ปศุสัตว์ยันมาเลเซียเปิดรับไข่ไก่ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732455

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า หน่วยงาน Department of Veterinary Services (DVS) ประเทศมาเลเซีย อนุญาตนำเข้าไข่ไก่สดจากประเทศไทยเป็นครั้งแรกโดยเป็นการเปิดตลาดเป็นกรณีพิเศษ จากข้อกังวลของรัฐบาลมาเลเซียต่อสถานการณ์สินค้าไข่ไก่สดขาดแคลนจากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบให้ปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนจนผู้ผลิตไข่ไก่ในมาเลเซีย ต้องลดกำลังการผลิตลง จนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อินเดียและศรีลังกา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 และให้นำเข้าจากประเทศไทย โดยมีผลทันทีถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2566และคาดว่ามาเลเซีย จะยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าไข่ไก่จากต่างประเทศอีก 6 เดือน
นับจากนี้ สำหรับการส่งออกไข่ไก่จากประเทศไทยนั้น มีผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจส่งออกไข่ไก่ไปมาเลเซียแล้ว 4 ราย

ปัจจุบันประเทศไทย มีกำลังการผลิตไข่ไก่ ประมาณ 43 ล้านฟองต่อวันมีการส่งออกประมาณ 1.5 ล้านฟองต่อวัน ซึ่งการเปิดตลาดส่งออกเพิ่มเติมดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และคาดว่าจากนี้ไปจะมีการเปิดตลาดของไข่สดอีกหลายประเทศเพื่อสร้างตลาดส่งออกใหม่ จะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถรักษาระดับการผลิตและการบริโภคให้ใกล้เคียงภาวะสมดุลได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลสำเร็จจากการเปิดตลาดการส่งออกไข่ไก่สดเพิ่มในครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรและอาหารไทย ที่กรมปศุสัตว์ กำกับดูแลการผลิตสินค้าปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่การผลิตให้ได้คุณภาพมาตรฐาน เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคด้านความปลอดภัยอาหาร ตั้งแต่แหล่งที่มาของสัตว์จากฟาร์มมาตรฐาน GAP จนถึงศูนย์รวบรวมและแปรรูปสินค้าปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐาน GMP, GHPs และ HACCP สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมายในประเทศ ตามระเบียบของประเทศคู่ค้าและตามหลักสากล

รองปลัดฯถกคกก. ทบทวน-ปรับปรุง การนำเข้าส่งออก รวม90งานบริการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732449

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการทบทวนและปรับปรุงงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกของกระทรวงเกษตรฯ โดยมี น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.รับทราบคำสั่งคณะกรรมการฯ 2.ร่วมกันพิจารณาแนวทางการทบทวนและปรับปรุงงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกของกระทรวงเกษตรฯ 90 งานบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงาน และ 3.มติที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำแนวทางการศึกษาระยะเวลาการพิจารณาอนุญาต เพื่อกำหนดมาตรฐานการให้บริการ (Service Level Agreement : SLA) ของสำนักงาน ก.พ.ร.หลักการในการปรับปรุง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และแนวทางวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ไปปรับปรุงระยะเวลาและลดขั้นตอนการให้บริการนำเข้า-ส่งออกของกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาประยุกต์ใช้ในงานบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคประชาชน ให้ได้รับการบริการของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีความง่ายขึ้น (Easier) ถูกลง (Cheaper) และเร็วขึ้น (Faster)

อธิบดีกรมข้าวชักชวน ให้ชาวนาปลูกข้าวรักษ์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732456

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายขจร โนวัฒน์ ผอ.สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว นำคณะและผู้แทนสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคที่เกษตรกรกำลังประสบอยู่ที่ศูนย์ข้าวชุมชน ต.บ้านกุ่ม หมู่ 3 อ.สองพี่น้อง และศูนย์ข้าวชุมชนบ้านตะลุ่มบ้านหมี่ หมู่ 1 ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ. สุพรรณบุรี

อธิบดีกรมการข้าวกล่าวว่า ในโอกาสนี้จึงได้เชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบ BCG Model ซึ่งก็คือการปลูกข้าวปลอดภัย ไร้สารเคมี โดยแนะให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวต่อว่าได้นำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ที่เป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน เน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริม

จากนั้นอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อรับทราบข้อมูล เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำนาของเกษตรกร โดยมีนายกำพลทองโสภา ประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับจังหวัด และกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ร่วมให้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ศูนย์ข้าวชุมชนรักษ์ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี

อ.ต.ก.พัฒนาสินค้าเกษตร ใช้นวัตกรรมนำร่องภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732454

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปิยวุฒิ วิหงส์ ผอ.ฝ่ายธุรกิจเกษตร รักษาการ รอง ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า กิจกรรมส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรคุณภาพ การแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นอีกหนึ่งภารกิจภายใต้โครงการ “ศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง” (Thailand Best Agricultural Showroom) อ.ต.ก.ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ตลาด อ.ต.ก.จตุจักร จัดตั้งขึ้นเพื่อขยายช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกรมต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม ในครัวเรือนมาประชาสัมพันธ์และจัดจำหน่ายโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและเพื่อให้เป็นศูนย์กลางด้านอาหารและสินค้าเกษตรคุณภาพที่ดีที่สุดในประเทศในรูปแบบศูนย์แสดงสินค้า ให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติสามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรกรคุณภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ขยายตลาดสินค้าเกษตรไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่เพื่อการส่งออกของประเทศไทยให้ไปถึงระดับนานาชาติได้ โดยใช้ยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรฯ “การตลาดนำการผลิต” ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สอดรับกับวิสัยทัศน์ “องค์กรที่เป็นศูนย์กลางและช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีความโดดเด่น น่าเชื่อถือด้านคุณภาพ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างยั่งยืน” ที่มุ่งเน้นช่วยเหลือเกษตรกรด้านการลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมด้านการตลาด การพัฒนาแบรนด์คุณภาพ การยกระดับราคาผลผลิตที่มีคุณภาพและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผลผลิตทางการเกษตร

การอบรม “การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรคุณภาพ การแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม” เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการปกครอง และภาคเอกชน ในการส่งเสริมเผยแพร่ถ่ายทอดความรู้ โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร กลุ่ม Smart Agriculture ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่ง อ.ต.ก.จะจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ในพื้นที่ จ.พะเยา เชียงราย กำแพงเพชร และร้อยเอ็ด ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2566 ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มบริหารงานตลาด อ.ต.ก.โทร. 0-2279-2080-9 ต่อ 110

อสป.-ท่าเรือประมงหัวหินฯ เปิดตลาดขายสินค้าประมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732213

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานท่าเทียบเรือประมงหัวหินและปราณบุรี องค์การสะพานปลา (อสป.) ได้เปิดพื้นที่บนสะพานปลาท่าเทียบเรือประมงหัวหิน เพื่อเปิดเป็น “ตลาดถนนคนเดิน” ให้พ่อค้าแม่ค้า และกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ได้ร่วมจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย โดยสำนักงานท่าเทียบเรือประมงหัวหิน ร่วมกับสมาคมเรือเล็ก กลุ่มเรือเล็ก F16 และชุมชุนสมอเรียงที่ได้จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาชายหาดลำวงย้อนยุค เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ ซึ่งเป็นการส่งเสริม สนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงก่อให้เกิดรายได้ในครัวเรือน และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

ทั้งนี้ ด้วยความร่วมมือจากผู้แทนของหน่วยงานต่างๆ ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน และการขนถ่ายนักท่องเที่ยวจากเรือยูโรป้า 400 คน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างมาก

กรมข้าวลงพื้นที่ ศูนย์ฯเพชรบูรณ์ ชูทำBCGโมเดล ทำนาแบบยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732210

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อพบปะพี่น้องชาวนา/เกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนฯ โดยมี น.ส.ชวนชม ดีรัศมี ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก พร้อมด้วย สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ให้การต้อนรับ ที่ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองผักบุ้งพัฒนา ต.นายม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า เนื่องจากได้รับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคที่ชาวนากำลังประสบ พร้อมได้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำนา โดยให้หันมาปลูกข้าวรักษ์โลกในรูปแบบ BCG Model ที่เป็นการทำนาแบบประณีต เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมียาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก ที่จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตได้ต่อไป

“ผมไม่มีคำว่าวันเสาร์-อาทิตย์ ผมลงพื้นที่พบปะพี่น้องตลอด ไม่ใช่แค่นั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์เท่านั้น เพราะพวกเขาคือครอบครัวของผม เราต้องฟังเสียงของประชาชนแล้วนำมาแก้ปัญหา เราจะต้องสร้างความเข้มแข็งให้พี่น้อง เราจะไม่ทิ้งกัน”อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

คกก.นมเพื่อเด็กฯจ่อปรับราคานมดิบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732212

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 3/2566 โดยมีนายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบการปรับราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยเสนอปรับราคานมโรงเรียนเพิ่มขึ้น 0.46 บาท/หน่วย เพื่อให้สอดคล้องกับราคาน้ำนมดิบ ซึ่งการปรับราคาดังกล่าวอยู่ในกรอบอำนาจของคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ส่วนค่าบริหารจัดการขอให้ทางคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk board) พิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ตรวจสอบข้อมูลและยืนยันกรอบวงเงินเพิ่มเติม เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการรวบรวมนำเสนอสำนักงบประมาณ และเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาข้ออุทธรณ์ของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 26 ราย พร้อมทั้งเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องอุทธรณ์เพิ่มเติม โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน และให้ฝ่ายเลขาฯ นำเสนอองค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ในการประชุมครั้งต่อไป

นายประยูรกล่าวว่า เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำชับให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานโดยยึดหลักให้เกษตรกรภาครัฐ และเอกชน ทำงานร่วมกัน หากต้องปรับปรุงแก้ไขเรื่องใดให้ดำเนินการทันที เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร

กยท.พลิกโฉมประมูลยาง เชื่อมโยงข้อมูลตลาดสู่ระบบดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732211

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการพัฒนาตลาดยางพาราให้เป็น Digital Platform ผ่านระบบ Thai Rubber Trade โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาระบบการซื้อขายประมูลยางพารา สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานตลาดกลางยางพาราของ กยท.ทั้ง 8 แห่ง และตลาดเครือข่ายกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี Block chain มาใช้ในการทำธุรกรรมเพื่อเพิ่มความโปร่งใส แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบ และมีระบบตรวจสอบการโอนเงิน ลดความเสี่ยงในการปลอมแปลงบัญชี สามารถทำสัญญาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ด้วย Smart Contract

อย่างไรก็ดี ในระยะแรกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ กยท.จะนำระบบ Thai Rubber Trade มาใช้ในการซื้อขายยางของสำนักงานตลาดกลางยางพารา กยท.เป็นการนำร่องก่อน 4 แห่ง คือ สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.เชียงราย  สำนักงานตลาดกลาง จ.หนองคาย สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.บุรีรัมย์ และสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.ระยอง  จากนั้นจะขยายผลนำระบบ Thai Rubber Trade มาใช้ในการซื้อขายยางของสำนักงานตลาดกลางยางพาราในพื้นที่ภาคใต้อีก 4 แห่ง คือสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.สุราษฎร์ธานี สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.นครศรีธรรมราช สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา และสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.ยะลา เพื่อให้ครบทั้ง 8 แห่งภายในเดือนกันยายน 2566

น.ส.อธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผอ.ฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท.กล่าวว่า ระบบ  Thai Rubber Trade เป็นระบบซื้อขายยางที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ระบบการซื้อขายยางด้วยวิธีการประมูลของ กยท.ให้เป็น Digital Platform  ซึ่งมีการพัฒนาระบบใช้งานผ่าน Mobile Platform และ Web Application ช่วยลดระยะเวลาในการทำธุรกรรม  และบริหารจัดการข้อมูลการซื้อขายยางทั้งหมดแบบ Real Time ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อยางที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามความต้องการได้จากทุกตลาดกลางยางพาราและตลาดเครือข่าวทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การนำระบบ  Thai Rubber Trade  มาใช้ซื้อขายยางเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบตลาดยางพาราของ กยท. ที่ช่วยสร้างราคาที่เป็นธรรม อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสขยายช่องทางการตลาดให้เกษตรกรชาวสวนยาง นอกจากนี้เทคโนโลยี Block chain ที่นำมาใช้ในระบบ Thai Rubber Trade ยังรองรับการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลแหล่งที่มาของผลผลิตยางพาราได้ สอดคล้องกับกฎระเบียบของ EU (EUDR : EU Deforestation-free Regulation) ที่กำหนดให้การนำเข้ายางและผลิตภัณฑ์จากยางจะต้องมาจากสวนยางที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่อนุรักษ์ และพื้นที่ป่า รวมถึงการจัดการสวนยางพาราที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม

“การซื้อขายยางผ่านระบบตลาดกลางของ กยท.ต้องลงทะเบียนสมาชิกทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยาง กยท. สามารถเชื่อมโยงทะเบียนสมาชิกผู้ขายกับทะเบียนเกษตรกร จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังพื้นที่สวนยางที่เป็นแหล่งผลิตได้อย่างถูกต้อง” ผอ.ฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท.กล่าว

งามไส้!สั่งสอบ-เช็คบิลจนท.ยักยอกเงิน‘สหกรณ์เปือยน้อย’ สมาชิกเดือดร้อนเบิกไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732130

งามไส้!สั่งสอบ-เช็คบิลจนท.ยักยอกเงิน‘สหกรณ์เปือยน้อย’ สมาชิกเดือดร้อนเบิกไม่ได้

งามไส้!สั่งสอบ-เช็คบิลจนท.ยักยอกเงิน‘สหกรณ์เปือยน้อย’ สมาชิกเดือดร้อนเบิกไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 10.35 น.

งามไส้!สั่งสอบ-เช็คบิลจนท.ยักยอกเงิน‘สหกรณ์เปือยน้อย’ สมาชิกเดือดร้อนเบิกไม่ได้

21 พฤษภาคม 2566 นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากกรณีชาวบ้านใน อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น นับร้อยคนรวมตัวกันร้องเรียนผ่านสื่อ ช่วยเป็นกระบอกเสียง หลังพากันไปเบิกเงินที่สหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีเงิน เพราะถูกเจ้าหน้าที่การเงินยักยอกไป ล่าสุดได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดขอนแก่นลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

“เบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์ได้ทำการยักยอกเงินฝากสมาชิก ปลอมแปลงลายมือชื่อถอนเงินออกจากระบบ ซึ่งสมาชิกนำสมุดคู่ฝากบัญชีเงินออมทรัพย์และสมุดคู่ฝากบัญชีเงินออมทรัพย์พิเศษมาตรวจสอบกับข้อมูลที่สหกรณ์ ซึ่งสรุปยอดรับฝากไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับสมุดคู่ฝากของสมาชิก จำนวน 69 บัญชี ยอดเงิน 12 ล้านบาทเศษ  และสมาชิกลาออกแล้วไม่ได้รับเงินค่าหุ้นคืน รวมทั้งสมาชิกสหกรณ์ที่เป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เสียชีวิตแล้วไม่ได้รับเงินค่าสงเคราะห์ศพ บางส่วนที่ได้รับเงินแต่ไม่ครบตามจำนวน” นายวิศิษฐ์ กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่นลงพื้นที่ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ คณะกรรมการสหกรณ์ ปลัดอำเภออาวุโส เจ้าหน้าที่ปกครอง และ ผกก.สภ.เปือยน้อย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการดำเนินงานและข้อร้องเรียนของสมาชิกสหกรณ์โดยเร่งด่วนแล้ว และจากการประชุมหารือได้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์ที่ยักยอกเงินทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย และสหกรณ์เตรียมกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งสามารถกู้เงินได้ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท รวมทั้งขอกู้ยืมเงินจากสหกรณ์อื่น/ขอเงินรับฝากเงินจากสหกรณ์อื่นและสหกรณ์ดำเนินการวางแผนร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น และสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ขอนแก่น เพื่อสอบทานเงินฝาก หุ้น และหนี้สินสมาชิก 100% ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ส่วนหุ้นของสมาชิกที่ไม่สามารถถอนคืนได้นั้น ตามข้อบังคับสหกรณ์ กรณีที่สหกรณ์ขาดทุนสะสมหรือมีแนวโน้มจะขาดทุนสะสมให้ชะลอการจ่ายคืนค่าหุ้นแก่สมาชิก ซึ่งสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย จำกัด ขาดทุนสะสมกว่า 16 ล้านบาทเศษ มูลค่าหุ้นติดลบ 93.73 บาท จึงไม่สามารถคืนค่าหุ้นให้กับสมาชิกได้ ในส่วนที่สหกรณ์ได้คืนค่าหุ้นกับสมาชิก 25 ราย เป็นเงิน 681,690 บาท ไปแล้วนั้น นายทะเบียนสหกรณ์ ได้มีคำสั่งตามมาตรา 22(1) แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้สหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่องโดยเรียกคืนค่าหุ้นที่จ่ายคืนสมาชิกและหาผู้รับผิดชอบในการกระทำความเสียหายให้แก่สมาชิกสหกรณ์ ด้านเงินสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่สมาชิกไม่ได้รับ ได้ดำเนินการแจ้งเทศบาลตำบลเปือยน้อย ซึ่งเป็นนายทะเบียนรับผิดชอบตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ดังกล่าวได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเร่งหาทางช่วยเหลือ

“นอกจากนี้ยังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ตรวจการสหกรณ์ (เฉพาะกิจ) เข้าตรวจสอบกิจการและฐานะการเงินของสหกรณ์ และให้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายใน 7 วัน เพื่อนายทะเบียนสหกรณ์ใช้ดุลพินิจตามอำนาจหน้าที่ และแต่งตั้งผู้ช่วยคณะผู้ตรวจการสหกรณ์ (เฉพาะกิจ) เข้าสอบทานเงินฝาก หุ้น และหนี้สินของสมาชิกทุกราย ร่วมกับผู้สอบบัญชี คณะกรรมการสหกรณ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการใช้อำนาจนายทะเบียนสหกรณ์ต่อไป” นายวิศิษฐ์ กล่าว

กรมการค้าภายในเปิดจุดโมบายพาณิชย์ นำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 80 รายการ ลดสูงสุด 60% ที่วัดตลิ่งชัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732012

กรมการค้าภายในเปิดจุดโมบายพาณิชย์ นำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 80 รายการ ลดสูงสุด 60% ที่วัดตลิ่งชัน

กรมการค้าภายในเปิดจุดโมบายพาณิชย์ นำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 80 รายการ ลดสูงสุด 60% ที่วัดตลิ่งชัน

วันเสาร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.29 น.

กรมการค้าภายในเปิดจุดโมบายพาณิชย์ลดราคา นำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 80 รายการ ลดสูงสุด 60% ขายที่วัดตลิ่งชัน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน เผยรอบนี้ นำมะม่วงแฟนซี มาจำหน่ายด้วย ราคา กก.ละ 15 บาท ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนช่วยกันอุดหนุน 

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มาเปิดจุดโมบายพาณิชย์ลดราคา จำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ณ วัดตลิ่งชัน มีสินค้ามาจำหน่ายกว่า 80 รายการ ลดสูงสุดเกือบ 60% ได้แก่  หมวดอาหาร ซอสปรุงรส สินค้าชำระร่างกาย ผลิตภัณฑ์ซักล้าง ยารักษาโรค และมีสินค้าไฮไลท์ เช่น ไข่ไก่ เบอร์ M (คละกลางใหญ่) ราคาแผงละ 90 บาท ตกฟองละ 3 บาท น้ำตาลทรายถุงละ 18 บาท หมูเนื้อแดงราคา 130 บาท/กิโลกรัม (กก.) น่องไก่ติดสะโพกราคา 50 บาท/กก. น้ำมันปาล์มราคาขวดละ 42 บาท ข้าวขาวถุงละ 80 บาท ข้างหอมราคาถุงละ 100 บาท และยังได้ประสานทางโรงสีนำข้าวหอมมะลิสุรินทร์นำมาในราคาพิเศษ ถุงละ 155 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน 

ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้นำมะม่วงแฟนซีที่กรมฯ ได้ไปรับซื้อมาจากจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ในการเพาะปลูกมะม่วง ซึ่งปีนี้มะม่วงแฟนซีคาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 300,000 ตัน และกรมฯ ได้ไปทำสัญญาข้อตกลง “อมก๋อยโมเดล” โดยนำผู้ประกอบการไปรับซื้อผลผลิตจากกับกลุ่มเกษตรกร จังหวัดเชียวใหม่-ลำพูนกว่า 38,000 ตัน และกระจายผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งห้างค้าส่งค้าปลีก ปั๊มน้ำมัน และในจุดจำหน่ายโมบายพาณิชย์ลดราคา 

“ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ในช่วงนี้มะม่วงแฟนซีเริ่มออกแล้ว เราได้ทานมะม่วงพันธุ์พื้นฐานแล้ว จึงอยากเชิญชวนให้ลองบริโภคมะม่วงแฟนซีกันดูบ้าง ราคาก็ไม่แพง ขายเพียง กก.ละ 15 บาท  ประกอบไปด้วยมะม่วงแฟนซี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ จินหง งาช้างแดง แดงจักพรรดิ และ อาร์ทูอีทู (R2E2) สามารถมาเลือกซื้อได้ที่รถโมบายพาณิชย์ทั้ง 100 คัน ตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ที่เว็บไซต์ของกรมการค้าภายใน http://www.dit.go.th หรือพิมพ์เข้าไปที่ Line @โมบายพาณิชย์ ก็ได้”นายวัฒนศักดิ์กล่าว

สำหรับโครงการพาณิชย์ลดราคา ล็อตที่ 24 ออนทัวร์ทั่วไทย ตอนนี้เหลืออีกแค่ไม่กี่จังหวัด ประมาณ 10 จุด ที่จะมีสินค้าจากร้อยกว่าบู๊ทไปร่วมรายการในแต่ละจังหวัด โดยสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซตต์ของกรมการค้าภายใน ซึ่งจะมีสินค้ามาร่วมรายการลดสูงสุดกว่า 80% จึงอยากฝากเชิญชวนพี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารว่าเราจะมีการจัดกิจกรรมลดราคาสินค้าที่ไหน อย่างไร ใกล้บ้านตรงไหนก็ไปตรงนั้น หรือสามารถ @Line โมบายพาณิชย์ได้ และในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ ถ้าไม่รู้จะไปให้ขอให้เปิดเว็บไซต์กรมการค้าภายในไปติดตามตลาดต้องชม เลือกไปเที่ยว ไปชม ไปช็อป ตลาดใกล้บ้านท่าน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในตลาดนั้นๆ รายได้จะได้หมุนเวียนในชุมชน