สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

สถาบันพระปกเกล้า โดย พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสำนักงานเลขาธิการ จัดงานเทิดพระเกียรติครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อ  “A Legacy in Bloom: Designing Royal Heritage Across Generations” เพื่อเปิดตัวผ้าพันคอและเนคไทของสถาบันพระปกเกล้า เนื่องในวาระพิเศษแห่งการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นถิ่น และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงยกระดับงานศิลปาชีพไทยให้มีคุณค่าและร่วมสมัย โดยได้รับการออกแบบโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ผ่านมุมมองขององค์ครีเอทรีฟไดเร็กเตอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วยลวดลายจากแรงบันดาลใจเกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ

A Legacy in Bloom: Designing Royal Heritage Across Generations เป็นส่วนหนึ่งของโครงการกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ‘สิริรำไพพรรณ พัสตราภรณ์’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ในโอกาสมหามงคล 120 ปี แห่งวันพระราชสมภพ และโอกาส 100 ปี แห่งวันสถาปนาพระบรมราชินี อีกทั้ง ยังเป็นวาระสำคัญที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) มีมติรับรองการประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ประจำปี 2569 – 2570 พร้อมกันนี้ ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการส่งเสริมหัตถศิลป์และผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล  

ในการนี้แบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมสืบสานและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านงานออกแบบและแฟชั่นร่วมสมัย โดยมี “บุรพราชินี” ทั้งสองพระองค์เป็นปฐมบทแห่งแรงบันดาลใจอันสูงสุดในการศึกษาศิลปะและการออกแบบ ได้รังสรรค์อัตลักษณ์ของสถาบันพระปกเกล้าผ่านการตีความใหม่ด้วยศิลปะแฟชั่นชั้นสูง ในผลิตภัณฑ์ 3 รูปแบบ

  • เนคไทสำหรับนักศึกษาชาย : ออกแบบบนพื้นผ้าสีเขียวอันเป็นสีประจำสถาบันพระปกเกล้า โดดเด่นด้วยลวดลาย “ดอกไอริส” สีเหลือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI พร้อมประดับตราสัญลักษณ์สถาบันฯ ตรงกึ่งกลางของลวดลาย ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์  อันวิจิตรที่ผสานตัวตนของสองสถาบันไว้อย่างกลมกลืน เปี่ยมด้วยความหมาย 
  • เนคไทสำหรับผู้บริหาร : รังสรรค์ด้วยสีดำที่สื่อถึงความสง่างามและความน่าเชื่อถือ ตกแต่งด้วยลวดลายโลโก้ของสถาบันพระปกเกล้า ถือเป็นเนคไทรุ่นพิเศษสำหรับผู้บริหารของสถาบันฯ
  • ผ้าพันคอสำหรับนักศึกษาหญิง : ลายพิมพ์ภาพวาด ‘ต้นประดู่’ พรรณไม้ประจำรัชกาลที่ 7 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะสถาบันที่จัดตั้งขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมตีกรอบด้วยสีเขียวและประดับตราสัญลักษณ์สถาบันฯ ทั้ง 4 มุม สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของสถาบัน

ภายในงานยังจัดแบ่งพื้นที่นิทรรศการออกเป็น 3 โซน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวพระเกียรติคุณ การสืบสานรสนิยมความงาม และการพัฒนางานหัตถศิลป์ไทยของทั้ง 3 พระองค์ เริ่มจาก โซนเฉลิมพระเกียรติ นำเสนอพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และความเชื่อมโยงของทั้ง 3 พระองค์ในฐานะผู้ทรงส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่ สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี ผู้ทรงมีพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร ฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นถิ่นของจันทบุรี และพัฒนาเป็นกิจการ S.B.K. อุตสาหกรรมชาวบ้าน ต่อด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพและยกระดับงานหัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่ได้อย่างสง่างามในโลกปัจจุบัน และสมเด็จพระเจ้า  ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านงานออกแบบและแฟชั่นร่วมสมัยภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI

โซนต่อมา นําเสนอชิ้นงานทรงออกแบบ ทั้งผ้าพันคอและเนคไท ที่ถ่ายทอดแนวคิด กระบวนการออกแบบ และความหมายอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียด พร้อมทั้งนําเสนอการลงสีลายผ้าพันคอโดยช่างฝีมือจากแผนกช่างเขียนภาพ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และปิดท้ายด้วย โซนต้อนรับและเวทีสนทนา ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการบอกเล่าถึงความร่วมมือสำคัญระหว่างสถาบันพระปกเกล้า และแบรนด์ SIRIVANNAVARI  

นิทรรศการเทิดพระเกียรติในครั้งนี้  เปิดให้ผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2569 วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 นาฬิกา ณ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่  02 142 7703

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่  ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.12 น.

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์องค์กร ด้วยการส่ง แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย (First Officer) บนเที่ยวบินพาณิชย์ของการบินไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ในเที่ยวบิน TG564 เส้นทางกรุงเทพฯ–ฮานอย  ด้วยเครื่องบิน Airbus A320-200 ทะเบียน HS-TXS ถือเป็นนักบินหญิงคนแรกในรอบ 66 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ทำการบินของการบินไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี จันทริกา โชติกเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล และผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการบิน ร่วมแสดงความยินดี

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการบินไทยในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีศักยภาพได้เติบโตในสายอาชีพการบิน โดย แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย นักบินหญิงคนแรกของการบินไทยรายนี้ สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง  และผ่านการฝึกบินพาณิชย์จาก Asia Aviation Academy ก่อนสั่งสมประสบการณ์ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วยเครื่องบิน Airbus A320 กับสายการบินชั้นนำเป็นเวลากว่า 4 ปี

 แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย นักบินหญิงคนแรกของการบินไทย

การเข้าปฏิบัติหน้าที่ของเธอนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการบินไทยในยุคใหม่ สะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมการบิน และความพร้อมขององค์กรในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามมาตรฐานสากล

ความสำเร็จของนักบินหญิงคนแรกในครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสตรีที่มีความฝันในสายอาชีพการบิน กล้าก้าวสู่เส้นทางแห่งความท้าทาย และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินไทยสู่อนาคต

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.08 น.

หากพูดถึงเมืองที่มีเทศกาลเฉลิมฉลองสิทธิและความหลากหลายทางเพศได้มีสีสันที่สุดในเอเชีย กรุงเทพฯ คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ในช่วงเทศกาล Pride ปีนี้ทั้งถนนหนทาง รูฟท็อป และย่านต่างๆ ทั่วเมืองต่างคึกคักไปด้วยกิจกรรม สีสัน และบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่ดึงดูดนักเดินทางให้มาเยือนจากทั่วภูมิภาค อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว  เผยว่า ใน 9 ประเทศที่ทำการค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ของเทศกาล Pride มากที่สุดนั้น ล้วนมาจากเอเชียทั้งหมดทุกอันดับ โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มอโกด้า สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ประเทศที่มีนักเดินทางค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ สำหรับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสิทธิและความหลากหลายทางเพศมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ซึ่งนั่นบ่งบอกได้ชัดเจนว่ากรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวช่วง Pride ในสายตาของนักเดินทางชาวเอเชีย นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าผู้คนในภูมิภาคนี้ต่างมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เปิดกว้างและมีชีวิตชีวา และกรุงเทพฯ ก็ตอบโจทย์ทุกข้อนั้นได้ในระยะเที่ยวบินสั้น ๆ

สำหรับทั้ง 9 ประเทศนั้น แต่ละประเทศก็มีการฉลองกิจกรรม Pride ที่ต่างกันออกไป เช่น ไต้หวันมีขบวนพาเหรดประจำปีที่ดึงผู้คนมาร่วมนับแสน ขณะที่โตเกียว โซล มะนิลา และฮ่องกง ต่างก็มีงานฉลองของตัวเองที่คึกคักและเติบโตขึ้นทุกปี สำหรับกรุงเทพฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองนี้ได้ก้าวข้ามความเป็นเพียงจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างสำหรับนักเดินทาง สู่การเป็นสัญลักษณ์ระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง และยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก เมื่อประเทศไทยกลายเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้กรุงเทพฯ มีแรงดึงดูดในฐานะศูนย์กลาง Pride Tourism ของภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ธงสายรุ้งในขบวนพาเหรดจะออกสู่ท้องถนน เริ่มจากงาน Bangkok Pride Awards 2026 ที่กลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง ในวันที่ 28 พฤษภาคม ณ NEX HALL สยามพารากอน เพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลผู้บุกเบิกและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ของไทย ใน 11 สาขา รวม 24 รางวัล โดยปีนี้มีผู้ร่วมโหวตมากกว่า 6 ล้านโหวต และไฮไลต์หลักที่ทุกคนรอคอยที่สุดของสัปดาห์นี้คือ Pride Parade ในวันที่ 31 พฤษภาคม ภายใต้ธีม “Patch the World with Pride” โดยขบวนจะเริ่มต้นจากถนนสีลมมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน พร้อมจุดเด่นสุดพิเศษอย่างธงสายรุ้งขนาดยักษ์ที่ยาวกว่า 500 เมตร

นอกจากขบวนพาเหรดแล้ว Bangkok Pride Forum 2026 ยังรวบรวมเวทีเสวนากว่า 35 เซสชันที่ครอบคลุมหัวข้อด้านวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และชุมชน และยังมี Drag Bangkok Festival 2026 นำเสนอธีม “From Thailand to the World” พร้อมการแข่งขัน drag lip-sync ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดนี้ กรุงเทพฯ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าเมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่คือพื้นที่ที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และเชื่อมโยงผู้คนจากทุกมุมโลกเข้าหากันอย่างแท้จริง

นางสาวอรรคพร รอดคง  ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า เปิดเผยว่า “กรุงเทพฯ มีเสน่ห์พิเศษในการดึงดูดนักเดินทางจากทั่วเอเชียในช่วง Pride Season ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่ทั้ง 9 ตลาดต่างประเทศที่มียอดค้นหาสูงสุดล้วนมาจากภูมิภาคเดียวกัน ที่อโกด้า เรามุ่งมั่นช่วยให้นักเดินทางทุกคนเข้าถึงที่พักที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม ด้วยข้อเสนอราคาคุ้มค่า ตัวเลือกที่พักที่หลากหลาย และประสบการณ์การจองที่สะดวกสบาย เพื่อให้ทุกช่วงเวลาพิเศษ อย่างเช่นเทศกาล Pride เป็นทริปที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ด้วยตัวเลือกที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมท่องเที่ยวอีกกว่า 300,000 รายการ อโกด้าช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนและจองทุกส่วนของการเดินทางได้ครบจบในที่เดียว สำหรับใครที่กำลังวางแผนบินมากรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาล Pride สามารถเลือกดูตัวเลือกที่พักที่หลากหลายได้เลยบนแอปพลิเคชันอโกด้า หรือที่ Agoda.com

งานฉลอง 80 ปี วันชาติอิตาลี บุคคลสำคัญร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

งานฉลอง 80 ปี วันชาติอิตาลี  บุคคลสำคัญร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

งานฉลอง 80 ปี วันชาติอิตาลี บุคคลสำคัญร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.08 น.

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย นำโดย เปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี พร้อมด้วย มาดามทาลา ดิโอนิซี ภริยา เป็นประธาน จัดงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่เนื่องในโอกาสการก่อตั้งสาธารณรัฐอิตาลีครบ 80 ปี หรือวันชาติอิตาลี โดยกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ภายในงานได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญและผู้มีชื่อเสียงมาร่วมงานอย่างมากมาย อาทิ องคมนตรี พล.ร.อ.พงษ์เทพ – อินทริยา หนูเทพ, องคมนตรี จิรายุ – ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, คณะรัฐมนตรี นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ภริยา ธนนนท์ ชาญวีรกูล, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, พิพัฒน์ รัชกิจประการ  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ฯลฯ นอกจากนั้นยังมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม กรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด พร้อมด้วยคณะทูตานุทูตจากนานาประเทศมาร่วมงานท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองวันชาติอิตาลีสุดยิ่งใหญ่

เปาโล ดิโอนิซี ออท.สาธารณรัฐอิตาลี พร้อมด้วย มาดามทาลา ดิโอนิซี ต้อนรับ องคมนตรี จิรายุ-ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา

การจัดงานเนื่องโอกาสการต่อตั้งสาธารณรัฐอิตาลีครบ 80 ปี เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานยังได้ร่วมชมความพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงที่สุดแห่งยานยนต์สัญชาติอิตาลี อาทิ Maserati, Lamborghini, Ferrari, Ducati ฯลฯ นิทรรศการจากแบรนด์สิริวัณณวรี รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตจากวงไทยแลนด์ ฟิลฮาร์โมนิก ออเคสตร้า และนักร้องกิตติมศักดิ์ที่หาชมยากที่พร้อมใจกันมาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสสุดพิเศษในครั้งนี้ โดยนายเปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ยังได้ร่วมร้องเพลงในบทเพลงสุดท้าย ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเวลาของงานเลี้ยงรับรองที่เต็มไปด้วยอาหาร และเครื่องดื่มสัญชาติอิตาลีอย่าง พิซซ่า พาสต้า กาแฟ ไอศกรีมเจลาโต้สไตล์อิตาลีดั้งเดิมจากร้านอาหารชื่อดัง รวมถึงผู้สนับสนุนต่างๆ ที่มาร่วมฉลองในโอกาสพิเศษครั้งนี้

องคมนตรี พล.ร.อ. พงษ์เทพ - อินทริยา หนูเทพ

องคมนตรี พล.ร.อ. พงษ์เทพ – อินทริยา หนูเทพ

คณะผู้แทนจากนานาชาติร่วมยินดีกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี และมาดาม

คณะผู้แทนจากนานาชาติร่วมยินดีกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี และมาดาม

ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และภริยามาริโกะ ปวงเบิฟ

ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และภริยามาริโกะ ปวงเบิฟ

ฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมภรรยา ซาจิโยะ คูโบ   ร่วมแสดงความยินดี

ฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมภรรยา ซาจิโยะ คูโบ ร่วมแสดงความยินดี

คุณหญิงปัทมา-ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล

คุณหญิงปัทมา-ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล

จุลพยัพ-ยูกิ ศรีกาญจนา

จุลพยัพ-ยูกิ ศรีกาญจนา

มาดามทาลา ดิโอนิซี ต้อนรับศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์

มาดามทาลา ดิโอนิซี ต้อนรับศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์

สันติ ภิรมย์ภักดี

สันติ ภิรมย์ภักดี

นักร้องกิตติมศักดิ์ ปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยร่วมร้องเพลง

นักร้องกิตติมศักดิ์ ปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยร่วมร้องเพลง

นักร้องกิตติมศักดิ์ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

นักร้องกิตติมศักดิ์ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมร้องเพลงกับเหล่านักร้องกิตติมศักดิ์

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมร้องเพลงกับเหล่านักร้องกิตติมศักดิ์

มล.ดิศปนัดดา ดิศกุล, พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา, มล.อรดิศ สนิทวงศ์, สองใหญ่  อินศรีเชียงใหม่, อัครรัฐ วรรณรัฐ, เข็ม
อัปสร สิริสุขะ, กรณ์ ณรงค์เดช

มล.ดิศปนัดดา ดิศกุล, พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา, มล.อรดิศ สนิทวงศ์, สองใหญ่ อินศรีเชียงใหม่, อัครรัฐ วรรณรัฐ, เข็ม อัปสร สิริสุขะ, กรณ์ ณรงค์เดช

เกรซ-กลอเรีย มหาดำรงค์กุล

เกรซ-กลอเรีย มหาดำรงค์กุล

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือ ม.นเรศวร สร้างโอกาสเพื่อคนรุ่นใหม่ เชื่อมองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือ ม.นเรศวร สร้างโอกาสเพื่อคนรุ่นใหม่ เชื่อมองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือ ม.นเรศวร สร้างโอกาสเพื่อคนรุ่นใหม่ เชื่อมองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด และ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ครอบคลุมทั้งการผลิตบัณฑิต การวิจัย และการบริการวิชาการ ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตร การฝึกทักษะวิชาชีพแก่นิสิต การแลกเปลี่ยนบุคลากร และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มุ่งขับเคลื่อนบุคลากรคุณภาพที่มีความรู้ความสามารถอย่างรอบด้าน พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

นายอนันต์ รัตนมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “พันธุ์ไทยเชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงมุ่งมั่นสนับสนุนเยาวชนไทยและเดินหน้าพัฒนาโครงการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้ฝึกฝนอาชีพบาริสต้าในร้านพันธุ์ไทย การเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ทดลองปฏิบัติงานจริงเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การบริหารธุรกิจจริงเมื่อจบการศึกษา การสนับสนุนการประกวดนวัตกรรมเครื่องดื่มจากวัตถุดิบท้องถิ่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยส่งเสริมให้เยาวชนนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตร เผยแพร่ของดีในชุมชนที่หาทานยากให้เป็นที่รู้จัก และล่าสุดกับการต่อยอดสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผ่านการร่วมพัฒนาหลักสูตร สนับสนุนการวิจัย และเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง พร้อมยกระดับผลงานทางวิชาการใหม่ๆ โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างพื้นที่ให้เด็กไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ อยู่ดีมีสุข ของคนไทยในอนาคต”

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า “ภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร คือการสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษาที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง การได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นมืออาชีพในภาคธุรกิจอย่างกาแฟพันธุ์ไทยมาร่วมสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกฝนทักษะการปฏิบัติงานจริงก่อนสำเร็จการศึกษา นอกเหนือจากการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรแล้ว มหาวิทยาลัยยังพร้อมผลักดันการนำองค์ความรู้และงานวิจัยของคณาจารย์เข้าไปปรับใช้และแก้โจทย์ในสถานประกอบการจริง ซึ่งการหลอมรวมศักยภาพในครั้งนี้จะสร้างอิมแพคอย่างเป็นรูปธรรมให้กับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ” 

สำหรับการขับเคลื่อนภายใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งสององค์กรมุ่งเน้นการร่วมกันพัฒนาหลักสูตรในรูปแบบเชิงบูรณาการผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่:

ด้านการผลิตบัณฑิต: พัฒนาทักษะแห่งอนาคตผ่านการลงมือทำจริงในระบบนิเวศธุรกิจของกาแฟพันธุ์ไทย พร้อมเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ เพื่อสร้างบัณฑิตคุณภาพที่พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานจริงหลังจบการศึกษา

ด้านการวิจัยและนวัตกรรม: ร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่องเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ ทดลอง และยกระดับผลงานทางวิชาการสู่เชิงพาณิชย์ พัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มและอาหารใหม่ๆ ที่แก้โจทย์ธุรกิจและตอบสนอง Pain Point ของตลาดได้จริง

ด้านการบริการวิชาการ: ขยายผลองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการและภาคธุรกิจสู่สังคม เพื่อร่วมมือพัฒนาและสร้างเครือข่ายความรู้ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการการบ่มเพาะและยกระดับศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกธุรกิจยุคใหม่อย่างมืออาชีพ เพราะพันธุ์ไทยเชื่อมั่นว่า รากฐานของประเทศแข็งแกร่ง เริ่มต้นจากการพัฒนาคนในชาติ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงนามบนกระดาษ แต่คือพันธสัญญาที่เราให้ไว้กับคนรุ่นใหม่ ในการส่งเสริมและผลักดันให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป

พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ฉลองมงคลสมรสลูกสาว ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค และ เจ้าบ่าว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน

พีระพันธุ์ - สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ฉลองมงคลสมรสลูกสาว ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค และ เจ้าบ่าว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน

พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ฉลองมงคลสมรสลูกสาว ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค และ เจ้าบ่าว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.55 น.

คุณพ่อนักการเมืองอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงและรองนายกรัฐมนตรีหลายสมัย พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค เป็นปลื้มสุดๆ เมื่อลูกสาวฝาแฝดคนเล็ก ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝา จูงมือเจ้าบ่าวลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน บุตรชายจอห์น เฮนรี่ เบอนาร์ด – โยชิโกะ สโลน เข้าสู่ประตูวิวาห์ซึ่งจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายอบอุ่น ที่ผสานวัฒนธรรมไทย-เทศและวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน โดยได้รับเกียรติจาก ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมงคลสมรสในช่วงเช้าและพิธีฉลองมงคลสมรสในช่วงค่ำ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องดิ ออเธอร์ส เล้าจน์ (The Authors’ Lounge) โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมงคลสมรส ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค-เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน โดยมี พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค บิดา-มารดาเจ้าสาว,  จอห์น เฮนรี่ เบอนาร์ด – โยชิโกะ สโลน บิดามารดาเจ้าบ่าวให้การต้อนรับ

ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี กล่าวอวยพรและนำดื่มฉลองแก่บ่าวสาว

พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค สุดปลื้มกับลูกสาวและลูกเขยคนแรกของครอบครัว

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี รวมถึง เครือญาติ แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ เพื่อนๆ ของบ่าวสาวที่เดินทางจากต่างประเทศ มาร่วมยินดีกับบ่าวสาวจนแน่นห้องจัดงาน

สององคมนตรี ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล พร้อมด้วย วัส ติงสมิตร, ศุภเดช พูนพิพัฒน์, วิภาดา โทณวณิก, ริรินดา พูนพิพัฒน์, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา ลารีรัฐวิภาค รักษ์พลเมือง และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

จอห์น เฮนรี่ เบอนาร์ด – โยชิโกะ สโลน,บ่าวสาว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน -ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค และน้องชายเจ้าบ่าว ชอน เบอนาร์ด สโลน กับเพื่อนสาวคนสนิท

ดาวินทร์ กับคุณแม่ ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา ลารีรัฐวิภาค รักษ์พลเมือง, ทญ.พิมสวาท วัฒนศิริโรจน์ มาพร้อมหลานๆ ดิศรา -ดิศศาณุวงศ์ ดิศกุล

พี่ๆ ต้อนรับน้องเขยจากซ้าย แฝดพี่เจ้าสาว ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค กับคนรู้ใจ,  ชลิตา-ภัทร สาลีรัฐวิภาค

สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค  ต้อนรับชนินทร์ –วิภาดา-ศิรินันท์ โทณวณิก มี ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา ร่วมยินดี

เจ้าสาว ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค เป็นบุตรสาวของ พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ Pepperdine University สาขา Political Studies ที่ Malibu หลังจากจบปริญญาตรีได้ทํางานกับ non-profit organization ที่นิวยอร์ค ก่อนได้ทุนศึกษาต่อปริญญาโท สาขา International Affairs (Economic and Political Development Specialization) ที่มหาวิทยาลัยคอมลัมเบีย ด้านเจ้าบ่าว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน เป็นบุตรชายของ จอห์น เฮนรี่ เบอนาร์ด – โยชิโกะ สโลน จบการศึกษาปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยคอมลัมเบีย นิวยอร์ค สาขา Applied Statistics

กัญญชลี จันทราสุข แพม บุนนาค, อรนุช โอสถานนท์ และ สุมิดา พันธุ์กระวี

ดร.พิจิตร รัตตกุล ร่วมแสดงความยินดี

วรพัฒน์-สุจินดา อังคณาภิวัฒน์ และ สุเวทย์ ธีรวชิรกุล

คุณพ่อเจ้าสาว ต้อนรับอดีต รมว.คลัง ธารินทร์ – นกน้อย นิมมานเหมินท์ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

เส้นทางความรักกล่าวได้ว่ามีกีฬาเทนนิสเป็นสื่อชักนำให้ทั้งคู่ได้มารู้จักกัน เพราะทั้งบ่าวสาวต่างเป็นนักกีฬาเทนนิส พบกันครั้งแรกในการแข่งขันเทนนิส international tournament ของเยาวชน ที่ประเทศบรูไน ซึ่งขณะนั้นเจ้าสาวมีอายุเพียง 15 ปี และ เจ้าบ่าวอายุ 17 ปี เริ่มจากการเป็นเพื่อนแม้จะอยู่คนละประเทศแต่ก็ได้ติดต่อพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอจนได้เวลาสมควรจึงได้พัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นคู่รัก ซึ่งปีนี้ครบรอบ 14 ปี จึงได้จัดพิธีมงคลสมรส เพื่อสร้างครอบครัวร่วมกัน  ปัจจุบันบ่าวสาวได้ประกอบธุรกิจร่วมกัน คือร้านอาหาร farm-focused brunch และร้านชําออนไลน์ ภายใต้ชื่อ บ้านเกิด ปัจจุบันร้านอาหารมี 2 สาขา ที่ สุขุมวิท 39 และ ชิดลม

Kimmiko Vigden บินตรงจากอเมริกามาร่วมยินดีกับเพื่อนรัก

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

บ่าวสาวร่วมกันทำพิธีทุบถังสาเก วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่จะทำในวาระเฉลิมฉลองต่างๆ

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ชวนถอดรหัส ’ข่าวร้อน‘ผ่านมิติอำนาจ ความจริง และแพลตฟอร์มในสังคมดิจิทัลไทย

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ชวนถอดรหัส ’ข่าวร้อน‘ผ่านมิติอำนาจ ความจริง และแพลตฟอร์มในสังคมดิจิทัลไทย

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ชวนถอดรหัส ’ข่าวร้อน‘ผ่านมิติอำนาจ ความจริง และแพลตฟอร์มในสังคมดิจิทัลไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.36 น.

ท่ามกลางกระแสข่าวและข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ถอดรหัสปรากฏการณ์ข่าวร้อน: อ่านความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างผ่าน ‘อำนาจ-ความจริง-แพลตฟอร์ม’ ในนิเวศสื่อไทย”  ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30–15.00 น. ห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11

เวทีเสวนาครั้งนี้มุ่งชวนสาธารณชนก้าวข้ามการติดตามข่าวรายวัน และมองลึกลงไปถึงโครงสร้างทางสังคม การเมือง และเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ข่าวสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีการไลฟ์อนาจารบนเฟซบุ๊ก ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับ “ทราย สก๊อต” หรือข้อกล่าวหาเรื่องการรับสินบนที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจความคิดเห็นสาธารณ

ผู้ร่วมเสวนาจะร่วมกัน “กะเทาะเปลือก” ข่าวดังในกระแส เพื่อชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์เหล่านี้มิใช่เพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า หากแต่สะท้อนถึงภูเขาน้ำแข็งแห่งความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง การต่อรองอำนาจ และการต่อสู้ทางข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้ใช้สื่อ สื่อมวลชน แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก และรัฐไทย ภายใต้นิเวศสื่อร่วมสมัย

วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ศุภจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลและตรวจสอบธุรกิจแพลตฟอร์ม อนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ อดีตรองผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีการกระจายสื่อ ไทยพีบีเอส สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact Thailand

การเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ICA Regional Hub Thailand 2026 การประชุมวิชาการนานาชาติที่จัดขึ้นควบคู่กับการประชุมประจำปีครั้งที่ 76 ของ International Communication Association (ICA) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการสื่อสาร สื่อ และสังคมจากมุมมองของเอเชียสู่เวทีโลก 

งานดังกล่าวจัดโดย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Asian Network for Public Opinion Research (ANPOR) และ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

‘ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า’ นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยถ่ายทอดเรื่องราวจากม้วนฟิล์ม

‘ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า’  นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยถ่ายทอดเรื่องราวจากม้วนฟิล์ม

‘ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า’ นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยถ่ายทอดเรื่องราวจากม้วนฟิล์ม

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.31 น.

“ละลายเพื่อจดจำ เลือนหายเพื่อคงอยู่” เมื่อกาลเวลาและความร้อนกัดกร่อนฟิล์มเนกาทีฟกว่า 22,680 ภาพ ทำให้ภาพบันทึกประวัติศาสตร์สำคัญ ตั้งแต่กราวด์ซีโร่ นิวยอร์ก, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนถึงพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ค่อย ๆ พร่าเลือนแลแตกสลายไปตามกาลเวลา

ภาพทุกภาพเป็นแรงบันดาลใจให้ ศาสตราจารย์ สุธี คุณาวิชยานนท์ ศิลปินร่วมสมัย-นักวิจัยดีเด่น ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์ศิลปะเชิงมีส่วนร่วมและตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์ ร่วมกับ 11 ศิลปินรับเชิญหลากหลายสาขา ถ่ายทอดเรื่องราวจากม้วนฟิล์มใน “ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า” เชื้อเชิญให้ตั้งคำถามถึงความเปราะบางของความทรงจำผ่านนิยาม “สิ่งใดที่เราเลือกจะจำ และสิ่งใดที่ปล่อยให้เลือนหาย”

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของ “ภาคีเครือข่าย” ด้านศิลปะและภาพถ่ายชั้นนำของไทย ได้แก่ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมด้วยพันธมิตรสื่อ (Media Partners) ร่วมขับเคลื่อนพลังการสื่อสาร ได้แก่ Arts Work, The VISLIT และ Happening BKK ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

นิทรรศการจัดขึ้น ณ อาคารคุณากิจเทรดดิ้ง เลขที่ 131 ถนนเยาวราช ซอย 2 แขวงสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร อาคารเก่าแก่ในย่านเยาวราช ตัวอาคารเปรียบเสมือน “พยาน” ของกาลเวลา ผู้ชมจะได้พบกับผลงานศิลปินทั้ง 12 คนที่จัดแสดง กระจายอยู่ทั้ง 5 ชั้นของตัวอาคาร

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่าในหลากหลายมิติ กิจกรรมทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านศิลปะ โดยนิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน – 12 กรกฎาคม 2569  ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์: http://www.suteekunavichayanont.com / Instagram: @sutee_kuna / YouTube: @popsutee

รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’  ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4  รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.29 น.

รัฐบาล โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569  ภายใต้ชื่อ “บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2-7 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-22.00 น. เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่ทรงปฏิบัติด้วยความวิริยะเพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทย และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการน้อมนำแนวพระราชปณิธานอันทรงคุณค่า มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคีกลมเกลียวของคนในชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมต้อนรับ

ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ การเดินแฟชั่นโชว์และการจัดแสดงชุดไทยพระราชทาน 8 แบบ จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยาก ได้แก่ การปักไหมดิ้นเงินดิ้นทอง การทอผ้าลายขิด การสานย่านลิเภา และการทำเครื่องประดับจากปีกแมลงทับ

รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมชมนิทรรศการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเรียนรู้คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทย อันนำไปสู่การอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติอย่างยั่งยืน

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.23 น.

บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด จับมือ กรุงเทพมหานคร พร้อมพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐและภาคเอกชน ฉลองเดือนไพรด์กับงาน “Bangkok Pride Festival 2026” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2026) ภายใต้แนวคิด “Patch the World with Pride” (ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ) เนรมิตถนนสีลม ย่านเศรษฐกิจกลางกรุงฯ ต่อเนื่องมาถนนพระราม 4 ถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 1 มุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน(สนามกีฬาแห่งชาติ) ตลอดระยะทาง 3.8 กิโลเมตร เป็นถนนสีรุ้งแห่งการเฉลิมฉลองความเท่าเทียม ความหลากหลาย เสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสันติภาพ

ปีนี้ปิดถนนเดินพาเหรดอย่างสร้างสรรค์และสง่างามทั้งสิ้น 6 ขบวนหลัก 6 สี 6 มิติของโลกที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันภายใต้ 3 หัวใจหลัก PEACE-PEOPLE-PRIDE : สันติภาพ ผู้คน และความภาคภูมิใจ และขบวนย่อยอีกกว่า 200 ขบวนยิ่งใหญ่ตระการตา ที่เปิดกว้างให้ทุกคนมาร่วมแสดงพลัง LGBTQIAN+ สร้างสีสันให้เบ่งบานในงาน “Bangkok Pride Festival 2026” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2026) ปีที่ 5 นี้พร้อมธงไพรด์สีรุ้งขนาดใหญ่ยาวที่สุดในประเทศไทยกว่า 500 เมตร ที่ปูทอดยาวตลอดแนวถนนสีลม จากแยกนรารมย์(คลองช่องนนทรี) ผ่านเส้นทางสำคัญๆ ที่เป็นหัวใจของกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน(สนามกีฬาแห่งชาติ) เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย และครั้งประวัติศาสตร์ของโลกแบบสมศักดิ์ศรีมาตรฐาน WorldPride 

ที่สุดของขบวนพาเหรดปีนี้ คือ ขบวน Road to Bangkok WorldPride 2030 ที่เริ่มปล่อยขบวนเวลา 18.00 น. ในสนามกีฬาเทพหัสดิน ตรงบริเวณหัวมุมสนาม พร้อมเคลื่อนตัวเดินเข้าสู่กลางสนามกีฬาเทพหัสดินอย่างยิ่งใหญ่และอลังการด้วย ขบวน Pride City Network ทั่วประเทศ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทูตนฤมิต และศิลปินดารา พร้อมด้วยธง Road to Bangkok WorldPride ขนาดใหญ่ความยาวกว่า 20 เมตร ที่สะกดทุกสายตาคนทั้งสนาม และสายตาชาวโลก

การจัดงานครั้งนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) มาร่วมเดินขบวนพาเหรดไปพร้อมๆ กับชาว LGBTQIAN+  คาดว่ามีผู้มาร่วมเดินขบวนพาเหรดทะลุกว่า 500,000 คน ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลี และประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียน รวมถึงศิลปินดารามากมาย อาทิ เก่ง ธชย ,ป๊ายปาย โอริโอ้ ,Influencer ,กลุ่ม DRAG ICON ,DRAG QUEEN ตัวแม่ตัวมัมอย่าง Gawdland(ก็อตแลนด์) แชมป์รายการระดับโลกอย่าง “RuPaul’s Drag Race UK vs The World” ซีซัน 3 ที่มาร่วมสร้างสีสันในงาน ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้น

วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival 2026” กล่าวว่า  “บนเส้นทางประวัติศาสตร์นี้ เราได้ร่วมกันประกาศศักดิ์ศรีและความพร้อมของเมืองผ่านการปรากฏตัวของธง ‘Road to WorldPride 2030’ ที่นำทัพโดยเครือข่าย Pride City Network ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจของเฟมินิสต์ที่โอบรับความหลากหลายในงานนี้ ยังถูกสะท้อนอย่างทรงพลังผ่านวัฒนธรรมรากหญ้าและศิลปะการแสดงของประชาชน อย่างหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ และประถมบันเทิงศิลป์ ที่มาร่วมทลายกรอบเดิมๆ และส่งเสียงเคียงข้างไปกับพวกเรา ในฐานะคนทำงานเรารู้สึกถ่อมตนอย่างยิ่งต่อพลังอันยิ่งใหญ่จากทุกภาคส่วนที่ร่วมเดินทางกันมาไกลได้ขนาดนี้ และเราภาคภูมิใจที่จะบอกว่าจากก้าวแรกในปี 1998 สู่อนาคตในปี 2030 พวกเราจะยังคงก้าวเดินร่วมกัน เพื่อสร้างสังคมที่โอบรับสิทธิและความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม”

ความสำเร็จของ “Bangkok Pride Parade” ในเทศกาล “Bangkok Pride Festival” ในทุกๆ ปี เกิดจากพลังของ LGBTQIAN+ พลังของชุมชน การสนับสนุนความหลากหลายทางเพศจากทุกภาคส่วนล้วนๆ ที่ถือว่า “ประเทศไทย” บรรลุเป้าหมาย เป็นหมุดหมายของ “ชาวสีรุ้ง” จากทั่วทุกมุมโลก และ“กรุงเทพมหานคร” เป็นศูนย์กลางหรือมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลกในอนาคต พร้อมมุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ Road to Bangkok WorldPride ในปี 2030 เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของ LGBTQIAN+ จากทั่วโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศให้สามารถเฉลิมฉลองความไพรด์ได้ตลอดทั้งปี