สกู๊ปพิเศษ : ‘เทวัญ’ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณย่าโม ชูพร้อมคัมแบ๊ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666811

สกู๊ปพิเศษ : ‘เทวัญ’ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณย่าโม ชูพร้อมคัมแบ๊ก

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา สส.บัญชีรายชื่อพรรคฯ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเดินทางไปกราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวโคราชและชาวไทยเคารพนับถือ และยังได้ตำหมากสดพร้อมเครื่องยาเส้น ใบพลู ถวายคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคลและตามความเชื่อจะได้สมหวังตามความปรารถนา โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา,นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา เขต 2 และทีมงานหาเสียงร่วมกันเดินพบปะเยี่ยมเยียนสอบถามการเก็บข้อมูลในการทำมาค้าขายของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา บรรดาพ่อค้าแม่ค้า และยังได้อุดหนุนสินค้าอาหาร และยังได้ให้กับกำลังผู้ยากไร้คนยากคนจนที่มานั่งขอรับน้ำสินน้ำใจอย่างเป็นกันเอง ที่สวนเมืองทอง ด้านข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี บริเวณข้างคูเมืองเก่าแก่  

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา สส.บัญชีรายชื่อพรรคฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความร้อนแรงทางการเมืองในศึกซักฟอกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณี ร.อ.ธรรมนัสถอนตัว แล้วจะไปร่วมกับกลุ่ม 16 พรรคพลังประชารัฐยังมีพรรคเล็กอีกจะทำให้เสียงรัฐบาลในสภาฯปริ่มน้ำหรืออาจจะไม่เพียงพอเป็นเหตุให้มีการยุบสภาได้ว่า ที่ว่าเสียงปริ่มน้ำ ตนยังไม่ทราบว่าปริ่มน้ำจริงหรือเปล่า แต่ทั้งหมดนี้เราต้องไปรอฟังวันนั้นอีกทีหนึ่งก็คือสัปดาห์หน้าในวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ และไปลงมติเช้าวันเสาร์เราก็ต้องไปดูการตอบต่างๆ ของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนเสียงของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสที่บอกจะถอนตัวไปร่วมกับฝ่ายค้านนั้น ตนไม่ทราบเลยว่าจะไปร่วมกับฝ่ายค้านอะไรอย่างไรต้องเป็นเรื่องของพรรคของ ร.อ.ธรรมนัสตนก็ยังไม่ทราบก็เห็นแต่ข่าวว่า ออกจากวิปรัฐบาล แต่อย่างอื่นตนยังไม่เห็น ต่อข้อถามว่า พรรคชาติพัฒนาพร้อมจะยืนเคียงข้างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลนั้น ปกติพรรคชาติพัฒนาตอนนี้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พออภิปรายฯเสร็จพรรคชาติพัฒนาก็ต้องมีการประชุมเรื่องของกรรมการบริหารพรรคฯ ประชุม สส.ของพรรคทั้งหมดก่อน ฟังก่อนว่าเป็นอย่างไร ตรงนี้เราก็ขอฟังนิดหนึ่งก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคมาประชุมนั่งหน้าสลอนกับ สส.ของพรรคใน จ.นครราชสีมาที่เป็นกลุ่มของ นายวีรศักดิ์หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และยังมี 2 พี่น้องงูเห่าจากพรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะกวาดสนามโคราชได้ สส.ทั้ง 16 คน นายเทวัญก่อนตอบถึงกับหัวเราะ ว่าโอ้โห..16 ที่นั่งเลยเหรอ ก็ไม่เป็นไร ถ้าเกิดพรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดได้ 16 ที่นั่ง “ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วย…ครับ” ต่อข้อถามว่า พรรคชาติพัฒนายืนยันจะคัมแบ๊กใช่มั้ย นายเทวัญตอบว่า เราก็มั่นใจของเรา ว่าเราก็มีโอกาสที่จะกลับมาที่โคราชอีกครั้ง แต่ถ้าพรรคอื่นมาถึงแล้วบอกว่า จะเอาหมดหรือไม่หมด อันนี้ถ้าเกิดสมมุติว่าเขาสามารถทำให้ประชาชนเห็นว่าสิ่งที่ถ้าเลือกเขาแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ตนว่ามันต้องให้ประชาชนตัดสิน ขึ้นอยู่ที่พี่น้องประชาชน ส่วนพรรคชาติพัฒนาเข้าได้กับทุกพรรคนั้น ตนเรียนว่าพรรคชาติพัฒนาที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปมีปัญหากับใครอยู่แล้ว

ตอบข้อถามถึงนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคชาติพัฒนาคือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ยังจดจำไว้ได้ โดยเฉพาะการหาเสียง ผลงานที่ทำไว้จับต้องได้ ถึงลูกถึงคน นายเทวัญตอบว่า จำกันได้มั้ยสมัย พล.อ.ชาติชาย เราก็เคยเห็นใช่มั้ยว่าประเทศชาติมันรุ่งเรืองขนาดไหน ทุกอย่างเศรษฐกิจดี การเมืองไม่ขัดแย้งเหมือนปัจจุบัน นายเทวัญฯกล่าว

วีรพงศ์ เหรียญประเสริฐ

สกู๊ปพิเศษ : ธ.ก.ส.พังงา-มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666114

สกู๊ปพิเศษ : ธ.ก.ส.พังงา-มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ  เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่ห้องประชุมนายเหมือง โรงแรม เลอ เอราวัณ พังงา นายพรรษิษฐ์ ช่วยพิชัย ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา และ ผศ.รังสรรค์ พลสมัคร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ บริการวิชาการ การนำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ สำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน 

ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา กล่าวว่า สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามนโยบายธนาคารด้านการพัฒนาเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง ผ่านโครงการต่างๆ ของธนาคาร ซึ่งการพัฒนากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนที่มีองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและชุมชน ให้สามารถนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการผลิตทางการเกษตร การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการเชื่อมโยงกระจายสินค้าและการขนส่ง สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา จึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดพังงา กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนงานพัฒนาเกษตรกรร่วมกัน

ทั้งนี้ หลังการเอ็มโอยู ได้มีการจัดอบรม “โครงการส่งเสริมการเพิ่มบทบาท สกต.เพื่อการกระจายสินค้าและขนส่ง (Logistic)” เพื่อเพิ่มทักษะความรู้การจัดการคลังสินค้า การกระจายสินค้าและการขนส่ง ให้กับคณะกรรมการและพนักงานของ สกต.พังงา จำกัด ในการนำสินค้าหรือผลผลิตทางการเกษตรจากแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทางให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและเพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรกร และชุมชนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สกต.พังงา จำกัด ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการเป็นช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปในจังหวัดพังงา โดยการเชื่อมโยงธุรกิจกับ สกต. สหกรณ์ และเครือข่ายทั่วประเทศ สร้างการเติบโตด้านเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ชุมชน และประเทศ โดยมีวิทยากรจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

สกู๊ปพิเศษ : วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา โชว์ผลสำเร็จแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากชันโรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665084

สกู๊ปพิเศษ : วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา โชว์ผลสำเร็จแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากชันโรง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กลุ่มเกษตรกรที่ได้มีการเลี้ยงชันโรงในพื้นที่สวนอย่างเต็มรูปแบบนั้นอยู่ที่ตำบลทับมา อำเภอเมือง ระยอง สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องรอขายเพียงแค่ผลไม้ตามช่วงฤดูกาล เนื่องจากน้ำผึ้งชันโรงสามารถขายได้ทุกช่วงเวลา และกำลังได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดในการเป็นน้ำตาลทางเลือกเพื่อสุขภาพ เนื่องจากน้ำผึ้งชันโรงนั้นมีลักษณะเด่นคือ เป็นน้ำผึ้งที่มีน้ำตาลในปริมาณที่น้อย เพราะพฤติกรรมของชันโรงคือจะเก็บน้ำตาลจากเกสรดอกไม้ 20% และเกสรดอกไม้ 80% น้ำผึ้งชันโรงจึงมีเกสรจากดอกไม้ผสมอยู่ในปริมาณที่มาก และมีความหอมและรสชาติที่แตกต่างจากน้ำผึ้งทั่วๆ ไป ทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด 

นางประไพ คชรินทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา กล่าวว่า ชันโรงที่เลี้ยงเป็นสายพันธ์ุขนเงิน ให้น้ำหวานและชันที่มีส่วนประกอบของสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ โดยสารฟลาโวนอยด์ที่มีในผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ จะอุดมไปด้วย แมงโกสทีน ฟลาโวนอยด์ ที่ได้จากเกสรของดอกมังคุด ซึ่งมีเฉพาะในพื้นที่เท่านั้น มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันยับยังเซลล์มะเร็ง ช่วยบำรุงสมอง นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากสารสกัด พรอพอลิส และเกสรของผึ้งชันโรง อาทิ สบู่ ยาหม่อง น้ำมันหอมระเหย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นต้นรวมถึงจำหน่ายและซื้อคืนรังเลี้ยงชันโรง เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับสมาชิก 

นางประไพกล่าวอีกว่า การเพาะเลี้ยงชันโรงก็ไม่ยุ่งยากเพราะชันโรงจะหาอาหารเอง เริ่มต้นด้วยการซื้อกล่องเลี้ยง หรือหาวัสดุจากในพื้นที่ใช้เวลาเลี้ยง 6 เดือนขึ้นไป จากนั้นจะเริ่มเก็บน้ำหวานได้รังละ 500 กรัม ราคารับซื้อของกลุ่มอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,000 บาท ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 45 คนซึ่งน้อยมาก อยากให้มีการเลี้ยงกันมากๆ เพราะมีรายได้น่าพอใจ จากอาชีพเสริมมาเป็นอาชีพหลักได้ ภายใน 1 ถึง 2 ปี 

ด้านนางมาริน สมคิด เกษตรจังหวัดระยอง กล่าวว่าในส่วนของเกษตรจังหวัด เราสนับสนุนปัจจัยหมุนเวียนเพื่อซื้อรัง ให้กับกลุ่มในช่วงเริ่มต้นโดยให้เขาบริหารจัดการกันเองเราคอยเป็นพี่เลี้ยงในการจัดหาวิทยากรมาให้ความรู้ เพราะชันโรงเป็นสัตว์ที่อ่อนไหว ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ที่ใช้สารเคมีเลย โดยเฉพาะเชื้อรา บิวเวอร์เรีย เพราะเป็นสารกำจัดแมลง ห้ามใช้เด็ดขาดเพราะจะทำให้ตายยกรัง เราเห็นว่าระบบนิเวศที่ชุมชนชันโรงทับมามีระบบนิเวศดีมาก สามารถขยายรังได้ และเก็บน้ำผึ้งได้ปริมาณมากกว่าปกติอีกด้วย 

สำหรับผู้สนใจเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา จ.ระยอง หรือสนใจเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับโครงการเพาะเลี้ยงติดต่อได้ที่ 08-1983-1158 ทางกลุ่มยังต้องการสมาชิก และผู้เลี้ยงชันโรงอีกเป็นจำนวนมาก

สกู๊ปพิเศษ : ลำปางประกาศ‘ไม่กินหวาน’ทั้งจังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663847

สกู๊ปพิเศษ : ลำปางประกาศ‘ไม่กินหวาน’ทั้งจังหวัด

วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สาธารณสุขจังหวัดลำปางประกาศนโยบายไม่กินหวานทั้งจังหวัด เน้นทุกภาคส่วน ร่วมรณรงค์ลดการบริโภคหวาน ขณะที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานเผยว่า มีร้านกาแฟเมืองลำปาง 745 ร้าน เข้าร่วมโครงการ “หวานน้อยสั่งได้” ลูกค้ากว่า 60% กินหวานลดลงชี้เจ้าของร้านทำหน้าที่เป็นสื่อบุคคล สื่อสารความรู้สุขภาพแก่ชุมชนได้ดี

นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จากข้อมูลสำคัญของจังหวัดลำปาง พบว่ามีเด็กอ้วนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เด็กผอมประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน ในเด็กเล็กยังพบปัญหาสุขภาพในช่องปาก เช่น ฟันผุ ส่วนวัยผู้ใหญ่คนลำปางเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ มีดัชนีมวลกายสูงเกินกว่าค่าที่ควรจะเป็น คือเกินกว่า 25 และด้วยยุทธศาสตร์และนโยบายของจังหวัดลำปางที่มุ่งดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัย ดังนั้น จึงเน้นไปที่การสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพ คือให้พี่น้องประชาชนชาวลำปางอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ มีความรู้ความเข้าใจและนำไปสู่การปฏิบัติ แล้วบอกต่อได้ นี่คือประเด็นสำคัญ เป็นหัวใจของนโยบาย ซึ่งสิ่งที่มุ่งเน้นในขณะนี้ คือ การกินหวาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าจะทำให้เกิดภาวะอ้วน เกิดปัญหาการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก นำไปสู่ปัญหาฟันผุได้

นพ.ประเสริฐ ย้ำถึงนโยบายไม่กินหวานของจังหวัดลำปางว่า นี่คือนโยบายของจังหวัดในทุกระดับไม่ใช่เฉพาะของสาธารณสุข และได้เน้นที่การมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ทั้งราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ให้เข้าร่วมกับจังหวัดในการพยายามเชิญชวนลูกค้าให้บริโภคหวานแต่น้อยๆ ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีเมนูให้เลือกและพยายามแนะนำลูกค้าว่าไม่ควรจะกินหวานมากเกินไป

“อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวไทย ถ้าหากมาเที่ยวที่ลำปาง ผมมั่นใจว่าถ้าท่านเข้าร้านกาแฟที่เข้าร่วมโครงการกับเรา ก็จะพบสัญลักษณ์มดตัวน้อยๆ ในการที่จะเชิญชวนให้ไม่กินหวาน ท่านจะได้บริโภคเครื่องดื่มและอาหารว่างเพื่อสุขภาพของท่านเอง” นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง กล่าวเชิญ

สำหรับการรณรงค์ลดการบริโภคหวานของจังหวัดลำปางเริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้ชื่อ “หวานน้อยสั่งได้” และ “สั่งหวานน้อยร้านนี้ดีต่อใจ” ดำเนินการโดยเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานและเครือข่ายคนเวียงละกอนกินอ่อนหวาน ซึ่งเป็นการเข้าไปขอความร่วมมือและให้ความรู้แก่ร้านกาแฟในจังหวัดลำปาง เพื่อสื่อสารและสร้างทางเลือกแก่ผู้บริโภคให้ลดการบริโภคหวานลง

ทพญ.ลลนา ถาคำฟู หัวหน้ากลุ่มงานทันตสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ร้านกาแฟในจังหวัดลำปางมีทั้งหมดประมาณ 1,500 ร้าน ในจำนวนนี้มีร้านเข้าร่วมโครงการ 745 ร้าน กระจายอยู่ทั่วทุกอำเภอ แต่ที่กระจุกตัวหลักๆ คือในเขตอำเภอเมือง โดยร้านค้าที่เข้าร่วมจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริโภค มีสื่อความรู้ เช่น ป้ายผลเสียของการกินหวานติดในร้าน มีตุ๊กตามดน้อยหน่อยคอยกระตุกเตือนเมื่อสั่งเครื่องดื่มรสหวานจัด และที่สำคัญคือทางโครงการขอความร่วมมือกับร้านที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่เข้ามาสั่งเครื่องดื่มด้วย

ผลจากการเก็บข้อมูลเมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน พบว่าก่อนที่แต่ละร้านจะเข้าร่วมโครงการนั้น มีการสั่งเครื่องดื่มหวานน้อยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แต่ลูกค้าแล้ว พบว่ามีคนสั่งหวานน้อยเพิ่มเป็น 60 เปอร์เซ็นต์

“ตอนนี้เราอยากให้เจ้าของร้านพูดให้เรา กระตุ้นให้คนกินหวานน้อยๆ ในขณะที่คุณก็ขายได้ด้วย เช่น เชียร์ให้ลองเมนูใหม่ๆ ที่มีความหอม แต่หวานลดลง หรือ ลองบอกกล่าวกับลูกค้า เช่น ไม่ลองหวานน้อยลงอีกนิดเหรอ คืออยากให้เจ้าของร้านเป็นสื่อบุคคลด้านสุขภาพให้คนในชุมชน เพราะลำพังป้ายหรือสื่อของเครือข่ายที่ติดอยู่ในร้าน ไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องมีสื่อบุคคลที่มีความเป็นธรรมชาติเข้าไปช่วย” ทพญ.ลลนา กล่าว

ทพญ.ลลนา ถาคำฟู

ทพญ.ลลนา ถาคำฟู

นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์

นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์