FBI แจ้งเบาะแส! ตร.แคนาดายิงดับผู้ต้องสงสัยก่อนลงมือก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ส.ค. 2559 04:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/688338

 

ตำรวจแคนาดาสังหารชายผู้ต้องสงสัยเตรียมใช้ระเบิดก่อการร้ายในแคนาดาภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า โดยแคนาดาได้รับเบาะแส เกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยรายนี้จากสหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจในรัฐออนแทริโอ ของประเทศแคนาดา สังหารชายคนหนึ่ง หลังจากได้รับข้อมูลหลายอย่างจากสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ว่า ชายคนดังกล่าวกำลังวางแผนใช้ระเบิดโจมตีก่อการร้ายในแคนาดา


เจ้าหน้าที่แคนาดาเผยภาพผู้ต้องสงสัยในงานแถลงข่าว

นายไมค์ คาบานา รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติแคนาดา (อาร์ซีเอ็มพี) ระบุว่า เอฟบีไอแจ้งต่อเจ้าหน้าที่แคนาดาเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 10 ส.ค. เกี่ยวกับบุคคลไม่ทราบชื่อแต่ชัดเจนว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนโจมตีในแคนาดาโดยใช้วัตถุระเบิดประดิษฐ์เอง “เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการแข่งกับเวลา” นายคาบานากล่าว

เบาะแสจากสหรัฐฯ ยังรวมไปถึงคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นผู้ต้องสงสัยสวมหน้ากาก ซึ่งถูกระบุในภายหลังว่าคือนายแอรอน ไดรเวอร์ อายุ 24 ปี กล่าวว่า เขาวางแผนจะจุดระเบิดในย่านใจกลางเมืองระหว่างชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าและตอนบ่าย รวมทั้งยังประณามชาติตะวันตกว่าเป็นศัตรูของอิสลาม และอ้างถึงการโจมตีในกรุงปารีสของฝรั่งเศสกับกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม และประกาศสนับสนุนกลุ่มไอซิสด้วย

อาร์ซีเอ็มพีเผยว่า ในเวลาต่อมาของวันเดียวกัน นายไดรเวอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าเขาให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ถูกพบตัวขณะโดยสารบนรถแท็กซี่ที่เมืองสตราธรอย ซึ่งเขาจุดระเบิดขณะนั่งอยู่ท้ายรถ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารเนื่องจากเขาพยายามจะจุดระเบิดลูกที่ 2 ส่วนคนขับแท็กซี่ได้รับบาดเจ็บ


เจ้าหน้าที่เผยภาพรถแท็กซี่ที่ผู้ต้องสงสัยโดยสาร

ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงแคนาดา (ซีเอสไอเอส) รู้เกี่ยวกับแนวคิดของนายไดรเวอร์เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนต.ค.ปี 2014 หลังจากเขาทวีตข้อความสนับสนุนไอซิสบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ภายใต้ชื่อปลอมว่า ฮารุน อับดุลเราะห์มาน เขายังถูกจับกุมตัวจากการกระทำในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนมิ.ย.ปีก่อน แต่เขาได้รับทัณฑ์บนและถูกจำกัดสิทธิต่างๆ เช่นการเข้าถึงคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์, เครือข่ายสังคมออนไลน์ และห้ามติดต่อกับกลุ่มก่อการร้ายใดๆ นอกจากนี้ยังต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัวด้วยแต่ได้รับอนุญาตให้ถอดออกเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

ทรัมป์ชี้โอบามาตั้งไอเอส-คลินตันตอกกลับยับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ส.ค. 2559 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/688158

 

นางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ผู้แทนพรรคเดโมแครตเพื่อชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯใน 8 พ.ย. กล่าวบนเวทีหาเสียงที่เมืองเดส์ มวงส์ รัฐไอโอวา เมื่อ 10 ส.ค. ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกันได้ยุยงให้เกิดความรุนแรงและได้ล้ำเส้นแล้ว และว่าทรัมป์ไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์เพื่อเป็นประธานาธิบดี

ทั้งนี้ หลังนายทรัมป์พูดหาเสียงที่รัฐนอร์ท แคโรไลนาเมื่อวันก่อน แนะนำกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิ์ครอบครองอาวุธปืนที่ระบุไว้ในบทแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ (Second Amendment) ให้สกัดนางคลินตันไม่ให้ชนะเลือกตั้ง มิเช่นนั้นคลินตันจะแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวเสรีที่ต่อต้านอาวุธปืนเข้าศาลฎีกาแล้วจะยกเลิกสิทธิการถือครองอาวุธปืนซึ่งก็ทำให้เขาถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ต่อมาทรัมป์แก้ต่างว่าแค่พยายามทำให้ผู้สนับสนุนสิทธิ์ครอบครองอาวุธปืนเป็นเอกภาพให้ลงคะแนนคว่ำนางคลินตัน


ฮิลลารี คลินตัน

นางคลินตันยังกล่าวโจมตีเรื่องเก่าของนายทรัมป์ ทั้งกรณีกล่าวตอบโต้กับครอบครัวทหารอเมริกันผู้เป็นมุสลิมที่เสียชีวิตในสงครามอิรัก การพูดเสนอให้มีประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น และยังพยายามหาเสียงกับผู้สนับสนุนรีพับลิกันและผู้ถืออิสระไม่สนับสนุนใคร ด้วยการปล่อยแคมเปญ “ทูเกตเธอร์ ฟอร์ อเมริกา” มุ่งใช้กระแสผู้เชี่ยวชาญฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรีพับลิกัน 50 คนที่เพิ่งส่งจดหมายต่อต้านและไม่เลือกนายทรัมป์ ซึ่งถูกนายทรัมป์ตอบโต้ว่าเป็นพวกขั้วอำนาจเก่าที่หวังยื้ออำนาจพวกตัวเอง

วันเดียวกัน ตำรวจรวบตัวผู้ชายวัย 20 ปีจากรัฐเวอร์จิเนีย หลังใช้เชือกและยางดูดสุญญากาศปีนอาคาร “ทรัมป์ ทาวเวอร์” ความสูง 58 ชั้นในย่านแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นทั้งที่พักอาศัยและสำนักงานกลางการหาเสียงของนายทรัมป์ เขาถูกจับได้ที่ชั้น 20 ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเขาต้องการพบนายทรัมป์และไม่เชื่อว่ามุ่งทำร้ายใคร ระหว่างนี้มีฝูงชนมาออด้านนอกอาคารและอยู่ดูเหตุการณ์จนยุติซึ่งก็กินเวลานานหลายชั่วโมง


ชายชาวรัฐเวอร์จิเนียปืนตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ก่อนถูกจับกุม

ด้านนายทรัมป์ลุยหาเสียงต่อที่รัฐฟลอริดาและยังโจมตีฝ่ายตรงข้ามต่อเนื่อง โดยกล่าวหาประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ เป็นผู้ก่อตั้งกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ส่วนนางคลินตันก็เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ขณะที่ทีมหาเสียงของทรัมป์ได้เน้นโจมตีไปที่อีเมลฉาวล่าสุดที่ถูกปล่อยออกมาและชวนให้สงสัยถึงความสัมพันธ์ของมูลนิธิคลินตันและกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯช่วงที่นางคลินตันเป็นเจ้ากระทรวง และแสดงให้เห็นว่ามูลนิธิคลินตันมุ่งหาสิทธิพิเศษที่ไม่เหมาะสมจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งฝ่ายนางคลินตันยังไม่แถลงถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด.

 

อพาร์ตเมนต์ในรัฐแมรีแลนด์ระเบิดไฟลุกท่วม ดับ 2 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ส.ค. 2559 00:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/688177

 

เกิดเหตุระเบิดที่อพาร์ตเมนต์ 2 หลังในรัฐแมรีแลนด์ ทำให้ตัวอาคารบางส่วนพังถล่มลงมา พบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 30 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ที่อพาร์ตเมนต์ 2 หลังในเมืองซิลเวอร์ สปริง รัฐแมรีแลนด์ ของสหรัฐอเมริกา ในช่วงก่อนเที่ยงคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ตัวอาคารบางส่วนพังถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 30 คนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ผู้อยู่อาศัยเกือบร้อยคนต้องอพยพ บางคนถึงกับโยนลูกของตัวเองลงจากหน้าต่าง

เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดระเบิดหรือไฟไหม้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ก่อน แต่แรงระเบิดทำให้เกิดรูขนาดใหญ่บนตัวอาคาร และส่งเศษไม้, กระจก และก้อนอิฐกระเด็นไปไหลอย่างน้อย 50 หลา และส่งเสียงดังไปไกลนับไมล์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 160 นาย ถูกส่งมายังที่เกิดเหตุและสามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังตามหายตัวผู้สูญหายจำนวน 5-7 คน


ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ที่เสียหายจากแรงระเบิด

ขณะที่มีพลเรือน 31 คน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีก 3 นาย ได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่น แต่อาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ด้านนายสกอตต์ โกลด์สไตน์ ห้วหน้าสำนักงานดับเพลิงเขตมองต์โกเมอรี กล่าวว่า “ผู้คนทิ้งลูกของตัวเองลงมาจากหน้าต่าง และกระโดดตามลงมา ทุกคนต่างพยายามออกจากอาคารให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” นายโกลด์สไตน์ เผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้ส่งทีมสุนัขตำรวจ เค9 เข้าตรวจสอบซากปรักหักพังของอาคารด้วยเนื่องจากอาจมีคนติดอยู่ภายใน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนรวมทั้งสำนักงานควบคุมแอลกอฮอล์, ยาสูบ และอาวุธปืน กำลังสืบสวนเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดการระเบิดและไฟไหม้

 

มาเลีย ลูกสาวคนโต ปธน.โอบามา โดนสื่อเผยอาจสูบกัญชาในงานดนตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 19:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/688033

 

มาเลีย โอบามา เปรี้ยวมาก…สื่อนอกประโคมข่าว มีคนเห็นลูกสาวคนโต ปธน.บารัค โอบามา อาจสูบกัญชา ระหว่างไปดูคอนเสิร์ตกับเพื่อนๆ ในงานเทศกาลดนตรี ที่ชิคาโก

เมื่อ 11 ส.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวครึกโครม น.ส.มาเลีย โอบามา บุตรสาวคนโต วัย 18 ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ อาจสูบกัญชาระหว่างที่เธอไปดูคอนเสิร์ต และเต้นอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ ที่งานเทศกาลดนตรี ลอลลาปาลูซา (Lollapalooza) เมืองชิคาโก  ในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

สื่อท้องถิ่นในสหรัฐฯ เผยวา มีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็น มาเลีย โอบามา ซึ่งสวมชุดเสื้อเกาะอก กางเกงขาสั้นมาดูคอนเสิร์ต กำลังสูบบุหรี่ ขณะที่มีพยานคนหนึ่งอ้างว่า ส่ิงที่มาเรียสูบคือ กัญชา โดย เจอร์ดิน เซลวิน พยานที่เห็นเหตุการณ์ เผยกับเว็บไซต์สื่อซุบซิบคนดังในสหรัฐฯ ว่า เธอเห็นลูกสาวคนโตของประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังสูบกัญชา และเธอก็ถ่ายรูปไว้ได้ หลังจากมีหนุ่มคนหนึ่งยื่นให้ และมาเลียได้ถือไว้ในมือประมาณหนึ่งนาที


ข่าวแจ้งว่า ทางการเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เพิ่งมีการลดหย่อนผ่อนโทษ อนุญาตให้ผู้คนสามารถมีกัญชาในครอบครองไม่เกิน 10 กรัม แทนโทษเดิมคือ การปรับเงิน 100-200 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ถ้าข้อกล่าวหาที่ถาโถมใส่ มาเลีย โอบามา ว่าเธอสูบกัญชาเป็นเรื่องจริง เธอก็ไม่ใช่สมาชิกในตระกูลโอบามาคนแรกที่เสพยาเสพติด เพราะประธานาธิบดีโอบามา ผู้เป็นพ่อ ก็เคยสูบกัญชาสมัยยังเรียนหนังสือชั้นมัธยมที่เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย ช่วง 1970 โดยประธานาธิบดีโอบามาเคยบอกว่า ตนเคยเป็นสมาชิกของกลุ่ม ‘Choom Gang’ ซึ่งเล่นบาสเกตบอล และสูบกัญชา

ทั้งนี้ มาเลีย โอบามา เพิ่งจบการศึกษาระดับมัธยมปลายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2559 และตอนนี้เธออยู่ระหว่างการหยุดพักหนึ่งปี ก่อนจะเริ่มเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี 2560 อย่างไรก็ตาม หลังจากมาเลียพ้นจากห้องเรียนในโรงเรียนแล้ว ปรากฏว่าชีวิตสังคมของเธอได้ถูกเผยแพร่อย่างมากเลยทีเดียว

 

ตร.แคนาดา ยิงหนุ่มหนุนไอซิสดับ! มีแผนบึมพลีชีพ ฆ่าคนตายเป็นเบือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 17:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687953

 

(นายแอรอน ไดรเวอร์ ขณะเดินออกจากศาลเมื่อ2ก.พ.59)

แคนาดาผวา…ตำรวจยิงเด็ดชีพ แอรอน ไดรเวอร์ หนุ่มแคนาดา ต้องสงสัยมีแผนก่อเหตุระเบิดพลีชีพ หลังเคยถูกจับกุมฐานสนับสนุนกลุ่มไอซิสอย่างเปิดเผย ผ่านทางโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุระทึก ตำรวจแคนาดาสาดกระสุนยิงปลิดชีพ นายแอรอน ไดรเวอร์ หนุ่มชาวแคนาดา วัย 24 ปี ระหว่างบุกจู่โจมจับกุมที่บ้านพัก ในเมืองสแตรธรอย จังหวัดออนตาริโอ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโตรอนโต ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 225 กม. เมื่อคืนวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากนายไดรเวอร์ ถูกต้องสงสัย มีแผนจะก่อเหตุระเบิดพลีชีพปลิดชีวิตผู้คนจำนวนมากในพื้นที่สาธารณะ

เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสของแคนาดา เผยต่อนักข่าวของสำนักข่าวแคนาดา เพรสส์ว่า นายไดรเวอร์ ซึ่งเคยถูกตำรวจจับกุมปีที่แล้ว ในข้อหาให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ อย่างเปิดเผยผ่านทางโซเชียล มีเดีย ถูกต้องสงสัยว่ามีแผนจะก่อเหตุระเบิดพลีชีพ โดยใช้ระเบิดที่ทำขึ้นเอง เพื่อหมายปลิดชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก

ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติแคนาดา ออกแถลงการณ์ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานที่เชื่อถือได้ว่ามีการเตรียมก่อการร้ายอย่างรุนแรง ขณะที่มีผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งถูกระบุว่ามีแผนก่อเหตุโจมตีในแคนาดา และปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของสาธารณชน

ทั้งนี้ นายไดรเวอร์ ซึ่งได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ได้ตกเป็นเป้าถูกจับตาโดยเจ้าหน้าที่ทางการแคนาดา ตั้งแต่ปี 2557 หลังจากเขาได้ทวีตข้อความสนับสนุนกลุ่มไอซิสอย่างเปิดเผย โดยใช้ชื่อเรียกแทนตนเองว่า ‘ฮารูน อับดูเราะห์มาน’ ก่อนจะถูกจับกุมในเดือน ก.ค.2558 และถึงแม้นายไดรเวอร์ ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดี แต่เขาได้รับการปล่อยตัว ด้วยการต้องถูกประกันตัว และต้องสวมสายรัดข้อเท้าติดระบบติดตามตัว GPS พร้อมทั้งมาพบกับเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาทางศาสนา

บีบีซี รายงานว่า ต่อมา ทางการได้อนุญาตให้ถอดแท็กจีพีเอสติดตามตัวนายไดรเวอร์ออกในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมกับได้รับคำสั่งให้จำกัดการเคลื่อนไหว ไม่อนุญาตให้มีคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ และเมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม เขายังถูกห้ามไม่ให้เล่นโซเชียล มีเดีย และติดต่อกับกลุ่มไอซิสหรือกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่นๆ ก่อนจะถูกตำรวจปลิดชีพในที่สุด

 

ตายละหว่า นักกีฬางง! สระแข่งโอลิมปิก น้ำเปลี่ยนสีเป็นเขียวมรกต สระที่2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 14:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687682

 

(ภาพจากยูทูบ:New News)

ฮือฮาซ้ำสอง สระน้ำใช้แข่งกีฬาทางน้ำในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ที่ริโอ เด จาเนโร เปลี่ยนสีจากฟ้าเป็นสีเขียวมรกต เป็นสระที่สองแล้ว ในช่วง 2 วันติด จนสร้างความพิศวงงงงวยให้แก่นักกีฬาอย่างมาก ขณะที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันชี้ เกิดจากการเพิ่มขึ้นของสาหร่ายในน้ำอย่างรวดเร็ว แต่ย้ำไม่เป็นอันตรายแน่นอน

เมื่อ 11 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุที่สร้างความแปลกประหลาดใจครั้งที่สอง กับสระว่ายน้ำที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่นครริโอ เด จาเนโร ของบราซิล เมื่อปรากฏว่า น้ำในสระว่ายน้ำได้เปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเขียวมรกต เป็นสระที่สองอีกแล้ว เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งถือเป็นสระน้ำสระที่สองแล้วที่สีเปลี่ยนติดต่อกัน ในช่วงเวลาแค่ 2 วัน หลังจากเมื่อวันอังคารที่ 9 ส.ค. สระว่ายน้ำในมาเรีย เลงค์ อควอทิก เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำสำหรับใช้ในการแข่งขันกระโดดน้ำหญิง ประเภทซิงโครโนซ์แฟลตฟอร์ม 10 เมตร ได้เปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเขียวมรกตในช่วงข้ามคืน

สำหรับสระน้ำสระที่สองที่สีเปลี่ยน เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 10 ส.ค. เป็นสระที่ใช้ในการแข่งขันโปโล ซึ่งอยู่ในมาเรีย เลงค์ อควอทิก เซ็นเตอร์ เช่นเดิม จนก่อให้เกิดความฉงนงงงวย และเกิดคำถามอย่างมากว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำในสระเปลี่ยนสีภายในชั่วข้ามคืนเช่นนี้


ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นายมาริโอ แอนดราดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของคณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิก ที่ริโอ 2016 กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงความเป็น ‘ด่าง’ ของน้ำในสระ คือตัวการที่ทำให้น้ำเปลี่ยนสีจากสีฟ้าเป็นสีเขียวมรกต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บราซิลคาดว่า สีของน้ำจะกลับคืนมาเป็นสีฟ้าภายในเร็วๆ นี้ พร้อมกับย้ำว่าน้ำที่เปลี่ยนสีไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยง หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพนักกีฬาอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยังชี้ว่า สีของน้ำที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตมาจากการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของสาหร่ายในสระน้ำ ในสภาพที่อากาศร้อนและไม่มีลม.

 

แฉผู้ลี้ภัยปาปัวนิวกินีถูกละเมิดทางเพศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ส.ค. 2559 02:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687222

 

เมื่อ 9 ส.ค. หนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษเผยแพร่เอกสารลับกว่า 2,000 เรื่อง เกี่ยวกับการล่วงละเมิดและก่อความบอบช้ำทางจิตใจแก่ผู้ลี้ภัยที่ศูนย์กักกันบนเกาะนาอูรูและเกาะมานุสของปาปัวนิวกินีในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย ทั้งในด้านสาธารณสุข สวัสดิการ และความปลอดภัย

โดยการล่วงละเมิดผู้อพยพหลายเหตุการณ์เกิดแก่เด็กและผู้หญิงในช่วงเดือน พ.ค.2556-ต.ค.2558 มีทั้งการล่วงละเมิดทางเพศกว่า 23 กรณี การใช้สิ่งของ เช่น บุหรี่ หรือกัญชา แลกมีเพศสัมพันธ์กับผู้ลี้ภัย การใช้ไฟฉายส่องเด็กหญิงขณะนั่งปัสสาวะ ซึ่งทำให้เหล่านักสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ออสเตรเลียกับรัฐบาลท้องถิ่นเร่งแก้ปัญหา.

 

ทรัมป์ซ่าไม่เลิก-แย้มใช้ความรุนแรงสกัดคลินตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ส.ค. 2559 01:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687213

 

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 8 พ.ย.นี้ ถูกโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง หลังกล่าวในที่ชุมนุมหาเสียงที่เมืองวิลมิงตัน รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อ 9 ส.ค. กระตุ้นให้ผู้สนับสนุนใช้สิทธิในการครอบครองอาวุธปืน ซึ่งระบุไว้ในบทแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ (Second Amendment) หยุดยั้งนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต คู่แข่งไม่ให้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี

ทรัมป์กล่าวว่า ถ้าคลินตันชนะเลือกตั้ง จะแต่งตั้งผู้พิพากษาสายเสรีนิยมในศาลฎีกา ซึ่งเป็นภัยต่อสิทธิในการครอบครองอาวุธปืน คลินตันต้องการล้มเลิก Second Amendment ถ้าเธอแต่งตั้งผู้พิพากษาสายเสรีนิยม ใครก็ทำอะไรไม่ได้ คำพูดของทรัมป์ทำให้ผู้สนับสนุนบางคนที่นั่งอยู่ข้างหลังเขาสะดุ้งตกใจเหมือนไม่เชื่อหู

คำพูดของทรัมป์จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กว้าง ขวาง โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ หลายคนชี้ว่าเป็นการยุยงให้ใช้ความรุนแรงกับคลินตันและผู้พิพากษา โดยนายคริส เมอร์ฟี ส.ว.รัฐคอนเนกติกัต ชี้ว่า ผู้มีอารมณ์ไม่มั่นคงหรือป่วยทางจิตอาจตอบสนองข้อเรียกร้องนี้ ส่วนทีมหาเสียงของพรรคเดโมแครตชี้ว่าข้อเรียกร้องนี้ “อันตราย” ผู้ที่พยายามจะเป็นประธา-นาธิบดีไม่ควรชี้แนะให้ใช้ความรุนแรงไม่ว่าในกรณีใดๆ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์โพสต์ตอบโต้ใน “ทวิตเตอร์” ว่า ตนแค่เอ่ยถึงพลังทางการเมืองของเหล่าผู้สนับสนุนการครอบครองอาวุธปืน แค่กระตุ้นให้พวกเขาออกมาลงคะแนนเสียงให้ตนมากๆ ส่วนทีมหาเสียงของทรัมป์ก็ชี้แจงคล้ายกัน และว่าเหล่าผู้สนับสนุนสิทธิในการครอบครองอาวุธปืนมีจิตวิญญาณที่น่าอัศจรรย์มีเอกภาพยิ่งใหญ่ ทำให้มีพลังทางการเมืองมหาศาล ในปีนี้ พวกเขาจะออกมาเทคะแนนเสียงให้ทรัมป์


ฮิลลารี คลินตัน

ด้านผู้สนับสนุนทรัมป์บางคนชี้ว่า ทรัมป์แค่พูดล้อเล่น ส่วนนายรูดอล์ฟ กุยเลียนี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ชี้ว่า ข้อเรียกร้องของทรัมป์ไม่ใช่การข่มขู่ แต่สื่อมวลชนสมรู้ร่วมคิดกันทำลายทรัมป์เพื่อช่วยคลินตันให้ชนะเลือกตั้ง ด้านสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) ก็สนับสนุนทรัมป์ ส่วนสำนักงานตำรวจลับผู้มีหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ รวมทั้งฮิลลารีและทรัมป์ แถลงว่า รู้เรื่องคำพูดของทรัมป์แล้ว แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามอื่นๆ

ก่อนหน้านี้ 1 วัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ถึง 50 คน ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก ประกาศจะไม่เลือกทรัมป์ และว่าเขาจะเป็นผู้นำที่บุ่มบ่ามสะเพร่าที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ส่วนโพลล่าสุดของ “รอยเตอร์ส/อิปซอส” เมื่อ 9 ส.ค. ระบุว่า คะแนนนิยมของคลินตันทิ้งห่างทรัมป์ถึง 7 จุดแล้ว จากเดิม 3 จุด เมื่อ 4 ส.ค. อนึ่ง เหล่านักดนตรีนำโดยแจ็คสัน บราวน์ และโรแซนน์ แคช จะจัดคอนเสิร์ตพร้อมๆกัน 100 เวทีทั่วสหรัฐฯ ใน 25 ก.ย.นี้ เพื่อผลักดันเรื่องความรุนแรงจากอาวุธปืนให้เป็นประเด็นใหญ่ในการเลือกตั้ง.

 

รัสเซียอ้าง สกัดยูเครนก่อการร้ายในไครเมีย ทำจนท.ข่าวกรอง-ทหารดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687233

 

รัสเซียเผย เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง 1 นาย และทหารอีก 1 นาย เสียชีวิตขณะสกัดความพยายามก่อการร้ายในแคว้นไครเมีย โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลยูเครนเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานข่าวกรองรัสเซีย หรือ เอฟเอสบี เปิดเผยในวันพุธที่ 10 ส.ค. ว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขา 1 คน กับทหารอีก 1 นาย ถูกสังหารขณะพยายามสกัดการโจมตีก่อการร้ายในเขตปกครองตนเองไครเมีย อดีตดินแดนของประเทศยูเครน ซึ่งประกาศแยกตัวแต่เพียงฝ่ายเดียวและถูกรัสเซียควบรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในปี 2014

เอฟเอสบีระบุในแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขาถูกสังหารเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่นอกเมืองอาร์เมียนสค์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนของแคว้นไครเมียและยูเครน ในขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่ของเอฟเอสบีปะทะกับกลุ่มที่พวกเขาอ้างว่า ผู้ก่อวินาศกรรมชาวยูเครน โดยหลังการปะทะเจ้าหน้าที่ตรวจพบระเบิด 20 ลูก, เครื่องกระสุนและกับระเบิด ในจุดที่เกิดการปะทะด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ก่อวินาศกรรมอีก 2 กลุ่มพยายามจะบุกฝ่าเข้าไปในไครเมียในคืนวันอาทิตย์โดยมีปืนใหญ่และยานเกราะของยูเครนคอยยิงคุ้มกัน ทำให้ทหารรัสเซียเสียชีวิต 1 นาย โดยแถลงการณ์ของเอฟเอสบีอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นการสกัดการโจมตีก่อการร้าย และกล่าวหาหน่วยข่าวกรองของยูเครนว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังวางแผนโจมตีส่วนสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานของไครเมีย

“(รัสเซีย) มีการใช้ขั้นตอนต่างๆ เพื่อทำลายเครือข่ายสายลับของหน่วยข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมยูเครนในคาบสมุทรไครเมีย” แถลงการณ์ของเอฟเอสบีระบุ และเผยด้วยว่า พวกเขายังได้จับกุมพลเรือนชาวรัสเซียและยูเครนจำนวนหนึ่งในข้อหาวางแผนก่อเหตุโจมตีดังกล่าว และหนึ่งในผู้ถูกจับกุมเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองยูเครนจากแคว้นซาโปริชเชีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครนด้วย

ด้านนายเซอร์เก อัคซีโอนอฟ ผู้ว่าการเขตปกครองตนเองไครเมีย ซึ่งแต่งตั้งโดยรัสเซีย ออกแถลงการณ์ประณามยูเครนในวันพุธว่า รัฐบาลกรุงเคียฟพยายามจะสร้างความปั่นป่วนให้กับสถานการณ์ในไครเมีย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งรัฐสภารัสเซียในเดือนก.ย. และให้คำมั่นว่าจะรับประกันความปลอดภัยในดินแดนแห่งนี้

 

ดูไบล้ำ คิดใช้ ‘ไฮเปอร์ลูป’! แคปซูลขนส่งแห่งอนาคต เร็วกว่าเครื่องบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ส.ค. 2559 18:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687052

 

มาแล้ว..ไฮเปอร์ลูป ยานขนส่งผู้โดยสารสุดล้ำแห่งอนาคต ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เร็วกว่าเครื่องบิน.. ทางการดูไบ เบิกปฐมฤกษ์ มีแผนเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันผู้ออกแบบทั่วโลกเกี่ยวกับระบบของไฮเปอร์ลูป เดือนก.ย.นี้ หวังนำมาใช้ในการขนส่งมวลชนจำนวนมาก เพราะสะดวก และไม่เสียเวลากว่าจะได้เดินทาง เหมือนเครื่องบิน

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน ทางการนครดูไบ เมืองใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังรุกไปอีกขั้น สำหรับการมองหายานขนส่งแห่งอนาคตที่จะสามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้ครั้งละมากๆ ที่สำคัญ คือมีความเร็วใกล้เคียง หรือเร็วกว่าเครื่องบิน และนั่นคือยานแคปซูลความเร็วสูง ที่รู้จักกันในชื่อ ‘ไฮเปอร์ลูป’ (Hyperloop) ซึ่งมีความเร็วสูงมาก ถึงขนาดอย่างน้อย 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


ซีเอ็นเอ็น ชี้ว่า ฟังดู เรื่องนี้อาจเหมือนนิยายไซไฟ วิทยาศาสตร์ แต่นี่คือเรื่องจริง เพราะทางการดูไบมีแผนจะเป็นเจ้าภาพ เชิญบรรดาผู้ออกแบบจากทั่วโลกมาแข่งขันเกี่ยวกับระบบของไฮเปอร์ลูป ในเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้  โดยยานไฮเปอร์ลูปนั้น  มีลักษณะเป็น แคปซูล ซึ่งเป็นที่นั่งสำหรับผู้โดยสารและวางข้าวของสัมภาระ ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าบนรางในท่อยาว และภายในแคปซูลจะถูกปรับสภาพความดันให้มีความดันต่ำ เพื่อที่ยานแคปซูลจะสามารถแล่นด้วยความเร็วเร็วจี๋ถึงขนาด 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ชนิดที่การเดินทางจากนครลอสแอนเจลิส ไปยังเมืองซานฟราสซิสโก ในสหรัฐ ระยะทาง 380 ไมล์ใช้เวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น

ทั้งนี้ ไฮเปอร์ลูป เป็นความคิดสุดล้ำของ นายอีลอน มัสค์ ชายที่อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมสุดก้าวไกลในวงการเทคโนโลยี รวมทั้งโครงการเทสลา และสเปซเอ็กซ์