ปลัด มท.เก้าอี้ยังปึ้ก! อนุทิน เอ่ยปากการันตี ใครทำงานพระคลังข้างที่ เจริญรุ่งเรืองทุกคน

ปลัด มท.เก้าอี้ยังปึ้ก! อนุทิน เอ่ยปากการันตี ใครทำงานพระคลังข้างที่ เจริญรุ่งเรืองทุกคน

ปลัด มท.เก้าอี้ยังปึ้ก! อนุทิน เอ่ยปากการันตี ใครทำงานพระคลังข้างที่ เจริญรุ่งเรืองทุกคน

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.09 น.

“อนุทิน”ยันใครทำงานพระคลังข้างที่ เจริญรุ่งเรืองทุกคน ดู”ปลัด มท.”จะไปไม่ไปแหล่ แต่พออยู่โครงการนี้ยังแน่นอยู่

15 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องเกียรติคุณพรรณนา 2 อาคารเกียรติคุณพรรณนา (อาคารอำนวยการ) สำนักงานพระคลังข้างที่ ถ.นครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมงานแถลงข่าว โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” ประเภทเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย ครั้งที่ 3 ปี 2569

โดย นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีคุณค่า ที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชาติ เยาวชนจะได้เรียนรู้ผ่านบทเพลงเหล่านี้ ซึ่งผ่านความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตนยังจำบรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ประทับใจในความสามารถ ความตั้งใจ และพลังของเยาวชนจากทั่วประเทศ ซึ่งตอกย้ำว่า เวทีแห่งนี้สามารถสร้างโอกาสแรงบันดาลใจและคุณค่าที่ดีให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง สิ่งที่น่าชื่นชมอีกประการหนึ่งคือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และภาครัฐภาคเอกชน วงการดนตรี และศิลปินและผู้ฝึกสอน สื่อมวลชน และหน่วยงานต่างๆ ที่วงการสนับสนุนโครงการนี้และมีเป้าหมายร่วมกัน และชื่นชมสำนักงานพระคลังข้างที่ และทุกหน่วยงาน ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการอันทรงคุณค่า ถือว่าพวกเราทุกคนได้ทำงานนี้แล้วเจริญรุ่งเรืองทุกคน ถามปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ จะไปไม่ไปแหล่ แต่พอมาอยู่โครงการนี้ยังแน่นอยู่

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาเยาวชน และส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตนมีความสนใจมีความชื่นชอบชื่นชมในเรื่องของเพลงอยู่แล้ว ยิ่งได้มาพบกับผู้ที่ร่วมจัดงาน ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาจารย์และครู เป็นผู้ที่สนับสนุนในเรื่องของการดนตรีและเพลงต่างๆ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้มาทำเรื่องนี้เพื่อให้มันเป็นนโยบายหรือเป็นภารกิจ แต่เราทำเพื่อความรัก ซึ่งเพลงสมัยเก่าเยุคสมัยถือว่าเป็นการสอนให้เห็นว่า ประเทศของเรามีความเจริญทางด้านวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก และเราต้องสนับสนุนและสืบสานต่อไป เนื้อหาในเพลงต่างๆ ล้วนแล้วแต่สามารถนำไปใช้ดำรงชีวิตได้ ซึ่งการดำรงชีวิตของตน การทำงาน การใช้ชีวิตหลายๆ อย่าง เมื่อสักครู่เพลงที่ร้องบนเวที ตนเพิ่งเคยได้ยินเพลง “ไม่เคยรักใครเท่าเธอ” เดี๋ยวจะไปหัดร้องให้คนที่บ้านฟัง หวังว่าพวกเราทุกคนจะชื่นชอบและได้รับความรื่นรมย์ เมื่อเราเข้าถึงเสียงเพลงเข้าถึงดนตรี ความละเมียดละมุนละไมก็จะเกิดขึ้นสติปัญญา ก็จะเกิดความสำนึกผิดชอบชั่วดี และเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเราเอง คนใกล้ชิดเรายืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่ วันที่ 31 ต.ค.ถ้ายังเป็นนายกฯ ไปร่วมงานแน่นอน

จากนั้น นายอนุทิน ขึ้นเวทีร่วมร้องเพลง “ขอพบในฝัน” ของ นายชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติ

– 006

ผศ.ดร.เชษฐา ชี้คลายล็อก 8 ธุรกิจต่างชาติลงทุน เป็นผลดีกับผู้บริโภค ราคาสินค้า-บริการ ถูกลง

ผศ.ดร.เชษฐา ชี้คลายล็อก 8 ธุรกิจต่างชาติลงทุน เป็นผลดีกับผู้บริโภค ราคาสินค้า-บริการ ถูกลง

ผศ.ดร.เชษฐา ชี้คลายล็อก 8 ธุรกิจต่างชาติลงทุน เป็นผลดีกับผู้บริโภค ราคาสินค้า-บริการ ถูกลง

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.03 น.

“ผศ.ดร.เชษฐา” ชี้คลายล็อก 8 ธุรกิจต่างชาติลงทุน เป็นผลดีกับผู้บริโภค ราคาสินค้า-บริการ ถูกลง หลังแข่งขันเพิ่ม ดึงเทคโนโลยี เงินลงทุน-จ้างงาน เชื่อ ไม่ใช่ปล่อยเสรีไร้การกำกับ

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความเห็นต่อกรณีรัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงร่างกฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนใน 8 กิจการ ว่า

โดยส่วนตัวเห็นว่ารัฐบาลกำลังเดินมาถูกทาง เพราะมาตรการดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีแบบไร้เงื่อนไข แต่เป็นการลดขั้นตอนซ้ำซ้อนในกิจการที่มีลักษณะเฉพาะ ใช้เงินลงทุนสูง ใช้เทคโนโลยีสูง และส่วนใหญ่มีหน่วยงานกำกับดูแลตามกฎหมายเฉพาะอยู่แล้ว โมเดลลักษณะนี้ หลายชาติกำลังทำกันอยู่ เพื่อดึงการลงทุนเข้าประเทศ ไทยรอไม่ได้

สำหรับ 8 กิจการดังกล่าว ได้แก่ 1. ธุรกิจโทรคมนาคมแบบไม่มีโครงข่ายของตัวเอง 2. ธุรกิจบริหารการเงิน 3. ธุรกิจการบริหารภายในเครือข่าย 4. ธุรกิจการรับค้ำประกันหนี้ภายในประเทศ 5. ธุรกิจการขุดเจาะปิโตรเลียม 6. ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินรูปแบบต่าง ๆ ที่มีหลักทรัพย์เป็นประกัน ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 7. ธุรกิจเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุนด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และ 8. ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

ประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ เรื่องนี้ไม่ใช่การปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่เป็นการจัดระเบียบกติกาให้ทันกับสภาพเศรษฐกิจยุคใหม่ ลดขั้นตอนทางธุรการที่ไม่จำเป็น และทำให้ประเทศไทยดึงดูดเงินลงทุน เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้มากขึ้น

“ทั้ง 8 กิจการนี้ไม่ใช่ธุรกิจรายย่อยทั่วไป ไม่ใช่การมาแย่งอาชีพคนไทย แต่เป็นกิจการที่ต้องใช้ทุนสูง ใช้ความรู้เฉพาะทาง และต้องมีระบบกำกับดูแลอยู่แล้ว การลดขั้นตอนจึงเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและกระบวนการ ไม่ใช่การยกเลิกการควบคุม” ผศ.ดร.เชษฐา ระบุ

ผศ.ดร.เชษฐา อธิบายว่า หากต่างชาติเข้ามาลงทุนในกิจการเหล่านี้มากขึ้น สิ่งที่จะตามมาคือเงินลงทุนใหม่ เทคโนโลยีใหม่ การจ้างงานใหม่ และเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโทรคมนาคม การเงิน พลังงาน และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในยุคดิจิทัล

ในมุมของผู้บริโภค ผศ.ดร.เชษฐา เห็นว่า การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นย่อมทำให้ประชาชนมีโอกาสได้รับบริการที่ดีขึ้น และราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น เพราะเมื่อมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด ผู้ประกอบการเดิมก็ต้องปรับตัว ทั้งด้านคุณภาพ ราคา นวัตกรรม และบริการหลังการขาย

“พูดง่าย ๆ คือ คนที่จะลำบากอาจเป็นทุนธุรกิจเดิมที่ต้องเจอคู่แข่งมากขึ้น แต่คนที่ได้ประโยชน์คือผู้บริโภค เพราะการแข่งขันทำให้ราคามีแนวโน้มลดลง และคุณภาพบริการดีขึ้น นี่เป็นกลไกตลาดพื้นฐาน” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

ผศ.ดร.เชษฐา ยกตัวอย่างว่า หากมีการแข่งขันในธุรกิจพลังงานมากขึ้น ประชาชนอาจมีโอกาสได้เห็นต้นทุนด้านพลังงานที่แข่งขันได้มากขึ้น หรือหากธุรกิจโทรคมนาคมมีผู้เล่นที่มีศักยภาพเข้ามาเพิ่มขึ้น ก็อาจช่วยกดดันให้ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ หรือบริการดิจิทัลต่าง ๆ มีราคาถูกลง และมีคุณภาพดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.เชษฐา ย้ำว่า การเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลละทิ้งการกำกับดูแล เพราะธุรกิจเหล่านี้ยังอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะและหน่วยงานกำกับเฉพาะ เช่น ธุรกิจโทรคมนาคมยังอยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช. ธุรกิจบริหารการเงินอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ขณะที่ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมก็ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและหน่วยงานด้านพลังงานอย่างเคร่งครัด

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนว่า การดำเนินการของรัฐบาลเป็นการลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนอนุญาต ไม่ใช่การยกเลิกกฎกติกา หรือเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจโดยไม่มีเงื่อนไขตามที่มีการตีความกันในบางส่วน

“การอำนวยความสะดวกของภาครัฐเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การกำกับควบคุมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่าเอาสองเรื่องนี้มาปนกัน การลดขั้นตอนเอกสารไม่ได้แปลว่าไม่มีกฎหมายคุม เพราะกฎหมายเฉพาะยังอยู่ครบ และหน่วยงานกำกับยังต้องทำหน้าที่เหมือนเดิม

อย่าลืมว่าประเทศที่ต้องการเดินหน้าเศรษฐกิจยุคใหม่ ต้องกล้าเปิดพื้นที่ให้การแข่งขัน แต่ต้องเปิดอย่างมีกติกา กรณีนี้จึงไม่ใช่การขายชาติ ไม่ใช่การปล่อยผี แต่คือการปรับระบบราชการและกฎระเบียบให้ทันโลก โดยยังมีกฎหมายเฉพาะคอยกำกับดูแลอย่างชัดเจน” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวทิ้งท้าย

เสธ ทร. ยันชายแดนไทย-เขมรฝั่งตะวันออก ยังปกติ คุมสถานการณ์ได้ 100% ไร้การยั่วยุ

เสธ ทร. ยันชายแดนไทย-เขมรฝั่งตะวันออก ยังปกติ คุมสถานการณ์ได้ 100% ไร้การยั่วยุ

เสธ ทร. ยันชายแดนไทย-เขมรฝั่งตะวันออก ยังปกติ คุมสถานการณ์ได้ 100% ไร้การยั่วยุ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.52 น.

เสธ ทร. ยันชายแดนไทย-กัมพูชาฝั่งตะวันออก ยังปกติ คุมสถานการณ์ได้ 100% ไร้การยั่วยุ 

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านฝั่งจังหวัดตราด ว่า ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงปกติ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ยืนยันว่ายังอยู่ในการควบคุม

เมื่อถามว่า พื้นที่ด้านทะเลตะวันออกที่ติดกับชายแดนกัมพูชา มีการยั่วยุสถานการณ์หรือไม่ พล.ร.อ.ธาดาวุธ กล่าวว่า ไม่มี เหตุการณ์ยังปกติ

เมื่อถามว่าได้มีการหารือกับหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ติดต่อกับชายแดนกัมพูชาหรือไม่ พล.ร.อ.ธาดาวุธ กล่าวว่า เป็นเรื่องในพื้นที่ที่เขาต้องประสานงานกัน ตนขอยังไม่ให้สัมภาษณ์ แต่ย้ำว่าทุกอย่างยังอยู่ในความควบคุมตามปกติ

เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ กองทัพเรือมีความเห็นอย่างไร พล.ร.อ.ธาดาวุธ กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล วันนี้ต้องรอดูว่า รัฐบาลจะมีนโยบายอื่นๆ อย่างไร แต่กองทัพเรือพร้อมที่จะรักษาความมั่นคง ตามนโยบายของรัฐบาล

​เปิดรายชื่อประธาน กมธ. 35 คณะ ภูมิใจไทย-ประชาชน-เพื่อไทย ไม่พลิกโผ

​เปิดรายชื่อประธาน กมธ. 35 คณะ ภูมิใจไทย-ประชาชน-เพื่อไทย ไม่พลิกโผ

​เปิดรายชื่อประธาน กมธ. 35 คณะ ภูมิใจไทย-ประชาชน-เพื่อไทย ไม่พลิกโผ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.39 น.

เปิดรายชื่อประธาน กมธ. 35 คณะ “ภูมิใจไทย-ประชาชน-เพื่อไทย”ไม่พลิกโผ ขณะที่”กล้าธรรม”ส่ง”บุญยิ่ง”นั่ง ปธ.กมธ.กิจการสภาฯ ด้าน”ประชาธิปัตย์”ส่ง”พิทักษ์เดช”คุมกรรมาธิการฟอกเงิน

15 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อ สส.นั่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 คณะ ไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีการประชุม กมธ.แต่ละคณะเพื่อคัดเลือกบุคคลนั่งตำแหน่งต่างๆ ใน กมธ.แต่ละคณะ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น สำหรับรายชื่อประธาน กมธ.ทั้ง 35 คณะ สรุปดังนี้

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร

นพ.วาโย อัศวรุ่วเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน

นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.กีฬา

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.แก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ

นายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.การเกษตรและสหกรณ์

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การคมนาคม

นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ

นายอรรถพล ไตรศรี สส.พังงา พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค

นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน

นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง เป็นประธาน กมธ.การต่างประเทศ

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การตำรวจ

น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ

นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การทหาร

พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.การท่องเที่ยว

น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การปกครอง

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัย

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีษะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.)

นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.พลังงาน

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา

นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.การศึกษา

นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ สส.ศรีษะเกษ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.การแรงงาน

น.ส.รัชนก สุขประเสริฐ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การสวัสดิการสังคม

นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.การสาธารณสุข

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

นายอลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม

นายศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การอุตสาหกรรม

– 006

ไอติม ซัดรัฐบาลไม่จริงใจ บี้ เคลียร์ปชช.ให้ชัด ปัดตก ร่างแก้ รธน.256 เพราะอะไร

ไอติม ซัดรัฐบาลไม่จริงใจ บี้ เคลียร์ปชช.ให้ชัด ปัดตก ร่างแก้ รธน.256 เพราะอะไร

ไอติม ซัดรัฐบาลไม่จริงใจ บี้ เคลียร์ปชช.ให้ชัด ปัดตก ร่างแก้ รธน.256 เพราะอะไร

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.36 น.

ไอติม ไล่บี้ รัฐบาล เคลียร์ให้ปชช.สิ้นสงสัย ปัดตก ร่างแก้ รธน.256 เพราะอะไร ซัดไม่จริงใจ ได้ประโยชน์อื้อจาก สว.-กกต.-ป.ป.ช. ปลุกจับตา ร่างฯ ฉบับ ภท. ส่อกินรวบหรือไม่

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลไม่เลือกยืนยันร่างแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ตนฟังเหตุผลที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมถึงบรรดาแกนนำพรรคภูมิใจไทยแล้วฟังไม่ขึ้น

จนล่าสุดนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ บอกว่าจะขยับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 19 พ.ค. นี้ ซึ่งตนจับตาว่าจะมีเนื้อหาที่กินรวบหรือไม่ อย่างไรก็ดี ตนมองว่ารัฐบาลไม่จริงใจต่อการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะนายกฯ รัฐบาล เครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เกิดระบอบตั๋วสีน้ำเงิน และเป็นปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

“เป็นเพราะนายกฯได้ประโยชน์จากกติกาให้ที่มาของสว.ไม่ได้มาจากประชาชน ทำให้มีการฮั้วสว.  ได้ประโยชน์จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ต่อให้จัดเลือกตั้งแย่ แต่ยังอยู่ได้ ได้ประโยชน์จาก ป.ป.ช. ที่ต่อให้นายกฯมีคดีก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมี ป.ป.ช.ปกป้อง รวมถึงกรณีที่ ครม.ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมตกไป ผมเห็นว่าหากรัฐบาลไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย พร้อมทำตามคำสั่งประชาชน ทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่า หากรัฐบาลไม่ฟังคำสั่งประชาชน แล้วรัฐบาลฟังคำสั่งใคร” นายพริษฐ์ กล่าว

ศุภมาส ลุยไม่ปล่อย ปม เกี๊ยวทิชชู สั่ง สคบ.ขอนแก่น ลงตรวจ ผนึก อย. คุมเข้ม

ศุภมาส ลุยไม่ปล่อย ปม เกี๊ยวทิชชู สั่ง สคบ.ขอนแก่น ลงตรวจ ผนึก อย. คุมเข้ม

ศุภมาส ลุยไม่ปล่อย ปม เกี๊ยวทิชชู สั่ง สคบ.ขอนแก่น ลงตรวจ ผนึก อย. คุมเข้ม

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.33 น.

ศุภมาส ลุยไม่ปล่อย ปม “เกี๊ยวทิชชู” สั่ง สคบ. ขอนแก่น ลงตรวจ ผนึก อย. คุมเข้มความปลอดภัยอาหาร เปิดสิทธิเยียวยาทางแพ่งเต็มที่

15 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการ กรณีผู้บริโภครายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นแจ้งว่าพบกระดาษทิชชูปะปนอยู่ในไส้เกี๊ยวปลาที่ซื้อจากร้านค้าใกล้บึงแก่นนคร จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยตนกำชับให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ และ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมติดตามข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดูแลความปลอดภัยอาหารและการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน  ภายหลังทราบเหตุ ตนสั่งการให้ สคบ. ส่งทีมลงพื้นที่ในวันเกิดเหตุทันที และพยายามประสานผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่บริเวณบึงแก่นนคร พบผู้ประกอบการจำหน่ายเกี๊ยวทอดประมาณ 15-20 ร้าน และเกี๊ยวนึ่งอีก 5-7 ร้าน รวมเกือบ 30 ร้านในพื้นที่ พร้อมทั้งสุ่มซื้อตรวจสอบ แต่ยังไม่พบกรณีตามที่ปรากฏในข่าว จึงได้กำชับให้เร่งติดต่อผู้เสียหายเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานโดยเร็วที่สุด

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีอาหารถือเป็นสินค้าที่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งครอบคลุมถึงกรณี “อาหารไม่บริสุทธิ์” โดย อย. มีอำนาจกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการผลิตอาหารถูกสุขลักษณะและไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้โดยตรง การตรวจสอบมาตรฐานความสะอาดและสุขลักษณะของอาหาร แม้ไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของ สคบ. ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ตนจึงได้สั่งการให้ สคบ. ประสานการทำงานร่วมกับ อย. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้านและรวดเร็ว ทั้งนี้ หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว สามารถใช้สิทธิร้องทุกข์และเรียกร้องการเยียวยาทางแพ่งกับ สคบ. ได้ทันที ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่ สคบ. จะเข้าไปทำหน้าที่ดูแลสิทธิของผู้บริโภคในด้านการเยียวยาความเสียหาย โดยขณะนี้ สคบ. ได้เตรียมพร้อมรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ผู้เสียหายไว้แล้ว

“ดิฉันขอฝากถึงผู้ประกอบการร้านอาหารทุกราย ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความสะอาด” และ “ความปลอดภัย” ในทุกขั้นตอนการผลิตและจำหน่ายอาหาร เพราะอาหาร คือเรื่องของสุขภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชน หากตรวจพบการกระทำที่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับพี่น้องผู้บริโภค ขอให้สังเกตความสะอาดของร้านค้าก่อนตัดสินใจซื้อ เลือกซื้อจากร้านที่มีการรักษาสุขลักษณะที่ดี และหากพบเห็นสิ่งแปลกปลอมในอาหาร ขอให้เก็บอาหารและบรรจุภัณฑ์ไว้เป็นหลักฐาน ถ่ายภาพ และแจ้งหน่วยงานทันที ดิฉันและ สคบ. พร้อมยืนเคียงข้างผู้บริโภคทุกคน” นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย 

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบอาหารเข้าข่ายไม่ถูกสุขลักษณะหรือไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค สามารถติดต่อไปยังสายด่วน อย. 1556 และหากผู้บริโภคได้รับความเสียหายสามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ทุกจังหวัด​​​​​​​​​​​​​​​​

สส.ภท. ขอบคุณ นายกฯอนุทิน ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหา ‘สมุย-พะงัน’

สส.ภท. ขอบคุณ นายกฯอนุทิน ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหา ‘สมุย-พะงัน’

สส.ภท. ขอบคุณ นายกฯอนุทิน ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหา ‘สมุย-พะงัน’

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.29 น.

‘สส.ภท.’ แท้งกิ้ว ‘นายกฯอนุทิน’ ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหา ‘สมุย-พะงัน’ เดินหน้าดันท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี 
                 
15 พฤษภาคม 2569 นายพิพิธ รัตนรักษ์ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟสบุ๊ค ระบุว่า ขอเป็นผู้แทนพี่น้องอำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 2 ขอขอบพระคุณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ และผู้บริหารหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ที่ให้ความสำคัญกับอำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงันอย่างเต็มที่
               
ท่านทั้งหลายให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนรักษาผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ให้กับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสอบการครอบงำทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อความเป็นธรรมของพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่
              
กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 เกาะสมุยและเกาะพะงัน ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของกระผม ความรักและความหวงแหนในพื้นถิ่นดินเกิดของกระผมนั้นไม่น้อยไปกว่าใครทั้งสิ้น และกระผมเชื่อมั่นว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็รู้สึกรักและหวงแหนถิ่นเกิดเช่นเดียวกัน
                
กระผมจะปกป้องทรัพยากร รวมไปถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เขต 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยสำนึกในบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ ยืนยันและพร้อมสนับสนุนการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างเต็มที่ หากพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอเกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงันท่านใดได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งกระผมได้เพื่อประสานหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาโดยเร็วตามนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบไว้
    
และขออาสามารับใช้พ่อแม่พี่น้องในพื้นที่เขต 2 หน้าที่ของกระผมคือปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องในทุกมิติ คำมั่นสัญญาของท่านนายกรัฐมนตรี ล้วนเป็นคำสัญญาของกระผมด้วยเช่นกัน.

แท้งกิ้ว สส.ภท. ขอบคุณ นายกฯ ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหา สมุย-พะงัน เดินหน้าดันท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี

แท้งกิ้ว สส.ภท. ขอบคุณ นายกฯ ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหา สมุย-พะงัน เดินหน้าดันท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี

แท้งกิ้ว สส.ภท. ขอบคุณ นายกฯ ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหา สมุย-พะงัน เดินหน้าดันท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

แท้งกิ้ว สส.ภท. ขอบคุณ นายกฯ ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหา สมุย-พะงัน เดินหน้าดันท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี 
                 
เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 นายพิพิธ รัตนรักษ์ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขอเป็นผู้แทนพี่น้องอำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 2 ขอขอบพระคุณ  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ และผู้บริหารหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ที่ให้ความสำคัญกับอำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงันอย่างเต็มที่

ท่านทั้งหลายให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนรักษาผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ให้กับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสอบการครอบงำทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อความเป็นธรรมของพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่

กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 เกาะสมุยและเกาะพะงัน ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของกระผม ความรักและความหวงแหนในพื้นถิ่นดินเกิดของกระผมนั้นไม่น้อยไปกว่าใครทั้งสิ้น และกระผมเชื่อมั่นว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็รู้สึกรักและหวงแหนถิ่นเกิดเช่นเดียวกัน

กระผมจะปกป้องทรัพยากร รวมไปถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เขต 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยสำนึกในบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ ยืนยันและพร้อมสนับสนุนการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างเต็มที่ หากพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอเกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงันท่านใดได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งกระผมได้เพื่อประสานหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาโดยเร็วตามนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบไว้

และขออาสามารับใช้พ่อแม่พี่น้องในพื้นที่เขต 2 หน้าที่ของกระผมคือปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องในทุกมิติ คำมั่นสัญญาของท่านนายกรัฐมนตรี ล้วนเป็นคำสัญญาของกระผมด้วยเช่นกัน”

อรรถวิชช์ ติง รัฐบาล เมิน 2 ร่างกม.ภาคปชช. เปิดทางปลดล็อก หนี้นอกระบบ-เครดิตบูโร

อรรถวิชช์ ติง รัฐบาล เมิน 2 ร่างกม.ภาคปชช. เปิดทางปลดล็อก หนี้นอกระบบ-เครดิตบูโร

อรรถวิชช์ ติง รัฐบาล เมิน 2 ร่างกม.ภาคปชช. เปิดทางปลดล็อก หนี้นอกระบบ-เครดิตบูโร

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.15 น.

อรรถวิชช์ ติง รัฐบาล เมิน 2 ร่างกม.ภาคประชาชน เปิดทางปลดล็อก หนี้นอกระบบ-เครดิตบูโร จี้ให้ความสำคัญ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ อภิปรายว่า ตนขอบคุณรัฐบาลที่ยืนยันร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย แต่มีกฎหมายอีกฉบับที่รัฐบาลไม่ยืนยัน คือ ร่างกฎหมายการประกอบเครดิต หรือ เครดิตบูโร ซึ่งตนทำร่วมกับประชาชน

ทั้งนี้ทุกรัฐบาลเข้ามาพยายามแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ที่มีหนี้ครัวเรือนมากที่สุด เพราะมีหนี้นอกระบบสูง เพราะระบบเครดิตบูโรล้าหลังที่เกิดในยุคไอเอ็มเอฟ ทั้งนี้การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของประเทศไทยล้มเหลว เพราะเข้าระบบไม่ได้ คนติดเครดิตบูโร มีทั้งหมด 5 ล้านคน และ 90% ของคนติดเครดิตบูโร อายุ 22-60 แปลว่าคนทำงานไม่มีสิทธิ์เข้าถึงสินเชื่อ ทั้งนี้ประวัติการติดเครดิตบูโร แสดงเป็นประวัติ 3 ปี แม้จ่ายหนี้หมดแล้ว  แต่การแก้ปัญหาของต่างประเทศใช้ระบบคะแนน

“การมองกฎหมายภาคประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ผมคิดว่าบางทีรัฐบาลจะฟังราชการประจำจนลืมกฎหมายภาคประชาชน ซึ่งกฎหมายเครดิตบูโรหากท่านได้ประชาชนคนไทยจะหลุดพ้นจากหนี้ได้ เที่ยวนี้ผมเสนอเข้าสภาไปแล้ว หวังว่าประธานสภาฯจะเร่งเข้าสู่วาระที่หนึ่งได้” นายอรรถวิชช์ อภิปราย

นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า มีกฎหมายภาคประชาชนอีกฉบับที่ตนคาใจ คือร่างพ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ… (PRTR) ฉบับดังกล่าวเกลาในห้องกมธ.อย่างดี ทั้งนี้ตนขอให้รัฐบาลเชื่อในพลังของประชาชนที่เสนอกฎหมาย เขาคิดรอบคอบ สภาฯช่วยเกลาอย่าางดีให้มั่นใจ ไม่ใช่ให้ผ่านเฉพาะกฎหมายราชการเท่านั้น  ทั้งนี้ร่างกฎหมายของภาคประชาชนสำคัญเพราะเขาใจปัญหาสังคมที่แท้จริง

เปิด 34 รายชื่อ เอกชนยักษ์​ใหญ่เตรียมหารือรัฐบาลเย็นนี้

เปิด 34 รายชื่อ เอกชนยักษ์​ใหญ่เตรียมหารือรัฐบาลเย็นนี้

เปิด 34 รายชื่อ เอกชนยักษ์​ใหญ่เตรียมหารือรัฐบาลเย็นนี้

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.07 น.

เปิด 34 รายชื่อ! “เอกชนยักษ์​ใหญ่”เตรียมหารือ”รัฐบาล”เย็นนี้ ด้าน”ทำเนียบฯ”เตรียมพร้อม รับ CEO ร่วมหารือเวที”ผู้ประกอบการพูดรัฐบาลฟัง”

15 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่มาจัดเตรียมห้องและดูความเรียบร้อยที่ตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” และตึกสันติไมตรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ (หลังนอก) หลังเสร็จจากวงหารือที่จะเริ่มในเวลา 17.00 น.โดยมีนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน โดยมีคณะรัฐมนตรีทั้งหมดร่วมรับฟังด้วย

ทั้งนี้ ในเวทีดังกล่าว เป็นการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี ​และ​รมว.มหาดไทย​ รวมถึงคณะรัฐมนตรี​ ​เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญกว่า 35 คน เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความความคิดเห็น ที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 17.00 น.โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการร่วมหาแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบด้วย

​- 3 สถาบัน กกร.และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

​1.นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

​2.นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

​3.นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย

​4.นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

– กลุ่มสถาบันการเงิน

1.นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) ส่งนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

​2.นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย

​3.นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

​- กลุ่มธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

​1.นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

​2.นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)

​3.นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่ง นายโสภณ ราชรักษา : Executive vice President,Thai Beverage Public Company Limited

​4.นางวราภรณ์ โอสถานุพันธ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด

– กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

​1.นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

​2.นายนรเชษฐ์ แซ่ตั้ง Country Manager ประเทศไทย บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

– กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์

1.นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

​2.นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์ กรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

​3.นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธาน บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

4.นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด

​- กลุ่มธุรกิจพลังงาน

​1.นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

​2.นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

​3.นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

– กลุ่มธุรกิจโรงแรม

​1.นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์: นายกสมาคมโรงแรมไทย

​2.นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ส่ง นางสาวประชุม ตันติประเสริฐสุข รองประธานฝ่ายปฏิบัติการประจำประเทศไทย (ภาคกลางและภาคใต้) บริษัท ดุสิตธานี จำกัด มหาชน

– กลุ่มธุรกิจสุขภาพ (Healthcare & Wellness)

​1.แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ: ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) BDMS

​2.นางลินดา ลีสหะปัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ** ไม่สามารถเข้าร่วมได้**

​- กลุ่มธุรกิจก่อสร้าง

​1.นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

​2.นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

​3.นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

– กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (นิคมอุตสาหกรรม)

1.นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​

– กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs

​1.นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย

– กลุ่มธุรกิจค้าปลีก

1.นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

​2.นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด

– กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค

1.นายเวทิต โชควัฒนา รองประธานกรรมการบริหาร / กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)

​2.นางสาวดาลัดย์ ทรัพย์ทวีชัยกุล ประธานกรรมการ บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน)

​3.นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด​

4.นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดับเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)