ชาวยูเคนับพันเดินขบวนประท้วงในลอนดอน ต้านผลประชามติออกจากอียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653437

 

ผู้ชุมนุมนับพันคนเดินขบวนในกรุงลอนดอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงผลการทำประชามติที่ชี้ว่าชาวสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ ต้องการให้ประเทศออกจากสหภาพยุโรป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมหลายพันคนเดินขบวนในกรุงลอนดอนของอังกฤษ เพื่อประท้วงต่อต้านผลการลงคะแนนเสียงประชามติเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งชาวสหราชอาณาจักร (ยูเค) ส่วนใหญ่หรือ 51.9% ตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ขณะที่ฝ่ายที่ต้องการให้อยู่ต่อได้คะแนนเสียงไปเพียง 48.1%

การเดินขบวนดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ชื่อ ‘เดินขบวนเพื่อยุโรป’ (March for Europe) โดยผู้คนมารวมตัวกันที่ถนน ‘พาร์ค เลน’ ในนครเวสต์มินสเตอร์ในกรุงลอนดอน ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยัง จัตุรัสรัฐสภา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์

นายคีแรน แมคเดอร์มอตต์ หนึ่งในผู้จัดการเดินขบวนครั้งนี้ เผยว่า พวกเขาหวังจะหยุดยั้งไม่ให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน ซึ่งจะเป็นการเริ่มกระบวนการให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ ขณะที่ นายมาร์ค โธมัส ผู้จัดการเดินขบวนอีกคนระบุว่า เขารู้สึก โกรธ, ผิดหวัง และต้องการทำอะไรสักอย่าง


กลุ่มผู้ชุมนุมถือป้ายข้อความว่า ‘เดินขบวนเพื่อยุโรป’ ระหว่างการประท้วงต่อต้านผลประชามติในกรุงลอนดอน

ทั้งนี้ ณ จุดสิ้นสุดของการเดินทางขบวนระยะทางประมาณ 2 ไมล์ ผู้ชุมนุมรวมตัวกันที่หน้าอาคารรัฐสภา เพื่อฟังคำปราศรัยของแกนนำฝ่ายสนับสนุนให้ยูเคอยู่ในอียูต่อ เช่น นายเดวิด แลมมี ส.ส.พรรคแรงงานจากเมืองทอตแนม, ทิม ฟาร์รอน หัวหน้าพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย, โอเวน โจนส์ นักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้าย และบ๊อบ เกลดอฟ นักดนตรีชื่อดัง

นายเกลดอฟเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนให้ยูเคอยู่ในอียูต่อออกมาเดินขบวนตามท้องถนน, ให้พูดคุยกับเพื่อนบ้านและพยายามเพื่อหยุดไม่ให้ยูเคต้องออกจากอียู ซึ่งเขาระบุว่า จะเป็นการทำให้ประเทศถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

ในขณะเดียวกัน การประท้วงครั้งนี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากโลกออนไลน์ เช่น นายแดเนียล ฮันนาน ส.ส.พรรคอนุรักษนิยม ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า “ขอเตือนอย่างสุภาพ เพื่อนฝ่ายอยู่ต่อ ว่าคนโหวตให้ออกจากอียูมากกว่าการโหวตเพื่อสิ่งอื่นๆ ที่เคยมีมา” ขณะที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกคนระบุว่า การเดินขบวนประท้วงครั้งนี้เป็นเรื่องน่าสมเพช และเป็นเพียงกลุ่มคนที่แสดงความไม่พอใจออกมาเพราะพวกเขาไม่ชนะเท่านั้น

 

ระทึก! ตร.สเปน จับหญิงส่งข้อความ ขู่ฆ่า สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 18:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652592

 

ตำรวจสเปนโชว์ฟอร์ม รวบสาวใหญ่วัย 41 ส่งข้อความทางอีเมล และทวิตเตอร์ ขู่ฆ่า สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักฟิสิกส์อัจฉริยะชื่อดังแห่งยุค ระหว่างได้รับเชิญให้มากล่าวปาฐกถาในงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่เกาะเตเนรีเฟ ของสเปน

เมื่อ 1 ก.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ตำรวจอังกฤษพร้อมอาวุธประจำตัว ได้จับกุมหญิงคนหนึ่ง หลังจาก ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักฟิสิกส์ด้านทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา ชาวอังกฤษ วัย 74 ปี ถูกขู่ฆ่า ระหว่างได้รับเชิญให้มากล่าวปาฐกถาในงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่เตเนรีเฟ เกาะที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุด ใน 7 เกาะ ของหมู่เกาะคาเนรีของสเปน เมื่อวันพุธที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา

เว็บไซต์ มิเรอร์ รายงานว่า ศ.สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะของโลกในยุคปัจจุบัน และเป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้รับข้อความถูกขู่ฆ่าผ่านทางอีเมล และทวิตเตอร์ เขียนว่า ‘ฉันอยู่ข้างๆ คุณ และสามารถฆ่าคุณได้’ โดยข่าวแจ้งว่า ตำรวจที่คอยรักษาความปลอดภัยให้แก่ ศ.สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง ได้เข้าจับกุมหญิงคนดังกล่าว หลังจากมีลูกคนหนึ่งของสตีเฟ่น มาบอกตำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้


ศ.สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง

มิเรอร์เผยว่า หญิงที่ส่งข้อความขู่ฆ่านักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง มีอายุ 41 ปี โดยเธอถูกจับกุมที่โรงแรม 4 ดาว ใกล้กับศูนย์จัดแสดงนิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่เตเนรีเฟ จากนั้น หญิงคนนี้จะถูกนำตัวขึ้นศาลที่เตเนรีเฟ ในวันที่ 1 ก.ค.(ตามเวลาท้องถิ่น) หลังถูกสอบสวนโดยตำรวจ ขณะที่ ศ.สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง ก็ต้องไปแสดงหลักฐานข้อความถูกขู่ฆ่าต่อศาล ซึ่งไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกรวมทั้งสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ที่ศาล.

 

ตายละหว่า! ที่แท้ นายแบบลูกครึ่งไทย เปลือยกายหลุดโลกที่ไทม์สแควร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 16:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652512

 

(ภาพจากยูทูบ : inside edition)

ฮือฮากันอีกรอบ…หนุ่มเปลือยกายล่อนจ้อนที่จัตุรัสไทม์สแควร์ ที่แท้เป็นหนุ่มนายแบบลูกครึ่งไทย โตในนิวยอร์ก ตอนนี้เป็นนายแบบให้กับบริษัทฟอร์ด เบื้องต้น ตร.อเมริกันจะให้แพทย์ตรวจสอบสภาพจิต หรือใช้ยาเสพติดหรือเปล่า จึงทำให้สติแตก หลุดโลกเช่นนี้

เมื่อ 1 ก.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงานความคืบหน้า กรณี มีชายหนุ่มคนหนึ่งไปแก้ผ้าเปลือยกายล่อนจ้อน อยู่บนแผ่นกระจกหลังคาบูธแห่งหนึ่ง ที่จัตุรัสไทม์สแควร์ ในนครนิวยอร์ก เมื่อค่ำวันพฤหัสฯ ที่ 30 มิ.ย. ตะโกนขอพบโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับเต้นและเดินไปเดินมาอยู่บนกระจกสูง  ขณะที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาเลิกพฤติกรรมอนาจารนี้เสีย ก่อนเหตุการณ์จะยุติลงเมื่อชายหนุ่มเปลือยกายผู้นี้ได้กระโดดลงมาจากหลังคากระจกสูงราว 16 ฟุต แต่ไม่ได้ลงบนเบาะลมที่ตำรวจนำมาเตรียมไว้ จนร่างกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บนั้น

ด้านเว็บไซต์ เดลี่ เมล์ เปิดเผยว่า หนุ่มเปลือยกายคนดังนี้ มีชื่อ คริต แม็คคลีน อายุ 21 ปี โดยตามเว็บไซต์ของคริต บอกว่า เขาเกิดที่กรุงเทพฯ แต่มาโตที่นิวยอร์ก และอาศัยอยู่ที่ย่านแมนฮัตตัน ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างพักการเรียนที่มหาวิทยาลัยโคลอมเบีย และกำลังมีอาชีพเป็นนายแบบ โดยเขาเป็นนายแบบให้กับบริษัทฟอร์ด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ทางบริษัทฟอร์ด ไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่คริตไปเปลื้องผ้าอนาจารอยู่ที่จัตุรัสไทม์สแควร์


.สาวน้อยหนุ่มใหญ่.. กรี๊ดสลบ คริต แม็คคลีน (ภาพจากยูทูบ inside edition)

เดลี่ เมล์ ยังระบุว่า จากเฟซบุ๊กส่วนตัวของคริต แม็คคลีน ได้มีการโพสต์ภาพเขาถ่ายรูปคู่กับ โดนาเทลลา เวอร์ซาเช่ ดีไซเนอร์ชื่อดังและประธานเวอร์ซาเช่ กรุ๊ป  อยู่ที่ด้านหลังเวที ของงาน เมนส์ แฟชั่น วีค สปริง/ซัมเมอร์ เมื่อเดือน มิ.ย.2558

พยานหลายคนที่ยืนดูเหตุการณ์ บอกว่านายแม็คคลีน มีอาการคลุ้มคลั่ง ทั้งเต้นทั้งตะโกนเดินกลับไปกลับมาเป็นชั่วโมง โดยเขายังพูดว่าเขารักแฟชั่น เพราะสอนให้เขารู้อะไรมากมาย อีกทั้งพูดว่าเขายังบริสุทธิ์อยู่ ก่อนจะกระโดดลงมาจากกระจกสูง ท่ามความความตกตะลึงของฝูงชนที่ยืนดูเหตุการณ์นี้ที่ดำเนินมานานนับชั่วโมง

ข่าวแจ้งว่า หลังจากกระโดดลงมาแล้ว แม็คคลีนไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเบลลีวู โดยตำรวจบอกว่าจะให้แพทย์ตรวจสอบสภาพจิตของเขา และเบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าเขาใช้ยาเสพติดหรือไม่จึงทำให้เกิดอาการสติแตก แก้ผ้าเปลือยกายเช่นนี้.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วี้ดว้ายลั่นไทม์สแควร์! ชายหนุ่มแก้ผ้าล่อนจ้อน ตะโกน อยากเจอ ทรัมป์

 

เศร้า!นักท่องเที่ยวเยอรมนี กระโดดถ่ายรูป ตกหน้าผาตายอีกรายที่มาชูปิกชู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 14:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652317

 

ตายเพราะถ่ายรูปอีกแล้ว..ชายชาวเยอรมัน วัย 51 ไปเที่ยว ‘มาชูปิกชู’ เมืองโบราณของชนเผ่าอินคา บนภูเขาสูงในเปรู กระโดดโพสท่าถ่ายรูป อยากให้ได้ภาพมุมสวยๆ พลัดตกหน้าผา ดับสลด

เมื่อ 1 ก.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เกิดเหตุการณ์สุดสลดกับ นายโอลิเวอร์ ปาร์ก นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมัน วัย 51 ปี ที่ประสบเหตุตกหน้าผาเสียชีวิต ระหว่างไปเที่ยวที่มาชูปิกชู ซากเมืองอารยธรรมโบราณของชาวอินคาอันเลื่องชื่อบนเทือกเขาสูงในประเทศเปรู เนื่องจากนายปาร์กได้กระโดดตัวลอย เพื่อโพสท่าถ่ายรูปกับสถานที่สวยงามแห่งนี้ แต่แล้วเกิดไม่คาดคิด ขาของเขาเกิดพลาดไม่ลงมาที่พื้น จึงพลัดตกหน้าผา ลงไปในหุบเขาเบื้องล่าง ลึกประมาณ 100 เมตร จนสิ้นชีพ

ตามรายงานของบีบีซี ระบุว่า นายปาร์ก วัย 51 ปี ไม่ได้สนใจกับป้ายเกี่ยวกับความปลอดภัยและป้ายเตือนต่างๆ ที่เตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังอย่าไปอยู่ใกล้กับพื้นที่ที่เป็นบริเวณริมหน้าผา ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการเปรู เผยกับนักข่าวว่า นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมันคนนี้กำลังพยายามโพสท่าถ่ายรูป แต่เกิดพลัดตกลงหน้าผาไป เมื่อวันพุธที่ 29 มิ.ย. โดยหลังเกิดเหตุร้ายแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ส่งทีมกู้ภัยลงไปค้นหาและพบร่างของเขาในวันต่อมา


มาชูปิกชู เมืองโบราณของชนเผ่าอินคา

ทั้งนี้ มาชูปิกชู เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในประเทศเปรู ประมาณ 2,350 เมตร โดยองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้มาชูปิกชูเป็นมรดกโลก ขณะที่แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปชมเมืองโบราณของชาวอินคากันเป็นจำนวนมาก.

 

วี้ดว้ายลั่นไทม์สแควร์! ชายหนุ่มแก้ผ้าล่อนจ้อน ตะโกน อยากเจอ ทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 12:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652267

 

(ภาพจากยูทูบ: inside edition)

ผู้คนแถวจัตุรัสไทม์ สแควร์ฮือฮา..ชายหนุ่ม ‘สติแตก’ ยืนเปลือยกายโทงๆ อยู่บนแผ่นกระจกหลังคาบูธแห่งหนึ่ง ตะโกนถามโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ไหนอยากเจอ แถมยังเต้นท่าไก่ ถ่มน้ำลายกวนตำรวจ สุดท้าย ไม่มีใครคาดคิด กระโดดลงมา ร่างกระแทกพื้น

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ผู้คนบริเวณจัตุรัสไทม์สแควร์ ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ พากันตะลึงงันหยุดดู พฤติกรรมเสียสติของชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุอานามประมาณ 20 กว่าๆ ที่ไปยืนเปลือยกายล่อนจ้อน อยู่บนแผ่นกระจกหลังคาบูธ สูงจากถนนประมาณ 16 ฟุต แถมยังยื่นความจำนง ต้องการพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ โดยตะโกนถามดังๆ โดนัลด์ ทรัมป์ ‘แวร์ อาร์ ยู?’ (คุณอยู่ที่ไหน?)

ข่าวแจ้งว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายมาถึงที่เกิดเหตุ ฝูงชนต้องช็อกปนขำ กับพฤติกรรมประหลาดของชายเปลือยคนดังกล่าว เพราะยังโชว์ลีลาท่าเต้นเหมือนไก่ ต่อหน้าตำรวจที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาหยุดพฤติกรรม ‘บ้าๆ’ นี้เสียเถิด แต่ชายคนนี้กลับยังเต้น และเดินไปเดินมาอยู่บนนั้น แถมยังถ่มน้ำลายลงบนพื้น

ตามรายงานของ นสพ.นิวยอร์ก โพสต์ ระบุว่า ชายคนนี้ ประกาศก้องว่า เขายังเป็นชายบริสุทธิ์ ไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนเลย โดยจากการเปิดเผยของพยานหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก บอกว่า ตอนแรกชายคนนี้ อยู่บนถนนหมายเลข 47 ใกล้กับ ศูนย์ร๊อกกี้เฟลเลอร์ ก่อนจะถอดเสื้อถอดกางเกง เดินแก้ผ้าโทงๆ มุ่งหน้ามาทางตะวันตก สู่จัตุรัสไทม์สแควร์ และปีนขึ้นไปอยู่นหลังคาของ บูธ TKTS บนถนนหมายเลข 7 เมื่อตอน 20.00 น.ของค่ำวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

เว็บไซต์ มิเรอร์ ออนไลน์ เผยว่า ผู้คนที่ยืนดูเหตุการณ์ รู้สึกกังวลใจเหมือนกันที่เห็นตำรวจนำเบาะลมมากางอยู่ด้านล่างเพื่อความปลอดภัยถ้าชายเปลือยคนนี้กระโดดลงมาจากข้างบนนั้น โดยหลังจากชายคนดังกล่าว ยืนแก้ผ้าเต้นไปพูดไปประมาณ 1 ชั่วโมง และแล้ว ก็ไม่มีใครคาดฝัน เขาได้ตัดสินใจกระโดดลงมาสู่พื้นเบื้องล่าง แต่เกิดไม่ได้ตกลงบนเบาะลม ทำให้ร่างกระแทกพื้นอย่างแรง จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และขณะนี้ ยังไม่รู้อาการบาดเจ็บว่ามากน้อยเพียงใด

ชมคลิป ที่นี่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตายละหว่า! ที่แท้ นายแบบลูกครึ่งไทย เปลือยกายหลุดโลกที่ไทม์สแควร์ อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652512

 

ไอซิสอีกแล้วหรือ? กราดยิง บึมพลีชีพซ้ำ ช็อกโลก ถล่มสนามบินอิสตันบูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651711

 

และแล้ว ชาวโลกต้องช็อก สะพรึงกลัวกับเหตุก่อการร้ายสะเทือนขวัญกันอีกครั้ง เมื่อสนามบินระหว่างประเทศ อะตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล เมืองใหญ่สุดของประเทศตุรกี โดนก่อวินาศกรรม…ตกเป็นเป้าหมายโจมตีล่าสุด ของกลุ่มก่อการร้าย ที่ส่งสมาชิกกล้าตาย 3 คน เปิดฉากกราดยิง ตามด้วยจุดชนวนระเบิดพลีชีพถล่ม บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก เมื่อคืนวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลดถึง 42 ศพ บาดเจ็บกว่า 230 ราย

ตื่นตระหนก หวาดผวากันไปทั่วโลก เนื่องจากนครอิสตันบูลของตุรกี ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความงดงามและความเก่าแก่ของเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ ถึงปีละมากกว่า 60 ล้านคน...แต่แล้ว ก็เกิดเหตุการณ์ร้ายไม่คาดฝัน สนามบินระหว่างประเทศอะตาเติร์ก ซึ่งถือเป็นประตูสำคัญเข้าสู่เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ กลับมาโดนก่อวินาศกรรม!!

อีกทั้งสิ้นเสียงระเบิด และเสียงหวีดร้อง ยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มใดออกมารับผิดชอบ…


**ตุรกี กำลังเผชิญหน้า วิกฤติก่อการร้าย

เหมือนตกอยู่ในฝันร้ายที่น่าสะพรึงกลัว… ตุรกีต้องมาโดนก่อเหตุระเบิดโจมตีแล้วถึง 6 ครั้ง ทั้งในนครอิสตันบูล และกรุงอังการา เมืองหลวง โดยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 เกิดเหตุระเบิดพลีชีพที่กรุงอังการา เมืองหลวงแล้ว 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ดับ 35 และเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ตาย 29 ราย

ขณะที่ นครอิสตันบูล โดนโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายแล้ว 4 ครั้ง คือ ในวันที่ 12 ม.ค. ตาย 12 ราย, 19 มี.ค. ตาย 4 , 7 มิ.ย. ตาย 11 และล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ตายอีก 42 บาดเจ็บกว่า 239 ราย รวมแล้ว มีผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรมแล้ว 133 ราย และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก


มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนอิสตันบูล ปีละกว่า 60 ล้านคน

** เหยื่อบึมล่าสุด มาจากทั่วโลก

ตามคำเปิดเผยของ นายซานี ซีเนอร์ ประธานคณะกรรมการบริหาร หรือ ซีอีโอ ของ TAV Airports (ทีเอวี แอร์พอร์ตส) ระบุว่า เหยื่อเคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์โจมตีสนามบินอะตาเติร์ก มาจากหลายภูมิภาคทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวตุรกี และในจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 42 ราย จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.นั้น มีเจ้าหน้าที่สายการบินรวมอยู่ด้วย 10 คน

สำหรับผู้เสียชีวิตที่สนามบินในนครอิสตันบูล ประกอบด้วย ชาวซาอุดีอาระเบีย 6 ราย, อิรัก 2 ราย, ตูนิเซีย 1 ราย, จีน 1 ราย , อิหร่าน 1 ราย, ยูเครน 1 ราย, จอร์แดน 1 ราย และอุซเบกิสถาน 1 ราย อีกทั้งในจำนวนผู้เสียชีวิต 3 ราย ยังถือสัญชาติเป็นพลเมืองตุรกีควบคู่ไปด้วย


ในวันที่สนามบินระหว่างประเทศ ในนครอิสตันบูล ตกเป็นเป้าหมายก่อการร้าย

**หลักฐานที่พบทั้งหมด ชี้ไปที่กลุ่มไอซิส

ขณะที่ธงชาติตุรกีถูกลดลงครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุโจมตีสนามบินอะตาเติร์ก ในช่วงวันท้ายๆ ของเทศกาลถือศีลอด ‘รอมฎอน’ คำถามที่ยังคงไร้คำตอบก็คือ ใครอยู่เบื้องหลังเหตุก่อวินาศกรรมสุดโหดครั้งนี้? ทว่าจากหลักฐานและข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดในเบื้องต้น ชี้ว่า เป็นฝีมือกลุ่มไอซิส

‘จากข้อมูลและหลักฐานทั้งหมด บ่งบอกว่าเป็นฝีมือไอซิส’ นายอัฟคาน อาลา รมว.มหาดไทยของตุรกีกล่าว แต่อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่แน่นอน


กระจกภายในสนามบินอะตาเติร์ก แตกกระจาย

** แผนโจมตีสนามบินอะตาเติร์ก เป็นวิธีการของไอซิส

ถึงแม้หลังเกิดเหตุโจมตีสนามบินในนครอิสตันบูลแล้ว ยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มใด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไอซิส หรือกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด ‘PKK’ (พีเคเค)ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับทางการตุรกีมานาน ออกมาอ้างความรับผิดชอบ

แต่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในเบื้องต้น พบว่า คนร้าย 3 คนได้เปิดฉากใช้ปืนไรเฟิล กราดยิงก่อนจะจุดชนวนระเบิดพลีชีพทันที หลังถูกตำรวจสนามบินยิงปืนตอบโต้ ที่บริเวณทางเข้าอาคารผู้โดยสารขาออก คล้ายคลึง กับวิธีการโจมตี โรงละครบาตากล็อง ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อเดือนพ.ย.ปี 58 ซึ่งกลุ่มไอซิส ออกมาอ้างความรับผิดชอบ

จากประวัติที่ผ่านมา กลุ่มไอซิสมีแผนเลือกสนามบินเป็นเป้าหมายการโจมตี อย่างเช่นการโจมตีสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียม เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ กลุ่มไอซิสก็ออกมาอ้างความรับผิดชอบ


รถพยาบาลเร่งรีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุวินาศกรรมที่สนามบินอะตาเติร์ก คืนวันที่ 28 มิ.ย.

**ผอ. ซีไอเอ สหรัฐฯ ระบุ ไม่พ้นฝีมือกลุ่มสุดโหด

นายจอห์น เบรนแนน ผู้อำนวยการของสำนักงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ระบุว่า เหตุโจมตีที่สนามบินอะตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล เหมือนกับเป็น ‘กระจก’ ที่สะท้อนให้เห็นถึงเหตุโจมตีที่ผ่านมา โดยฝีมือกลุ่มไอซิส

‘ผมคิดว่า กลุ่มไอซิสลงมือโจมตีในตุรกีอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังประโยชน์จากการที่ต้องการส่งสัญญาณไปถึงหุ้นส่วนของตุรกี และขณะเดียวกัน ก็ไม่ต้องการจะทำตัวเหินห่างกับคนที่อยู่ในตุรกีที่อาจยังคงพยายามจะขอความสนับสนุนเพื่อก่อการร้าย’ นายเบรนแนน ผอ.ซีไอเอของสหรัฐฯ แสดงความเห็น


ชาวตุรกีช่วยกันแบกโลงศพผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีสนามบินอะตาเติร์ก ไปประกอบพิธีฝังศพด้วยความเศร้าสลด

**เหตุผล ไอซิส เลือกโจมตีตุรกีเป็นพิเศษ

ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญก่อการร้าย ชี้ว่า กลุ่มไอซิส มีเหตุผลที่จะหมายหัว ตุรกี เป็นเป้าหมายการโจมตี เพราะตุรกีให้ความช่วยเหลือกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มไอซิสในซีเรียและอิรัก ซึ่งมีพรมแดนติดกับตุรกี โดยรัฐบาลตุรกีอนุญาตให้เครื่องบินรบของชาติพันธมิตรสามารถบินผ่านน่านฟ้าตุรกี เข้าไปโจมตีกลุ่มไอซิสในสองประเทศนี้

**เผย 3 ผู้ก่อการร้ายเดนตาย เป็นชาวต่างชาติ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลตุรกีว่า 3 คนร้ายที่ลงมือใช้ปืนไรเฟิลกราดยิง และระเบิดพลีชีพโจมตีสนามบินอะตาเติร์ก เป็นชาวต่างชาติ ในขณะที่ทางการตุรกี ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของ 3 คนร้ายต่อสาธารณะ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย ชี้ถึงสาเหตุที่ทำให้ตุรกีกลายเป็นประเทศที่ง่ายหรือเปราะบาง ต่อการตกเป็นเป้าวินาศกรรม เป็นเพราะมีกลุ่มก่อการร้ายหลายกลุ่มปฏิบัติการอยู่ในประเทศ


ตำรวจตุรกีรักษาความปลอดภัยเข้มที่สนามบินอะตาเติร์ก หลังถูกโจมตีเมื่อ 28 มิ.ย.

**ทางการตุรกีบุกค้นพื้นที่หลายแห่งในอิสตันบูล
สำนักข่าว TRT รายงานว่า หลังสนามบินอะตาเติร์กโดนโจมตีผ่านมา 3 วัน ทางการตุรกีได้ส่งตำรวจบุกค้นพื้นที่หลายแห่งในนครอิสตันบูล เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา และสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 13 คน ในจำนวนนี้ เป็นชาวต่างชาติ 3 คน แต่เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยสัญชาติของคนทั้ง 3 คน

เรียกว่า เป็นความพยายามของทางการตุรกีในการเร่งปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ ในขณะที่ ตุรกี ดูเหมือนจะกลายเป็นเป้าหมายสำคัญในการก่อวินาศกรรมไปเสียแล้ว.

 

สั่งตรงจากรักกา! ตุรกีพบหลักฐาน บิ๊กไอซิสร่วมวางแผนบึมสนามบินอิสตันบูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/652014

 

เจ้าหน้าที่ตุรกีมีหลักฐานชี้ว่า มือระเบิด 3 คนผู้ก่อเหตุโจมตีสนามบิน อะตาเติร์กในนครอิสตันบูล มาจากประเทศซีเรีย และแกนนำกลุ่มไอซิสมีส่วนร่วมในการวางแผนด้วย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 44 รายแล้ว…

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มิ.ย. แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลของประเทศตุรกีเปิดเผยว่า พวกเขามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า มือระเบิด 3 คนผู้ก่อเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติ ‘อะตาเติร์ก’ ในนครอิสตันบูลเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา มาจากเมืองรักกา ฐานที่มั่นใหญ่ที่สุดของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในประเทศซีเรีย และสมาชิกระดับผู้นำของไอซิสมีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนโจมตีด้วย

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ซึ่งสื่อในประเทศระบุว่าเป็นชาวรัสเซีย, อุซเบกิสถาน และคีร์กีซสถาน เดินทางจากเมืองรักกาเข้าประเทศตุรกีมาได้ประมาณ 1 เดือน นำอุปกรณ์เช่นเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตาย, วัตถุระเบิดที่ใช้ในการโจมตีมาด้วย โดยก่อนก่อเหตุพวกเขาเช่าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่เขตฟาตีห์ ในนครอิสตันบูล ซึ่งเจ้าหน้าที่ค้นพบหนังสือเดินทางของหนึ่งในคนร้ายกลุ่มนี้

เจ้าหน้าที่รายนี้บอกกับซีเอ็นเอ็นด้วยว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นได้รับการวางแผนมาเป็นอย่างดีโดยมีสมาชิกระดับแกนนำของกลุ่มไอซิสร่วมด้วย


ผู้คนจำนวนมากร่วมพิธีรำลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตในเหตุโจมตีสนามบินอะตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล

ในขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีที่สนามบินอะตาเติร์กเพิ่มจาก 41 ราย เป็น 44 รายแล้ว หลังจากเด็กชายชาวปาเลสไตน์วัยเพียง 3 ขวบเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายในวันพฤหัสบดี โดยมารดาของเด็กคนนี้เสียชีวิตไปก่อนแล้วในวันพุธ นอกจากนี้ยังมีชายชาวตุรกีอีกคนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลด้วย

เจ้าหน้าที่ตุรกียังได้ดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีสนามบินครั้งนี้ถึง 22 คน โดย 13 คนถูกควบคุมตัวในนครอิสตันบูล ที่เหลืออยู่ที่เมืองอิซมีร์ โดยผู้ถูกจับกุม 3 คนในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ

 

‘บอริส จอห์นสัน’ ตัวเก็งหัวหน้าพรรค รบ. ยูเคคนใหม่ ยันไม่ชิงตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 02:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651974

 

บอริส จอห์นสัน ตัวเก็งผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมคนใหม่ ประกาศในวันพฤหัสบดีว่า ตัวเขาจะไม่รับตำแหน่งดังกล่าว ทำให้ตอนนี้เหลือผู้ร่วมชิงตำแหน่ง 5 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายบอริส จอห์นสัน หนึ่งในแกนนำฝ่ายสนับสนุนให้สหราชอาณาจักร (ยูเค) ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และเป็นตัวเก็งผู้ที่จะได้เป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมคนใหม่ แทนที่นายเดวิด คาเมรอน ซึ่งจะลาออกในเดือนต.ค. ประกาศในการปราศรัยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาจะไม่เข้าร่วมชิงตำแหน่งดังกล่าว

“หลังจากได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนร่วมงาน และพิจารณาสถานการณ์ในรัฐภา ผมได้ข้อสรุปว่า คนคนนั้น (ผู้นำพรรค) ไม่สามารถเป็นผมได้” นายจอห์นสันกล่าว โดยการตัดสินใจของอดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนรายนี้ สร้างความตกตะลึงทั้งในและนอกสหราชอาณาจักร เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่า การที่เขาเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ยูเคออกจากอียู ส่วนหนึ่งก็เพื่อปูทางตัวเองสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม รวมทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคต

ทั้งนี้ การประกาศไม่ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมของนายจอห์นสัน เกิดขึ้นในขณะที่ นายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแห่งสหราชอาณาจักร สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศเข้าร่วมการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม ทั้งที่มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าเขาจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนนายจอห์นสันเป็นหัวหน้าพรรค


แอนเดรีย ลีดซัม, สตีเฟน แครบบ์, เธเรซา เมย์, ไมเคิล โกฟ และเลียม ฟ็อกซ์

อนึ่ง ปัจจุบันนอกจากนายโกฟแล้ว ยังมีผู้ประกาศร่วมชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมอีก 4 คน ได้แก่ เธเรซา เมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, แอนเดรีย ลีดซัม รัฐมนตรีพลังงาน, ส.ส. เลียม ฟ็อกซ์, และสตีเฟน แครบบ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการงานและบำนาญ โดยผลการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่จะได้รับการประกาศในวันที่ 9 ก.ย.

 

อย่านึกว่าจะรอด! ฝูงบินรบมะกันถล่มขบวนรถไอซิส 500 คัน หนีตายจากฟัลลูจา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 17:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651664

 

(ภาพประกอบ เครื่องบินรบของสหรัฐฯ)

เครื่องบินรบสหรัฐฯ รับภารกิจ ปฏิบัติการบินโจมตีทางอากาศ ทิ้งระเบิดถล่มขบวนรถของกลุ่มไอซิส รวมแล้วเกือบ 500 คัน ขณะแล่นออกจากเมืองฟัลลูจา หลังกองกำลังอิรักบุกตียึดเมืองฟัลลูจา คืนกลับมาจากอุ้งมือไอซิสได้สำเร็จ

เมื่อ 30 มิ.ย. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน อ้างเจ้าหน้าที่ทางการอิรักว่า เครื่องบินรบสหรัฐฯ หลายลำ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มขบวนรถของกลุ่มมุสลิมติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส กว่า 500 คัน ขณะกำลังแล่นออกจากเมืองฟัลลูจา ทางภาคใต้ของอิรัก เป็นเหตุให้สมาชิกไอซิสสิ้นชีพจำนวนมาก ซึ่งปฏิบัติการโจมตีขบวนรถกลุ่มไอซิส เกิดขึ้น หลังจากกองกำลังทหารอิรักประกาศสามารถปลดปล่อยเมืองฟัลลูจากลับคืนมาจากเงื้อมมือของกลุ่มไอซิสได้สำเร็จแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมอิรัก ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีขบวนรถของกลุ่มไอซิส ที่แล่นออกจากเมืองฟัลลูจา เริ่มตั้งแต่คืนวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. กระทั่งจนถึงวันพฤหัสฯ ที่ 30 มิ.ย. การโจมตีทางอากาศก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยปฏิบัติการโจมตีดังกล่าว จำเป็นต้องใช้เครื่องบินรบของสหรัฐฯ เพราะว่าเป็นการโจมตีในพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก


สภาพเมืองฟัลลูจา หลังตกอยู่ใต้อุ้งมือไอซิส

อย่างไรก็ตาม ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นว่ามีสมาชิกกลุ่มไอซิสเสียชีวิตจำนวนเท่าใด ขณะที่มีรายงานว่า กองกำลังอิรักสามารถสังหารสมาชิกกลุ่มไอซิสกว่า 1,800 ราย ระหว่างการบุกตีเมืองฟัลลูจาคืนมาจากกลุ่มไอซิส แต่ไม่สามารถสรุปจำนวนตัวเลขแน่ชัดว่าการบุกยึดเมืองฟัลลูจาคืนมา มีสมาชิกไอซิสเสียชีวิตจำนวนทั้งสิ้นกี่คน.

 

ยังวืด! ประมูลเพชรเม็ดใหญ่สุดในโลก รอบ100ปี ราคายังไม่สูงตามเป้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 16:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651591

 

ยังไม่ได้ราคาสูงเท่าที่หวัง ..สถาบันโซธีบีย์ ผิดหวัง การประมูลเพชร เลเซดี ลา โรนา (Lesedi La Rona) เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลกที่ถูกพบในช่วง 100ปี พบกับความล้มเหลว ยังไม่มีใครให้ราคาสูงเท่ากับที่ทางสถาบันคาดหวังไว้ ว่าอย่างต่ำควรได้ราคา เบาะๆ ถึง 70 ล้านดอลลาร์

เมื่อ 30 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน นายเดวิด เบนเนต ประธานฝ่ายอัญมณีของสถาบันประมูล โซธีบีย์ ในกรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ แสดงความผิดหวัง หลังผลการประมูลเพชร เลเซดี ลา โรนา ( Lesedi La Rona) ขนาด 1,109 กะรัต อายุกว่า 3 พันล้านปี ที่ถูกนำออกประมูลเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต้องพบกับความล้มเหลว ยังไม่มีใครประมูลเพชรเม็ดใหญ่ ขนาดพอๆ กับลูกเทนนิสเม็ดนี้ไปในราคาสูงเท่ากับราคาที่ทางสถาบันโซธีบีย์คาดหวังไว้

โฆษกของสถาบันโซธีบีย์ กล่าวว่า มีผู้ประมูลเพชร เลเซดี ลา โซนา ในราคาสูงสุดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.อยู่ที่ราคา 61 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,135 ล้านบาท) ต่ำกว่าราคาที่สถาบันโซธีบีย์ คาดหวังไว้ว่าน่าจะมีราคาต่ำสุดอยู่ที่  70 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,450 ล้านบาท


ทั้งนี้ เพชรเลเซดี ลา โซนา ถูกพบ ที่เหมืองคาโรเว ในประเทศบอตสวานา เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเหมืองดังกล่าวมีบริษัทเพชร Lucara ในแคนาดาเป็นเจ้าของสัมปทานเหมืองเพชร โดยเพชรเลเซดี ลา โซนา ซึ่งเป็นภาษาในบอตสวานา มีความหมายว่า ‘แสงสว่างของพวกเรา’ นับเป็นเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดเท่าที่ถูกค้นพบในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา และถือเป็นเพชรเม็ดใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 2 เท่าที่เคยมีการค้นพบกันมาเลยทีเดียว.