โอบามา เตือน ยูเค Brexit กระทบการเติบโตเศรษฐกิจโลก ระยะยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/651351

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 13:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651351

 

บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯเตือน ยูเค Brexit ออกจากสหภาพยุโรป จะส่งผลให้เกิดความกังวล ต่ออัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกในระยะยาว ชี้มีความเป็นไปได้ที่การลงทุนในสหราชอาณาจักรจะชะลอตัวลง ย้ำผู้นำอังกฤษ อียู ควรทำให้เกิดความแน่ใจว่ากระบวนการยูเคออกจากอียูเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อ 30 มิ.ย.59 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯกล่าวเตือนถึงผลที่จะตามมา จากการที่สหราชอาณาจักร (ยูเค) ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ ยูเค Brexit ว่า จะก่อให้เกิดความวิตกกังวล เกี่ยวกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกในระยะยาว โดยผู้นำสหรัฐฯชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่การลงทุนในเกรต บริเตน หรือสหราชอาณาจักร ตลอดจนในยุโรปจะชะลอตัวลง

‘ตอนนี้ อัตราเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้อ่อนตัวลงเรียบร้อยแล้ว อย่างที่ไม่สามารถช่วยได้’ ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวถึงเรื่องนี้ต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำแคนาดาและเม็กซิโก ที่กรุงออตตาวา เมืองหลวงแคนาดา เมื่อ 29 มิ.ย. พร้อมกับยังได้เรียกร้องนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และผู้นำอียูควรทำให้เกิดความแน่ใจว่ากระบวนการยูเคออกจากอียูดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย


ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโอบามา ยังได้กล่าวปกป้องในเรื่องการค้าเสรีและให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงเดินหน้าผลักดันในแผนเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement: TPP) โดยโอบามา ยังกล่าวว่า การกล่าวถึงเรื่องนี้ เพื่อเป็นการส่งสารสำคัญไปถึงอังกฤษ และเยอรมนีว่า ขอให้ทุกคนควรได้หายใจ หยุดพัก เพราะจะต้องเจอกับเรื่องยากและกระบวนการที่ท้าทาย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดความตระหนกตกใจ เสียขวัญ.

 

ก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มิ.ย. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651112

 

เจ้าหน้าที่หลายหน่วยเร่งเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุ 3 คนร้ายบุกกราดยิงและจุดระเบิดฆ่าตัวตายในอาคารขาเข้า สนามบินนานาชาติอตาเติร์ก นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ที่ทำให้มีคนตายและบาดเจ็บจำนวนมาก.

 

ปฏิบัติการโหดไอเอส ฆ่า41ศพ เกลื่อนสนามบินตุรกี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มิ.ย. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651082

 

ผูกระเบิดพลีชีพกราดยิง กดบึม3ลูก-เจ็บนับร้อย 300เที่ยวบินยกเลิกหมด

กลุ่มก่อการร้ายปฏิบัติการบึมเขย่าโลกอีก คราวนี้ 3 คนร้ายเลือกลงมือที่สนามบินนานา ชาติอตาเติร์ก ในอิสตันบูล ตุรกี ตั้งแต่กราดยิงใส่ผู้คนก่อนกดระเบิดฆ่าตัวตายทั้งหมด ส่งผลมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยทางการตุรกีมั่นใจฝีมือ “ไอเอส” พร้อมเรียกร้องให้โลกร่วมมือกันต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรง ด้านนานาชาติพร้อมใจประณามกลุ่มก่อเหตุ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ยันไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ รมว.คมนาคมมั่นใจมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบินในไทยเข้มงวดตามระเบียบ ส่วนสนามบินดอนเมือง-รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบบุคคล สัมภาระ และลาดตระเวนมากขึ้น

เหตุก่อการร้ายยังคงสร้างความสะเทือนขวัญให้แก่ชาวโลกอย่างไม่หยุดหย่อน โดยคราวนี้เป็นที่นครอิสตันบูล เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของตุรกี กลุ่มคนร้ายลงมืออุกอาจโจมตีสนามบินนานาชาติอตาเติร์ก ใช้อาวุธสงครามกราดยิงอย่างไม่เลือกหน้า ก่อนจุดระเบิดพลีชีพทิ้งทวน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงตุรกี ระบุเหตุสยองขวัญครั้งนี้ เกิดเมื่อเวลา 21.50 น. ของวันที่ 28 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 01.50 น. ของวันที่ 29 มิ.ย. ตามเวลาไทย คนร้าย 3 คน ไม่ทราบชื่อและสัญชาติ ได้ก่อเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติอตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล สนามบินที่มีผู้คนมาใช้บริการคับคั่งมากเป็นอันดับ 3 ของยุโรป โดยจากการสืบสวนเบื้องต้นและการย้อนดูภาพกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายนั่งแท็กซี่มาด้วยกันก่อนแยกตัวลงมือ ในจำนวนนี้ 2 คน บุกไปก่อเหตุที่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า เปิดฉากกระหน่ำยิงใส่เจ้าหน้าที่และชาวบ้าน และพยายามบุกเข้าไปยังด่านรักษาความปลอดภัยตรงทางเข้าอาคาร จากนั้นคนร้าย 1 คน จึงกดระเบิดฆ่าตัวตาย แรงระเบิดรุนแรงจนหลังคาพังทลายลงมาบางส่วน ขณะที่อีกคนถูกเจ้าหน้าที่ยิงล้มลงไปกองกับพื้น แต่ไม่ถึง 20 วินาที ก็กดระเบิดฆ่าตัวตายตามไปอีกราย

ส่วนคนร้ายที่เหลืออีก 1 คน ได้บุกเข้าไปก่อเหตุภายในอาคารผู้โดยสารขาออก จากการที่เจ้าหน้าที่สอบถามพยานพบว่าคนร้ายซึ่งสวมชุดสีดำทั้งตัวแต่ไม่ใส่หน้ากาก ได้ใช้อาวุธปืนอัตโนมัติไม่ทราบขนาดที่ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อแจ็กเกต เปิดฉากยิงใส่ผู้คนภายในเวลาไล่เลี่ยหลังจากเกิดระเบิด 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังจากกราดยิงไปได้ไม่กี่นาที คนร้ายได้นำปืนกลับไปซ่อนในเสื้อแจ็กเกตตามเดิม และมีท่าทีลุกลนอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะวิ่งลงบันไดเลื่อนพยายามหลบหนีไปยังชั้นล่างของอาคารผู้โดยสารขาออก ตามด้วยกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่วิ่งตามลงไปและเกิดดวลปืนยิงกันสนั่นหวั่นไหว ก่อนจบลงด้วยเสียงระเบิด ที่เกิดจากการจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายอีกคน

ด้านนายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกีออกแถลงการณ์ว่า แม้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ แต่จากหลักฐานเบื้องต้นทำให้มุ่งเป้าไปที่กองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ส่วนสำนักงานผู้ว่าการนครอิสตันบูล เปิดเผยว่ายอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 41 ศพ ส่วนใหญ่เป็นชาวตุรกี ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ มีทั้งชาวจีน จอร์แดน ตูนิเซีย อุซเบกิสถาน อิหร่าน และยูเครน ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 239 คน แต่หลังจากถูกนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 109 คน

ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า แหล่งข่าวความมั่นคงตุรกีผู้ไม่ขอเอ่ยนาม ระบุว่าการก่อเหตุที่เลือกโจมตีเป้าหมายในลักษณะนี้ มักเข้าข่ายเป็นฝีมือของกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส มากกว่ากลุ่มกบฏชาวเคิร์ดพีเคเคที่กำลังมีปัญหากับรัฐบาลตุรกี เช่นเดียวกับแหล่งข่าวในหน่วยต่อต้านก่อการร้ายของสหรัฐฯ ที่ระบุว่ากลุ่มไอเอสเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง แม้จะยังไม่มีหลักฐานมายืนยันก็ตาม
ต่อมานายเรย์เซป ทายยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้โลกร่วมมือกันต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรง ระบุเหตุการณ์ดังกล่าวควรเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราต้องร่วมมือกันมากขึ้น เพราะเหตุระเบิดเช่นนี้อาจเกิดขึ้นที่สนามบินใดเมืองใดก็ได้ในโลก เช่นเดียวกับรัฐบาลสหรัฐฯ เบลเยียม และเยอรมนี ที่ร่วมแถลงการณ์ประณามการโจมตี

ส่วนสายการบินแห่งชาติตุรกี เตอร์กิช แอร์ไลน์ส เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุนั้นทางสายการบินได้สั่งยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดทันทีกว่า 300 เที่ยวบิน ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเวลา 08.00 น. ของวันที่ 29 มิ.ย.หรือประมาณ 12.00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย กระนั้นผู้สื่อข่าวต่างประเทศในที่เกิดเหตุรายงานว่า สายการบินที่ขึ้นลงสนามบินนานาชาติอตาเติร์ก เปิดให้บริการเพียงแค่ 1 ใน 3 ที่เหลือยังคงขึ้นสถานะว่าล่าช้า หรือเลื่อนกำหนดการบิน ซึ่งต่อมาสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส ระบุว่าผู้โดยสารสามารถขอเปลี่ยนเที่ยวบินหรือยกเลิกตั๋วได้โดยไม่เสียเงินไปจนถึงสัปดาห์หน้า

อนึ่ง ในปีนี้ประเทศตุรกีถูกกลุ่มหัวรุนแรงโจมตีหลายครั้ง อาทิ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุโจมตีรถบัสตำรวจ กลางนครอิสตันบูล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ศพ เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสก่อเหตุระเบิดพลีชีพในย่านการค้าของนครอิสตันบูล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บ 36 คน นอกจากนี้ การโจมตีครั้งนี้ยังมีลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์โจมตีสนามบินนานาชาติซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาเอลบีค ในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่คนร้ายลงมือจุดชนวนระเบิดพลีชีพ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 32 ศพ บาดเจ็บ 340 คน

ขณะที่ในช่วงสายวันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา ประเทศตุรกี แจ้งข้อความผ่านเว็บไซต์กรณีเกิดเหตุยิงและระเบิดที่สนามบินนานาชาติอตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล ในชั้นนี้สถานเอกอัครราชทูตได้ตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่าคนไทยได้รับผลกระทบ โดยช่วงเวลาดังกล่าวสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส มีเที่ยวบิน บินไปหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย กรณีที่มีคนไทยประสบเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตได้ที่หมายเลข +90 533 641 5698

ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูตไทยได้รับการติดต่อประสานจากคนไทย ทราบว่าช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงที่คนไทยส่วนใหญ่ออกเดินทางเปลี่ยนเส้นทางไปแล้ว จนถึงขณะนี้สนามบินดังกล่าวยังปิดอยู่

ส่วนมาตรการป้องกันเหตุร้ายในไทยนั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของสนามบินในไทย ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่กำกับดูแลสนามบินในกำกับจำนวน 6 แห่ง คือ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ สนามบินหาดใหญ่ สนามบินภูเก็ตและสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย รวมถึงสนามบินที่อยู่ภายใต้การกำกับของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) จำนวน 28 แห่ง ก็มีมาตรฐานการเข้มงวดตามระเบียบอยู่แล้ว แล้วแต่สถานการณ์ สูงสุดคือระดับ 3 เช่นเดียวกับรถไฟฟ้า ที่นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มสายงานปฏิบัติการและซ่อมบำรุงบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เปิดเผยว่า แอร์พอร์ตลิงก์ได้เพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้บังคับใช้มาโดยตลอด อีกทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและวัตถุต้องสงสัยที่เข้าสู่ระบบไฟฟ้า เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระผู้โดยสารบริเวณสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี

ขณะที่นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวถึงกรณีคนร้ายกราดยิง และวางระเบิดในสนามบินอตาเติร์กในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ว่าในส่วนของท่าอากาศยานดอนเมือง หลังรับทราบข่าวได้มีการย้ำเตือนหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้เข้มงวดเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเพิ่มรอบความถี่ในการตรวจสอบ และเพิ่มการลาดตระเวนให้ถี่มากขึ้น โดยเฉพาะนอกพื้นที่เขตห้าม หรือพื้นที่สาธารณะ ซึ่งหากพบวัตถุต้องสงสัยให้แจ้งมายังศูนย์รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานดอนเมืองทันที นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยังชุดตรวจผสมร่วม ไม่ว่าจะเป็นตำรวจท่องเที่ยว สถานีตำรวจดอนเมือง และกองทัพอากาศ ให้ช่วยตรวจตราอย่างเข้มงวดมากขึ้นด้วย จึงขอให้ผู้ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองมั่นใจในความปลอดภัยได้

กล่องดำยืนยัน พบควันบน MS804 ก่อนตกในเมดิเตอร์เรเนียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651071

 

ผลเบื้องต้นในการตรวจสอบกล่องดำของเที่ยวบิน เอ็มเอส 804 ของอียิปต์แอร์ ที่ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อเดือนก่อน ชี้ว่า มีการตรวจจับควันได้ที่ห้องน้ำและห้องเครื่องของเครื่องบินลำนี้ก่อนเครื่องตก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 29 มิ.ย. คณะกรรมการสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศยานของอียิปต์ออกมาเปิดเผยว่า ข้อมูลที่ดึงออกมาจากอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน หรือกล่องดำ ของเครื่องบินโดยสาร แอร์บัส เอ320 เที่ยวบินที่ เอ็มเอส 804 ของสายการบินอียิปต์แอร์ บ่งชี้ว่า มีการตรวจจับควันได้ที่ห้องน้ำและห้องเครื่องของเครื่องบินลำนี้ ก่อนที่เครื่องจะตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ก่อนหน้านี้โฆษกของสำนักงานความปลอดภัยด้านการบินของฝรั่งเศส (บีอีเอ) เปิดเผยว่า ระบบสื่อสารและรายงานตำแหน่งอากาศยาน (เอซีเออาร์เอส) ส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์แก่เจ้าหน้าที่ ระบุว่า เครื่องตรวจจับควันในห้องน้ำและห้องเครื่องทำงาน เพียงไม่กี่นาทีก่อนเครื่องตก ซึ่งการตรวจสอบกล่องดำล่าสุดพบว่ากล่องดำบันทึกข้อมูลในส่วนนี้เอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม การทำงานของอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบินถูกตัดขาดที่ความสูง 37,000 ฟุต

คณะกรรมการสืบสวนฯ ระบุด้วยว่า ซากเครื่องบินส่วนด้านหน้าของเครื่องที่เก็บกู้มาจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แสดงให้เห็นสัญญาณของความเสียหายที่เกิดจากอุณหภูมิสูงและมีรอยไหม้ด้วย


อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน ของเอ็มเอส 804 ที่เก็บกู้ได้จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 เที่ยวบิน เอ็มเอส 804 ของสายการบินอียิปต์แอร์ ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างเดินทางจากกรุงปารีสของฝรั่งเศสไปยังกรุงไคโร เมืองหลวงของประเทศอียิปต์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 66 คน เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ค้นพบซากเครื่องบิน และกล่องดำทั้ง 2 กล่องของเอ็มเอส 804 แล้ว แต่กล่องดำส่วนอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบินได้รับความเสียหาย และกำลังรับการซ่อมแซมที่กรุงปารีส

 

อิตาลีกู้เรืออพยพล่มในเมดิเตอร์เรเนียนพร้อมผู้โดยสาร 800 คนได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651056

 

กองทัพเรือของประเทศอิตาลีสามารถกู้เรืออพยพ ซึ่งจมลงในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อปีก่อน พร้อมผู้โดยสารที่เชื่อว่ามีจำนวนถึง 800 คนได้แล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพเรือของประเทศอิตาลีเปิดเผยในวันพุธที่ 29 มิ.ย. ว่า พวกเขาสามารถกู้เรืออพยพซึ่งอับปางลงนอกชายฝั่งเกาะซิซิลี พร้อมกับผู้คนบนเรือประมาณ 700-800 คน เมื่อปีก่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุเรืออพยพล่มในเมดิเตอร์เรเนียนครั้งเลวร้ายที่สุดได้แล้ว

กองทัพเรืออิตาลีระบุว่า พวกเขายกเรือลำดังกล่าวขึ้นจากความลึก 1,214 ฟุต (364.2 เมตร) โดยซากเรือถูกบรรจุในคอนเทนเนอร์แช่เย็นเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือของเกาะซิซิลี ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ชันสูตรรอตรวจสอบเพื่อระบุตัวศพอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการกู้เรือจะมีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดี

อนึ่ง เรือผู้อพยพลำนี้อับปางลงเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ปี พ.ศ. 2558 โดยไม่ทราบจำนวนผู้โดยสารที่แน่ชัด แต่จากปากคำของผู้รอดชีวิตซึ่งมีเพียง 28 คน ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเรือลำนี้มีผู้โดยสารระหว่าง 700-800 คน เกือบทั้งหมดมาจากประเทศในทวีปแอฟริกา และในช่วงที่เรือล่มผู้โดยสารส่วนใหญ่ติดอยู่ในเรือ

เหตุเรือล่มครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่ว และทำให้ชาติยุโรปยกระดับการลาดตระเวนทางทะเล เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพที่เดินทางออกจากประเทศลิเบีย เพื่อลักลอบเข้าสู่ยุโรป

 

มะกันตื่น! อพยพสนามบิน JFK ชั่วคราวหลังพบกระเป๋าต้องสงสัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 02:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651052

 

ตำรวจดำเนินการอพยพอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี (เจเอฟเค) ในนครนิวยอร์ก ชั่วคราวเมื่อวันพุธ หลังมีรายงานว่าพบกระเป๋าต้องสงสัย ก่อนเปิดให้บริการตามปกติในเวลาต่อมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของ โจ เพนตันเจโล โฆษกการท่าเรือนิวยอร์กและนิวเจอร์ซี ว่า สุนัขตำรวจ ‘เค-9’ ของกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิถูกส่งไปตรวจสอบกระเป๋าต้องสงสัยใบหนึ่ง ซึ่งอยู่ในบริเวณเขตผู้โดยสารขาออกของอาคารผู้โดยสารที่ 5 ของท่าอากาศยานนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี เมื่อเวลา 8.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เพนตันเจโลเผยอีกว่า หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดก็ถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุเช่นกัน ขณะที่ถนนในบริเวณโดยรอบอาคารผู้โดยสารถูกปิดชั่วคราว ก่อนที่ในเวลาต่อมา วัตถุต้องสงสัยจะถูกจัดการและอาคารผู้โดยสารก็สามารถใช้การได้ตามปกติ


ผู้โดยสารอพยพออกจากอาคารผู้โดยสาร หลังมีการพบกระเป๋าต้องสงสัย

ทั้งนี้ การอพยพที่สนามบินเจเอฟเค เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจาก เกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตาย 3 คน จุดระเบิดโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติ อะตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ในคืนวันอังคาร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 41 ราย และบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ซึ่งหลังเหตุการณ์นี้ การท่าฯ ของสหรัฐฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนติดอาวุธ ไปยัง 3 สนามบินหลักในนครนิวยอร์กทันที

 

EU ประชุมโดยไม่มี UK ครั้งแรก ชี้ บริเตนส่ออดเข้าร่วมตลาดเดียวยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 00:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650946

 

โดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรป

ผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประชุมร่วมกันโดยไม่มีผู้นำจากสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธ โดยแถลงการณ์ของเหล่าผู้นำหลังการประชุม ชี้ชัดว่ายูเคไม่สามารถเข้าร่วมในตลาดเดียวยุโรปเพราะไม่ยอมรับหลักการเคลื่อนย้ายเสรี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 29 มิ.ย. นายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรป (European Council) เป็นผู้นำการประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ครั้งแรกนับตั้งแต่สหราชอาณาจักร (ยูเค) ทำประชามติถอนตัวจากอียูเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยนี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี ที่ที่ประชุมคณะมนตรียุโรปไม่มีผู้นำยูเคเข้าร่วม

นายทัสค์กล่าวแสดงความเสียใจที่ชาวสหราชอาณาจักรตัดสินใจที่จะออกจากสหภาพยุโรป แต่อียูขอแสดงความชัดเจนว่า การเข้าร่วมในตลาดเดียวยุโรปจะเกิดขึ้นได้โดยการยอมรับหลักปฏิบัติ 4 ประการของการเคลื่อนย้ายเสรี อันประกอบด้วยการเคลื่อนย้ายสินค้า, บริการ, เงินทุน และคน และจะไม่มีการเข้าร่วมตลาดเดียวโดยเลือกปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งได้

ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายของกลุ่มสนับสนุนให้ยูเคออกจากอียู คือการหยุดการเคลื่อนย้ายคนในสหภาพยุโรป ซึ่งตามคำพูดของนายทัสค์ หากเรื่องนี้เกิดขึ้นก็หมายความว่า ยูเคจะขาดคุณสมบัติในการเข้าร่วมตลาดเดียวยุโรปไปโดยปริยาย

นายทัสค์กล่าวอีกว่า เหล่าผู้นำอียูมีความแน่วแน่ที่จะคงความเป็นหนึ่งเดียวและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทั้ง 27 ประเทศ และพวกเขาขอยืนยันอีกครั้งว่า การถอนตัวจากการเป็นสมาชิกอียูของยูเคจะต้องเป็นไปอย่างมีระเบียบ และจะไม่มีการเจรจาใดๆ จนกว่ายูเคจะแจ้งต่ออียูเรื่องความตั้งใจในการถอนตัวของพวกเขา

อนึ่ง ผู้นำชาติสมาชิกอียูทั้ง 27 ประเทศจะประชุมกันอีกครั้งหนึ่งในช่วงกลางเดือน ก.ย. ที่กรุงบราติสลาวา เมืองหลวงของประเทศสโลวาเกีย

 

โสมแดงเจอสวน! สหรัฐฯเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นจับมือซ้อมระบบยิงขีปนาวุธครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มิ.ย. 2559 18:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650757

 

(ภาพประกอบ สหรัฐฯซ้อมยิงขีปนาวุธจากเรือรบ)

กองทัพสหรัฐฯ,เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ร่วมฝึกซ้อมระบบยิงขีปนาวุธด้วยกันเป็นครั้งแรก นอกชายฝั่่งรัฐฮาวาย ตอบโต้ เกาหลีเหนือเดินหน้าทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยกลางมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อ 29 มิ.ย.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน กองทัพสหรัฐฯ จับมือกับกองทัพเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ร่วมฝึกซ้อมระบบยิงขีปนาวุธ ซึ่งตั้งชื่อการฝึกซ้อมครั้งนี้ว่า ‘แปซิฟิก ดรากอน’ (Pacific Dragon) หรือ ‘มังกรแปซิฟิก’ บริเวณนอกชายฝั่งของรัฐฮาวาย ในสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการฝึกซ้อมระบบยิงขีปนาวุธร่วมกันเป็นครั้งแรกของมิตรประเทศทั้ง 3 ขณะที่เกาหลีเหนือได้เดินหน้าทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยกลางมาแล้วหลายครั้ง ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้ส่วนใหญ่จะพบกับความล้มเหลว แต่ก็มีการทดลองยิงขีปนาวุธล่าสุด ครั้งที่ 6 ที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก

สื่อของทางการสหรัฐฯ ระบุว่า การร่วมฝึกซ้อมระบบยิงขีปนาวุธของกองทัพสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ไม่มีการยิงมิสไซล์ หรือขีปนาวุธจริงๆ เพียงแต่ทั้งสามประเทศได้มีการทดสอบระบบป้องกันด้วยขีปนาวุธนำวิถี หรือระบบ Aegis (เอจีส) รวมถึงการทดสอบการสื่อสารและการรวบรวมข้อมูล

บีบีซี แจ้งว่า ทางการเกาหลีเหนือ ซึ่งยังมีการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ไปแล้ว 4 ลูกตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พูดโจมตีการฝึกซ้อมระบบเอจีสของสหรัฐฯ เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ว่า ถือเป็นการยั่วยุทางทหาร

ทั้งนี้ ระบบเอจีส เป็นระบบอาวุธรวมทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่ในเรือรบ ซึ่งเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เรดาร์ และอาวุธเข้าด้วยกัน โดย ระบบนี้สามารถตรวจหา ติดตามและทำลายอาวุธที่ยิงมาจากทางอากาศ ทางทะเล และทางบกได้โดยอัตโนมัติ จึงทำให้เรือรบสามารถยิงโจมตีขีปนาวุธของฝ่ายศัตรูขณะยังอยู่ในอากาศ ก่อนจะตกระทบจนสร้างความเสียหายแก่เป้าหมายโจมตี

 

ตัดบัวไม่เหลือใย! ภาษาอังกฤษ อาจไม่ใช่ภาษาทางการของอียู หลังยูเคBrexit

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มิ.ย. 2559 16:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650614

 

ชาวโลกคงต้องหันไปเรียนภาษาฝรั่งเศสกันมากขึ้น… ประธานคณะกรรมาธิการ รธน. รัฐสภายุโรป ชี้ ภาษาอังกฤษ อาจไม่ใช่ภาษาทางการของอียูอีกต่อไป หลังสหราชอาณาจักรโหวตออกจากอียู ถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในการลดอิทธิพลของอังกฤษต่อยุโรป

เมื่อ 29 มิ.ย. 59 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างการเปิดเผยของนักกฎหมายในสหภาพยุโรป (อียู) หลังผลการทำประชามติ สหราชอาณาจักร (ยูเค) Brexit จะออกจากอียู ว่า อาจทำให้ ภาษาอังกฤษ ซึ่งถือเป็นภาษาที่สองของโลกถูกลดบทบาทลง โดยไม่ได้เป็นภาษาทางการของอียูอีกต่อไป

ศาสตราจารย์ ดานูตา ฮับเนอร์ ประธานคณะกรรมาธิการรัฐธรรมนูญของรัฐสภายุโรป แถลงข่าว เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้น หลังอังกฤษออกจากอียูว่า ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาทางการของอียู เพราะถูกเสนอโดยสหราชอาณาจักร แต่หาก อียู ไม่มี ยูเค เป็นสมาชิกอีกแล้ว พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ศ.ฮับเนอร์ กล่าวว่า ภาษาอังกฤษอาจยังคงเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ในอียู ถึงแม้ไม่ใช่ภาษาทางการก็ตาม สำหรับการเคลื่อนไหวของอียู หากมีการลดบทบาทของภาษาอังกฤษ ไม่ได้เป็นภาษาทางการของอียูจริง จะถือเป็นการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อต้องการลดอิทธิพลของอังกฤษที่มีต่อทวีปยุโรป


รอยเตอร์สแจ้งว่า ภาษาฝรั่งเศส ถือเป็นภาษาสำคัญในสถาบันต่างๆ ของอียู มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 แต่เมื่อ สวีเดน ฟินแลนด์ และออสเตรีย รวมทั้งประเทศในยุโรปตอนกลาง และยุโรปตะวันออกเข้ามาเป็นสมาชิกอียู ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง โดยขณะนี้ เอกสาร และตำราทางกฎหมายของอียู ถูกแปลเป็นภาษาทางการทั้งหมดของกลุ่มอียู 24 ภาษา ซึ่งหากอังกฤษสูญเสียสถานะนี้ไปแล้ว ชาวอังกฤษก็ต้องแปลเอกสาร และตำราทางกฎหมายของอียูให้เป็นภาษาอังกฤษเอง

 

แฉพระเก๊รีดไถที่นิวยอร์ก อ้างสร้างวัดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มิ.ย. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/649981

 

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อ 28 มิ.ย.ว่า ผู้นำสภาชาวพุทธแห่งนิวยอร์กในสหรัฐฯ เตือนให้ระวังพวก “พระปลอม” ในชุดจีวรสีส้ม ที่ออกเรี่ยไรรีดไถเงินตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในนิวยอร์ก รวมทั้งสวนสาธารณะ “ไฮ ไลน์” และจัตุรัส “ไทม์ส สแควร์” โดยอ้างว่าจะนำเงินไปสร้างวัดแห่งหนึ่งในประเทศไทย แต่เมื่อนักข่าวเอพีเข้าไปถามพระปลอมหลายคนกลับไม่สามารถบอกชื่อและที่ตั้งวัดได้ และบางคนวิ่งหนี

พระทีเค นาคากากิ ประธานสภาชาวพุทธนิวยอร์ก ตัวแทนวัดพุทธกว่า 20 แห่งเผยว่า พบพระปลอมครั้งแรกที่สวนสาธารณะไฮ ไลน์ เมื่อ 3 ปีก่อน และปัญหารุนแรงขึ้น โดยพระปลอมจะยื่นเหรียญสีทองสุกใสและสร้อยข้อมือลูกประคำพลาสติกให้นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งโชว์รูปวัด จากนั้นขอเงิน 10 หรือ 20 ดอลลาร์ เมื่อใครไม่ให้จะดึงของเหล่านี้คืนและแสดงกิริยาก้าวร้าว บางคนส่งเงินสดที่รีดไถได้ให้ชายที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ ซึ่งสภาชาวพุทธนิวยอร์กได้แจ้งเตือนเรื่องนี้ผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้ง “เฟซบุ๊ก” ด้วย

การขอทานตามท้องถนนไม่ผิดกฎหมายนิวยอร์ก ถ้าผู้ขอไม่ก้าวร้าว แต่การเรี่ยไรตามสวนสาธารณะต้องได้รับอนุญาตก่อน ตำรวจนิวยอร์กเผยว่าเคยมีคนโทร.แจ้ง 911 แต่เมื่อตำรวจไปถึงพระปลอมก็หลบหนีไปแล้ว และมีผู้พบเห็นพระปลอมออกเรี่ยไรที่นครซานฟรานซิสโก ส่วนในจีนก็พบเช่นกัน.