สกู๊ปพิเศษ : ‘Stephen Lang สตีเฟน แลง’ คุณจะต้องจำชื่อเขาไปอีกนาน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/237017

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“สตีเฟน แลง” เกิดเมื่อ 11 ก.ค. 2495 คุณได้รู้จักและคุ้นเคยเขาดีจาก อวตาร Avatar และจะจดจำเขาในฐานะนักรบ เขาได้ใช้ประโยชน์จากรูปร่างที่น่ายำเกรงและพลังงานที่เหลือล้นของเขาในการแสดงที่ทรงพลัง

“สตีเฟน แลง” อดีตผู้กำกับร่วมของ แอ็กเตอร์ส สตูดิโอที่โด่งดัง  เขาได้สร้างความประทับใจ ต่อบทชายตาบอด ใน Don’t Breathe “ด้อนท์ บรีธ” ลมหายใจสั่งตาย เขาชำนาญในการแสดงทั้งภาพยนตร์ ซีรี่ส์และละครเวทีไม่ต่างกัน และเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการนี้มาอย่างยาวนาน

Don’t Breathe “ด้อนท์ บรีธ” ลมหายใจสั่งตาย ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 จาก มือเขียนบท และ “ผู้กำกับ “เฟเด้อัลวาเรซ (Evil Dead)” และผู้กำกับในตำนาน “แซม ไรมี” ในผลงานเรื่องที่ 2 ของเขา อัลวาเรซเลือกที่จะสู้ยิบตาด้วยทริลเลอร์สยองขวัญหักมุมโหดดิบ ที่นำ ….หัวขโมยสามคนมาเผชิญหน้ากับคู่ปรับที่อันตรายอย่างคาดไม่ถึง ด้วยความตั้งใจที่จะหนีจากแม่ที่ทำร้ายเธอและช่วยเหลือน้องสาวของเธอจากชีวิตที่ไร้ทางออก ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดหมายปลายทางที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับพวกเธอทั้งคู่ ร็อคกี้ (เจน เลวี)ยินดีทำทุกอย่างเพื่อหนทางรอด เธอและเพื่อนสองคน อเล็กซ์(ดีแลน มินเน็ตต์) และ มันนี (แดเนียล โซวัตโต้) ได้ดำเนินการโจรกรรมที่ผ่านการวางแผนมาอย่างรอบคอบหลายครั้ง เพื่อหาเงินสำหรับการหลบหนีจากดีทรอยท์ บ้านเกิดของพวกเขา อย่างไรก็ดี การลงมือของพวกเขากลับทำเงินได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้น เมื่อทั้งสามคนได้รู้ว่ามี ชายตาบอด (สตีเฟน แลง) ที่อาศัยอยู่ในย่านที่ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัย เก็บซ่อนเงินจำนวนหนึ่งเอาไว้ในบ้าน พวกเขาก็ตกลงที่จะลงมือทำการปล้นครั้งใหญ่ที่สุดและครั้งสุดท้ายของพวกเขา แต่แผนการของพวกเขากลับผิดพลาดอย่างมหันต์เมื่อเหยื่อของพวกเขากลับน่าสะพรึงกลัวกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้

สตีเฟน แลง

เป็นนักแสดงที่มีพลังในการแปลงกายที่ไม่ธรรมดา เขาชำนาญในการแสดงทั้งภาพยนตร์ ซีรี่ส์และละครเวทีไม่ต่างกันผลงานภาพยนตร์ของเขาที่กำลังจะเข้าฉายในปีหน้า ได้แก่ Isolation,Gridlocked, Braven, Beyond Valkyrie, Justice และ SolarEclipse ด้านจอแก้ว เขายังจะรับบท วัลโด้ มือสังหารพิการในซีรี่ส์เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้โดยเอเอ็มซีเรื่อง “Into the Badlands”และตัวตนที่ลึกลับของเขายังจะปรากฏในบทอินครีส มาเธอร์ในซีรี่ส์ยอดนิยมทางดับลิวจีเอ็นเรื่อง “Salem” อีกด้วย

ด้านจอเงิน ปัจจุบัน เขากำลังเตรียมตัวที่จะกลับมารับบท ผู้พันไมลส์ ควอริทช์ซีเควล 4 เรื่องสำหรับภาพยนตร์โดย เจมส์คาเมรอนเรื่อง Avatar

เมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้รับรางวัล “สเปเชียล จูรี ไพรซ์สาขาการแสดง” จากงานเทศกาลภาพยนตร์ฟินิกซ์จากสารคดีเรื่องBeyond Glory ซึ่งบันทึกช่วงเวลาสิบปีเบื้องหลังการแสดงเดี่ยวของเขาเกี่ยวกับผู้ได้รับเหรียญรางวัลเกียรติยศทั้งแปดคน ภาพยนตร์เรื่องนี้ควบคุมงานสร้างและนำเสนอโดย เจมส์ คาเมรอน และจอน แลนเดา ประธานบริษัทไลท์สตอร์ม เอนเตอร์เทนเมนต์และได้ถูกซื้อสิทธิ์เพื่อจัดจำหน่ายโดยกราวิทัส เวนเจอร์สผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจของเขารวมถึง Band Of Robbers, Last Exit To Brooklyn, Tombstone, Gettysburg, Gods And Generals, Public Enemies, White Irish Drinkers, Christina, A Good Marriage, Manhunter,Band Of The Hand,Conan The Barbarianและ ฯลฯ

รางวัลและการได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลของเขารวมถึง รางวัลแซทเทิร์น อวอร์ดสาขาผู้ร้ายยอดเยี่ยม, รางวัลเกรซ ไพรซ์,เอ็มทีวีและทีน ชอยซ์ อวอร์ด, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์บัฟฟาโล-ไนแอการา และ วิชันเฟสต์เอ็กซ์ ภาพยนตร์เรื่อง Beyond Glory ได้รับเหรียญรางวัลคุณูปการโดดเด่นจากผู้อำนวยการของเอ็นอีเอและรางวัลบ็อบ โฮป อวอร์ดจากสมาคมเหรียญเกียรติยศสภาคองเกรส ซึ่งยกย่องการถ่ายทอดเรื่องราวของทหารอเมริกันอย่างถูกต้องของแลง

ผลงานจอแก้วของเขารวมถึงการเป็นขาประจำซีรี่ส์ในซีรี่ส์ “Terra Nova” โดย สตีเวน สปีลเบิร์ก และซีรี่ส์คลาสสิก โดยไมเคิล แมนน์ เรื่อง “Crime Story” รวมถึงบทเบ๊บ รูธ ในซีรี่ส์เอ็นบีซีเรื่อง “Babe Ruth” และ “แฮปปี้” ใน “Death of a Salesman” ประกบ ดัสติน ฮอฟฟ์แมน

ผลงานละครเวทีของเขาที่นิวยอร์กรวมถึงเรื่อง A Few Good Men, The Speed Of Darkness, Defiance, Death Of A Salesman, The Guys, Hamlet และการแสดงเดี่ยว 101 ครั้ง ในเรื่อง Beyond Glory ที่โรงละครเดอะ ราวน์อเบาท์รางวัลและการได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลด้านละครเวทีที่เขาได้รับรวมถึงรางวัล โทนี, ดรามา เดสก์, ลูซิลล์ ลอร์เทล,โจเซฟ เจฟเฟอร์สัน, เฮเลน เฮย์ส และสมาคมนักวิจารณ์ละครเวทีนอกเมือง

สตีเฟน แลง เป็นสมาชิกของ ดิ แอ็กเตอร์ส สตูดิโอ เขาได้รับ ปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์จากสวอร์ธมอร์ คอลเลจ และมหาวิทยาลัยแจ็คสันวิลล์ และล่าสุดกับผลบทบาทของ ชายตาบอดใน Don’t Breathe “ด้อนท์ บรีธ”ลมหายใจสั่งตาย อยากรู้จะสะพรึงแค่ไหนต้องไปพิสูจน์ ด้วยตัวคุณเองในโรงภาพยนตร์

 

สกู๊ปพิเศษ : ช่อง 3 ส่งละครนํ้าดี ‘ดวงใจพิสุทธิ์’ ส่งเสริม สถาบันครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/234768

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นการสวนกระแสละครในช่วงนี้กันเลยทีเดียว เมื่อช่อง3 ส่งละครรสละมุนตีตื้นฐานแฟนคลับทุกเพศทุกวัยอย่าง “ดวงใจพิสุทธิ์” แห่งค่ายโซนิกซ์ บูม 2013 โดยผู้กำกับ โอ๊ต-วรวุฒิ นิยมทรัพย์ และ 2 ผู้จัดมากฝีมือ ชุดาภา จันทเขตต์ และ ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล ที่ส่งละครน้ำดี ตีแผ่ความบริสุทธิ์ในจิตใจ ถ่ายทอดความสดใสของเด็กๆ ผ่านพระ-นางเคมีใหม่ “สน-ยุกต์ ส่งไพศาล” ที่มารับบทเป็น หัฏฐ์ อาจารย์หนุ่มหล่อมาดขรึม เจ้าระเบียบ มั่นใจในตัวเองสูง ควงคู่พ่อแง่แม่งอนมากับสาวหน้าใส “แยม-มทิรา ตันติประสุต” ที่มารับบทเป็น ช้าง/ชินานาง นักวาดภาพประกอบสาวอารมณ์ดี ร่วมด้วยกามเทพตัวน้อยทั้งสองที่มาเชื่อมความรักให้กับทั้งคู่อย่าง น้องมาเรีย-ทิพย์รดา และ น้องรถบัส-ภคพล พร้อมทั้งนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น จอย-รินลณี, เขม-นราวิชญ์, อุ้ม-อิษยา, เพชร-กรุณพล, เจี๊ยบ-พิจิตตรา, แพร์-พิชชาภา, เป็ก-เปรมณัช, ตุ๊ก-ดวงตา,เจี๊ยบ-ปวีณา, ปู-ปริศนา ฯลฯ

“ดวงใจพิสุทธิ์” เรื่องราวความบริสุทธิ์ของเด็ก 2 คน ที่ถูกเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ลูกหมี (รับบทโดย น้องรถบัส) หลานสาวของ อาช้าง (รับบทโดย แยม-มทิรา) เด็กน้อยที่มีความสดใส ช่างพูด ฉลาด มองโลกในแง่ดี กับ ปุ๊คกี้ (รับบทโดย น้องมาเรีย) หลานสาวของ น้าหัฏฐ์ (รับบทโดย สน-ยุกต์) ที่พ่อ-แม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ทำให้ต้องมาอยู่ในความดูแลของ ชลีกร(จอย-รินลณี) ป้าสะใภ้ ที่แอบชิงชังริษยาครอบครัวของปุ๊คกี้มาโดยตลอด จึงถูกป้าสะใภ้กับลูกๆ กลั่นแกล้ง และทำร้ายทั้งร่างกายจิตใจ โดยที่ลุงแท้ๆ ไม่มีเวลาพอที่จะเอาใจใส่ เด็กน้อยจึงมีสภาพจิตใจเสียหายยับเยิน มีอาการซึมเศร้า หวาดระแวง จนน้าหัฏฐ์ต้องขอมาเลี้ยงดูในสังคมใหม่ๆ เรื่องราวความสนุกจึงเกิดขึ้น เมื่อเพื่อนบ้านอย่าง อาช้างและน้าหัฏฐ์ ต้องมาพบปะกันโดยมีกามเทพตัวน้อยอย่างสองเด็กน้อย เป็นสื่อรักเชื่อมเรื่องราวต่างๆ ให้เกิดขึ้น

ผู้กำกับ โอ๊ต-วรวุฒิ นิยมทรัพย์

“สำหรับละคร ดวงใจพิสุทธิ์ จริงๆ ละครเรื่องนี้เป็นละครที่ผมคิดว่ามันยากมากนะครับสำหรับผมนะ สิ่งที่คิดก่อนจะลงมาทำเพราะว่ามันมีเรื่องของคดีความ เรื่องของความอบอุ่นภายในครอบครัว เรื่องของการดูแลเด็ก เรื่องของการทารุณกรรมเด็ก สภาวะจิตใจเด็ก เรื่องของสถาบันครอบครัวมันมีความสำคัญอย่างไรต่อเด็กบ้าง การทอดทิ้ง การเพิกเฉย การไม่ดูแล การเลี้ยงดูอย่างไรให้เด็กได้มีสภาพจิตใจที่สมบรูณ์ มีสภาวะจิตใจที่สดใสแข็งแรง พวกนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากสำหรับผมนะครับ ต้องเข้าไปศึกษารายละเอียดต่างๆ แต่ว่าเราทำๆ ไปมันมีความรู้สึกว่าเราอยากนำเสนอเรื่องนี้ให้กับคนดูบ้านเราได้ดูในสิ่งที่เรากำลังสื่อสารบอกว่า ทำไมสังคมไทยเราปัจจุบันนี้ถึงมีความรุนแรงเกิดขึ้นเยอะมาก มันเริ่มมาจากอะไร มันเริ่มมาจากครอบครัวไหม ครอบครัวให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือเปล่า การดูทีวี การดูสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ละครหรือข่าวสารต่างๆ คุณอธิบายให้เด็กมากน้อยแค่ไหน ว่ามันมีสิ่งดีและสิ่งไม่ดีแอบแฝงในข่าวสารนั้นๆ อยู่ เราทำความเข้าใจมากน้อยแค่ไหนที่จะให้เด็กเขากล้าที่จะถาม กล้าที่จะคุยกับคุณว่าทำไมคนนี้เขาถึงเป็นคนดี ทำไมคนนี้ถึงไม่ดี คุณสอนเขายังไง เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนของสิ่งที่ควรทำประจำสม่ำเสมอครับ ไม่ใช่ทำแค่ครั้งเดียวแล้วก็ปล่อยผ่านไป แล้วให้เขาไปเสพสิ่งต่างๆ แล้วเข้าใจแล้วคิดกันเอง ซึ่งพอผมได้มาทำละครเรื่องนี้ ผมมีความรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นละครที่มีประโยชน์ต่อสังคมบ้านเรา ในสภาวะที่สังคมเกิดความรุนแรงอยู่ในสังคมต่างๆ อยากให้ได้ติดตามชมกันครับ รับรองว่าเป็นละครน้ำดีที่แฝงข้อคิดต่างๆ มากมายครับผม”

ละครน้ำดี “ดวงใจพิสุทธิ์” ติดตามชมได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น. ทางช่อง 3 (ออริจินัล) และช่อง 33HD ออกอากาศตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายนนี้

 

สกู๊ปพิเศษ : ‘หัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพ’ลดต้นทุนได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234985

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มันฝรั่งเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำรายได้ให้เกษตรกรสูงถึง15,000-25,000 บาท/ไร่/ปี ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งผลิตมันฝรั่งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา ตาก และเพชรบูรณ์ และมีการขยายไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย สกลนคร และนครพนม โดยมีการเพาะปลูกทั้งมันฝรั่งพันธุ์สปุนต้าซึ่งใช้บริโภคทั่วไป มีความต้องการ ประมาณ 10,000 ตัน/ปี และมันฝรั่งพันธุ์โรงงาน คือ พันธุ์แอตแลนติกใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูป ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมมันฝรั่งที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการแปรรูปเป็นมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ(potato chip) ต้องการใช้มากถึง140,000 ตัน/ปี ผู้ประกอบการจึงต้องนำเข้ามันฝรั่งสดจากต่างประเทศปีละ34,000-35,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งสูงถึง 13,000ตัน/ปี มีมูลค่านับร้อยล้านบาท

นางสาวอรทัย วงค์เมธา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เนื่องจากหัวพันธุ์มันฝรั่งนำเข้ามีราคาแพง บางปีสูงถึง 35 บาท/กิโลกรัม ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูงขณะที่หัวพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรเก็บไว้ใช้เองไม่มีคุณภาพ และมีปัญหาเรื่องโรค ทำให้การผลิตหัวพันธุ์ใช้ภายในประเทศยังมีปริมาณน้อย และไม่เพียงพอต่อความต้องการ จากปัญหาดังกล่าวกรมวิชาการเกษตรจึงได้เร่งดำเนินการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งหลัก (G0) ปีละ 500,000 หัว และหัวพันธุ์ขยาย (G1) ปีละ 50 ตัน จำหน่ายให้กับเกษตรกร เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการและลดการนำเข้าหัวพันธุ์บางส่วนจากต่างประเทศ พร้อมลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรด้วย

ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพดี ให้มีผลผลิตส่งโรงงานแปรรูป ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรในการเป็นผู้ผลิตหัวมันฝรั่งสด เพื่อการแปรรูปให้เพียงพอกับความต้องการของโรงงานแปรรูปในระยะยาว

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ได้พัฒนาขั้นตอนการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพ เพื่อรองรับความต้องการของสหกรณ์และเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยมี6 ขั้นตอน คือ 1.ผลิตต้นอ่อนปลอดเชื้อโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในอาหารแข็ง และการผลิตด้วยระบบไบโอรีแอคเตอร์จมชั่วคราว (TIB) 2.การผลิตต้นแม่พันธุ์ในโรงเรือน 3.การผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งหลัก G0ในระบบแอโรโปนิค (Aeroponic) หรือระบบรากลอยในอากาศ และวัสดุปลูกภายในโรงเรือนกันแมลง โดยจะเก็บเกี่ยวหัวพันธุ์เมื่อต้นมันฝรั่งอายุได้ 90 วัน4.การผลิตหัวพันธุ์ขยาย หรือ G1 ในแปลงปลูก ใช้ระยะเวลาปลูก90 วัน ก็เก็บเกี่ยวหัวพันธุ์คุณภาพจำหน่ายให้เกษตรกรได้ ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ซึ่งต่ำกว่าหัวพันธุ์ที่นำเข้า 5.การผลิตหัวพันธุ์รับรอง หรือ G2-G3โดยกรมวิชาการเกษตรจะผลิตและจำหน่ายให้เกษตรกรหรือบริษัทเอกชนในราคาถูก ซึ่งหัวพันธุ์ G2 กิโลกรัมละ20 บาท และหัวพันธุ์ G3 ราคากิโลกรัมละ 18 บาท และ6.การตรวจสอบโรคไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งทุกขั้นตอนการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งของกรมวิชาการเกษตรต้องดำเนินการตรวจสอบโรคไวรัสและแบคทีเรีย เพื่อให้ได้หัวพันธุ์คุณภาพ โดยหัวพันธุ์ทุกชุดที่ผ่านการตรวจแล้วจึงจะจำหน่ายให้เกษตรกร

ปีนี้ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย เร่งดำเนินการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่ง G1คุณภาพไม่น้อยกว่า 50 ตัน จำหน่ายให้กับสหกรณ์ผู้ปลูกมันฝรั่ง บริษัทเอกชน นำไปปลูกขยายเป็นหัวพันธุ์ G2 ป้อนให้เกษตรกรที่ผลิตมันฝรั่งสดป้อนโรงงานแปรรูป เป็นช่องทางหนึ่งที่จะเพิ่มปริมาณหัวพันธุ์คุณภาพให้เพียงพอ ช่วยลดปริมาณการนำเข้าจากประเทศ ที่สำคัญยังช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรได้

“หัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพที่กรมวิชาการเกษตรผลิตได้นั้น มีขนาดหัวเล็กกว่าหัวพันธุ์ที่นำเข้า เมื่อนำไปปลูกเกษตรกรไม่ต้องผ่าหัว ทำให้ต้นมันฝรั่งมีความแข็งแรง ทนทานต่อโรคได้ดีกว่า เจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตสูง เฉลี่ยอยู่ที่ 3.5 ตัน/ไร่ ขณะที่หัวพันธุ์นำเข้าจะมีขนาดใหญ่ เกษตรกรจะใช้วิธีผ่าหัวแล้วนำไปปลูก ทำให้ต้นมันฝรั่งไม่ค่อยแข็งแรงและให้ผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 2-2.5 ตัน/ไร่” นางสาวอรทัยกล่าว

หากสนใจหรือต้องการ “หัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพ” สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร โทร.0-5311-4133-36 และ 0-5311-4070-71 ในวันและเวลาราชการ

สกู๊ปพิเศษ : ‘พัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณ’หมอดินดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234799

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากเกษตรกรที่ทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ต้องใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมาก จึงเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณเกษตรกรผู้ไม่ท้อแท้กับชีวิตและอาชีพของตนเอง จึงหันมาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรจากเชิงเดี่ยวมาสู่การทำเกษตรแบบผสมผสาน พร้อมกับกับพัฒนาที่ดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยวิธีของกรมพัฒนาที่ดิน จนกระทั่งวันนี้สามารถพึ่งพาตนเองและเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนเกษตรกรคนอื่นๆ ได้ ที่พ่วงท้ายมาด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหมอดินอาสาดีเด่นชนะเลิศ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10

นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณหมอดินอาสาประจำอำเภอศรีสวัสดิ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหมอดินอาสาดีเด่นชนะเลิศ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเป็ด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เบอร์โทรศัพท์ 08-4527-6227 กล่าวว่าก่อนที่จะมีแนวคิดการทำไร่นาสวนผสม ตนนั้นประกอบอาชีพเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ปลูกข้าวโพด ปลูกพริก เช่นเดียวกับเกษตรกรรายอื่นๆ จนมาวันหนึ่งต้องประสบกับปัญหาผลผลิตไม่มีคุณภาพ ต้นทุนการผลิตสูง อันมีสาเหตุมาจากดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ที่เกิดจากใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมากมาในระยะเวลาที่ทำการเกษตรมา โดยไม่ได้มีการปรับปรุงบำรุงดิน อีกทั้งรายได้ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในครอบครัว

จากปัญหาดังกล่าวนี้เอง ทำให้เกิดความคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาอาชีพการทำเกษตรกรรมแล้ว ในเบื้องต้นจึงได้เข้ารับการฝึกอบรมและศึกษาดูงานกับกรมพัฒนาที่ดินและหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งหลังจากที่ศึกษาดูงานแล้วจึงมีความเข้าใจในการทำเกษตรมากขึ้น จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรจากเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสานเริ่มจากแบ่งพื้นที่ปลูกพืช คือ ปลูกข้าวเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล ได้แก่ ไผ่รวก มะละกอ กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ฯลฯ พืชผัก เช่น ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง แตงกวา บวบ ฯลฯ สมุนไพร เช่น ตะไคร้หอม ข่า และสะเดา พร้อมกันนั้นก็ได้เลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ และสุกร และนำมูลสุกรมาใช้ เลี้ยงปลา เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาแรด ปลานวลจันทร์ ฯลฯ รวมถึงผลิตเป็นก๊าซหุงต้มเพื่อใช้ภายในครัวเรือน

นอกจากนี้ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกพืชเพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรม ได้แก่ สมอไทย และมะกอกป่า โดยได้จัดตั้งกลุ่มใช้สารอินทรีย์ลดใช้สารเคมีทางการเกษตร และจัดตั้งศูนย์เพื่อเรียนรู้และเผยแพร่ความรู้การผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพให้กับสมาชิกเกษตรกร และประชาชนทั่วไป จากการปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรในครั้งนี้ทำให้ได้ศึกษาเรียนรู้ในอาชีพเกษตรกรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้พัฒนาตนเองแล้วยังเผยแพร่สู่สังคมด้วย เช่น การเข้ารับการฝึกอบรมเป็นหมอดินอาสาจากสถานีพัฒนาที่ดินกาญจนบุรีและได้ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินต่างๆ

และได้นำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินของกรมพัฒนาที่ดิน มาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน อาทิ 1.ปรับปรุงสภาพดินกรดโดยใช้สารปรับปรุงดิน (โดโลไมท์) 2.ใช้ปุ๋ยหมักซุปเปอร์ พด.1 เพื่อปรับโครงสร้างดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ดิน 3.ปลูกพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดิน 4.ใช้น้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์ พด.2 เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช 5.ใช้สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น ซุปเปอร์พด. 6 เพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นและบำบัดน้ำเสียในคอกสัตว์ 6.ใช้สารควบคุมแมลงศัตรูพืชซุปเปอร์ พด.7 แทนการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 7.ปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ศูนย์ที่มีความลาดชันเพื่อลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และนำใบหญ้าแฝกที่ตัดแต่งมาคลุมโคนต้นพืชเพื่อรักษาความชื้นในดินจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในการใช้เทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน ช่วยในการปรับปรุงคุณภาพดินทำให้พืชมีการเจริญเติบโตดีขึ้นและให้ผลผลิตสูงขึ้นในรอบปีที่ผ่านมามีรายได้จากการขายพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น โดยสามารถขายกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าเป็นเงิน 445,000 บาท ขายมะละกอเป็นเงิน 1,152,000 บาท ขายไผ่รวกหวาน เป็นเงิน 40,000 บาท รวมเป็นเงินที่ขายผลผลิตทั้งหมดได้ 1,637,000 บาท

นายพัฒน์พงษ์ กล่าวอีกว่าตนได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการทำเกษตร ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า มีการนำเศษหญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง มูลสัตว์มาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก แล้วนำไปใช้ปรับปรุงบำรุงดิน ทำน้ำหมักชีวภาพจากเศษผักและผลไม้เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และผลิตสารขับไล่แมลงศัตรูพืชจากสมุนไพร โดยทั้งหมดนี้เป็นการลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตให้น้อยลง นอกจากนี้ตนยังได้จัดทำแปลงขยายพันธุ์หญ้าแฝกเพื่อนำไปใช้ในระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง และแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่เพียงเท่านี้ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตนก็ได้ใช้ทฤษฎีปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นผู้นำชาวบ้านในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตพื้นที่อุทยานป่าไม้ในตำบล ร่วมกับองค์กรท้องถิ่นก่อสร้างฝายแม้วเพื่อชะลอน้ำ ทำแนวกั้นช้างป่า ทำแนวป้องกันไฟป่า

จากความเป็นผู้นำและเสียสละเพื่อประโยชน์ของตนเองและส่วนรวม ทำให้นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอาชีพเกษตรกรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และได้รับคัดเลือกให้เป็นหมอดินอาสาประจำอำเภอ โดยทำหน้าที่ช่วยเหลือกิจกรรมและสนับสนุนภารกิจกรมพัฒนาที่ดินในพื้นที่ และจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมถึงจัดตั้งกลุ่มใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพให้กับสมาชิกและผู้ที่สนใจต่อไป

ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้จัดเป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานราชการที่สนใจ เป็นจุดเรียนรู้ของเกษตรกร โดยเกษตรกรหรือผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการศึกษาดูงาน สามารถติดต่อได้ที่ นายพัฒน์พงษ์ มงคลกาญจนคุณ หมอดินอาสาประจำอำเภอศรีสวัสดิ์ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 10 บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเป็ด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เบอร์โทรศัพท์ 0-84527-6227

สกู๊ปพิเศษ : คึกคัก ในงาน ‘ไทยเที่ยวไทย’ ชวนไปภาคเหนือตอนล่าง 2 นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234196

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หากเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวทางภาคเหนือของประเทศไทย หลายคนคงคิดไปไกลถึงเชียงใหม่ เชียงราย หรือแม่ฮ่องสอน ทำให้การวางแผนท่องเที่ยว ยาวไกลพอๆ กับสถานที่ ซึ่งนานๆ ครั้งถึงจะมีโอกาสได้ไปเที่ยว

แต่เชื่อว่าความคิดในการท่องเที่ยวภาคเหนือของหลายคนจะเปลี่ยนไป หากได้มาเที่ยวงาน “ไทยเที่ยวไทย”ครั้งที่ 40 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2559 ในงานนี้ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี ได้ร่วมงานจัดแสดงจำลองสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ รวมถึงวิถีชีวิตและประเพณีต่างๆซึ่งมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

“ช่องเย็น” อุณหภูมิเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของถนนคลองลาน-อุ้งผาง อยู่ในพื้นที่ “อุทยานแห่งชาติแม่วงก์” จังหวัดกำแพงเพชร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม  เป็นช่องเขาที่มีลมพัดผ่านตลอดเวลา เป็นที่มาของชื่อ “ช่องเย็น”เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นและชื้น จึงพบพันธุ์ไม้ที่ชอบความชุ่มชื้นได้แก่ กลัวยไม้ เฟิร์น และยังเป็นถิ่นอาศัยของนกหลากหลายชนิดเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย ชวนให้น่าไปเที่ยวอย่างยิ่ง “น้ำตกคลองลาน” ในอุทยานแห่งชาติคลองลาน เป็นน้ำตกที่สวยงาม และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่ได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลก”จาก UNESCO เมื่อปี 2534 มีโบราณสถานที่น่าสนใจเช่น “วัดพระสี่อิริยาบถ” วัดช้างรอบ” ตลาดยัอนยุคนครชุม จำลองบรรยากาศแบบย้อนยุคเปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ต้นเดือน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองสี่แคว เป็นต้นสายของแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนมีพุทธสถาน“วัดคีรีวงศ์ และหอชมเมือง” ซึ่งเป็นอาคาร 10 ชั้นสูงประมาณ 32 เมตร จะมองเห็นทัศนียภาพของเมืองนครสวรรค์ได้อย่างสวยงาม มี “พระจุฬามณีเจดีย์” ตั้งอยู่บนยอดเขาดาวดึงส์ ตัวฐานพระเจดีย์ สร้างในสมัยทศวรรษที่ 19 ปลายสมัยกรุงสุโขทัย สามารถเข้าชมได้ทุกวัน

จังหวัดพิจิตร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ “บึงสีไฟ” เรื่องราวทางวรรณคดีไทยอย่างไกรทอง และ พญาชาละวัน ยังคงกล่าวขานถึงจนปัจจุบัน สักการะ “หลวงพ่อเพชร” พระคู่บ้านคู่เมือง ที่วัดท่าหลวง และ “หลวงพ่อเงิน” ที่วัดบางคลาน สุดท้ายที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นเมืองเก่าที่บอกเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรมและประเพณีที่น่าสนใจไว้มากมาย อาทิเช่น “ประเพณีตักบาตรเทโวที่ วัดสังกัสรัตนคีรี” ซึ่งมีขึ้นในวันออกพรรษา พระสงฆ์เดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรัง 449 ขั้นเพื่อมารับบิณฑบาตรข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน ช่างเป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีเรื่องราววิถีชีวิตชาวแพ ลุ่มน้ำสะแกกรัง ก็ยังเป็นภาพที่น่าตื่นตาทุกครั้งที่ได้มาสัมผัส ตลอดจน“ถนนคนเดินตรอกโรงยา” ที่รวบรวมเรื่องราวในอดีตให้นักท่องเที่ยวมาเดินในทุกวันเสาร์

นอกจากแบบจำลองที่มาจัดแสดงให้ผู้เดินเยี่ยมชมงานได้มาถ่ายภาพอย่างสนุกสนานแล้ว สิ่งที่ทำให้บูธของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ดูคึกคักเป็นพิเศษ ก็คือกิจกรรม “ถ่ายภาพในบูธ กดแชร์ กดไลค์” รับของที่ระลึก แก้วน้ำสกรีนภาพแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกลุ่มจังหวัด หรือเข็มกลัดภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อีกด้วย

สำหรับผู้ที่พลาดเที่ยวชมงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 40” สามารถดูข้อมูลการท่องเที่ยวของกลุ่มภาคเหนือตอนลาง 2 ได้ที่ facebook แฟนเพจ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2…. แล้วจะรู้ว่าชอบ การเดินทางที่ไม่ไกล มาเที่ยวนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตและอุทัยธานี มีดีกว่าที่คิด…

สกู๊ปพิเศษ : ‘Shin Godzilla ชิน ก็อดซิลล่า’ กับ 3 ซุป’ตาร์ดังจากแดนซามูไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/232574

วันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

Shin Godzilla (ชิน ก็อดซิลล่า) เป็นหนังภาคล่าสุดของเฟรนไชส์ก็อดซิลล่า โดยอสูรกายขนาดยักษ์ที่สูงถึง 118.5 เมตรสูงสุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมได้ 3 ซูเปอร์สตาร์มากฝีมือที่มาร่วมถ่ายทอดบทบาทสำคัญ

ฮิโรกิ ฮาเซกาว่า หลายคนอาจคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคอภาพยนตร์และซีรี่ส์ญี่ปุ่น เพราะฮิโรกิเพิ่งมี Attack of the Titans (แอทแทค ออฟ ดิ ไตตัน) ภาค 1 และ 2 นอกจากนี้ยังคว้ารางวัล Best Supporting Actor (เบสท์ ซัพพอร์ทติ้ง แอคเตอร์) จากภาพยนตร์ซีรี่ส์ I’m Mita, Your Housekeeper (แอม มิตา, ยัวส์ เฮ้าส์คีพเปอร์) ในการประกาศรางวัล Television Drama (เทเลวิชั่นดราม่า) ครั้งที่ 71

ซาโตมิ อิชิฮาระ นางแบบนักแสดงซูเปอร์สตาร์สาวที่มีความสามารถด้านการแสดงโดดเด่น มีผลงานมากมายทั้งภาพยนตร์และซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็น My Granpa (มาย แกรนป้า) ที่เธอแสดงสามารถกวาดรางวัลจากสถาบันต่างๆมากมายถึง 6 สถาบัน, Teru Teru Kazoku, H2 ที่สร้างจากการ์ตูนวัยรุ่นระดับเบสท์เซลเลอร์ของอาดาจิ มิซึรุ รวมไปถึงผลงานภาพยนตร์ที่เคยเข้ามาฉายในเมืองไทยอย่าง The Bandage Club (ดิ แบรนเอจ คลับ) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลงานล่าสุดที่เปลี่ยนลุคสวมแว่นกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์สุดเนิร์ดบ้าพลังในภาพยนตร์สุดฮิตอย่าง Attack On Titan

ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ นายแบบ ซูเปอร์สตาร์นักแสดงหนุ่มหล่อเซอร์ขวัญใจสาวๆจากผลงานที่ผ่านมาอย่าง “สื่อรักอินเตอร์เนต (WithLove–วิท เลิฟ)”, Beach boys และ ซีรี่ส์แอ๊กชั่นดราม่าสุดเข้มข้นอย่าง ทีมล่าทรชน (boss-บอส) ที่ฉายทาง ไทยพีบีเอส

ช่วยเล่าบทบาทของแต่ละคน

คุณฮาเซกาว่า

บทบาทของผมคือเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นบทที่ต้องเผชิญหน้ากับก็อดซิลล่าโดยตรง ยางูจิ เป็นวีรบุรุษบูชิโดแบบดั้งเดิม ต้องฝึกให้ตัวเองฮึกเหิม ให้กลายเป็นผู้นำให้ได้ เขาแสดงความเป็นผู้นำภายในองค์กร และช่วยกระชับความสามัคคีความแข็งแกร่ง เป็นคนที่เป็นความหวังของอนาคตญี่ปุ่น โจทย์ของผมก็คือ ผมจะทำแบบไหนให้กลายเป็นนักการเมืองที่ทุกคนเชื่อ เป็นชายอายุ 30 กว่าๆ ได้เป็นเลขาฯ คณะรัฐมนตรี ผมพยายามเล่นให้มันดูมีตัวตนจริงๆ คิดว่าตัวละครต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง มันก็มีปัญหามากมายเกิดขึ้น ทั้งในองค์กรทั้งประเทศ อยากที่จะปกป้องพลเมืองในประเทศ พอคิดแบบนี้ ตัวละครมันก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาเอง ส่วนอื่นๆ ผมก็จะถามผู้กำกับอันโนะ เขาจะค่อยๆ เรียนรู้และเติบโตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ

ทาเคโนะอุจิ

ผมได้รับบทเป็นนักการเมืองครับ ผมไม่เคยเล่นบททำนองนี้มาก่อนเลย ปกติผมก็จะเห็นนักการเมืองจากในทีวี ครั้งนี้ต้องมาเล่นเอง มันตรงกันข้ามกับบุคลิกของผมเลย ผมไม่รู้จะแสดงยังไง พออยู่ในกองถ่าย พอไม่เข้าใจอะไรก็ถามผู้กำกับก่อน ก็ได้รับคำแนะนำอย่างดี ความคิดของผู้กำกับนั้นสุดยอดจริงๆ เขารู้ลึก รู้ไปหมด นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตอนถ่ายทำกับคุณอันโนะ บทของคุณฮาเซกาว่าเป็นนักการเมืองที่อ่อนหัด ซึ่งมันตรงกับบทบาทของผมเลย

อิชิฮาระ

บทที่ฉันได้รับคือ คายาโกะ แอน แพตเตอร์สัน เป็นคนอเมริกันที่เป็นผู้ติดตามพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐ พ่อของเธอมีอำนาจมันทำให้เธอโตมาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง แต่คำพูดของยางูชิทำให้เธอได้นึกถึงรากเหง้าความเป็นญี่ปุ่นในตัวเธอ นอกจากเรื่องอสูรกายมันยังเป็นเรื่องราวการเติบโตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วย

การทำงานในกองถ่ายเป็นอย่างไรบ้าง

อิชิฮาระ

ในช่วงระหว่างถ่ายทำ ฉันปวดท้องเพราะโรคกระเพาะกำเริบทุกวันเลยค่ะ จึงทำให้รู้สึกเคว้งมาก ทั้งยังรู้สึกกดดันสูงมากด้วย ตอนเริ่มถ่ายซีนแรกๆ ฉันเครียดมาก ฉันไม่เข้าใจ เวลาถ่ายฉากที่ต้องมองก็อดซิลล่า (ต้องมองอากาศ) ฉันต้องทำแบบไหนนะ ต้องมองยังไง ฉันเริ่มรู้สึกท้อแท้ ก็เลยบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าอย่ายอมแพ้นะ ด้วยบทบาทในเรื่อง ฉันต้องเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์เก่งเสียด้วยสิ แล้วพอถ่ายไปเรื่อยๆ เปลี่ยนซีนไปเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ เล่นได้ ความรู้สึกเคว้งก็ค่อยๆ หายไป ค่อยๆ ปรับตัวได้

การถ่ายทำช่วงไหนที่คิดว่ายากที่สุด

ฮาเซกาว่า

ผมคิดว่าแสดงบทบาทการเมืองให้ดูสมจริงนั้น ค่อนข้างยากลำบาก บทบาทของผมก็จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองครับ ถ้าพูดถึงนักการเมืองละก็ ผมก็เห็นทั่วไปตามสื่อโทรทัศน์แค่นั้นครับ ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง อย่างเช่น เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ก็จะมีกล้องถ่ายล้อมรอบพร้อมกับการถูกรุมถาม เป็นสิ่งที่ทำได้ยากลำบากมากๆครับเพื่อให้ดูสมจริง

ทาเคโนะอุจิ

ขณะถ่ายทำฉาก CG นั้นเนื่องจากข้างหลังเป็นฉากสีเขียวพอมองไปยังจอมอนิเตอร์ จึงทำได้เพียงจินตนาการภาพเอาเองครับ ซึ่งเมื่อก็อดซิลล่าปรากฏตัว ก็จำเป็นต้องแสดงท่าทางตกใจพร้อมกับพูดคำว่าว่า โอ้ว ซึ่งผมไม่อยากแสดงออกมาให้มันดูไม่สมจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดว่าจะต้องแสดงในลักษณะไหนดี ซึ่งนั้นแหละครับเป็นสิ่งที่ยาก

อิชิฮาระ

ช่วงก่อนที่จะถ่ายทำค่อนข้างลำบากค่ะ ตอนที่ได้รับบทภาพยนตร์มานั้น มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมดแถมยังเป็นคำที่เข้าใจยากอีกด้วย ศัพท์เกี่ยวกับข่าวอะไรทำนองนั้น ซึ่งมันยากต่อการเข้าใจ มีส่วนที่ไม่เข้าใจเยอะมาก จึงจำเป็นที่จะต้องหาความหมายเพิ่มเติม

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำหนดฉายทั่วโลก 100 ประเทศ รู้สึกอย่างไรที่ได้รับความสนใจขนาดนี้

ฮาเซกาว่า

ก็ดีใจมากที่หนังได้ฉายในหลายๆ ประเทศ สมมุติว่าเวลาผมไปทำงานในต่างประเทศ คนก็จะถามว่า “คุณคือนักแสดงเรื่องก็อดซิลล่าใช่ไหม” แล้วการที่ก็อดซิลล่าไปฉายในเมืองนอก อาจจะทำรายได้ของหนังเพิ่มขึ้นด้วย(หัวเราะ) ผมดีใจมากครับ

ทาเคโนะอุจิ

ก็รู้สึกดีใจจริงๆ เพราะตอนแรกผมก็เหมือนกับคุณผู้กำกับอันโนะครับ ว่าเราจะรับงานนี้ดีไหมนะ แต่ว่าพอตอนนี้หนังมันเสร็จแล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ดีมากๆ เลย ดูจบแล้วมีความฮึกเหิมสุดๆ ก็รู้สึกไม่ได้อยากให้แค่คนญี่ปุ่นได้เห็นนะครับ แต่ผมก็อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นเหมือนๆ กัน ที่สำคัญ ผมก็อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อหนัง และนั่นก็คือสิ่งที่รู้สึกดีใจ เวลาที่มีคนพูดถึงงานของเรา

อิชิฮาระ

เป็นเวลา 60 ปีแล้วที่โตโฮสร้างก็อดซิลล่ามาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นใครเกิดในช่วงเวลาไหน ก็ต้องรู้จักก็อดซิลล่ากันหมด การได้ไปฉาย 100 ประเทศก็สุดยอดมากๆ เลย จนถึงตอนนี้ แม้จะอยู่มา 60 ปีแล้วก็อยากให้มันมีไปเรื่อยๆ อยากให้ทั่วโลกได้เห็น

ความรู้สึกเมื่อภาพยนตร์ถ่ายทำสร็จสมบูรณ์แล้ว

ทาเคโนะอุจิ

การที่ผมได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ “ก็อดซิลล่า” ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับยอดฝีมือขนาดนี้ คงจะเป็นความรู้สึกที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิต ตอนที่ผมได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ บทหนามากครับ ตัวหนังสือเต็มพรืดไปหมด จนผมจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะออกมาอย่างไร แม้กระทั่งตอนระหว่างถ่ายทำ พอหนังเสร็จแล้ว ตอนได้ดู ก็รู้สึกภูมิใจมาก

ฮาเซกาว่า

รู้สึกปลื้มสุดๆเลยครับ เพราะนี่เป็นภาพยนตร์ก็อดซิลล่าแนวใหม่ ผมเคยดูวีดีโอเมื่อตอนเด็กๆ ผมกลัวมันมากตอนนั้น แต่มันทำให้ผมรู้ว่าหนังญี่ปุ่นมันน่าทึ่งขนาดไหน

ชิฮาระ

ฉันว่าพวกเขาต้องกล้ามากที่ทำหนังแบบนี้ออกมาในตอนนั้น มันยอดมากที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ เป็นหนังเฟรนไชส์หนังที่ยาวนานมาถึง 60 ปี ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะได้ดูไปเมื่อวันก่อนนี้ค่ะ รู้สึกกลัวจนตัวสั่นเลย

อยากฝากอะไรทิ้งท้าย

อิชิฮาระ

ฝากถึงท่านผู้ชมว่าถ้าชอบส่วนไหน มีความรู้สึกยังไง มีประสบการณ์ระหว่างชมอย่างไร ตอนดูจบก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันเยอะๆ นะคะ

ทาเคโนะอุจิ

“Shin Godzilla” สร้างโดยจินตนาการของคุณอันโนะ (ผู้กำกับ) โดยทำให้ก็อดซิลล่ามีตัวตนในประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยอยากให้ทุกคนทั่วโลกได้รับชมและแสดงความคิดเห็นกันเยอะๆ นะครับ

ฮาเซกาว่า

ในระหว่างการถ่ายทำนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งผมก็ได้สัมผัสมันมาแล้ว ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำ การต้องเสี่ยงอันตราย แต่ก็ดีใจที่ได้ร่วมชะตากรรมพร้อมกับทีมงานทั้งหมด 328 ชีวิต โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ “ญี่ปุ่นยังคงมีอยู่” พวกเราจะได้เห็นการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดีตามวิถีของคนญี่ปุ่น การให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาร่วมกัน มันเป็นประเด็นที่ดีมากๆ ผมอยากให้ทุกคนได้ชม กำหนดฉายในประเทศไทย 8 กันยายนนี้ และขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยทุกคนด้วยนะครับ

 

สกู๊ปพิเศษ : ‘Imperium สายลับขวางนรก’ กับการพลิกบทบาท ครั้งสำคัญของ ‘แดเนียล แรดคลิฟฟ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/231465

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ฮอลลีวู้ด ไทยแลนด์” แท็กทีม “แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น” เอาใจแฟนพันธุ์แท้หนัง แอ๊กชั่นบู๊ระห่ำ ส่งสุดยอดภาพยนตร์แอ๊กชั่น-ทริลเลอร์เรื่อง “Imperium” (อิมพีเรียม) หรือที่มีชื่อภาษาไทยว่า “สายลับขวางนรก” พบกับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของนักแสดงหนุ่มชื่อดังอย่าง “Daniel Radcliffe” (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) ที่สลัดคราบพ่อมดน้อยจากภาพยนตร์แฟรนไชส์ Harry Potter (แฮร์รี่ พอตเตอร์) และ Now You See Me 2 (นาว ยู ซี มี 2) มาโกนหัวสวมวิญญาณเป็น เอฟบีไอหนุ่มที่แฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพนาซีเพื่อสืบราชการลับ ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่าง Tony Collette (โทนี่ คอลเล็ตต์), Tracy Letts (เทรซี่ เลตต์), Sam Trammell (แซม แทรมเมล)ฯลฯ จากผลงานการกำกับของ Daniel Ragussis (แดเนียล รากัสซิส) โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของอดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ Michael Garman (ไมเคิล เจอร์แมน) 8 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Daniel Ragussis (แดเนียล รากัสซิส) ผู้กำกับเล่าถึงที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ฟังว่า

“โดยเนื้อแท้แล้ว Imperium (อิมพีเรียม) เป็นเรื่องราวของตำรวจลับที่ชื่อ Michael Garman (ไมค์ เจอร์แมน) อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ผู้คร่ำหวอดกับการแฝงตัวเข้าไปในชุมชนผู้เทิดทูนคนขาว เป็นแรงบันดาลใจให้ผมบอกเล่าเรื่องราวคลาสสิกนี้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร เจ้าหน้าที่คนนี้ต้องซึมซับตัวเองให้อยู่ในโลกที่แปลกแยก ดังนั้นเรื่องราวของ Mike (ไมค์) เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำอย่างเดียวกัน ผมเริ่มต้นการเดินทางไปที่ชุมชนขนาดใหญ่ในเมือง ที่นั่นมีการแสดงออกที่โจ่งแจ้งเช่น พวกสกินเฮ้ดที่กระหายการต่อสู้ พวกคูคลักซ์แคลน พวกคนยากจนไร้การศึกษา ถูกกระทำทารุณ พวกเขาทั้งหมดต่างก็ถูกร้อยโยงกันด้วยความศรัทธาที่ไม่สั่นคลอนที่ว่าพวกเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในรัฐเผด็จการ

เหตุการณ์ปฏิวัติแบบนี้นี่เองที่ Michael Garman (ไมค์ เจอร์แมน) ใช้เวลาหลายปีเพื่อป้องกันมัน และแม้ว่านี่จะเป็นภาพยนตร์
เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอหนุ่มที่เสี่ยงชีวิตที่จะทำเช่นเดียวกัน แต่มันก็ยังเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตคู่ขนานกับสังคมของเรา ผู้ที่เฝ้ารออย่างอดทนให้ถึงวันที่พวกเขาจะสามารถสลัดจากอำนาจของผู้กดขี่พวกเขาและลุกขึ้นยืนหยัดได้อีกครั้ง

“ในภาพยนตร์เรื่องนี้แฟนๆ จะได้เห็นบทบาทการแสดงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของ “Daniel Radcliffe” (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) ที่ยอมลงทุนโกนหัวเพื่อให้สมกับบทบาทเอฟบีไอที่เขาได้รับ อยากให้ลองติดตามฝีมือการแสดงของ Daniel (แดเนียล) ที่แปลกตาออกไป ผมกล้าการันตีว่าคุณไม่เคยเห็นเขาเล่นแอ๊กชั่นเต็มๆ แบบนี้ในภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อนครับ…”

 

สกู๊ปพิเศษ : ‘โป๊ป-เดียร์น่า’ ดราม่าเชือดเฉือนเต็มอารมณ์ ใน ‘เลือดรักทระนง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/230356

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ได้คิวออกอากาศแล้วสำหรับละครดราม่าเข้มข้นเรื่อง “เลือดรักทระนง” ของผู้จัด จริยา แอนโฟเน่ บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด สร้างจากบทประพันธ์ของ นางแก้ว บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง กำกับการแสดงโดย แมน เมธี นำแสดงโดยพระ-นาง โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เดียร์น่า ฟลีโป ร่วมด้วยนักแสดงเจ้าบทบาทอีกคับคั่ง

โป๊ป-ธนวรรธน์ พูดถึงบท “ราม” ลูกชายของคุณพระศานต์ ที่ได้รับว่า

“เรื่องนี้จะฉีกจากเรื่องอื่นๆ ที่เล่นมาเลยครับ แล้วต้องแสดงตั้งแต่อายุ 19 ปี ขึ้นมาเรื่อยๆ ตัวละครค่อยๆ พัฒนา ตอนวัยรุ่นก็จะเหมือนแบบเป็นหนุ่มเจ้าอารมณ์ ออกแนวร้ายหน่อย ชอบแกล้งนางเอกกระถิน (เดียร์น่า) ทะเลาะกับแม่เลี้ยง (พี่ธัญญาเรศ) แบบไม่สนใจใครเลย เอาแต่ใจมากๆ จะเรียกร้องความสนใจ แบบขาดความรักความอบอุ่น ต้องการให้คนมารัก ก็เลยแสดงออกด้วยการเกเร ชอบเอาชนะ แต่พอเรียนจบ ก็จะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก็ต้องมาแก้ปัญหาต่างๆ เมื่อพ่อตาย ก็ต้องรับผิดชอบเยอะ

เรื่องนี้บทค่อนข้างดราม่ามากเหมือนกันครับ กับเดียร์น่า เป็นละครที่เค้าเป็นนางเอกเต็มตัว เดียร์น่าก็เล่นดีนะครับ เต็มที่
เต็มอารมณ์มากก็จะมีทั้งฉากตีกันทะเลาะกันฉะกันแล้วก็ฉากหวานโรแมนติก รักกัน แต่งงานกัน แล้วเรื่องราวของละครเยอะมาก เข้มข้น ชวนติดตามมาก มีครบทุกรสเลย บู๊ แอ๊กชั่นก็มี ครบทุกอย่าง อยากให้ติดตามชมกันดูครับ”

สาวเดียร์น่า พูดถึงบทบาทของกระถินว่า

“คาแร็กเตอร์ของกระถินในเรื่องนี้ จะแก่นเซี้ยว ไม่ค่อยยอมคน ยึดในความถูกต้อง แม้จะเป็นลูกโจร แต่เชื่อว่าความดีจะชนะใจคนได้ ซึ่งก็คือแม่แท้ๆ ของเราที่ไม่รับเราเป็นลูก คือเราพยายามทำดีที่สุด เพราะคิดว่าจะเปลี่ยนเขาได้ แต่แม่ก็ยังเหมือนเดิม เกลียดเรา ทำร้ายเราตลอด กระถินก็เลยโตขึ้นมาแบบสู้คน ไม่ยอมใคร ทระนงในศักดิ์ศรี”

“ก็เป็นบทที่ยากสำหรับเดียร์เหมือนกันค่ะ ต้องปรับเยอะ ร้องไห้ก็เยอะ เพราะกระถินเจอเหตุการณ์มากมาย โดนรังแก ทำร้าย โดนไล่ออกจากบ้าน สุดจะทนเลย ร้องไห้ก็หลายระดับเลยค่ะ

ส่วนกับ พี่โป๊ป เขาก็ช่วยเยอะ เค้าประสบการณ์เยอะกว่าก็ช่วยรับส่งอารมณ์ให้เรา เคยเจอกันตั้งแต่สามีตีตรา มาเรื่องนี้
เข้าฉากกันตลอด ก็ไม่ค่อยเกร็งกันแล้ว ก็แสดงกันเต็มที่ พี่ๆ นักแสดงอาวุโส ทั้ง แม่ตุ๊ก-ดวงตา, พี่ปูเป้-รามาวดี, พี่ธัญญ่า, พี่ต้น-จักรกฤษณ์ ช่วยเดียร์ได้เยอะเลยค่ะ ก็ต้องขอบคุณมากๆ โดยเฉพาะผู้กำกับ พี่แมน เมธี ก็ช่วยเคี่ยวเดียร์มากๆ เห็นทรีเซอร์ออกมา เดียร์ค่อนข้างลุ้นมากเพราะเป็นละครเรื่องแรกที่เป็นนางเอกเต็มตัว ก็อยากให้ติดตามชมละครเรื่องนี้ด้วยค่ะ อย่าลืมติดตามด้วยนะคะ “เลือดรักทระนง” ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3”

 

สกู๊ปพิเศษ : ครั้งแรกกับคอนเสิร์ตยกค่าย ‘ไวท์มิวสิค’ เปิดบ้านเฉพาะกิจ สนิทจนสนุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/229295

วันจันทร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังแยกตัวไปแจม ร้องเล่นคอนเสิร์ตให้กับคนอื่นมาหลายครั้งหลายครา ครั้งนี้ศิลปินเบอร์ดังทั้ง 9 ของค่ายไวท์มิวสิค อย่าง GETSUNOVA /JETSET’ER / ป๊อป-ปองกูล / ลุลา /อะตอม ชนกันต์ / แอมมี่ THE BOTTOM BLUES / เบล-สุพล / MUZU และ โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ขอชูความเด่นภายในบ้าน ที่เติบใหญ่ขยายกิ่งก้าน กับโปรเจกท์ที่ศิลปินบอกว่าไม่ “อลังการ” แต่ “งดงามและอบอุ่น” ไปด้วยเสียงเพลง ใน “Chang Music Connection Presents WHITEHAUS CONCERT”

โปรเจกท์เก๋ๆ ที่ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ต้องขอล้วงลึกโดยมีพ่องานคนสำคัญอย่าง “โอ เจ็ทเซ็ทเตอร์” ทฤษฎี ศรีม่วงผู้รับหน้าที่ มิวสิคไดเร็คเตอร์ และตัวแทนศิลปิน อะตอม-ชนกันต์,แอมมี่ THE BOTTOM และ เบล-สุพล มาบอกเล่ารายละเอียดให้ฟังกัน

“เป็นอำนาจอันยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมภาระอันหนักอึ้งครับกับการเป็นมิวสิคไดเร็คเตอร์ ในภารกิจที่ท้าทายครั้งนี้” โอ เจ็ทเซ็ทเตอร์เกริ่นกับเราเมื่อถามถึงความรับผิดชอบครั้งใหม่

จุดเริ่มต้นของโปรเจกท์

“เริ่มจาก พี่อาร์ม (รัฐการ น้อยประสิทธิ์) เจ้าของค่ายไวท์ มิวสิค เห็นว่าค่ายเราเริ่มโตขึ้น ขยายขึ้น และทำให้ดีเอ็นเอของค่ายเริ่มชัดเจน 9 ศิลปินมีความแตกต่างในตัวเอง แต่มาอยู่รวมกันได้ เลยทำให้มีไอเดียว่าคงจะน่าสนุกดี ถ้าเอาความแตกต่างทั้ง 9 คน มารวมกันในคอนเสิร์ตเดียวครับ”

คอนเซ็ปต์ของคอนเสิร์ต

“เป็นการเปิดบ้านต้อนรับศิลปินและแฟนเพลงทุกคนคนที่รักในเสียงดนตรีเข้ามาทัวร์ในบ้านไวท์เฮ้าส์ของเรา และบ้านหลังหนึ่งก็จะมีหลายมุม มีมุมนั่งเล่น ห้องรับแขก มีสวน มีห้องนอนฯลฯ เรียกว่าศิลปินแต่ละคนที่อยู่ในค่ายไวท์ มิวสิค จะมีคาแร็กเตอร์ของตนเอง เราจะพาทัวร์รอบบ้าน เหมือนเราเป็นเจ้าบ้านทั้ง 9 คน ดูแลในแต่ละห้องของตนเอง”

ประสบการณ์มิวสิคไดเร็คเตอร์

“ผมเคยเป็นมิวสิคไดเร็คเตอร์ครั้งแรกและครั้งเดียว ให้กับเจ็ทเซ็ทเตอร์ ตอนนั้นแค่ดูแลคอนเสิร์ตใหญ่ของตนเอง ก็หนักแล้วนะครับ เพราะว่าคอนเสิร์ตใหญ่ 3 ชั่วโมง เพลงที่เราเลือกเล่น เราต้องโคว์กับโชว์ไดเร็คเตอร์ ซึ่งตอนนั้นสนุก และค่อนข้างโอเค ด้วยความที่เป็นเพลงของเราเอง เรารู้ว่ากราฟของเราเป็นยังไงพอต้องมาเป็นมิวสิคไดฯ ให้กับไวท์เฮ้าส์ ศิลปิน 9 คน เป็นอะไรที่ท้าทาย และต้องทำการบ้านค่อนข้างหนัก เกี่ยวกับเรื่องการอเร้นจ์ เรียบเรียงเพลง ซึ่งแต่ละคนมีเพลงฮิต เพลงที่เป็นตัวตนที่ทำให้คนรู้จัก ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมต้องทำการบ้าน และต้องควบคุมวงดนตรีที่จะเล่นให้กับศิลปินเหล่านี้ แต่สิ่งที่ผมสบายใจ คือผมมีทีมนักดนตรีที่ค่อนข้างรู้ใจ เข้าขา เล่นด้วยกันมานาน เพราะก่อนหน้าที่ผมจะเป็นเจ็ทเซ็ทเตอร์ ผมเคยเล่นดนตรีแบ๊กอัพมาก่อน เล่นให้ศิลปินหลายค่าย เพราะฉะนั้นผมเคยผ่านคอนเสิร์ตใหญ่พวกนี้มาพอสมควร พอโปรเจกท์นี้เกิดขึ้น ผมก็โทร.ตามนักดนตรีเหล่านั้น กลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง เป็นความสุขอย่างหนึ่งด้วยครับ ที่ได้เจอกับเพื่อนๆ นักดนตรีที่เล่นเข้าขากัน นอกเหนือจากวงของตนเอง”

เบล-สุพล กับความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง

“คอนเสิร์ตนี้เป็นความพิเศษมากๆ เพราะลำพังที่จะมารวมตัวกัน 9 ศิลปิน ก็เป็นเรื่องยากแล้ว และมาอยู่ในบรรยากาศที่เราอยากให้ทุกคนรู้สึกเหมือนบ้าน คนเราสนิทกัน หรืออยากจะสนิทกัน ถึงได้ชวนมาบ้าน วันนั้นเราอยากชวนทุกคนให้มาบ้านเรา ให้รู้ว่าเราอยู่กันยังไง ตัวตนจริงๆของแต่ละคนเวลาอยู่บ้านเป็นยังไง และก็คงจะเป็นบรรยากาศที่ไม่ได้มีบ่อยๆ ผมว่าเป็นอีกรสชาติหนึ่ง ที่ไวท์ มิวสิคตั้งใจโฟกัสเรื่องของดนตรีจริงๆ และความสามารถของแต่ละศิลปิน”

ส่วนที่ “เบล” รับผิดชอบ

“ ในบ้านหลังนี้จะแบ่งเป็นห้องๆ ของผมจะอยู่ในส่วนของ “ห้องฟังเพลง” เพราะเป็นคนที่ชอบฟังเพลง สะสมแผ่นเสียง และก็อาจจะมีอะไรพิเศษอีกหนึ่งอย่าง ที่คนอาจจะยังไม่เห็นผมเคยทำมาก่อนครับ รวมถึงเรื่องโชว์ที่มีการฟีทเจอร์ริ่งกัน รอลุ้นกับครับว่าใครจะร้องกับใคร แจมกันในรูปแบบไหน”

แอมมี่ THE BOTTOM BLUES

“ดีใจครับที่จะได้ร่วมคอนเสิร์ตนี้ เพราะเป็นบรรยากาศของบ้านที่น่าอยู่ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เขาบอกว่าอยากเป็นยังไงให้อยู่กับคนนั้น ผมก็ได้ซึมซับทั้งด้านดนตรี ด้านการทำงาน ระบบต่างๆ จากที่นี่ และในแง่ของมิวสิคไดเร็คเตอร์ ที่ได้พี่โอมาดูแลก็ถือว่าไว้ใจได้ กับความเข้มข้นในเรื่องของดนตรีครับ”

พาร์ทของ “แอมมี่” ในคอนเสิร์ต

“ผมดูแลในส่วนของห้องน้ำครับ คอนเซ็ปต์ของผมคือส่งถึงประตูบ้าน ก็จะตรงกับคอนเซ็ปต์ธีมใหญ่ ที่คอนเสิร์ตอื่นๆ อาจจะยิ่งใหญ่อลังการ แต่ของเราจะเป็นความใกล้ชิด สนิทสนมถึงเนื้อถึงตัว (หัวเราะ) ถ้าคนจะรู้จักผม น่าจะรู้จักจากเพลง “เก็บรัก”กับ “12345ไอเลิฟยู” ก็น่าจะเป็น 2 อารมณ์ที่แตกต่างกันชัดเจน แต่ว่าจะจัดมาอยู่หัวท้ายโชว์หรือตรงการ ต้องไปลุ้นกันครับ”

การเตรียมตัว

“เราอยู่ในค่ายที่รวมดีว่า ศิลปินก็ต้องฟิตตัวเองในเรื่องของการร้อง การเล่นให้ได้มาตรฐานของศิลปินในค่าย ผมก็หนักใจตัวเองอยู่เหมือนกันครับ กลัวว่าร้องไปแล้วจะเป็นช่องโหว่ให้เขา (โอ: เอมมี่มีคาแร็กเตอร์ที่สามารถสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในคอนเสิร์ตได้ครับ ด้วยความที่ดีเอ็นเอของเอมมี่ สามารถทำอะไรก็ได้) ส่วนของผมน่าจะเด่นในเรื่องของพล็อตครับ เรื่องของเปียโน คอสตูม (โอ: อาจจะได้เห็นเอมมี่ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ) แล้วก็เรียกคนดูมาอาบด้วย (หัวเราะ)

น้องเล็กสุด…อะตอม ชนกันต์

“ของผมเป็นห้องอ่านหนังสือครับ ตอนที่ไปถ่ายวีดีโอโปรโมทกัน เขาบอกว่าผมเรียนกฎหมายมา และเป็นคนเขียนเพลงเองด้วยมั้งครับ เลยให้รับผิดชอบห้องอ่านหนังสือ ซึ่งก็น่าจะเข้ากับบรรยากาศที่สุดแล้ว ส่วนของเพลงที่เตรียมมาร้อง เราคงเลือกมาอเร้นจ์ใหม่ได้ไม่ทั้งหมด อาจจะมีบางเพลงที่ได้ฟังคล้ายต้นฉบับ แต่ที่จะเปลี่ยนไปคือการได้อยู่ใกล้ชิดกัน และโชว์ที่สื่ออารมณ์ได้มากกว่าโชว์อื่นๆ เพราะตอนนี้เราเปิดบ้านให้ทุกคนเข้ามาอยู่ในบ้านเรา โดยที่พี่อาร์มอนุญาตให้ทำเต็มที่ ใครอยากทำอะไรบอกออกมา และทำการบ้านให้ออกมาสมบูรณ์”

ร่วมงานกับรุ่นพี่

“สนุกครับ ทุกคนมีคาแร็กเตอร์ที่ชัด และแตกต่างกันไป แต่ละคนมีความน่าสนใจคนละแบบ มีเรื่องที่อยากทำอยากเล่าในบ้านหลังนี้เยอะมาก พอมารวมกัน จะว่าป่วน ก็ป่วน แต่ก็สนุก และในฐานะที่ผมเด็กสุด ก็รู้สึกอุ่นใจ ที่ห้อมล้อมไปด้วยพี่ๆที่น่ารักทุกคน และทุกคนรักในสิ่งเดียวกัน คือการทำดนตรี การร้องเพลง เราทำตรงนี้ เพื่อให้คนได้รู้สักทีว่า ไวท์ มิวสิค คืออะไร ช่วงเวลาที่ผ่านมา คนจะรู้จักแต่ชื่อของศิลปิน โดยที่ภาพของไวท์มิวสิค อาจจะยังเห็นไม่ชัด งานนี้จะช่วยให้คนทำความเข้าใจ และเห็นตัวตนของไวท์ มิวสิค ว่าคืออะไรครับ”

ภาพรวมของ ไวท์เฮ้าส์คอนเสิร์ต

เมื่อถามถึงอุปสรรคในการทำงาน โอ เจ็ทเซ็ทเตอร์ บอกว่า “อุปสรรคอย่างเดียว คือเรื่องเวลาครับ ผมกับพี่อาร์มวางแผนไว้แล้วว่าคอนเสิร์ตจะมีขึ้นช่วยต้นเดือนกันยา เรามีเวลาเดือนครึ่งเกือบ 2 เดือนในการซ้อม ผมว่ามันเกินพอ เพราะเราทุ่มเวลาสำหรับคอนเสิร์ตนี้เต็มที่ แต่ติดที่ว่าแต่ละคนว่างไม่ตรงกัน”

อะตอม : รวมตัวกันยากครับ เพราะแต่ละคนมีอะไรของตัวเองให้ทำเยอะแยะมากมาย โปรเจกท์นี้นอกจากจะทำให้เรามีโชว์ร่วมกันแล้ว ยังทำให้เรามีเวลาสานสัมพันธ์กัน ซ้อม พูดคุย และเปลี่ยนไอเดีย เป็นโอกาสที่ดีที่เราได้ทำความรู้จักกัน และสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในค่ายมากขึ้นครับ

รายละเอียดการจัดแจงคอนเสิร์ต

โอ : คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นการเปิดบ้านไวท์ มิวสิค อย่างเป็นทางการ ก็อยากเชิญชวนทุกคนที่ชื่นชอบในเสียงดนตรี เสียงเพลง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง มารู้จักพวกเรามากขึ้น มาใช้เวลาอันมีค่าด้วยกัน กับคอนเสิร์ตที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ โดยจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2559 เวลาทุ่มตรง ที่ เมืองไทย GMM LIVE HOUSE @CENTRALWORLD ชั้น8 เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตครั้งประวัติ ครั้งแรกของไวท์มิวสิค ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ!!

เบล : นอกเหนือจากคอนเสิร์ต เรายังมีบรรยากาศของแกลเลอรี่อาร์ต เอ็กซิบิชั่น ไม่ได้มีแค่ในฮอลล์ของคอนเสิร์ตอย่างเดียวแต่บริเวณโดยรอบทั้งหมด ก็จะเป็นเหมือนทุกคนได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเราจริงๆ

อะตอม: ไม่อยากให้คิดมากครับ ถ้ามองเข้ามาในไวท์ แล้วเจอสิ่งที่คุณชอบ สิ่งที่คุณรัก ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะผมเองยังรู้สึกพิเศษ ตื่นเต้นที่ได้ทำ เพราะฉะนั้นไม่ต้องลังเลครับ ทุกคนรอเปิดบ้านต้อนรับทุกคน ใครที่มีบัตรแล้วไปเจอกันครับ ส่วนคนที่ผิดหวังต้องขอโทษจริงๆ เพราะบัตรขายหมด sold out ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

นอกจากตัวแทนศิลปินทั้ง 4 คนนี้แล้ว ยังมีห้องอื่นๆ ที่น่าสนใจรออยู่ ไม่ว่าจะเป็น ห้องรับแขก ของ เจ็ทเซ็ทเตอร์, ห้องครัวของ ป๊อป-ปองกูล หรือสวนหน้าบ้าน ของ ลุลา รวมทั้งเพลงคอนเซ็ปต์ของคอนเสิร์ตที่จะปล่อยออกมาให้ฟังกัน เชื่อว่าความอบอุ่นของบ้านหลังนี้คงทำให้ผู้ฟัง ติดลม จนอยากขอนอนค้างที่บ้านกันเป็นแถว!!

 

สกู๊ปพิเศษ : ‘จีจ้า-ฉันทธนิสา’ ปัดฝุ่นการแสดง! จัดเต็มลีลาบู๊

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/227099

วันจันทร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนราชินีนักบู๊ชื่อดังอย่าง “จีจ้า-ฉันทธนิสา วิสมิตะนันทน์” ที่งานนี้คุณแม่ยังสาวแบ่งเวลาจากการเลี้ยงลูก มาปัดฝุ่นการแสดง จัดเต็มโชว์ลีลาบู๊ขั้นเทพให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงในละครแนวแอ๊กชั่น แฟนตาซี เอฟเฟกท์สมจริงเรื่อง  “คงกระพันนารี” แห่งค่าย บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่นซึ่งครั้งนี้สาวจีจ้ากลับมาในบทบาทของ “หมวดจ๋า” เพื่อนคู่หูของพระเอก “เคน-ภูภูมิ” ซึ่งเจ้าตัวออกอาการปลื้มปริ่มที่ได้มาเล่นละคร แฮปปี้ทีมงานมีความสนิทสนมเป็นกันเอง

“เรื่องนี้จีจ้ารับบทเป็นตำรวจค่ะ หมวดจ๋า ซึ่งในเรื่องเราจะต้องสนิทกับ หมวดณัฐ (เคน-ภูภูมิ) คือเราสองคนจะเล่นเป็นเพื่อนกันมาเป็นคู่หูที่ลองผิดลองถูกมาด้วยกัน ไปไหนไปกันลุยบู๊ด้วยกัน เรื่องนี้ค่อนข้างที่จะเล่นเป็นตัวของตัวเองเลยค่ะ ด้วยความที่บทบาทของหมวดจ๋า ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ก็เหมือนๆ กับตัวเรา อายุก็ใกล้เคียงกัน เวลาที่แสดงเราก็จะไม่รู้สึกกดดันอะไร แสดงออกมาได้เต็มที่เลยค่ะ ใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปด้วย

แฟนๆ ก็จะได้เห็นศิลปะสไตล์การต่อสู้หลายอย่างมากขึ้นเพราะปกติจะเป็นมวยไทย แต่ในเรื่องนี้จะเป็นยูยิตสู ศิลปะการป้องกันตัวอีกแขนงหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการโชว์ลวดลายการบู๊ที่แตกต่างออกไปจากที่เคยเห็นกัน ก็คิดว่าคนดูน่าจะชอบความแปลกใหม่ที่ได้จากละครเรื่องนี้ และได้มาร่วมงานกับน้องเคนและน้องวาววาสนุกค่ะ ทั้งสองคนมีความธรรมชาติมาก อย่างเคน

คิวแรกที่ได้เจอกัน เป็นฉากโจรปล้นแบงก์ ตอนแรกยังไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยนะคะ ตอนนั้นจ้าทำอะไรอยู่ไม่แน่ใจ หันไปเจอเคน เคนก็ทำท่าแบบเซ็กซี่ หนีบหน้าอก แล้วก็บอกว่า “เนี่ยน่าอกผมยังใหญ่กว่าหน้าอกพี่อีก (หัวเราะ)” จ้าก็คิดในใจ งานนี้มีสนุกแน่ๆ

ส่วนวาววา น้องเป็นคนเก่งค่ะ มาเล่นบู๊เรียนรู้ไวมาก อย่างเช่นฉากหนึ่งที่เป็นการสอนยูยิตสู ต้องสอนให้วากระโดด  ขึ้นคีบคอที่หัวม้วนตัวลงมาเกาะขา แล้วม้วนตัวลงพื้นเพื่อทุ่ม วาววาจะไม่มีการบ่นหรืออะไรเลยค่ะ คำถามคือ ทำแบบนี้ใช่ไหมพี่ ปีนขึ้นไปปุ๊บ คีบ แล้วลงมาตามสเต็ป คือน้องทำได้ทุกอย่าง ไม่มีความกลัวเลย ยิ่งทีมงาน ทั้งผู้กำกับและคนอื่นๆมีความเป็นกันเองมากค่ะ แฮปปี้มากๆ กับการได้มาเล่นละครเรื่องนี้ ทุกคนตั้งใจเต็มที่ ยังไงจ้าก็ฝากหมวดจ๋า ในละครคงกระพันนารีด้วยนะคะ รับรองว่าได้เห็นลวดลายบู๊สวยๆ แบบจัดเต็มทุกคิวแอ๊กชั่นแน่นอนค่ะ”

ละคร “คงกระพันนารี” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20-22.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 (ออริจินอล) และช่อง 33”