เข่าลั่น เข่าหลวม สัญญาณเตือนเอ็นไขว้หน้าขาด เสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในอนาคต

เข่าลั่น เข่าหลวม สัญญาณเตือนเอ็นไขว้หน้าขาด เสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในอนาคต

เข่าลั่น เข่าหลวม สัญญาณเตือนเอ็นไขว้หน้าขาด เสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในอนาคต

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อาการเข่าลั่น เข่าทรุด หรือรู้สึกข้อเข่าไม่มั่นคงหลังเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือประสบอุบัติเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ “เอ็นไขว้หน้าขาด” (ACL Injury) หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาข้อเข่าเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล 

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า เอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament: ACL) เป็นเอ็นสำคัญที่อยู่ภายในข้อเข่า ทำหน้าที่ควบคุมความมั่นคงของข้อเข่า ป้องกันไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเคลื่อนมาด้านหน้ามากเกินไป และช่วยควบคุมการบิดหมุนของข้อเข่าในขณะเดิน วิ่ง หรือกระโดด เมื่อเอ็นไขว้หน้าได้รับการฉีกขาด ข้อเข่าจะสูญเสียความมั่นคง ส่งผลให้เกิดอาการเข่าหลวม ปวด บวม และเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ

เอ็นไขว้หน้าขาดมักเกิดจากการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันในขณะที่เท้ายังติดพื้น การหยุดหรือหมุนตัวอย่างรวดเร็ว การลงจอดผิดท่าหลังการกระโดด รวมถึงแรงปะทะจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ นอกจากนี้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบข้อเข่าไม่แข็งแรงพอ เอ็นไขว้หน้าจะต้องรับแรงมากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น

อาการมักเกิดทันทีหลังบาดเจ็บ บางรายอาจได้ยินเสียง ‘ป๊อบ’ ภายในข้อเข่า จากนั้นจะมีอาการปวดรุนแรงตามมา เข่าบวมอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงจากเลือดออกในข้อ รู้สึกเข่าหลวม ไม่มั่นคง เดินกะเผลก หรือเข่าทรุดเวลาลงน้ำหนัก และส่วนใหญ่จะไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งหรือเปลี่ยนทิศทางได้ตามปกติ

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ถ้าเป็นเพียงการยืดหรือฉีกขาดบางส่วน และไม่ได้ใช้งานเข่าหนักมาก อาจรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยทำกายภาพบำบัดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

ในกรณีที่เอ็นไขว้หน้าขาดสมบูรณ์ หรือมีอาการเข่าหลวมชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกลับไปเล่นกีฬา การผ่าตัดส่องกล้องสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ (Arthroscopic ACL Reconstruction) เป็นแนวทางการรักษาที่ช่วยให้ข้อเข่ากลับมามั่นคงได้ การผ่าตัดวิธีนี้ใช้แผลขนาดเล็กประมาณ 2–3 แผล โดยสอดกล้อง Arthroscope เพื่อมองเห็นโครงสร้างภายในข้อเข่าอย่างชัดเจน และใส่เครื่องมือผ่าตัดเพื่อสร้างเอ็นใหม่ทดแทนเอ็นที่ขาด

ข้อดีของวิธีส่องกล้องคือ แผลเล็ก อาการปวดหลังผ่าตัดน้อย ฟื้นตัวเร็ว และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเข่ากลับมาแข็งแรงและมั่นคงในระยะยาว

หากมีอาการเข่าลั่น เข่าหลวม หรือปวดบวมหลังบาดเจ็บ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาระยะยาวในอนาคต

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเหลือ เพราะอะไร แล้วนำไปไหนดี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเหลือ เพราะอะไร แล้วนำไปไหนดี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาเหลือ เพราะอะไร แล้วนำไปไหนดี

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สืบเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ที่เล่าเรื่องทำไมเราจึงไม่ควรนำยาของเราไปให้คนอื่นใช้ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสาเหตุหนึ่งที่เรามียาเหลือ เพราะว่าเราอาจจะไม่ได้กินยาให้ครบถ้วนตามคำสั่งแพทย์ ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงมาชวนคุยเรื่องการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์

ขอย้ำว่า หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผลการรักษาโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะโรคเรื้อรังหรือโรคเฉียบพลัน ไม่เป็นไปตามที่ควรคือ คนไข้ไม่ใช้ยาตามแพทย์สั่ง ผู้ป่วยหลายคนมีหลายโรคร่วมกัน ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มียากินประจำ 4-5 ชนิด บางอย่างก็วันละมื้อ บางอย่างก็สองสามมื้อ มีทั้งก่อนและหลังอาหาร แต่บางรายก็ลืมรับประทานยา ผลของการหลงลืมกินยาจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรักษาแน่นอน แต่จะหนักหนาเพียงไรคงตอบได้ยาก เพราะผู้ป่วยแต่ละคน ที่ป่วยแต่ละโรคมีความอ่อนไหวไม่เท่ากัน ตัวอย่างในผู้ป่วยโรคติดเชื้อหรือ ในผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะที่ต้องกินยากดภูมิ การกินยาให้ตรงเวลาเป๊ะเป็นเรื่องจำเป็นมาก เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือผู้ป่วยวัณโรค การกินยาตามสั่งไม่ได้ถึง 90-95 เปอร์เซ็นต์ จะเสี่ยงกับการรักษามาก จนถึงอาจล้มเหลวในการรักษาได้เพราะเชื้อดื้อยา ส่วนกรณีคนไข้ปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไต ตับ หัวใจ ยิ่งสำคัญและจำเป็นมากกับการกินยาให้ครบ และตรงตามเวลา เพื่อป้องกันร่างกายปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่าย

การไม่กินยาในผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ได้มีเหตุมาจากผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว แต่บุคคลากรทางการแพทย์ก็มีส่วนสำคัญ เพราะต้องต้องสื่อสาร และต้องทำให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคที่เป็นอยู่ และต้องเข้าใจแผนการรักษา อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสาเหตุหลักที่ผู้ป่วยไม่กินยาคือ ลืม ซึ่งอาจมาจากชีวิตที่ยุ่งมาก ต้องทำหลายอย่างตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทำให้ลืมกินยามื้อเช้าหรือมื้อเที่ยง อีกสาเหตุหนึ่งคือ ความยุ่งยากของมื้อกินยา เพราะมียาหลายอย่าง ต้องกินหลายแบบ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน อีกปัญหาคือเมื่อเราแก่ลงทุกวัน ต่อให้ตั้งใจไม่ลืมกินยา แต่ก็ลืมอยู่ดี ไม่ว่าจะลืมเพราะยุ่ง หรือลืมเพราะความแก่ชรา ดังนั้นจึงต้องมีตัวช่วยกันลืม เช่น การใช้กล่องใส่ยาตามมื้อ การตั้งโทรศัพท์มือถือให้ช่วยเตือนกินยา รวมไปถึงความสอดส่องใส่ใจของผู้ดูแลคนไข้ ที่ต้องเตรียมยาให้สะดวก เพื่อป้องกันการหลงลืมกินยา 

แต่มีอีกเหตุผลคือ ผู้ป่วยตั้งใจไม่กินยา เช่น ผู้ป่วยเลือกที่จะกินตามอาการ เห็นว่าไม่มีอาการก็จึงไม่กินยา หรือคิดเอาเองว่าหายป่วยแล้ว จึงเลิกกินยา ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มยาที่ใช้รักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาแก้ปวดท้อง ก็คงไม่เป็นอะไรมากนัก ยาเหลือก็เก็บไว้ได้ แต่ถ้าเป็นยาปฏิชีวนะที่ต้องกินติดต่อให้หมด เพราะถ้ากินแค่ 2-3 วัน แล้วรู้สึกว่าตัวเองหายป่วย แล้วหยุดกิน อาจทำให้เกิดอาการเชื้อดื้อยา ดังนั้น เวลาจ่ายยา เภสัชกรจึงเน้นย้ำเสมอว่า ยาตัวไหนที่ต้องกินจนหมด เราจึงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง ที่เลือกไม่กินยา อาจเป็นเพราะเบื่อ กินไปแล้วก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ  หรือไม่รู้สึกว่าตนเองมีความเจ็บป่วย แต่จริง ๆ แล้วยาจะช่วยคุมอาการ ไม่ให้โรคที่เป็นเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ยังมีผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คิดเอาเองว่ายาที่กินทุกวันจะมีผลต่อตับไต กินแล้วตับจะเสื่อม ไตจะวาย ก็จึงตัดสินใจเลิกกินยา หรือลดยาเอง ทั้ง ๆ ที่หากคุมโรคไม่ได้แล้ว จะเป็นเหตุทำให้ไตเสียหายได้

ดังนั้น หากคุณแอบลดยา หรือหยุดยาเอง เพราะกลัวตับไตพัง ต้องขอย้ำว่ากรุณาไม่หยุดใช้ยาโดยไม่คุยกับหมอหรือเภสัชกร ย้ำอีกครั้งว่าต้องคุยกับหมอและเภสัชกรทุกครั้งที่จะหยุดยา ลดยา หรือเพิ่มยา บอกความจริงไปเลย เพราะหมอและเภสัชกรพร้อมจะอธิบายให้ทราบว่าทำไมจึงไม่ควรหยุดยาเอง และจะช่วยปรับแผนการใช้ยาให้เข้ากับวิถีชีวิตคุณมากขึ้น

ส่วนยาที่เหลือที่เก็บสะสมไว้ ก็อย่าเพิ่งกวาดทิ้งถังขยะ กรุณารวบรวมใส่ถุงรักษาให้ดี แล้วนำกลับไปที่ห้องยาของโรงพยาบาล เพื่อให้เภสัชกรช่วยคัดแยก แล้วนำไปใช้ต่อ สำหรับยาที่ยังใช้ได้ หรือหากยาหมดอายุก็จะได้นำไปทำลายให้ถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยกับมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

ขอย้ำว่าการพูดคุย และการร่วมมือกันระหว่างคนไข้กับทีมแพทย์ และเภสัชกร จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยเอง

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

๐๐ พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จเป็นประธาน การประชุมขับเคลื่อนหลักสูตรประกาศนียบัตรของผู้นำทางการแพทย์สาธารณสุขและระบบสุขภาพ รุ่นที่ 1 สถาบันพระปกเกล้า..๐๐

๐๐ ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน เป็นประธานมอบสิ่งของอุปโภคแก่เรือนจำ จ.ลำพูน ผ่านโครงการ “กาชาดปันน้ำใจให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ณัษฐพร ชูวงศ์ นายกเหล่ากาชาด จ.ลำพูน พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาด จ.ลำพูน ร่วมด้วย..๐๐

๐๐ ผู้เข้าชมการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ทศวรรษ ศีตราชัน (คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ 10 ปี แห่งการครองราชย์) ต่างชื่นชมฝีมือนักดนตรีของวงดุริยางค์เยาวชนไทยในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (TYO) จัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมูลนิธิส่งเสริมดนตรีสากลเยาวชน งานนี้ต้องปรบมือรัวๆให้แม่งาน ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล..๐๐

๐๐ ชวน หลีกภัย วันเกิดปีนี้ตอนเช้าได้ไปไหว้พระธาตุและกราบนมัสการท่านเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช ตอนบ่ายรับแขกที่บ้านเล็กน้อยแล้วออกหมู่บ้านไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่มีพระคุณมาตลอดชีวิตในระหว่างหาเสียง วันรุ่งขึ้นตีสี่นั่งรถจากตรังไปจ.นครปฐม เพื่อเป็นประธานในพิธีหล่อพระ..๐๐

๐๐ ชาว Digital CEO#1 ร่วมยินดีกับ ชัยวัฒน์ โยธคล ที่ได้เป็น ว่าที่ อธิบดีกรมปศุสัตว์..๐๐

๐๐ เพื่อนๆชาว Digital CEO#5 เตรียมนัดไปสังสรรค์ที่ร้านอาหารใหม่ของ สุรเดช สร้อยรุ่งเรือง ชื่อ Azzurro @ Prathumwan อยู่ริมสระว่ายน้ำ ชั้น 8 รร.ปทุมวันปริ้นเซส เป็นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ๆโดยเชฟชาวไทยที่ผ่านงานจากประเทศอิตาลีมาแล้ว..๐๐

๐๐ อนุกูล เย็นใจ วันเกิดปีนี้ทำบุญรัวๆ บริจาคเงินให้ รพ.ตำรวจ, สภากาชาดไทยและบริจาคช่วยเด็กพิการ ตกเย็นมีเพื่อนๆมาร่วมฉลองให้อย่างอบอุ่น ณ ร้าน Classic Room Cafe & Dining งานนี้ ฐิรัฐ นาถวิริยกุล,ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์, ดร.ชานนท์ ชิงชยานุรักษ์, ดาริกา ฉัตรอรุณรุ่ง, ยุทธพร จิตตเกษม,  เข็มชาติ สังฆะคาม, ประเสริฐ จารุศรีพัฒน์, ชญาณเดช ปรียวัฒธนากุล, สุดเขต ยงค์เจริญชัย ไม่พลาด..๐๐

๐๐ อนุวัตร เฉลิมไชย บริจาคเงินสนับสนุนทุนการศึกษาของมูลนิธิเพื่อการศึกษาสมาคมการตลาดแห่งประเทศ เพื่อช่วยการศึกษาเยาวชนผู้ด้อยโอกาส..๐๐

๐๐ ชื่นชม ธ.ก.ส. สำนักงาน จ.หนองคาย ที่มอบข้าวสารเพื่อสนับสนุนนักเรียนผู้พิการของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคายในพระราชูปถัมภ์ฯ ให้มีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอในระหว่างการศึกษาและฝึกทักษะอาชีพ โดยมี ชิด สุขหนู รับมอบ..๐๐

๐๐ ข่าวสุดยินดีของชาวไทยและชาวนครศรีธรรมราช เมื่อองค์การยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จ.นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ สู่งานสถาปัตยกรรมแห่งศรัทธาที่เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติ..๐๐

น้องใหม่ 

วช.จับมือเครือข่าย ร่วมนำผลงาน ‘รวมพลนวัตกรรมรับมืออุทกภัยเชียงราย’ แก้น้ำท่วม-แล้ง

วช.จับมือเครือข่าย ร่วมนำผลงาน 'รวมพลนวัตกรรมรับมืออุทกภัยเชียงราย' แก้น้ำท่วม-แล้ง

วช.จับมือเครือข่าย ร่วมนำผลงาน ‘รวมพลนวัตกรรมรับมืออุทกภัยเชียงราย’ แก้น้ำท่วม-แล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

วช. พร้อมด้วย จ.เชียงราย ปภ.เชียงราย มทร.ล้านนาเชียงราย ม.แม่ฟ้าหลวง ม.เชียงใหม่ มรภ.เชียงราย ม.เกษตรศาสตร์ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลอง ร่วมนำผลงาน “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัยจังหวัดเชียงราย” ณ จ.เชียงราย

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำผลงานเตรียมความพร้อม “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด คณะผู้บริหาร วช. ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเชียงราย นักวิจัย เครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย

“นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย” ที่ร่วมเตรียมความพร้อม ประกอบด้วย -“ระบบการเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังกูร ว่องตระกูล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย

-นวัตกรรม “FloodBoy: ระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมด้วย Blockchain และ AI” และ “แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการปรับปรุงคันกั้นน้ำ” โดย รองศาสตราจารย์ ชูโชค อายุพงศ์ และดร.ภูชีวันท์ สุริยะวงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

-นวัตกรรม “ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม” โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

-นวัตกรรม “อากาศยานไร้คนขับเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ” โดย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ

-นวัตกรรม “กระบวนการชุมชนรู้ทันน้ำ”และ “Hydro Vision Plus AI” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

Around W. By หมูอ้วน : วันเดียวเที่ยวใกล้กรุง! ปักหมุด 5 ที่เที่ยว ‘เมืองปากน้ำ’ ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ

Around W. By หมูอ้วน : วันเดียวเที่ยวใกล้กรุง! ปักหมุด 5 ที่เที่ยว ‘เมืองปากน้ำ’ ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ

Around W. By หมูอ้วน : วันเดียวเที่ยวใกล้กรุง! ปักหมุด 5 ที่เที่ยว ‘เมืองปากน้ำ’ ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วันแม่ปีนี้เตรียมตัวให้พร้อม! ก่อนพาคุณแม่และครอบครัวเที่ยว ชวนทุกคนมาปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ กับ 5 สถานที่ห้ามพลาด! ทั้งแลนด์มาร์กและไฮไลต์สำคัญที่อยู่คู่เมืองสมุทรปราการ เพื่อใช้ช่วงเวลาดีๆ กับคุณแม่และทุกคนในครอบครัวให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขด้วยกัน จะที่ไหนบ้าง มาอัปเดตไปพร้อมกัน!

เริ่มต้นที่ “วัดอโศการาม” เดิมก่อนเรียกว่า “นาแม่ขาว” เป็นวัดสีขาวที่มีพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 53 ไร่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2497 เป็นวัดที่สวย ดูสะอาดตา ร่มรื่น และดูกว้างขวางถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้นานาชนิด และติดป่าชายเลน ติดทะเล ภายในพระธาตุมีหลวงปู่แหวน หลวงปู่ชา พระพุทธชินราชจำลอง ให้ผู้คนเข้ามากราบไหว้ สักการะ ถือเป็นหนึ่งในวัดของ จ.สมุทรปราการ ที่สายมู สายถ่ายรูปห้ามพลาดเด็ดขาด โดยเปิดให้เข้าสักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 18:00 น.

ต่อด้วย “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” ใครอยากแวะช้อปปิ้งของกินต้องไม่พลาดไปที่นี่ ตลาดน้ำสมุทรปราการที่อุดมไปด้วยของกิน! ซึ่งใครมา “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” แห่งนี้ไม่ต้องกลัวร้อน เพราะตลอดทางเดินยาวกว่า 2 กม. มีซุ้มกันแดดให้ ของขายมีตั้งแต่ของกินเล่นอย่าง ทอดมัน แจงรอน หมึกไข่เสียบไม้ ฯลฯ อาหารจานหลักก็มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ กระเพาะปลา และอย่าลืมเผื่อพื้นที่ในกระเพาะสำหรับของหวานและผลไม้ เช่น ขนมถ้วย ขนมจาก มะพร้าวอ่อน ทำท้องว่างก่อนไป แล้วกินแค่อย่างละนิดเป็นดีที่สุด จะได้ลองชิมได้ทุกอย่าง โดยตลาดฯจะเปิดตั้งแต่เวลา 07:00 – 16:00 น. 

จากนั้นไปต่อที่ “หอชมเมืองสมุทรปราการ” ซึ่งเป็นอุทยานการเรียนรู้ นับว่าเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองปากน้ำที่ออกแบบให้เป็นป้อมปราการ สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่บางกระเจ้า ปากอ่าวไทย ป้อมผีเสื้อสมุทร หรือในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นถึงเกาะสีชัง จ.ชลบุรี ซึ่งนอกจากจะเป็น “จุดชมวิว” แม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม พื้นที่ดังกล่าวยังจัดแสดงนิทรรศการชุด “ร้อยเป็นเรื่องเมืองปากน้ำ” นำเสนอเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และเรื่องราวของจังหวัดสมุทรปราการ ที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมแบบ 4D เสมือนจริง

โดยพื้นที่ให้บริการแบ่งเป็น การเข้าชมนิทรรศการ “ร้อยเป็นเรื่องเมืองปากน้ำ” เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – เสาร์ วันละ 3 รอบ รอบละ 25 ท่าน ในเวลา 10:00 / 13:30 / 15:00 น. เพียงลงทะเบียนหน้างานที่จุดประชาสัมพันธ์ชั้น 1 สำหรับจุดชมวิวชั้น 23 และชั้น 25 เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10:00 – 17:00 น. ทุกพื้นที่เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ที่ห้ามพลาด คือ “พิพิธภัณฑ์ครุฑ” โดย ทีเอ็มบีธนชาต ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งเดียวในประเทศไทยและอาเซียน ที่รวบรวมครุฑอันมีเอกลักษณ์เฉพาะองค์จากทุกภาคของไทย มีความโดดเด่นด้วย “องค์ครุฑไม้” ที่แกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม สะท้อนถึงความประณีตของศิลปิน โดยอัญเชิญตราที่ประดิษฐาน ณ ธนาคารสาขาต่างๆ มากกว่า 150 องค์ มาไว้ด้วยกัน ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพญาครุฑ ผ่าน 6 โซนนิทรรศการ ที่นำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของ “พญาครุฑ” อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งแสง สี เสียง ในรูปแบบทั้งแอนิเมชันและมัลติมีเดีย ทำให้คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเยี่ยมชมจะได้เรียนรู้เรื่องราวของ “พญาครุฑ” สัตว์หิมพานต์ สัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม และเข้าถึงความเป็นไทยได้อย่างง่ายๆ และในเดือนสิงหาคมนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ครุฑได้จัดเตรียมของขวัญพิเศษเพื่อมอบให้คู่แม่ลูกที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ครุฑ (ของมีจำนวนจำกัด)

โดยเปิดให้เข้าชม ทุกวันศุกร์-เสาร์ วันละ 3 รอบ ในเวลา 10:00 / 13:00 / 15:00 น. พร้อมผู้นำชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมมีบริการจัดรถตู้บริการรับ-ส่งจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเคหะสมุทรปราการ ถึง พิพิธภัณฑ์ครุฑ ฟรีเช่นกัน! เพียงแจ้งความประสงค์ผ่านระบบการจองล่วงหน้าที่ https://www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/   

และปิดท้ายกันที่ “เมืองโบราณ” พิพิธภัณฑ์เอกชนบนพื้นที่กว่า 800 ไร่ สร้างขึ้นเพื่อจัดแสดง 120 สถาปัตยกรรมไทย ที่โดดเด่นในแต่ละภูมิภาค เพียงเดินทางมาที่เดียวก็เที่ยวครบทุกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทั่วประเทศ อาทิ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรุงเทพฯ, คุ้มขุนแผน จ.อยุธยา, เจดีย์เจ็ดยอด จ.เชียงใหม่, วิหารวัดภูมินทร์ จ.น่าน, ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์, พระธาตุเชิงชุม จ.สกลนคร, พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี, เทวรูปปัลลวะ จ.นครศรีธรรมราช เป็นต้น

ซึ่งความสวยงามและเอกลักษณ์การถ่ายทอดผลงานอย่างประณีตของเมืองโบราณทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเด็กเล็กอายุไม่เกิน 6 ขวบเข้าชมฟรี เด็กอายุตั้งแต่ 6-14 ปี ท่านละ 200 บาท และอายุ 14 ปีขึ้นไป ท่านละ 400 บาท สำหรับเด็กต่างชาติท่านละ 350 บาท และผู้ใหญ่ต่างชาติ 700 บาท โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 09:00 – 19:00 น.

‘สุขศิลป์ ถิ่นละโว้’ ชวนมาค้นพบ ‘ลพบุรีในอีกเวอร์ชัน’

‘สุขศิลป์ ถิ่นละโว้’ ชวนมาค้นพบ ‘ลพบุรีในอีกเวอร์ชัน’

‘สุขศิลป์ ถิ่นละโว้’ ชวนมาค้นพบ ‘ลพบุรีในอีกเวอร์ชัน’

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ททท.สำนักงานลพบุรี ชวนคุณมาค้นพบ “ลพบุรีในอีกเวอร์ชัน” ที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็น เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เมืองที่ซ่อนคาเฟ่สุดชิคไว้ทั่วทุกมุม เมืองที่ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต…ยังคงมีลมหายใจ FEEL ALL THE FEELINGS @ LOPBURI “สุขศิลป์ ถิ่นละโว้”

เพราะการเดินทางที่ดีที่สุด…ไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือการได้เก็บเกี่ยว “ทุกความรู้สึก” ระหว่างทาง…เดินเล่นในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ชื่นชมเสน่ห์ของเมืองละโว้ แวะจิบกาแฟร้านโปรด ถ่ายภาพมุมสวยๆ แล้วปล่อยให้วันธรรมดา กลายเป็นวันพิเศษที่น่าจดจำ

เพียงซื้ออาหาร – เครื่องดื่ม – ขนม จาก Café ที่ร่วมโครงการ ครบ 500 บาทต่อ 1 ใบเสร็จ รับฟรีทันที แก้วเก็บความเย็น Amazing Thailand สุด Cute จำนวน 1 ใบ (คละสีคละแบบ) , บัตรเข้าชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี จำนวน 1 ใบ ร่วมกิจกรรม 1 – 31 สิงหาคม 2569 เฉพาะวันศุกร์ และวันเสาร์ เท่านั้น (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ททท.สำนักงานลพบุรี กำหนด)

สำหรับ ร้าน Café ที่ร่วมโครงการ มีดังต่อไปนี้ Sriintra Specialty Coffee , วิกมาลัย กาแฟ ชั้น 4 , ปังข้างปรางค์ , The Monkey King Café , บ้านบ้านคาเฟ่ ลพบุรี , Nom-Cup-D , เสน่หาคาเฟ่ , H CRAFT Specialty Coffee & Slow Bar , LUXUO , RAYVIN’S ,Kouign.Lopburi (ควินลพบุรี) , About Coffee Garden (Plus) , Atlas House และ เนย นม หนม คาเฟ่

ชวนคนที่คุณรัก ครอบครัว หรือแก๊งเพื่อน ออกมาใช้เวลาคุณภาพในเมืองละโว้ แล้วสัมผัสเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในทุกตรอก ทุกแก้วกาแฟ และทุกเรื่องราวของเมืองแห่งนี้

เพราะบางครั้ง…การเดินทางที่ทำให้เรายิ้มได้ที่สุด อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด

สิงหาคมนี้…ออกมา Feel All The Feelings ที่ลพบุรี แล้วคุณอาจตกหลุมรักเมืองนี้ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ตะลอนเที่ยว : มหาราชินีคอนแชร์โต

ตะลอนเที่ยว : มหาราชินีคอนแชร์โต

ตะลอนเที่ยว : มหาราชินีคอนแชร์โต

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดี และความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระแม่เจ้าของแผ่นดินไทย

ในการนี้สมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล และการประพันธ์เพลงร่วมสมัย) และ Opera Siam โดยการบรรเลงของ พร้อมทั้งผู้ร่วมสนับสนุนการแสดง นักดนตรี และนักร้อง จึงจัดงาน Maha Rajini ขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยบรรจงเลือกสรรบทเพลงคลาสสิกระดับโลก ซึ่งเป็นผลงานของคีตกวีชื่อก้องโลกที่เป็นอมตะนิรันดร์กาล อาทิ Tchaikovsky, Rachmaninov เป็นต้น มาบรรเลงในงานนี้ ค่ำคืนดังกล่าวจึงนับเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนโรแมนติก ที่ประทับอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรไทยผู้จงรักภักดีต่อพระมิ่งแม่แห่งแผ่นดินไทย 

บทเพลงสุดแสนโรแมนติกที่นำมาบรรเลง และขับร้องในงานได้แก่ Romeo and Juliet ของ Tchaikovsky และ Adagio from Symphony No. 2  ของ Rachmaninov และยังนำเสนอบทเพลงที่สมเถาประพันธ์ขึ้นใหม่ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือเพลง Maha Rajini : Songs for a Queen ซึ่งนำเสนอเป็นรอบปฐมทัศน์ของโลก (World Premiere)

วงออร์เคสตราที่บรรเลงในงานนี้คือ Siam Sinfonietta วงเยาวชนไทยที่กวาดรางวัลชนะเลิศออร์เคสตรามาจากหลายประเทศในยุโรป พร้อมทั้งการแสดงเปียโนคอนแชร์โตเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทฤษฎี ณ พัทลุง อำนวยเพลงโดยสมเถา สุจริตกุล ในการแสดงนี้ยังมีนักเชลโลชาวไทยผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติมาร่วมัด้วยคือ เอกชัย มาสกุลรัตน์ และมีนักร้องเพลงโอเป-รา เสียงโซปราโน ชาวไทย ผู้เป็นตัวแสดงเอกบนเวทีโอเป-รา กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม คือ นาฏลดา ธรรมธนากร มาร่วมขับร้องเพลงด้วย และยังมีนักร้องชายเสียงเทเนอร์ ที่เป็นดาราชื่อดัง คือ วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล มาร่วมขับร้อง แต่ที่สุดแสนมหัศจรรย์คือ นักร้องโอเป-รา เด็กหญิงปุณิกา มหึเมือง นักเรียนชั้นมัธยม ปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขับร้องเพลงคลาสสิกได้ไพเราะสุดจะบรรยาย

สมเถาเล่าให้ฟังว่าสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเคยรับสั่งว่าทรงโปรดปรานดนตรียุคโรแมนติกของรัสเซียมาก และนี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้สมเถาเลือกเพลงของ Tchaikovsky และ Rachmaninov มาบรรเลง และเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในวโรกาสนั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงกระกรุณาฯ ให้สมเถาประพันธ์บทเพลงพิเศษคือ Queen Sirikit Concerto เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ และในครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดง ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี 

สำหรับบทเพลงใหม่ที่นำเสนอในรอบ World Premiere ซึ่งสมเถาประพันธ์เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือเพลง Maha Rajini

งานนี้ ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน นายเดวิด วีลเลอร์ และบุตร คือ ลีโอ วีลเลอร์ ไปร่วมชมการแสดงด้วย สำหรับลีโอ วีลเลอร์ คือนักเปียโนรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถสูงมาก เคยเปิดการแสดงเดี่ยวเปียโนบนเวทีในประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่ามีฝีมือการเล่นเปียโนที่สุดยอด แม้จะมีอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด ‘Universal Design’ ปิดช่องว่างจาก ‘สิทธิในกฎหมาย’..สู่สิทธิที่ใช้ได้จริง

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด ‘Universal Design’ ปิดช่องว่างจาก ‘สิทธิในกฎหมาย’..สู่สิทธิที่ใช้ได้จริง

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด ‘Universal Design’ ปิดช่องว่างจาก ‘สิทธิในกฎหมาย’..สู่สิทธิที่ใช้ได้จริง

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับมูลนิธิคนพิการไทย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เปิดงาน “มหกรรม UD (Universal Design) เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี” ภายใต้แนวคิด “From Law to Life: Design for All, Better Living for Everyone” เพื่อเป็นเวทีระดับชาติที่เชื่อมโยงกฎหมาย นโยบาย องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานจริง สู่การขับเคลื่อนการออกแบบ Universal Design ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ณ ฮอลล์ 9–10 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. กล่าวว่า การที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ควบคู่กับจำนวนประชากรที่อยู่ในกลุ่มคนพิการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ภาครัฐต้องเร่งปรับบทบาทจากการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาไปสู่การเป็น “ผู้สร้างโอกาส” ที่ออกแบบสภาพแวดล้อมและระบบบริการให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญรองรับทั้ง พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายที่กำหนดมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การนำกฎหมายและมาตรฐานไปสู่การพัฒนาพื้นที่สาธารณะ อาคารและที่อยู่อาศัย การเดินทาง ตลอดจนการใช้บริการที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องเร่งลดช่องว่างระหว่างมาตรฐานที่กำหนดไว้กับประสบการณ์ที่ประชาชนได้รับจริง เพื่อให้สิทธิในการเข้าถึงไม่หยุดอยู่เพียงบนข้อกฎหมาย แต่เกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่และทุกมิติของการดำเนินชีวิต

“พม.คาดหวังให้ ‘มหกรรม UD (Universal Design) เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี’ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและวิธีคิดของสังคมไทย จากการแก้ไขภายหลังไปสู่การออกแบบให้พร้อมตั้งแต่ต้น โดยมองการเข้าถึงอย่างเชื่อมโยงตั้งแต่ ‘บ้าน–การเดินทาง–ปลายทาง’ รวมถึงสถานศึกษา สถานที่ทำงาน โรงพยาบาล พื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่สาธารณะ และบริการดิจิทัล พร้อมผนึกกำลังภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรคนพิการ และประชาชน เพื่อพัฒนามาตรฐาน ส่งเสริมการตรวจประเมิน สนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่เดิม และทำให้เสียงของผู้ใช้งานจริง เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Universal Design เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน” นายนิกร กล่าวและว่า

โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ นิทรรศการ FROM LAW TO LIFE พื้นที่จัดแสดงเส้นทางการพัฒนาจากกฎหมาย มาตรฐาน และนโยบาย สู่การประยุกต์ใช้จริง เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงของทุกคนอย่างเท่าเทียม , Policy Forum & Public Dialogue เวทีร่วมกำหนดทิศทางขับเคลื่อน UD จากหลากองค์กรชั้นนำ , UD Clinic คลินิกให้คำปรึกษาแก่เจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ทั้งการออกแบบอาคารใหม่และการปรับปรุงอาคารเก่าให้เข้าถึงได้ตามหลัก UD , Empathy Zone พื้นที่จำลองประสบการณ์การใช้ชีวิตของคนพิการ ครอบคลุมการเคลื่อนไหว การมองเห็น การสื่อสาร และการใช้มือ เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการออกแบบเพื่อทุกคน , Public Voice Zone พื้นที่รับฟังเสียงจากประชาชนและผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายและมาตรฐานต่อไป , Partner Network Pavilion พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและต้นแบบ UD จากหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ , Future Generation Programs เครือข่ายนักออกแบบและผู้ขับเคลื่อนรุ่นใหม่ด้าน UD ของประเทศ และ UD Hero & Inclusive Organization Awards กิจกรรมเชิดชูบุคคลและองค์กรต้นแบบในด้าน UD

ด้าน ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อว. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ ทั้งจากประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10 ล้านคน คนพิการที่มีบัตรประจำตัวจำนวนกว่า 2.25 ล้านคน สถิติดังกล่าวจึงมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่กำลังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต กำลังแรงงาน ระบบสาธารณสุข การศึกษา การเดินทาง การใช้บริการของรัฐ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยังทำให้ Universal Design กลายเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่จะช่วยรองรับความหลากหลายและความแตกต่าง เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระ และสามารถเข้าสิ่งต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม

“สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน Universal Design เพราะเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ นักวิจัย นักออกแบบ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำมาแก้โจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันยังมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมอีกเป็นจำนวนมากที่มีศักยภาพ แต่ยังรอการผลักดันออกจากห้องเรียนและห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะ ระบบบริการ และชีวิตประจำวันของประชาชน กระทรวง อว. จึงพร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความเท่าเทียม ผ่านการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมพัฒนา ทดสอบ และต่อยอดผลงานเหล่านี้ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหนึ่งในสถาบันต้นแบบที่ศึกษาและประยุกต์ใช้แนวคิด UD มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้าน Universal Design ของภูมิภาคในอนาคต”

น.ส.สนธยา บุณยภูษิต อธิบดี พก. กล่าวทิ้งท้ายว่า หัวใจของ Universal Design คือแนวคิด “คนพิการใช้ได้ คนทุกกลุ่มก็ใช้ได้” เพราะความพิการไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดของบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากอุปสรรคด้านสภาพแวดล้อม ระบบบริการ ข้อมูล และการสื่อสาร เมื่อสังคมได้รับการออกแบบให้เข้าถึงได้ อุปสรรคเหล่านี้จะลดลง และประชาชนจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ มีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ความโดดเด่นของมหกรรมครั้งนี้จึงอยู่ที่การผนึกกำลังของภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน องค์กรคนพิการ นักออกแบบ คนรุ่นใหม่ และประชาชน มาเชื่อมโยงกฎหมาย นโยบาย งานวิจัย และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วมตั้งแต่การสะท้อนปัญหา ร่วมคิด ออกแบบ ทดลองใช้ ไปจนถึงแนวทางที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อนำไปต่อยอดสู่การพัฒนานโยบาย มาตรฐาน และบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้การออกแบบ Universal Design ไม่หยุดอยู่เพียงแนวคิด แต่เกิดขึ้นจริงได้ในทุกบริบทของชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศที่ช่วยลดข้อจำกัดในการใช้ชีวิต เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการจ้างงาน รองรับเศรษฐกิจคนพิการ-สูงวัย พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง การคมนาคม การท่องเที่ยว การค้าปลีก สุขภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล

ฉลองครบรอบ 15 ปี ‘Atom Clinic’ พัฒนามาตรฐานการรักษา ส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

ฉลองครบรอบ 15 ปี 'Atom Clinic' พัฒนามาตรฐานการรักษา ส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

ฉลองครบรอบ 15 ปี ‘Atom Clinic’ พัฒนามาตรฐานการรักษา ส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.35 น.

ทุกการลงทุน มีความสวย “Invest in Your Beauty” คือแนวคิดสำคัญของแคมเปญครบรอบ 15 ปี อะตอมคลินิก (Atom Clinic) ที่สะท้อนถึงความเชื่อว่าการดูแลตัวเองคือการลงทุนที่มีคุณค่า และเป็นการสร้างความมั่นใจที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ตลอดระยะเวลา 15 ปี อะตอมคลินิกมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการรักษา เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการบริการที่ใส่ใจในทุกประสบการณ์ เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ครั้งนี้อะตอมคลินิกจัดแคมเปญ “Invest in Your Beauty” มอบสิทธิพิเศษด้วยโปรโมชั่นส่วนลดสำหรับทุกโปรแกรม สูงสุด 35% ตั้งแต่คอร์สแรก พร้อมแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าคนสำคัญด้วยของรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท อาทิ ทองคำ จำนวน 15 รางวัล รวมมูลค่า 330,000 บาท , Top Spender ประจำสัปดาห์ 5 อันดับแรก รับบัตรของขวัญ หรือ ห้องพักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Cape Dara Resort Pattaya (2 วัน 1 คืน) มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 20 รางวัล รวมมูลค่า 100,000 บาท , และโปรแกรมยอดนิยม อาทิ Ulthera Prime, Thermage, Filler, Botox รวมถึงของรางวัลพิเศษอีกมากมาย รวมมูลค่า 570,000 บาท

ลูกค้าสามารถร่วมลุ้นรับรางวัลได้ง่าย ๆ เพียงใช้บริการ ทุก 2,000 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่ 1–31 สิงหาคม 2569 ***เงื่อนไขโปรโมชั่นและการรับรางวัลเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

อะตอมคลินิกให้บริการครอบคลุม 6 สาขา ได้แก่ สาขา เลียบทางด่วนรามอินทรา / สุขุมวิท19 / เมเจอร์รังสิต / นครราชสีมา / ขอนแก่น / บุรีรัมย์ เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเข้าถึงบริการด้านความงาม และการดูแลสุขภาพผิวในมาตรฐานเดียวกัน

ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งการดูแลตัวเองในเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมรับสิทธิประโยชน์ และของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์: http://www.atomclinicofficial.com / Facebook: Atom Clinic อะตอมคลินิก / Instagram: @atomclinicofficial / TikTok: @atomclinic / โทรศัพท์: 02-539-0199

คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2026 จาก Mott 32 Bangkok

คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2026 จาก Mott 32 Bangkok

คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2026 จาก Mott 32 Bangkok

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.46 น.

จุดเด่นและเรื่องราว
คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ประจำเทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2026 จาก Mott 32 Bangkok ถ่ายทอดความงดงามของประเพณีดั้งเดิมผ่านงานฝีมือร่วมสมัยอย่างประณีต ด้วย 4 รสชาติที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ได้แก่ มะม่วง มะพร้าว และอัลมอนด์, ทุเรียนไข่เเดง, พุทราจีนไข่เเดง, หอมหมื่นลี้ เก๋ากี้

คอลเลกชันนี้สะท้อนปรัชญาของอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นของร้านผ่านรสชาติอันประณีตและการนำเสนอที่สง่างาม ขนมไหว้พระจันทร์ทุกชิ้นผลิตด้วยความพิถีพิถันแบบแฮนด์เมด และบรรจุในกล่องของขวัญที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับคอลเลกชันปี 2026 โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นดีไซน์ลิมิเต็ดเอดิชันที่มีการออกแบบใหม่ในทุกปี ทำให้กล่องของขวัญของ Mott 32 กลายเป็นของสะสมที่ได้รับความนิยม และเป็นของขวัญที่มีความหมายสำหรับครอบครัว เพื่อน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ

กล่องบรรจุภัณฑ์

นำเสนอในกล่องของขวัญดีไซน์หรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mott 32 ที่ออกแบบมาเพื่อมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลสร้างความประทับใจให้กับผู้รับ

รสชาติและรูปแบบ

มีจำหน่ายทั้งแบบ ชิ้นเดียว และ กล่องของขวัญ 4 ชิ้นดีไซน์หรูหรา ถ่ายทอดความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mott 32 ซึ่งประกอบด้วย 4 รสชาติซิกเนเจอร์ ได้แก่:  พุทราจีนไข่แดง, มะม่วง มะพร้าว และอัลมอนด์, หอมหมื่นลี้และเก๋ากี้, ทุเรียนไข่แดง

ราคาและรายละเอียดของกล่อง

ขนาดกล่อง: 148 × 148 × 270 มิลลิเมตร

ขนมไหว้พระจันทร์แบบชิ้นเดียว: 350 บาท

กล่องของขวัญ 4 ชิ้น: 1,588 บาท

ราคาสำหรับลูกค้าในรูปแบบบริษัทและองค์กร

สั่งซื้อ 100–199 กล่อง: 1,488 บาท/กล่อง

สั่งซื้อ 200–299 กล่อง: 1,388 บาท/กล่อง

สั่งซื้อ 300 กล่องขึ้นไป: 1,288 บาท/กล่อง

สิทธิประโยชน์พิเศษ

บริการจัดส่งฟรี 1 ครั้งต่อออเดอร์ ภายในระยะทาง 20 กิโลเมตรจากโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon

สามารถเพิ่มโลโก้บริษัทบนบรรจุภัณฑ์ได้ สำหรับการสั่งซื้อ 100 กล่องขึ้นไป (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

ระยะเวลาการสั่งจองและรับสินค้า

เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้ โดยสามารถรับสินค้าได้ระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม – 25 กันยายน 2026