สกู๊ปพิเศษ : กรมวิชาการเกษตรเตือนนักเดินทางงดซื้อผลไม้สดกลับเป็นของฝาก ย้ำผิดกฎหมายนำเข้าประเทศต้องสกัดโรคพืชและแมลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/691379

สกู๊ปพิเศษ : กรมวิชาการเกษตรเตือนนักเดินทางงดซื้อผลไม้สดกลับเป็นของฝาก ย้ำผิดกฎหมายนำเข้าประเทศต้องสกัดโรคพืชและแมลง

สกู๊ปพิเศษ : กรมวิชาการเกษตรเตือนนักเดินทางงดซื้อผลไม้สดกลับเป็นของฝาก ย้ำผิดกฎหมายนำเข้าประเทศต้องสกัดโรคพืชและแมลง

วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว พบว่า ประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศโดยเฉพาะเกาหลี ญี่ปุ่น นิยมซื้อสินค้าผลไม้สด (พลับ องุ่น) เข้าประเทศ เป็นจำนวนมากกรมวิชาการเกษตรจึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ทราบว่า การนำเข้าผลไม้สดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยไม่สำแดงใบรับรองสุขอนามัยพืชผ่านเข้าประเทศไทยในทุกช่องทางเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 และแก้ไขเพิ่มเติมดังนั้นขอแจ้งเตือนให้ประชาชนระวังในการกระทำดังกล่าวที่อาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่มีเจตนากระทำผิด ซึ่งหากตรวจพบเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับรวมถึงยึดสินค้าเพื่อนำไปทำลายตามกฎหมายกักพืช ทั้งนี้จะประสานกับทางการท่าอากาศยานให้ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้เข้มข้นมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนรับทราบทั่วกัน

“ขณะนี้เป็นฤดูท่องเที่ยว พบว่า ประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศโดยเฉพาะเกาหลี ญี่ปุ่น นิยมซื้อสินค้าผลไม้สด (พลับ องุ่น) เข้าประเทศ เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชจากประเทศต้นทาง และไม่มีใบอนุญาตนำเข้า ซึ่งปัจจุบันด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ตรวจยึดจากนักท่องเที่ยวที่อาคารผู้โดยสารได้ต่อเนื่อง  โดยเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนและปล่อยตัว แต่ต้องยึดสิ่งของไว้ จากการสอบถามพบว่าซื้อตามคำแนะนำของไกด์นำเที่ยว จึงฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังไม่กระทำการดังกล่าวเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินกับสินค้ากลุ่มนี้เนื่องจากการนำเข้าจะต้องมีการแจ้งนำเข้าเพื่อออกหนังสืออนุญาตตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติกักพืชเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพืชและแมลงในประเทศ กรณีฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม จะมีความผิดจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ”อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว

ทั้งนี้ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นางสาวทิพวรรณ เกิดศิริ หัวหน้าด่านฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านฯ ต้อนรับ พร้อมติดตามการดำเนินงานการนำเข้าสินค้าผลไม้สดผ่านช่องทางอาคารผู้โดยสาร จากการปฏิบัติงานบูรณาการร่วมกับศุลกากร ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้โดยสารที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ผ่านทางบริษัทนำเที่ยว ได้นำสินค้าผลไม้สด (พลับ องุ่น) เข้าประเทศ เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชจากประเทศต้นทาง และไม่มีใบอนุญาตนำเข้าสิ่งต้องห้าม ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 และ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8 (2) มาตรา 10การนำเข้าผลไม้สดที่จัดเป็นสิ่งต้องห้ามต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืชจากประเทศต้นทาง ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อการค้าและต้องแจ้งนำเข้ากับด่านตรวจพืช เพื่อออกหนังสืออนุญาตฯให้นำสินค้าออกจากด่านตรวจพืช

สกู๊ปพิเศษ : ISMED จับมือ True Space เปิดพื้นที่สุดชิค ตอบโจทย์ทุกความสร้างสรรค์เพื่อธุรกิจ SMEs

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689573

สกู๊ปพิเศษ : ISMED จับมือ True Space เปิดพื้นที่สุดชิค  ตอบโจทย์ทุกความสร้างสรรค์เพื่อธุรกิจ SMEs

สกู๊ปพิเศษ : ISMED จับมือ True Space เปิดพื้นที่สุดชิค ตอบโจทย์ทุกความสร้างสรรค์เพื่อธุรกิจ SMEs

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED ร่วมกับ ทรู สเปซ กระตุกไอเดียสร้างสรรค์ ให้ SMEs โตได้แบบไม่จำกัดพื้นที่ พร้อมควงแขนบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. และสมาคมเมตาเวิร์สไทยเปิดโลกอนาคตที่มั่นคงให้ SMEs ไทย ไปไกลกว่าเดิม

นายนราวิทย์ เปาอินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED ซึ่งเป็นสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ นางสาวนวลพรรณ บุญเผื่อน หัวหน้าสายงานทรูสเปซ บริษัท ทรู สเปซ
จำกัด จัดกิจกรรม SMEs Exclusive Class ครั้งที่ 2 “เปิดโผโค้งสุดท้ายของปีบนความท้าทายที่ SMEs ต้องเผชิญ” เพื่อเป็นการเสริมความรู้ให้ SMEs พร้อมดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และการสร้างสังคมที่มีผลต่อการพัฒนา SMEs บนพื้นที่การทำงานสุดชิค (Co–working space) ของ True Space ทั้ง 8 สาขา โดยมีผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนา SMEs ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พร้อมด้วยผู้ประกอบการ SMEs และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ True Space ชั้น 4 อาคาร CenterPoint of Siam Square

นายนราวิทย์ เปาอินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED กล่าวว่า “ISMED มีภารกิจสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจ และผู้ประกอบการ SMEs ให้มีขีดความสามารถในการประกอบการ และดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน ผ่านการเผยแพร่องค์ความรู้ที่ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ พร้อมสร้างการเติบโตรูปแบบด้วยการพลิกแนวคิดธุรกิจและการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของ SMEs โดย ISMED มีหน่วยงานพันธมิตรในการพัฒนา SMEs กว่า 35 หน่วยงานซึ่งครอบคลุมการพัฒนาทุกมิติทั้งด้านองค์ความรู้ ด้านแหล่งทุน
ด้านช่องทางการตลาด ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีและการวิจัย รวมถึงด้านมาตรฐานและการรับรอง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลเชิงบวกต่อสภาพแวดล้อมการพัฒนาให้ SMEs ในเครือข่ายของ ISMED เติบโตอย่างมีทิศทางและนำธุรกิจสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ด้านนางสาวนวลพรรณ บุญเผื่อน หัวหน้าสายงานทรูสเปซ บริษัท ทรู สเปซ จำกัด กล่าวว่า “ทรูสเปซ พื้นที่ทำงานร่วมกันในรูปแบบสมาชิกของกลุ่มทรู มอบความสะดวกสบายในการทำงานครบทุกมิติสำหรับนักธุรกิจเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ ฟรีแลนซ์หรือผู้ที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจไอเดียสร้างสรรค์ และสร้างรายได้ให้ธุรกิจอย่างสบายๆ ด้วยแพ็กเกจ Flexi Workspace 1,099 บาทต่อเดือน เข้าใช้งานพื้นที่ทรู สเปซได้หลากหลายทุกฟังก์ชั่น ทั้ง 8 สาขาทั่วประเทศ อีกทั้งยังช่วยเชื่อมต่อความสำเร็จให้กับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ติดตามสิทธิพิเศษ และเข้าร่วมกิจกรรมหรือเวิร์กช้อปต่างๆ จากองค์กร True Digital Park ศูนย์กลางด้านดิจิทัลของไทยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ True Digital Academy สถาบันการเรียนการสอนทักษะด้าน Digital ที่แรกและที่เดียวในไทย เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์รอบด้านในการดำเนินธุรกิจที่ช่วยตอบโจทย์ SMEs / Startup พร้อมขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

กิจกรรม SMEs Exclusive Class ครั้งที่ 2 “เปิดโผโค้งสุดท้ายของปี บนความท้าทายที่ SMEs ต้องเผชิญ” ยังมีการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา SMEs และต่อผู้ประกอบการ SMEs โดย Keynote ระดับท็อปของวงการในประเด็น “Co & Creative Space” โดยดร.ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิทัล พาร์ค จำกัด ประเด็น “Finance & Credit Guarantee เรื่องที่ SMEs ต้องรู้” โดยนายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และการอัพเดทเทรนด์อุตสาหกรรมเมตาเวิร์สที่จะมีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ในประเด็น “Metaverse กับภารกิจพลิกโลกธุรกิจ SMEs” โดยดร.นที เทพโภชน์ นายกสมาคมเมตาเวิร์สไทย

“โดยความร่วมมือที่ ISMED มีร่วมกับ True Space ทั้ง 8 สาขา เพื่อให้บริการและสิทธิพิเศษกับ SMEs ทั้งการเข้าใช้ Hot Desk แบบ Day Pass สิทธิ์ส่วนลด 50% ในการใช้ห้องประชุม สิทธิ์การเช่าสำนักงานส่วนตัว 1 เดือน ฟรี 1 เดือนและสิทธิ์ใช้บริการเเบบ Flexi Workspace เลือกสถานที่ทำงานที่ True Space โซน Hot Desk ได้ทุกสาขา ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อเดือน จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการลดต้นทุน การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการเติบโตทางธุรกิจของ SMEs” นายนราวิทย์ กล่าวในที่สุด

ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจทดลองใช้บริการสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ ISMED มีร่วมกับ True Space สามารถติดต่อ และสอบถามได้ทาง Line OA: @ismed หรือทาง Facebook Fan page: ISMED สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ โทร. 0-2105-4778 ต่อ 8002, 06-2324-4297 (คุณศศิประภา)

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687798

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ แจ้งผู้สูงอายุผู้พิการ รายใหม่ ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ ตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย.2565 นี้ เผยในปีงบประมาณ 2565 เทศบาลมอบเบี้ยยังชีพทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์จำนวนทั้งสิ้น 3,346 คน เป็นเงิน 27,652,200 บาท

นายสมศักดิ์ ธีระวิวัฒนกิจ รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เทศบาลเมือง(ทม.)บุรีรัมย์ ได้เปิดรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพรายเดือน แบบขั้นบันได สำหรับผู้สูงอายุรายใหม่ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งจะมีสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 เป็นต้นไป

โดยในส่วนของผู้สูงอายุ จะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในปีงบประมาณถัดไป ซึ่งได้ลงทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (โดยเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2507 คือ เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2506-1 กันยายน 2507 สำหรับในกรณีที่ในทะเบียนบ้านไม่ปรากฏวัน เดือน ปี ให้ถือว่าบุคคลนั้นเกิดในวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้นและยังไม่เคยลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพมาก่อน รวมทั้งผู้สูงอายุที่ย้ายภูมิลำเนามาใหม่ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และยังไม่เคยลงทะเบียนตามข้อ 8 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย)

ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ และไม่เคยขึ้นทะเบียนและรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาก่อน อีกทั้งไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งดังนี้ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ข้าราชการการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นทุกรูปแบบ เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาเทศบาล ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้พิการนั้น จะต้องเป็นผู้พิการที่มีสัญชาติไทย มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่ มีบัตรประจำตัวคนพิการแล้ว ไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของรัฐ และไม่เคยขึ้นทะเบียนและรับเงินเบี้ยความพิการมาก่อน นำหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของผู้ดูแลคนพิการมาด้วย (กรณีผู้ดูแลคนพิการเป็นคนอื่น) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรณีขอรับเงินผ่านธนาคาร มายื่นคำขอจดทะเบียนรับเงินเบี้ยความพิการ

ทั้งนี้ ให้นำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนาและสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนากรณีขอรับเงินผ่านธนาคาร มายื่นคำขอลงทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพฯได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ชั้น 1 ฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการสังคม กองสวัสดิการสังคม (ห้องงานทะเบียนราษฎร) หากไม่สามารถมาด้วยตนเองให้ผู้อื่นมายื่นแทนได้โดยทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมนำ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาด้วยตั้งแต่เดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน 2565

อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ได้ดำเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพ จำนวนทั้งสิ้น 3,346 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 27,652,200 บาทแยกเป็น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จำนวน 2,788 คน เป็นเงิน 22,269,000 บาท ผู้พิการ จำนวน 533 คน เป็นเงิน 5,277,200 บาท และผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 25 คน เป็นเงิน 156,000 บาท

สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686353

สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล  เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

สกู๊ปพิเศษ : ‘NIA’สานพลัง ‘ขอนแก่น อินโนเวชั่น’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจีปั้นย่านศรีจันทร์-กังสดาล เป็นย่านนวัตกรรมอาหาร-การเกษตร-เทคโนโลยีชีวภาพ

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ลงนามความร่วมมือการพัฒนาย่านนวัตกรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ย่านศรีจันทร์-กังสดาลจ.ขอนแก่น ให้เป็น “ย่านนวัตกรรมอาหาร การเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ” รวมถึงเป็นศูนย์กลางการต่อยอดองค์ความรู้และเศรษฐกิจระดับนานาชาติ การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งย่านนวัตกรรมแห่งนี้จะเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสและผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดลบีซีจี (Bio-Circular-Green Economy)

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานNIA กล่าวว่า NIA มีแผนยกระดับนวัตกรรมในภาคอีสาน โดยตั้งเป้าผลักดันจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมในภูมิภาคนี้ ผ่านโครงการย่านนวัตกรรมจังหวัดขอนแก่น ทั้งย่านศรีจันทร์และย่านกังสดาลเพื่อเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับสนับสนุนการสร้างอัตลักษณ์ของเมืองให้มีความโดดเด่น การทำกิจกรรม การลงทุนด้านนวัตกรรมที่สามารถสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและคุณค่าใหม่ให้กับภาคอีสาน

โดยมุ่งเป้าให้เป็น 1. ศูนย์กลางเศรษฐกิจนวัตกรรมเกษตร อาหาร และ เทคโนโลยีชีวภาพ พื้นที่แห่งโอกาสของผู้ประกอบการ, 2.ศูนย์กลางด้านการเรียนรู้และการศึกษาในระดับภูมิภาคยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน,3. เมืองน่าอยู่ เชื่อมโยงการใช้ชีวิตและการทำงานสร้างเศรษฐกิจสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ โดย NIA จะเป็นตัวกลาง ในการเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมขับเคลื่อน

นายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า กลุ่มมิตรผล และบริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศไทย โดยกลุ่มมิตรผล และ บริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จะนำเอาความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ รวมทั้งทรัพยากรต่างๆ มาสนับสนุนการพัฒนาย่านนวัตกรรมขอนแก่น ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนานวัตกรรมการเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับการพัฒนาธุรกิจสู่โมเดลเศรษฐกิจBio-Circular-Green หรือ BCG โดยมีศูนย์นวัตกรรมและวิจัยของกลุ่มมิตรผล ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้น 9 ของอาคารแห่งนี้ พร้อมด้วยพื้นที่แสดงผลงาน สินค้า การจัดประชุมและโรงแรม ซึ่งนับเป็นการสร้าง Innovation Ecosystem และการทำงานร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดขอนแก่น