สกู๊ปพิเศษ : ปลัด มท.เปิดกิจกรรม ศก.พอเพียง โมเดลเศรษฐกิจใหม่130 ปี ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/671214

สกู๊ปพิเศษ : ปลัด มท.เปิดกิจกรรม ศก.พอเพียง โมเดลเศรษฐกิจใหม่130 ปี ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา

วันศุกร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่ศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทยความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา จังหวัดขอนแก่น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา 

โอกาสนี้ พระเทพวิสุทธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น กล่าวสัมโมทนียกถา ความโดยสรุปว่า พิธีกรรมอันสำคัญที่ทุกคนได้มาร่วมกิจกรรมโครงการศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ซึ่งโครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่คณะสงฆ์มีปรารภต้นเหตุในการสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขให้กับประชาชน อันเกี่ยวข้องกับอีกหลายโครงการ อาทิ โครงการวัด ประชารัฐสร้างสุข ถือเป็นการสร้างบุญกุศล สืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยคำว่า “พุทธอารยเกษตร” นั้น พุทธ คือ พระพุทธเจ้า อารยะ แปลว่า ประเสริฐ หรือดีงาม เกษตร มาจาก กสิ แปลว่า ผู้ไถ และสำหรับโคก หนอง นา นั้น “โคก” คือ การขุดดินขึ้นมาจากสระ มากองเป็นจำนวนมาก สามารถมาปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ล้มลุก ไม้ยืนต้น “หนอง” ทำเป็นหนองน้ำ ทุกอย่างในน้ำก็มีเป็นจำนวนมาก เป็นอาหารให้กับคน และ “นา” ทั้งนาข้าว นาเกลือ หรืออะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ ล้วนเป็นพื้นที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ อันเป็นแนวทางที่พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐทั้ง 2 พระองค์ได้พระราชทานแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สอดคล้องกันตามแบบพุทธศาสนีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ว่า “มัตตัญญุตา” แปลว่า รู้ประมาณ มีความรู้ มีความสามารถ 

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย ขอกราบขอบพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ท่านเจ้าคุณพระโสภณพัฒนบัณฑิต รองอธิการบดี มจร. วิทยาเขตขอนแก่น และคณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่น ผู้เป็นหลักชัยของพระพุทธศาสนาและคนไทย ได้สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้พี่น้องประชาชนได้ดวงตาเห็นธรรม ด้วยการเห็นของจริง และของจริงที่ทำนั้น

ในท้ายที่สุดจะกลายเป็นผลผลิตที่สามารถเลี้ยงดูชุมชน เกื้อกูลประโยชน์สุขให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการเข้าร่วมโครงการและน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา ซึ่งเป็นพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฎร ซึ่งคำว่า สืบสาน รักษา และต่อยอด นั้น พระองค์ท่านได้ทรงน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ที่มีมากกว่า 40 ทฤษฎี ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาต่อยอดประยุกต์สู่โคก หนอง นา  

“คำว่า พุทธอาริยเกษตร มีที่มาจากคำเดิมที่ว่า ‘พุทธเกษตร’ ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ได้ริเริ่มที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่งดงใหญ่ วังอ้อ ต.หัวดอน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาขับเคลื่อน กระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เมตตาร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน ในการต่อยอด

โดยนำทฤษฎีใหม่มาประยุกต์สู่พื้นที่ โคก หนอง นา ขุดสระน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ คือ กว้าง x ยาว x ลึก ในเชิงที่มีความชันลึกประยุกต์ทำเป็นคลองไส้ไก่คดเคี้ยวเลี้ยวลด ความลึกชันลดหลั่นคล้ายคลองธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติช่วยเหลือเกื้อกูลให้สรรพสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกมีความสุข เพราะวิทยาศาสตร์กับธรรมะเป็นเรื่องเดียวกันคือความจริงที่แน่แท้ไม่มีแปรเปลี่ยน ตามหลักความจริงของธรรมชาติหรือหลักวิทยาศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงค้นพบ “น้ำคือชีวิต” จึงพระราชทานเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยทรงเริ่มต้นทดลองครั้งแรกที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ที่พวกเรารู้จักกันว่าแบ่งจัดสรรที่ดินเป็น 30 30 30 10 โดย 30 ส่วนแรกคือการขุดสระกักเก็บน้ำเพื่อให้พอใช้ในพื้นที่ 30 ส่วนถัดมา คือ ใช้ทำการเกษตร อีก 30 ส่วนใช้เลี้ยงสัตว์ ใช้ปลูกไม้ยืนต้น และอีก 10 ส่วน คือ เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ถนนหนทาง และโรงเรือนอื่นๆ รวมถึงทฤษฎีเรื่องของการห่มดินหรือเลี้ยงดินเพื่อให้ดินเลี้ยงพืช ทฤษฎีใหม่เรื่องของหลุมขนมครก เรื่องของป่า 5 ระดับ หรือป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 

โดยพระราชทานแนวทางให้ทดลองทำเป็นตัวอย่างที่แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี และบึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร รวมถึงเรื่องของการที่จะทำให้พวกเรามีความสุขอีกมากมายหลายทฤษฎี อันเป็นเรื่องที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ เหมือนดั่งพระพุทธเจ้าทรงค้นพบสัจธรรม เกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมนุษย์ก็เกิดอยู่แล้ว

สกู๊ปพิเศษ : รัฐบาลโชว์ผลงานด้านทรัพยากรน้ำ เร่งขับเคลื่อนตามแผนแม่บท-ยุทธศาสตร์ชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670440

สกู๊ปพิเศษ : รัฐบาลโชว์ผลงานด้านทรัพยากรน้ำ  เร่งขับเคลื่อนตามแผนแม่บท-ยุทธศาสตร์ชาติ

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รัฐบาลเดินหน้าภารกิจด้านทรัพยากรน้ำตามแผนแม่บทฯและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นสร้างความเข้มแข็งการบริหารจัดการน้ำของชุมชน เผยผลงานสามารถขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญตั้งแต่ปี’59-65 ไปแล้วถึง 43 โครงการ พื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 1.5 ล้านไร่ พัฒนาโครงการขนาดเล็กถึง 26,902 แห่ง ช่วยลดปัญหาท่วม-แล้งในภาวะวิกฤติ

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้ขับเคลื่อนการดำเนินภารกิจด้านทรัพยากรน้ำ ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ที่เชื่อมโยงกับแผนแม่บทลุ่มน้ำแผนจังหวัดและแผนชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งการบริหารจัดการน้ำของชุมชน ซึ่งจากการดำเนินการตามแผนแม่บทน้ำฯ ตั้งแต่ปี 2561 – ปัจจุบันพบว่า สามารถเพิ่มประสิทธิภาพประปาหมู่บ้านได้ถึง 4,973 แห่ง พัฒนาแหล่งน้ำผิวดินสามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น 1,189 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรได้ปริมาณน้ำ 149 ล้าน ลบ.ม. ดำเนินการก่อสร้างระบบป้องกันอุทกภัย มีพื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน 32,005 ไร่ประชาชนได้รับการป้องกัน 27,364 ครัวเรือน สร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน 14 แห่ง และอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำได้ถึง 156,070 ไร่ ขณะที่การปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำให้แหล่งน้ำได้ 314 ล้าน ลบ.ม. (ปี 2564 – ปัจจุบัน)

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กนช. ยังเห็นชอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และโครงการสำคัญแล้ว 43 โครงการ และได้เริ่มดำเนินการแล้ว 25 โครงการ เมื่อแล้วเสร็จสามารถเก็บกักน้ำได้ 1,571 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 1.57ล้านไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 267,128 ครัวเรือนเช่น โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชัยภูมิ โครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน โครงการประตูระบายน้ำน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง โครงการขยายเขต กปภ.บ้านฉาง รองรับ EEC โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูคลองแสนแสบเป็นต้น และภายในปี 2567 มีเป้าหมายดำเนินการอีก 69 โครงการ อาทิ อ่างฯแม่ตาช้าง จ.เชียงราย โครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ (ระยะที่ 1) จ.กาญจนบุรี ระบบสูบกลับคลองสะพาน-อ่างฯประแสร์ เส้นที่ 2 จ.ระยอง โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรพื้นที่ดำเนินการพื้นที่ ส.ป.ก. จ.กระบี่ และแก้มลิงบึงละหาน จ.ชัยภูมิ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำได้รวมกัน 7,560 ล้าน ลบ.ม.

เลขาธิการ สทนช. กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่เพียงขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพราะสามารถบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยในช่วงปี 2563-2564 ได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ระบบกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค รวมถึงการเกษตร ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศรวมทั้งสิ้น 26,902 แห่ง ซึ่งปัจจุบันโครงการได้ดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด สามารถเก็บกักน้ำฝนใช้ประโยชน์ช่วงฤดูแล้งได้ 738.3 ล้าน ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 7.5 ล้านไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 3.4 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น ภาคเหนือ 6,120 แห่ง ภาคกลาง 4,694 แห่ง ภาคตะวันออก 1,469 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11,978 แห่ง และภาคใต้ 2,641 แห่ง ขณะเดียวกันยังเกิดการจ้างแรงงานถึง 184,000 ราย

อย่างไรก็ตามในการขับเคลื่อนผลงานด้านทรัพยากรน้ำนั้น ย่อมมีอุปสรรคและปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ซึ่ง สทนช. ได้เร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปตามเป้าหมาย อาทิ การเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยพิจารณาแนวทางการชดเชยเยียวยาที่มีความเป็นธรรมและเหมาะสม พร้อมจัดสรรพื้นที่รับประโยชน์ให้ผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อนุรักษ์หรือการปรับแผนการดำเนินงานก่อสร้างกรณีที่เกิดปัญหาจากผู้รับจ้าง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ได้โดยเร็วตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่วนโครงการที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณได้เร่งรัดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการพิจารณากรอกคำขอรับงบประมาณในระบบ Thai Water Plan (TWP) โดยโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำต้องไม่ซ้ำซ้อน เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กันด้วย

สกู๊ปพิเศษ : ‘เทวัญ’ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณย่าโม ชูพร้อมคัมแบ๊ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666811

สกู๊ปพิเศษ : ‘เทวัญ’ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณย่าโม ชูพร้อมคัมแบ๊ก

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา สส.บัญชีรายชื่อพรรคฯ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเดินทางไปกราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวโคราชและชาวไทยเคารพนับถือ และยังได้ตำหมากสดพร้อมเครื่องยาเส้น ใบพลู ถวายคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคลและตามความเชื่อจะได้สมหวังตามความปรารถนา โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา,นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา เขต 2 และทีมงานหาเสียงร่วมกันเดินพบปะเยี่ยมเยียนสอบถามการเก็บข้อมูลในการทำมาค้าขายของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา บรรดาพ่อค้าแม่ค้า และยังได้อุดหนุนสินค้าอาหาร และยังได้ให้กับกำลังผู้ยากไร้คนยากคนจนที่มานั่งขอรับน้ำสินน้ำใจอย่างเป็นกันเอง ที่สวนเมืองทอง ด้านข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี บริเวณข้างคูเมืองเก่าแก่  

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา สส.บัญชีรายชื่อพรรคฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความร้อนแรงทางการเมืองในศึกซักฟอกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณี ร.อ.ธรรมนัสถอนตัว แล้วจะไปร่วมกับกลุ่ม 16 พรรคพลังประชารัฐยังมีพรรคเล็กอีกจะทำให้เสียงรัฐบาลในสภาฯปริ่มน้ำหรืออาจจะไม่เพียงพอเป็นเหตุให้มีการยุบสภาได้ว่า ที่ว่าเสียงปริ่มน้ำ ตนยังไม่ทราบว่าปริ่มน้ำจริงหรือเปล่า แต่ทั้งหมดนี้เราต้องไปรอฟังวันนั้นอีกทีหนึ่งก็คือสัปดาห์หน้าในวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ และไปลงมติเช้าวันเสาร์เราก็ต้องไปดูการตอบต่างๆ ของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนเสียงของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสที่บอกจะถอนตัวไปร่วมกับฝ่ายค้านนั้น ตนไม่ทราบเลยว่าจะไปร่วมกับฝ่ายค้านอะไรอย่างไรต้องเป็นเรื่องของพรรคของ ร.อ.ธรรมนัสตนก็ยังไม่ทราบก็เห็นแต่ข่าวว่า ออกจากวิปรัฐบาล แต่อย่างอื่นตนยังไม่เห็น ต่อข้อถามว่า พรรคชาติพัฒนาพร้อมจะยืนเคียงข้างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลนั้น ปกติพรรคชาติพัฒนาตอนนี้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พออภิปรายฯเสร็จพรรคชาติพัฒนาก็ต้องมีการประชุมเรื่องของกรรมการบริหารพรรคฯ ประชุม สส.ของพรรคทั้งหมดก่อน ฟังก่อนว่าเป็นอย่างไร ตรงนี้เราก็ขอฟังนิดหนึ่งก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคมาประชุมนั่งหน้าสลอนกับ สส.ของพรรคใน จ.นครราชสีมาที่เป็นกลุ่มของ นายวีรศักดิ์หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และยังมี 2 พี่น้องงูเห่าจากพรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะกวาดสนามโคราชได้ สส.ทั้ง 16 คน นายเทวัญก่อนตอบถึงกับหัวเราะ ว่าโอ้โห..16 ที่นั่งเลยเหรอ ก็ไม่เป็นไร ถ้าเกิดพรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดได้ 16 ที่นั่ง “ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วย…ครับ” ต่อข้อถามว่า พรรคชาติพัฒนายืนยันจะคัมแบ๊กใช่มั้ย นายเทวัญตอบว่า เราก็มั่นใจของเรา ว่าเราก็มีโอกาสที่จะกลับมาที่โคราชอีกครั้ง แต่ถ้าพรรคอื่นมาถึงแล้วบอกว่า จะเอาหมดหรือไม่หมด อันนี้ถ้าเกิดสมมุติว่าเขาสามารถทำให้ประชาชนเห็นว่าสิ่งที่ถ้าเลือกเขาแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ตนว่ามันต้องให้ประชาชนตัดสิน ขึ้นอยู่ที่พี่น้องประชาชน ส่วนพรรคชาติพัฒนาเข้าได้กับทุกพรรคนั้น ตนเรียนว่าพรรคชาติพัฒนาที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปมีปัญหากับใครอยู่แล้ว

ตอบข้อถามถึงนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคชาติพัฒนาคือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ยังจดจำไว้ได้ โดยเฉพาะการหาเสียง ผลงานที่ทำไว้จับต้องได้ ถึงลูกถึงคน นายเทวัญตอบว่า จำกันได้มั้ยสมัย พล.อ.ชาติชาย เราก็เคยเห็นใช่มั้ยว่าประเทศชาติมันรุ่งเรืองขนาดไหน ทุกอย่างเศรษฐกิจดี การเมืองไม่ขัดแย้งเหมือนปัจจุบัน นายเทวัญฯกล่าว

วีรพงศ์ เหรียญประเสริฐ

สกู๊ปพิเศษ : ธ.ก.ส.พังงา-มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666114

สกู๊ปพิเศษ : ธ.ก.ส.พังงา-มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ  เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่ห้องประชุมนายเหมือง โรงแรม เลอ เอราวัณ พังงา นายพรรษิษฐ์ ช่วยพิชัย ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา และ ผศ.รังสรรค์ พลสมัคร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ บริการวิชาการ การนำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ สำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน 

ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา กล่าวว่า สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามนโยบายธนาคารด้านการพัฒนาเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง ผ่านโครงการต่างๆ ของธนาคาร ซึ่งการพัฒนากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนที่มีองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและชุมชน ให้สามารถนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการผลิตทางการเกษตร การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการเชื่อมโยงกระจายสินค้าและการขนส่ง สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา จึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดพังงา กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนงานพัฒนาเกษตรกรร่วมกัน

ทั้งนี้ หลังการเอ็มโอยู ได้มีการจัดอบรม “โครงการส่งเสริมการเพิ่มบทบาท สกต.เพื่อการกระจายสินค้าและขนส่ง (Logistic)” เพื่อเพิ่มทักษะความรู้การจัดการคลังสินค้า การกระจายสินค้าและการขนส่ง ให้กับคณะกรรมการและพนักงานของ สกต.พังงา จำกัด ในการนำสินค้าหรือผลผลิตทางการเกษตรจากแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทางให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและเพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรกร และชุมชนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สกต.พังงา จำกัด ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการเป็นช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปในจังหวัดพังงา โดยการเชื่อมโยงธุรกิจกับ สกต. สหกรณ์ และเครือข่ายทั่วประเทศ สร้างการเติบโตด้านเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ชุมชน และประเทศ โดยมีวิทยากรจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต