รัสเซียขับ 2 นักการทูตมะกันพ้นประเทศ ตอบโต้สหรัฐฯ ไล่ทูตก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 03:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659697

 

รัสเซียขับไล่นักการทูตสหรัฐฯ 2 คน ออกจากประเทศแล้ว ตอบโต้ที่สหรัฐฯ ไล่นักการทูตของพวกเขา 2 คนออกจากประเทศก่อน หลังเกิดกรณีตำรวจรัสเซียทำร้ายทูตสหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศรัสเซียขับไล่นักการทูตสหรัฐฯ 2 คน ออกจากประเทศแล้ว เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สถานทูตรัสเซีย 2 คนในกรุงวอชิงตันออกจากประเทศเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. หลังเกิดกรณี ตำรวจของรัสเซียทำร้ายนักการทูตสหรัฐฯ ใกล้สถานทูตในกรุงมอสโก

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการรัสเซียออกมากล่าวอ้างว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเป็นสายลับของสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) และปฏิเสธไม่ยอมแสดงเอกสารยืนยันตัวตนและชกตำรวจที่ใบหน้า อย่างไรก็ตาม นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า “เจ้าหน้าที่ได้แสดงตนตามระเบียบแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการยั่วยุ และถือเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ของเรา และคำกล่าวอ้างของรัสเซียที่ว่า ตำรวจกำลังปกป้องสถานทูตสหรัฐฯ จากบุคคลที่ไม่ระบุตัวตนก็ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย”

ทั้งนี้ เมื่อเดือนก่อน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองของรัสเซียคุกคามเจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงกรณีเจ้าหน้าที่รัสเซียบุกรุกเข้าไปในบ้านของเจ้าหน้าที่สถานทูต เคลื่อนย้ายตำแหน่งของเครื่องเรือน และสังหารสัตว์เลี้ยง

อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ และเพื่อเป็นการตอบโต้คำสั่งของวอชิงตัน พวกเขาจึงประกาศขับไล่เจ้าหน้าที่การทูตสหรัฐฯ 1 คน และเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงมอสโก ซึ่งพวกเขาอ้างว่าเป็นสายลับซีไอเออีก 1 คน ออกจากประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา “หลังจากความเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นมิตรของพวกเขา เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ 2 คนต้องออกจากประเทศ” นางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าว โดยอ้างเหตุผลว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสถานะทางการทูต

 

ชุมชนไทยในซิดนีย์ ร่วมเลี้ยงส่งรองกงสุลใหญ่ฯคนเก่งกลับไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ค. 2559 00:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659524

 

คนไทยในซิดนีย์ ร่วมเลี้ยงส่งข้าราชการที่ทำงานได้ประทับใจ ภายหลังต้องเดินทางกลับไทย ที่ร้านสุกี้ MD ย่านถนนออกซ์ฟอร์ด ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย…

เมื่อเวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันที่ 9 ก.ค. นายประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำซิดนีย์ รายงานว่า ชุมชนชาวไทยในซิดนีย์ จัดงานเลี้ยงส่ง นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล รองกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ ที่ต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนดเพื่อไปรับตำแหน่งใหม่ โดยมีข้าราชการ ทีมประเทศไทย ตัวแทนชุมชนไทยและสื่อมวลชนไทยเข้าร่วมงานเลี้ยงอำลา ซึ่งภายในงานมีการแสดงรำไทย จากวงรากไทย พร้อมทั้งนักร้องรับเชิญ นายชัยรัตน์ เทียบเทียม เดินทางมาจากเมืองไทย เพื่อมาสร้างสีสันให้กับงานในครั้งนี้ด้วย


นายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ กล่าวว่า บรรยากาศวันนี้รู้สึกอบอุ่นมาก ที่ทุกคนพร้อมใจกันเลี้ยงส่ง ท่านรองกงสุลใหญ่ นายฉัตรชัย เป็นคนที่ขยันทำงาน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมงาน และคนอื่นๆ จนเป็นที่รักของคนไทยที่นี่ทุกคน สถานกงสุลใหญ่ฯ รู้สึกเสียดายอย่างมากที่ท่านต้องเดินทางกลับ เพราะท่านมีความเพียบพร้อม ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว แต่ท่านกลับไปเพื่อความก้าวหน้า และจะเป็นกำลังสำคัญให้กับกระทรวงต่างประเทศต่อไป พวกเราพร้อมสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ดีใจที่ได้ร่วมงานกับท่าน พวกเราทุกคนขอให้ท่านประสบความสำเร็จ และทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป

ขณะที่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้ สิ่งที่ทำขณะที่อยู่ที่ซิดนีย์ ก็เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จากสถานกงสุลฯ ทำตามคำสั่งการ และพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อคนไทยทุกคน ก็รู้สึกเสียดายที่ต้องจากซิดนีย์ไปก่อนเวลา โดยมารับตำแหน่งที่ซิดนีย์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 นี่ก็ใกล้เวลาเข้ามาทุกที โดยจะเดินทางกลับในสิ้นเดือนกรกฎาคม เพื่อไปรับตำแหน่ง ผอ.กองเอเชียตะวันออก 2 ที่กระทรวงการต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตัวจากไปแต่จะคิดถึงคนไทยที่นี่ตลอดไป ขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความรัก และเมตตา ตลอดมา


ขณะเดียวกัน ตัวแทนชาวไทย ต่างกล่าวถึงความรู้สึกว่า เสียดายที่นายฉัตรชัยต้องเดินทางกลับเมืองไทย เพราะนายฉัตรชัย ทำงานร่วมกับชุมชนไทยในซิดนีย์ได้เป็นอย่างดี มีความคุ้นเคย เป็นที่รักของทุกคน ไม่ถือตัว ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และช่วยประสานงานต่างๆ ให้กับชุมชนชาวไทยด้วยดีทุกครั้ง


ด้าน นายธราพงษ์ วาระสิทธิ์ เจ้าของหนังสือพิมพ์ THAI TOWN NEWS กล่าวด้วยว่า นายฉัตรชัยเป็นที่รักของคนไทยทุกคน ทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด เข้าได้กับคนทุกกลุ่ม มีการประสานงานเผยแพร่ข่าวสารให้พี่น้องประชาชนที่นี่ทราบอย่างต่อเนื่องทุกงาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่หนังสือพิมพ์ THAI TOWN NEWS เป็นคนเชิญ นาง Clover Moore นายกเทศมนตรีนครซิดนีย์ มาพบปะพูดคุยกับชุมชนไทยในซิดนีย์อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ที่ร้าน Siam House ย่านไทยทาวน์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ตลอดจนให้ทางเทศบาลนครซิดนีย์ ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในการจัดงานต่างๆ ของชุมชนไทย ก็ได้รับความร่วมมือและความช่วยเหลือจากนายฉัตรชัย กับสถานกงสุลใหญ่ เป็นอย่างดี จนทำให้เกิดงานครั้งประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ เชื่อว่าคนไทยทุกคนรักและเสียดายท่าน แต่เมื่อท่านต้องกลับไปทำงานรับใช้ชาติทุกคนก็เข้าใจแต่ก็อดเสียดายไม่ได้

 

เผย! มือสไนเปอร์ยิงตร.มะกัน 5 ศพ เป็นทหารผ่านศึก ก่อการคนเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ค. 2559 23:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659581

 

ตำรวจเมืองดัลลัสเผย คนร้ายผู้ก่อเหตุซุ่มยิงตำรวจระหว่างการประท้วงของคนผิวสี เป็นทหารผ่านศึก ก่อเหตุคนเพียงคนเดียวเนื่องจากแค้นที่ตำรวจใช้กำลังเกินเหตุสังหารคนผิวสีในช่วงที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 9 ก.ค. เจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยข้อมูลของคนร้ายผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนไรเฟิลซุ่มยิงตำรวจเสียชีวิต 5 นาย ระหว่างการประท้วงต่อต้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจ ในเมืองดัลลัสเมื่อวันศุกร์ โดยระบุว่าเป็นทหารผ่านศึก และก่อการโดยมีเป้าหมายสังหารตำรวจผิวขาว ขณะที่ผู้ประท้วงออกมาประณามเหตุยิงตำรวจในครั้งนี้ด้วย

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. เวลาประมาณ 20.45 น. ตามวันเวลาท้องถิ่น ตำรวจ 4 นาย และเจ้าหน้าที่ระบบขนส่งมวลชน เขตดัลลัส (ดีเออาร์ที) 1 คน ถูกมือปืนซุ่มยิงจนเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บรวม 7 คน โดยเหตุเกิดระหว่างที่ฝูงชนหลายร้อยคน กำลังเดินขบวนชุมนุมที่ใจกลางเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส แสดงพลังต่อต้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจผิวขาว จนทำให้คนอเมริกันผิวสีเสียชีวิต 2 คน ที่รัฐมินนิโซตาและลุยเซียนาเมื่อวันที่ 5 และ 6 ก.ค. จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวอเมริกันทั่วเมืองโดยเฉพาะกลุ่มคนผิวสี จนเกิดการประท้วงในหลายจุดทั่วประเทศ

ส่วนคนร้ายซึ่งทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า มิกาห์ จอห์นสัน เป็นทหารผ่านศึก ถูกเจ้าหน้าที่ใช้หุ่นยนต์บังคับติดระเบิดโจมตีจนเสียชีวิตที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งซึ่งเขาเข้าไปหลบซ่อน หลังจากไม่ยอมจำนนและยิงต่อสู้กับตำรวจเป็นเวลานาน ขณะที่ในเวลาต่อมา มีผู้ต้องสงสัย 3 คนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับคนกลุ่มนี้

นายเดวิด บราวน์ ผู้บังคับการตำรวจเมืองดัลลัส และนายเจห์ จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ บอกกับสื่อว่า ดูเหมือนมือปืนรายนี้จะก่อเหตุเพียงลำพัง แย้งกับรายงานของเจ้าหน้าที่ในวันศุกร์ที่ระบุว่า เขามีผู้ร่วมก่อการด้วยอย่างน้อย 1 คน ด้านนาย เกรก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเทกซัส ระบุว่า ตำรวจกำลังสืบสวนร่องรอยทั้งหมด เพื่อรับประกันว่าพวกเขาจะสามารถจัดการผู้ต้องสงสัยหรือผู้ร่วมมือคนอื่น

มีรายงานด้วยว่า ตำรวจเมืองดัลลัสได้เข้าตรวจค้นบ้านของนายจอห์นสัน ซึ่งอาศัยอยู่กับแม่ของเขาในเขตเมสควิต และพบส่วนประกอบในการทำวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ นายจอห์นสัน สังกัดกองกำลังสำรองของกองทัพสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2009-2015 และเคยไปร่วมรบที่ประเทศอัฟกานิสถาน ไม่มีประวัติอาชญากรรม แต่มีการเปิดเผยในภายหลังว่า ขณะที่อยู่ในอัฟกานิสถาน นายจอห์นสันถูกทหารหญิงนายหนึ่งกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเธอ ทำให้เขาถูกส่งกลับสหรัฐฯ และเกือบโดนปลดออกจากกองทัพในเดือน ก.ย. 2014

ผบ.บราวน์ เผยด้วยว่า นายจอห์นสันบอกกับเจ้าหน้าที่ที่พยายามเจรจากับเขาว่า เขาต้องการสังหารคนผิวขาว โดยเฉพาะตำรวจผิวขาว เนื่องจากเขาไม่พอใจต่อเหตุตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุสังหารคนผิวสีที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในวันเสาร์ เครือข่าย ‘Black Lives Matter’ ผู้จัดการชุมนุมประท้วงต่อต้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจในเมืองดัลลัส ออกมาประณามการกระทำของนายจอห์นสัน ระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นโศกนาฏกรรมสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ แต่ยังเป็นโศกนาฏกรรมของประเทศด้วย “การชุมนุมนี้จัดขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง ไม่ใช่เพื่อทำให้เกิดขึ้นอีก การโจมตีเมื่อวานนี้ (วันศุกร์) เป็นผลจากการกระทำของมือปืนเพียงคนเดียว”

ในวันเดียวกัน สำนักข่าว เคทีอาร์เค ในเครือของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า มีฝูงชนจำนวนมากออกมารวมตัวกันในเมืองดัลลัส เพื่อไว้อาลัยให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สไนเปอร์ เด็ดหัว 5 ตร. ในเมืองดัลลัส ชนวนประท้วง แค้นยิง2คนดํา

ช็อก! หญิงมะกันสตรีมสด นาทีแฟนหนุ่มผิวสีถูกตร.ยิงดับ

 

สไนเปอร์ เด็ดหัว 5 ตร. ในเมืองดัลลัส ชนวนประท้วง แค้นยิง2คนดํา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.ค. 2559 07:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658966

 

ดัลลัสนองเลือด มือมืดลอบใช้ สไนเปอร์ซุ่มยิงฆ่าตำรวจ 5 นาย ระหว่างเข้าควบคุมสถานการณ์ การชุมนุมประท้วงของคนผิวดำที่แค้นเคืองตำรวจผิวขาว หลังมีเหตุคนผิวดำถูกตำรวจยิงตาย 2 ศพก่อนหน้านี้ที่รัฐมินเนโซตาและหลุยเซียนา โอบามาแถลงด่วน สังคมอเมริกันรู้สึกเขย่าขวัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรียกร้องเจ้าหน้าที่ขจัดอคติภายในให้หมดไป พร้อมชื่นชมเห็นใจตำรวจส่วนใหญ่ที่ทำงานเสี่ยงชีวิตปกป้องผู้คนทุกวัน

สถานการณ์ขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติสีผิว ที่ตามหลอกหลอนสังคมอเมริกันมาอย่างยืดเยื้อยาวนาน จนระลอกล่าสุดก็ได้เกิดการปะทะกันอีกครั้ง หลังมีเหตุการณ์ตำรวจผิวขาวก่อเหตุยิงคนผิวสี จนเรื่องราวบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์ประท้วงและมีการนองเลือดสุดสยอง

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่า มีตำรวจ 4 นาย และเจ้าหน้าที่ระบบขนส่งมวลชน เขตดัลลัส (ดีเออาร์ที) 1 คน ถูกมือปืน (สไนเปอร์) อย่างน้อย 2 คนซุ่มยิง จนเสียชีวิตรวม 5 ศพ และมีผู้บาดเจ็บรวม 6 คน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.45 น. วันที่ 7 ก.ค. ตามวันเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับประมาณ 08.45 น. วันที่ 8 ก.ค.ตามเวลาในไทย โดยเกิดขึ้นระหว่างฝูงชนหลายร้อยคน กำลังเดินขบวนชุมนุมที่ใจกลางเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส แสดงพลังต่อต้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจผิวขาว จนทำให้คนอเมริกันผิวดำเสียชีวิต 2 คน ที่รัฐมินเนโซตาและหลุยเซียนาเมื่อวันที่ 5 และ 6 ก.ค. จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวอเมริกันทั่วเมืองโดยเฉพาะกลุ่มคนผิวดำ จนมีการชุมนุมต่อต้านในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ

หลังเกิดเหตุสไนเปอร์ซุ่มยิงสังหารตำรวจและเจ้าหน้าที่ดีเออาร์ที ฝูงชนพากันแตกตื่นวิ่งหนีตายทั่วบริเวณ ส่วนตำรวจได้กระจายกำลังค้นหากลุ่มผู้ก่อเหตุ ตามสถานที่ต่างๆ จนสามารถจับผู้ต้องสงสัยได้ 3 คน เป็นหญิง 1 คน ชาย 2 คน ส่วนผู้ต้องสงสัยคนที่ 4 ได้ใช้ปืนยาวจู่โจมไรเฟิลยิงต่อสู้กับตำรวจอยู่พักใหญ่ ก่อนยิงตัวเองปลิดชีพ ที่ลานจอดรถใกล้วิทยาลัย “เอล เซ็นโทร คอลเลจ” ย่านใจกลางเมืองดัลลัส ก่อนยิงตัวตาย ได้ตะโกนบอกทีมเจรจาว่า การสิ้นสุดกำลังจะมาและจะโจมตีเจ้าหน้าที่ให้ได้มากที่สุด ทั้งยังบอกว่ามีระเบิดถูกวางไว้ทั่วบริเวณ แต่หลังการตรวจค้นตำรวจไม่พบวัตถุระเบิดตามที่อ้างไว้

นายเดวิด บราวน์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองดัลลัสเผยว่า ตำรวจเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้งหมดทำงานร่วมกันใช้ปืนยาวไรเฟิลเป็นอาวุธก่อเหตุ ขณะมีการชุมนุมประท้วงของฝูงชนและเชื่อว่ามีสไนเปอร์2 คนซุ่มยิงใส่เจ้าหน้าที่จากที่สูงและซุ่มยิงมาจาก 2 ทิศทางโดยมีแผนจะสังหารและทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ในจำนวนผู้บาดเจ็บ 6 คนนั้น คนหนึ่งคือนางเชทาเมีย เทย์เลอร์ ถูกยิงบาดเจ็บที่ขา ขณะพยายามปกป้องลูกๆ

ต่อมา นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดี สหรัฐฯ ที่ขณะเกิดเหตุ กำลังร่วมประชุมกับเหล่าผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) และประชุมองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่โปแลนด์ ได้ออกมาพูดถึงเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ที่เมืองดัลลัส นับเป็นเหตุโจมตีครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตำรวจสหรัฐฯ โดยระบุว่าสหรัฐฯอกสั่นขวัญแขวนต่อเหตุโจมตีตำรวจที่เมืองดัลลัสและไม่มีเหตุผลใดมาสมอ้างเพื่อก่อเหตุได้ แต่ก่อนหน้านี้ โอบามาได้ระบุว่า ผู้คนที่มีใจเป็นธรรม ควรต้องวิตกเกี่ยวกับเหตุตำรวจสังหารชาวอเมริกันผิวดำ เรียกร้องเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายให้ขจัดอคติภายในให้หมดสิ้นไป โอบามา ยังกล่าวชื่นชมและเคารพตำรวจส่วนใหญ่ ที่เอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อปกป้องชีวิตชาวอเมริกันทุกวัน และบอกว่าเขาเหล่านี้ทำงานหนักและเสี่ยงอันตราย

ส่วนมูลเหตุทำให้เกิดการชุมนุมประท้วง สืบเนื่องจากนายฟิแลนโด คาสติล ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตคารถยนต์ขณะเขาอยู่กับผู้หญิงและเด็ก ระหว่างถูกตำรวจเรียกตรวจ ที่เมืองเซนต์ พอล รัฐมินเนโซตา เมื่อวันที่ 6 ก.ค.และก่อนหน้านี้ 1 วัน นายอัลตัน สเตอร์ลิง ถูกยิงเสียชีวิตในเมืองบาตัน รูจ รัฐหลุยเซียนา หลังถูกตำรวจผิวขาว 2 นาย จับกดนอนคว่ำหน้ากับพื้นทางเท้า ทั้งสองเหตุการณ์มีผู้ถ่ายคลิปวีดิโอโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความไม่พอใจและทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสหรัฐฯ นำมาซึ่งการเดินขบวนประท้วงในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯกระทั่งเกิดเหตุรุนแรงที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสดังกล่าว

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ตามเวลาในไทย นายกเทศมนตรีเมืองดัลลัส แถลงยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ข้างต้นว่า มีตำรวจถูกสไนเปอร์ซุ่มยิง เสียชีวิต 5 นาย รวมทั้งเบรนท์ ธอมป์สัน นายตำรวจแห่งสำนักงานทางด่วนพิเศษ (ดีเออาร์ที) วัย 43 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บมี 9 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 7 นาย ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯแถลงเพิ่มเติมด้วยว่าไม่พบหลักฐานมีเครือข่ายก่อการร้ายระหว่างประเทศ พัวพันเหตุโจมตีตำรวจที่เมืองดัลลัสแต่อย่างใด

นายเดวิด บราวน์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองดัลลัสแถลงในเวลาต่อมาว่า มือซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ที่เสียชีวิต เผยขณะเจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ว่า ต้องการฆ่าคนผิวขาวให้มากที่สุด โดยเฉพาะตำรวจผิวขาว เพราะโกรธแค้นที่ตำรวจผิวขาวยิงคนผิวดำเสียชีวิตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยลงมือเพียงลำพัง ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มใดๆ นายบราวน์เผยด้วยว่า สไนเปอร์รายนี้เสียชีวิต เพราะระเบิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งใช้หุ่นยนต์ลำเลียงเข้าไปจุดระเบิดปลิดชีพคนร้ายหลังการเจรจาล้มเหลว ไม่ได้เสียชีวิตเพราะการยิงตัวตายหรือถูกเจ้าหน้าที่ยิงดังที่มีข่าวในตอนแรก

2 หญิงแกร่งผู้ดีลุ้นนั่งนายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658911

 

การลงมติรอบสองของพรรคอนุรักษนิยมอังกฤษ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เพื่อเฟ้นหาผู้นำใหม่มาแทนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ประกาศจะลาออกในเดือน ต.ค.นี้ ผลปรากฏว่า นางเทเรซา เมย์ รมว.มหาดไทยอังกฤษ ได้คะแนนสนับสนุนอันดับ 1 อยู่ที่ 199 เสียง ตามด้วยอันดับ 2 นางแอนเดรีย ลีดซัม รมว.พลังงาน คะแนนสนับสนุน 84 เสียง ส่วนนายไมเคิล โกฟ รมว.ยุติธรรม ถูกโหวตตกรอบ ซึ่งการเลือกลำดับต่อไปจะลงคะแนนโดยสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมกว่า 150,000 คน และจะประกาศผลให้ทราบภายในวันที่ 9 ก.ย. แต่กรณีนี้เท่ากับว่าอังกฤษจะได้ผู้นำคนต่อไปที่เป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน.

ตาต่อตา! สหรัฐฯ-โสมขาว จับมือติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ค. 2559 19:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658706

 

สหรัฐฯ-เกาหลีใต้จับมือ บรรลุข้อตกลงนำระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD มาติดตั้งในเกาหลีใต้แล้ว แม้จะถูกคัดค้านจากจีน หวังรับประกันความปลอดภัย สร้างความอุ่นใจให้แก่ชาวโสมขาว ขณะที่เกาหลีเหนือเดินหน้าทดลองยิงขีปนาวุธไม่หยุด

เมื่อ 8ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลสหรัฐฯและเกาหลีใต้ตกลงที่จะมีการนำระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Attitude Area Defence System) เข้ามาติดตั้งในเกาหลีใต้แล้ว โดยกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์เมื่อ 8ก.ค.ว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯได้ตัดสินใจร่วมกันที่จะนำระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD มาติดตั้งในเกาหลีใต้แล้ว อันเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการป้องกันเพื่อเป็นการรับประกันความมั่นคงของประเทศเกาหลีใต้ และการดำเนินการนำระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD มาติดตั้งในดินแดนเกาหลีใต้นั้น จะเป็นไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

บีบีซี แจ้งว่า เบื้องต้น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า จะมีการนำระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD มาติดตั้งที่ใด และใครจะเป็นควบคุมระบบขีปนาวุธนี้ขั้นตอนสุดท้าย โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐฯและเกาหลีใต้ได้เริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการ เพื่อติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯในดินแดนเกาหลีใต้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังจากเกาหลีใต้เหนือได้มีการทดลองยิงขีปนาวุธพิสััยไกล ท่ามกลางการคัดค้านจากรัฐบาลจีน ที่เห็นว่าระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD จะเป็นการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี ถึงแม้จะมีศักยภาพในการป้องกันและยิงขีปนาวุธของฝ่ายเกาหลีเหนือตกลงได้ก็ตาม


ระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD

ทั้งนี้ ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD คือ ระบบยิงสกัดขีปนาวุธในพิกัดตำแหน่งสูง ขณะที่ขีปนาวุธโจมตีกำลังเข้าสู่วิถีเดินทางระยะสุดท้ายก่อนตกสู่เป้าหมาย โดยมากใช้ยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยใกล้และพิสัยปานกลาง โดยระบบป้องกันขีปนาวุธ THADDมีพิสัยยิงไกลได้ถึง 200 กม.และสามารถทำลายขีปนาวุธที่มุ่งโจมตีได้ในพิกัดที่มีความสูงถึง 150 กม.จากพื้นดิน

โตโยต้าขยับ สู้เงินเยนแข็ง! สั่งปิดลิฟต์ สนง.ใหญ่ ลดค่าใช้จ่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ค. 2559 18:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658644

 

บ.โตโยต้า งัดมาตรการประหยัด ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก สู้เงินเยนแข็งค่า…สั่งปิดลิฟต์ 2 ใน 8 ตัว ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว พร้อมปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม

เมื่อ 8 ก.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากความกังวลของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่ได้รับผลกระทบจากกรณี อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (ยูเค) จนทำค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง ขณะที่เงินดอลลาร์ รวมทั้งเงินเยนในญี่ปุ่นกลับแข็งค่าขึ้นนั้น ส่งผลให้บริษัทโตโยต้า ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่สุดของโลก ต้องใช้มาตรการหลายอย่าง เพื่อพยายามตัดค่าใช้จ่ายของบริษัทที่ไม่จำเป็นลง

บีบีซีรายงานว่า สำนักงานใหญ่บริษัทโตโยต้า ในกรุงโตเกียว ได้มีการปิดลิฟต์ที่สำนักงานใหญ่ของโตโยต้า 2 ตัว จากที่มีทั้งหมด 8 ตัว รวมถึงการปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม เนื่องจากการที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นนั้นจะทำให้ผลกำไรของบริษัทลดลงไปด้วย


โฆษกของบริษัทโตโยต้า กล่าวกับนักข่าวบีบีซีว่า บริษัทโตโยต้าได้ใช้มาตรการเหล่านี้เพื่อช่วยบริษัทให้ต่อสู้กับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นมาตรการที่คล้ายคลึงกับการเกิดวิกฤติการเงินในช่วงปี 2551 ‘นโยบายเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่’ โฆษกประจำสำนักงานใหญ่โตโยต้า กล่าวกับนักข่าวบีบีซี พร้อมชี้ว่าวัตถุประสงค์สำคัญของการปิดลิฟต์ 2 ใน 8 ตัว ที่สำนักงานใหญ่ เพื่อต้องการให้พนักงานโตโยต้าตระหนักมากขึ้นถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก และเตือนให้พนักงานของโตโยต้ามุ่งไปสู่แนวความคิดของความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น และการตัดค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองออก.

เชียงใหม่ ดังก้องโลก! นิตยสารสหรัฐฯ ยกเมืองน่าเที่ยวมากสุดอันดับ 2 ปี 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ค. 2559 14:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658407

 

นครพิงค์เวียงเชียงใหม่ มนต์เสน่ห์ขจรขจาย…นิตยสารสหรัฐฯ จัดอันดับให้เป็นเมืองน่าเที่ยวมากที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากเมืองชาร์ลสตัน ในสหรัฐฯ ขณะที่กรุงเทพฯ ติดอันดับ 14 ตามหลังเมืองเสียมราฐ ในกัมพูชา

เว็บไซต์ของนิตยสาร Travel and Leisure (ทราเวล แอนด์ เลซเซอร์) ของสหรัฐฯ ประกาศผลการจัดอันดับเมืองน่าท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก 20 อันดับแรก ประจำปี 2559 จากการสอบถามผู้อ่านและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ปรากฏว่า เมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์ แคโรไลนา ในสหรัฐฯ ได้คะแนนมากสุด 91.66 คะแนน เป็นเมืองน่าเที่ยวมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ขึ้นจากอันดับ 2 ของปีที่แล้ว โดยนักท่องเที่ยวมีความเห็นว่า เมืองชาร์ลสตัน เป็นเมืองที่มีความเงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ นอกเหนือจากการเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านการสู้รบนองเลือด

ขณะที่เมืองเชียงใหม่ของไทย ได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวมากที่สุดอันดับ 2 ได้คะแนน 91.25 คะแนน เนื่องจากเป็นเมืองที่รักษาวัฒนธรรมประเพณีที่งดงาม  แม้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ก็ยังรักษาบรรยากาศที่เงียบสงบ อันดับ 3 เมืองซาน มิกูเอล อัลเลนเด ประเทศเม็กซิโก ได้ 91.19 คะแนน อันดับ 4 เมืองฟลอเรนซ์ ในอิตาลี อันดับ 5 เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว


ความสวยงามของพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

ส่วน อันดับ 6 เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น อันดับ 7 เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา อันดับ 8 เมืองบาร์เซโลนา ของสเปน  นอกจากนั้น กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทย ติดอันดับที่ 14 เมืองน่าเที่ยวมากที่สุดในโลก ตามหลังเมืองเสียมราฐ ของกัมพูชา ซึ่งอยู่อันดับ 13.

โลกาภิวัตน์ 08/07/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.ค. 2559 14:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/657194

 

อเมริกาประสบความสำเร็จ ในการเดินทางในอวกาศครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อยานอวกาศพลังแดด “จูโน” ได้เดินทางผจญภัยในอวกาศ เป็นเวลานานเกือบ 5 ปี ไปถึงดาวพฤหัสบดี ตอนสุดสัปดาห์นี้ เพื่อสำรวจดาวเคราะห์ดวงโตใหญ่ที่สุดในสุริยจักรวาล จากวงโคจรรอบๆ โดย จะวนเวียนอยู่นาน 37 รอบ ตลอดช่วงระยะเวลา 20 เดือน ยานจะใช้เครื่องมือต่างๆ มองทะลุชั้นเมฆที่ปกคลุมอยู่โดยรอบ ในระยะห่างจากพื้นดาว 5,000 กิโลเมตรเพื่อสืบความลับถึงเรื่องแกน องค์ประกอบกับสนามแม่เหล็ก เจ้าหน้าที่องค์การได้นำเอาหุ่นจำลองของยานอวกาศจูโนขนาด 1 ใน 4 ของขนาดจริง มาให้ดูด้วย ยานต้องเดินทางไกลเป็นระยะทางถึง 2.8 พันล้านกิโลเมตร องค์การได้ตั้งโครงการนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันชาติ เมื่อวันที่ 4 เดือนนี้ด้วย.




ประท้วงด่าตำรวจที่ดัลลัส นองเลือด! สไนเปอร์ ซุ่มยิง ตร.ดับ 4 เจ็บ 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.ค. 2559 12:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658307

 

อเมริกาฆ่ากันเอง…ตำรวจเมืองดัลลัส ถูกสไนเปอร์ซุ่มยิงดับสลด 4 นาย เจ็บอีก 7 นาย ระหว่างควบคุมสถานการณ์ชาวอเมริกันผิวสีออกมาเดินขบวนประท้วงในเมือง เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ชายผิวสี 2 รายถูกตำรวจทำรุนแรงเกินกว่าเหตุจนสิ้นชีพ

เมื่อ 8 ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ชาวอเมริกันในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ในสหรัฐฯ ออกมาร่วมชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ นายอัลตัน สเตอร์ริง และนายฟิแลนโด คาสไทล์ ชายอเมริกันผิวสี 2 คนในรัฐลุยเซียนา และมินเนโซโตา ซึ่งถูกตำรวจผิวขาวกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทั้งยิงและทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า การประท้วงได้ลุกลามบานปลาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกมาควบคุมสถานการณ์ประท้วงในเมืองดัลลัส ถูกยิงถึง 11 นาย ในจำนวนนี้ เสียชีวิตแล้ว 4 นาย ซึ่งทางสำนักงานตำรวจเมืองดัลลัส คาดว่า เป็นฝีมือของสไนเปอร์หรือนักแม่นปืน 2 คน ที่คอยแอบซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจในเมืองดัลลัส ยังได้ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ พร้อมกับโพสต์ภาพของชาย ซึ่งถูกต้องสงสัยว่าเป็นสไนเปอร์คนหนึ่งที่แอบส่องยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า นี่คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ยิงตำรวจ โปรดช่วยตำรวจติดตามเขาด้วย


ตำรวจเมืองดัลลัส ยืนควบคุมสังเกตสถานการณ์ประท้วงต่อต้านตำรวจ

ชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ชายผิวสี 2 รายล่าสุดที่ถูกตำรวจทำรุนแรงเกินกว่าเหตุจนเสียชีวิต

ทั้งนี้ ชาวอเมริกันในหลายรัฐได้ลุกฮือออกมาประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ นายสเตอร์ริง ชายผิวสี วัย 37 ปี ซึ่งถูกตำรวจ 2 นายยิงเสียชีวิตที่เมืองบาตัน รูจ รัฐลุยเซียนา เมื่อวันอังคารที่ 5 ก.ค. และนายคาสไทล์วัย 32 ปี ในเมืองเซนต์ ปอล รัฐมินเนสโซตา ที่ถูกตำรวจลากตัวเขาลงมาจากรถและทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระทั่งเสียชีวิตในที่สุดเมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา


ชาวอเมริกันผิวสี ถือป้ายเรียกร้อง จงช่วยกันหยุดตำรวจ‘วิสามัญฆาตกรรม’

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับกดพื้น ก่อนลั่นไก! 2 ตร.อเมริกันโหด ยิงชายผิวสีดับอีกราย (ชมคลิป)