สุดสลด! เด็กมะกัน 10 ขวบเสียชีวิตขณะเล่นสไลเดอร์น้ำสูงที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 23:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685183

 

เด็กชายวัยเพียง 10 ขวบเสียชีวิตขณะเล่นเครื่องเล่นสไลเดอร์น้ำที่สูงที่สุดในโลก ในรัฐเทกซัส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุน่าเศร้าที่สวนน้ำ ‘ชลิตเทอร์บาห์น วอเตอร์ พาร์ค’ ในเมืองแคนซัส ซิตี รัฐเทกซัส เมื่อเด็กชาย คาเลบ ชวาบ ลูกชายวัย 10 ขวบของนายสกอตต์ ชวาบ ส.ส. รัฐเทกซัส เสียชีวิตขณะเล่นเครื่องเล่น ‘เวอร์รุคต์’ ซึ่งเป็นสไลเดอร์น้ำที่มีความสูงที่สุดในโลก

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ โดยผู้เล่นเครื่องเล่น เวอร์รุคต์ ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันแปลว่า บ้าคลั่ง จะต้องนั่งบนเรือยางขนาดนั่งได้ 3 คน ก่อนจะถูกปล่อยลงมาจากความสูงเกือบ 169 ฟุต (ราว 51.5 ม.) และสไลด์ลงมาด้วยความเร็วถึง 105 กม./ชม. โดยมีเข็มขัดรัดบริเวณเอวและไหล่เพื่อความปลอดภัย


นั่งบนเรือยางลงมาจากความสูง 51.5 ม.

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การเสียชีวิตของเด็กชายคนนี้ โดยมีพยานเห็นเหตุการณ์บอกว่าเด็กคนนี้อาจตกจากสไลเดอร์ แต่ไม่มีการยืนยัน ขณะที่นายเทอร์รี ซีเกลอร์ ผู้บัญชาการตำรวจแคนซัสซิตี เผยว่า พวกเขาสอบสวนคดีนี้โดยมองว่าเป็นอุบัติเหตุ

ด้านนางแพม เรนเทอเรีย โฆษกของสวนน้ำชลิตเทอร์บาห์น วอเตอร์ พาร์ค เป็นตัวแทนกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และแถลงว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก พวกเขาจึงตัดสินใจปิดสวนน้ำแห่งนี้ในวันอาทิตย์และวันจันทร์ รวมทั้งปิดสไลเดอร์ที่เกิดเหตุระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนอย่างเต็มรูปแบบ

โฆษกหญิงผู้นี้ย้ำด้วยว่า ทางสวนน้ำตรวจสภาพเครื่องเล่นทุกชิ้นทุกวัน และยอมรับด้วยว่า พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเขาไม่เคยประสบเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน

 

ผู้โดยสารสายการบินเดลต้าวุ่น ระบบเช็ก-อินล่ม ระงับเที่ยวบินขาออกทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 18:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685041

 

ผู้โดยสารสายการบินเดลต้า วุ่น…ระบบเช็ก-อินของสายการบินล่ม ส่งผลต้องประกาศระงับเที่ยวบินขาออกทั่วโลกทุกเที่ยวบิน พร้อมแจ้งผ่านทางทวิตเตอร์ ผู้โดยสารควรตรวจสอบสถานะของเที่ยวบิน ก่อนจะเดินทางมาขึ้นเครื่อง

เมื่อ 8 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บรรดาผู้โดยสารที่เตรียมจะขึ้นเครื่องบินโดยสารของสายการบินเดลต้า ในสหรัฐฯ วุ่น เมื่อสายการบินเดลต้า แอร์ไลน์สต้องประกาศระงับเที่ยวบินขาออกทุกเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากกำลังประสบปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ ‘เช็ก-อิน’ ของสายการบินเกิดล่ม และเบื้องต้นยังไม่ทราบระยะเวลาว่านานเพียงใด ที่ทางสายการบินเดลต้าจะสามารถแก้ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ

ข่าวแจ้งว่า สายการบินเดลต้า แอร์ไลน์ส ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์เมื่อ 8 ส.ค. แจ้งผู้โดยสารของสายการบินเดลต้าว่า ควรตรวจสอบสถานะของเที่ยวบินก่อนที่จะเดินทางมายังสนามบิน พร้อมระบุว่า ทางสายการบินกำลังเร่งแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่เที่ยวบินขาเข้าไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้


ที่กรุงลอนดอน ท่าอากาศยานฮีทโธรว์ แจ้งว่า เที่ยวบินขาออกของสายการบินเดลต้ากำลังมีปัญหา ‘ดีเลย์’ ออกล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์เช็ก-อินของสายการบินที่เชื่อมต่อไปทั่วโลกประสบปัญหา ทั้งนี้ตามรายงานของ IATA ได้จัดอันดับให้สายการบินเดลต้าเป็นสายการบินที่มีผู้โดยสารใช้บริการขึ้นเครื่องบินมากที่สุด เป็นอันดับ 3 ของโลก.

 

เศร้า!ชายญี่ปุ่นปาระเบิดเพลิง งานพาเหรดที่โตเกียว เจ็บ 15 ก่อนผูกคอตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 18:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684986

 

(ภาพจากยูทูบ : タカ)

เกิดเหตุระทึกที่จบด้วยความเศร้าในญี่ปุ่น… ชายสูงอายุ ปาระเบิดเพลิงลงมาจากชั้น 3 ใส่ฝูงชน ระหว่างมีงานเดินพาเหรด ในกรุงโตเกียว มีผู้บาดเจ็บ 15 ราย ก่อนต่อมา ชายผู้ก่อเหตุจะเข้าไปผูกคอตายในห้องพัก

เมื่อ 8 ส.ค. 59 สื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น รายงาน เกิดเหตุระทึก มีชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งปาระเบิดเพลิงเข้าใส่ผู้คน โดยไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ ในระหว่างมีงานเดินขบวนพาเหรด บนถนนย่านช็อปปิ้งสายหนึ่ง ใกล้สถานีรถไฟ ฟูจิมิงาโอกะ ในกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. จนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ฝูงชนอย่างมาก และยังเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 15 ราย ก่อนต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพบว่า ชายซึ่งเป็นผู้ปาระเบิดเพลิงครั้งนี้ เป็นชายสูงอายุ และเขาได้แขวนคอตายสลด ที่ห้องพักบนอพาร์ตเมนต์ ชั้น 3

ข่าวแจ้งว่า มีพยานเห็นเหตุการณ์ เป็นชายวัย 45 ปี เล่าว่า ครอบครัวของเขาได้เห็นขวด 3 ใบ ถูกโยนลงมาจากชั้น 3 ของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว จากนั้น ขวดทั้ง 3 ใบก็ได้ระเบิดและเกิดไฟลุกไหม้บนถนน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

 

โหดมาก! บึมสุดช็อก ถล่มโรงพยาบาล ปากีสถาน ดับสลดแล้ว 53 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/684837

 

เกิดเหตุระเบิดสะเทือนขวัญ ถล่มโรงพยาบาลในเมืองเควตตา ของปากีสถาน คนร้ายเลือกก่อเหตุบริเวณทางเข้าแผนกฉุกเฉิน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลดกว่า 50 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก

เมื่อ 8 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเควตตา ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 8 ส.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลดถึงอย่างน้อย 53 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณทางเข้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ที่มีผู้คนจำนวนมาก เพราะก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุ นายพิลาล อันวาร์ คาซี ทนายความคนดังชาวปากีสถานโดนยิงเสียชีวิตและถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาล ด้วยเหตุนี้เหตุระเบิดจึงทำให้มีทนายความและนักข่าวเสียชีวิตอีกหลายคนด้วย

ข่าวแจ้งว่า เหตุระเบิดที่โรงพยาบาลในเมืองเควตตา ยังไม่แน่ชัดว่ากลุ่มใดอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุสะเทือนขวัญ ขณะที่ตำรวจปากีสถานสันนิษฐานว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ อาจเป็นฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ โดยหลังเกิดเหตุระเบิด ยังได้ยินเสียงปืนต่อสู้กันดังกึกก้องด้วย


ด้านนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ออกมาประณามการก่อเหตุโจมตีโรงพยาบาลในเมืองเควตตา พร้อมประกาศว่าไม่มีใครจะอนุญาตให้มีการทำลายความสงบสุขในจังหวัดแห่งนี้.


ปธน.ตุรกีลั่น จะฟื้นโทษประหาร หากสภา-ปชช.สนับสนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684392

 

ชาวตุรกีฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจำนวนมหาศาลชุมนุมกันที่นครอิสตันบูล โดยประธานาธิบดีเอร์โดอัน ประกาศต่อหน้าประชาชนว่า จะอนุมัติโทษประหาร หากได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภาและประชาชน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวตุรกีฝ่ายสนับสนุน ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน นับแสนคนออกมาชุมนุมกันในนครอิสตันบูล ในการเดินขบวนที่ชื่อว่า “Democracy and Martyrs’ Rally” โดยผู้นำตุรกีกล่าวต่อหน้าฝูงชนซึ่งโบกธงชาติเพื่อแสดงการสนับสนุนเขาว่า เขาจะอนุมัติการกลับมาใช้โทษประหารอีกครั้ง หากเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภาและจากสังคม


ชายตุรกีฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจำนวนนับแสนคนชุมนุมกันที่นครอิสตันบูล

ทั้งนี้ การชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. เป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดของชาวตุรกีนับตั้งแต่เกิดความพยายามรัฐประหารเมื่อ 15 ก.ค. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 270 ขณะที่นายเอร์โดอันกล่าวหานายเฟตุลเลาะห์ กูเลน ศัตรูทางการเมืองของเขา ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และดำเนินการจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกับนายกูเลนจำนวนนับหมื่นคน

ขณะที่นานาชาติโจมตีวิธีตอบโต้หลังเกิดความพยายามรัฐประหารของตุรกี ซึ่งนายเอร์โดอันเสนอว่า อาจนำโทษประหารกลับมาใช้ใหม่ ทำให้สหภาพยุโรป (อียู) ต้องออกมาขู่ตุรกีว่า เรื่องนี้จะทำให้ความพยายามของตุรกีในการของเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต้องจบลง

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวต่อหน้าฝูงชนในวันอาทิตย์ว่า “รัฐสภาตุรกีคือผู้ที่จะตัดสินใจเรื่องโทษประหาร ผมขอประกาศไว้ก่อนเลย ผมจะเห็นชอบการตัดสินใจของรัฐสภา” เอร์โดอันกล่าวเสริมด้วยว่า “เขาบอกว่าไม่มีโทษประหารในอียู แต่สหรัฐฯ มี ญี่ปุ่นมี จีนมี ประเทศส่วนใหญ่ในโลกมี ดังนั้นโทษประหารจึงได้รับอนุญาตให้มีได้ เราก็เคยมีโทษประหารจนถึงปี 1984 อธิปไตยเป็นของประชาชน ฉะนั้น หากประชาชนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ ผมมั่นใจว่าพรรคการเมืองต่างๆ จะปฏิบัติตาม”


ผู้ชุมนุมโบกธงชาติแสดงการสนับสนุนรัฐบาล

นอกจากนี้ นายเอร์โดอันยังประกาศจะกวาดล้างพรรคพวกของนายกูเลนใหม่หมดสิ้น “แน่นอนว่าเรารู้ตัวสมาชิกขององค์กรนี้ทุกคนแล้ว และการกำจัดพวกนั้นให้หมดสิ้นก็อยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่หากเราพอใจแค่นี้ เท่ากับเราปล่อยให้การป้องกันของประเทศอ่อนแอต่อไวรัสเดิมๆ”

ขณะที่นายบิลานี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกี กล่าวต่อหน้าผู้ชุมนุมก่อนที่นายเอร์โดอันจะขึ้นพูดว่า นายกูเลนจะถูกนำตัวกลับจากสหรัฐฯ มายังตุรกี เพื่อให้เขาชดใช้ต่อความพยายามก่อรัฐประหาร

 

ดูเตร์เตเปิดโปง 150 จนท.รัฐเอี่ยวยาเสพติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ส.ค. 2559 03:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684273

 

ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ แถลงทางโทรทัศน์ที่เมืองดาเวา เมื่อ 7 ส.ค. โดยเปิดเผยรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 150 คนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งข้าราชการ ผู้พิพากษา ทหาร ตำรวจ นายกเทศมนตรี วุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งส่วนใหญ่ยังดำรงตำแหน่ง บางคนเกษียณอายุแล้ว โดยรายชื่อทั้งหมดรวบรวมโดยฝ่ายทหารและตำรวจที่ดูเตร์เตแต่งตั้งขึ้นในภารกิจกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติด

ผู้ที่อยู่ในรายชื่อถูกสั่งยึดใบอนุญาตครอบครองปืนและถูกเตือนให้เข้ามอบตัว ดูเตร์เตยังสั่งปลดทหารและตำรวจที่ระบุชื่อไว้ ขอให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงถอนตัวจากการทำงานให้กับข้าราชการและนักการเมืองเหล่านี้

นี่นับเป็นมาตรการล้างบางยาเสพติดและอาชญากรล่าสุดของเขาหลังขึ้นกุมอำนาจได้ 1 เดือน ซึ่งทั้งผู้ค้าและผู้ขายเสียชีวิตจากการปราบปรามขั้นเด็ดขาดแล้วกว่า 800 คน ถูกจับกุมอีกกว่า 4,400 คน อีกเกือบ 600,000 คนเข้ามอบตัว ซึ่งดูเตร์เตกล่าวว่า จะรับผิดชอบเองทั้งหมด หากผู้ที่อยู่ในรายชื่อถูกตรวจสอบแล้วว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

อนึ่ง ดูเตร์เตยังยืนยันว่าจะให้มีการฝังศพนายเฟอร์ดินาน อี. มาร์กอส อดีตประธานาธิบดีจอมเผด็จการ ซึ่งถูกพลังประชาชนขับไล่จากอำนาจในปี 2532 ที่สุสานวีรชนแห่งชาติ แม้ถูกฝ่ายต่อต้านขู่ชุมนุมประท้วง.

 

อิหร่านประหารนักวิทย์นิวเคลียร์ฮีโร่ ข้อหาแปรพักตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ส.ค. 2559 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684271

 

มารดาและครอบครัวของนายชาห์ราม อามิรี นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของอิหร่าน วัย 39 ปี เผยต่อสำนักข่าวบีบีซี เมื่อ 6 ส.ค.ว่า นายอามิรีถูกประหารชีวิต และศพถูกส่งให้ครอบครัวทำพิธีฝังแล้ว โดยมีรอยเชือกที่คอ บ่งชี้ชัดว่าถูกแขวนคอ ทั้งนี้ นายอามิรีหายตัวไปหลังไปร่วมพิธีแสวงบุญที่นครเมกกะในซาอุดีอาระเบียในปี 2552 และปรากฏตัวที่สหรัฐฯใน 1 ปีต่อมา

ในวีดิโอที่บันทึกในสหรัฐฯ เขาระบุว่า ถูกสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ลักพาตัวไป เพื่อรีดข้อมูลอันละเอียดอ่อนด้านโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยถูกคุมตัวไปที่บ้านหลังหนึ่งที่ไม่รู้ว่าที่ไหน ถูกฉีดยาสลบ ถูกกดดันเชิงจิตวิทยาอย่างหนัก


อามิรีได้รับการต้อนรับอย่างฮีโร่

ในวีดิโออีกชิ้น เขาระบุว่า หลบหนีจากที่คุมขังในสหรัฐฯได้ และเดินทางกลับกรุงเตหะรานในปี 2553 ท่ามกลางการต้อนรับเยี่ยงวีรบุรุษ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯอ้างว่า นายอามิรีแปรพักตร์โดยสมัครใจ และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับสหรัฐ ต่อมามีรายงานว่า นายอามิรีถูกศาลอิหร่านตัดสินจำคุกยาวนานหลังกลับเตหะราน

ในรอบกว่า 10 ปีหลัง อิหร่านถูกสงสัยว่าลอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่อิหร่านปฏิเสธและยืนยันว่าตนพัฒนานิวเคลียร์เชิงสันติเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า จนกระทั่งเดือน ม.ค.ปีนี้ อิหร่านบรรลุข้อตกลงกับชาติมหาอำนาจ ยอมควบคุมโครงการนิวเคลียร์แลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจ.

 

ยิงดับก่อการร้ายมีดพร้าฟันหน้าตร.เบลเยียมเจ็บ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ส.ค. 2559 01:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684268

 

ภัยคุกคามความมั่นคงในยุโรปยังน่าเป็นห่วง โดยเมื่อวันที่ 6 ส.ค. เกิดเหตุระทึกขวัญอีกครั้งทางตอนใต้ของประเทศเบลเยียม หลังคนร้ายลงมืออุกอาจบุกก่อเหตุหน้าสถานีตำรวจ ใช้มีดพร้าเป็นอาวุธลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเหวอะ ก่อนถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิต

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของนายเดวิด ควิโนซ์ โฆษกกรมตำรวจท้องถิ่นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 6 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ที่เมืองชาร์เลอควาทางภาคใต้ของเบลเยียม ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ไปประมาณ 60 กิโลเมตร โดยคนร้ายไม่เปิดเผยชื่อและอายุได้เดินปรี่เข้ามายังป้อมยามด้านหน้าสถานีตำรวจ ก่อนคว้ามีดพร้าออกมาจากกระเป๋าเป้สะพายหลัง ตะโกนอัลลาห์ฮูอัคบาร์ หรือพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และพุ่งเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่หญิงที่ยืนรักษาการอยู่ได้รับ บาดเจ็บ 2 นาย หนึ่งนายถูกฟันเข้าที่ใบหน้าเป็นแผลเหวอะ ส่วนอีกนายบาดเจ็บที่ใบหน้าเช่นกันแต่เล็กน้อย ทำให้เจ้าหน้าที่รายที่ 3 ซึ่งยืนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ตัดสินใจชักปืนยิงกระหน่ำใส่คนร้าย จนทรุดลงไปกองกับพื้น

ด้านทีมแพทย์โรงพยาบาลท้องถิ่นเปิดเผยว่า คนร้ายที่ถูกส่งตัวมาได้เสียชีวิตลงแล้วจากพิษบาดแผล ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย อาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งต่อมานายชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันตัวตนคนร้าย แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเหตุก่อการร้ายอีกครั้งในเบลเยียม ส่วนนายฌอง จัมบง รมว.มหาดไทยเบลเยียม เผยว่า จะยังคงระดับความเสี่ยงก่อการร้ายในประเทศอยู่ที่ระดับ 3 หรือมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุก่อการร้ายตามเดิม

วันเดียวกัน ศาลออสเตรเลียในนครเมลเบิร์น ตั้งข้อหาก่อการร้ายแก่นายฟิลิป กาเลีย วัย 31 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านพร้อมทำการจับกุม หลังพบหลักฐานว่า มีส่วนร่วมในการวางแผนและเตรียมการก่อการร้ายในประเทศ ขณะที่เจ้าตัวประกาศพร้อมสู้คดี กล่าวว่าข้อหาที่ได้รับนั้นเป็นการสมคบคิดเพื่อเล่นงานกลุ่มเคลื่อนไหวรักชาติ แต่ทั้งนี้ตำรวจมิได้ยืนยันว่า นายกาเลียเป็นสมาชิกกลุ่มขวาจัดคลั่งชาติ ที่ต่อต้านมุสลิมหรือไม่

ส่วนรัฐบาลสหรัฐฯยอมเปิดเผยเอกสารลับกระทรวงกลาโหมฉบับแก้ไขยาว 18 หน้า ว่าด้วยนโยบายและขอบเขตการใช้เครื่องบินไร้คนขับหรือโดรน โจมตีเป้าหมายก่อการร้าย แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า การเปิดเผยเป็นเรื่องดี แต่ในการนำไปปฏิบัติจริงยังมีสิ่งที่ไม่เปิดเผยอีกเยอะ.

 

มาซิโดเนียอ่วม ฝนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน คร่า 20 ศพในคืนเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684277

 

ประเทศมาซิโดเนีย ถูกพายุฝนพัดถล่มอย่างรุนแรงเมื่อคืนวันเสาร์ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 20 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการมาซิโดเนีย ประกาศใช้มาตรการสถานการณ์วิกฤติในเมืองหลวงกรุงสโกเปีย และเมืองเตโตโว เป็นเวลา 15 วัน หลังจากพายุฝนรุนแรงพัดถล่มภาคคะวันตกและภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนหลายหลัง รวมทั้งทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน จนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ราย ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

ข่าวระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกพบที่หมู่บ้านต่างๆ ในกรุงสโกเปีย เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ หลังจากที่พายุผ่านพ้นไปแล้ว โดยระดับน้ำฝนที่ตกลงมาในเมืองหลวงแห่งนี้อยู้ที่ 3.5 นิ้ว มากกว่าค่าเฉลี่ยฝนที่ตกในเดือนตุลาคมทั้งเดือน ขณะที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบางจุดถูกน้ำท่วมสูงถึง 1.5 ม.


ชาวบ้านในหมู่บ้านสตาจคอฟชี ในกรุงสโกเปีย ขนของหนีน้ำท่วม

ผู้เสียชีวิตบางส่วนจมน้ำตายภายในรถยนต์ของพวกเขาซึ่งถูกน้ำท่วมพัดพาไป ผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยที่สุด เป็นเด็กวัยเพียง 7-8 ขวบ ส่วนสำนักงานสารสนเทศมาซิโดเนีย (เอ็มไอเอ) เผยว่ามีผู้สูญหายอีก 6 คน นอกจากนี้บ้านเรือนหลายหลังยังคงถูกน้ำท่วม และไม่มีไฟฟ้าใช้ด้วย

ขณะที่สื่อของมาซิโดเนียรายงานว่า เมื่อคืนวันเสาร์มีการโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลจากทั่วกรุงสโกเปียถึง 65 ครั้ง โดยจนถึงตอนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาลมากกว่า 20 คน


หญิงคนหนึ่งรองน้ำดื่มที่รัฐบาลนำมาแจกจ่าย
 

ระทึก! เครื่องบินแอร์ แอลจีเรีย หายไปจากจอเรดาร์ หลังแจ้งเหตุฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2559 22:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/683491

 

เครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์ แอลจีเรีย เที่ยวบิน AH 1020 จากกรุงแอลเจียร์ มายังเมืองมาร์เซย์ ของฝรั่งเศส หายไปจากจอเรดาร์ หลังจากนักบินแจ้งเหตุฉุกเฉินกลางอากาศ  ก่อนต่อมา มีรายงานเครื่องบินกลับมาลงจอดได้อย่างปลอดภัยแล้ว

เมื่อ 6 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-600 ของสายการบิน แอร์ แอลจีเรีย เที่ยวบิน AH1020 จากกรุงอัลเจียร์ เมืองหลวงแอลจีเรีย มายังเมือง มาร์เซย์ ของฝรั่งเศส หายไปจากจอเรดาร์ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 ส.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังจากนักบินได้แจ้งเหตุฉุกเฉินขณะบินอยู่กลางอากาศ  ขณะที่สัญญาณเรดาร์จับได้ว่า เครื่องบินได้มีการเลี้ยวกลับไปยังเส้นทางเดิมที่บินมา ก่อนสัญญาณเรดาร์จะขาดหายไป

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ทวิตเตอร์ของ Air Algeria flight # AH1020 และสื่อท้องถิ่นในแอลจีเรีย รายงานว่า เครื่องบินโดยสารของสายการบิน แอร์ แอลจีเรียได้บินกลับมาลงจอดได้อย่างปลอดภัยแล้วที่กรุงแอลเจียร์ หลังจากสัญญาณเรดาร์หายไปนานถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง