ไทยประกันชีวิต คว้า 2 รางวัล Insurance Asia Awards 2026

27 สิงหาคม 2569 เวลา 12:49 น.

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับ 2 รางวัลระดับภูมิภาคเอเชียจากเวที Insurance Asia Awards 2026 ตอกย้ำความโดดเด่นในการขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนา “คน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตขององค์กร และการสร้างสรรค์ “นวัตกรรมการดำเนินธุรกิจ” ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผสานกับการดูแลด้วยหัวใจ เพื่อยกระดับประสบการณ์และส่งมอบคุณค่าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยไทยประกันชีวิตได้รับรางวัล Employee Engagement Initiative of the Year – Thailand” จากโครงการ “School of Get” และรางวัล Service Innovation of the Year – Thailand” จากการพัฒนาแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต (TLI Application) ทั้งนี้ งานมอบรางวัล Insurance Asia Awards 2026 จัดโดยนิตยสาร Insurance Asia สื่อชั้นนำด้านธุรกิจประกันภัยจากประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่ององค์กรที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมประกันภัยในภูมิภาคเอเชีย

สำหรับรางวัล Employee Engagement Initiative of the Year – Thailand สะท้อนความสำเร็จของ School of Get” โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด Lifelong Learning ที่มุ่งเปลี่ยนการเรียนรู้ภายในองค์กรให้เป็น “Feel Good Experience” ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่เติมเต็มทั้งความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิต โดยโครงการดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมทักษะสำคัญสำหรับโลกยุคใหม่ ควบคู่กับกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรไทยประกันชีวิตอย่างรอบด้าน เพื่อเสริมความพร้อมในการรับมือและปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ตลอดจนเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างมั่นคง และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนไทยประกันชีวิตสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่รางวัล Service Innovation of the Year – Thailand ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยประกันชีวิตในการพัฒนาบริการภายใต้แนวคิด การดูแลลูกค้าด้วยหัวใจ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนา แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต (TLI Application) ให้เป็นมากกว่าช่องทางการทำธุรกรรมด้านประกันชีวิต แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการดูแลและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายในทุก Life Stage, Life Event และ Lifestyle ของลูกค้า ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมด้านประกันชีวิต อาทิ การชำระเบี้ยประกันภัย การติดตามสถานะการพิจารณารับประกันภัย การยื่นเคลมสินไหมที่ลูกค้าสามารถยื่นเอกสารเคลมผ่านแอปพลิเคชัน ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี รวมถึงบริการ รับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถรับเอกสารสำคัญผ่านทางอีเมลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย หมดกังวลกับปัญหาเอกสารสูญหาย พร้อมสนับสนุนการลดการใช้กระดาษ  รวมถึงการเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การลงทะเบียนบริการไทยประกันชีวิตฮอตไลน์ บทความด้านสุขภาพ กิจกรรมด้านการดูแลสุขภาพ สิทธิพิเศษจากไทยประกันชีวิต Privilege เป็นต้น

นอกจากนี้ ไทยประกันชีวิตยังได้พัฒนาฟีเจอร์ของแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต เพื่อมอบการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ผ่านบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ บริการปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงบริการพิเศษ “ไทยประกันชีวิต HEALTH CARE SOLUTIONS” เพื่อลูกค้าไทยประกันชีวิต ครอบคลุมการดูแลและตอบทุกความต้องการเรื่องสุขภาพ อำนวยความสะดวกในทุกสถานการณ์ เชื่อมต่อทุกโมเมนต์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นยามปกติ กังวลใจเมื่อเจ็บป่วย ต้องการที่ปรึกษา หรือยามฉุกเฉิน ดูแลครบวงจร ให้คุณอุ่นใจในทุกเวลา

การได้รับ 2 รางวัลจาก Insurance Asia Awards 2026 จึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จในแต่ละด้าน หากยังแสดงถึงแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรของไทยประกันชีวิตที่เชื่อมโยง “People Experience” สู่ “Customer Experience” โดยเริ่มจากการสร้างบุคลากรที่มีทักษะ มีศักยภาพ และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ก่อนต่อยอดสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่เข้าใจความต้องการและพร้อมดูแลลูกค้าด้วยหัวใจอย่างแท้จริง

InsuranceAsiaAwards2026ไทยประกันชีวิต

เด็กสมุทรสาคร สะท้อนคิดผ่านเลนส์ เมื่อการสร้างคอนเทนต์ ต้องเริ่มต้นด้วย “จริยธรรม”

27 สิงหาคม 2569 เวลา 12:45 น.

ในยุคที่คอนเทนต์แข่งกันด้วยยอดวิว ครีเอเตอร์หลายคนอาจต้องทำทุกทางเพื่อให้คนหยุดดู ตั้งแต่หยิบเรื่องขัดแย้งมาขยาย ใช้ความรุนแรงเรียกอารมณ์ ไปจนถึงจัดฉากสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ เมื่อสิ่งเหล่านี้ปรากฏซ้ำ ๆ บนหน้าจอและถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าคิดไม่ใช่เพียงว่าคลิปไหนจะดัง แต่คือเด็กและเยาวชนกำลังเรียนรู้อะไรจากสิ่งที่พวกเขาดูอยู่ทุกวัน และเมื่อคนทำคอนเทนต์มีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรมของผู้ชมมากขึ้น “จริยธรรม” จึงกลายเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้าม

(จากซ้าย) นายชาญ เธียรกาญจนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ นายฮิเดคาสึ อิโตะ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย

กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างทักษะควบคู่กับวิธีคิดให้กับคนรุ่นใหม่ โดยจับมือร่วมกับ BIG CAMERA จัดกิจกรรม “Young รักษ์สมุทรสาคร” ภายใต้โครงการ Panasonic Cares ปีที่ 4 เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจาก 8 โรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร ก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนในการผลิตคอนเทนต์สารคดี เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป เรียนรู้และซึมซับประสบการณ์จริงอย่างใกล้ชิดจาก ห่าน–สิทธิพงษ์ กองทอง ผู้กำกับภาพชื่อดังจากวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทย โดยตลอดกิจกรรม พานาโซนิคให้การสนับสนุนกล้องถ่ายภาพดิจิทัลพร้อมเลนส์คุณภาพสูงจาก LUMIX แก่เยาวชนทั้ง 8 ทีม ได้ใช้ถ่ายทำจริง พร้อมผู้เชี่ยวชาญจากทีม Lumix Thailand มาร่วมให้คำแนะนำการใช้งานกล้องในระดับมืออาชีพ พร้อมด้วยกาสนับสนุนอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ จาก BIG CAMERA เพื่อการผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูง ทั้งยังนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ การเก็บบันทึกเสียง โดยมี Creator มืออาชีพ มาช่วยถ่ายทอดเทคนิคการเก็บบันทึกเสียง ไปจนถึงหลักการผลิตสื่อสารคดี และให้น้อง ๆ ได้ฝึกคิด ฝึกถ่าย และฝึกเล่าเรื่องราวของท้องถิ่นผ่านมุมมองของตัวเอง พร้อมเรียนรู้การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ มีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อเรื่องราวที่ส่งต่อสู่สังคมอย่างยั่งยืน

ห่าน–สิทธิพงษ์ กองทอง ผู้กำกับภาพจากวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทย (ที่ 5 จากซ้าย) พร้อมด้วย ทีม LUMIX Thailand

คิดก่อนสร้าง เล่าอย่างรับผิดชอบ จาก Engagement สู่ความถูกต้อง

ทีม D-FYNT (ดี-ไฟท์)

น้อง ๆ ทีม D-FYNT (ดี-ไฟท์) จากโรงเรียนกระทุ่มแบนวิเศษสมุทคุณ นำโดย เฟิร์ส–จิรัชยา กล่ำเสือ อายุ 15 ปี ได้เล่าถึงแนวทางการทำสื่ออย่างรับผิดชอบว่า การสร้างคอนเทนต์ที่ดีควรเริ่มตั้งแต่การวางแผน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดประเด็น แบ่งหน้าที่ หรือวางภาพที่จะถ่าย ขณะเดียวกัน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการค้นคว้าและตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเสนอ โดยเฉพาะในยุคที่  คอนเทนต์สามารถถูกส่งต่อได้อย่างรวดเร็ว เพราะแม้ Engagement จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำคอนเทนต์ แต่ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือควรมาก่อน เพื่อไม่ให้สิ่งที่เราสื่อสารออกไปทำให้คนดูเข้าใจผิด

หลังจากได้เรียนรู้ทั้งการใช้กล้อง การถ่ายทำ และการผลิตสื่อสารคดี ทีม D-FYNT มองว่ากระบวนการทำคอนเทนต์มีรายละเอียดมากกว่าที่เห็น และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้อีกหลายทาง ทั้งการถ่ายภาพ การทำหนังสั้น หรือการทำคอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงอาชีพที่สนใจในอนาคตอย่างช่างภาพ ผู้กำกับ คนเขียนบท Influencer หรือ YouTuber โดยสิ่งที่อยากยึดไว้ในการทำงานคือการสร้างเรื่องราวให้น่าสนใจไปพร้อมกับการรักษาความจริง และความน่าเชื่อถือของสิ่งที่กำลังจะส่งต่อให้ผู้ชม

ถ่ายอย่างไรให้เคารพ เมื่อเรื่องราวของคนอื่นไม่ได้เป็นเพียงภาพที่เราหยิบมาเล่า

ทีมหลักสองฟิล์ม

น้อง ๆ ทีมหลักสองฟิล์ม จากโรงเรียนหลักสองส่งเสริมวิทยา นำโดย จู–กาญจนา อุปพันธ์พงศ์ชัย อายุ 17 ปี ได้เล่าถึง การทำคอนเทนต์อย่างรับผิดชอบว่า เมื่อเข้าไปถ่ายทำในชุมชน สิ่งที่คนทำสื่อต้องคิดถึงไม่ได้มีเพียงว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรให้น่าสนใจ แต่ต้องเคารพคนที่อยู่ในเรื่องราวด้วย ตั้งแต่การขออนุญาตก่อนถ่ายทำ ไปจนถึงการคำนึงว่าบุคคลที่ปรากฏในภาพยินยอมให้เปิดเผยตัวตนหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อภาพหรือคลิปนั้นจะถูกนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพราะคอนเทนต์หนึ่งชิ้นอาจไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับคนทำ แต่ยังส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวและความรู้สึกของคนอื่นได้ด้วย

สิ่งที่ทีมได้จากกิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงทักษะการถ่ายทำ แต่ยังเป็นการเรียนรู้ที่จะทำงานกับผู้คนอย่างเข้าใจและรับผิดชอบ   ทั้งการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ การสัมภาษณ์ และการตัดสินใจหน้างาน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดด้านการสื่อสารในอนาคต โดยทีมอยากพัฒนาตัวเองเป็นครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจและสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็เคารพสิทธิของผู้อื่น เพื่อให้การเล่าเรื่องของตัวเองไม่กลายเป็นการสร้างผลกระทบให้กับคนที่อยู่ในเรื่อง

เมื่อคอนเทนต์มีอิทธิพลต่อสังคม ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ กับความรับผิดชอบต่อสิ่งที่สื่อสาร

ทีม S.ch Creator

และสุดท้าย น้อง ๆ ทีม S.ch Creator จากโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย นำโดย เลิฟ–จิรายุ สุจริต อายุ 16 ปี มองว่าครีเอเตอร์    ในวันนี้มีอิทธิพลต่อคนดู โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เพราะสิ่งที่เห็นจากคอนเทนต์สามารถถูกนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และบางครั้งอาจนำไปสู่การเลียนแบบพฤติกรรมได้ ดังนั้นการสร้างคอนเทนต์จึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้ชมแต่ละช่วงวัย รวมถึงความพอดีของเนื้อหา ไม่ควรให้ยอด Engagement กลายเป็นเป้าหมายที่ต้องแลกกับคุณภาพหรือความรับผิดชอบ เพราะหากคอนเทนต์ชักจูงผู้ชมไปในทางที่ไม่เหมาะสม ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็อาจมากกว่ายอดวิวที่ได้รับ

ห่าน–สิทธิพงษ์ กองทอง ผู้กำกับภาพจากวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทย

จากกิจกรรมครั้งนี้ ทีมได้เห็นกระบวนการทำคอนเทนต์ตั้งแต่การวาง Storyboard ไปจนถึงการคิดว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรให้คนดูติดตาม และทำให้เห็นว่ากว่าคลิปหนึ่งคลิปจะออกมาสมบูรณ์ต้องผ่านรายละเอียดมากกว่าที่คิด หากวันหนึ่งได้เป็นครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามและมีเสียงของตัวเองในสังคม ทีมอยากใช้พื้นที่นั้นในการเล่าเรื่องวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่รอบตัว และใช้การทำคอนเทนต์เป็นอีกทางหนึ่งในการส่งต่อเรื่องราวและการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชุมชน

ทั้งนี้ แม้เวิร์กช็อปในห้องเรียนจะจบลงแล้ว แต่เรื่องราวของน้อง ๆ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพราะหลังจากนี้เยาวชนจากทั้ง 8 โรงเรียนจะนำทักษะและองค์ความรู้ที่ได้รับไปลงพื้นที่จริง เพื่อค้นหาเรื่องราวของชุมชนและถ่ายทอดออกมาเป็นสารคดีสั้น

ก่อนประชันผลงานบนเวทีประกวดในวันที่ 5 กันยายน 2569 แล้วมาดูกันว่า เมื่อเรื่องราวของสมุทรสาครถูกเล่าผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ จะมีมุมไหนที่ชวนให้เราได้เห็นและมองชุมชนแห่งนี้ในมุมใหม่ ติดตามผลงานและความเคลื่อนไหวของกิจกรรมได้ที่ Facebook: Lumix Thailand และ Panasonic Thailand

BIGCAMERAYoungรักษ์สมุทรสาครบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย

‘มิ้ลค์ – พรรษา วอสเบียน’ แขกพิเศษ Onitsuka Tiger เปิด Global Flagship Store แห่งใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก

27 สิงหาคม 2569 เวลา 12:06 น.

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) เปิด Global Flagship Store แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในย่านชินจูกุ กรุงโตเกียว โดยมีแขกคนสำคัญบินลัดฟ้าร่วมงาน อาทิ มิ้ลค์ – พรรษา วอสเบียน และ เจโน่ (JENO) – แจมิน (JAEMIN) แห่งวง NCT JNJM

คอนเซ็ปต์ของการเล่าเรื่องราวแบบแนวตั้ง (Vertical Narrative) ถูกวางเป็นหัวใจสำคัญของตัวร้าน ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ผสมผสาน สีสัน และศิลปะการดีไซน์แบบตะวันออกของญี่ปุ่น และตะวันตกอย่างอิตาลีเข้าไว้ด้วยกัน ภายในร้านแต่ละชั้นได้นำเสนอการเลือกสรรวัสดุและการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป นำพาให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษที่ถ่ายทอดถึงความเป็นมาของแบรนด์

จากอาคารทั้งหมดสี่ชั้นในบริเวณพื้นที่ 1,837 ตารางเมตร ภายในร้านได้รวบรวมสินค้าทั้งหมดในพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ไว้ในที่แห่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น เฮอริเทจ (Heritage) สินค้าที่ได้รับการตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยจากดีไซน์ดั้งเดิมของ Onitsuka Tiger, คอนเทมโพรารี (Contemporary) คอลเล็กชั่นที่มีการแสดงในงาน Milan Fashion Week ของ ONITSUKA TIGER และ ฟอร์มาลิตี (Formality) รองเท้าทรงสุภาพจากแบรนด์ THE ONITSUKA

ขณะที่ Onitsuka Tiger ยังคงมุ่งหมายให้ร้านค้าของแบรนด์เป็นสถานที่ที่ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ผ่านคุณค่าและเรื่องราวของแบรนด์ ร้าน Global Flagship Store แห่งใหม่และเป็นแห่งที่ใหญ่ที่สุดนี้จึงได้ควบรวมมรดกของแบรนด์เข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ผ่านการนำเสนอกลุ่มสินค้าทั้งหมดของแบรนด์ไว้ ณ สถานที่แห่งเดียวกัน ซึ่งพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ของทางแบรนด์ให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก

OnitsukaTigerพรรษาวอสเบียน

รมว. ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผนึกพลังดีไซเนอร์เผยแพร่ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ยกระดับสู่เวทีโลก

27 สิงหาคม 2569 เวลา 12:04 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เดินหน้าแคมเปญ “ชุดไทย (CHUD THAI)”  ร่วมหารือและพูดคุยกับดีไซเนอร์ ห้องเสื้อ และผู้ประกอบการด้านผ้าและสิ่งทอชั้นนำของไทย   เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและรวมพลังขับเคลื่อน “ชุดไทยพระราชนิยม” และ “ชุดไทยพระราชทาน” ให้เป็นมากกว่าเครื่องแต่งกายประจำชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ช่างทอ เกษตรกร ผู้ผลิตผ้า นักออกแบบ ช่างตัดเย็บ ไปจนถึงตลาดผู้บริโภค เปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมให้เกิดทั้งคุณค่าและมูลค่า สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์วัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

ดีไซเนอร์ และเจ้าของห้องเสื้อ นำโดย  นายธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) พุทธศักราช 2562 ห้องเสื้อธีระพันธ์, ห้องเสื้อเธียเตอร์, ห้องเสื้อแอตเตอลิเยร์ พิจิตรา, ห้องเสื้อภา, ห้องเสื้อเพชร บูติก, ห้องเสื้อ Glam Gold Label, ห้องเสื้อ Forgetmenot, ห้องเสื้อ Milan, ร้านนภัสสร ปริ๊นเซส, ร้านพาหุรัดดอทคอม, แบรนด์ Chai Gold Label, แบรนด์ ASAVA, แบรนด์ ISSUE, แบรนด์ Surface, แบรนด์ Finale Wedding Studio, แบรนด์ Miss Saturday, ค้ำคูณแกลเลอรี่, อัคราแกลเลอรี่ และวิเสฏฐ์อาภรณ์ พร้อมด้วย นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และคณะที่ปรึกษาโครงการชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย ได้แก่ ดร.ศรินดา จามรมานนายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข, ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ และนายกุลวิทย์ เลาสุขศรี

“ชุดไทยพระราชนิยม” เป็นชื่อเรียกเครื่องแต่งกายแบบไทยของสตรี ซึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มให้มีการศึกษาและค้นคว้าเครื่องแต่งกายสตรีไทยในสมัยต่าง ๆ และออกแบบเพื่อทรงใช้เป็นฉลองพระองค์ ในโอกาสโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503

ส่วนเครื่องแต่งกายสำหรับบุรุษ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทาน “ชุดพระราชทาน” หรือเสื้อไทยพระราชทาน เมื่อปี 2523 ให้เป็นเครื่องแบบข้าราชการและใช้แทนชุดสากลสำหรับบุรุษได้ เพื่อความประหยัดและเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย จนกลายเป็นเอกลักษณ์

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มองว่า เมื่อชุดไทยได้รับการออกแบบและตัดเย็บอย่างถูกต้อง พร้อมประยุกต์ให้ร่วมสมัย จะช่วยเพิ่มการใช้ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ายก และผ้าทอพื้นถิ่น สร้างความต้องการในตลาดและกระจายรายได้กลับสู่ชุมชนผู้ผลิต

“กระทรวงฯ จะเดินหน้าแคมเปญ “ชุดไทย (CHUD THAI)” ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการรับรู้ในประเทศและต่างประเทศ เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์นำอัตลักษณ์ชุดไทยมาต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ พร้อมขยายโอกาสทางตลาดให้แก่งานฝีมือไทย เป้าหมายคือ เปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมให้เกิดทั้งคุณค่าและมูลค่า สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์วัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก”

ปัจจุบัน “ชุดไทยพระราชนิยม” ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติแล้ว และไทยได้เสนอรายการ “Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume” ต่อยูเนสโก โดยมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมช่วงเดือนธันวาคม 2569

ชุดไทยพระราชนิยมซาบีดาไทยเศรษฐ์

New Orleans x Rebel Art Space เปิดพื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ศิลปะร่วมสมัย ประเดิมด้วย ‘Dystopia’ นิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ของ ‘วสันต์ สิทธิเขตต์’

27 สิงหาคม 2569 เวลา 11:00 น.

จากอดีตสำนักงานหนังสือพิมพ์ บางกอกเวิลด์ พระนคร ที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2503 และร้านอาหารชื่อดังฝั่งพระนคร สู่การกลับมาเปิดพื้นที่อีกครั้งในฐานะพื้นที่ร่วมสมัย New Orleans x Rebel Art Space ขอเชิญชวนผู้สนใจในศิลปะร่วมสำรวจโลกในอีกมุมมอง ผ่านนิทรรศการ “Dystopia” ผลงานของ วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินและนักเคลื่อนไหวทางสังคม โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่าง “Lord Buddha visit this world 2024” (พระพุทธเจ้าเสด็จโลก 2567) ขนาด 3 x 6 เมตร ซึ่งนับเป็นผลงานขนาดใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งของศิลปิน ซึ่งสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อนำมาจัดแสดงในพื้นที่แห่งนี้โดยเฉพาะ และนับเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของนิทรรศการในครั้งนี้

Dystopia เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง New Orleans และ Rebel Art Space ในโอกาสการกลับมาเปิดพื้นที่อีกครั้ง หลังจากร้านอาหาร New Orleans ได้ปิดให้บริการชั่วคราวไปเมื่อปี พ.ศ. 2563 เพื่อคืนลมหายใจให้อาคารเก่าสไตล์ยุโรปที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของเมืองหลวง ได้กลับมามีชีวิตในฐานะพื้นที่ร่วมสมัยที่เชื่อมโยงทั้งผู้คน อาหาร ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน การประเดิมพื้นที่ในโซน Art Space ด้วยนิทรรศการของ ‘วสันต์ สิทธิเขตต์’ จึงนับเป็นการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยมาสนทนากับบริบทของสถานที่ในรูปแบบที่น่าสนใจ

สำหรับ วสันต์ สิทธิเขตต์ Dystopia ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอภาพของโลกอันมืดมน หากเป็นการรวบรวมความคิดและสติปัญญา ตลอดจนการถอดบทเรียนจากการทำงานศิลปะ การเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมืองที่ผ่านมา เพื่อส่งเสียงสื่อสารไปยังผู้คนในสังคม ตั้งคำถามถึงโลกที่เราเคยรู้จัก สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับธรรมชาติและมนุษย์

จากโลกธรรมชาติที่เคยอุดมสมบูรณ์ ทั้งทะเล ภูเขา แม่น้ำ และผืนป่า ไปจนถึงวิกฤตการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฤดูกาลที่แปรปรวน ความแห้งแล้ง อุณหภูมิที่ร้อนจัด หนาวจัด และเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพสะท้อนในผลงานของศิลปิน ขณะเดียวกัน Dystopia ยังชวนตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจ ระบบทุนนิยม บริโภคนิยม สงคราม กลไกทางเศรษฐกิจและการเมืองที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้คนทั่วโลก

ด้วยแนวทางการทำงานที่ไม่เคยแยกศิลปะออกจากสังคม วสันต์ สิทธิเขตต์ ถ่ายทอดประเด็นร่วมสมัยผ่านภาษาทางศิลปะที่ตรงไปตรงมา รุนแรง และเต็มไปด้วยพลังในการตั้งคำถาม ผลงานใน Dystopia จึงไม่ได้ชวนเพียงให้ผู้ชมมอง “โลกที่กำลังเป็นไป” หากยังชวนย้อนกลับมามองบทบาทของมนุษย์ และตั้งคำถามว่าเรากำลังสร้างอนาคตแบบใดให้กับตัวเอง

การเลือก “Dystopia” มาเป็นนิทรรศการแรกของ New Orleans x Rebel Art Space จึงน่าสนใจไม่น้อย เมื่อพื้นที่ที่เคยเป็นสำนักงานหนังสือพิมพ์และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสื่อสารของพระนคร กำลังกลับมาเป็นพื้นที่สำหรับ “การสื่อสาร” อีกครั้ง หากเปลี่ยนจากตัวอักษรบนหน้ากระดาษมาเป็นภาพ เสียง และความคิดผ่านศิลปะร่วมสมัย

Dystopia by Vasan Sitthiket จัดแสดงระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 29 พฤศจิกายน 2569 ณ New Orleans บนถนนพระสุเมรุ (ใกล้แยกผ่านฟ้า 200 เมตร) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. (เฉพาะวันศุกร์ – วันจันทร์) กำหนดเปิดงานในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. พร้อมกิจกรรมพิเศษในวันเปิดงาน และกิจกรรมที่จัดขึ้นต่อเนื่องในแต่ละเดือน  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB: New Orleans BKK / IG: neworleans.bkk / TikTok: @neworleans.bkk

DystopiaNewOrleansRebelArtSpaceวสันต์สิทธิเขตต์

โอซีซี เดินหน้าส่งมอบความสุขให้ผู้ป่วย รพ.ศิริราช

27 สิงหาคม 2569 เวลา 09:00 น.

บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะทำงาน CSR และทีมช่างผมจิตอาสา โอซีซี เดินหน้าส่งมอบความสุขให้ผู้ป่วยโรงพยาบาลศิริราช

รศ.พญ.เบญจาภา เขียวหวาน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและองค์กรสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ต้อนรับ นัชชา ปรักกัมนนท์ ผู้จัดการแผนกโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะทำงาน CSR และทีมช่างผมจิตอาสา ที่เดินทางมาตัดผมให้กับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ รวมกว่า 120 คน เพื่อส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยระหว่างการรักษา พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านความงามมาสร้างประโยชน์และคุณค่าแก่สังคมผ่านกิจกรรม “ผมสวย…ด้วยรัก ครั้งที่ 78”  ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช

รพ.ศิริราชโอซีซี

อิ่มอร่อย ได้ร่วมทำดี! รพ.พระมงกุฎเกล้า–CPF ชวนส่งต่อ ‘พลังแห่งการให้’ สมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์

27 สิงหาคม 2569 เวลา 08:00 น.

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการในราคาพิเศษ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่ศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคข้อออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

โดยได้รับเกียรติจาก พลตรีณรงค์ ภักดีศุภผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ CPF ร่วมงาน

พลตรีณรงค์ กล่าวว่า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคกระดูกและข้อ รวมถึงการดูแลผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม ขณะที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทำให้การดูแลโรคกระดูกและข้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิต มีความสำคัญมากขึ้น โรงพยาบาลฯ จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพของศูนย์ให้มีความพร้อมทั้งด้านการรักษา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการฟื้นฟู เพื่อรองรับผู้ป่วยในทุกกลุ่ม และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตและดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพ

ปัจจุบัน ศูนย์โรคกระดูกและข้อเทียม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีห้องตรวจ 24 ห้อง รองรับผู้ป่วยประมาณ 450–500 คนต่อวัน มีหอผู้ป่วยรวม 90 เตียง และห้องผ่าตัด 4 ห้อง โดยการพัฒนาศูนย์ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์สำหรับการรักษาและอุปกรณ์ช่วยในการฟื้นฟู เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในหลากหลายกลุ่ม

ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ได้ถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 07.00–18.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 1 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า.

CPFรพ.พระมงกุฎเกล้า

ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : คุยกับประธานราชวิทยาลัยทันตแพทย์ เมื่อความรู้เรื่องฟัน เริ่มจากมาตรฐานที่เชื่อถือได้

27 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

หลังจากตอนที่แล้ว เราได้รู้จักบทบาทของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยกันไปแล้ว ตอนนี้ขอพาผู้อ่านมาพูดคุยกับ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ. ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ ประธานราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ถึงบทบาทของผู้เชี่ยวชาญ และเหตุผลว่าทำไม “ความรู้เรื่องฟัน” จึงสำคัญกับประชาชนทุกคน

ถาม: ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ฯ เกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างไร

ตอบ: แม้ประชาชนอาจไม่ได้ติดต่อกับราชวิทยาลัยโดยตรง แต่ราชวิทยาลัยฯ มีบทบาทในการกำกับมาตรฐานการฝึกอบรมและการประเมินทันตแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ เพื่อให้การรักษาที่ประชาชนได้รับมีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมตามหลักวิชาการ กล่าวได้ว่า ราชวิทยาลัยฯ เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยดูแล“คุณภาพของผู้เชี่ยวชาญ” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการรักษาของประชาชน

ถาม: นอกจากดูแลมาตรฐานผู้เชี่ยวชาญ ราชวิทยาลัยฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องใดอีก

ตอบ: อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญมากคือ การสื่อสารความรู้ด้านสุขภาพช่องปากสู่ประชาชน เพราะหลายปัญหาในช่องปากสามารถป้องกันได้ หากประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความจำเป็นในการรักษาที่ซับซ้อนในอนาคต

ถาม: ความเข้าใจผิดเรื่องฟันที่พบบ่อยในสังคมไทยคืออะไร

ตอบ: สิ่งที่พบได้บ่อยคือการคิดว่า “ไม่เจ็บก็ไม่จำเป็นต้องตรวจฟัน” ทั้งที่จริงแล้ว โรคในช่องปากหลายชนิดไม่แสดงอาการในระยะแรก เมื่อเริ่มมีอาการ ปัญหาอาจลุกลามไปมากแล้ว อีกเรื่องคือความเชื่อที่ถ่ายทอดต่อกันมา ซึ่งบางอย่างไม่สอดคล้องกับความรู้ทางวิชาการในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีการปรับความเข้าใจให้ถูกต้อง

ถาม: ราชวิทยาลัยฯ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างไร

ตอบ: ราชวิทยาลัยฯ สนับสนุนให้ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านสื่อและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และสามารถนำไปใช้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและครอบครัว

ถาม: มองอย่างไรกับคอลัมน์ “ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน”

ตอบ: คอลัมน์ลักษณะนี้เป็นสะพานเชื่อมที่ดีระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับชีวิตประจำวันของประชาชน การสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย จะช่วยให้เรื่องฟันไม่เป็นเรื่องไกลตัว และทำให้ประชาชนกล้าตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากมากขึ้น

ถาม: อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก

ตอบสุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพโดยรวม การดูแลอย่างสม่ำเสมอ ตรวจฟันตามคำแนะนำ และเลือกข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

คอลัมน์ “ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน” จะยังคงพาผู้อ่านไปพบกับเรื่องฟันในแง่มุมต่าง ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือประเด็นด้านทันตกรรมในสังคม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัยทันตแพทย์ฯ ในแต่ละสาขาเวียนมาร่วมให้คำตอบ เพื่อให้ทุกเรื่องฟัน เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และมีคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

เรียบเรียงและสัมภาษณ์โดย

ผศ.ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์

หมอฟันราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย

ปากดีมีความรู้กับหมอณัน

‘ก้มดูจอ-นั่งไขว่ห้าง’ ทำวัยทำงานปวดเรื้อรังไม่รู้ตัว ไม่รักษาที่ต้นเหตุ อาจปวดซ้ำไม่จบ

27 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

วัยทำงานหลายคนมาพร้อม “อาการปวด” ตามร่างกาย จนต้องนวดหรือทำกายภาพบำบัดแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งอาจช่วยให้ดีขึ้นจริง แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็กลับมาปวดที่เดิมอีก วงจรแบบนี้คือชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของกรมอนามัยที่ระบุว่าคนวัยทำงานราวร้อยละ 60 มีภาวะออฟฟิศซินโดรม ส่วนหนึ่งเพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือพฤติกรรมที่ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว และหากปล่อยไว้นานไม่ดูแล ในระยะยาวอาจลุกลามเป็นภาวะปวดเรื้อรังและข้อเสื่อมก่อนวัยได้

พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์

พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน จะมาไขข้อสงสัยว่าทำไมการนวดถึงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ พร้อมแชร์แนวทางการตรวจด้วยเทคโนโลยี Posture Analysis ที่ช่วยให้ชาวออฟฟิศรู้ต้นเหตุของอาการปวดและรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ทำไม นวดกายภาพ” แล้วหาย แต่ไม่กี่วันก็ปวดเหมือนเดิม

พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ อธิบายว่า อาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ของคนวัยทำงาน ส่วนใหญ่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อในท่าเดิมซ้ำ ๆ จนเกิดปมตึงตัวขึ้นมา เมื่อนวดหรือทำกายภาพบำบัด ปมเหล่านี้จะคลายตัวและปวดน้อยลง แต่ไม่ได้ช่วยให้หายขาดหากยังมีพฤติกรรมเดิม ๆ ที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด นอกจากนี้ จุดที่ปวดก็อาจไม่ใช่ต้นเหตุ เพราะกล้ามเนื้อและเส้นประสาททำงานเชื่อมโยงกันทั้งร่างกาย จึงอาจเกิด อาการปวดสะท้อน ขึ้นได้ เช่น ปมตึงตัวที่บ่าส่งสัญญาณปวดขึ้นไปที่ศีรษะ หรือหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท แต่กลับไปแสดงอาการปวดร้าวและชาที่แขนแทน

เช็ก “พฤติกรรมเคยชิน” ที่ทำให้ปวดซ้ำ ๆ ไม่รู้ตัว

แล้วต้นเหตุที่แท้จริงของอาการปวดในวัยทำงานคืออะไร พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ ให้คำตอบว่าอาการปวดส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมซึ่งนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อไม่สมดุล (Muscle Imbalance) อาทิ การก้มดูโทรศัพท์ที่ทำให้คอรับน้ำหนักศีรษะเพิ่มขึ้นหลายเท่าจนเกิดภาวะคอยื่น ไหล่ห่อ หลังค่อม หรือการนั่งไขว่ห้าง ที่ทำลายสมดุลของเชิงกรานและกระดูกสันหลัง เมื่อร่างกายเสียสมดุล กล้ามเนื้อและข้อต่อฝั่งหนึ่งต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงรั้งร่างกายไว้ จนเกิดการอักเสบสะสมและกดทับหมอนรองกระดูกกับเส้นประสาท หากปล่อยไว้นานไม่ดูแลจะทำให้เกิดภาวะปวดเรื้อรัง เสี่ยงกระดูกสันหลังและข้อต่อเสื่อมก่อนวัย รวมถึงเสียบุคลิกภาพอย่างถาวร ดังนั้นหากมีอาการปวดตลอดเวลาและเปลี่ยนท่าแล้วไม่ดีขึ้น ปวดแปลบกลางแนวกระดูกสันหลัง ปวดร้าวลงแขนหรือขา ชาหรืออ่อนแรงจนหยิบของหลุดมือ เดินทรงตัวลำบาก หรือปวดเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ เป็นสัญญาณที่บอกว่าไม่ใช่อาการปวดทั่วไป ควรรีบพบแพทย์ทันที

Posture Analysis เปลี่ยนอาการปวดที่มองไม่เห็น ให้เป็นตัวเลขที่วัดได้

เมื่อต้นเหตุอยู่ที่โครงสร้างร่างกายที่เสียสมดุลไปโดยไม่รู้ตัว การรักษาที่เหมาะสมจึงเริ่มจากการหาให้เจอก่อนว่าร่างกายผิดปกติที่ตรงไหนบ้าง โดยศูนย์กายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน มีการนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ท่าทางและโครงสร้างร่างกาย (Posture Analysis) มาใช้ตรวจประเมินโครงสร้างและท่าทางอย่างละเอียด เพื่อดูว่าร่างกายอยู่ในแนวที่เหมาะสมและสมดุลหรือไม่ โดยมีระบบ AI วางจุดอ้างอิงตามตำแหน่งกระดูกและข้อต่อสำคัญทั่วร่างกาย แล้วคำนวณว่าแต่ละจุดเบี่ยงไปจากแนวปกติกี่องศา ตั้งแต่ความสมดุลซ้าย–ขวาอย่างระดับไหล่และการเอียงของเชิงกราน ความโค้งของกระดูกสันหลังและระยะที่ศีรษะยื่นออกจากแนวไหล่ ไปจนถึงการลงน้ำหนักที่เท้าทั้งสองข้าง เทคโนโลยีนี้ทำให้ได้ผลเป็นตัวเลขที่ชัดเจน จึงช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติเล็ก ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการดูแลของโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ภายใต้แนวคิด “เข้าใจความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด”

รักษาอาการปวดของชาวออฟฟิศด้วย แนวทางเฉพาะบุคคล

การตรวจ Posture Analysis เริ่มจากผู้ป่วยยืนในตำแหน่งมาตรฐานให้ระบบบันทึกภาพและสแกนโครงสร้างร่างกายทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง จากนั้นซอฟต์แวร์จะประมวลผลออกมาเป็นค่าองศาของแต่ละข้อต่อ ต่อด้วยการตรวจซ้ำโดยนักกายภาพบำบัด ทั้งกดหาจุดกดเจ็บ วัดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และตรวจความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เมื่อได้ผลที่เป็นตัวเลขก็จะนำมาออกแบบเป็นโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การจัดปรับโครงสร้างด้วยมือ การใช้เครื่องมือลดปวดอย่างโปรแกรม Shockwave หรือโปรแกรม PMS การยืดกล้ามเนื้อมัดที่เกร็งตึง การวางแผนออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ไปจนถึงการปรับโต๊ะ เก้าอี้ และท่าทางในการทำงานให้เหมาะกับแต่ละคน

“อาการปวดดูแลได้ถ้าเรารู้ว่าต้นเหตุอยู่ตรงไหน ดังนั้นทุกคนสามารถเข้ามาตรวจได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะชาวออฟฟิศที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ เพื่อให้เห็นความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ และวางแผนป้องกันได้ก่อนสาย ทั้งยังช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพ ที่สำคัญคือต้องปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย เริ่มจากการนั่งให้หลังชิดพนักและปรับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ระดับสายตา ลุกขยับทุก ๆ 1 ชั่วโมง ลดเวลาอยู่หน้าจอ ยืดและออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอ บ่า สะบักเป็นประจำ รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อลดการอักเสบสะสมของกล้ามเนื้อ และป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียสมดุลจนแก้ยาก” พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่มีกำลังมีอาการปวดหรือมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เปิดให้บริการทุกวัน โทรศัพท์ 02-079-0024 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Application เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ผู้ชำนาญการได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน

ก้มดูจอนั่งไขว่ห้าง

คุณแหน : 27 สิงหาคม 2569

27 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของ นายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 14-16 กันยายน 2569..

ll หลังออกแบบกำหนดสมรรถนะหลักบุคลากรของ รพ. เสร็จ  รศ. ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ปรึกษาบริหาร รพ. บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล  เดินหน้าสร้างหลักสูตรและทำการฝึกอบรมกลุ่มคนเก่งที่ได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งบริหารทันที.. แถมยังเข้าตาองค์กรอื่น ส่งเทียบเชิญให้ไปช่วยฝึกอบรมพนง. คนเก่งเจนวายและซีให้ด้วย..

ll เขมทัต สุคนธสิงห์ ประธานรุ่นตอ.28 เชิญชวนเพื่อนๆไปงานนัดพบของรุ่น วันอาทิตย์ 20 ก.ย. ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์  ถ.รัชดาภิเษก  9.30-15.00 น.   หวังใจว่าจะได้พบเจอผองเพื่อนทั้งหลายที่จะได้รำลึกถึงความหลังทั้งเสียงหัวเราะทักทายกันเซ็งแซ่ ..วัยนี้มาพบกันก่อนที่จะจำกันไม่ได้..

ll ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอส DMT สั่งระดมทีมงานเร่งส่งน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย.น่าน พร้อมกำชับทีมงาน Standby ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากน้ำท่วมขยายวงไปยังจังหวัดอื่น ๆ ก็พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือทันที ภายใต้แนวคิด Tollway Better Way” ที่พร้อมอยู่เคียงข้างสังคมในทุกสถานการณ์..

ll “น็อบบี้” นทฤทธ์ จินตกานนท์ ลูกชายของ นทชาติ – สริตา จินตกานนท์ จบ A-Level รุ่นแรกของ Wellington College International School Bangkok ได้เข้าเรียน Sports Management ที่ Loughborough University ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการกีฬาอันดับ 1 ของโลก สร้างความภูมิใจในฐานะ Presenter ของโรงเรียน งานนี้ ดร. ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ เจ้าของ โรงเรียน ปลาบปลื้มใจมาก..

ll นพ.พณะ จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก และ ผอ.โรงพยาบาลปิยะเวท เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  Heart Of Care Health Fair 2026 ภายใต้แนวคิด Cancel Cancer Together, We Connect Your Care Journey เชื่อมโยงทุกการรักษา การดูแล  เพื่อส่งเสริมให้ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา พร้อมถ่ายทอดสาระเกี่ยวกับโรคมะเร็ง นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการแพทย์ แนวทางการดูแลเชิงป้องกันที่เหมาะสม รวมถึงแพ็กเกจตรวจสุขภาพ และโปรแกรมคัดกรองโรคเฉพาะทางงวันที่ 4 – 8 ก.ย. 11.00 – 20.00 น. ณ ลานลิฟต์แก้ว ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 ..

ll ยินดีกับ โรมฤดี สิงห์หา ผอ.สำนักอำนวยการศาลจังหวัด สมุทรปราการใน โอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักอำนวยการศาลจังหวัดนครราชสีมา ในวาระโยกย้าย 1 ตุลาคม 2569..

ll ข่าวเศร้า  ศุภมงคล รัตนจิตร์  หัวหน้าแผนกบรรเทาทุกข์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสียชีวิตอย่างกระทันหัน หลังเดินทางไปปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเมื่อวันที่ 24 ส.ค. มีพิธีสวดพระอภิธรรม 25-28 ส.ค.19.00 น. ศาลาคิงยนต์ วัดสามัคคี ถ.มิตรภาพ นครราชสีมา ..พระราชทานเพลิงศพ 29 ส.ค.16.00 น..

คุณแหน

นทชาติจินตกานนท์นทฤทธ์จินตกานนท์พณะจันทรกมลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวศักดิ์ดาพรรณไวยศิริยุพารุ่งเริงสุขศุภมงคลรัตนจิตร์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีสริตาจินตกานนท์เขมทัตสุคนธสิงห์โตเลิมโรมฤดีสิงห์หา