‘นฤมล’หนุนตลาดกล้วยไม้ เพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภค

‘นฤมล’หนุนตลาดกล้วยไม้  เพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภค

‘นฤมล’หนุนตลาดกล้วยไม้ เพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภค

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงานกิจกรรมส่งเสริมการผลิตและการตลาดกลุ่มสินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ภายใต้แนวคิด “Beyond & Journey of Siam Orchids” ชิงเงินรางวัล โล่รางวัลและถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่บริเวณลานจอดรถ ชั้น 3 ฝั่งทิศเหนือ (North) ศูนย์การค้าสยามพารากอน

“กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กลุ่มสินค้ากล้วยไม้ไม้ดอกไม้ประดับ ให้เป็นที่รู้จัก สร้างการรับรู้ เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรผู้ผลิต เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการส่งเสริมการปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกเลี้ยงจากเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ทั่วประเทศ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการประกวดกล้วยไม้และจัดแสดงสิ่งประกวดที่ได้รับรางวัล รวมถึงโซนนิทรรศการเกี่ยวกับวันกล้วยไม้แห่งชาติ โซนจัดแสดงสวนกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ผสมผสานไม้ดอกไม้ประดับ และโซนส่งเสริมการขายและการสาธิต นอกจากนี้ ภายในงานจะมีเกษตรกรนำต้นกล้วยไม้หลากหลายพันธุ์ซึ่งมีความสวยงามชวนให้ตื่นตาตื่นใจ โดยในการแข่งขันจะแบ่งกล้วยไม้เป็นสองประเภทคือกล้วยไม้ต้นและกล้วยไม้ตัดดอก ในส่วนของกล้วยไม้ต้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 กลุ่มพัฒนาพันธุ์ และกลุ่มที่ 2 กลุ่มสวยงาม 5 ประเภทตามเผ่าย่อย สำหรับกล้วยไม้ตัดดอก แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.Dendrobium (หวาย) 2.Aranda, Arachnis, Aranthera และลูกผสม และ 3.อื่นๆ เช่น Vanda และลูกผสม Oncidium เป็นการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้

ศ.ดร.นฤมลกล่าวอีกว่า ได้ให้ความสำคัญต่อการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งพัฒนาบนพื้นฐานแนวคิด “สร้างคุณค่าใหม่ ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ รักษาฐานรายได้เดิม สร้างฐานอนาคตใหม่ ให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น รวมถึงการปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ขยายโอกาสทางการค้า และการลงทุนของไทยในเวทีโลก ซึ่งกล้วยไม้นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกกล้วยไม้เขตร้อน (Tropical orchid) อันดับ 1 ของตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยไม้ตัดดอก มีมูลค่าการส่งออกถึง 79% ของมูลค่าการส่งออกกล้วยไม้ไทยทั้งหมดแต่มีแนวโน้มมูลค่าการส่งออกในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาลดลง จึงต้องเร่งส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออกกล้วยไม้ให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรกลุ่มสินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมประชุมสรุปปัญหาโคนมกับแนวทางขับเคลื่อนอาชีพโคนมกับการค้าเสรี

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมประชุมสรุปปัญหาโคนมกับแนวทางขับเคลื่อนอาชีพโคนมกับการค้าเสรี

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมประชุมสรุปปัญหาโคนมกับแนวทางขับเคลื่อนอาชีพโคนมกับการค้าเสรี

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าร่วมประชุมสรุปปัญหาโคนมกับแนวทางขับเคลื่อนอาชีพโคนมกับการค้าเสรี

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงขนิษฐา ธิติดิลกรัตน์ ปศุสัตว์เขต 1 สัตวแพทย์หญิงบุณิกา จุลละโพธิ เลขานุการกรม นายสัตวแพทย์กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ นายวีระสันติ ประทุมพล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมสรุปปัญหาโคนมกับแนวทางขับเคลื่อนอาชีพโคนมกับการค้าเสรี โดยมีนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในที่ประชุมฯ และมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุม 1 องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อปรึกษาหารือ และสรุปแนวทางขับเคลื่อนอาชีพโคนมรองรับการค้าเสรีที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ภาคสหกรณ์ร่วมกับอุตสาหกรรมนมไทยขับเคลื่อนตามแนวทางกันอย่างเหมาะสมต่อไป

– 006

เลขาธิการ ส.ป.ก.ร่วมลงนาม MOU ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์

เลขาธิการ ส.ป.ก.ร่วมลงนาม MOU ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์

เลขาธิการ ส.ป.ก.ร่วมลงนาม MOU ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.07 น.

ส.ป.ก.ร่วมเป็นเกียรติในการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์ ระหว่าง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.ร่วมเป็นเกียรติในพิธีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์ ระหว่าง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมเป็นสักขีพยาน และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงาน ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่เห็ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตรวมถึงการสร้างความโปร่งใสในระบบสหกรณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาคสหกรณ์ที่มีความหลากหลาย มีความซับซ้อนในการทำธุรกรรม และมูลค่าความเสียหายสูง โดยได้มอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (กตส.) และกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) บูรณาการการทำงานร่วมกันในการยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมที่ทันสมัย มาใช้เสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการสหกรณ์ เพื่อให้การดำเนินงานของสหกรณ์ มีความมั่นคง โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับสหกรณ์และสมาชิก พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์ ระหว่าง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (กตส.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในครั้งนี้ มีเป้าหมายบูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดย MOU ฉบับนี้ คือก้าวสำคัญที่ยกระดับความร่วมมือเพื่อป้องกันป้องปรามทุจริต และสร้างความโปร่งใส – ตรวจสอบได้ในระบบสหกรณ์ ยกระดับความโปร่งใส และความมั่นคงในระบบสหกรณ์ต่อไป

ด้าน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานในครั้งนี้ มีเป้าหมายปรับปรุง MOU ฉบับเดิม ที่เคยลงนามไว้ในปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะช่วยการยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจกรรมสหกรณ์ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสนับสนุนด้านทรัพยากร และการสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน การบัญชีภาคการเกษตรโดยการพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินให้แก่สหกรณ์และสมาชิกให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกมิติภาคการเกษตรเพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้มีความเข้มแข็งทางด้านการเงินการบัญชี ตลอดจนการลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นคงให้สมาชิกสหกรณ์

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมพิธีลงนาม MOU ป้องกันการทุจริต ยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของระบบสหกรณ์

'อธิบดีกรมการข้าว'ร่วมพิธีลงนาม MOU ป้องกันการทุจริต ยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของระบบสหกรณ์

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมพิธีลงนาม MOU ป้องกันการทุจริต ยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของระบบสหกรณ์

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.01 น.

“รมว.นฤมล”นำ กตส.-กสส.จับมือ ปปง.ลงนาม MOU ร่วมบูรณาการป้องกันการทุจริต ยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของระบบสหกรณ์ ย้ำไม่อยากให้เหมือนวัวหายล้อมคอก จึงต้องป้องกันไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์ ระหว่าง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับ นายสุเทพ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยมี พลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า การลงนาม MOU ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อขานรับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงสร้างความโปร่งใสในระบบสหกรณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อป้องกันไม่ให้สหกรณ์ตกเป็นเครื่องมือของการกระทำผิดกฎหมาย โดยให้มีการปรับปรุง MOU ฉบับเดิมที่ลงนามไว้เมื่อปี 2558 เพื่อยกระดับความร่วมมือ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสนับสนุนด้านทรัพยากรและการสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็งและมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางการเงินการบัญชีภาคการเกษตร โดยการพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินให้แก่สหกรณ์และสมาชิกให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกมิติภาคการเกษตร เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้มีความเข้มแข็งทางด้านการเงินการบัญชี ตลอดจนการลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นคงให้สมาชิกสหกรณ์

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในครั้งนี้ด้วย

– 006

‘ถาวร’ร่วมประชุมจนท. เน้นงาน4ด้านเกษตร-อาหาร

‘ถาวร’ร่วมประชุมจนท.  เน้นงาน4ด้านเกษตร-อาหาร

‘ถาวร’ร่วมประชุมจนท. เน้นงาน4ด้านเกษตร-อาหาร

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีเกษตรและอาหารเบอร์ลิน ครั้งที่ 17 (The 17th Berlin Ministers’ Conference) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ว่าได้ร่วมแสดงความเห็นต่อร่างเอกสารแถลงการณ์ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืน (Sustainable Bioeconomy) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจโลกสู่ความยั่งยืนในปี 2030 โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 4 ด้านคือ 1.การผลิตชีวมวลอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ 2.การใช้ชีวมวลอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารของโลก 3.การเสริมสร้างและสนับสนุนนวัตกรรม และ 4.การสร้างกรอบการทำงานที่เป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาลซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ

สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุม Global Forum for Food and Agriculture(GFFA) ครั้งที่ 17 ภายใต้หัวข้อหลัก “Farming a Sustainable Bioeconomy” ที่ศูนย์การประชุม City Cube Berlinโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือให้ความเห็นต่อร่างเอกสารแถลงการณ์ (2025 Zero Draft Communique) เพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเกษตรเบอร์ลิน ครั้งที่ 17 โดยมี รมว.เกษตรฯ ร่วมพิจารณาและรับรองร่างเอกสารแถลงการณ์ฉบับนี้ในการประชุมรัฐมนตรีเกษตรและอาหารเบอร์ลิน ครั้งที่ 17 (The 17th Berlin Ministers’ Conference) ต่อไป

ผู้ช่วยฯติดตามโครงการ สร้างปตร.ปากคลองสุนัขหอน

ผู้ช่วยฯติดตามโครงการ  สร้างปตร.ปากคลองสุนัขหอน

ผู้ช่วยฯติดตามโครงการ สร้างปตร.ปากคลองสุนัขหอน

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ (ปตร.) พร้อมอาคารประกอบปากคลองสุนัขหอน โดยมี ดร.รังสรรค์ เจียระนัย นายกเทศมนตรี ต.ท่าจีน พร้อมคณะ และหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม โดยมีการประชุมนำเสนอความคืบหน้าโครงการดังกล่าว รวมถึงข้อมูลเรื่องอื่นๆ ซึ่งมีนายอภิชาต ชุมนุมมณี ผอ.สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูล ตอบข้อซักถามและรับฟังข้อเสนอแนะในที่ประชุม

จากนั้น ดร.ณมาณิตา และคณะ เดินทางไปยังปากคลองสุนัขหอน วัดชีผ้าขาว หมู่ 2 ต.ท่าจีน เพื่อตรวจสภาพพื้นที่ปากคลองสุนัขหอน จุดที่กำหนดให้เป็นบริเวณสถานที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ พร้อมอาคารประกอบ เพื่อระบายน้ำในช่วงฤดูฝน กักเก็บน้ำจืดในช่วงฤดูแล้ง ช่วยกันป้องกันปัญหาน้ำเค็มรุกพื้นที่ทางการเกษตร และป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมือง รวมทั้งภาคการขนส่ง เนื่องจากที่ผ่านมา หากเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง จะส่งผลให้น้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่เกษตรทางตอนบนของแม่น้ำท่าจีน รวมถึงสร้างปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชน และผิวการจราจรถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นปัญหามานาน

ด้านนายอภิชาต กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ ว่ากรมชลประทาน ได้สำรวจพื้นที่ในภาคพื้นดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้รับงบประมาณปี 2568 เพื่อออกแบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบซึ่งได้มิติของความกว้าง ความยาว จำนวนประตูระบายน้ำครบถ้วนแล้ว คงเหลือการสำรวจฐานรากของประตูระบายน้ำ ซึ่งต้องดำเนินการเจาะสำรวจลักษณะทางธรณีโดยจะเข้าเจาะสำรวจได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากได้ผลวิเคราะห์ทางธรณี ก็จะสามารถออกแบบประตูระบายน้ำคลองสุนัขหอนได้ทั้งหมด

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับข้อมูลคำแนะนำเพิ่มเติมจากนายกเทศมนตรีต.ท่าจีน เรื่องการติดตั้งระบบสูบน้ำซึ่งกรมชลประทาน นำไปพิจารณาออกแบบเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ จากนั้นเมื่อการออกแบบส่วนที่เหลือครบถ้วนแล้ว จะสามารถกำหนดราคาได้อย่างชัดเจน กรมชลประทาน จะเสนอเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการลุ่มน้ำจังหวัด และคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)

ที่ปรึกษาฯประชุมปฏิบัติการสหกรณ์

ที่ปรึกษาฯประชุมปฏิบัติการสหกรณ์

ที่ปรึกษาฯประชุมปฏิบัติการสหกรณ์

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกสหกรณ์ในการกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน พร้อมรับฟังผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัดรวมถึงปัญหาอุปสรรค เยี่ยมชมบูธนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเยี่ยมชมอุปกรณ์การตลาดที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ให้การสนับสนุนแก่สหกรณ์ในพื้นที่ โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาฯ ส.ป.ก.นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วย ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายประเสริฐศักดิ์ ณ นคร สหกรณ์จังหวัดสุราษฏร์ธานี น.ส.จิราภรณ์ คำบาง ผอ.ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 19 นายเชี่ยวชาญ แก้วอำรัตน์ ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด นายสุขสันต์ ภู่วัฒนา ผู้จัดการสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นเกียรติ ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว เป็นโครงการที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 19 จ.สุราษฎร์ธานี จัดขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาสมาชิกสหกรณ์ในฐานะเจ้าของและผู้ใช้บริการสหกรณ์ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีจิตสำนึก และตระหนักเห็นความสำคัญในการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ และการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์อย่างยั่งยืน โดยกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย สมาชิกสหกรณ์ใน จ.สุราษฎร์ธานีเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง รุ่นละ 200 คน รวม 5 รุ่น รวมทั้งสิ้น 1,000 คน กำหนดจัดอบรมระหว่างเดือนธันวาคม 2567-มีนาคม 2568

‘อิทธิ’หารือด่วน เพิ่มความเข้มข้น แก้ปัญหาฝุ่นพิษ เตรียมยกร่างก.ม.

‘อิทธิ’หารือด่วน  เพิ่มความเข้มข้น  แก้ปัญหาฝุ่นพิษ  เตรียมยกร่างก.ม.

‘อิทธิ’หารือด่วน เพิ่มความเข้มข้น แก้ปัญหาฝุ่นพิษ เตรียมยกร่างก.ม.

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมหารือแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคการเกษตร ว่า ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการลดฝุ่นอย่างเข้มงวดนั้น ในครั้งนี้จึงได้เรียกประชุมหารือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อร่วมกันพิจารณา (ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร เพื่อยกระดับมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ลดการเผาพื้นที่เกษตรอย่างจริงจัง หากพบว่าเกษตรกรมีการเผาในพื้นที่เกษตร จะถูกตัดสิทธิการได้รับความช่วยเหลือชดเชยต่างๆ

ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ นำข้อเสนอแนะในที่ประชุม ไปปรับปรุงร่างประกาศดังกล่าวให้มีความครอบคลุม เพื่อนำเสนอ รมว.เกษตรฯ ลงนามให้ความเห็นชอบ ต่อไป

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย นายภูผา ลิกค์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายอภัย สุทธิสังข์รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักกฎหมาย สำนักปลัดกระทรวงเกษตรฯ กรมวิชาการเกษตรกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมประมง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

‘นฤมล’นำ’กตส.-กสส’จับมือ ปปง.ลงนาม MOU ร่วมบูรณาการป้องกันการทุจริตในระบบสหกรณ์

'นฤมล'นำ'กตส.-กสส'จับมือ ปปง.ลงนาม MOU ร่วมบูรณาการป้องกันการทุจริตในระบบสหกรณ์

‘นฤมล’นำ’กตส.-กสส’จับมือ ปปง.ลงนาม MOU ร่วมบูรณาการป้องกันการทุจริตในระบบสหกรณ์

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.29 น.

‘นฤมล’นำ’กตส.-กสส’จับมือ ปปง.ลงนาม MOU ร่วมบูรณาการป้องกันการทุจริต ยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของระบบสหกรณ์ ย้ำไม่อยากให้เหมือนวัวหายล้อมคอก จึงต้องป้องกันไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์ ระหว่าง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับ นายสุเทพ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยมี พลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า การลงนาม MOU ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อขานรับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

รวมถึงสร้างความโปร่งใสในระบบสหกรณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อป้องกันไม่ให้สหกรณ์ตกเป็นเครื่องมือของการกระทำผิดกฎหมาย โดยให้มีการปรับปรุง MOU ฉบับเดิมที่ลงนามไว้เมื่อปี 2558 เพื่อยกระดับความร่วมมือ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสนับสนุนด้านทรัพยากรและการสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็งและมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางการเงินการบัญชีภาคการเกษตร โดยการพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินให้แก่สหกรณ์และสมาชิกให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกมิติภาคการเกษตร เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้มีความเข้มแข็งทางด้านการเงินการบัญชี ตลอดจนการลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นคงให้สมาชิกสหกรณ์                  

นางนฤมล กล่าวว่า เมื่อปี 2558 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วม ลงนามใน MOU ฉบับแรกเพื่อขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวร่วมกัน และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในหลายด้าน แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความซับซ้อนของการกระทำผิด และมีการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ รวมทั้งมีรูปแบบการกระทำการทุจริตที่หลากหลาย จึงได้ประสานความร่วมมือเพื่อปรับปรุง MOU ฉบับใหม่ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ความเสี่ยงในปัจจุบันและยกระดับให้เป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่ง MOU ฉบับนี้ จะเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านกิจการสหกรณ์ ต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

ทั้งยังยกระดับการเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบที่ทันสมัย เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ภาคประชาชนและสมาชิกสหกรณ์ ตลอดจนบุคลากรภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง และดำรงประโยชน์แก่สมาชิก จึงหวังว่าการลงนามความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ไม่ต้องไปเสี่ยงกับความทุจริต การฟอกเงิน และธุรกรรมที่มีความผิดปกติ และที่สำคัญไม่อยากให้เป็นลักษณะวัวหายล้อมคอก จึงต้องดำเนินการแบบป้องกันล่วงหน้าไม่ให้เกิดเหตุ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ในการดูแลพี่น้องสมาชิกสหกรณ์

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’สั่งคุมเข้ม! ตรวจสอบแหล่งที่มา’เนื้อสัตว์’ต้องถูกกม.-ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'สั่งคุมเข้ม! ตรวจสอบแหล่งที่มา'เนื้อสัตว์'ต้องถูกกม.-ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’สั่งคุมเข้ม! ตรวจสอบแหล่งที่มา’เนื้อสัตว์’ต้องถูกกม.-ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.26 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”สั่งคุมเข้ม! การตรวจสอบแหล่งที่มา”เนื้อสัตว์”ต้องถูกกฎหมายและปลอดภัยต่อผู้บริโภค แนะประชาชนเลือกของไหว้มาตรฐาน”ปศุสัตว์ OK”ซึ่งรับรองสินค้าปศุสัตว์ 7 ชนิด ปัจจุบันมีแหล่งจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการมากถึง 8,400 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการกำชับให้ปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศ เข้มงวดในการตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์ โดยตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์หรือเนื้อสัตว์ให้มีความชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมาย ตรวจสอบใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ที่ออกจากโรงฆ่าสัตว์ให้ถูกต้องสอดคล้องกับปริมาณสัตว์เข้าฆ่าโดยละเอียด หากพบการกระทำผิด ให้ดำเนินการตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า เนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในประเทศ เช่น เนื้อสุกร เนื้อไก่ เนื้อเป็ด เป็นต้น สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มา และปลอดภัยในการบริโภค

ทั้งนี้ การบริโภคผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์จะมีปริมาณสูงขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี โดยสินค้าปศุสัตว์ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมเลือกซื้อเพื่อเตรียมจัดพิธีไหว้ขอพรเทพเจ้าและบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด รวมถึงไข่ไก่-ไข่เป็ด

อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์จากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ โดยต้องมีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งผลิตได้ โดยเฉพาะสถานที่จำหน่ายภายใต้สัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ซึ่งเป็นโครงการที่กรมปศุสัตว์จัดทำขึ้นเพื่อรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่มาจากฟาร์มมาตรฐาน ผ่านกระบวนการเชือดชำแหละในโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกกฎหมาย สามารถสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตได้ โดยมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด 7 ชนิดได้แก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด เนื้อโค ไข่ไก่สด ไข่เป็ดสด และไข่นกกระทาสด จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ ปัจจุบันสถานที่จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการฯมีมากถึง 8,400 แห่งทั่วประเทศ

หากประชาชนต้องการข่าวสาร หรือข้อมูลเพิ่มเติมสามารถค้นหาได้ที่ http://certify.dld.go.th หรือที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0

– 006