กระแสหวาดกลัวมุสลิมลาม ยิงดับอิหม่ามนิวยอร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ส.ค. 2559 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690411

 

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. เกิดเหตุฆาตกรรมในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อิหม่ามมาอูลามา อาคอนจี วัย 55 ปี พร้อมผู้ช่วยคือนายธรา อุดดิน วัย 64 ปี ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิตในเวลากลางวันแสกๆ ขณะเดินกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติธรรม ย่านชุมชนมุสลิมบังกลาเทศ

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ในย่านควีนส์ของนครนิวยอร์ก บนถนนลิเบอร์ตี รอยต่อกับย่านบรู๊คลิน ใกล้มัสยิดอัล-ฟูร์–คาน เจม สถานที่ผู้ตายเพิ่งเสร็จการปฏิบัติธรรมมาหมาดๆ โดยจากการเปิดเผยของพยานในที่เกิดเหตุพบเห็นคนร้ายได้เดินตามประกบอิหม่ามและผู้ช่วย ก่อนชักปืนขึ้นมาจ่อยิงระยะเผาขน ก่อนวิ่งหนีลอยนวลไปจากที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืนในมือ ส่วนเหยื่อมือปืนได้เสียชีวิตทั้ง 2 คน หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแรงจูงใจผู้ก่อเหตุที่อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม และยังไม่พบหลักฐานใดๆ ว่าผู้ตายถูกยิงเพราะว่าเป็นมุสลิม

สำนักงานนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนครนิวยอร์กอยู่ระหว่างสืบสวนในทุกๆความเป็นไปได้ รวมถึงว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฆาตกรรมเพราะความเกลียดชังหรือไม่ ขณะที่นายโคบีร์ ชอดฮูรี ผู้ดูแลมัสยิดอัลอามาน ในย่านบรู๊คลินใกล้เคียง ระบุว่า กระแสความหวาดกลัวอิสลามได้ทำให้ทุกอย่างแย่ไปหมด

ส่วนสำนักข่าวเอเอฟพีระบุด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศต่อต้านชาวมุสลิมและกระแสความหวาดกลัวศาสนาอิสลามที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเหตุความรุนแรงในสหรัฐฯ และต่างแดน ที่บางกรณีเป็นฝีมือของกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส รวมถึงนโยบายหาเสียงกีดกันชาวมุสลิมไม่ให้เข้าสหรัฐฯของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน

ขณะเดียวกัน เกิดเหตุประท้วงรุนแรงในเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน หลังชาวอเมริกันผิวสีกว่า 100 คน ออกมารวมตัวประท้วง ทั้งยิงปืน ขว้างปาก้อนอิฐ พร้อมจุดไฟเผาปั๊มน้ำมัน แสดงความไม่พอใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวันของวันเดียวกัน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงวิสามัญฆาตกรรมชาวอเมริกันผิวสีวัย 23 ปี เนื่องจากวิ่งหนีเจ้าหน้าที่ตอนเรียกจอดรถขอตรวจค้น ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่เผยว่า ผู้ถูกวิสามัญฯเสียชีวิตพกปืนสั้น พร้อมกระสุน 23 นัด และมีประวัติก่ออาชญากรรมโชกโชน.

 

เศร้า! ‘เคนนี เบเกอร์’ ผู้รับบท ‘R2-D2’ ใน ‘สตาร์ วอร์ส’ เสียชีวิตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ส.ค. 2559 23:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690403

 

เคนนี เบเกอร์ นักแสดงผู้รับบทเป็นหุ่นยนต์ดรอยด์ ‘อาร์ทู-ดีทู’ ในภาพยนตร์เรื่องสตาร์ วอร์ส เสียชีวิตแล้วเมื่อวันเสาร์ ขณะมีอายุ 81 ปี หลังจากล้มป่วยมานาน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เคนนี เบเกอร์ นักแสดงร่างแคระชาวอังกฤษ ผู้มอบชีวิตให้กับตัวละคร ‘อาร์ทู-ดีทู’ (R2-D2) หุ่นยนต์ดรอยด์ในภาพยนตร์สงครามอวกาศเรื่อง ‘สตาร์ วอร์ส’ เสียชีวิตแล้วเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 13 ส.ค. ขณะมีอายุได้ 81 ปี ตามการเปิดเผยของ อาบิเกล ชีลด์ หลานของเขา

นางชีลด์ ระบุว่า นายเบเกอร์มีปัญหาป่วยเรื้อรังเกี่ยวกับปอดมานานหลายปีแล้ว แต่ก็ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ที่ลุงของเธอผู้ป่วยเป็นโรคคนแคระ และมีความสูงเพียง 1.11 ม. สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขนาดนี้

ด้านนายแอนดรูส์ ไมเยอร์สคอฟ หลานชายและผู้ดูแลนายเบเกอร์ เผยว่า นักแสดงร่างเล็กผู้นี้ เสียชีวิตขณะนอนหลับเมื่อเช้าวันอาทิตย์ “นี่เป็นความปรารถนาของเบเกอร์ ที่จะได้ไปอย่างสงบ ผมไม่อาจขออะไรมากกว่านี้อีกแล้ว” ไมเยอร์สคอฟเผยด้วยว่า ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เบเกอร์ยังคงมีกำลังใจดี และชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทางโทรทัศน์


ซี-ทรีพีโอ (C-3PO) และ อาร์ทู-ดีทู (R2-D2) หุ่นยนต์คู่ขวัญของภาพยนตร์สตาร์ วอร์ส

ทั้งนี้ นายเบเกอร์มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดจากการรับบทหุ่นยนต์ อาร์ทู-ดีทู ครั้งแรกในภาพยนตร์ ‘สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 4: ความหวังใหม่’ เมื่อพ.ศ. 2524 ซึ่งทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของภาพยนตร์สตาร์ วอร์ส มีแถลงการณ์แสดงความอาลัยต่อการจากไปของเบเกอร์ว่า “เบเกอร์สร้างบุคลิกภาพอันไร้เดียงสาแต่รักการผจญภัยซึ่งเป็นที่รักอย่างมากของอาร์ทูฯ จากภายในหุ่นดรอยด์ตัวนี้”

“ไม่ว่าจะเป็นการหันส่วนหัวของอาร์ทูฯ อย่างช้าๆ เพื่อแสดงความสงสัย หรือการโยกไปโยกมาอย่างตื่นตระหนกเพื่อแสดงอาการหวาดกลัว เบเกอร์ได้ทำให้หุ่นยนต์ตัวหนึ่งดูคล้ายมนุษย์มาก” แถลงการณ์ระบุ

ขณะเดียวกัน บุคคลสำคัญวงการบันเทิงก็ออกมาร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของนายเบเกอร์เช่นกัน เช่น จอร์จ ลูคัส บิดาผู้ให้กำเนิดภาพยนตร์สตาร์ วอร์ส ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า “เคนนี เบเกอร์ เป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับเป็นพลทหารที่ทำงานหนักภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากเสมอ เขายังเป็นนักแสดงที่มีความสามารถหลากหลาย ผู้สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้แก่ทุกคนได้เสมอ เคนนีเป็นทั้งหัวใจและวิญญาณของอาร์ทู-ดีทูอย่างแท้จริง และแฟนๆ กับทุกคนที่รู้จักเขาจะคิดถึงเขาอย่างแน่นอน”

ส่วน มาร์ค ฮามิลล์ ผู้รับบท ลุค สกายวอร์คเกอร์ ตัวเอกในสตาร์ วอร์ส 3 ภาคแรก ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ว่า “ลาก่อน #KennyBaker (เคนนี เบเกอร์) เพื่อผู้สื่อสัตว์ชั่วชีวิต ผมรักการมองโลกในแง่ดีและความมุ่งมั่นของเขา เขาคือดรอยด์ที่ผมต้องการ”

 

รมต.หญิงสวีเดน ประกาศลาออก หลังถูกตรวจแอลกอฮอล์ ขณะขับรถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 22:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689687

 

เครดิตภาพ โดย Klaas Sjoberg

ไอดา ฮาดเซียลิค รมต.ศึกษาหญิงสวีเดนวัย 29 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากถูกแจ้งข้อหาขับรถยนต์โดยมีระดับแอลกอฮอล์เกินกำหนด…

13 สิงหาคม 2559  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าน.ส. ไอดา ฮาดเซียลิค รมว.ศึกษาระดับมัธยมและการศึกษาผู้ใหญ่ ของสวีเดนวัย 29 ปี ตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากถูกแจ้งข้อหาขับรถยนต์ โดยมีระดับแอลกอฮอล์เกินกำหนด  ขณะที่ ฮาดเซียลิค รัฐมนตรีหญิงของสวีเดนวัย 29 ปี ถือเป็นนักการเมืองดาวรุ่งของพรรครัฐบาล สังคมนิยมเดโมแครต เพราะเธอนับเป็นรัฐมนตรีของสวีเดนที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา

น.ส.ไอดา ฮาดเซียลิค ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ศึกษาระดับมัธยมและการศึกษาผู้ใหญ่ ได้เปิดเผยเรื่องราวนี้ด้วยตัวเองในเช้าวันเสาร์ที่ 13ส.ค.ว่า เธอถูกตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองมาลโม ทางตอนใต้ของประเทศสวีเดน และผลการตรวจออกมาว่า เธอมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 0.2 กรัมต่อลิตรของเลือดซึ่งเป็นระดับที่ถูกแจ้งข้อหาขับรถขณะมึนเมา  โดยฮาดเซียลิค ยอมรับว่าเธอได้ดื่มไวน์ 2แก้วขณะอยู่ที่กรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงเดนมาร์ก และได้ขับรถกลับมายังสวีเดน ในอีก 4 ชั่วโมงต่อมา ซึ่งเธอคิดว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของเธอจะลดลงไปแล้ว

ฮาดเซียลิค ซึ่งเปิดแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลกรุงสตอคโฮล์มว่า “นับเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงในชีวิตของฉัน ฉันจึงต้องรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง ทำให้ฉันตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี” และกล่าวต่อว่า “ฉันเข้าใจดีว่า มีคนจำนวนมากที่ผิดหวังในตัวของฉัน และฉันก็รู้สึกโกรธตัวเอง และรู้สึกเสียใจอย่างที่สุด”

ทั้งนี้ ไอดา ฮาดเซียลิค เกิดที่ประเทศบอสเนียและอพยพมาอยู่สวีเดนตั้งแต่อายุ 5 ปี ในปี 2535 โดยติดตามบิดามารดาที่หลบหนีสงครามยูโกสลาเวีย เธอรับผิดชอบกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคสังคมนิยมเดโมแครต และได้รับเลือกเป็นที่ปรึกษาคณะเทศมนตรีตั้งแต่อายุ 23 ปี เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลสวีเดนที่มีนายสเตฟาน เลิฟเวนเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2557 นับเป็นรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สวีเดนด้วยวัยเพียง 27 ปี.

 

อิตาลีเนรเทศชาวตูนิเซีย หลังพบเอี่ยววางแผนบึมหอเอนปิซ่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 16:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689573

 

เครดิตภาพ บุญธง ก่อมงคลกูล

ทางการอิตาลีได้ดำเนินการเนรเทศชายชาวตูนิเซียที่ต้องสงสัยว่า มีแผนการก่อเหตุวินาศกรรมบริเวณหอเอนปิซ่า โดยมีหลักฐานที่มีการแสดงสัมพันธ์กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงและกลุ่มไอซิส

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงานอ้างสื่อท้องถิ่นของอิตาลี รายงานข่าวว่า เมื่อวันศุกรที่ผ่านมา (12 ส.ค.) ทางการอิตาลีได้ดำเนินการเนรเทศชายชาวตูนิเซีย ที่ต้องสงสัยว่า มีแผนการก่อเหตุวินาศกรรมบริเวณหอเอนเมืองปิซ่า

นายบิเลล ชิอาห์วี อายุ 26 ปี ถูกจับกุมตัวเมื่อวันพฤหัสบดีหลังจากที่ได้เขาโพสต์ข้อความบนเครือข่ายออนไลน์ แสดงความชื่นชมการก่อเหตุวินาศกรรมหลายครั้งในยุโรปของพวกกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง และได้ระบุอีกว่า มีความตั้งใจที่จะก่อเหตุวินาศกรรมบริเวณหอเอนเมืองปิซ่า

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า ผู้พิพากษาได้ลงนามในคำสั่งเนรเทศออกนอกประเทศ โดยระบุว่า “มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ชายตูนิเซียคนนี้มีความใกล้ชิดกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงและกองกำลังรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส

ภายหลังการเกิดเหตุวินาศกรรมในประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม ความกังวลว่าจะมีการก่อการร้ายโดย “หมาป่าโดดเดี่ยว” (un “loup solitaire”) ในประเทศอิตาลีเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ อิตาลีได้รเนรเทศพวกมุสลิมหัวรุนแรงหลายคนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา.

 

นักวิทย์ทึ่ง! พบฉลามกรีนแลนด์อายุ 400 ปี ทุบสถิติสัตว์มีกระดูกสันหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689136

 

ฉลามกรีนแลนด์ทำลายสถิติกลายเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อายุยืนที่สุดในโลก หลังจากตรวจสอบด้วยวิธีการใหม่ของนักวิทยาศาสตร์ พบว่ามันมีอายุถึง 400 ปีทีเดียว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฉลามกรีนแลนด์ กลายเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกแล้ว หลังจากทีมนักวิจัยใช้วิธีการหาอายุจากธาตุกัมมันตรังสี (radiocarbon dating) เพื่อหาอายุของปลายสายพันธ์ุนี้จำนวน 28 ตัว และพบว่าฉลามกรีนแลนด์เพศเมียตัวหนึ่งในนี้มีอายุประมาณ 400 ปีทีเดียว นอกจากนี้ ยังพบว่าพวกมันโตขึ้นแค่ปีละ 1 ซม. และกว่าจะเข้าสู่วัยเจริญพันธ์ุก็ต้องมีอายุถึง 150 ปี

video pic
http://www.thairath.co.th/clip/64583

ผลการค้นพบดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร ‘journal Science’ โดย จูเลียส เนลสัน นักชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ผู้นำการเขียนผลวิจัย ระบุว่า “เรามีประสบการการรับมือกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ปกติ แต่ผมคิดว่าทุกคนที่ทำการวิจัยรู้สึกประหลาดใจมากที่รู้ว่า ฉลามพวกนี้แก่ขนาดนี้” อนึ่ง เจ้าของสถิติสิ่งมีชีวิตมีกระดูกสันหลังที่อายุยืนที่สุดโลกตัวเก่าคือ วาฬหัวคันศร มีอายุประมาณ 211 ปี แต่ถ้ารวมสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเข้าไปด้วย หอยหมิง (Ming) จะกลายเป็นสัตว์ที่อายุยืนที่สุดในโลก โดยตัวที่แก่สุดที่เคยพบมีอายุถึง 507 ปี


ฉลามกรีนแลนด์พบได้ในตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก

ทั้งนี้ ฉลามกรีนแลนด์เป็นสัตว์น้ำขนาดใหญ่ สามารถมีความยาวสูงสุดถึง 5 ม. พวกมันสามารถพบได้ในน้ำลึกและเย็นของมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ โดยจะว่ายน้ำอย่างช้าๆ และพฤติกรรมที่ไม่เร่งร้อนเช่นนี้ ทำให้อัตราการเติบโตของมันต่ำมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อมานานแล้วว่า ฉลามกรีนแลนด์มีอายุยืนยาว แต่จนถึงตอนนี้ การหาอายุของมันก็เป็นเรื่องยาก เนื่องจากฉลามกรีนแลนด์ไม่มีส่วนแข็งในร่างกายให้ตรวจสอบการเติบโต ตามการเปิดเผยของนายเนลสัน

จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์พบว่า เลนส์ตาของฉลามกรีนแลนด์ประกอบด้วยองค์ประกอบพิเศษ คือโปรตีนที่ย่อยสลายอย่างช้าๆ ซึ่งหมายความว่า หลังจากโปรตีนชนิดนี้ถูกสังเคราะห์ในร่างกาย มันจะไม่สามารถสร้างใหม่ได้อีก พวกเขาจึงสามารถแยกเยื่อที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่มันยังเป็นลูกฉลาม และตรวจสอบด้วยวิธีการหาอายุจากธาตุกัมมันตรังสี

ฉลามกรีนแลนด์ทั้ง 28 ตัว ที่ถูกนำมาทดสอบ ส่วนใหญ่ตายแล้วเพราะติดอวนนักประมง โดยตัวที่ขนาดใหญ่ที่สุดเป็นเพศเมียมีความยาวถึง 5 ม. และมีอายุยืนยาวมาก แต่เนื่องจากการตรวจสอบด้วยวิธีการหาอายุจากธาตุกัมมันตรังสี ไม่อาจบอกตัวเลขอายุที่แน่นอน พวกเขาจึงเชื่อว่ามันมีอายุระหว่าง วัยสาวที่ 272 ปี หรืออาจแก่ขนาดมีอายุ 512 ปี แต่นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ตัวเลขที่แท้จริงน่าจะอยู่ตรงกลางที่ประมาณ 400 ปี

 

ดาราดังอินเดียโวยมะกัน โดน ตม.กักตัวซ้ำแล้วซ้ำอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ส.ค. 2559 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689002

 

ชาห์ รุคห์ ข่านห์ นักแสดงคนดังแห่งบอลลิวูดของอินเดีย วัย 50 ปี แสดงความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์ ไม่พอใจถูกกักตัวโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ บริเวณสนามบินนานาชาติหลายครั้งหลายครา โดยระบุนับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบหลายปี เขาแสดงความคิดเห็นว่าเข้าใจดีต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของทางการสหรัฐฯ เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก แต่การถูกกักตัวตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้รู้สึกแย่มาก ขณะที่เหล่าแฟนคลับดาราดังต่างแสดงความข้องใจว่าเหตุใดนักแสดงคนดังมากที่สุดคนหนึ่งของอินเดียจึงต้องถูกกักตัวก่อนเข้าประเทศบ่อยครั้งนัก

ทั้งนี้ ข่านห์ถูกกักตัวที่สนามบินนครลอสแอนเจลิส แต่ไม่มีรายละเอียดว่านานเท่าไหร่และทำไม ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2555 เขาเคยถูกกักตัวที่สนามบินแห่งหนึ่งใกล้มหานครนิวยอร์กนานถึง 90 นาที และก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2552 ถูกกักตัวที่สนามบินเมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์นานกว่า 2 ชั่วโมง หลังสถานทูตอินเดียในสหรัฐฯยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯฝ่ายกิจการเอเชียใต้และเอเชียกลาง แถลงแสดงความเสียใจและระบุว่าแม้แต่นักการทูตของสหรัฐฯก็เผชิญสถานการณ์เดียวกันนี้บ่อยๆ.

 

สยอง! ชิงช้าสวรรค์ในสหรัฐฯ ร่วง เด็กบาดเจ็บ 3 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ส.ค. 2559 04:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/688997

 

เด็กหญิงชาวอเมริกัน 2 คน จาก 3 คน อายุระหว่าง 6-16 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัว ส่งโรงพยาบาลรัฐเทนเนสซีเมื่อวันพฤหัสบดี 11 ส.ค. หลังเกิดเหตุกระเช้าชิงช้าสวรรค์ภายในงานประจำปีที่ กรีน เคาน์ตี เกิดหลุดออกจากวงล้อ ตกลงสู่พื้นดินสูงระยะ 30-45 ฟุต คาดว่าเพราะเหตุขัดข้องทางเทคนิค

เหตุการณ์นี้ เคราะห์ดีที่เด็กหญิงทั้งสามคน ซึ่งอยู่ภายในกระเช้าเดียวกันไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงชีวิต ส่วนเจ้าของเครื่องเล่นอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ต.ค.ปี 2556 ที่รัฐนอร์ท แคโรไลนา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน จากเหตุเครื่องเล่นลักษณะถูกหมุนเหวี่ยงเกิดหลุดจากฐานปลิวตกกระแทกพื้นมาแล้ว.

 

เบลเยียมจัด ‘พรมดอกไม้’ ครั้งที่ 20 บนจัตุรัสสวยสุดในโลกกลางบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 03:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689107

 

ประเทศเบลเยียมเริ่มจัดงาน พรมดอกไม้ ในกรุงบรัสเซลส์แล้วเมื่อวันศุกร์ โดยจะมีการนำดอกไม้หลายแสนดอกมาวางเรียงกันเป็นพรมบนจัตุรัสที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุดในโลก…

ประเทศเบลเยียมเริ่มการจัด “พรมดอกไม้” (Flower Carpet) บนจัตุรัสกรองด์ปลาสที่ได้ชื่อว่าเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในโลกใจกลางกรุงบรัสเซลส์ที่ได้รับการจัดเป็นมรดกโลกในปี 2541 ที่มีการจัดขึ้นสองปีครั้ง โดยการนำดอกเบโกเนียสดจำนวนกว่า 600,000 ดอกมาวางเรียงเป็นลวดลายคล้ายพรมขนาดยาว 77 เมตร กว้าง 24 เมตรบนพื้นที่ 1,800 ตารางเมตร โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 สิงหาคม รูปแบบของพรมเน้นการฉลองความสัมพันธ์เบลเยียม-ญี่ปุ่นครบ 150 ปี


สวนดอกไม้บนจัตุรัสที่สวยที่สุดในโลก

การจัดวางดอกไม้สดเป็นรูปแบบพรมนี้ มีการออกแบบล่วงหน้าถึง 2 ปีโดยนายมาร์ค สโคเทท กราฟิกและสถาปนิกด้านไม้ดอก ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบพรมดอกไม้เบโกเนีย และได้รับแนวคิดจากนายฟูจิ ซูซุกิ นักออกแบบรุ่นใหม่ชาวญี่ปุ่นที่จบจากมหาวิทยาลัยซับโปโรเมื่อปี 2001 และรับผิดชอบการออกแบบโครงร่างสำหรับพิพิธภัณฑ์และการจัดงานแสดงหลายแห่ง โดยรูปแบบพรมจะเป็นการเน้นธรรมชาติตามวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นในหลากหลายรูปแบบ อาทิ ดอกไม้ นก ลม และพระจันทร์ ที่เป็นสัญลักษณ์ความงดงามของธรรมชาติ, ปลาคาร์พญี่ปุ่นที่เป็นสัญลักษณ์ของพลกำลังและการเจริญเติบโต, ต้นสนและต้นไผ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของฤกษ์งามยามดี รวมทั้งดอกเชอรี่ที่ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิด้วย

การจัดวางพรมดอกไม้เริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม โดยจัดทำแบบร่างของพรมดอกไม้พิมพ์ลงบนแผ่นพลาสติกเท่าขนาดจริงที่มีการเจาะรู นำมาวางทาบลงบนจัตุรัสกรองด์ปลาส ใช้อาสาสมัครจำนวน 120 คนที่ค่อยๆ บรรจงวางดอกไม้จำนวนเกือบล้านดอก (300 ดอกต่อตารางเมตร) ลงบนพื้นตามแบบร่าง ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในคืนวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม เวลา 21.30 น. พร้อมการแสดงแสงสีเสียงใช้เพลงจากละครโอเปร่าเรื่อง “มาดามบัตเตอร์ฟลาย” ของจาโคโม ปุชชีนี เปิดให้ชมตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จนถึงวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม

ตระการตา! งานจัด ‘พรมดอกไม้’ ครั้งที่ 20 ในกรุงบรัสเซลส์

เมินถูกรีพับลิกันตัดหางปล่อยวัด-ทรัมป์ขู่เอาคืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ส.ค. 2559 03:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/688988

 

นสพ.โพลิติโก รายงานเมื่อ 12 ส.ค.ว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันผู้ทรงอิทธิพลมากกว่า 70 คน ร่วมลงนามในจดหมายส่งถึงนายเรนซ์ พรีบัส ประธานคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน เรียกร้องพรรครีพับลิกันหยุดให้เงินทุนสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนของพรรคเพื่อหาเสียงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ให้สนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสแทน

“พวกเราเชื่อว่าการก่อให้เกิดความแตกแยก สะเพร่าไม่ระมัดระวัง ไร้สมรรถภาพและการไม่ได้รับความนิยมถึงขีดต่ำสุดของนายทรัมป์จะเป็นการหยิบยื่นชัยชนะให้พรรคเดโมแครตอย่างถล่มทลาย และไม่น่าเป็นการตัดสินใจยากอะไร โอกาสได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของนายทรัมป์ค่อยๆเลือนหายไปทุกวันจากทั้งพฤติกรรมและการล้อเลียนหรือละเมิดผู้มีสิทธิออกเสียงนับล้านๆ คน รวมทั้งผู้พิการผู้หญิงและชาวมุสลิม” เนื้อหาในร่าง จ.ม.ที่ นสพ.โพลิติโกได้รับมาระบุ

ด้านนายทรัมป์ยังไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน กล่าวตอบโต้ว่า ไม่รู้สึกเป็นห่วงว่าจะถูกพรรคตัดหางปล่อยวัด และถ้าพวกเขาทำจริง ทั้งหมดที่ตนต้องทำก็คือหยุดหาทุนเข้าพรรครีพับลิกัน


เรนซ์ พรีบัส ประธานคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน

กรณี จ.ม.ต่อต้านนายทรัมป์ข้างต้น นับเป็นกระแสต่อต้านจากภายในพรรครีพับลิกันระลอกล่าสุดที่ถาโถมโจมตีนายทรัมป์และมีขึ้นไม่นานหลังก่อนหน้านี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรีพับลิกัน 50 คนร่วมลงนามใน จ.ม.เปิดผนึกเพื่อต่อต้านและประกาศไม่ลงคะแนนให้นายทรัมป์มาแล้ว ซึ่งนายทรัมป์ได้ตอบโต้ว่า เป็นพวกนักการเมืองชั้นนำเก่าที่หวงอำนาจ

ขณะเดียวกัน มีข่าวว่าทีมที่ปรึกษาของนายทรัมป์เตรียมหารือเจ้าหน้าที่พรรครีพับลิกันใน 12 ส.ค.นี้ด้วย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่านายทรัมป์กำลังหาตัวช่วยกอบกู้การหาเสียงของเขาที่กำลังจะอับปางลง ด้านแกนนำพรรครีพับลิกันบางคนเห็นว่ายังคงพอมีความหวังอยู่บ้าง หากทรัมป์เน้นหาเสียงโจมตีนางคลินตันให้มากกว่าคนพรรคเดียวกัน


บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ส่วนกรณีที่นายทรัมป์เพิ่งกล่าวหาประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ และนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งของเขาว่า เป็นผู้ร่วมก่อตั้งกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) กลุ่มก่อการร้ายที่แผ่อิทธิพลอยู่ในอิรักและซีเรีย ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงโลกในปัจจุบันนั้น ฝ่ายทีมหาเสียงของนางคลินตัน ตอบโต้คืนว่า เป็นการกล่าวอ้างด้วยข้อมูลผิดๆ และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทรัมป์พูดเสียดสีสหรัฐฯ.

 

โจมตีทางอากาศดับชีพ 1 ใน 3 วัยรุ่นหญิงอังกฤษหนีเข้าซีเรียซบ ‘ไอซิส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 02:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689096

 

คาดิซา สุลตานา (ซ้าย), ชามิมา เบกุม (กลาง) และ อามิรา อาเบส เตรียมเดินทางออกจากสนามบินแกตวิก

1 ใน 3 วัยรุ่นหญิงอังกฤษ ที่เดินทางออกจากสหราชอาณาจักรไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสเมื่อปีก่อน ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศ ไม่กี่เดือนหลังจากเธอบอกกับครอบครัวว่า กำลังวางแผนหนีจากซีเรีย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คาดิซา สุลตานา หนึ่งในวัยรุ่นหญิงชาวสหราชอาณาจักร 3 คน ที่เดินทางออกจากกรุงลอนดอน เพื่อไปเข้าร่วมกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในประเทศซีเรีย เสียชีวิตแล้วในการโจมตีทางอากาศที่เมืองรักกา ฐานที่มั่นใหญ่สุดของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้

เมื่อปีก่อน น.ส.สุลตานา เดินทางออกจากเมืองเบธนัล กรีน ทางตะวันออกของกรุงลอนดอนไปประเทศซีเรียพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คนคือ น.ส.อามิรา อาเบส และน.ส. ชามิมา เบกุม ซึ่งตอนนั้นทั้ง 3 คนเพิ่งมีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น เพื่อไปแต่งงานกับนักรบไอซิส

เรื่องราวของวัยรุ่นทั้ง 3 คนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกในเดือนก.พ. 2015 หลังจากครอบครัวของพวกเธอออกมาเรียกร้องต่อสังคมให้ช่วยหาข้อมูลของหญิงกลุ่มนี้ ก่อนที่ในช่วงปลายปี ครอบครัวของสุลตานาจะออกมาอ้างต่อสำนักข่าว ไอทีวี นิวส์ ว่า สุลตานาตาสว่างเกี่ยวกับการใช้ชีวิตภายใต้ไอซิสแล้ว และพยายามวางแผนหนีกลับสหราชอาณาจักร

แต่ล่าสุด ครอบครัวของสุลตานาออกมาบอกกับ ไอทีวี นิวส์ อีกครั้งว่า พวกเขาได้รับแจ้งจากผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองรักกา ว่า สุลตานาเสียชีวิตแล้ว หลังจากบ้านของเธอในเมืองรักกาถูกทำลายในการโจมตีทางอากาศของเครื่องบนรบที่เชื่อว่าเป็นของรัสเซีย เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

“เราคาดไว้เหมือนกันว่ามันจะเป็นแบบนี้” ฮาลิมา พี่สาวของสุลตานาบอกกับ ไอทีวี นิวส์ “อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเธอไปอยู่ในที่ที่ดีกว่าแล้ว เราไม่อยากให้ชื่อของเธอปรากฏในพาดหัวข่าวอีก เธอจากไปแล้ว และเราอยากจะเคารพความปรารถนาของเธอ”

ทั้งนี้ ตามการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ วัยรุ่นหญิงทั้ง 3 คน เดินทางโดยเครื่องบินออกจากสหราชอาณาจักรเข้าสู่ประเทศตุรกี ก่อนจะเดินทางโดยรถบัสไปยังชายแดนและลักลอบเข้าสู่ประเทศซีเรีย ขณะที่ครอบครัวของสุลตานาเชื่อว่าหญิงสาวกลุ่มนี้แต่งงานกับชาวต่างชาติที่ไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิส โดยสามีของสุลตานาเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายโซมาเลีย ซึ่งถูกสังหารเมื่อปลายปีก่อน

ด้านทนายความของครอบครัวสุลตานาเชื่อว่า วัยรุ่นหญิงอีก 2 คนที่เดินทางไปด้วยกันกับเธอ ยังคงอาศัยอยู่ในเมืองรักกา

อนึ่ง หญิงกลุ่มนี้เป็นหนึ่งในชาวสหราชาอาณาจักรอย่างน้อย 800 คนที่เชื่อว่าเดินทางออกจากยูเคไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสในซีเรียและอิรัก โดยในจำนวนนี้ราว 350 คนเดินทางกลับมาตุภูมิแล้ว ซึ่งบางส่วนถูกจับดำเนินคดีทันทีที่เดินทางมาถึง และอีกส่วนได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ แต่ต้องถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิด