เกษตรฯกำจัดวัชพืช ผักตบชวาลำคลอง ลุย17จุดทั่วประเทศ ช่วยในการระบายน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777664

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน Kick Off กิจกรรมการกำจัดวัชพืชและผักตบชวา ในแม่น้ำลำคลองสายหลัก และกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ที่คลองระพีพัฒน์แยกตก วัดลำพระยา ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และอีก 16 จุดทั่วประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนจิตอาสา รวมถึงกำลังพลจิตอาสาของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และการส่งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคและการเกษตรอย่างเต็มศักยภาพในพื้นที่

ทั้งนี้ ผักตบชวาเป็นพืชที่มีการแพร่พันธุ์และเติบโตอย่างรวดเร็วใน 20 ลุ่มน้ำหลัก และ 359 ลุ่มน้ำสาขา ความยาวลำน้ำธรรมชาติประมาณ 522,455.73 กม. กรมชลประทานมีคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำที่เชื่อมโยงกับลำน้ำธรรมชาติ รวมทั้งทางน้ำธรรมชาติที่ประกาศเป็นทางน้ำชลประทาน ตาม พ.ร.บ.ชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 5 และมาตรา 8 รวมทั้งสิ้น 10,004 สาย ความยาวประมาณ 59,412.03 กม. คิดเป็นร้อยละ 11.37 ของลำน้ำธรรมชาติทั้งหมด จึงเร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาโดยระยะแรกดำเนินการพร้อมกัน 17 จุดทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 8,000 คน และมีเป้าหมายในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในไตรมาสแรกรวมประมาณ 546,000 ตัน มีผลการปฏิบัติงานในปี 2566 กำจัดวัชพืชกว่า 5,633,079 ตัน รวมพื้นที่กว่า 34,252 ไร่

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’ ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777658

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’  ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’ ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานนครราชสีมา สนับสนุนการท่องเที่ยวฤดูหนาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม” อำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา ปีนี้นำเสนอจุดขายในธีม “ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม” ต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 มกราคม 2567 ตามคาดการณ์จะมีนักท่องเที่ยวจากในพื้นที่และจังหวัดอื่นๆ เข้าเยี่ยมชมวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ ประมาณ 1,000 คน/วัน ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์และเสาร์-อาทิตย์ จะมีประมาณ 1,500 คน/วันเป็นกลไกนำท่องเที่ยวสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางอรจิรา ศิริมงคล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ส่วนราชการ ภาครัฐ
ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน นักท่องเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติได้เข้าเยี่ยมเยียนท่องเที่ยว โดยกิจกรรมดังกล่าวตามปกติระหว่างเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม ของทุกปี ทางจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเมืองดอกไม้ยอดนิยมจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ซึ่งสร้างรายได้ให้เกษตรกรสม่ำเสมอ เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม สร้างความสุขและประสบการณ์อันแปลกใหม่ให้ผู้ชม และเกษตรกรผ่านกิจกรรมและนิทรรศการศิลปะอีกหลากหลาย เพิ่มรสชาติการท่องเที่ยวให้สนุกสนานมากขึ้น  จัดต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี พร้อมกับเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้คนทั้งใกล้และไกล ได้เข้ามาสัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติและซึมซับวิถีชีวิตแบบอีสานท้องถิ่นกันอย่างลึกซึ้งถึงแก่นรากวัฒนธรรม นำมาส่งต่อให้ได้สัมผัสจนหายคิดถึงกันตลอดทั้งงาน ตลอดงานนักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนรับลมหนาวใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เช็คอินถ่ายภาพทุ่งดอกไม้ ทุ่งนา หมู่บ้านอีสานแลนด์มาร์คสวยๆ และร่วมกิจกรรมกับนิทรรศการการนำเสนออัตลักษณ์อีสานที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต สื่อบันเทิง และวัฒนธรรมความเชื่อของชาวอีสาน ใน 4 โซนหลัก ได้แก่

โซนที่ 1 นิทรรศการ Lam Loke, The World of Molam (Lam Loke, The World of Molam Exhibition) : มาเยือนถิ่นอีสานทั้งที หากใครเป็นสายม่วนจอยตัวจริง จะต้องชื่นชอบและพุ่งตรงมาที่นิทรรศการนี้ก่อนใครเพื่อนแน่นอน เพราะจะได้พบกับเรื่องราวของหมอลำที่ทำให้คุณสนุกกับการฟังหมอลำมากขึ้น 1.นิทรรศการแรก
-อเมริกัน-อีสาน : American-Isan Exhibition) : จาก “จดหมายเมียเช่า” ถึงภาพจริงในประวัติศาสตร์อีสาน นิทรรศการนี้เลยอยากชวนให้ผู้เยี่ยมชมทุกคนได้ลองมาทำความเข้าใจถึงแก่นรากของวิถีชีวิตระหว่างอีสานและฝรั่งว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไร และผสมผสานออกมาเป็นอย่างไรในปัจจุบัน, 2.นิทรรศการ 2-หม่อนไหม (Monmhai Mulberry Silk Exhibition) : พบกับวงจรชีวิตหม่อนไหมการสาธิตการทอผ้าไหมแบบวิถีถิ่น และจะพาทุกคนไปเวิร์กช็อปทำผ้าไหมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เหมาะกับสายคราฟต์ที่อยากลองลงมือทำ, 3.นิทรรศการข้าว (Rice is Life Exhibition) ทุกคนจะได้ลองชิมข้าวไทยหลากสายพันธุ์พร้อมสัมผัสกับกระบวนการผลิตจากคนทำสู่คนกินกันแบบใจถึงใจ และสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการแปรรูปข้าวให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่น่าสนใจและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพราะข้าวไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารหลักของคนอีสานแต่หากเป็นวิถีชีวิตที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

โซนที่ 2 มี 2 กิจกรรม ชวนมาร่วมสนุก รับอาวุธทางปัญญากับเรื่องราวลงลึกแผ่นดินอีสาน ดังนี้ กิจกรรมแรก “เวิร์กช็อป” ร่วมซึมซับวัฒนธรรมอีสานกับหลายกิจกรรมได้ฟรี ค่าบัตร เช่น เวิร์กช้อปสาวเส้นไหม อิ้วฝ้ายและการเข็นฝ้าย ทอผ้าไหม ทำขนมงานบุญในประเพณีอีสาน ปั้นเซรามิก ทำสาโท ทำเทียนพรรษา ร่วมสร้างปราสาทข้าว พื้นฐานหมอลำ การเล่น การร้อง การฟ้อน งานศิลปะภายในฟาร์ม, กิจกรรมที่ 2 ทอล์กจัดเวทีล้อมวงฟังเรื่องเล่าจากเหล่าวิทยากรคนสำคัญ แวะเวียนมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนอีสานแบบลงลึก เกี่ยวกับเรื่องราวของข้าวที่คนอีสานปลูก ความทรงจำอเมริกัน-อีสาน พิธีกรรม และอื่นๆ มีทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด (ยกเว้นช่วงสุดสัปดาห์สุดท้าย) เสริมพิเศษตลอดงานบริเวณศาลากลางหมู่บ้านอีสาน

โซนที่ 3 เวทีดนตรี เที่ยวแบบชิลตามเสียงเพลงเพราะๆ ของเหล่าศิลปินท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ได้ 2 เวที ได้แก่ เวทีแรก American
Isan Stage โชว์คอนเสิร์ตจากวงดนตรีโฟล์กและดนตรีคันทรี พร้อมหมุนเวียนมามอบความสุขตลอดวัน อย่างวง The Hopper, SUNDER,Hang Over และ  วง อ๊อด บ้านช้าง เวทีที่ 2 เปิดกิจกรรมใหม่ในฟาร์มปีนี้เต็มอิ่มกับหมอลำช่วงค่ำ ระหว่าง 20.00-22.00 น. คือ  Molam Music ฟังคอนเสิร์ตจากศิลปินหมอลำร่วมสมัยที่มีฝีไม้ลายมือ อย่าง E-SanFusion, ต้นตระกูล แก้วหย่อง x นริศรา ศักดิ์ปัญจโชติ(Tontrakul Kaewyong x Narisara Sakpunjachot), รัสมี อีสานโซล (Russmee I-San soul) และออทิดสา หมอลำแบรนด์ x อ๊อฟ สุรพล

โซนที่ 4 ร้านอาหารและของที่ระลึก ทางฟาร์มได้คัดสรรร้านอาหารมาเสิร์ฟเมนูอร่อย ๆ ครบทั้งอาหารอีสาน และอาหารคอมฟอร์ตฟู้ด ตอบโจทย์สายช้อปของที่ระลึก ร้านค้ามีทั้งสินค้าจากฟาร์มราคาพิเศษ และสินค้าที่ระลึกซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

วีรพงศ์ เหรียญประเสริฐ

‘ธรรมนัส’จี้กรมชลฯแก้ไข ปัญหาน้ำทะเลท่วมฉะเชิงเทรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777659

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการปรับปรุงระบบชลประทานในเขต จ.ฉะเชิงเทรา ที่บริเวณคันกั้นน้ำสมบูรณ์-บางขนาก ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ว่า อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีมากที่สุด แต่เป็นพื้นที่รองรับน้ำจาก กทม.จึงประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก จึงสั่งการให้กรมชลประทานจัดทำแผนการปรับปรุงระบบชลประทาน อาทิ การซ่อมแซมสะพานที่ทรุดตัวการปรับปรุงประตูระบายน้ำหรือสร้างสถานีสูบน้ำป้องกันปัญหาน้ำทะเลทะลัก เพื่อไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้ามา ไม่ให้กระทบต่อน้ำที่ใช้อุปโภค-บริโภค บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้สามารถใช้ประโยชน์ได้โดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน พบว่าชาวบ้าน ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว เรียกร้องขอให้แก้ปัญหากรณีการถูกยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุกว่า 4,000 ไร่ ตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกองทัพเรือโดยนำไปใช้เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ โดยเรื่องนี้ได้ประสานไปยังรมว.กลาโหม และนำเรียนนายกรัฐมนตรี ทราบแล้ว โดยกระทรวงเกษตรฯเตรียมทำหนังสือขออนุญาตกองทัพเรือ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถเข้าทำกินได้อย่างถูกต้อง และจะขอใช้พื้นที่บางส่วนสร้างเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถไปใช้ประโยชน์ สนับสนุนภาคการผลิตพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จ.ฉะเชิงเทรา โดยมอบหมายให้กรมชลประทาน จัดทำแผนดังกล่าว หลังจากนี้จะหารือร่วมกับ รมว.กลาโหม กองทัพเรือ เพื่อบูรณาการศึกษาแนวทางร่วมกันต่อไป

‘กรมฝนหลวง’ร่วมงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777562

'กรมฝนหลวง'ร่วมงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

‘กรมฝนหลวง’ร่วมงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 11.46 น.

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 เพื่อเป็นต้นแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางภาคเกษตร การท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โอกาสนี้ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมเดินขบวนพาเหรดและร่วมพิธีเปิดในงานดังกล่าว

นอกจากนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ “หยาดพิรุณจากฟ้า ด้วยพระบารมี” ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์จำลองเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวโครงการฝนหลวง คนล่าเมฆ จัดแสดงเครื่องบินฝนหลวง เครื่องมือตรวจสภาพอากาศ รวมถึงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติการฝนหลวง งานวิจัย และกิจกรรมตอบคำถามตลอดการจัดงานอีกด้วย

– 006

‘กรมการข้าว​’ร่วมงาน​มหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777541

'กรมการข้าว​'ร่วมงาน​มหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

‘กรมการข้าว​’ร่วมงาน​มหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 10.35 น.

“กรมการข้าว”ร่วมงาน​มหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา​ มุ่งส่งเสริมกิจกรรมภาคเกษตร การท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา จ.พะเยา โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 เพื่อเป็นต้นแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางภาคเกษตร การท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

ในโอกาสนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ ​พร้อมด้วย​ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ น​นทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ ​และผู้บริหารกรมการข้าว​ ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูิมภาค​ เข้าร่วมเดินขบวนพาเหรดและร่วมพิธีเปิดในงานดังกล่าว

นอกจากนี้ กรมการข้าว ยังได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ ในชื่อ​ “คุ้มโต้งนาคำ” ที่ได้มีการนำเสนอนิทรรศการงานด้านข้าว​ และองค์ความรู้ต่างๆ​ อีกทั้งยังจัดจุดถ่ายรูปให้กับผู้เข้าร่วมงาน ตลอดจนกิจกรรม​ การสาธิต​ การประกวด​ และการแข่งขันด้านข้าวต่างๆ มากมาย​อีกด้วย

– 006

กรมชลฯเก็บน้ำอ่างฯบางพระ ให้ชลบุรีมีน้ำพอใช้-รับภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777474

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทานรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ได้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับการเก็บกัก พร้อมจัดจราจรน้ำอย่างเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มีการวางแผนนำน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่เจ้าพระยา ไว้ให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ ได้มีการลำเลียงน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ผ่านอาคารชลประทานและคลองระบายน้ำที่อยู่ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองระพีพัฒน์ คลอง 13 คลองบางขนาก และคลองประเวศน์ ลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมคลอง ก่อนจะใช้สถานีสูบน้ำคลองพระองค์ฯ-บางพระ สูบน้ำไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้ได้มากที่สุด สำหรับสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ตามมาตรการรับมือฤดูแล้งปี 2566/67 ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ารมว.เกษตรและสหกรณ์

‘ธรรมนัส’เร่งกำชับ 3กรมคุมสินค้าเถื่อน งัดม.157สั่งฟันจนท. พัวพันการกระทำผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777471

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงนามในหนังสือถึง 3 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมวิชาการเกษตร ให้เข้มงวดในการตรวจสอบ กักกัน และดำเนินคดีสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยเฉพาะหมูและเนื้อหมูเถื่อน โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นหน่วยงานหลักในการจับกุมและดำเนินคดีสำหรับผู้ลักลอบนำเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย

ทั้งนี้ ได้กำชับหน่วยงานของทั้ง 3 กรม ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และด่านนำเข้าทุกด่าน เข้มงวดในการตรวจสอบ กักกัน และดำเนินคดี และหากพบว่ามีการจับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่ใดจากหน่วยงาน DSI กระทรวงเกษตรฯ จะถือว่าด่านหรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องนั้นมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หากพบกระทำความผิดจะถูกสอบสวนวินัยร้ายแรง จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาด้วย

“การปราบปรามสินค้าเกษตรที่นำเข้าไม่ถูกต้องหรือผิดกฎหมาย ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ผมให้ความสำคัญและเน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งชุดเฉพาะกิจที่ทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร กรมศุลกากร และ DSI ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือกลุ่มบุคคลที่กระทำการผิดกฎหมาย โดยเฉพาะหมูเถื่อน ที่กรมปศุสัตว์ มีการปูพรมและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรรายย่อย และระบบกลไกตลาดอย่างมาก” รมว.เกษตรฯ กล่าว

สทนช.เฝ้าระวังจุดเสี่ยง ถอดบทเรียนแก้ภัยแล้งซ้ำซาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777472

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่าง จ.ลำปาง และ จ.ตาก โดยใช้กลไกคณะกรรมการลุ่มน้ำวังและคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้ถอดบทเรียนจากการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงที่ผ่านมา เพื่อวางแผนรับมือในฤดูแล้งปี 2566/67

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตาม 9 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 2566/67 อย่างเคร่งครัด เพราะประเทศไทย ยังอยู่ในสภาวะเอลนีโญ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่ได้ รวมทั้งสั่งการให้ สทนช.ภาค 1 ประสานงานหน่วยที่เกี่ยวข้อง บูรณาการรวบรวมข้อมูลสภาพปัญหาและสถานการณ์น้ำของทั้ง จ.ลำปาง และ จ.ตาก เพื่อนำมาวางแผนแก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์

สำหรับการดำเนินการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่าง ช่วงที่ผ่านมา เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำรักษาระบบนิเวศ โดยแก้ปัญหาผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำวัง ซึ่งมีมติให้สำนักงานชลประทานที่ 2 จัดทำแผนการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่พริก (ผาวิ่งชู้) 5 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)เพื่อรักษาระบบนิเวศ และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับผลิตประปาหมู่บ้าน ในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่าง เริ่มจัดสรรน้ำตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม–26 กรกฎาคม 2566 ซึ่งผลการดำเนินการดังกล่าวมีการใช้น้ำรวมทั้งสิ้น 1.68 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ช่วงต้นฤดูฝนปี 2566 พื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่างขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ได้พิจารณาเพิ่มการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่พริก (ผาวิ่งชู้) สามารถแก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ ทำให้ไม่มีรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

เลขาธิการ สทนช.กล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ลุ่มน้ำวัง 2 แห่ง มีปริมาณค่อนข้างดีมาก คืออ่างเก็บน้ำกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 105 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของปริมาณการกักเก็บ โดยวางแผนการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 2566/67 เพื่อการอุปโภค-บริโภค 16.13 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาระบบนิเวศ 21.90 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการเกษตร 121.94 ล้าน ลบ.ม. โดยรับน้ำเพิ่มจากอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา 90 ล้าน ลบ.ม. รวมกับน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างฯ สำรองไว้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2567 จำนวน 40.52 ล้าน ลบ.ม. และอื่นๆ 30.30 ล้าน ลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 189 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 111% ของปริมาณการกักเก็บ โดยวางแผนจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค 1.45 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาระบบนิเวศ 7.78 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการเกษตร 9.58 ล้าน ลบ.ม. สำรองไว้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2567 อีก 70.56 ล้าน ลบ.ม. และอื่นๆ 90 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่าง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง คืออ่างเก็บน้ำแม่พริก (ผาวิ่งชู้) จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ36.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ของปริมาณการกักเก็บ

รมว.เกษตรฯหนุนวิจัยพลิกโฉมเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777473

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายและการขับเคลื่อนงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตร ในโอกาสเป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการและจัดแสดงผลงานวิจัย และนวัตกรรมด้านการเกษตร “เปลี่ยนวิถีเกษตรไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” AgriTech and Innovation (Moving Forward: From Local to Global) จัดโดย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่างผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(สกว.) รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 4 ปี สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงเกษตรฯ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง พัฒนาทรัพยากรเกษตรให้ยั่งยืน เพื่อให้ภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก และหนึ่งในนโยบายที่ให้ความสำคัญ คือการผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสร้าง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรรวมทั้งส่งเสริมการทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม(Go Green) ด้วย BCG/CarbonCredit เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรากฐานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของนโยบายต่างๆ คือองค์ความรู้ในการทำการเกษตร และการนำงานวิจัยและนวัตกรรม เข้ามาช่วยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาภาคการเกษตร

“ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อการเกษตร และผลักดันงานวิจัยมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และกรมวิชาการเกษตร ต้องร่วมกันนำผลงานวิจัยไปเผยแพร่และขยายผลในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ซึ่งงานวิจัยและนวัตกรรม จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร” รมว.เกษตรฯ กล่าว

อธิบดีกรมข้าว ลงพื้นที่ภาคเหนือ​ มอบนโยบาย​ ผอ.วิจัยข้าวทั่วประเทศ​ พร้อมพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777438

อธิบดีกรมข้าว ลงพื้นที่ภาคเหนือ​ มอบนโยบาย​ ผอ.วิจัยข้าวทั่วประเทศ​ พร้อมพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพันธุ์

อธิบดีกรมข้าว ลงพื้นที่ภาคเหนือ​ มอบนโยบาย​ ผอ.วิจัยข้าวทั่วประเทศ​ พร้อมพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพันธุ์

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 18.45 น.

“อธิบดีกรมข้าว” ลงพื้นที่ภาคเหนือ​ มอบนโยบาย​ ผอ.วิจัยข้าวทั่วประเทศ​ พร้อมพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพันธุ์ 

วันที่​ 26​ ธ.ันวาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์  ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ เป็นประธานการประชุม​กองวิจัยและพัฒนาข้าว​ เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามภารกิจของกองวิจัยและพัฒนาข้าว​  โดยมี​ ​ดร.ชิษณุชา  บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ น​นทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วยผู้บริหารกองวิจัยและพัฒนาข้าวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมการประชุม​ ณ​ ห้องประชุม​ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย​ จ.เชียงราย

▫️ในการนี้​ อธิบดีกรมการข้าว​ ได้มอบนโยบายการทำงาน​ และติดตามการดำเนินงานด้านการวิจัยพันธุ์ข้าว​ ตลอดจนรับฟังปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานด้านการวิจัย​ เพื่อให้งานวิจัยพันธุ์ข้าวดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

▫️ต่อจากนััน​ อธิบดีกรมกรมการข้าวและคณะ​ ได้เดินทางไปยังศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา​ เพื่อพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวน​ 77 กลุ่ม​ พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและอุปสรรค​จากพี่น้องเกษตร​กร​ ณ​ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา​ จ.พะเยา