัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์อย่างถาวร โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. เป็นต้นไป

นับจากนี้ สำนักงานศุลกากรและการป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (CBP) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าตามอัตราปกติสำหรับพัสดุที่ส่งมาจากทั่วโลก ไม่ว่าจะมูลค่าเท่าใดก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการขยายมาตรการที่เคยยกเลิกเฉพาะพัสดุจากจีนและฮ่องกงไปก่อนหน้านี้

นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว กล่าวว่า การยกเลิกข้อยกเว้นนี้จะช่วยชีวิตชาวอเมริกันได้หลายพันคน ด้วยการจำกัดการไหลเข้าของยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามอันตรายอื่น ๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้จากภาษีศุลกากรให้รัฐบาลได้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นมาตรการถาวร และความพยายามใด ๆ ที่จะรื้อฟื้นข้อยกเว้นนี้สำหรับประเทศคู่ค้านั้น “ไม่มีทางเป็นไปได้”

มาตรการยกเว้นภาษีที่เรียกว่า “de minimis” มีมาตั้งแต่ปี 1938 และได้ถูกปรับเพิ่มเพดานจาก 200 ดอลลาร์เป็น 800 ดอลลาร์ในปี 2015 เพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กผ่านการค้าขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่มภาษีสินค้าจีนในสมัยแรก พัสดุจากจีนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่แบบ “ขายตรงถึงผู้บริโภค” โดยเฉพาะบริษัทอย่างชีอิน (Shein) และเทมู (Temu)

รัฐบาลทรัมป์ระบุว่า พัสดุจำนวนมากเหล่านี้เข้ามาโดยไม่มีการตรวจสอบ และยังเป็นช่องทางให้ยาเสพติดประเภทเฟนทานิลและสารตั้งต้นถูกลักลอบนำเข้ามาในสหรัฐฯ อย่างง่ายดาย

CBP ประมาณการว่าจำนวนพัสดุที่อ้างสิทธิ์ข้อยกเว้นนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า จาก 139 ล้านชิ้นในปี 2015 เป็น 1.36 พันล้านชิ้นในปี 2024 โดยนับตั้งแต่มีการยกเลิกข้อยกเว้นสำหรับจีนและฮ่องกงเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา CBP ได้จัดเก็บภาษีเพิ่มเติมได้แล้วกว่า 492 ล้านดอลลาร์

ในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 6 เดือนนี้ บริษัทขนส่งเอกชน เช่น FedEx, UPS และ DHL จะต้องเป็นผู้จัดเก็บภาษีและจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ไปรษณีย์ต่างประเทศสามารถเลือกวิธีจัดเก็บภาษีได้ 2 แบบ ได้แก่จัดเก็บภาษีตามมูลค่าจริงของสินค้า (ad valorem) และจัดเก็บภาษีในอัตราคงที่ (flat rate) ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราภาษีที่สหรัฐฯ กำหนดไว้กับประเทศนั้น ๆ

ส่วนอัตราภาษีคงที่ จะมีการเรียกเก็บ 80 ดอลลาร์ต่อชิ้น สำหรับประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า 16% เช่น สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป, 160 ดอลลาร์ต่อชิ้น สำหรับประเทศที่มีอัตราภาษีระหว่าง 16-25% เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม และ 200 ดอลลาร์ต่อชิ้น สำหรับประเทศที่มีอัตราภาษีสูงกว่า 25% เช่น จีน บราซิล อินเดีย และแคนาดา

อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ต่างประเทศจะต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีเก็บภาษีตามมูลค่าสินค้าจริงทั้งหมดภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026

แม้จะมีรายงานว่าไปรษณีย์บางประเทศได้ระงับการส่งพัสดุไปยังสหรัฐฯ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลยืนยันว่ากำลังทำงานร่วมกับประเทศคู่ค้าและไปรษณีย์สหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบ และยืนยันว่าพัสดุจากสหราชอาณาจักร แคนาดา และยูเครนยังคงสามารถส่งได้ตามปกติ.

ที่มา Reuters

เครื่องบินเอฟ-16 กองทัพโปแลนด์ตกขณะซ้อมแอร์โชว์ นักบินดีดตัวไม่ทันดับสลด (คลิป)

เครื่องบินเอฟ-16 กองทัพโปแลนด์ตกขณะซ้อมแอร์โชว์ นักบินดีดตัวไม่ทันดับสลด (คลิป)

29 ส.ค. 2568 11:16 น.

เครื่องบินเอฟ-16 กองทัพโปแลนด์ตกขณะซ้อมแอร์โชว์ นักบินดีดตัวไม่ทันดับสลด (คลิป)

เกิดเหตุเครื่องบินรบเอฟ-16 ของกองทัพอากาศโปแลนด์ตก ขณะฝึกซ้อมบินเพื่อเตรียมแสดงในงานโชว์ เป็นเหตุให้นักบินเสียชีวิตสลด

เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (28 สิงหาคม 2025) ตามเวลาในท้องถิ่น เครื่องบินรบเอฟ-16 ( F-16 ) ของกองทัพอากาศโปแลนด์ประสบอุบัติเหตุระหว่างการฝึกซ้อมบินผาดแผลง เพื่อเตรียมแสดงในงานแอร์โชว์ Radom Air Show ที่เมือง Radom ทางตอนกลางของประเทศ โดยเครื่องบินตกกระแทกบนรันเวย์ จนเกิดไฟลุกท่วม ส่งผลให้ นักบินเสียชีวิตทันที

มีรายงานว่าผู้เสียชีวิตคือ ร้อยโท มาเชย์ สแลบ คราโควียัก ผู้บัญชาการทีมแสดงการบิน Tiger Demo Team ของกองทัพอากาศโปแลนด์ 

ภาพจากสื่อท้องถิ่นบันทึกเห็นเครื่องบินทำ barrel roll หรือการหมุนลำตัว  ก่อนจะพุ่งชนรันเวย์และเกิดไฟลุกพร้อมทั้งมีหลักฐานวิดีโอว่านักบินไม่สามารถดีดตัวหนีได้ทัน 

ด้านรัฐมนตรีกลาโหม โปแลนด์ได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ พร้อมโพสต์แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียนักบิน พร้อมยกย่องว่านักบินรับใช้ชาติด้วยความกล้าหาญและอุทิศตนอย่างยิ่ง.

ที่มา :NDTV

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินเอฟ-16

อัยการพิเศษสั่งฟ้อง “คิม กอนฮี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้ คดีทุจริต-รับสินบน

อัยการพิเศษสั่งฟ้อง "คิม กอนฮี" อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้ คดีทุจริต-รับสินบน

29 ส.ค. 2568 11:10 น.

อัยการพิเศษสั่งฟ้อง “คิม กอนฮี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้ คดีทุจริต-รับสินบน

อัยการพิเศษเกาหลีใต้ เผย คิม คีน ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งและภรรยาของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ถูกตั้งข้อกล่าวหาติดสินบนและข้อกล่าวหาอื่นๆ 

อัยการพิเศษเกาหลีใต้สั่งฟ้อง คิม กอนฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งและภรรยาของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ในข้อหาทุจริตและรับสินบน พร้อมควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ภรรยาของอดีตประธานาธิบดีต้องถูกดำเนินคดีและถูกควบคุมตัว

ทีมอัยการพิเศษ นำโดยนาย มิน จุงกี ได้ออกแถลงการณ์ว่า นางคิมถูกตั้งข้อหาหลายกระทง ได้แก่ ความผิดตามกฎหมายตลาดทุน, กฎหมายเงินทุนพรรคการเมือง และกฎหมายว่าด้วยการรับสินบนเพื่อเป็นคนกลาง

โดยมีรายละเอียดข้อกล่าวหาได้แก่ การปั่นหุ้น ระหว่างปี 2009-2012 นางคิมถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนเงินทุนเพื่อใช้ในการปั่นหุ้น ต่อมาคือการรับผลประโยชน์ทางการเมือง โดยเธอและสามีถูกกล่าวหาว่ารับผลสำรวจคะแนนความนิยมฟรีจาก “นายหน้าผู้มีอำนาจ” ที่อ้างว่ามีอิทธิพล ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2022 เพื่อแลกกับการผลักดันให้ คิม ยังซอน อดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชน ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภา และการรับของขวัญราคาแพง เนื่องจากเธอต้องสงสัยว่าได้รับของขวัญสุดหรูจากกลุ่มศาสนา “โบสถ์แห่งความสามัคคี” (Unification Church) ผ่านคนทรงเจ้า เพื่อแลกกับการให้ความช่วยเหลือทางธุรกิจในปี 2022

การสั่งฟ้องครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสองวันก่อนที่คำสั่งจับกุมตัวเธอจะหมดอายุ ทำให้เธอยังคงถูกควบคุมตัวต่อไปได้อีกอย่างน้อย 6 เดือน และอาจมีการขยายระยะเวลาออกไปได้อีก หากทีมอัยการพบหลักฐานใหม่และขอหมายจับเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ นางคิมถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม โดยทีมอัยการพิเศษได้สอบปากคำด้วยตนเองไปแล้ว 5 ครั้ง แม้ว่าเธอส่วนใหญ่จะใช้สิทธิที่จะไม่ตอบคำถามก็ตาม

การสั่งฟ้องนางคิมครั้งนี้ทำให้เธอกลายเป็น อดีตคู่สามีภรรยาประธานาธิบดีคู่แรกที่ถูกจับกุมและดำเนินคดีพร้อมกัน เนื่องจากอดีตประธานาธิบดียุนเองก็ถูกคุมขังและกำลังถูกไต่สวนในข้อหากบฏ จากความพยายามประกาศกฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ทีมอัยการพิเศษยังได้ขยายขอบเขตการสอบสวนนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการเมื่อสองเดือนก่อน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการบุกตรวจค้นบุคคลหลายรายที่ต้องสงสัยว่ามอบเครื่องประดับให้กับนางคิม เพื่อแลกกับการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่หรือการได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจอีกด้วย.

ที่มา  Yonhap

ญี่ปุ่นใช้ AI จำลองภูเขาไฟฟูจิระเบิด เตือนคนโตเกียวรับมือภัยพิบัติ

ญี่ปุ่นใช้ AI จำลองภูเขาไฟฟูจิระเบิด เตือนคนโตเกียวรับมือภัยพิบัติ

29 ส.ค. 2568 08:23 น.

ญี่ปุ่นใช้ AI จำลองภูเขาไฟฟูจิระเบิด เตือนคนโตเกียวรับมือภัยพิบัติ

ญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยี AI จำลองภูเขาไฟฟูจิระเบิดอย่างรุนแรง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แม้ยังไม่พบสัญญาณปะทุ

แม้ภูเขาไฟฟูจิจะสงบนิ่งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1707 แต่รัฐบาลกรุงโตเกียวได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจำลองการปะทุรุนแรงของภูเขาไฟฟูจิ โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เนื่องใน “วันเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติจากภูเขาไฟ” ของญี่ปุ่น

วิดีโอที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ แสดงภาพเถ้าภูเขาไฟจำนวนมหาศาลปกคลุมกรุงโตเกียวซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 100 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้ระบบคมนาคมเป็นอัมพาต การส่งอาหารและไฟฟ้าถูกรบกวน รวมถึงอาจก่อให้เกิดปัญหาระบบทางเดินหายใจในระยะยาว

ตอนท้ายของวิดีโอ มีข้อความเตือนชัดเจนว่า”เราจำเป็นต้องเตรียมตัวด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง และรับมือภัยพิบัติในชีวิตประจำวัน” พร้อมภาพครอบครัวที่กักตุนอาหารกระป๋องและชุดปฐมพยาบาลไว้ในบ้าน

ด้านสำนักงานรัฐบาลกรุงโตเกียวชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานหรือสัญญาณบ่งชี้ว่าภูเขาไฟฟูจิกำลังจะระเบิด การเผยแพร่วิดีโอนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชน 37 ล้านคนในเขตมหานครโตเกียว มีความรู้และมาตรการป้องกันตัวหากเกิดเหตุฉุกเฉินเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการเผยแพร่วิดีโอดังกล่าวออกมา ก็ได้สร้างความวิตกและความสับสนในหมู่ชาวญี่ปุ่น บ้างก็แสดงความเห็นว่า มีสัญญาณอะไรหรือเปล่า ทำไมต้องพูดถึงเถ้าภูเขาไฟหนา 10 เซนติเมตรแม้แต่ในโตเกียวขณะที่ประชาชนบางส่วนวางแผนจะซื้อของใช้ฉุกเฉินทันที 

ขณะที่ศาสตราจารย์ นาโอยะ เซคิยะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารความเสี่ยง มหาวิทยาลัยโตเกียว ย้ำว่าญี่ปุ่นมีการจำลองสถานการณ์ภัยพิบัติทั้งแผ่นดินไหวและภูเขาไฟมาโดยตลอด และการเผยแพร่ครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าภูเขาไฟฟูจิกำลังจะปะทุในเร็วๆ นี้

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เปราะบางต่อภัยธรรมชาติหลากหลายประเภท ทั้งแผ่นดินไหว พายุไต้ฝุ่น น้ำท่วม ดินถล่ม และภูเขาไฟระเบิด โดยเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเพิ่งออกคำเตือนแผ่นดินไหวขนาดมหึมาครั้งแรก หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงนอกชายฝั่งเกาะคิวชู

ในจำนวนภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ทั่วโลกประมาณ 1,500 ลูก ญี่ปุ่นมีมากถึง 111 ลูก เนื่องจากตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก โดยภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศ เคยปะทุเฉลี่ยทุกๆ 30 ปี แต่กลับสงบลงมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ภูเขาไฟฟูจิ

อินโดฯ เดือด ม็อบแรงงานนับพันบุกปิดสภา จี้รัฐขึ้นค่าแรง-ยกเลิกเอาต์ซอร์ซ ขวางสิทธิพิเศษนักการเมือง

อินโดฯ เดือด ม็อบแรงงานนับพันบุกปิดสภา จี้รัฐขึ้นค่าแรง-ยกเลิกเอาต์ซอร์ซ ขวางสิทธิพิเศษนักการเมือง

29 ส.ค. 2568 07:51 น.

อินโดฯ เดือด ม็อบแรงงานนับพันบุกปิดสภา จี้รัฐขึ้นค่าแรง-ยกเลิกเอาต์ซอร์ซ ขวางสิทธิพิเศษนักการเมือง

ม็อบแรงงานอินโดฯ ประท้วงเดือด นับพันคนรวมตัวชุมนุมหน้ารัฐสภา ในกรุงจาการ์ตา แสดงพลังประท้วงค่าแรงต่ำ เรียกร้องให้ยกเลิกการจ้างงานแบบเอาต์ซอร์ซ และถอนสิทธิประโยชน์พิเศษของนักการเมือง

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ข่าวจาการ์ตา โพสต์ ของอินโดนีเซีย รายงานว่า แรงงานชาวอินโดนีเซียนับพันคนรวมตัวชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงจาการ์ตา เพื่อแสดงพลังประท้วงรัฐบาลไม่แก้ปัญหาค่าแรงต่ำ การจ้างงานแบบเอาต์ซอร์ซ และสิทธิประโยชน์พิเศษของนักการเมือง ขณะที่สหพันธ์แรงงานอินโดนีเซียและพรรคแรงงานเป็นแกนนำกดดันรัฐบาลให้เร่งแก้กฎหมายแรงงานและปฏิรูประบบภาษีแรงงาน

รายงานข่าวระบุว่าผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ยกเลิกการจ้างงานแบบเอาต์ซอร์ซ หยุดการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก และจัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อติดตามสถานการณ์เลิกจ้าง รวมถึงเสนอปรับระบบภาษีแรงงาน โดยขอให้เพิ่มเพดานรายได้ไม่ต้องเสียภาษีเป็น 7.5 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน หรือประมาณ 10,600 บาท  พร้อมยกเว้นภาษีเงินชดเชยเลิกจ้าง โบนัสวันหยุด และเงินออมเพื่อการเกษียณ

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังผลักดันให้สภาผ่านกฎหมายใหม่ด้านแรงงาน ออกกฎหมายยึดทรัพย์สินในคดีทุจริต และปรับแก้กฎหมายเลือกตั้งก่อนศึกเลือกตั้งทั่วไปปี 2572

โดยประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงคือ สิทธิพิเศษของบรรดา ส.ส. ที่นอกจากเงินเดือนแล้ว ยังได้รับเบี้ยเลี้ยงค่าที่พักเดือนละ 50 ล้านรูเปียห์ หรือเกือบ 100,000 บา) ซึ่งสูงเกือบ 10 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำกรุงจาการ์ตา ซึ่งหลังถูกแรงงานกดดันหนัก ล่าสุด สภาผู้แทนราษฎรออกมาชี้แจงว่า ส.ส.ทั้ง 580 คน จะได้รับเบี้ยเลี้ยงนี้ถึงแค่เดือนตุลาคมนี้เท่านั้น.

แร็พเปอร์ชื่อดัง “Psy” กังนัมสไตล์ ถูกตร.เกาหลีใต้สอบสวนข้อหาละเมิดกฎหมายการแพทย์

แร็พเปอร์ชื่อดัง "Psy" กังนัมสไตล์ ถูกตร.เกาหลีใต้สอบสวนข้อหาละเมิดกฎหมายการแพทย์

29 ส.ค. 2568 06:35 น.

แร็พเปอร์ชื่อดัง “Psy” กังนัมสไตล์ ถูกตร.เกาหลีใต้สอบสวนข้อหาละเมิดกฎหมายการแพทย์

แร็พเปอร์ชื่อดัง Psy กังนัมสไตล์ ถูกตำรวจเกาหลีใต้สอบสวนข้อหาละเมิดกฎหมายการแพทย์ หลังรับยาจิตเวชจากโรงพยาบาลโดยไม่ได้เข้าพบแพทย์ด้วยตัวเอง

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า นายปาร์ก แจซัง หรือ “ไซ” (Psy) แร็พเปอร์ชื่อดังเจ้าของเพลง ฮิต “กังนัม สไตล์” (Gangnam Style) กำลังเผชิญการสอบสวนจากตำรวจเกาหลีใต้ หลังถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายการแพทย์ ด้วยการรับยาจิตประสาทจากโรงพยาบาลผ่านบุคคลอื่น โดยที่เขาไม่ได้เข้าพบแพทย์ด้วยตัวเอง

โดยตำรวจสถานีซอดามุน ในกรุงโซล เปิดเผยว่า ได้ตั้งข้อหานายปาร์ค แจซัง และแพทย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงโซล หลังพบพฤติกรรมผิดปกติว่าไซได้รับใบสั่งยาสำหรับยาจิตประสาท ได้แก่ แซแน็กซ์ (Xanax) และ สติลน็อกซ์ (Stilnox) ซึ่งใช้รักษาโรคนอนไม่หลับ วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า โดยมีผู้จัดการส่วนตัวและบุคคลอื่นไปรับยาที่โรงพยาบาลแทน ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน

ตำรวจเปิดเผยว่าได้รับเบาะแสเรื่อนี้ก่อนเข้าตรวจค้นโรงพยาบาลเพื่อยึดบันทึกการรักษาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะถูกใช้เป็นหลักฐานในการสอบสวนต่อไป ขณะที่กฎหมายเกาหลีใต้ห้ามเด็ดขาดการสั่งจ่ายยาผ่านคนกลาง เนื่องจากยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการเสพติดและต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยแบบพบหน้า แต่มีรายงานว่าแพทย์เจ้าของไข้ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นการรักษาทางไกล

ทางด้านค่ายเพลง “P Nation” ของไซ ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า การให้บุคคลอื่นไปรับยานอนหลับแทนเป็นความผิดพลาด แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การสั่งยาผ่านคนกลาง เพราะไซมีการรักษาและได้รับใบสั่งยาจากแพทย์จริง.

กัมพูชาโต้ไทย ยันไม่เคยใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ ชี้ข้อกล่าวหาไร้มูล ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่มานานแล้ว

กัมพูชาโต้ไทย ยันไม่เคยใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ ชี้ข้อกล่าวหาไร้มูล ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่มานานแล้ว

28 ส.ค. 2568 23:43 น.

กัมพูชาโต้ไทย ยันไม่เคยใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ ชี้ข้อกล่าวหาไร้มูล ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่มานานแล้ว

โฆษก กต.กัมพูชา แถลงโต้ไทย ยันไม่เคยใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ ย้ำชาวบ้านอยู่ในพื้นที่มานานแล้ว แต่กลับตกเป็นเหยื่อจากการกระทำฝ่ายเดียวของทหารไทย

วันที่ 28 สิงหาคม 2568  นาย ชุม สอนรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา แถลงผลการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา–ไทย โดยกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยที่อ้างว่ากัมพูชาใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ ในพื้นที่ชายแดน

โฆษกกต.กัมพูชาเผยว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เวลาประมาณ 14.20 น. ทหารไทยพยายามรื้อถอนลวดหนามใน หมู่บ้านเสร็งกัง ตำบลโอเบยจอน อำเภอโอจรอว์ (O Chrov district) จังหวัดบันทายมีชัย (Banteay Meanchey) ตรงข้ามกับ บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ของไทย แต่ถูกชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กัมพูชาในพื้นที่แสร็งกังขัดขวางอย่างหนัก จนฝ่ายไทยต้องเก็บลวดหนามกลับไป

นายชุม กล่าวย้ำว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่มีมูลความจริง พลเรือนกัมพูชาได้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน และแท้จริงแล้วคือผู้ตกเป็นเหยื่อจากการกระทำฝ่ายเดียวของทหารไทย ทั้งการติดตั้งลวดหนามและสิ่งกีดขวางที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบ้านเรือนและที่ทำกินได้

ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้มีการส่งหนังสือทูตไปยังกระทรวงการต่างประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เพื่อประท้วงการล่วงล้ำพื้นที่ชายแดนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีชาวกัมพูชาอาศัยอยู่ พร้อมกันนี้ได้ย้ำจุดยืนของรัฐบาลว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นหาทางออกข้อพิพาทชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติ ในมิตรภาพ และภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันหลักการว่าเขตแดนไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการใช้กำลัง

รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเคียฟ ยอดตายพุ่งเป็น 19 ศพ อียู-อังกฤษเดือดเรียกทูตรัสเซียเข้าพบ

 รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเคียฟ ยอดตายพุ่งเป็น 19 ศพ อียู-อังกฤษเดือดเรียกทูตรัสเซียเข้าพบ

28 ส.ค. 2568 22:42 น.

รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเคียฟ ยอดตายพุ่งเป็น 19 ศพ อียู-อังกฤษเดือดเรียกทูตรัสเซียเข้าพบ

อียู-อังกฤษเดือดเรียกทูตรัสเซียเข้าพบ หลังอาคาร EU และ British Council ในยูเครนถูกโจมตีหนัก ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีในกรุงเคียฟเพิ่มเป็น 19 ศพ 

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานอ้างคำเปิดเผยของนายตีมูร์ คาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารงานกลาโหมยูเครนที่ระบุว่า กองทัพรัสเซียโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่เปิดฉากรุกรานเต็มรูปแบบ โดยการยิงขีปนาวุธถฃ่มกรุงเคียฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ศพ ในจำนวนนี้รวมถึงเด็ก 4 คน อายุเพียง 2 ขวบ 14 ปี และ 17 ปี ตามการเปิดเผยของ 

โดยกองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียใช้ อาวุธโจมตีทางอากาศรวม 629 ชนิด แบ่งเป็นโดรน 598 ลำ และขีปนาวุธ 31 ลูก ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่าเป้าหมายคือ โรงงานอุตสาหกรรมด้านการทหาร และฐานทัพอากาศของยูเครน พร้อมย้ำว่าใช้อาวุธแม่นยำสูง 

ทางด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย  ย้ำว่ารัสเซียยังสนใจการเจรจาสันติภาพ แต่ ปฏิบัติการพิเศษทางทหารยังคงเดินหน้าต่อไป

อย่างไรก็ตาม อาคารที่ทำการสหภาพยุโรป ในกรุงเคียฟ รวมทั้งอาคาร British Council ก็ได้รับความเสียหาย ทำให้ สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรเรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบทันที โดยนางเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น การก่อการร้ายต่อพลเรือนและแม้กระทั่งสหภาพยุโรปเอง 

ทางด้านเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศว่า รัสเซียกำลังฆ่าเด็กและพลเรือน ทำลายทุกความหวังสันติภาพ พร้อมเผยว่าได้มีการเรียกทูตรัสเซียเข้าพบอย่างเป็นทางการแล้ว.