คุณค่าแห่งสมุนไพร สร้างรายได้เกษตรกรบ้านดงบังปราจีนบุรี ด้วยแปลงเกษตรอินทรีย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05064010859&srcday=2016-08-01&search=no

วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 628

สกู๊ปพิเศษ

ธัญวรัตน์ คงถาวร

คุณค่าแห่งสมุนไพร สร้างรายได้เกษตรกรบ้านดงบังปราจีนบุรี ด้วยแปลงเกษตรอินทรีย์

คุณสมัย คูณสุข อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 6 บ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรีเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรในแปลงอินทรีย์ เพื่ออบแห้งส่งขายให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร

ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านบ้านดงบัง ทำอาชีพเกษตรกรรม ทำนาทำสวนเป็นหลัก ประมาณปี 2537 เริ่มปรับเปลี่ยนมาทำไม้ดอกไม้ประดับเริ่มต้นไปได้สวย รายได้มีขึ้นลงบ้างตามธรรมชาติของตลาด ต่อมาปี 2540 ไม้ดอกไม้ประดับราคาตกต่ำอย่างมาก ชาวบ้านจึงมองหาทางเลือกใหม่ ด้วยการปลูกพืชสมุนไพร เริ่มจากปลูกเพื่อเป็นรายได้เสริมส่งให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร

คุณสมัย เริ่มมีความสนใจที่จะปลูกสมุนไพรจึงได้ไปสอบถามทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศรซึ่งเป็นสถานที่ที่ผลิตยาสมุนไพรควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบันอยู่แล้ว มีการตกลงระหว่างกันว่าบ้านดงบังจะเป็นแหล่งผลิตสมุนไพรเพื่อป้อนให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศรมีการคุยกันและตกลงว่าจะซื้อจึงจะเริ่มปลูก

วัตถุดิบที่โรงพยาบาลต้องการในช่วงนั้นคือหญ้าปักกิ่ง เพราะฉะนั้นสมุนไพรตัวแรกที่ปลูกคือหญ้าปักกิ่ง โดยโรงพยาบาลอภัยภูเบศรได้นำพันธุ์มาให้ทดลองปลูก เมื่อปลูกสำเร็จมีความเจริญงอกงาม นำมาสู่การขยาย มีการปลูกสมุนไพรชนิดอื่นเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันปลูกสมุนไพรหลักที่ส่งให้กับทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ทั้งสิ้น 15 ชนิดอาทิ หญ้าปักกิ่ง หญ้าหนวดแมว เพชรสังฆาต เสลดพังพอน ชุมเห็ดเทศ ขมิ้นชัน ใบชะพลู ทองพันชั่ง อัคคีทวาร เป็นต้น พื้นที่ปลูกกว่า 70 ไร่

คุณสมัยเล่าว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่สนใจปลูกมีมากถึง 300 ราย แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 12 รายเท่านั้น เนื่องด้วยความซับซ้อนในการดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งที่นี่เป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีหลักเกณฑ์มากมาย ชาวบ้านบางรายยังคงคุ้นชินกับการใช้สารเคมี ทำให้ไม่สามารถเป็นแปลงปลูกอินทรีย์ ทำต่อไม่ไหว ซึ่งผู้ปลูก 12 รายที่เหลือในปัจจุบันได้รับรองมาตรฐานเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์แล้ว

บ้านดงบังได้รับมาตรฐานรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์หรือมกท. ซึ่งเน้นในเรื่องของความหลากหลายทางระบบนิเวศ ไม่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช้สารเคมี และทำตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลักษณะแปลงปลูกเป็นการปลูกป่า 3 ระดับ ประกอบด้วยไม้สูง ไม้กลาง และไม้ล่าง เป็นการจัดการแปลงปลูกแบบองค์รวม เลียนแบบธรรมชาติ ซึ่งบ้านดงบังแห่งนี้เป็นพื้นที่ปลูกสมุนไพรพื้นที่แรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองเป็นเกษตรอินทรีย์ซึ่งหลังจากได้รับรองมาตรฐานแล้ว เพื่อให้มั่นใจในความสะอาดปลอดภัย จะมีการตรวจแปลงปลูกถึงปีละ3 ครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจรับของมูลนิธิตรวจปีละ 2 ครั้ง และมกท.ตรวจอีกปีละครั้ง ทุกๆปี

สมุนไพรเด่นที่บ้านดงบังปลูกเป็นหลัก มีจำนวนการสั่งซื้อสูง และมีการผลิตอย่างต่อเนื่องทุกรอบการสั่งซื้อคือ ฟ้าทลายโจร หญ้าปักกิ่งและเพชรสังฆาต ซึ่งในการผลิตแต่ละครั้งจำนวนจะขึ้นอยู่กับออเดอร์ของโรงพยาบาลอภัยภูเบศร มีการวางแผนส่งขายสมุนไพรแต่ละชนิดภายในสมาชิกด้วยกัน โดยการแบ่งกันปลูกและส่งขายตามจำนวนสมาชิก เช่น เมื่อมีการส่งฟ้าทลายโจร 1,200 กิโลกรัม สมาชิกทั้ง 12 รายต้องรับผิดชอบผลิตด้วยกัน คือมีการผลิตเฉลี่ยรายละ 100 กิโลกรัมเพื่อส่งให้กับโรงพยาบาล เป็นวิธีการช่วยเหลือและแบ่งปันรายได้กันอย่างทั่วถึง

ส่วนวิธีการขยายพันธุ์ส่วนใหญ่ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการปักชำ เช่น ฟ้าทลายโจรจะใช้การเพาะเมล็ดแต่ส่วนมากแล้วเป็นการขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ มีข้อดีคือเติบโตเร็ว

ก่อนที่จะมีการปลูก ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี ฝ่ายการตลาดของโรงพยาบาลจะประชุมวางแผนว่าในปีต่อไปโรงพยาบาลจะใช้สมุนไพรอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร แล้วผู้ปลูกจะเริ่มการปลูกในช่วงปลายฝนต้นหนาวกระทั่งถึงเดือนธันวาคม ซึ่งจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้การเก็บเกี่ยวก็จะขึ้นอยู่กับอายุของสมุนไพรแต่ละชนิดด้วย เพื่อให้ได้คุณภาพและสารออกฤทธิ์ทางยาที่เป็นมาตรฐาน

วิธีการดูแล ให้ปุ๋ย

การทำเกษตรอินทรีย์ ปัจจัยที่ใช้ต้องปลอดสารเคมี ที่นี่ใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพแทนซึ่งปุ๋ยคอกก็ต้องมีที่มาที่ไป หากจะใช้ขี้ไก่ ห้ามใช้ขี้ไก่กรงตับ เนื่องจากไก่ที่ถูกเลี้ยงลักษณะนี้จะมีความเครียด เมื่อถ่ายออกมาแล้วจะมีสารเคมีหลั่งออกมาด้วย

ศัตรูพืชของสมุนไพรไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากสมุนไพรที่ปลูกส่วนมากมีรสขม ซึ่งศัตรูพืชไม่ชอบอยู่แล้ว อีกทั้งการปลูกแบบหลากหลายทางระบบนิเวศ ธรรมชาติจะจัดการตัวเองอย่างเป็นระบบ มีนก มีตั๊กแตน มีกิ้งก่า มีหนู เป็นห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ การจัดการแปลงปลูกส่วนมากเป็นเรื่องของการกำจัดวัชพืช

ให้น้ำบ่อย

เนื่องจากเป็นแปลงปลูกที่เลียนแบบธรรมชาติ จึงให้น้ำไม่บ่อยนัก คือให้ทุกเช้า วันเว้นวัน ช่วงฤดูฝนไม่ต้องรดน้ำ ให้ธรรมชาติจัดการด้วยตัวเอง โดยรวมแล้วการปลูกสมุนไพรปัญหาในเรื่องของความแคระแกร็นต่างๆจะน้อยหรือแทบไม่มีเลย มีก็ต่อเมื่อพืชบางชนิดไม่เหมาะกับบางฤดูกาล ทำให้การเติบโตมีปัญหาบ้าง

วิธีเก็บเกี่ยวผลผลิต

การเก็บผลผลิตจะเก็บตามอายุของสมุนไพรแต่ละชนิด เช่น ฟ้าทลายโจรจะมีอายุการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 2-3 เดือน ในแต่ละรอบการผลิตจะปลูกสมุนไพรแต่ละชนิดไม่เท่ากัน เนื่องจากจะขึ้นอยู่กับออเดอร์ของโรงพยาบาล

บ้านดงบังแห่งนี้ถือเป็นส่วนผลิตวัตถุดิบให้กับโรงพยาบาลคือมีพื้นที่ปลูก มีโรงล้างและโรงหั่น ซึ่งแปรรูปออกมาเป็นวัตถุดิบชิ้นแห้ง ส่งให้กับโรงพยาบาล

ขั้นตอนคือเมื่อเก็บสมุนไพรจากแปลงแล้ว จะมาคัดสิ่งปนเปื้อน ส่วนที่ไม่ต้องการทิ้งจากนั้นนำไปล้างน้ำสะอาด 3 ครั้ง ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำมาหั่น เข้าโรงตาก ตากให้แห้ง 80%แล้วนำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 60 องศา นาน 2 ชั่วโมงก่อนจะบรรจุถุงเตรียมส่งขาย

สมุนไพรชิ้นแห้งที่ส่งขายราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 150,000 บาท เป็นราคาสมุนไพรออร์แกนิก ซึ่งราคาสมุนไพรจะมีอยู่ 3 ระดับ คือ ราคาทั่วไป ราคาปรับเปลี่ยนและราคาออร์แกนิก เปรียบเทียบราคาคือ เมื่อส่งขายฟ้าทลายโจรทั่วไปราคาจะอยู่ที่ 50 บาท ต่อกิโลกรัม หากอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ราคาจะอยู่ที่ 100 บาท ต่อกิโลกรัม และเมื่อได้รับการรับรองเป็นเกษตรอินทรีย์แล้วราคาจะสูงถึง 150 บาท ต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว สำหรับสมุนไพรที่แพงที่สุดของสวนบ้านดงบังคือ หญ้าปักกิ่ง ราคาตันละ 850,000 บาท ในเวลา 1ปี เกษตรกรจะส่งสมุนไพรขายให้โรงพยาบาล รายได้ 30,000-40,000 บาทต่อครอบครัว ก่อนหน้านี้ชาวบ้านปลูกสมุนไพรเป็นรายได้เสริม แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นรายได้หลักของแต่ละครอบครัวไปแล้ว

“สำหรับผู้ที่มีความสนใจอยากปลูกสมุนไพรขาย สิ่งสำคัญอยู่ที่การตลาด เกษตรกรปัจจุบันทำการตลาดไม่เป็น ควรมีการพูดคุยกัน ตกลงกันกับผู้ซื้อ วางระบบให้เห็นเป็นรูปธรรม ผู้ปลูกต้องมีใจด้วย เพราะการปลูกสมุนไพรมีระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวที่ต่างกันแต่ละชนิด มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ”บ้านดงบังนอกจากจะเป็นพื้นที่ปลูกสมุนไพรส่งขายให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศรแล้ว ปัจจุบันที่นี่ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีเกษตรกรเข้ามาดูงาน ทั้งในพื้นที่นอกพื้นที่หรือกลุ่มเกษตรกรในอาเซียนด้วย และมีกล้าพันธุ์สมุนไพรจำหน่าย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณสมัย คูณสุข ประธานที่ปรึกษากลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง เบอร์โทรศัพท์ (087) 087-5039

สกู๊ปพิเศษ : ‘ทอม แฮงค์’ ในโลเกชั่นชื่อเสียงก้องโลก ‘เวนิส ฟลอเรนซ์ บูดาเปสต์ อิสตันบูล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/244468

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
โลเกชั่นที่งดงาม พร้อมทั้งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์กลายเป็นฉากหลังทริลเลอร์ลึกลับสำหรับ ภาพยนตร์เรื่อง “Inferno
(อินเฟอโน่) โลกันตนรก สถานที่สำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในโลเกชั่นต่างๆ ทั้ง “เมือง เวนิส, ฟลอเรนซ์, บูดาเปสต์ และอิสตันบูล” ซึ่งวันนี้เราจะมาให้ความรู้สำหรับสถานที่สำคัญนี้ ซึ่งต่างก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานแตกต่างกันออกไป เริ่มต้นกันที่..เวนิส

สถานที่การถ่ายทำ ที่เริ่มต้นขึ้นที่จัตุรัสเซนต์มาร์คที่น่าตื่นตาตื่นใจเมื่อแลงดอนและเซียนน่าติดตามเงื่อนงำไปยังพระราชวังดอดจ์

จัตุรัสเซนต์มาร์ค หรือ เปียซซา ซาน มาร์โก เป็นหัวใจที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวนิส มันถูกพูดถึงว่าเป็นห้องวาดภาพแห่งยุโรป ด้วยโบสถ์เซนต์มาร์คที่ตั้งอยู่ปลายด้านหนึ่ง หอระฆังตั้งตระหง่านตรงกลาง และบรรดาร้านกาแฟดังๆ ที่ตกแต่งประดับประดาอย่างงดงามที่ทั้งสามฝั่ง พระราชวังดอดจ์ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำของจัตุรัส เป็นอาคารเวเนเชียนสไตล์กอธิค ตามชื่อพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของดยุคแห่งเวนิส ผู้ครองอดีตสาธารณรัฐเวนิส พระราชวังแห่งนี้ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1923

ฟลอเรนซ์

ฉากในการไล่ล่ากันทั่วฟลอเรนซ์ นำ แลงดอนและเซียนน่า ผ่านอุทยานที่ยิ่งใหญ่ของพระราชวังพิตติ เพื่อไปยังเส้นทางหลบหนีของพวกเขาผ่านทางประตูลับในสวนโบโบลิ ประตูนั้นนำไปสู่ระเบียงวาซารี ซึ่งทอดตัวตามความยาวของสะพานเวคคิโอ เข้าสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะอุฟฟิซี

พระราชวังพิตติ เป็นพระราชวังขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยพระราชวังแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะพระราชวังของแกรนด์ดยุคโคสิโมที่หนึ่งแห่งตระกูลเมดิซี และเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของตระกูลนี้อีกด้วย สิ่งที่ตั้งอยู่ด้านหลังพระราชวังคือสวนโบโบลิที่วิจิตรงดงาม เดิมที สวนแห่งนี้ถูกออกแบบเพื่อตระกูลเมดิซี และเป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ของสวนรูปแบบอิตาเลียน ซึ่งภายหลังเป็นแรงบันดาลใจให้กับอุทยานของพระราชวังในยุโรปมากมาย

จุดสำคัญของฟลอเรนซ์คือสะพานเวคคิโอ (สะพานเก่า) คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของมันคือร้านค้าจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นที่ขอบสะพาน และตั้งอยู่ได้บนไม้ค้ำ นอกจากนั้น สะพานแห่งนี้ยังมีทางเดินยกระดับที่เชื่อมต่อระหว่างปาลาซโซ พิตติและพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี หนึ่งในแกลเลอรี่ศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก สะพานแห่งนี้ ซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นครั้งแรกโดยชาวอีทรัสคันในสมัยโบราณ เป็นสะพานเพียงแห่งเดียวในเมืองที่รอดจากเพลิงสงครามโลกครั้งที่สอง

พระราชวังเวคคิโอ เป็นศาลาว่าการเมืองฟลอเรนซ์และเป็นหนึ่งในสถานที่สาธารณะที่สำคัญที่สุดในอิตาลี แม้ว่าตอนนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของพระราชวังเวคคิโอจะเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่มันก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองท้องถิ่นเช่นเดิม นับตั้งแต่ปี 1872 พระราชวังแห่งนี้ได้เป็นที่ทำการของนายกเทศมนตรีเมืองฟลอเรนซ์และเป็นที่ทำการของสภาเมืองด้วย

บูดาเปสต์

หลายฉากของเรื่องถูกถ่ายทำในบูดาเปสต์ รวมถึงงานสเตจส่วนมากของเรื่อง ตามโลเกชั่นต่างๆ บรรยากาศแบบยุโรปของเมืองนี้ยังสามารถถูกใช้แทนโลเกชั่นอื่นๆ อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในบูดาเปสต์เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดและใหญ่ที่สุดในยุโรป คอลเลคชั่น
ที่หลากหลายของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมสิ่งของทางชาติพันธุ์มากกว่า 200,000 ชิ้น รวมถึงภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ ต้นฉบับ แผ่นบันทึกเสียงเพลงโฟล์ค ภาพยนตร์และวีดีโอ ที่เป็นประเด็นน่าสนใจทางวัฒนธรรมทั้งของฮังกาเรียนและนานาชาติ

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ อาคารแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นอาคารที่พักทหารและโรงพยาบาล ก่อนที่มันจะถูกซื้อไปในปี 1910 โดยนักสะสมงานศิลปะและผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากเวียนนา แม็กซ์ ชมิดท์ ผู้เปลี่ยนมันให้กลายเป็นคฤหาสน์หรู ในพินัยกรรมสุดท้ายของชมิดท์ เขาทิ้งอาคารและที่ดินผืนนี้ไว้ให้กับชาวเมืองบูดา เพื่อให้มันกลายเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์สำหรับสาธารณชน แม้ว่าจะเสียหายอย่างหนักจากสงครามโลกครั้งที่สอง แต่สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงตั้งอยู่ในฐานะพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ศิลปะที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ฉากที่น่าสะพรึงกลัวและน่าขนลุกที่เกิดขึ้นในภาพหลอนของแลงดอนถูกถ่ายทำในถนนที่งดงามด้านข้างของ โรงโอเปร่าแห่งชาติฮังการี โรงโอเปร่าแห่งชาติฮังการีได้รับการออกแบบโดยมิคลอส อิบิล บุคคลสำคัญแห่งวงการสถาปัตยกรรมฮังการีในศตวรรษที่ 19 และเปิดประตูต้อนรับสาธารณชนครั้งแรกในปี 1884 อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในสไตล์นีโอ-เรเนซองส์ ด้วยองค์ประกอบแบบบาโค้ค สิ่งของประดับประดารวมถึงภาพวาดและประติมากรรมโดยบุคคลชั้นนำในแวดวงศิลปะของฮังการี

ในแง่มุมของความงามและคุณภาพของสุนทรียศาสตร์แล้ว โรงโอเปร่าในบูดาเปสต์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโรงโอเปร่าที่งดงามที่สุดของโลก, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการีถูกใช้แทนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสำหรับฉากที่แลงดอนพยายามรื้อฟื้นความทรงจำของเขา, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการี (แม็กยาร์ เนมเซติ มิวเซียม) เป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในฮังการี ตัวอาคารปัจจุบันถูกสร้างขึ้นระหว่าง ปี 1837-1847 และเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอ-คลาสสิก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่ถูกก่อตั้งขึ้น เมื่อ 200 ปี ก่อน ถูกอุทิศให้กับประวัติศาสตร์ของฮังการี และปัจจุบัน มันก็ยังคงเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์แห่งชาติฮังการี

และตบท้ายด้วย อิสตันบูล

กับฉากการถ่ายทำฉากการมาเยือน ฮาเกีย โซเฟีย ที่งดงามจับตาของแลงดอน, ซินส์กี้ และซิมส์

“ฮาเกีย โซเฟีย เคยเป็นโบสถ์ มัสยิด” ปัจจุบัน กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ สถานที่แห่งนี้ ที่ถูกสร้างขึ้นตามพระบัญชาของจัสติเนียน จักรพรรดิแห่งโรมันตะวันออกในช่วงศตวรรษที่หก เป็นอาคารเพียงหลังเดียวในโลกที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาสามศาสนา ได้แก่พาแกน คริสเตียนออร์โธด็อกซ์และอิสลาม นิกายซุนหนี่ มีทางน้ำขนาดใหญ่หลายเส้นทางใต้อาคารหลังนี้ที่นักประวัติศาสตร์กล่าวถึงว่ามีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับเรือได้

 

สกู๊ปพิเศษ : Secret!! ‘เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์’ จอมเวทย์ DOCTOR STRANGE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/242361

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์” เขาคือ นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษ วัย 38 ปี ที่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นในเวทีนักแสดงระดับฮอลลีวู้ด ได้จากบทบาทยอดนักสืบ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ของ เซอร์ อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ในซีรี่ส์เรื่อง Sherlock ซึ่งปัจจุบันเดินทางมาถึงซีซั่นที่ 4 แล้ว จากบทบาทนี้ เขาได้รับรางวัลเอมมี อวอร์ด ปี 2014 สาขานักแสดงนำชายประเภทมินิซีรี่ส์ พร้อมคว้ารางวัลศิลปินสหราชอาณาจักรแห่งปี จาก เวทีบาฟตา/แอลเอ บริทานเนีย อวอร์ด เมื่อปี 2013

เขาไม่ธรรมดา กับผลงานล่าสุดในหนังเรื่อง “The Imitation Game” กับการรับบทเป็น “อลัน เทอริง นักคณิตศาสตร์ผู้ไขรหัสลับ
ของนาซีเยอรมัน” ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเขาคือ มังกรสม็อก และ เนโครแมนเซอร์ ในเรื่อง The Hobbit : The Army of the Five Armies

โดยสำหรับบทสม็อก ทำให้คัมเบอร์แบตช์ ได้ก้าวเข้าสู่การแสดงผ่านอุตสาหกรรมโลกแห่งวงการภาพยนตร์ด้วย เทคโนโลยีโมชั่นแคปเจอร์ อีกด้วย หลายคนที่เป็นนักดูหนังหรือนักดูซีรี่ส์ คงจะรู้จักเขากันเป็นอย่างดี เพราะเขามีผลงานมากมายในตลอดหลายปีที่ผ่านมา และล่าสุดเขาได้รับบทเป็น Sherlock holmes ในทีวีซีรี่ส์ที่โด่งดังและได้รับความนิยมอย่างมาก และจากการมารับบท “ดอกเตอร์ สเตรนจ์” แน่นอน เขาต้องเข้าร่วมในความยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างในโลกแห่งภาพยนตร์มาร์เวล ดิ อเวนเจอร์ ในอีกไม่ช้า รวมถึง “แบล็กแพนเธอร์” ที่รับบทโดย “แชดวิค โบสแมน” อีกคน

แต่ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่คุณยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับตัวของนักแสดงยอดฝีมือคนนี้

เหตุการณ์แรกกับประสบการณ์เฉียดตาย ขณะที่เบเนดิกต์ กำลังไปถ่ายซีรี่ส์เรื่อง “To the Ends of the Earth” ในประเทศแอฟริกาใต้เขาได้ถูกปล้นรถ และก็ถูกลักพาตัวไป แต่ในที่สุดก็โดนปล่อยตัวออกมา

-เบเนดิกต์ บอกว่าหากมีเวทมนตร์เสกให้ตัวเองกลายเป็นใครก็ได้ 1 วัน เขาอยากเป็น เอลวิส

-เขาเรียนจบปริญญาโท จากโรงเรียนสอนการแสดงที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ คือ สถาบันสอนการแสดงและดนตรีแห่งกรุงลอนดอน ในสาขาการแสดงคลาสสิกสำหรับการละครมืออาชีพ

-เขามีพ่อและแม่เป็นนักแสดงทั้งคู่

-ก่อนที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เบเนดิกต์ ได้ไปยังประเทศทิเบตพักอยู่ในวัด เพื่อสอนภาษาอังกฤษให้กับพระ เป็นเวลาถึง 1 ปี และเขารู้สึกทึ่งและนับถืออย่างมากในการทำสมาธิของพระ

-สำหรับบท เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ทีวีซีรี่ส์ที่ฮิตกันถล่มทลาย ก่อนรับบทเขาต้องลดน้ำหนักลงหลายกิโล เพื่อให้ตัวเองมีรูปร่างผอมบางแบบฉบับ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ที่ใช้สมองมากกว่ากำลัง

-เขาอยู่ในตระกูลและสังคมชั้นสูงของลอนดอน เพราะปู่ของเขาเคยได้รับเหรียญกล้าหาญจากสงครามโลก ทั้งสองครั้ง

-เบเนดิกต์สามารถเลียนเสียงของ Alan Rickman หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ ศาสตราจารย์สเนป ได้อย่างเหลือเชื่อ

-เขามีลักษณะม่านตาแบบพิเศษ ในดวงตาของเขามีทั้งสี น้ำเงิน สีเขียว และ สีทอง

-เบเนดิกต์ ชื่นชอบ Stanley Kubrick ผู้กำกับเรื่อง The Space Odyssey เป็นอย่างมาก โดยเขาบอกว่า เขาสามารถเขียนบรรยายความชอบที่เขามีต่อ Stanley Kubrick ได้ถึง 30,000 หมื่นคำ
เลยทีเดียว

-นอกจากในเรื่อง Sherlock ที่มาร์ติน ฟรีแมน และเขาได้เล่นด้วยกัน ยังมีเรื่อง The Hobbit อีกด้วย นั่นทำให้เขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทกัน

และสุดท้าย เขามักจะบริจาคภาพวาดเพื่อใช้ในการประมูลการกุศล เป็นประจำ

 

สกู๊ปพิเศษ : สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมเสด็จสู่สวรรคาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/240385

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ปีนี้เป็นปีแห่งการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้าเหลือเกินที่ต้องสูญเสียพ่อทั้งสอง ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และคุณพ่ออาโนล แคมเปน พ่อผู้ให้กำเนิด ลูกขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด แม้ว่าพระองค์จะอยู่แห่งหนใด พระองค์จะคงอยู่ในใจข้าพระพุทธเจ้าตลอดไป

ราณี แคมเปน

 

ข้าพระพุทธเจ้า นายอธิชาติ ชุมนานนท์ ขอกราบเบื้องพระยุคลบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สู่สวรรคาลัย ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นอันหาที่สุดไม่ได้

 

อธิชาติ ชุมนานนท์

 

เป็นบุญอย่างหาที่สุดมิได้ของ คุณพ่อวรวุฒิ ไชยเชื้อ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้เข้าเฝ้าฯและกราบแทบพระบาทพระองค์ท่าน พระองค์จะสถิตในหัวใจประชาชนตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

 

คุณพ่อวรวุฒิ ไชยเชื้อ

 

“สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ #kingbhumibol #ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙

 

นนท์-ภูดิศ สุริยวงศ์

 

ข้าพเจ้า #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #kingbhumibol

 

วู้ดดี้ มิลินทจินดา

 

ลูกขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

เขมนิจ จามิกรณ์

ท่านทรงงานหนักเพื่อลูกของท่านอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย ทรงทำพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ของคนไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ จะทรงสถิตอยู่ในดวงใจของคนไทยชั่วนิรันดร์ ผมขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป และจะทำความดีถวายท่าน ถวายต่อแผ่นดินไทยสืบไปครับ

ฟลุค

 

จิระ ด่านบวรเกียรติ

ขอน้อมเกล้า กราบพระบาทส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ นายศุกลวัฒน์ คณารศ #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ศุกลวัฒน์ คณารศ

ส่งพ่อหลวงสู่สวรรคาลัย

มาร์กี้ ราศรี

ถึงลูกจะไม่ได้เกิดในไทย ถึงลูกจะเป็นแค่ครึ่งไทย แต่ทั้งกายและใจของลูกเป็นคนไทยเต็มดวงหัวใจ… ภูมิใจที่ได้มีโอกาสอยู่บนแผ่นดินของพ่อภูมิใจที่ได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร รัชกาลที่ ๙ ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์เสด็จฯ สู่สวรรคาลัยด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวคิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ #เหงื่อและน้ำตานี้เพื่อพ่อ #TheGreatestKing #ILoveMyKing

คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ

 

ในวันที่ไม่มีพ่อแล้ว แต่ความรัก ความทรงจำที่มดและคนไทยมีต่อในหลวง จะยังคงอยู่ในหัวใจตลอดไปค่ะด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ

หลังจากนี้ไป แชจะมีในหลวงเป็นแนวทาง จะเดินตามคำพ่อสอน และจะเป็นคนดีเพื่อให้สมกับความรักของพระองค์ และเพื่อประเทศไทย ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป รักพระองค์สุดหัวใจด้วย

 

หลี่แช-วิยดา พีรรัฐกุล  

ตอนที่ได้ทราบข่าวจากแถลงการณ์เมื่อคือวันที่ 13 ตุลาคม รู้สึกช็อกมากครับ ระหว่างทางที่นั่งรถตู้กลับมาน้ำตาไหล
ตลอดทาง มันหยุดไม่ได้จริงๆ มันเป็นความรู้สึกความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มากๆ นึกถึงก็น้ำตาซึมตลอด ที่ผ่านมาก็จะเห็นท่านทรงงานหนักมากๆ เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของคนไทยในการดำรงชีวิต ขยันหมั่นเพียร ดูแลรักษาหน้าที่ตัวเอง พระองค์ทรงบําเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย และประชาชนคนไทยอย่างมหาศาล

 

แบล็คแจ็ค-จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม

 

ผมรู้สึกเสียใจ และใจหายอย่างที่สุดเมื่อได้รู้ว่าเรากำลังสูญเสียพ่อของแผ่นดินไปจากโลกนี้แล้ว เพราะตั้งแต่ผมลืมตาขึ้นมาบนผืนแผ่นดินไทย ผมก็ได้เห็นเรื่องราวของพ่อที่สอนประชาชนมาตลอด และหนึ่งในนั้นก็คือ พ่อ แม่ ของผมด้วย เวลาท่านเสด็จฯไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ ซึ่งผมเคยนั่งดูไปก็ร้องไห้ไป เพราะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ท่านมีต่อปวงชนชาวไทย และครอบครัวผมก็ได้ใช้แนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ท่านสอนมาปฏิบัติด้วยครับ เพราะครอบครัวของผมเป็นชาวนา พ่อ แม่ ของผมก็ทำการเกษตรตามแนวพระราชดำริ ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ไม่ใช้จ่ายเกินตัว แม้วันนี้ผมจะก้าวมาทำอาชีพศิลปินผมก็ยังคงนำแนวคิดของท่านมาใช้เสมอครับ

 

เบิ้ล-ปทุมราช อาร์สยาม

+

ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมกราบแทบเบื้องพระยุคลบาท ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า

นางสาวเอมิกา กลิ่นประทุม

สกู๊ปพิเศษ : ‘โบ๊ท-ธารา’ ขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัว ละคร ‘แสงเทียน’ ถ่ายทอดเรื่องโขน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/239229

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรกกันเลยทีเดียว สำหรับ “โบ๊ท-ธารา ทิพา” ซึ่งผู้จัด “หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล” แห่งบ้านเมคเกอร์ เค พร้อมมอบบทดราม่าหนักๆ แถมจัดคอร์สเรียนโขนอย่างหนักให้อีกชุดใหญ่ เช่นเดียวกับนางเอก “เม-นิศาชล ต้วมสูงเนิน” ที่ถึงแม้จะมีพื้นฐานรำ แต่เจอรำโขน ทำเอาเครียดทุกครั้ง

นอกจากนี้ยังได้นักแสดงมากฝีมือ อาทิ ต้อม-รัชนีกร พันธุ์มณี, ศักราช ฤกษ์ธำรง, บีน-วีระกิตต์ วรัตน์ชยุต, เบสท์-ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ ฯลฯ  และแนะนำนักแสดง “โบนัส-นภสร เอกพันธ์กุล” “ซีเจมส์-ธรรมวิทย์ รัฒนาภรณ์” และ “อองตวน ปินโต”  งานนี้ได้ “กังฟู-นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ” รับหน้าที่กำกับ

สำหรับละครเรื่อง “แสงเทียน” เป็นละครเทิดพระเกียรติที่เกี่ยวกับนักแสดงโขนพระราชทาน ระหว่าง สิบทิศและเพลงพิณพระเอก-นางเอกของเรา ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กและมีอดีตในใจที่ทำให้เพลงพิณต้องหวาดกลัวสิบทิศ แต่แล้วทั้งคู่ก็ได้รับคัดเลือกให้มาร่วมแสดงโขนพระราชทานชุด “นางลอย” ทำให้ต้องกลับมาเจอกันอีกครั้ง และต้องซ้อมการแสดงด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มดีขึ้นและพัฒนา แต่ก็มีอุปสรรคมากมายเกิดขึ้น ทั้งพ่อของสิบทิศคือ สุทิน ที่คอยกีดขวางทั้งการเลือกเรียนนาฏศิลป์และยังเข้าใจผิดในตัวเพลงพิณอีกด้วย นอกจากนี้ยังมี ศิวา พี่ชายของสิบทิศที่คอยสร้างเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น

โบ๊ท-ธารา ทิพา 

ผมรับบท สิบทิศ ซึ่งเป็นตัวละครที่น่าสงสาร เกิดมาพร้อมกับปมที่พ่อไม่รักเพราะฝังใจว่าแม่ตายเพราะคลอดเรา ตลอดเรื่องก็จะมีดราม่ากับ พ่อ (ศักราช ฤกษ์ธำรง) ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ ฉากที่เข้ากับพ่อต้องถ่ายทอดอารมณ์เยอะมาก ทั้งความเจ็บที่พ่อไม่เห็นค่าในตัวเรา หรือการไม่เคยได้รับความรักความห่วงใย กับนางเอกก็แอบรักเขามาตั้งแต่เด็ก คอยตามดูแล ก็จะมีโมเม้นต์น่ารักๆ ที่ผมคอยตามดูแลอยู่ห่างๆ รอที่ป้ายรถเมล์ขึ้นรถคันเดียวกันกลับบ้าน อารมณ์นี้เลยครับ”

ในเรื่องของการแสดงโขน

ครับ นอกจากการแสดงที่ต้องจูนต้องปรับ ผมเล่นเป็นนักเรียนนาฏศิลป์รำโขน พี่หนุ่มก็ส่งไปเรียนโขน คิวละครถ่ายวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ผมเรียนรำช่วงเย็นวันจันทร์-วันพุธผมต้องไปเรียนควบคู่ไปกับการถ่ายทำแบบนี้

รู้สึกอย่างไรบ้าง

เหนื่อยครับ แต่ก็ภูมิใจมากครับที่ทุกฉากรำโขน ผมได้รำเองจริงๆ ใต้เศียรโขนยักษ์คือผมจริงๆ เป็นตัวเราจริงๆ ทางกองจะใช้สแตนด์อินก็ได้ แต่ผมอยากรำได้ด้วยตัวเองครับ

เม-นิศาชล ต้วมสูงเนิน 

บท เพลงพิณ มีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ กับพระเอกช่วงแรกจะกลัว เพราะฝังใจตั้งแต่เด็กว่าเขาจะมาทำร้ายเรา เขาเป็นคนไม่ดี จนเขามาช่วยน้องชายเราถึงได้ค่อยๆ เปลี่ยนความรู้สึกที่มีทีละเล็กละน้อย ประกอบกับครูมอบหมาย ให้รำคู่กัน ซ้อมด้วยกันบ่อยๆ ก็เริ่มมีความกุ๊กกิ๊กเกิดขึ้น”

เรื่องของการรำ

เมพอมีพื้นฐานอยู่บ้างนิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ ค่ะ(หัวเราะ) เพราะการรำโขน ไม่เหมือนที่เคยเรียนมาเลย พี่หนุ่มจัดให้เรียนรำสลับกับการถ่ายฉากปกติค่ะ เวลาถ่ายฉากรำก็จะมีครูคอยดู

รู้สึกกังวลหรือเครียดบ้างไหม

สารภาพตามตรงค่ะ ว่าเครียดทุกครั้งที่ถ่ายฉากรำ เมกดดันตัวเองด้วย เราอยากทำให้ดี ทำให้ได้ แต่ก็ไม่เคยท้อค่ะ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็เป็นความภูมิใจ รู้สึกว่าอินกับบทบาทที่ได้รับมาก (ยิ้ม) ดีใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สวมชุดโขนพระราชทานและรำ ฝากคุณผู้ชมให้ติดตามด้วยนะคะ

หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล ผู้จัด

ผมเตรียมงานละครเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนงานโขนพระราชทานปีที่แล้ว กังฟู (ผู้กำกับ) ก็เริ่มงานตั้งแต่ช่วงวันที่น้องๆ นาฏศิลป์เขาเริ่มออดิชั่นคัดเลือกนักแสดงโขนพระราชทานกันจริงๆ เราไปดูการออดิชั่น และตั้งใจทำ ละครถ่ายทอดเรื่องราวให้ได้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้จะรำอย่างเดียวนะ ต่อยมวยก็มี ได้ อองตวน ปินโต มาเป็นนักแสดงรับเชิญ เป็นนักมวย (หัวเราะ) ดราม่าก็เยอะนะ เรียกว่าครบทุกรสชาติ ฝากติดตามด้วยครับ ละครชุดแม่ของดิน ในตอน “แสงเทียน” ออกอากาศตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 19.15 น. และออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี 19.15 น. และวันศุกร์ 18.45 น.ทางช่อง 3 และช่อง 33

 

สกู๊ปพิเศษ : ‘ใหม่-ดาวิกา’ เปิดใจ สนุกสุดๆ!! กับผลงานคอเมดี้เรื่องแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/238159

วันจันทร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สุดเก๋ สำหรับภาพยนตร์ “20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น” ผลงานเรื่องใหม่ของ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ที่โดดมารับบทบาทคอเมดี้เต็มตัวเป็นครั้งแรก โดยล่าสุดนางเอกสาวโดยเปิดใจถึงการมารับบทคอเมดี้ครั้งนี้ว่า สนุกสุดๆ และเป็นอะไรที่แปลกใหม่จริงๆ นำแสดงโดย“ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่, ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา, เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม”

“ในภาพยนตร์เรื่องนี้พูดถึงเรื่องราวของ ปาน คุณย่าวัย 74 ปี ทั้งหัวดื้อและขี้โวยวาย ครอบครัวของเธอวางแผนส่งตัวคุณย่าไปอยู่บ้านพักคนชรา ย่าปาน ออกจากบ้านไปด้วยความเศร้าและผิดหวัง เธอเดินเรื่อยเปื่อยจนไปเจอร้านถ่ายภาพแห่งหนึ่งชื่อ “ฉายารำลึก” ย่าปาน ตัดสินใจเข้าไปในร้านเพื่อถ่ายรูปตั้งใจว่าจะเป็นภาพสุดท้ายของตน แต่เมื่อออกมาจากร้าน เธอต้องตะลึงที่เห็นตัวเองหน้าตากลับย้อนไปเหมือนเธออายุ 20 ปีอีกครั้ง จากนั้นชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เธออยากใช้ชีวิตให้สดใสและอิสระแต่อีกใจก็อยากกลับไปสานสัมพันธ์กับครอบครัว ด้วยเหตุนี้ ย่าปานจึงเปลี่ยนชื่อเป็น ป่าน (ดาวิกาโฮร์เน่) และเข้าร่วมวงดนตรีกับ บูม (เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) หลานชายของเธอ โดยมี นัท (สหรัถ สังคปรีชา) โปรดิวเซอร์หนุ่มเจ้าของรายการโทรทัศน์ ที่เห็นความสามารถอันแตกต่างจากนักร้องคนอื่นๆ ของป่าน จึงพยายามผลักดันวงดนตรีนี้ให้โด่งดัง”

ดาวิกา โฮร์เน่

“สำหรับใหม่ ก็เป็นเรื่องแรกที่ตัวเองเล่นคอเมดี้เยอะมาก และมันแตกต่างจากตัวจริงของเรา แต่มันกลายเป็นว่าทำให้เราสดชื่นมาก ชุ่มชื่น สนุกขึ้นมาอีกรอบ เราได้ทำอะไรที่มันสุดโต่งมากๆไม่เคยที่จะต้องมาทำอะไรแบบนี้ แสดงอารมณ์ได้ชัดเจน และศาสตร์การแสดงมันต่างกัน คอเมดี้ก็อีกแบบ ดราม่าก็อีกแบบ”

“ใหม่ได้รู้สึกว่าใหม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ จากสิ่งที่ใหม่เคยทำ ทุกคนจะเห็นว่าใหม่ทำอะไรมาค่อนข้างหลากหลาย เล่นอะไรที่แรง เล่นผี เล่นย้อนยุค แต่คอเมดี้ร่วมสมัยใหม่ยังไม่เคย เป็นอะไรที่แปลกใหม่จริงๆ ที่ผ่านมาก็อาจจะมีคอเมดี้บ้าง แต่เป็นแบบตัวแสดงล้อมรอบเราเขาตลก แต่ใหม่ไม่ได้ตลกไปด้วย จะจริงจังอยู่คนเดียว แต่เรื่องนี้คือไม่จริงจังแล้วนะ ฉันจะเอาฮาแล้วนะ”  ปาฏิหาริย์ครั้งใหม่กำลังจะเกิดขี้น ความสนุกครั้งใหม่กำลังจะมา “20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น” พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

สกู๊ปพิเศษ : ‘Stephen Lang สตีเฟน แลง’ คุณจะต้องจำชื่อเขาไปอีกนาน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/237017

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“สตีเฟน แลง” เกิดเมื่อ 11 ก.ค. 2495 คุณได้รู้จักและคุ้นเคยเขาดีจาก อวตาร Avatar และจะจดจำเขาในฐานะนักรบ เขาได้ใช้ประโยชน์จากรูปร่างที่น่ายำเกรงและพลังงานที่เหลือล้นของเขาในการแสดงที่ทรงพลัง

“สตีเฟน แลง” อดีตผู้กำกับร่วมของ แอ็กเตอร์ส สตูดิโอที่โด่งดัง  เขาได้สร้างความประทับใจ ต่อบทชายตาบอด ใน Don’t Breathe “ด้อนท์ บรีธ” ลมหายใจสั่งตาย เขาชำนาญในการแสดงทั้งภาพยนตร์ ซีรี่ส์และละครเวทีไม่ต่างกัน และเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการนี้มาอย่างยาวนาน

Don’t Breathe “ด้อนท์ บรีธ” ลมหายใจสั่งตาย ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 จาก มือเขียนบท และ “ผู้กำกับ “เฟเด้อัลวาเรซ (Evil Dead)” และผู้กำกับในตำนาน “แซม ไรมี” ในผลงานเรื่องที่ 2 ของเขา อัลวาเรซเลือกที่จะสู้ยิบตาด้วยทริลเลอร์สยองขวัญหักมุมโหดดิบ ที่นำ ….หัวขโมยสามคนมาเผชิญหน้ากับคู่ปรับที่อันตรายอย่างคาดไม่ถึง ด้วยความตั้งใจที่จะหนีจากแม่ที่ทำร้ายเธอและช่วยเหลือน้องสาวของเธอจากชีวิตที่ไร้ทางออก ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดหมายปลายทางที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับพวกเธอทั้งคู่ ร็อคกี้ (เจน เลวี)ยินดีทำทุกอย่างเพื่อหนทางรอด เธอและเพื่อนสองคน อเล็กซ์(ดีแลน มินเน็ตต์) และ มันนี (แดเนียล โซวัตโต้) ได้ดำเนินการโจรกรรมที่ผ่านการวางแผนมาอย่างรอบคอบหลายครั้ง เพื่อหาเงินสำหรับการหลบหนีจากดีทรอยท์ บ้านเกิดของพวกเขา อย่างไรก็ดี การลงมือของพวกเขากลับทำเงินได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้น เมื่อทั้งสามคนได้รู้ว่ามี ชายตาบอด (สตีเฟน แลง) ที่อาศัยอยู่ในย่านที่ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัย เก็บซ่อนเงินจำนวนหนึ่งเอาไว้ในบ้าน พวกเขาก็ตกลงที่จะลงมือทำการปล้นครั้งใหญ่ที่สุดและครั้งสุดท้ายของพวกเขา แต่แผนการของพวกเขากลับผิดพลาดอย่างมหันต์เมื่อเหยื่อของพวกเขากลับน่าสะพรึงกลัวกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้

สตีเฟน แลง

เป็นนักแสดงที่มีพลังในการแปลงกายที่ไม่ธรรมดา เขาชำนาญในการแสดงทั้งภาพยนตร์ ซีรี่ส์และละครเวทีไม่ต่างกันผลงานภาพยนตร์ของเขาที่กำลังจะเข้าฉายในปีหน้า ได้แก่ Isolation,Gridlocked, Braven, Beyond Valkyrie, Justice และ SolarEclipse ด้านจอแก้ว เขายังจะรับบท วัลโด้ มือสังหารพิการในซีรี่ส์เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้โดยเอเอ็มซีเรื่อง “Into the Badlands”และตัวตนที่ลึกลับของเขายังจะปรากฏในบทอินครีส มาเธอร์ในซีรี่ส์ยอดนิยมทางดับลิวจีเอ็นเรื่อง “Salem” อีกด้วย

ด้านจอเงิน ปัจจุบัน เขากำลังเตรียมตัวที่จะกลับมารับบท ผู้พันไมลส์ ควอริทช์ซีเควล 4 เรื่องสำหรับภาพยนตร์โดย เจมส์คาเมรอนเรื่อง Avatar

เมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้รับรางวัล “สเปเชียล จูรี ไพรซ์สาขาการแสดง” จากงานเทศกาลภาพยนตร์ฟินิกซ์จากสารคดีเรื่องBeyond Glory ซึ่งบันทึกช่วงเวลาสิบปีเบื้องหลังการแสดงเดี่ยวของเขาเกี่ยวกับผู้ได้รับเหรียญรางวัลเกียรติยศทั้งแปดคน ภาพยนตร์เรื่องนี้ควบคุมงานสร้างและนำเสนอโดย เจมส์ คาเมรอน และจอน แลนเดา ประธานบริษัทไลท์สตอร์ม เอนเตอร์เทนเมนต์และได้ถูกซื้อสิทธิ์เพื่อจัดจำหน่ายโดยกราวิทัส เวนเจอร์สผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจของเขารวมถึง Band Of Robbers, Last Exit To Brooklyn, Tombstone, Gettysburg, Gods And Generals, Public Enemies, White Irish Drinkers, Christina, A Good Marriage, Manhunter,Band Of The Hand,Conan The Barbarianและ ฯลฯ

รางวัลและการได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลของเขารวมถึง รางวัลแซทเทิร์น อวอร์ดสาขาผู้ร้ายยอดเยี่ยม, รางวัลเกรซ ไพรซ์,เอ็มทีวีและทีน ชอยซ์ อวอร์ด, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์บัฟฟาโล-ไนแอการา และ วิชันเฟสต์เอ็กซ์ ภาพยนตร์เรื่อง Beyond Glory ได้รับเหรียญรางวัลคุณูปการโดดเด่นจากผู้อำนวยการของเอ็นอีเอและรางวัลบ็อบ โฮป อวอร์ดจากสมาคมเหรียญเกียรติยศสภาคองเกรส ซึ่งยกย่องการถ่ายทอดเรื่องราวของทหารอเมริกันอย่างถูกต้องของแลง

ผลงานจอแก้วของเขารวมถึงการเป็นขาประจำซีรี่ส์ในซีรี่ส์ “Terra Nova” โดย สตีเวน สปีลเบิร์ก และซีรี่ส์คลาสสิก โดยไมเคิล แมนน์ เรื่อง “Crime Story” รวมถึงบทเบ๊บ รูธ ในซีรี่ส์เอ็นบีซีเรื่อง “Babe Ruth” และ “แฮปปี้” ใน “Death of a Salesman” ประกบ ดัสติน ฮอฟฟ์แมน

ผลงานละครเวทีของเขาที่นิวยอร์กรวมถึงเรื่อง A Few Good Men, The Speed Of Darkness, Defiance, Death Of A Salesman, The Guys, Hamlet และการแสดงเดี่ยว 101 ครั้ง ในเรื่อง Beyond Glory ที่โรงละครเดอะ ราวน์อเบาท์รางวัลและการได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลด้านละครเวทีที่เขาได้รับรวมถึงรางวัล โทนี, ดรามา เดสก์, ลูซิลล์ ลอร์เทล,โจเซฟ เจฟเฟอร์สัน, เฮเลน เฮย์ส และสมาคมนักวิจารณ์ละครเวทีนอกเมือง

สตีเฟน แลง เป็นสมาชิกของ ดิ แอ็กเตอร์ส สตูดิโอ เขาได้รับ ปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์จากสวอร์ธมอร์ คอลเลจ และมหาวิทยาลัยแจ็คสันวิลล์ และล่าสุดกับผลบทบาทของ ชายตาบอดใน Don’t Breathe “ด้อนท์ บรีธ”ลมหายใจสั่งตาย อยากรู้จะสะพรึงแค่ไหนต้องไปพิสูจน์ ด้วยตัวคุณเองในโรงภาพยนตร์

 

สกู๊ปพิเศษ : ช่อง 3 ส่งละครนํ้าดี ‘ดวงใจพิสุทธิ์’ ส่งเสริม สถาบันครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/234768

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นการสวนกระแสละครในช่วงนี้กันเลยทีเดียว เมื่อช่อง3 ส่งละครรสละมุนตีตื้นฐานแฟนคลับทุกเพศทุกวัยอย่าง “ดวงใจพิสุทธิ์” แห่งค่ายโซนิกซ์ บูม 2013 โดยผู้กำกับ โอ๊ต-วรวุฒิ นิยมทรัพย์ และ 2 ผู้จัดมากฝีมือ ชุดาภา จันทเขตต์ และ ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล ที่ส่งละครน้ำดี ตีแผ่ความบริสุทธิ์ในจิตใจ ถ่ายทอดความสดใสของเด็กๆ ผ่านพระ-นางเคมีใหม่ “สน-ยุกต์ ส่งไพศาล” ที่มารับบทเป็น หัฏฐ์ อาจารย์หนุ่มหล่อมาดขรึม เจ้าระเบียบ มั่นใจในตัวเองสูง ควงคู่พ่อแง่แม่งอนมากับสาวหน้าใส “แยม-มทิรา ตันติประสุต” ที่มารับบทเป็น ช้าง/ชินานาง นักวาดภาพประกอบสาวอารมณ์ดี ร่วมด้วยกามเทพตัวน้อยทั้งสองที่มาเชื่อมความรักให้กับทั้งคู่อย่าง น้องมาเรีย-ทิพย์รดา และ น้องรถบัส-ภคพล พร้อมทั้งนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น จอย-รินลณี, เขม-นราวิชญ์, อุ้ม-อิษยา, เพชร-กรุณพล, เจี๊ยบ-พิจิตตรา, แพร์-พิชชาภา, เป็ก-เปรมณัช, ตุ๊ก-ดวงตา,เจี๊ยบ-ปวีณา, ปู-ปริศนา ฯลฯ

“ดวงใจพิสุทธิ์” เรื่องราวความบริสุทธิ์ของเด็ก 2 คน ที่ถูกเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ลูกหมี (รับบทโดย น้องรถบัส) หลานสาวของ อาช้าง (รับบทโดย แยม-มทิรา) เด็กน้อยที่มีความสดใส ช่างพูด ฉลาด มองโลกในแง่ดี กับ ปุ๊คกี้ (รับบทโดย น้องมาเรีย) หลานสาวของ น้าหัฏฐ์ (รับบทโดย สน-ยุกต์) ที่พ่อ-แม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ทำให้ต้องมาอยู่ในความดูแลของ ชลีกร(จอย-รินลณี) ป้าสะใภ้ ที่แอบชิงชังริษยาครอบครัวของปุ๊คกี้มาโดยตลอด จึงถูกป้าสะใภ้กับลูกๆ กลั่นแกล้ง และทำร้ายทั้งร่างกายจิตใจ โดยที่ลุงแท้ๆ ไม่มีเวลาพอที่จะเอาใจใส่ เด็กน้อยจึงมีสภาพจิตใจเสียหายยับเยิน มีอาการซึมเศร้า หวาดระแวง จนน้าหัฏฐ์ต้องขอมาเลี้ยงดูในสังคมใหม่ๆ เรื่องราวความสนุกจึงเกิดขึ้น เมื่อเพื่อนบ้านอย่าง อาช้างและน้าหัฏฐ์ ต้องมาพบปะกันโดยมีกามเทพตัวน้อยอย่างสองเด็กน้อย เป็นสื่อรักเชื่อมเรื่องราวต่างๆ ให้เกิดขึ้น

ผู้กำกับ โอ๊ต-วรวุฒิ นิยมทรัพย์

“สำหรับละคร ดวงใจพิสุทธิ์ จริงๆ ละครเรื่องนี้เป็นละครที่ผมคิดว่ามันยากมากนะครับสำหรับผมนะ สิ่งที่คิดก่อนจะลงมาทำเพราะว่ามันมีเรื่องของคดีความ เรื่องของความอบอุ่นภายในครอบครัว เรื่องของการดูแลเด็ก เรื่องของการทารุณกรรมเด็ก สภาวะจิตใจเด็ก เรื่องของสถาบันครอบครัวมันมีความสำคัญอย่างไรต่อเด็กบ้าง การทอดทิ้ง การเพิกเฉย การไม่ดูแล การเลี้ยงดูอย่างไรให้เด็กได้มีสภาพจิตใจที่สมบรูณ์ มีสภาวะจิตใจที่สดใสแข็งแรง พวกนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากสำหรับผมนะครับ ต้องเข้าไปศึกษารายละเอียดต่างๆ แต่ว่าเราทำๆ ไปมันมีความรู้สึกว่าเราอยากนำเสนอเรื่องนี้ให้กับคนดูบ้านเราได้ดูในสิ่งที่เรากำลังสื่อสารบอกว่า ทำไมสังคมไทยเราปัจจุบันนี้ถึงมีความรุนแรงเกิดขึ้นเยอะมาก มันเริ่มมาจากอะไร มันเริ่มมาจากครอบครัวไหม ครอบครัวให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือเปล่า การดูทีวี การดูสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ละครหรือข่าวสารต่างๆ คุณอธิบายให้เด็กมากน้อยแค่ไหน ว่ามันมีสิ่งดีและสิ่งไม่ดีแอบแฝงในข่าวสารนั้นๆ อยู่ เราทำความเข้าใจมากน้อยแค่ไหนที่จะให้เด็กเขากล้าที่จะถาม กล้าที่จะคุยกับคุณว่าทำไมคนนี้เขาถึงเป็นคนดี ทำไมคนนี้ถึงไม่ดี คุณสอนเขายังไง เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนของสิ่งที่ควรทำประจำสม่ำเสมอครับ ไม่ใช่ทำแค่ครั้งเดียวแล้วก็ปล่อยผ่านไป แล้วให้เขาไปเสพสิ่งต่างๆ แล้วเข้าใจแล้วคิดกันเอง ซึ่งพอผมได้มาทำละครเรื่องนี้ ผมมีความรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นละครที่มีประโยชน์ต่อสังคมบ้านเรา ในสภาวะที่สังคมเกิดความรุนแรงอยู่ในสังคมต่างๆ อยากให้ได้ติดตามชมกันครับ รับรองว่าเป็นละครน้ำดีที่แฝงข้อคิดต่างๆ มากมายครับผม”

ละครน้ำดี “ดวงใจพิสุทธิ์” ติดตามชมได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น. ทางช่อง 3 (ออริจินัล) และช่อง 33HD ออกอากาศตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายนนี้

 

สกู๊ปพิเศษ : ‘หัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพ’ลดต้นทุนได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234985

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มันฝรั่งเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำรายได้ให้เกษตรกรสูงถึง15,000-25,000 บาท/ไร่/ปี ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งผลิตมันฝรั่งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา ตาก และเพชรบูรณ์ และมีการขยายไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย สกลนคร และนครพนม โดยมีการเพาะปลูกทั้งมันฝรั่งพันธุ์สปุนต้าซึ่งใช้บริโภคทั่วไป มีความต้องการ ประมาณ 10,000 ตัน/ปี และมันฝรั่งพันธุ์โรงงาน คือ พันธุ์แอตแลนติกใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูป ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมมันฝรั่งที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการแปรรูปเป็นมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ(potato chip) ต้องการใช้มากถึง140,000 ตัน/ปี ผู้ประกอบการจึงต้องนำเข้ามันฝรั่งสดจากต่างประเทศปีละ34,000-35,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งสูงถึง 13,000ตัน/ปี มีมูลค่านับร้อยล้านบาท

นางสาวอรทัย วงค์เมธา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เนื่องจากหัวพันธุ์มันฝรั่งนำเข้ามีราคาแพง บางปีสูงถึง 35 บาท/กิโลกรัม ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูงขณะที่หัวพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรเก็บไว้ใช้เองไม่มีคุณภาพ และมีปัญหาเรื่องโรค ทำให้การผลิตหัวพันธุ์ใช้ภายในประเทศยังมีปริมาณน้อย และไม่เพียงพอต่อความต้องการ จากปัญหาดังกล่าวกรมวิชาการเกษตรจึงได้เร่งดำเนินการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งหลัก (G0) ปีละ 500,000 หัว และหัวพันธุ์ขยาย (G1) ปีละ 50 ตัน จำหน่ายให้กับเกษตรกร เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการและลดการนำเข้าหัวพันธุ์บางส่วนจากต่างประเทศ พร้อมลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรด้วย

ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพดี ให้มีผลผลิตส่งโรงงานแปรรูป ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรในการเป็นผู้ผลิตหัวมันฝรั่งสด เพื่อการแปรรูปให้เพียงพอกับความต้องการของโรงงานแปรรูปในระยะยาว

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ได้พัฒนาขั้นตอนการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพ เพื่อรองรับความต้องการของสหกรณ์และเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยมี6 ขั้นตอน คือ 1.ผลิตต้นอ่อนปลอดเชื้อโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในอาหารแข็ง และการผลิตด้วยระบบไบโอรีแอคเตอร์จมชั่วคราว (TIB) 2.การผลิตต้นแม่พันธุ์ในโรงเรือน 3.การผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งหลัก G0ในระบบแอโรโปนิค (Aeroponic) หรือระบบรากลอยในอากาศ และวัสดุปลูกภายในโรงเรือนกันแมลง โดยจะเก็บเกี่ยวหัวพันธุ์เมื่อต้นมันฝรั่งอายุได้ 90 วัน4.การผลิตหัวพันธุ์ขยาย หรือ G1 ในแปลงปลูก ใช้ระยะเวลาปลูก90 วัน ก็เก็บเกี่ยวหัวพันธุ์คุณภาพจำหน่ายให้เกษตรกรได้ ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ซึ่งต่ำกว่าหัวพันธุ์ที่นำเข้า 5.การผลิตหัวพันธุ์รับรอง หรือ G2-G3โดยกรมวิชาการเกษตรจะผลิตและจำหน่ายให้เกษตรกรหรือบริษัทเอกชนในราคาถูก ซึ่งหัวพันธุ์ G2 กิโลกรัมละ20 บาท และหัวพันธุ์ G3 ราคากิโลกรัมละ 18 บาท และ6.การตรวจสอบโรคไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งทุกขั้นตอนการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งของกรมวิชาการเกษตรต้องดำเนินการตรวจสอบโรคไวรัสและแบคทีเรีย เพื่อให้ได้หัวพันธุ์คุณภาพ โดยหัวพันธุ์ทุกชุดที่ผ่านการตรวจแล้วจึงจะจำหน่ายให้เกษตรกร

ปีนี้ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย เร่งดำเนินการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่ง G1คุณภาพไม่น้อยกว่า 50 ตัน จำหน่ายให้กับสหกรณ์ผู้ปลูกมันฝรั่ง บริษัทเอกชน นำไปปลูกขยายเป็นหัวพันธุ์ G2 ป้อนให้เกษตรกรที่ผลิตมันฝรั่งสดป้อนโรงงานแปรรูป เป็นช่องทางหนึ่งที่จะเพิ่มปริมาณหัวพันธุ์คุณภาพให้เพียงพอ ช่วยลดปริมาณการนำเข้าจากประเทศ ที่สำคัญยังช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรได้

“หัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพที่กรมวิชาการเกษตรผลิตได้นั้น มีขนาดหัวเล็กกว่าหัวพันธุ์ที่นำเข้า เมื่อนำไปปลูกเกษตรกรไม่ต้องผ่าหัว ทำให้ต้นมันฝรั่งมีความแข็งแรง ทนทานต่อโรคได้ดีกว่า เจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตสูง เฉลี่ยอยู่ที่ 3.5 ตัน/ไร่ ขณะที่หัวพันธุ์นำเข้าจะมีขนาดใหญ่ เกษตรกรจะใช้วิธีผ่าหัวแล้วนำไปปลูก ทำให้ต้นมันฝรั่งไม่ค่อยแข็งแรงและให้ผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 2-2.5 ตัน/ไร่” นางสาวอรทัยกล่าว

หากสนใจหรือต้องการ “หัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพ” สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร โทร.0-5311-4133-36 และ 0-5311-4070-71 ในวันและเวลาราชการ

สกู๊ปพิเศษ : ‘พัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณ’หมอดินดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234799

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากเกษตรกรที่ทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ต้องใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมาก จึงเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณเกษตรกรผู้ไม่ท้อแท้กับชีวิตและอาชีพของตนเอง จึงหันมาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรจากเชิงเดี่ยวมาสู่การทำเกษตรแบบผสมผสาน พร้อมกับกับพัฒนาที่ดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยวิธีของกรมพัฒนาที่ดิน จนกระทั่งวันนี้สามารถพึ่งพาตนเองและเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนเกษตรกรคนอื่นๆ ได้ ที่พ่วงท้ายมาด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหมอดินอาสาดีเด่นชนะเลิศ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10

นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณหมอดินอาสาประจำอำเภอศรีสวัสดิ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหมอดินอาสาดีเด่นชนะเลิศ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเป็ด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เบอร์โทรศัพท์ 08-4527-6227 กล่าวว่าก่อนที่จะมีแนวคิดการทำไร่นาสวนผสม ตนนั้นประกอบอาชีพเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ปลูกข้าวโพด ปลูกพริก เช่นเดียวกับเกษตรกรรายอื่นๆ จนมาวันหนึ่งต้องประสบกับปัญหาผลผลิตไม่มีคุณภาพ ต้นทุนการผลิตสูง อันมีสาเหตุมาจากดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ที่เกิดจากใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมากมาในระยะเวลาที่ทำการเกษตรมา โดยไม่ได้มีการปรับปรุงบำรุงดิน อีกทั้งรายได้ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในครอบครัว

จากปัญหาดังกล่าวนี้เอง ทำให้เกิดความคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาอาชีพการทำเกษตรกรรมแล้ว ในเบื้องต้นจึงได้เข้ารับการฝึกอบรมและศึกษาดูงานกับกรมพัฒนาที่ดินและหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งหลังจากที่ศึกษาดูงานแล้วจึงมีความเข้าใจในการทำเกษตรมากขึ้น จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรจากเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสานเริ่มจากแบ่งพื้นที่ปลูกพืช คือ ปลูกข้าวเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล ได้แก่ ไผ่รวก มะละกอ กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ฯลฯ พืชผัก เช่น ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง แตงกวา บวบ ฯลฯ สมุนไพร เช่น ตะไคร้หอม ข่า และสะเดา พร้อมกันนั้นก็ได้เลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ และสุกร และนำมูลสุกรมาใช้ เลี้ยงปลา เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาแรด ปลานวลจันทร์ ฯลฯ รวมถึงผลิตเป็นก๊าซหุงต้มเพื่อใช้ภายในครัวเรือน

นอกจากนี้ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกพืชเพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรม ได้แก่ สมอไทย และมะกอกป่า โดยได้จัดตั้งกลุ่มใช้สารอินทรีย์ลดใช้สารเคมีทางการเกษตร และจัดตั้งศูนย์เพื่อเรียนรู้และเผยแพร่ความรู้การผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพให้กับสมาชิกเกษตรกร และประชาชนทั่วไป จากการปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรในครั้งนี้ทำให้ได้ศึกษาเรียนรู้ในอาชีพเกษตรกรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้พัฒนาตนเองแล้วยังเผยแพร่สู่สังคมด้วย เช่น การเข้ารับการฝึกอบรมเป็นหมอดินอาสาจากสถานีพัฒนาที่ดินกาญจนบุรีและได้ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินต่างๆ

และได้นำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินของกรมพัฒนาที่ดิน มาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน อาทิ 1.ปรับปรุงสภาพดินกรดโดยใช้สารปรับปรุงดิน (โดโลไมท์) 2.ใช้ปุ๋ยหมักซุปเปอร์ พด.1 เพื่อปรับโครงสร้างดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ดิน 3.ปลูกพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดิน 4.ใช้น้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์ พด.2 เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช 5.ใช้สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น ซุปเปอร์พด. 6 เพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นและบำบัดน้ำเสียในคอกสัตว์ 6.ใช้สารควบคุมแมลงศัตรูพืชซุปเปอร์ พด.7 แทนการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 7.ปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ศูนย์ที่มีความลาดชันเพื่อลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และนำใบหญ้าแฝกที่ตัดแต่งมาคลุมโคนต้นพืชเพื่อรักษาความชื้นในดินจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในการใช้เทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน ช่วยในการปรับปรุงคุณภาพดินทำให้พืชมีการเจริญเติบโตดีขึ้นและให้ผลผลิตสูงขึ้นในรอบปีที่ผ่านมามีรายได้จากการขายพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น โดยสามารถขายกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าเป็นเงิน 445,000 บาท ขายมะละกอเป็นเงิน 1,152,000 บาท ขายไผ่รวกหวาน เป็นเงิน 40,000 บาท รวมเป็นเงินที่ขายผลผลิตทั้งหมดได้ 1,637,000 บาท

นายพัฒน์พงษ์ กล่าวอีกว่าตนได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการทำเกษตร ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า มีการนำเศษหญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง มูลสัตว์มาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก แล้วนำไปใช้ปรับปรุงบำรุงดิน ทำน้ำหมักชีวภาพจากเศษผักและผลไม้เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และผลิตสารขับไล่แมลงศัตรูพืชจากสมุนไพร โดยทั้งหมดนี้เป็นการลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตให้น้อยลง นอกจากนี้ตนยังได้จัดทำแปลงขยายพันธุ์หญ้าแฝกเพื่อนำไปใช้ในระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง และแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่เพียงเท่านี้ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตนก็ได้ใช้ทฤษฎีปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นผู้นำชาวบ้านในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตพื้นที่อุทยานป่าไม้ในตำบล ร่วมกับองค์กรท้องถิ่นก่อสร้างฝายแม้วเพื่อชะลอน้ำ ทำแนวกั้นช้างป่า ทำแนวป้องกันไฟป่า

จากความเป็นผู้นำและเสียสละเพื่อประโยชน์ของตนเองและส่วนรวม ทำให้นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอาชีพเกษตรกรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และได้รับคัดเลือกให้เป็นหมอดินอาสาประจำอำเภอ โดยทำหน้าที่ช่วยเหลือกิจกรรมและสนับสนุนภารกิจกรมพัฒนาที่ดินในพื้นที่ และจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมถึงจัดตั้งกลุ่มใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพให้กับสมาชิกและผู้ที่สนใจต่อไป

ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้จัดเป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานราชการที่สนใจ เป็นจุดเรียนรู้ของเกษตรกร โดยเกษตรกรหรือผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการศึกษาดูงาน สามารถติดต่อได้ที่ นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณ หมอดินอาสาประจำอำเภอศรีสวัสดิ์ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเป็ด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เบอร์โทรศัพท์ 0-84527-6227