เก่งสุดๆ! ยาน จูโน ของนาซา เข้าสู่วงโคจรดาวพฤหัสฯ สำเร็จแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2559 11:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/655154

 

คลิกลูกศร…อ่านต่อ…

‘ขอต้อนรับสู่ดาวพฤหัสฯ’… ทีมนักวิทย์ฯ นาซา เฮลั่น ยานสำรวจอวกาศ จูโน เข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสฯ สำเร็จแล้ว หลังเฝ้าลุ้นช่วงเวลานาทีสำคัญด้วยความระทึก เพราะเป็นช่วงอันตรายสุด และเสี่ยงมากที่สุด ขณะที่หัวหน้าโครงการฯ ชื่นชมเพื่อนร่วมงาน ทำสิ่งยากที่สุดเท่าที่นาซาเคยทำมา

เมื่อ 5 ก.ค. 59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐฯ (นาซา) โผสวมกอดกันด้วยความยินดี เมื่อยานอวกาศยักษ์ ‘จูโน’ ของนาซา ประสบความสำเร็จในการเข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสบดี (Jupiter) แล้ว ในวันที่ 5 ก.ค. หลังจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ของโครงการสำรวจดาวพฤหัสฯ ต้องตื่นเต้นลุ้นระทึกกับช่วงนาทีสำคัญ เนื่องจากการเข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสฯ ถือเป็นช่วงเวลาอันตรายที่สุด และมีความเสี่ยงที่สุด ที่อาจจะทำให้ยานจูโนได้รับความเสียหายจากรังสี สนามแม่เหล็ก หรือสภาพอากาศที่ปั่นป่วนของดาวพฤหัสฯ



ริค ไนบัคเคน ผู้จัดการโครงการจูโน (ซ้าย) และเฮดี เบคเกอร์ หัวหน้าทีมตรวจสอบรังสีของดาวพฤหัสฯ แถลงข่าวก่อนถึงช่วงเวลาสำคัญ ยานจูโน เข้าสู่วงโคจร

‘ขอต้อนรับสู่ดาวพฤหัสฯ’ บรรดานักวิทยาศาสตร์ ที่ห้องทดลอง Jet Propulsion Laboratory เมืองพาเซโดนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ ตะโกนด้วยความดีใจ ที่ยานจูโนเข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสฯ ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยจักรวาลของเรา สำเร็จเป็นครั้งแรก หลังจากรอนแรมเดินทางไกล เป็นระยะทางจากโลกถึงดาวพฤหัสฯ นับ 1.7 ล้านล้านไมล์ นาน 5 ปี ตั้งแต่ถูกปล่อยขึ้นสู่ห้วงอวกาศในปี 2554

ขณะที่ สกอตต์ โบลตัน หัวหน้าทีมโครงการส่งยานจูโนไปสำรวจดาวพฤหัสฯ ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ ตะโกนด้วยความดีใจว่า ‘พวกคุณเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา พวกเราได้ทำสิ่งที่ยากที่สุดที่นาซาไม่เคยทำมาก่อน’


ห้อง ‘มิชชั่น คอนโทรล’ ของนาซา ควบคุมคำสั่งการไปยังยานจูโน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นาซาระทึก! ยานจูโน นับถอยหลังเข้าสู่วงโคจรดาวพฤหัสฯ หลังเดินทางไกล 5ปี

 

 

 

 

เคล็ดลับผมนุ่มสลวย เจ้าหญิงเคท! ไว้ทรงเดิมมา 10 ปี ยังสวยไม่เปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2559 18:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654594

 

ช่างผมประจำพระองค์เจ้าหญิงเคท มานานกว่า 10 ปี เผยเคล็ดลับที่ทำให้เจ้าหญิงเคท ทรงมีเส้นผมที่นุ่มสลวย อยู่ทรง ทั้งที่ทรงไว้ทรงผมแบบเดิมมานานนับ 10 ปี เป็นเพราะทรงใช้แปรงผมลักษณะค่อนข้างกว้าง ที่สามารถแปรงผมได้ตั้งแต่โคนจรดปลาย อีกทั้งยังใช้เซรั่มบำรุงผม จากน้ำมันอาร์แกน

เมื่อ 4 กรกฎาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงาน นิตยสารพีเพิลเสนอข่าว ช่างแต่งผมของเจ้าหญิงเคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาในเจ้าชายวิลเลียมแห่งอังกฤษ เผยเคล็ดลับการมีทรงผมที่งดงามอยู่ตลอดเวลาของเจ้าหญิงเคท จนทำให้หญิงสาวหลายคนรู้สึกประหลาดใจปนอิจฉา เพราะเห็นทรงผมของเจ้าหญิงที่ได้รับการจัดทรงอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีเส้นผมที่งดงามและอ่อนละมุน เปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอยที่เกิดใหม่อยู่เสมอ

นายริชาร์ด วอร์ด (Richard Ward) ช่างผมประจำพระองค์ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี กล่าวว่า “ทรงผมของพระองค์เป็นแบบเดียวกับเมื่อสิบปีที่แล้ว” พร้อมกับอธิบายว่า พระองค์ทรงใช้แปรงผมสไตล์ Tangle Angel ซึ่งเป็นแปรงที่มีรูปทรงค่อนข้างกว้าง แปรงผมแบบนี้ช่วยให้ “สามารถแปรงผมได้ตั้งแต่โคนของรากผมจนจรดปลายเส้นผม โดยไม่ทำให้เส้นผมขาด” ช่างผมคนดังระบุ


เจ้าชายวิลเลียม(ซ้าย) เจ้าหญิงเคท และเจ้าชายแฮร์รี่แห่งอังกฤษ

นอกเหนือจากแปรงสำหรับแปรงผมที่เจ้าหญิงเคททรงเลือกใช้แล้ว พระองค์ยังใช้เซรั่มบำรุงเส้นผมคุณภาพดี โดยเฉพาะที่ทำจากน้ำมันอาร์แกน (Argan oil) นี่คือเคล็ดลับสำหรับหญิงสาวที่อยากมีทรงผมงดงามสลวยเหมือนหรือคล้ายคลึงกับเจ้าหญิงเคท มิดเดิลตัน.

 

ญาติน้ำตาไหล! เรือสำรวจเตรียมกู้ศพ เหยื่ออียิปต์แอร์ตก ขึ้นจากใต้ทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2559 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654581

 

เศร้า…เรือสำรวจใต้ทะเลของฝรั่งเศสเตรียมกู้ร่างเหยื่อเคราะห์ร้าย จากโศกนาฏกรรมเครื่องบินอียิปต์แอร์ตกทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เกือบ 2 เดือนก่อน ผู้โดยสารและลูกเรือดับรวม 66 ศพ หลังทำแผนที่ใต้ท้องทะเลจุดเครื่องบินตกเสร็จเรียบร้อย

เมื่อ 4 ก.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารของสายการบินอียิปต์แอร์ ออกแถลงการณ์ เรือสำรวจใต้ทะเล ‘จอห์น เลธบริดจ์’ ของฝรั่งเศส ได้เดินทางออกจากฐานประจำการที่สาธารณรัฐมอริเชียส ประเทศเกาะนอกชายฝั่งแอฟริกา ในมหาสมุทรอินเดียทางตะวันตกเฉียงใต้แล้ว เพื่อมาค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมเครื่องบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS 804 ตกทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากมีการทำแผนที่ใต้ท้องทะเลระบุตำแหน่งเครื่องบินตกเรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน ทีมแพทย์จากอียิปต์และฝรั่งเศสจะประจำการอยู่บนเรือจอห์น เลธบริดจ์ เพื่อติดตามกระบวนการกู้ศพจากท้องทะเล โดยชิ้นส่วนศพที่ถูกกู้ขึ้นมาได้ จะถูกนำไปชันสูตรโดยเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยาและหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ในเมืองอเล็กซานเดียร์ ก่อนจะส่งไปยังกรุงไคโรเพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอต่อไป


กล่องดำของเที่ยวบิน MS 804

ด้านคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุฯ ยังระบุว่า เมมโมรี่ชิปในกล่องดำบันทึกเสียงในห้องนักบิน ไม่ได้รับความเสียหาย และเจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถใช้เมมโมรี่ชิปเหล่านี้ในการช่วยหาสาเหตุของเครื่องบินตก หลังจากข้อมูลจากกล่องดำยืนยันพบควันบนเครื่องบิน ที่บริเวณห้องสุขาและพื้นที่ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ใต้ห้องนักบิน เพียงไม่กี่นาทีก่อนเครื่องบินจะหายไปจากจอเรดาร์


เรือสำรวจใต้ทะเล จอห์น เลธบริดจ์

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS 804 จากกรุงปารีสมายังกรุงไคโร หายไปจากจอเรดาร์อย่างไร้ร่องรอย ก่อนต่อมาจะพบว่าเครื่องบินได้ตกทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องรวม 66 ราย เสียชีวิตทั้งหมด.

 

เตือนมะกันระวังตัวเที่ยวซาอุฯ! โจมตีใกล้สถานกงสุลที่เจดดาห์ ตรงวันชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2559 16:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654536

 

สถานทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบีย เตือนชาวอเมริกันระวังตัวเป็นพิเศษ ขณะมาท่องเที่ยวในซาอุฯ หลังเกิดเหตุโจมตีใกล้สถานกงสุล ที่เมืองเจดดาห์ ในวันชาติสหรัฐฯ แต่เคราะห์ยังดี ที่มือระเบิดพลีชีพตายเพียงคนเดียว

เมื่อ 4 ก.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดเหตุโจมตีใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงวันชาติสหรัฐฯ ในวันที่ 4 ก.ค. โดยผู้ต้องสงสัยเป็นมือระเบิดพลีชีพ ได้จุดชนวนเข็มขัดติดระเบิดที่คาดไว้รอบเอว บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาล ดร.สุไลมาน ฟาคีห์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานกงสุลสหรัฐฯ เป็นเหตุให้ชายคนดังกล่าวเสียชีวิต

บีบีซี แจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล ดร.สุไลมานฯ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย ระหว่างเข้ายื้อยุดขัดขวางชายคนดังกล่าว หลังจากสังเกตเห็นชายคนนี้มีพฤติกรรมผิดปกติ และเข้ามาในลานจอดรถของโรงพยาบาล เมื่อเวลาประมาณ 02.15 น. และโชคดีที่ไม่มีประชาชนคนอื่นได้รับบาดเจ็บด้วย


ทางการซาอุฯส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ม หลังเกิดเหตุโจมตีใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯในเมืองเจดดาห์

ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบีย ได้ออกคำเตือน หลังเกิดเหตุร้ายใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเจดดาห์ โดยเรียกร้องให้ชาวอเมริกันควรระวังตัวเป็นพิเศษ และสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวเมื่อเดินทางเข้ามาเที่ยวในซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ เคยเกิดเหตุโจมตีสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเจดดาห์ เมื่อปี 2547 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย

 

นาซาระทึก! ยานจูโน นับถอยหลังเข้าสู่วงโคจรดาวพฤหัสฯ หลังเดินทางไกล 5ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2559 14:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654312

 

ทีมนักวิทย์นาซา ลุ้นระทึก ยานสำรวจอวกาศยักษ์ ‘จูโน’ เดินทางถึงดาวพฤหัสฯ และเตรียมเข้าสู่วงโคจรแล้ว หลังใช้เวลานานถึง 5 ปี นับตั้งแต่ถูกยิงขึ้นสู่ห้วงอวกาศ หัวหน้าโครงการฯ ชี้ ช่วงเวลาเข้าสู่วงโคจรถือเป็นช่วงอันตรายสุดๆ เพราะไม่มีใครรู้มาก่อนว่ายานจะรอดจากรังสี สนามแม่เหล็ก สภาพอากาศปั่นป่วนของดาวพฤหัสฯ หรือไม่

เมื่อ 4 ก.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศของสหรัฐฯ รายงานบรรดานักวิทยาศาสตร์ของนาซาและทั่วโลกกำลังลุ้นระทึก เฝ้าติดตามยานสำรวจอวกาศขนาดยักษ์ จูโน (Juno) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) เดินทางเข้าใกล้ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) แล้ว และเตรียมเข้าสู่วงโคจรในวันจันทร์ที่ 4 ก.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) หลังถูกปล่อยขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อ 5 ส.ค. 2554 เพื่อเดินทางไปยังดาวพฤหัสฯ ซึ่งอยู่ห่างจากโลกถึง 1.7 ล้านล้านไมล์ ตั้งแต่ 5 ปีก่อน และที่ผ่านมา ยังไม่มียานสำรวจดวงใดเดินทางไปถึงดาวพฤหัสฯ ดาวเคราะห์ดวงใหญ่สุดในระบบสุริยจักรวาลของเรา

สำหรับการเข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสฯ ของยานจูโน ถือเป็นช่วงเวลาตื่นเต้นที่สุด เพราะอันตรายที่สุด เนื่องจากยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดคาดการณ์ หรือรู้ได้เลยว่า ยานจูโน จะสามารถรอดพ้นจากรังสี สนามแม่เหล็กและสภาพอากาศที่ปั่นป่วนขณะยานเดินทางเข้าใกล้ดาวพฤหัสฯ หรือไม่ ‘พวกเรากำลังจะเข้าไปใกล้ดาวพฤหัสฯ เก็บข้อมูล และออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเรากำลังจะเข้าไป ซึ่งมันอันตรายที่สุด ‘นายสกอตต์ โบลตัน’ หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์โครงการสำรวจดาวพฤหัสฯ ของนาซา กล่าว


ยานสำรวจอวกาศ จูโน

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ทีมของนาซา เตรียมจะจุดเครื่องยนต์ 8 ตัวบนยานจูโน เป็นเวลา 35 นาที ตอนเวลา 03.18 น. ของวันที่ 5 ก.ค.ตามเวลามาตรฐานสากล เพื่อทำให้ยานชะลอความเร็วลงเหลือประมาณ 1,212 ไมล์ต่อชั่วโมง จะได้สามารถเข้าสู่วงโคจรและโคจรรอบดาวพฤหัสฯ ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่วงเวลานี้มีความสำคัญมาก เพราะหากจัดการผิดพลาด จะทำให้ยานจูโนได้รับความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม นายโบลตัน หัวหน้าโครงการสำรวจดาวพฤหัสฯ กล่าวว่า พวกเราพร้อมแล้ว และทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังตื่นเต้นกันมากกับการที่ยานจูโนเดินทางไปถึงดาวพฤหัสฯ


ทั้งนี้ ยานสำรวจอวกาศขนาดยักษ์ จูโน ขนาดความกว้างเท่ากับสนามบาสเกตบอล มีภารกิจโคจรรอบดาวพฤหัสฯ 37 รอบ ในช่วงเวลา 20 เดือน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของดาวพฤหัสฯ โดยจะโคจรอยู่เหนือดาวพฤหัสฯ ราว 2,600 ไมล์ หรือ 4,100 กม.

 

ช็อก บึมเซ็นทรัลพาร์ค! เขย่าวันชาติสหรัฐฯ หนุ่มวัย 19 เท้ารุ่งริ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2559 11:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654262

 

อเมริกันชนขวัญกระเจิง เกิดระเบิดตูมสนั่น เสียงดังพอๆ กับปืนใหญ่ ที่สวนสาธารณะชื่อดัง เซ็นทรัลพาร์ค ในนครนิวยอร์ก หนุ่มวัย 19 เคราะห์ร้ายไปเหยียบวัตถุระเบิดเข้าพอดี จนเท้าซ้ายขาดรุ่งริ่ง ขณะที่ จนท.สั่งปิดสวนสาธารณะทันที

เมื่อ 4 ก.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวอเมริกันขวัญผวา เกิดเหตุระเบิดที่เซ็นทรัลพาร์ค สวนสาธารณะชื่อดังใจกลางนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 3 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้ นายคอนนอร์ โกลเด้น นักท่องเที่ยวหนุ่ม วัย 19 ปี ซึ่งเคราะห์ร้ายไปเหยียบวัตถุระเบิดเข้าพอดี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เท้าข้างซ้ายขาดหายไปบางส่วน จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และคาดว่าแพทย์อาจจำเป็นต้องตัดเท้าซ้ายทิ้ง

พยานหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ เล่าด้วยความระทึกว่า นายโกลเด้น ได้ปีนก้อนหินกับเพื่อนอีก 2 คน เพื่อขึ้นไปยังข้างบน ซึ่งเป็นจุดชมวิวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และเกิดไปเหยียบกับวัตถุระเบิด ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เท้าข้างซ้าย จนทำให้เสียเลือดมาก ขณะที่ เสียงระเบิดยังดังกึกก้องเหมือนกับเสียงปืนใหญ่เลยทีเดียว


คอนนอร์ โกลเด้น หนุ่มวัย 19 ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เท้าซ้าย หลังเหยียบระเบิดเข้าพอดี

หลังจากเกิดเหตุระเบิดสะเทือนขวัญ ทางเจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค และสั่งอพยพประชาชนออกจากสวนสาธารณะทันที พร้อมกับส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และสุนัขตำรวจ ค้นหาว่ามีวัตถุระเบิดถูกคนร้ายนำวางไว้ในสวนสาธารณะยอดนิยมแห่งนี้อีกหรือไม่ ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวนหาคนร้ายที่นำระเบิดมาวางไว้ที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค จนเกิดระเบิดขึ้นก่อนถึงวันชาติสหรัฐฯ ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ เพียงวันเดียว.


เร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ในนครนิวยอร์ก

เจ้าหน้าที่และสุนัขตำรวจ ค้นหาวัตถุระเบิดที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค

 

ไอเอสเขย่าโลกอีก บอมบ์125ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2559 07:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654041

 

เจ็บเกือบ200 ในย่านชุมชนกรุงแบกแดด

โลกเกิดเหตุสยองสะเทือนขวัญอีกครั้งที่อิรัก คนร้ายปฏิบัติการรุนแรง ใช้ระเบิดรถยนต์พลีชีพที่ถนนสายหนึ่งในเขตคาร์ราดา กรุงแบกแดด ขณะที่ผู้คนออกมาจับจ่าย หาซื้อข้าวของฉลองวันสิ้นสุดเทศกาลรอมฎอน แรงระเบิดเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 125 ศพ บาดเจ็บกว่าร้อยคน หลังเกิดเหตุกลุ่มไอเอสออกมาโอ้อวดเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดครั้งนี้ ส่วนที่บังกลาเทศ รมว.มหาดไทยออกมายืนยันกลุ่มคนร้ายที่ลงมือสังหารตัวประกันชาวต่างชาติ 20 ศพ ไม่ใช่ฝีมือไอเอส แต่เป็นกลุ่มหัวรุนแรงจามาอัต อุล มูจาฮีดีน ที่ก่อความไม่สงบในบังกลาเทศมาหลายทศวรรษ เผย 1 ในตัวประกันเป็นหญิงชาวอิตาลีถูกสังหารตายทั้งกลม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุสะเทือนขวัญกลางย่านสถานเอกอัครราชทูต กรุงธากา หลังกลุ่มคนร้าย 7 คน บุกโจมตีร้านอาหารสเปน “โฮเลย์ อาร์ติซาน เบเกอรี” กลางดึกวันที่ 1 ก.ค. พร้อมลงมือสังหารตัวประกันชาวต่างชาติอย่างโหดเหี้ยม ด้วยการใช้มีดพร้าสับทีละคน จนเสียชีวิตทั้งหมด 20 ศพ ก่อนถูกหน่วยคอมมานโดกองทัพบกบังกลาเทศบุกชาร์จวิสามัญฆาตกรรม 6 คน จับเป็น 1 คน ในช่วงเช้าวันต่อมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายชาหิดูล โฮค ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบังกลาเทศ เปิดเผยผลการสอบสวนเพิ่มเติม โดยระบุว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุสยองครั้งนี้ ทั้งหมดเป็นชาวบังกลาเทศ ในจำนวนนี้ 5 คน เป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงที่ตำรวจอยู่ระหว่างตามจับกุม ส่วนนายชาหิดูร์ เราะห์มาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบังกลาเทศ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนว่าการก่อเหตุครั้งนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มหัวรุนแรงต่างชาติ อย่างกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส และกลุ่มก่อการร้ายสากลอัล-เคดาหรือไม่ แต่มิได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคนร้าย กล่าวเพียงว่า ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นคนมีการศึกษาและมาจากตระกูลร่ำรวยในบังกลาเทศ

อย่างไรก็ตาม นายอาซาดุซซามาน ข่าน รมว.มหาดไทยบังกลาเทศออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า กลุ่มคนร้ายที่ลงมือสังหารตัวประกันชาวต่างชาติ 20 ศพ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส แต่เป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงจามาอัต อุล มูจาฮีดีน ที่ก่อความไม่สงบในบังกลาเทศมาหลายทศวรรษ ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานก่อนหน้านี้ว่า กลุ่มจามาอัต อุล มูจาฮีดีน ได้ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอส

ส่วนเว็บไซต์เอสไอทีอี กลุ่มเฝ้าระวังการก่อการร้าย ระบุว่ากลุ่มไอเอสได้ทำการโพสต์ภาพคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุจำนวน 4 คน ยืนถ่ายรูปโดยมีธงดำของกลุ่มไอเอสเป็นพื้นหลัง พร้อมประกาศว่าประชาชนของประเทศที่ลงมือโจมตีชาวมุสลิมจะไม่มีวันอยู่อย่างสงบสุข กระนั้นเอสไอทีอียังไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ สอดคล้องกับการเปิดเผยของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นกลุ่มไอเอสที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ

ต่อมากระทรวงต่างประเทศอิตาลี ออกแถลงการณ์ยืนยันว่ามีชาวอิตาลีถูกสังหารในเหตุสลดครั้งนี้ถึง 9 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเมืองที่ทำงานอยู่ในบังกลาเทศ และหนึ่งในผู้เสียชีวิตนี้รวมถึงนางซิโมนา มอนตี วัย 33 ปี ที่ได้รับการเปิดเผยจากญาติว่ากำลังตั้งครรภ์ 5 เดือน เป็นทารกเพศชายที่จะตั้งชื่อให้ว่าไมเคิลแองเจโล แต่ต้องมาเสียชีวิตอย่างน่าอนาถทั้งที่เตรียมจะเดินทางกลับอิตาลีเพื่อมาตรวจครรภ์

ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่ามีพลเมืองเสียชีวิต 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน เป็นพนักงานที่มาดูแลโครงการช่วยเหลือของรัฐบาลญี่ปุ่นในบังกลาเทศ ส่วนกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯเปิดเผยว่า เหยื่อที่เสียชีวิตในเหตุจับตัวประกัน มีอยู่ 3 คน ที่อยู่ระหว่างการศึกษาต่อในสหรัฐฯ ในจำนวนนี้ 2 คน เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอีโมรี ในนครแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เป็นชาวอเมริกัน 1 คน และสำหรับรายที่ 3 เป็นชาวอินเดีย อยู่ระหว่างศึกษาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

ขณะเดียวกัน เกิดเหตุสยองขวัญที่กรุงแบกแดด อิรัก ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังคนร้ายไม่ทราบจำนวน จุดชนวนระเบิดโจมตี 2 ครั้งซ้อนในช่วงเช้าวันที่ 3 ก.ค. โดยที่แรกใช้ระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ กลางย่านการค้าคาร์ราดา ที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยเตรียมฉลองวันสิ้นสุดพิธีถือศีลอดเดือนรอมฎอน ส่วนจุดที่สองใช้ระเบิดแสวงเครื่องโจมตีย่านชุมชน ทางตะวันออกของกรุงแบกแดด ทั้ง 2 เหตุการณ์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 125 ศพ และอาจเพิ่มขึ้น บาดเจ็บอีก 176 คน เบื้องต้นกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อออนไลน์ ประกาศรับผิดชอบ พร้อมระบุว่าตั้งใจโจมตีย่านชุมชนมุสลิมชีอะห์

 

ผลเลือกตั้งออสซี่คาดตั้ง รบ.ผสม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653971

 

บิล ชอร์เทน และ มัลคอร์ม เทิร์นบูล หย่อนบัตรเลือกตั้ง

เมื่อ 3 ก.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้งออสเตรเลีย แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งพบว่า พรรคแรงงาน ซึ่งเป็นฝ่ายค้านของนายบิล ชอร์เทน ได้คะแนน ส.ส. 71 ที่นั่ง ส่วนพรรครัฐบาลลิเบอรัล พาร์ตี้ หัวเอียงขวาได้ 67 ที่นั่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีมัลคอร์ม เทิร์นบูล ของออสเตรเลียมั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียง ส.ส.ในสภา 76 ที่นั่ง ซึ่งสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ อีกทั้งกลุ่มนักวิเคราะห์การเมืองออสเตรเลียก็คาดการณ์ว่า พันธมิตรของนายเทิร์นบูลจะรวมกันจัดตั้งรัฐบาล หรืออีกกรณีคือทั้งนายเทิร์นบูลกับนายชอร์เทนต่างระดมเสียงจากพรรคการเมืองอิสระหรือพรรคการเมืองขนาดเล็กมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ตำรวจออสเตรเลียเข้าสืบสวนหลังผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งได้รับข้อความทางโทรศัพท์จากประกันสุขภาพเมดิแคร์ของรัฐบาล เตือนว่าระบบสาธารณสุขจะถูกเปลี่ยนให้เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้พรรครัฐบาลผสม ขณะที่รัฐบาลปฏิเสธว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว พร้อมกล่าวโทษพรรคแรงงานฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ ออสเตรเลียเผชิญเหตุวุ่นวายทางการเมืองนานหลายปี เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีแล้วถึง 4 คนในรอบ 3 ปี และรูปการณ์ทำนองนี้ยังอาจก่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง และหากเทิร์นบูลไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้จะนับเป็นครั้งแรกในรอบ 85 ปี ที่พรรครัฐบาลต้องสูญเสียอำนาจหลังขึ้นเป็นรัฐบาลเทอมแรก.

 

ตัวเต็งผู้นำยูเคคิดต่างเร่งคุยอียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2559 03:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653966

 

เทเรซา เมย์

สองตัวเต็งที่ลงสมัครชิงตำแหน่ง ทั้งหัวหน้าพรรครัฐบาลอนุรักษ์นิยมและตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ แทนนายเดวิด คาเมรอน ที่ประกาศลาออกหลังผลการลงประชามติเสียงส่วนใหญ่หนุนให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู มีความคิดต่างเกี่ยวกับการเร่งใช้มาตรา 50

นางเทเรซา เมย์ รัฐมนตรีหญิงกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษ ซึ่งสนับสนุนให้ประเทศเป็นสมาชิกอียูต่อ มองว่า อังกฤษต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับการแสดงท่าทีในการเจรจาเสียก่อน จึงคิดว่าไม่ควรเร่งรีบใช้มาตราดังกล่าวภายในปี 2559 นี้ ขณะที่นางแอนเดรีย ลีดซัม รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพลังงานอังกฤษ ซึ่งสนับสนุนให้ประเทศออกจากการเป็นสมาชิกอียู ยืนกรานด้วยน้ำเสียงที่เร่งเร้ากว่าว่า อังกฤษจำเป็นต้องฉวยจังหวะนี้เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า


แอนเดรีย ลีดซัม

อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษรายงานว่า ส.ส.พรรครัฐบาลบางคนซึ่งสนับสนุนนางเมย์พยายามชักชวนนางลีดซัมและผู้สมัครแข่งขันรายอื่นถอนตัวเพื่อให้นางเมย์ขึ้นดำรงตำแหน่งโดยเร็ว ความเสถียรภาพกลับคืนมาและให้เกิดความก้าวหน้าในการเจรจาเรื่องการออกจากสมาชิกอียู แต่นางลีดซัมกลับไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าควรมีการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับการเปิดโอกาสให้กับสมาชิกพรรคทุกคนได้มีสิทธิ์พูด และเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากฟังเพื่อให้เกิดการถกเถียงด้วยกัน.

 

มะกันยอมเผย ยอดตายพลเรือนจากการโจมตีของโดรนนอกอิรัก-อัฟกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2559 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653447

รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยผลประเมินยอดพลเรือนที่เสียชีวิตจากการโจมตีของโดรนสหรัฐฯ นอกประเทศอิรักและอัฟกานิสถานแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา…

 

คลิกลูกศร…อ่านต่อ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.ค. รัฐบาลของประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ได้เปิดเผยตัวเลขประเมินจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน นอกอิรักและอัฟกานิสถานระหว่างปี ค.ศ. 2009-2015 ออกมาแล้ว โดยประเมินว่ามีพลเรือนเสียชีวิตประมาณ 64-115 ราย และในช่วงเวลาเดียวกันก็มีนักรบติดอาวุธถูกสังหารด้วยการโจมตีของโดรนราว 2,372-2,581 ราย

จำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวเป็นผู้เสียชีวิตนอกเขตสงคราม แต่ไม่ระบุว่ารวมถึงประเทศใดบ้าง แต่เชื่อกันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ส่งโดรนออกโจมตีในปากีสถาน, เยเมน และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา

ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลโอบามา ที่ต้องการเพิ่มความโปร่งใสในนโยบายทางทหารของประเทศซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ แม้จะยินดีที่มีการเปิดเผยข้อมูลนี้ออกมา แต่ก็ไม่พอใจเนื่องจากยอดพลเรือนเสียชีวิตที่รัฐบาลเปิดเผย น้อยกว่ายอดที่หน่วยงานอิสระรวบรวมมามาก

หน่วยงานภายนอกรัฐบาล เช่น สำนักงานสื่อเชิงสืบสวน (Bureau of Investigative Journalism), เว็บไซต์ ‘เดอะ ลอง วอร์ เจอร์นัล’ (The Long War Journal) และสถาบัน นิว อเมริกา ฟาวเดชัน (New America Foundation) รวบรวมรายงานต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อนับจำนวนพลเมืองที่เสียชีวิต และพบว่าตัวเลขสูงถึง 200-1,000 ราย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับถึงช่องว่างระหว่างข้อมูลของพวกเขากับองค์กรภายนอกต่างๆ โดยระบุเมื่อวันศุกร์ว่า การประเมินนี้อาจไม่สมบูรณ์แบบเนื่องจากความซับซ้อนในการคำนวณ แต่รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอื่นๆ ก็มีช่องโหว่เช่นกัน เนื่องจากอาจมีการจงใจปล่อยข้อมูลผิดๆ จากคนบางกลุ่มรวมทั้งองค์กรก่อการร้ายเอง