กลุ่ม KTIS รับรางวัล CSR Awards 2026 พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:31 น.

ปริญญ์ ศิริวิริยะกุล ผู้จัดการโรงงาน กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เป็นผู้แทน KTIS สาขา 3 เข้ารับรางวัล CSR Awards 2026 ในฐานะองค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น ระดับจังหวัด จากนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

รางวัลดังกล่าวจัดโดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวคิด “CSR Partnerships for Sustainable Thailand” ซึ่งการได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่ม KTIS ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน 

CSRAwards2026กลุ่มKTIS

กระทรวง พม. กทม ผนึกกำลัง ทรูฯ เครือเจริญโภคภัณฑ์ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) และมูลนิธิออทิสติกไทย เปิดการแข่งขันกีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:21 น.

เพราะความแตกต่างไม่เคยลดทอนคุณค่าของใคร… ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรู ปลูกปัญญา สานต่อพันธกิจสร้างสังคมที่เปิดกว้าง ร่วมสนับสนุน “การแข่งขันกีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3” เปิดเวทีให้บุคคลออทิสติกและผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษจากทั่วประเทศ ได้แสดงความสามารถ ความมุ่งมั่น พร้อมถ่ายทอดความภาคภูมิใจผ่านกีฬา ท่ามกลางครอบครัว ครู ผู้ดูแล รวมกว่า 1,000 ครอบครัว มหกรรมกีฬาครั้งนี้เกิดจากพลังความร่วมมือของ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) มูลนิธิออทิสติกไทย และภาคีเครือข่าย โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวดุษฎี สรวงขันธ์ รองผู้อำนวยการพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ นายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา ทรู คอร์ปอเรชั่น ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายครอบครัวบุคคลออทิสติกทั่วประเทศ ร่วมส่งต่อพลังใจ สะท้อนภาพของสังคมที่เคารพความแตกต่าง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเติบโตได้อย่างเท่าเทียม ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง

คุณค่าของกีฬาไม่ได้หยุดอยู่ที่ผลแพ้ชนะ หากยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดทางให้บุคคลออทิสติกได้ค้นพบความสามารถ เสริมสุขภาวะ สมาธิ วินัย ทักษะการทำงานเป็นทีม ตลอดจนสร้างความมั่นใจในตนเอง ผ่านกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งกรีฑา เปตอง แบดมินตัน ว่ายน้ำ แชร์บอล รวมถึงกีฬาพื้นบ้านและการประกวดกองเชียร์ ซึ่งเติมเต็มบรรยากาศด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ และช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจ การสนับสนุนครั้งนี้ยังสะท้อนพันธกิจของ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ที่ทำงานเคียงข้างมูลนิธิออทิสติกไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ตลอดจนภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษา ทักษะดิจิทัล ทักษะชีวิต สู่การสร้างอาชีพ สุขภาพที่ดี และการมีส่วนร่วมกับชุมชน พร้อมทำหน้าที่เป็น “Connector สื่อกลางเชื่อมพลัง” นำเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ รวมถึงศักยภาพของเครือเจริญโภคภัณฑ์มาต่อยอดเป็นโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ทรูนำศักยภาพด้านโครงข่ายการสื่อสารมาสนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านเฟสบุ๊กสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึมไทย และเฟสบุ๊กทรูปลูกปัญญา ส่งต่อทุกโมเมนต์สำคัญจากสนามสู่ผู้ชมทั่วประเทศ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ให้สังคมได้เห็นถึง ความสามารถ ความมุ่งมั่น และศักยภาพของบุคคลออทิสติกในการก้าวข้ามข้อจำกัดในแบบของตนเอง

ทรูเชื่อว่า เมื่อศักยภาพถูกมองเห็นโดยไม่ถูกตีกรอบจากสิ่งที่แตกต่าง สังคมย่อมเปิดรับและเข้าใจกันอย่างแท้จริง ครั้งนี้จึงไม่เพียงมอบพื้นที่ให้บุคคลออทิสติกได้ค้นพบตัวเอง พัฒนาทักษะ และเปล่งประกายในเส้นทางที่เลือก แต่ยังตอกย้ำเจตนารมณ์ของทรูในการต่อยอดโอกาสให้ทุกชีวิตเติบโตอย่างมั่นใจ พร้อมก้าวไปในสังคมที่เคารพความหลากหลาย เห็นคุณค่าของแต่ละคน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

กระทรวงพม.กีฬาบุคคลออทิสติกแห่งประเทศไทยครั้งที่3เครือเจริญโภคภัณฑ์

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ต่ออีกสมัย เป็นสมัยที่ 4

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:17 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) จัดการประชุมใหญ่ พร้อมเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการอำนวยการ วาระปีบริหาร 2569-2572เพื่อเข้ารับหน้าที่บริหารงานแทนคณะกรรมการอำนวยการชุดเดิมที่กำลังจะหมดวาระลง หลังเสร็จสิ้นจากการประชุมและเลือกตั้งใหญ่ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ต่ออีกสมัย ซึ่งนับเป็นสมัยที่ 4 พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ 14 คน ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้ง ที่มีแต่ความยินดีจากสมาคมสมาชิกทั่วประเทศที่มาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

ผลงานสำคัญที่ผ่านมาของ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) ภายใต้การบริหารงานของ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ในวาระปีบริหาร ที่ผ่านมา  ได้แก่ – ริเริ่มดำเนินโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงินร่วมกับภาคี 5 แห่ง คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และ สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ฯ ผลักดันให้เกิดการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการดำเนินโครงการ และจัดให้มีการมอบรางวัลเกียรติคุณแก่บริษัทนำร่องที่ดำเนินโครงการดังกล่าวอย่าง เป็นรูปธรรมและต่อเนื่องในพิธีประกาศรางวัลเกียรติคุณสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชน โครงการ “สสธวท…สตรีทรงพลัง” ในวาระครบรอบ 50 ปีสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 10 ปีเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ เขตปทุมวัน

ภาพหมู่รวมคณะกรรมการอำนวยการสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ  ฯนายกองค์กร 24จังหว้ด ทั่วประเทศ

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ  ถ่ายภาพร่วมคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการอำนวยการชุดเดิม

คณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่อีก 14 ท่าน

คุณหญิงณัฐิกาวัธนเวคินอังอุบลกุลสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ

“อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต” ซีพีอาสา จับมือ ซีพีเอฟ ร้อยเรียงใจสู้ภัยน้ำท่วมน่าน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:03 น.

ฝนที่หนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน แม้สถานการณ์น้ำล่าสุดน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังในพื้นที่อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำก่อนระบายลงเขื่อนสิริกิติ์

เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ “ซีพีอาสา” โดยพนักงานของกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ และซีพีเอฟ พร้อมอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมร้อยเรียงใจช่วยน้ำท่วมน่าน ผ่าน ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ซีพีน่านตั้งขึ้น โดยทีมงานซีพีอาสา ระดมสรรพกำลัง จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและส่งมอบความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีทีมงาน ซีพีเอฟ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจของซีพีอาสา สนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปประกอบอาหารในเบื้องต้น ทั้งเนื้อหมูบด 200 กิโลกรัม ไก่สับ 200 กิโลกรัม ไข่ไก่สด 6,000 ฟอง พร้อมทั้งน้ำดื่ม 3,600 ขวด ช่วยคลายความเดือดร้อนด้านอาหารแก่พี่น้องชาวอำเภอปัว

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม สามารถติดต่อประสานความช่วยเหลือได้ที่ “ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ชีพีน่าน  หรือแจ้งเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ตามช่องทางดังนี้ ศูนย์กู้ภัย อบจ.น่าน: 054-059-855 (24 ชั่วโมง) หรือ 054-773-888, ปภ. จังหวัดน่าน: 054-716-174 หรือ สายด่วน ปภ. 1784 และหน่วยงานท้องถิ่น สามารถติดต่อผู้นำชุมชน หรือ อปท. ในพื้นที่ได้ทันที

นอกจากนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานราชการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งของยังชีพที่จำเป็นและยารักษาโรคประจำตัว เพื่อความปลอดภัยควรตัดกระแสไฟฟ้าและปิดวาล์วน้ำก่อนออกจากบ้าน ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนชาวน่าน …เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

ผลส ารวจของยูนิเซฟชี ้ค่าครองชีพที ่สูงขึ ้นกระทบโภชนาการและการศึกษา และความเป็นอยู ่ที ่ดีของเด็ก

26 สิงหาคม 2569 เวลา 13:58 น.

ผลสำรวจผลกระทบค่าครองชีพต่อเด็กและครอบครัวในประเทศไทย ซึ่งยูนิเซฟร่วมกับนิด้าโพลจัดทำขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 พบว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังบีบให้ครัวเรือนที่มีเด็กและเยาวชนต้องตัดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร การศึกษา และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ท่ามกลางราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

การสำรวจครั้งนี้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ครัวเรือนที่มีเด็กจำนวน 1,227 ครัวเรือนใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ และพบว่า กว่า 6 ใน 10 ครัวเรือน (ร้อยละ 61) ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะเดียวกัน ผลสำรวจออนไลน์อีกฉบับหนึ่งของยูนิเซฟในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15-24 ปี จำนวน 435 คน ซึ่งจัดทำในช่วงเวลาเดียวกัน ก็สะท้อนแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดยร้อยละ 43 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อครัวเรือนของตนอย่างมากหรือถึงขั้นวิกฤต

ผลสำรวจเหล่านี้สอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัว โดยเติบโตลดลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เหลือร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่สอง ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้ครัวเรือนต้องเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากรายได้ที่ลดลงและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค  ครัวเรือนในภาคเหนือระบุว่าได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพหนักที่สุด แต่กลับมีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้นที่ได้รับความช่วยเหลือ ขณะที่ครัวเรือนในกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมดระบุว่าได้รับการช่วยเหลือแล้ว ส่วนเยาวชนที่มีความพิการหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพก็ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น โดยเกือบ 2 ใน 3 (ร้อยละ 63) ระบุว่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เทียบกับร้อยละ 39 ในกลุ่มที่ไม่มีความพิการหรือข้อจำกัดด้านสุขภาพ

“เบื้องหลังตัวเลขทุกตัวคือการตัดสินใจที่ยากลำบากของครอบครัวที่ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละวัน และต้องตัดสินใจว่าจะลดค่าใช้จ่ายส่วนไหนลง”  เคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว “สำหรับบางครอบครัว สิ่งที่ต้องลดลงอาจเป็นคุณภาพของอาหาร สำหรับบางครอบครัวอาจเป็นค่าเดินทางไปโรงเรียน อุปกรณ์การเรียน หรือโอกาสในการเรียนรู้ของบุตรหลาน”

เลกินส์ กล่าวเสริมว่า “สำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อย ความกดดันนี้ยังมาพร้อมกับความเครียดและความกังวล เมื่อเห็นว่าครอบครัวกำลังเผชิญความยากลำบาก แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มทรงตัว แต่ครอบครัวยังคงต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ เราจึงต้องทำให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือไปถึงครอบครัวที่ต้องการมากที่สุด เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานของเด็กและครอบครัว ทั้งการศึกษา โภชนาการ สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงสุขภาพจิต”

ผลกระทบด้านโภชนาการเป็นประเด็นหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด โดยมากกว่า 4 ใน 5 ครัวเรือนที่มีเด็กระบุว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลต่อคุณภาพหรือปริมาณอาหารที่บุตรหลานได้รับประทาน เนื่องจาก หลายครอบครัวจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารหรือเปลี่ยนไปซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง

ครอบครัวยังระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานเป็นอีกหนึ่งภาระที่เพิ่มขึ้น โดยเกือบ 3 ใน 4 ของครัวเรือนระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงขึ้น ขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 52) ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า ครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่าอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าเรียนพิเศษ กิจกรรม และอุปกรณ์การเรียน

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาวะด้านจิตใจของเด็กและเยาวชนด้วย โดยพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของครัวเรือนระบุว่า บุตรหลานมีความเครียดหรือความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น ขณะที่ร้อยละ 64 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า รู้สึกเครียดหรือกังวลมากขึ้นจากแรงกดดันด้านการเงิน

แม้รัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ครอบครัวที่มีเด็กยังต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ยูนิเซฟจึงเสนอให้เพิ่มการสนับสนุนสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและเยาวชน เช่น การเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการเพิ่มการสนับสนุนผ่านเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยยูนิเซฟพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยให้ครอบครัวเข้าถึงความช่วยเหลือที่จำเป็น เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินในวันนี้กระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดี โอกาส และอนาคตของเด็กในประเทศไทย

โปรตีน ตัวช่วยเสริมความแกร่ง ไม่ได้สำคัญแค่สำหรับคนออกกำลังกาย

26 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

This photo is being used on the Herbalife.com sites as part of the H1 Digital Transformation.

โปรตีน มักถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับนักกีฬา ฟิตเนส หรือการควบคุมน้ำหนัก แต่ความจริงแล้วโปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายมากกว่านั้น สำหรับผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟในแต่ละวัน โปรตีนคือ “รากฐานสำคัญ” ที่ช่วยเสริมความแข็งแรง พลังงาน การฟื้นฟูร่างกาย และสุขภาวะโดยรวม ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายเป็นประจำ ทำงานที่ต้องใช้แรง หรือต้องการรู้สึกแข็งแรงและให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น การบริโภคโปรตีนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตที่แอคทีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Dr. Krissy Ladner ผู้อำนวยการฝ่ายสมรรถนะทางกีฬาและการศึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ โปรตีน ตัวช่วยเสริมความแกร่ง เติมเต็มพลังเพื่อการทำงานได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายเท่านั้น

โปรตีน ไม่ได้สำคัญแค่สำหรับคนออกกำลังกาย

โปรตีนคือแหล่งกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมและคงสภาพมวลกล้ามเนื้อ ทุกครั้งที่เราเคลื่อนไหว ยกของ เดิน หรือออกกำลังกาย เส้นใยกล้ามเนื้อจะถูกใช้งานและเกิดความเครียด โปรตีนจึงมีบทบาทในการฟื้นฟูและช่วยให้ร่างกายปรับตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อแข็งแรง การเคลื่อนไหวดีขึ้น และช่วยให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มวลกล้ามเนื้อยังเป็นเนื้อเยื่อที่เผาผลาญพลังงานสูง การรักษามวลกล้ามเนื้อด้วยโปรตีนที่เพียงพอจึงช่วยรักษาการทำงานของระบบเผาผลาญ รวมถึงช่วยในการควบคุมน้ำหนักเมื่อทำควบคู่กับการบริโภคอาหารที่สมดุลและการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

บริโภคโปรตีน “ตลอดทั้งวัน” สำคัญกว่าที่คิด

หลายคนมักเข้าใจว่าโปรตีนจำเป็นเฉพาะหลังออกกำลังกาย หรือเมื่อต้องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แท้จริงแล้วร่างกายต้องการโปรตีนอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน การกระจายโปรตีนในทุกมื้อจะช่วยรักษาระดับพลังงาน คงมวลกล้ามเนื้อ และช่วยควบคุมความอยากอาหาร มื้ออาหารที่มีโปรตีนเพียงพอจะทำให้อิ่มนาน ลดอาการพลังงานตกจากการกินคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกินไป นอกจากนี้ การทานโปรตีนคู่กับคาร์โบไฮเดรตหลังออกกำลังกายยังช่วยเติมพลังงานและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ทำให้ฟื้นตัวดีขึ้นและลดอาการล้าสะสม

เลือกโปรตีนอย่างมีคุณภาพและหลากหลาย

การเลือกแหล่งโปรตีนที่ดีมีผลต่อคุณภาพของโภชนาการโดยรวม แหล่งโปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลา ไก่ ไข่ และนมไขมันต่ำ ให้กรดอะมิโนจำเป็นในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมง่าย ส่วนแหล่งโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วต่าง ๆ ธัญพืช เมล็ดพืช และถั่วเปลือกแข็ง ให้ทั้งโปรตีน ไฟเบอร์ และสารพฤกษเคมีที่เป็นประโยชน์

This photo is being used on the Herbalife.com sites as part of the H1 Digital Transformation.

ในชีวิตที่เร่งรีบ การได้รับโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะมื้อเช้าที่มักเร่งรีบหรือวันที่ต้องทำงานยาวนาน ตัวเลือกที่สะดวก เช่น ของว่างโปรตีนสูง สมูทตี้ หรือเชคโปรตีน จึงเป็นวิธีดี ๆ ที่ช่วยเติมโปรตีนโดยไม่เพิ่มแคลอรีมากเกินไป

โปรตีนกับวัยที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะรักษามวลกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น กระบวนการนี้อาจเริ่มต้นตั้งแต่วัยกลางคน หากไม่ได้รับโปรตีนเพียงพออาจส่งผลต่อความแข็งแรง การทรงตัว และการเคลื่อนไหว โปรตีนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการคงความแข็งแรง คล่องตัว และการใช้ชีวิตอย่างอิสระในระยะยาว

กล้ามเนื้อมีความสำคัญต่อกิจกรรมพื้นฐานประจำวัน เช่น เดินขึ้นบันได ถือของ หรือการทรงตัว โปรตีนที่เพียงพอร่วมกับการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายทนต่อแรงกายต่าง ๆ และคงความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้นแม้ในวัยสูงขึ้น

เป้าหมายไม่ใช่การทานเยอะ แต่คือ “ความสม่ำเสมอ”

การได้รับโปรตีนไม่ใช่เรื่องของการทานมากเกินไปหรือจำกัดจนเกินเหตุ แต่คือ การสร้างนิสัยที่ดีในทุกวัน เช่น การเพิ่มโปรตีนในมื้อเช้า การจัดมื้ออาหารให้สมดุล และการเตรียมตัวสำหรับวันที่ยุ่ง การสร้างนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว โปรตีนไม่ได้สำคัญเฉพาะนักกีฬา แต่เป็นสารอาหารประจำวันสำหรับทุกคนที่ต้องการมีพลัง เคลื่อนไหวดี ฟื้นตัวไว และมีชีวิตที่แอคทีฟในระยะยาว

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรตีนและสุขภาพ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.herbalife.com

ช่องทาง Social Media: Facebook/HerbalifeThailandOfficial และ Instagram/HerbalifeThailandOfficial  โทร.02-6601600 หรือ Line OA: Herbalife

โปรตีน

จิตแพทย์เตือนสัญญาณ PTSD ที่ไม่ควรปล่อยให้ใครเผชิญลำพัง

26 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

หนึ่งในบาดแผลทางใจที่ต้องเฝ้าระวังคือ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังเผชิญหรือเห็นเหตุการณ์รุนแรงหรือคุกคามชีวิต เช่น ภัยพิบัติ อุบัติเหตุร้ายแรง การถูกทำร้ายหรือเผชิญภัยคุกคามรุนแรง การเห็นเหตุการณ์โหดร้าย การสูญเสียบุคคลใกล้ชิดอย่างฉับพลันหรือรุนแรง รวมถึงการสัมผัสรายละเอียดของเหตุการณ์สะเทือนใจซ้ำๆ จากการทำงาน

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ในระยะแรก หลายคนอาจรู้สึกกลัว เศร้า โกรธ นอนไม่หลับ สมาธิลดลง หรือคิดถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ ปฏิกิริยาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้หลังเหตุสะเทือนขวัญ และไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็น PTSD คนจำนวนมากจะค่อยๆ ฟื้นตัวเมื่อเวลาผ่านไปและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม

สัญญาณสำคัญที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ ความทรงจำที่รบกวน ฝันร้าย การหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสิ่งที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ ความรู้สึกผิด สิ้นหวัง ชาไร้ความรู้สึก แยกตัว รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า รวมถึงอาการสะดุ้งง่าย ระแวง หงุดหงิด สมาธิลดลง และนอนไม่หลับ อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัย PTSD ต้องพิจารณาทั้งลักษณะการเผชิญเหตุ กลุ่มอาการ ระยะเวลา และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรตัดสินจากอาการเพียงข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับผู้ที่ติดตามภาพข่าวความรุนแรงซ้ำ ๆ แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อาจเกิดความเครียด

การฟื้นฟูเบื้องต้นสามารถเริ่มได้จากการกลับไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย รักษากิจวัตรการนอนและการรับประทานอาหารเท่าที่ทำได้ ฝึกหายใจช้า ๆ ดึงความสนใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ออกกำลังกายเบา ๆ และใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย อาจจดบันทึก ฝึกสมาธิ ทำงานศิลปะ หรือฟังและเล่นดนตรี หากกิจกรรมนั้นช่วยให้รู้สึกดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องบังคับตนเองให้เล่าเหตุการณ์ซ้ำก่อนที่จะพร้อม

ควรหลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเพื่อกดความรู้สึก และลดคาเฟอีนหากพบว่าทำให้อาการใจสั่น วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับมากขึ้น การดูแลตนเองช่วยประคับประคองอาการได้ แต่ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษา หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ควรพบผู้เชี่ยวชาญ เพราะ PTSD สามารถรักษาได้ด้วยจิตบำบัด ยา หรือทั้งสองอย่างตามความเหมาะสมของแต่ละคน

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การยอมรับว่าตนเองมีบาดแผล แต่คือการปล่อยให้ตนเองหรือคนที่รักต้องเผชิญกับบาดแผลนั้นตามลำพัง การได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมเมื่อจำเป็น จะช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

“เราควรร่วมกันสร้างสังคมที่การพบจิตแพทย์เป็นเรื่องปกติ ลดการตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิต การพบแพทย์หรือนักจิตวิทยาคือการดูแลสุขภาวะที่เข้มแข็งและรับผิดชอบต่อส่วนรวม”  พญ.ดุจฤดี กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพจิต สามารถทำนัดหมายได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต (Mind Center) โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือ LINE Official Account: @praram9hospital หรือ โทร.1270

PTSD

เรื่องนี้มีประวัติ : วังภาษีเจริญ วังของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ

26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา หรือสมเด็จอินทรฯ คือผู้ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าเพียงพระองค์เดียวในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงมีพระนามเดิมว่าประไพ สุจริตกุล ประสูติเมื่อ 10 มิถุนายน 2445 สิ้นพระชนม์ 30 พฤศจิกายน 2518 ทรงเป็นธิดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) 

สมเด็จอินทรฯ ทรงเข้ารับราชการฝ่ายใน ในรัชสมัยของรัชกาลที่ โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระอินทราณี ครั้งมีทรงพระครรภ์ ก็ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ตำแหน่งพระมเหสี ซึ่งต่อมาทรงมีพระนามว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี แต่ในภายหลังทรงมีพระนามว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา

เมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคตแล้ว พระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงย้ายไปประทับ ณ พระตำหนักสวนนกไม้ พระราชวังดุสิต ครั้นต่อมาทรงย้ายไปประทับ ณ วังภาษีเจริญ หรือวังประตูน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเป็นพระนิวาสน์เดิมของพระองค์ โดยบริเวณที่ทรงให้สร้างวังคือพื้นที่บ้านเดิมของพระบิดาของพระองค์ แล้วเสด็จประทับ ณ วังภาษีเจริญจนถึงพระวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ โดยเมื่อทรงพระประชวรก็ทรงเข้ารับการถวายการรักษา ณ โรงพยาบาลศิริราช สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2518 สิริพระชันษา 73 ปี

พระราชประวัติเพิ่มเติมของพระองค์ พระอัยกา (ปู่) ของพระองค์คือพระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล) พระอนุชาในสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชชนนีของสมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงสามพระองค์ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระศรีสวรินทิรา พระบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระอัยยิกา (ยาย) ฝ่ายพระชนนีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 

อีกทั้งยังทรงเป็นพระอัยยิกา (ย่า) ฝ่ายพระชนกในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ รวมถึงทรงเป็นพระปัยยิกา (ทวด) ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

ขอย้อนกลับไปกล่าวถึงพระราชประวัติของสมเด็จอินทรฯ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงมีพระวรกายบอบบาง มีพระอุปนิสัยร่าเริง ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนราชินี จนทรงจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ ทรงโปรดการกีฬา แต่ทรงสอบได้คะแนนดีในด้านวิชาการ ทรงพระปรีชาด้านการขับร้อง ทรงเป็นต้นเสียงร่วมกับพระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) ผู้เป็นพี่สาว และทรงแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนนางลอย และยังทรงรับบท อินทิรา ดุลยวัจน์ นางเอกในพระราชนิพนธ์ละครพูดในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง เสือเฒ่า 

เมื่อกล่าวถึงวังภาษีเจริญ ก็ต้องบอกว่าในปัจจุบันไม่มีวังนี้ปรากฏอีกต่อไปแล้ว เพราะถูกรื้อลงจนหมดสิ้น หลังจากสมเด็จอินทรฯ สิ้นพระชนม์ โดยปัจจุบันพื้นที่ของวังภาษีเจริญได้แปรสภาพเป็นอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยของผู้คนทั่วไปในบริเวณประตูน้ำภาษีเจริญ ใกล้กับวัดนวลนรดิศ ซึ่งน่าเสียดายมากที่ไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ แต่มีหลักฐานระบุว่าวังนี้สร้างในช่วงปี 2475 โดยเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี วังเดิมสร้างด้วยไม้สัก ผู้คนในยุคนั้นซึ่งคุ้นเคยกับวังแห่งนี้บอกเล่าว่า สมัยเมื่อสมเด็จอินทรฯ ยังประทับอยู่ จะมีห่านฝูงใหญ่ ดังนั้นเมื่อเวลาผู้คนเข้าออกจากวัง ก็จะได้ยินเสียงห่านดังระงม

วังภาษีเจริญมีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมระหว่างเรือนไทยประยุกต์กับสถาปัตยกรรมยุโรปยุคโคโลเนียล ซึ่งเป็นแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5-6 โดยวังแห่งนี้มีจุดเด่นที่หอคอยทรงแปดเหลี่ยม ตั้งตระหง่านกลางตัววัง ส่วนตัววังเป็นโครงสร้างไม้ มีบานหน้าต่างจำนวนมากทั้งบานทึบและบานเกล็ด ซึ่งช่วยในการระบายอากาศและทำให้ลมพัดผ่านได้อย่างดี และทำให้แสงธรรมชาติเข้าถึงตัววังได้สะดวก ส่วนหลังคามุงด้วยกระเบื้องเรียบทรงแปดเหลี่ยม วังนี้เน้นการสร้างบรรยากาศแบบเรือนสำหรับพักผ่อนของเจ้านายฝ่ายใน นอกจากนี้ยังมีเรือนไม้ชั้นล่างที่มีระเบียงรอบ โดยมีบานหน้าต่างแบบบานเกล็ดทำด้วยไม้รอบอาคาร ส่วนตัวเรือนยกใต้ถุนสูง โดยมีเสาปูนทรงกลมรองรับ ทำให้ได้รับลมจากคลองภาษีเจริญได้ตลอดเวลา ตามแบบฉบับของเรือนริมน้ำ และต่อมาได้ต่อเติมวังด้วยปีกอาคารที่ทำด้วยซีเมนต์ เรียกอาคารปูนสามชั้น สร้างเมื่อสมเด็จอินทรฯ เสด็จมาประทับ จุดเด่นคือทำหน้าต่างทรงสูงแบบตะวันตก และมีกันสาดไม้อยู่เหนือหน้าต่าง หลังคาแบบปั้นหยา มี ที่หน้าจั่วแบบโคโลเนียล เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไทยกับตะวันตกได้อย่างลงตัว ส่วนจุดเด่นอีกอย่างของวังนี้คืองานเหล็กฉลุ และบัวปูนปั้นที่แสนประณีต ที่แสดงถึงความอ่อนช้อยละเอียดอ่อนแต่หรูหรา โดยเฉพาะช่องลมเหนือหน้าต่างที่ทำเป็นลวดลายเลขาคณิต ซึ่งเป็นงานช่างที่ได้รับอิทธิพลสไตล์วิกตอเรียนโคโลเนียล ที่ปัจจุบันหาชมได้ยากมาก 

แผนผังของวังเป็นรูปตัวแอล โดยด้านหน้าเป็นเรือนไม้ และหอแปดเหลี่ยม ด้านหลังเป็นอาคารสามชั้นทำด้วยซิเมนต์ รอบวังเป็นสวน มีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นตามแบบฉบับเรือนริมคลอง แต่ชะตากรรมของวังแห่งนี้ก็ประสบกับวันเวลาสุดท้าย เมื่อสมเด็จอินทรฯ สิ้นพระชนม์ วังถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนทรุดโทรมมาก แล้วต่อมาพิ้นที่ของวังแห่งนี้ก็ได้แปรสภาพเป็นบ้านเรือนและทาวน์เฮาส์ริมคลอง แต่ชาวบ้านยังคงเรียกขานบริเวณนี้ว่าวังภาษีเจริญ หรือวังประตู้น้ำภาษีเจริญ 

(ขอบคุณภาพประกอบคอลัมน์จากเว็บไซต์ และเฟซบุ๊คต่าง ๆ อาทิ เรื่องเล่าสยามแต่ปางก่อน และเว็บไซต์ตึกรามบ้านช่อง ฯลฯ)  

เฉลิมชัย ยอดมาลัย 

วังภาษีเจริญเรื่องนี้มีประวัติ

LIFE & HEALTH : เคล็ดลับพัฒนาภาษาอังกฤษ..ทักษะสำคัญในการทำงาน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

ในโลกที่การสื่อสารไร้พรมแดนและการแข่งขันทางอาชีพเกิดขึ้นในระดับสากล ทักษะภาษาอังกฤษ ได้กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการศึกษา การทำงาน และการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อในต่างประเทศ การทำงานกับองค์กรข้ามชาติ หรือการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่จากทั่วโลก ล้วนต้องอาศัยภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญ

ข้อมูลจาก ดร.พอล เบเกอร์ (Dr. Paul Baker) ผู้อำนวยการศูนย์ภาษา มหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago) ประเทศนิวซีแลนด์ ให้มุมมองว่า การพัฒนาภาษาอังกฤษให้ใช้ได้จริงไม่ใช่เรื่องของการท่องจำคำศัพท์หรือกฎไวยากรณ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต พร้อมฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและนำภาษาไปใช้ในสถานการณ์จริง

  • เรียนภาษาให้เชื่อมโยงกับอาชีพในอนาคตหนึ่งในวิธีที่ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับสายอาชีพที่สนใจ หากใฝ่ฝันจะทำงานในวงการเทคโนโลยี ควรเริ่มอ่านบทความ ดูวิดีโอ หรือฟังพอดแคสต์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับนวัตกรรมและดิจิทัล ขณะที่ผู้สนใจด้านธุรกิจ การตลาด หรือการเงิน อาจเลือกติดตามสื่อและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้นโดยตรง การเรียนรู้ผ่านเนื้อหาที่สอดคล้องกับความสนใจ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบริบทของภาษาได้ง่ายขึ้น พร้อมพัฒนาทั้งทักษะภาษาและองค์ความรู้ในสาขาวิชาชีพไปพร้อมกัน
  • คลังคำศัพท์ คือสินทรัพย์สำคัญของการสื่อสาร : หลายคนกังวลกับการใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้องทุกประโยค สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีคลังคำศัพท์ที่เพียงพอสำหรับการสื่อสาร การอ่าน ฟัง และติดตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่สนใจ พร้อมจดบันทึกคำศัพท์หรือวลีที่ใช้บ่อย จะช่วยให้สามารถนำภาษาไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมล การนำเสนอผลงาน การประชุม หรือการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจากหลากหลายประเทศ
  • พัฒนาทักษะให้ตรงกับเป้าหมาย คำถามที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักสงสัยคือ ควรเริ่มฝึกจากการฟัง พูด อ่าน หรือเขียนก่อน ความจริงแล้วไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายการใช้งานแตกต่างกัน หากต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเขียนรายงาน เอกสาร หรืออีเมลทางธุรกิจ การอ่านและการเขียนอาจเป็นทักษะที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่หากทำงานด้านบริการ การท่องเที่ยว หรืออาชีพที่ต้องพบปะผู้คน การฟังและการพูดจะมีบทบาทสำคัญมากกว่า การกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน จะช่วยให้การพัฒนาภาษาอังกฤษมีทิศทางและเห็นผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • กล้าพูด กล้าลอง คือก้าวสำคัญของการเรียนรู้ : อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของผู้เรียนภาษาอังกฤษคือ ความกังวลว่าจะพูดผิด การฝึกใช้ภาษาในสถานการณ์ที่ไม่กดดัน เช่น พูดคุยกับเพื่อน สมาชิกในครอบครัว ฝึกพูดกับตัวเอง สามารถช่วยสร้างความคุ้นเคยและเพิ่มความมั่นใจได้อย่างมาก ความผิดพลาดจึงไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้พัฒนาตนเองได้ดียิ่งขึ้น
  • เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง นอกเหนือจากห้องเรียน : สำหรับผู้ที่วางแผนศึกษาต่อต่างประเทศ การได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ถือเป็นหนึ่งในวิธีพัฒนาทักษะที่มีประสิทธิภาพที่สุด นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้ฝึกภาษาอังกฤษผ่านประสบการณ์จริง ทั้งการพักอาศัยกับครอบครัวเจ้าบ้าน (Homestay) การเข้าร่วมกิจกรรมชมรม การทำงานระหว่างเรียน หรือการทำกิจกรรมอาสาสมัครในชุมชน ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ฝึกการสื่อสารกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม และสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาในสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นทักษะที่ยากจะได้จากการเรียนในตำราเพียงอย่างเดียว
  • เทคนิคพัฒนาภาษาอังกฤษให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง มี 5 แนวทาง ดังนี้
  1. พัฒนาคลังคำศัพท์ทุกวัน : จดคำศัพท์ใหม่ที่ได้ยินหรืออ่านพบ และหมั่นทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
  2. ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน : เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น เปลี่ยนภาษาบนโทรศัพท์มือถือเป็นภาษาอังกฤษ
  3. ฟังภาษาอังกฤษทุกวัน : เปิดฟังพอดแคสต์ เพลง หรือสื่อภาษาอังกฤษระหว่างทำงานบ้าน เดินทาง หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
  4. ฝึกพูดให้มากที่สุด : ฝึกกับเพื่อนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษเช่นกัน พูดกับตัวเอง หรืออัดเสียงตนเองเพื่อตรวจสอบการออกเสียง
  5. อย่ากลัวที่จะทำผิดพลาด: คือสิ่งสำคัญที่สุด คนส่วนใหญ่มักเข้าใจและชื่นชมความพยายามในการสื่อสารโดยเฉพาะคนนิวซีแลนด์ แม้จะมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยก็ตาม และความผิดพลาดเหล่านั้นคือโอกาสสำคัญในการเรียนรู้

เปิดโลกการศึกษานิวซีแลนด์ ในงาน New Zealand Education Fair 2026

สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองที่สนใจศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ ไม่ควรพลาดงาน New Zealand Education Fair 2026 งานการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี พบกับสถาบันการศึกษาชั้นนำจากนิวซีแลนด์กว่า 70 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่หลักสูตรภาษาอังกฤษ ระยะสั้น เรียนระยะสั้นปิดภาคเรียน มัธยมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรวิชาชีพ พร้อมทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และการประกาศ Manaaki New Zealand Scholarships ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์แบบเต็มจำนวน ตอน 10.30 น. ก่อนพิธีเปิด กิจกรรม ห้องเรียนจำลองสไตล์นิวซีแลนด์ การทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษฟรี

ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงาน (ฟรีตลอดงาน) ในวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 นี้  11.00 – 17.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ลงทะเบียน https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

LIFE&HEALTH

คุณแหน : 26 สิงหาคม 2569

26 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

ll ถ่ายเถา สุจริตกุล ล่าสุดอายุ 94 ปี นักเขียนนวนิยายมือทอง และนักแปลหนังสือมือเพชรคนหนึ่งของประเทศไทย เจ้าของบทประพันธ์ มงกุฎดอกส้ม ดอกส้มสีทอง และเรยา ได้รับรางวัลมณีเมขลา สาขานักประพันธ์ยอดเยี่ยม (ผู้ประพันธ์บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม) ประจำปี 2569 โดยครั้งนี้เป็นรางวัลที่ได้รับหลังจากรางวัลนราธิป ปี 2555 และรางวัลสุรินทราชา ปี 2556 และรางวัลสตรีไทยดีเด่น 2557

ll นวพร เรืองสกุล อดีตนักเรียนทุนแบงค์ชาติ อดีตผู้บริหารกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (คนแรก) และอดีตผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศไทย คือนิสิตเก่าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นเข้าศึกษาปี 2505 เมื่อหลายคนรู้ว่านวพรจบจากอักษรฯ ก็งงมาก แล้วถามว่าทำไมจึงเก่งกาจเรื่องการเงินการทอง ก็ขอตอบแทนว่านิสิตอักษรฯ จุฬาฯ รุ่นโบราณนั้นมีความรู้รอบและรอบรู้ แล้วที่สำคัญคือไม่กลัวตัวเลขเหมือนนิสิตอักษรฯ รุ่นปัจจุบันบางคน 

ll ว.วินิจฉัยกุล คือหนึ่งในนามปากกาของ คุณหญิง รศ. ดร. วินิตา ดิถียนต์ ล่าสุดมีงานเขียนนวนิยายเรื่องยาว ชื่อ พระพรหมประพาส เผยแพร่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 โดยนำเสนอผ่านระบบออนไลน์ เนื้อหาของนวนิยายเรื่องนี้เป็นแนวพีเรียดย้อนยุค อาจารย์วินิตาบอกว่าจริง ๆ ก็อยากพิมพ์บนกระดาษ แต่จำเป็นต้องตีพิมพ์บนออนไลน์ไปก่อน แต่วันหนึ่งในอนาคตต้องพิมพ์ลงบนกระดาษแน่นอน

ll ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล อดีตนางสาวไทย 2507 และอดีตนางงามจักรวาลคนไทยคนแรก ปี 2508 ปัจจุบันอายุเกือบ 80 ปี แต่ยังงามแบบอมตะนิรันดร์กาล ทุกวันนี้มีความสุขกับลูก ๆ คือ โจ้ ม.ล. รุ่งคุณ กิติยากร และภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ และลูกสะใภ้ พร้อมหลาน ๆ ตามประสาคุณย่าแสนสวย แล้วก็ยังทำธุรกิจด้านความงามเหมือนเดิม เพราะเมื่อตัวเองสวยแล้ว ก็ต้องการให้คนอื่นสวยงามด้วย

ll เอ๋ สาวิณี ประการะนัง อดีตธิดาโดมแอลเอ อดีตนางสาวไทย คนที่ 22 และอดีตผู้เข้ารอบประกวด Miss Universe 10 คนสุดท้ายในปี 1984 โดยได้คะแนนอันดับ 6 แม้ในวันนี้เอ๋อายุ 61 ปี แต่บอกได้คำเดียวสั้น ๆ ว่ายังสวยไม่สร่าง แต่บางคนบอกว่าสวยกว่าเดิม เพราะสวยสมวัย ส่วนลูกสาวคือ สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์ แบมบี้ เดอะสตาร์ 9 ก็ลองขึ้นเวทีประกวดความงามบ้าง แล้วก็คว้ารางวัลมิสระนองมาครอง

ll แจ้งข่าวไปยังผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่ยังนิยมการอ่านเนื้อหาสาระบนกระดาษ แต่บ่นมาเป็นระยะ ๆ ว่าหาซื้อหนังสือพิมพ์แนวหน้าได้ยาก ร้านขายหนังสือปิดตัวไปมาก ขอบอกตรงประเด็นว่า โปรดสมัครสมาชิกเถอะครับ รับรองได้รับหนังสือถึงบ้านทุกเช้า ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปซื้อหาที่ร้าน สมัครสมาชิกได้ที่เบอร์โทรฯ 02 973 4250 และ 02 551 4290 ต่อ 313 

Victor Lee

คุณหญิงรศ.ดร.วินิตาดิถียนต์ถ่ายเถาสุจริตกุลนวพรเรืองสกุลภัสสรกรณ์จิราธิวัฒน์รุ่งคุณกิติยากรว.วินิจฉัยกุลสาวิณีประการะนังสิรินโสพิศปัจฉิมสวัสดิ์อาภัสราหงสกุลแบมบี้เดอะสตาร์ 9