ยังไม่จบ! อดีตลูกเขยซัมซุง ฟ้องแบ่งเงินสินสมรส หลังหย่า 4.9 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 18:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661099

 

(ภาพจากยูทูบ :Arirang News)

‘ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์’ อีกรอบ…อดีตลูกเขยประธาน บ.ซัมซุง ยื่นฟ้องขอแบ่งเงินสินสมรสกับ อี บู จิน บุตรสาวคนโตของ เจ้าของซัมซุง ถึง 49,000 ล้านบาท หลังศาลกรุงโซลเห็นชอบอนุมัติตามคำฟ้องของอี บู จิน ที่ขอหย่ากับสามี ต้นปีที่ผ่านมา

เมื่อ 11 ก.ค.59 สื่อท้องถิ่นในเกาหลีใต้รายงานข่าวครึกโครมถึงการหย่าร้างระหว่างนางสาว อี บู จิน บุตรสาวคนโตวัย 46 ปี ของประธานบริษัทซัมซุง อิเล็กทริกส์ มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเกาหลีใต้ กับ นายอิม วู แจ อดีตสามี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของบริษัทซัมซุง อิเล็กโทร-เมคานิคส์ ว่าถึงแม้ศาลครอบครัวกรุงโซลได้อนุมัติคำร้องของอี บู จินให้ทั้งคู่หย่าร้างกันได้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากอี บู จินได้ยื่นขอหย่าตั้งแต่ 2 ปีก่อน ทว่าเรื่องราวยังไม่จบเพียงแค่นี้ เนื่องจากนายอิม อดีตสามี ได้เดินหน้ายื่นฟ้องเรียกร้องแบ่งเงินสินสมรสจากอี บู จิน บุตรสาวประธานบริษัทซัมซุง เป็นเงินจำนวนถึง 1.2 ล้านล้านวอน หรือ 1.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 49,000 ล้านบาท)

โคเรีย เฮอรัลด์ สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า นายอิม ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องขอแบ่งเงินสินสมรสจำนวน 1.2 ล้านล้านวอน จากอดีตภริยา อี บู จิน ทายาทซัมซุงและประธานโรมแรมชิลลา ซึ่งถือเป็นเงินสินสมรสจากการหย่าจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ โดยในคำฟ้องยังระบุว่า ในจำนวนเงิน 10 ล้านวอนนั้น เป็นเงินชดเชยสำหรับการที่เขาต้องทุกข์ทรมานทางจิตใจระหว่างแต่งงานอยู่กินกับนางสาวอี


อี บู จิน ( ซ้ายสุด) กับ บิดา

สำหรับการแต่งงานระหว่างนางสาวอี ลูกสาวคนโตของมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเกาหลีใต้กับ นายอิม พนักงานของบริษัท เมื่อปี 2542 ซึ่งไม่ได้ถูกใจพ่อแม่ของฝ่ายหญิง กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ข่าวที่โด่งดังมากในเกาหลีใต้ เพราะนายอิม กลายเป็น ‘ซินเดอเรลล่า’ ชายที่ ‘ตกถังข้าวสาร’ ชีวิตแปรเปลี่ยนจากพนักงานมาเป็นบุตรเขยของท่านประธานบริษัทซัมซุง

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นายอิม ได้ออกมาเปิดเผยความลับว่าแท้จริงแล้ว เขาเป็นแค่เพียงบอดี้การ์ด หรือคนดูแลความปลอดภัยให้แก่นางสาวอีเท่านั้น และหลังแต่งงานแล้ว นายอี คุน ฮี ประธานบริษัทซัมซุง ผู้เป็นพ่อตา ได้ส่งเขาไปเล่าเรียนต่อระดับปริญญาที่สหรัฐฯ ทั้งที่เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย จนทำให้เขาเครียดมาก และเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง และพอหลังกลังจากสหรัฐฯ แล้ว เขาก็ทำงานในบริษัท และได้รับแต่งตั้งให้เป็นถึงรองประธาน ซัมซุง อิเล็กโทร-เมคานิคส์

อย่างไรก็ตาม หลังแต่งงานและมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนแล้ว ต่อมานางสาวอิมได้ยื่นฟ้องขอหย่าในปี 2557 หลังจากทั้งคู่ได้แยกกันอยู่มาตั้งแต่ปี 2555 และศาลครอบครัวกรุงโซลเพิ่งอนุมัติเห็นชอบคำฟ้องขอหย่าของนางสาวอิม เมื่อเดือนมกราคม ต้นปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งให้นางสาวอิมมีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรชายวัย 7 ขวบ พร้อมกับอนุญาตให้นายอิมมาพบบุตรชายได้เดือนละครั้ง.

 

บิล เกตส์ สั่งใช้ไก่ฆ่าความยากไร้ให้สิ้นจากโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.ค. 2559 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659999

 

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกวาดล้างความยากจนให้สิ้นไปจากโลก เจ้าพ่อเทคโนโลยีและมหาเศรษฐีโลก บิล เกตส์ ได้แนะนำให้ใช้ไก่เป็นอาวุธ เจ้าของบริษัทโปรแกรมประยุกต์ใหญ่ที่สุด ได้ลั่นวาจาว่า คอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ต ไม่ใช่ของวิเศษที่จะช่วยยกฐานะความเป็นอยู่ของคนยากจนที่สุดได้ หากแต่ควรจะแจกไก่ให้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย ไปเลี้ยงเป็นฝูง “ข้าพเจ้ามั่นใจว่า การจะช่วยเหลือคนยากจนที่สุด ให้เงยหน้าอ้าปาก ได้นั้น ก็ควรจะให้เขาเลี้ยงไก่” บุคคลผู้สร้างกองทรัพย์สินมูลค่าสูงถึง 2,625 พันล้านบาท จากการผลิตคอมพิวเตอร์ ไมโครซอฟท์ขายให้กับทุกบ้าน ได้ทำตามความคิดนี้เป็นตัวอย่างมาแล้ว แจกไก่ประมาณ 1 แสนตัว ให้กับครอบครัวยากจน ที่ในเขตกึ่งสะฮารา ของแอฟริกา ซึ่งประชาชนมีรายได้แค่วันละ 70 บาท ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ให้ครอบครัวในชนบทเหล่านี้เลี้ยงไก่ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากที่มีอยู่แค่ร้อยละ 5 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30

มหาเศรษฐีเกตส์กล่าวอ้างว่า การให้เลี้ยงไก่เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะเหตุว่า เลี้ยงไก่ไม่หมดเปลืองสักเท่าไร ทั้งยังขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และออกไข่ดก เนื้อของมันยังจะเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์แก่ครอบครัวอีกด้วย มันจะช่วยให้ผู้หญิงค่อยมีบารมีมากขึ้นด้วย เพราะว่าไก่เป็นสัตว์ตัวเล็ก และมักจะอยู่ใกล้บ้าน ตามวัฒนธรรมหลายแห่งถือว่ามันเป็นสัตว์ของผู้หญิง ต่างกับปศุสัตว์อย่าง แพะ หรือ วัว อีกทั้งแม่ค้าขายไก่จะสามารถลงทุน เพื่อช่วยให้ครอบครัวมีกำไรมากขึ้นด้วย.

 

แผ่นดินไหว 6.4 ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือเอกวาดอร์ ไม่เตือนสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 10:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660604

 

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือราวๆ 35 กม.จากเมืองโรซ่า ซาราเต้ ของประเทศเอกวาดอร์ โดยศูนย์กลางอยู่ลึก 35 กม.ไม่มีการเตือนสึนามิ และรายงานความเสียหาย…

เมื่อเวลา 09:01 น.วันที่ 11 ก.ค.2559 ตามเวลาประเทศไทย แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือราวๆ 35 กม.จากเมืองโรซ่า ซาราเต้ ของประเทศเอกวาดอร์ พิกัด Lat. 0.52, Long. -79.58 โดยศูนย์กลางอยู่ลึก 35 กม.ไม่มีการเตือนสึนามิ และรายงานความเสียหาย.

 

น่ายกย่อง! กลุ่มนักโทษเท็กซัสแหกคุกช่วยชีวิตผู้คุมหัวใจวาย (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660361

 

(ภาพ: NBC News)

กลุ่มนักโทษภายในห้องขังของศาลแขวงเมืองเวเธอร์ฟอร์ด ในรัฐเท็กซัส ก่อเหตุแหกคุกเพื่อเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือผู้คุมคนหนึ่งที่จู่ๆ ก็หมดสติและหัวใจหยุดเต้น ทำให้ผู้คุมรายนี้รอดชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มนักโทษภายในห้องขังของศาลแขวงเมืองเวเธอร์ฟอร์ด ในรัฐเท็กซัส ของสหรัฐฯ ก่อวีรกรรมน่ายกย่อง ด้วยการแหกคุกออกมาเรียกเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือผู้คุมคนหนึ่งที่จู่ๆ ก็หมดสติและมีอาการคล้ายกับหัวใจวาย ทำให้ผู้คุมคนนี้รอดชีวิตในท้ายที่สุด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยภาพจากกล้องวงจรแสดงให้เห็นนักโทษอย่างน้อย 8 คน ถูกคุมตัวอยู่ในห้องขังใต้ดิน จากนั้นผู้คุมซึ่งเฝ้าอยู่คนเดียวจู่ๆก็ทรุดตัวล้มลง ทำให้กลุ่มนักโทษพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ ก่อนจะแหกประตูห้องขังออกมาและไปทุบประตูเรียกเจ้าหน้าที่

หลังได้ยินเสียงวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ของศาลก็มาที่ห้องขังอย่างรวดเร็วและส่งนักโทษทุกคนกลับเข้าห้องขัง ก่อนจะเรียกทีมแพทย์มาช่วยฟื้นคืนชีพผู้คุมรายนี้ซึ่งหัวใจหยุดเต้นไปแล้วได้สำเร็จ

หลังเกิดเหตุ ร้อยเอก มาร์ค อาร์เนตต์ จากสำนักงานนายอำเภอเขต พาร์คเกอร์ เคาน์ตี ออกมากล่าวชื่นชมการตอบสนองอย่างรวดเร็วของบรรดานักโทษ มิเช่นนั้นอาจต้องใช้เวลานานถึง 15 นาทีกว่าเจ้าหน้าที่จะมาผู้คุมที่เกิดอาการป่วย

ชมคลิปที่นี่

 

นักข่าวมะกันผู้คว้ารางวัลพูลิตเซอร์จากสกู๊ป ‘ทุ่งสังหาร’ ลาโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.ค. 2559 02:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660319

 

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากการยืนยันของนายชาร์ลส ไคเซอร์ เพื่อนและอดีตนักข่าวไทม์ส ว่า นายซิดนีย์ ชานเบิร์ก ผู้สื่อข่าวอาวุโสชาวอเมริกันวัย 82 ปี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการทำข่าวเขมรแดง ช่วงกรุงพนมเปญแตกในปี 2518 จนคว้ารางวัลพูลิตเซอร์ และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อดัง “เดอะ คิลลิ่ง ฟิลด์” หรือ “ทุ่งสังหาร” ซึ่งคว้าทั้งรางวัลออสการ์และรางวัลลูกโลกทองคำในปี 2527 ได้เสียชีวิตลงแล้วที่เมืองพัฟคีพซี ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐฯ หลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่สัปดาห์ก่อนด้วยอาการหัวใจวาย

ทั้งนี้ นายซิดนีย์เป็นผู้สื่อข่าวประจำนิตยสารไทม์สของสหรัฐฯ ร่วมกับนายดิธ ปราน ผู้สื่อข่าวสัญชาติกัมพูชา ในกรุงพนมเปญ ที่คอยทำหน้าที่เป็นล่ามให้นายซิดนีย์ ซึ่งหลังจากเขมรแดงยึดกรุงพนมเปญและเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เสียชีวิตมากถึง 2.5 ล้านคน นายปรานได้ช่วยชีวิตไว้โดยพานายซิดนีย์หนีเข้าไปอยู่ในสถานทูตฝรั่งเศส และนั่งรถหนีต่อมายังกรุงเทพฯ ซึ่งต่อมานายซิดนีย์เขียนบทความเกี่ยวกับชีวิตของนายปราน ตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อว่า “เดอะ เดธ แอนด์ ไลฟ์ ออฟ ดิธ ปราน” ขณะที่นายปรานถูกจับเข้าค่ายเกษตรกรรม ก่อนหนีไปอยู่เมืองไทยอีก 4 ปีให้หลังและอพยพไปอยู่สหรัฐฯ ทำงานร่วมกันอีกครั้งกับนายซิดนีย์ กระทั่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อปี 2551.


ซิดนีย์ ชานเบิร์ก ในวัยหนุ่ม
 

ประท้วงต้านตำรวจยิงคนผิวสีลามทั่วสหรัฐฯ ถูกจับ-บาดเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 01:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660314

 

การชุมนุมประท้วงต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับคนผิวสีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในสหรัฐฯ ลุกลามไปยังหลายเมืองทั่วประเทศแล้วเมื่อวันเสาร์ โดยหลายจุดเกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ มีผู้ถูกจับกุมหลายราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การชุมนุมประท้วงต่อต้านเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารชายผิวสี 2 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน ลุกลามไปยังหลายเมืองทั่วประเทศแล้วในวันเสาร์ที่ผ่านมา รวมทั้งที่นครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี และมีหลายจุดที่เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ จนมีผู้ถูกจับกุมและผู้บาดเจ็บหลายราย


ผู้ชุมนุมในเมืองเซนต์ปอล ปิดถนนเชื่อมระหว่างรัฐหมายเลข 94

การประท้วงเมื่อวันเสาร์ ถือเป็นการประท้วงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงนาย อัลตัน สเตอร์ลิง อายุ 37 ปีจนเสียชีวิตที่เมืองบาตัน รูจ รัฐลุยเซียนา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (5 ก.ค.) ทั้งที่นายสเตอร์ลิงถูกตำรวจนายอื่นจับกดอยู่กับพื้นแล้ว และเหตุตำรวจยิงนายฟิแลนโด คาสติล อายุ 32 ปี จนเสียชีวิตคารถที่เมืองเซนต์ปอล รัฐมินเนโซตา เมื่อคืนวันพุธที่ 6 ก.ค.

เหตุการณ์ดังกล่าวสุมไฟแห่งความโกรธแค้นของผู้ประท้วงโดยเฉพาะชาวแอฟริกันอเมริกันใช้ลุกโชนขึ้น เนื่องจากเกิดกรณีลักษณะคล้ายกันนี้หลายต่อหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่าน รวมถึงกรณีของนาย ไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวสีที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตทั้งที่ไม่มีอาวุธในเมืองเฟอร์กุสัน ในเขต เซนต์หลุยต์ เคาน์ตี รัฐมิสซูรีเมื่อปี 2014 จนทำให้เกิดการจลาจล และประท้วงนานหลายสัปดาห์

ขณะที่การประท้วงครั้งล่าสุดในวันเสาร์ ผู้ชุมนุมจำนวนหลายร้อยคนในเมืองเซนต์ปอล รวมตัวกันปิดถนนเชื่อมระหว่างรัฐหมายเลข 94 (ไอ-94) ทำให้การจราจรติดขัด ก่อนจะเกิดการปะทะกับตำรวจที่มาขอคืนพื้นที่ โดยผู้ชุมนุมขว้างปาสิ่งของทั้งก้อนหินแะลขวดน้ำเข้าใส่ตำรวจทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ขณะที่ตำรวจตอบโต้ด้วยปืนกระสุนยาง, แก๊สน้ำตาและระเบิดควัน และจับกุมผู้ประท้วงไปหลายคน ต่อมาในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ตำรวจเริ่มดำเนินการเก็บความขยะออกจากถนน ไอ-94 เพื่อเตรียมปิดใช้งานอีกครั้ง


ตำรวจจับกุมผู้ชุมนุมคนหนึ่ง ระหว่างการประท้วงที่เมืองบาตัน รูจ

อีกด้านหนึ่ง เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ ที่เมืองบาตัน รูจ เกิดการตะลุมบอนระหว่างตำรวจกับกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่เรียกตัวเองว่า ‘แบล็ค แพนเธอร์’ ซึ่งมีหลายคนที่พกพาปืนลูกซองมาเดินขบวนประท้วงด้วย เนื่องจากกฎหมายของรัฐลุยเซียนาอนุญาตให้พกพาอาวุธได้อย่างเปิดเผย โดยมีผู้ชุมนุมถูกตำรวจปราบจลาจลจับกุมตัวประมาณ 30 คน และยึดอาวุธปืนไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงเกิดขึ้นในอีกหลายเมืองรวมถึงที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี, เมืองอินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา และที่เมืองซาน ฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยผู้ชุมนุมออกมาปิดถนนชั่วระยะเวลาหนึ่ง ส่วนการประท้วงที่นครนิวยอร์ก ผู้ชุมนุมหลายร้อยคนออกมาเดินขบวนไปยังจัตุรัสยูเนียน และปิดถนน ฟิฟธ์ อเวนิว ขณะที่ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงหลายสิบคนในข้อหาปิดถนน

 

สลด! นักสู้วัวสเปนถูกกระทิงขวิดตายคาสนามขณะถ่ายทอดสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660227

 

เกิดเหตุนักสู้วัวในสเปน ถูกกระทิงขวิดจนเสียชีวิตคาสนามสู้วัวในเมืองทางตะวันออกของประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังมีการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย บิคตอร์ บาร์ริโอ นักสู้วัว หรือ มาทาดอร์ ในสเปน ถูกกระทิงขวิดจนเสียชีวิตกลางลานต่อสู้ในเมืองเตรูเอล ทางตะวันออกของประเทศ ในขณะที่กำลังมีการถ่ายทอดสดการต่อสู้ครั้งนี้ผ่านทางโทรทัศน์ และนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ทศวรรษ ที่มีนักสู้วัวมืออาชีพถูกกระทิงขวิดเสียชีวิตในสนาม

แพทย์ของสนามสู้วัวเตรูเอลประกาศการเสียชีวิตของนายบาร์ริโอ วัย 29 ปี ในช่วงคืนวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยนายบาร์ริโอถูกเขาซ้ายของวัวกระทิงหนัก 530 กก. ขวิดเข้าที่ต้นขาจนร่างของเขาพลิกหลายท้อง ก่อนที่กระทิงตัวเดิมจะขวิดซ้ำในขณะที่นายบาร์ริโอนอนอยู่ เข้าที่บริเวณหน้าอกทะลุปอดและเส้นเลือดแดงเอออร์ตา (aorta)


นักสู้วัว บิคตอร์ บาร์ริโอ ถูกกระทิงขวิดจนร่างลอยขึ้นจากพื้น

หลังเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ทีมแพทย์ของสนามก็รีบเข้าให้ความช่วยเหลือนายบาร์ริโอทันที แต่ความพยายามในการฟื้นคืนชีพเขาไม่ประสบผล ส่วนการสู้วัวที่สนามแห่งนี้ถูกระงับชั่วคราวทันที

ทั้งนี้ ภาพเหตุการณ์ขณะที่นายบาร์ริโอถูกกระทิงขวิดจนเสียชีวิต ได้รับการถ่ายทอดสดออกอากาศทางโทรทัศน์ และข่าวการเสียชีวิตของนายบาร์ริโอก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาหลากหลายจากบุคคลในหลายวงการเช่นนาย มาริอาโน ราฆอย นายกรัฐมนตรีสเปน ทวีตข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนายบาร์ริโอ

ขณะเดียวกัน นายเอนริเก ปอนเช นักสู้วัวชื่อดังของสเปน กล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจมากกับข่าวการเสียชีวิตของเพื่อร่วมอาชีพ และขอให้เขาไปสู่สุขติ ขณะที่ผู้เข้าร่วมเทศกาลวิ่งวัวกระทิง ‘ซาน เฟร์มิน’ อันมีชื่อเสียงของเมืองปัมโปลนาในวันอาทิตย์ พร้อมใจกันสวมปลอกแขนสีดำ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายบาร์ริโอด้วย

 

พลาดท่า! ไอซิสโชว์คลิปยัน สอย ฮ.รัสเซียร่วงในซีเรีย นักบินดับ 2 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 15:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660021

 

(ภาพจากยูทูบ:Warleaks-Daily Military Defence Video& Combat)

ไอซิสโว.. ยิงเฮลิคอปเตอร์ของทหารรัสเซียตกในซีเรีย ขณะปฏิบัติภารกิจบินโจมตีไอซิส พร้อมกับเผยแพร่คลิปยืนยันบนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็น ช่วงนาทีระทึก ฮ.รัสเซียถูกยิง จนหมุนคว้าง ก่อนตกกระแทกพื้น นักบินสิ้นชีพ 2 นาย

เมื่อ 10 ก.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสะเทือนใจกับนักบินชาวรัสเซีย 2 นาย เมื่อ ‘อามัค’ สำนักข่าวซึ่งเป็นพวกเดียวกับกลุ่มมุสลิมติดอาวุธ รัฐอิสลาม หรือไอซิส เผยแพร่คลิปเหตุการณ์บนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า กลุ่มไอซิสได้ยิงเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งของรัสเซียตกเหนือน่านฟ้าของซีเรีย เป็นเหตุให้นักบินรัสเซีย2 นายประจำเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ เสียชีวิต

เว็บไซต์ มิเรอร์ ระบุ จากคลิปวิดีโอ เชื่อว่าถูกบันทึกภาพโดยนักรบญีฮัด แสดงให้เห็นว่ามีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งถูกยิงด้วยจรวด หรือเครื่องยิงจรวดแบบประทับป่า จนเฮลิคอปเตอร์สูญเสียการควบคุม หมุนคว้าง และตกลงกระแทกพื้น จนเกิดระเบิดควันพวยพุ่ง โดยภาพจากในคลิป เชื่อว่าเฮลิคอปเตอร์ลำที่ถูกยิงนั้นเป็นเฮลิคอปเตอร์ รุ่น Mi-25 ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจบินโจมตีกลุ่มก่อการร้าย ใกล้กับเมืองพัลไมรา ในประเทศซีเรีย และก่อนหน้านี้ มีรายงานเข้ามาว่า นักบิน 2 นายบนเฮลิคอปเตอร์ลำนี้สิ้นชีพแล้ว

ขณะที่ มีแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกมาว่า นักบินรัสเซียทั้งสองนายได้รับคำขอร้องจากหน่วยบัญชาการในซีเรียให้ปฏิบัติภารกิจบินโจมตีกลุ่มไอซิส โดยกัปตัน ไรอาฟากัต คาลิบูลิน ได้ตัดสินใจบินเข้าไปโจมตีในเขตของกลุ่มก่อการร้าย ก่อนจะถูกยิงและนักบินถูกสังหาร

ข่าวแจ้งว่า นับตั้งแต่รัสเซียส่งกองกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์มาช่วยรัฐบาลซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดต่อสู้กับกบฏและกลุ่มไอซิสตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีทหารรัสเซียสิ้นชีพรวมแล้ว 12 นาย

ชมคลิป ที่นี่

 

ฮือฮา! หวยมะกัน เมกะมิลเลียนส์ เงินรางวัล กว่า1.8หมื่นล้าน แตกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 09:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659741

 

แตกแล้ว.. หวย ‘เมกะ มิลเลียนส์’ เงินรางวัลมหาศาล 540 ล้านดอลลาร์ เจ้าหน้าที่สำนักงานลอตเตอรี่ในสหรัฐฯ เผย ผู้โชคดีที่กลายเป็นเศรษฐีใหม่ในพริบตา ซื้อสลากแจ็กพอตใบนี้ จากร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันที่รัฐอินเดียนา เพียงแต่ตอนนี้ ยังไม่มีใครออกมาแสดงตัว เป็นผู้ถูกรางวัลแจ็กพอต

เมื่อ 10 ก.ค.สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวสุดฮือฮา รางวัลแจ็กพอตลอตเตอรี่ ‘เมกะ มิลเลียนส์’ ในสหรัฐฯ ซึ่งมีเงินรางวัลสูงถึง 540 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 18,900 ล้านบาทแตกแล้ว โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานลอตเตอรี่ในสหรัฐฯ ประกาศว่า สลากใบที่ถูกรางวัลแจ็กพอต ได้มีผู้ซื้อไปในรัฐอินเดียนา เพียงแต่เบื้องต้น ยังไม่ทราบว่า ผู้โชคดีที่ได้กลายเป็นเศรษฐีใหม่ คว้าเงินรางวัลลอตเตอรี่เมกะ มิลเลียนส์จำนวนมหาศาล สูงสุดเป็นอันดับ 7 ในสหรัฐฯ คือใครกัน เนื่องจากยังไม่ได้ออกมาแสดงตนว่า เป็นผู้ถูกรางวัลแจ็กพอตในครั้งนี้

สำหรับรางวัลแจ็กพอต ลอตเตอรี่ เมกะ มิลเลียนส์ ที่ออกเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นนั้น ได้แก่เลข 8,19,20,55,73 และเลขเมกะบอล คือ 5 โดยซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สลากเลขแจ็กพอตใบนี้ ถูกขายที่ร้านค้าสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมันสปีดเวย์ บนถนนไฮเวย์ ซึ่งมีการจราจรคับคั่งมากที่สุดสายหนึ่งของรัฐอินเดียนา จึงทำให้ยังไม่อาจระบุได้ว่าผู้โชคดีที่ซื้อลอตเตอรี่แจ็กพอตใบนี้ไปคือใคร

ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานลอตเตอรี่และผู้เชี่ยวชาญยังได้แนะนำให้ผู้ถูกรางวัลแจ็กพอต เมกะมิลเลียนส์ว่าควรปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนจะมารับรางวัล ทั้งนี้ สลากเมกะมิลเลียนส์ มีขายใน 44 รัฐของสหรัฐฯ โดยเงินแจ็กพอตในงวดนี้ขยับขึ้นไปสูงถึง 540 ล้านดอลลาร์ จนถือเป็นเงินรางวัลสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของเมกะมิลเลียนส์เท่าที่เคยมีมา รองจากแจ็กพอต เงินรางวัล 648 ล้านดอลลาร์ที่เคยแตกไปเมื่อปี 2556

 

เลือดนองวันชาติซูดานใต้ ฝ่ายหนุนปธน.-รองฯ ปะทะเดือดดับกว่า 150 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659711

 

ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีซูดานใต้ 2 ขั้วอำนาจของประเทศ ปะทะกันอย่างรุนแรงในวันศุกร์ก่อนจะถึงวันชาติของซูดานใต้วันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 150 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในกรุงจูบา เมืองหลวงของประเทศซูดานใต้เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ก.ค. หรือ 1 วันก่อนวันครบรอบ 5 ปีการประกาศอิสรภาพของประเทศในวันเสาร์ โดยเป็นการปะทะกันระหว่างทหารที่ภักดีกับประธานาธิบดี ซัลวา คีร์ กับฝ่ายสนับสนุนรองประธานาธิบดี รีเยค มาชาร์ 2 ขั้วอำนาจของประเทศ ทำให้มีทหารและพลเรือนเสียชีวิตเกือบ 150 ราย

เหตุปะทะกันเกิดขึ้นในระหว่างที่ ประธานาธิบดีคีร์ และรองประธานาธิบดีมาชาร์ พบปะกันที่ทำเนียบประธานาธิบดี เพื่อหารือเกี่ยวกับการปะทะกันระหว่างผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนที่เมืองวาอู ทางตะวันตกของประเทศ อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่การเจรจากำลังดำเนินไป ก็เกิดการยิงปะทะกันภายนอกอาคาร และขยายตัวไปทั่วกรุงจูบาอย่างรวดเร็ว

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้การหารือของนายคีร์กับนายมาชาร์ต้องยุติลงก่อนกำหนด ก่อนที่ทั้งสองคนจะจัดงานแถลงข่าวร่วมกัน และระบุว่าจะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูความสงบกลับคืนมา


รีเยค มาชาร์ รองประธานาธิบดีซูดานใต้ และ ซัลวา คีร์ ประธานาธิบดีซูดานใต้

ด้าน นายเจมส์ แกตเดต ดัค โฆษกของรอง ปธน.มาชาร์ ระบุลงบนเฟซบุ๊กของเขาในวันเสาร์ว่า ปีนี้ซูดานใต้ฉลองวันประกาศอิสรภาพที่น่ากลัวที่สุดในโลก โดยเกิดการยิงต่อสู้กับเป็นพักๆ ตลอดคืนในพื้นที่เมือง เจเบล และกูเร แต่ความสงบกลับคืนสู่เมืองหลวงกรุงจูบาแล้ว

ขณะที่ นายนียาร์กี โรมัน โฆษกอีกคนของนายมาชาร์ ระบุว่า หน่วยคุ้มกันประธานาธิบดีหลายนายที่ประจำการอยู่หน้าทำเนียบประธานาธิบดีหายตัวไป และเกรงว่าพวกเขาจะเสียชีวิตแล้ว โดยสื่อท้องถิ่นรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะกันครั้งนี้ไว้ที่ 146 ราย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันตัวเลขดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ซูดานใต้ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์สงครามกลางเมืองมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2013 หลังจากทหารจากชนเผ่าดิงคาของนายคีร์ พยายามจะปลดอาวุธทหารชนเผ่านูเออร์ ซึ่งพักดีต่อนายมาชาร์ ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย แม้ว่าจะมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพกันในเดือน ส.ค. ก็ยังไม่อาจหยุดการต่อสู้กันได้ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตในเหตุสงครามกลางเมืองของซูดานใต้แล้วอย่างน้อย 50,000 คน ประชาชนมากกว่า 2 ล้านคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และเกือบ 5 ล้านคนประสบปัญหาขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง