‘พิชิต’ สมมติพล็อต ‘5 ผู้ร้ายปล้นประเทศ’ ปลุกเดินหน้าบุก กกต. 25 ก.ย. นี้

22 กันยายน 2569 เวลา 13:28 น.

พิชิต

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. นัดรวมพล บุก กกต. ในวันที่ 25 ก.ย. นี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จนกลายเป็นกระแสวิพาก์วิจารณ์กันบนโลกออนไลน์

ล่าสุดวันนี้ 22 กันยายน 2569 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pichit Chaimongkol การสมมุติขึ้นมา โดยมีผู้ร้ายทั้ง 5 คน วางแผนปล้นประเทศ ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “ขบวนการ สมมุตินะสมมุติ

มีผู้ร้าย 5 คนวางแผน “ปล้นประเทศ” โอ้ย ไม่ได้ๆ เอาใหม่ๆ “วางแผนปล้นธนาคาร”

คนที่ 1 เป็นคนบงการ วางแผน แล้วแบ่งงานกันทำ

คนที่ 2 เป็นคนขับรถพาทีมงานไปปล้น

คนที่ 3 เป็นคนดูต้นทาง

คนที่ 4 เป็นคนไปปล้น

คนที่ 5 เป็นคนพาหนีและจัดหาที่พักระหว่างหนี

ถ้าท่านเป็นตำรวจ ท่านจะรวบรวมหลักฐาน ขยายผลจับกุมทั้งขบวนการ หรือ จับเฉพาะ คนที่ 4 ที่เป็นผู้ลงมือเข้าไปในธนาคาร

25 ก.ย.นี้ ใส่รองเท้าผ้าใบ ไปถาม กกต.กันครับ”

พิชิต ไชยมงคล

หลังจากที่โพสต์ของ นายพิชิต ไชยมงคล เผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น

“เห็นภาพชัดเจนค่ะ”

“คนดีที่ต้องการความสงบสุขให้บ้านเมือง ก็ต้องจับทั้งขบวนการสิครับ พี่น้องเอ้ยๆๆๆ!!!!!”

“กราบหัวใจค่ะขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งค่ะ ขอส่งกำลังใจค่ะคุณตั้ม”

พิชิต ไชยมงคล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Pichit Chaimongkol

เปิดเอกสารกรมบัญชีกลาง ไฟเขียว TH-AI Passport ไม่ต้องเข้าข้อตกลงคุณธรรมปี 2569 หลัง ‘การดี’ ยื่น สตง. หวั่นสัญญาเป็นโมฆะ

22 กันยายน 2569 เวลา 13:07 น.

เปิดเอกสาร“กรมบัญชีกลาง”ไฟเขียว TH – AI Passpor ไม่ต้องเข้า “ข้อตกลงคุณธรรม” ปี 69 โต้ “ดร. การดี” พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นสตง.หวั่นโครงการเป็นโมฆะ

วันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวณิติญาภรณ์ อิ่มใจ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือและความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต กรมบัญชีกลาง ได้ออกหนังสือราชการ ที่ กค 0419.2/51465 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ส่งถึงเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อแจ้งผลการคัดเลือกโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ประจำปี พ.ศ. 2569 

ตามหนังสือที่อ้างถึง สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้แจ้งข้อมูล
โครงการจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 2 โครงการ เพื่อให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คณะกรรมการ ค.ป.ท.) พิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตขอเรียนว่า คณะอนุกรรมการ
ความร่วมมือป้องกันการทุจริตโดยได้รับมอบอำนาจหน้าที่จากคณะกรรมการ ค.ป.ท. ได้มีมติในการประชุม ครั้งที่9/2568 เมื่อวันที่17 ธันวาคม 2568 ไม่คัดเลือกโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานให้เข้าร่วม โครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน2 โครงการ ได้แก่

1. โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH – AI Passport)วงเงินงบประมาณ 1,650 ล้านบาท

2. โครงการบริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloudservice: GDCC) วงเงินงบประมาณ 1,296.25 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี หากโอกาสถัดไปสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่1,000 ล้านบาทขึ้นไป ขอให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแจ้งข้อมูลโครงการให้คณะกรรมการ ค.ป.ท. ทราบภายใน 15วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณ ทั้งนี้ เพื่อจะได้เสนอคณะกรรมการ ค.ป.ท. พิจารณาคัดเลือกให้เข้า ร่วมโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรมต่อไป

สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดจากกรณี นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นสตง. เมื่อวันที่ 21 กย. เพื่อชะลอการตรวจรับงานและเบิกจ่าย โครงการ TH – AI Passporเนื่องจาก ไม่ลงนาม ข้อตกลงคุณธรรม หวั่นสัญญาเป็นโมฆะ

‘สีหศักดิ์’เปิดบทบาทไทยเวที UNGA81 ดันประเด็นสันติภาพ-สิทธิมนุษยชน จับตาหารือปมกัมพูชา

22 กันยายน 2569 เวลา 12:57 น.

Typography is the art and technique

Typography is the art and technique of arranging type to make written language legible, readable and appealing when displayed. The arrangement of type involves selecting typefaces, point size, line length, line-spacing (leading), letter-spacing (tracking), and adjusting the space within letters pairs (kerning).

“สีหศักดิ์” เผย ไทยเตรียมแสดงบทบาทในเวที UNGA81 ดันประเด็นสันติภาพ-สิทธิมนุษยชน พร้อมจับตาหารือปมกัมพูชา ย้ำไทยต้องดูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ฟาดเขมร ปมใช้ภาพหญิงไทยบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส เหน็บ “เขาก็มีของของเขา ก็ไม่น่ามายุ่งกับของของเรา”


วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการประชุม สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA81 )สมัยสามัญครั้งที่ 81 ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จะมีเรื่องไหนที่ไทยนำไปพูดคุยในเวทีดังกล่าวเป็นพิเศษหรือไม่ ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพิ่งเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา และจะเข้าร่วมพิธีเปิด โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งจะเกี่ยวกับว่าจะทำอย่างไรให้ UN มีความมั่นคงเข้มแข็ง และเกิดสันติภาพ รวมถึงการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญของ UN นอกจากนี้ ประเทศไทยจะต้องดูบทบาท ว่าเราจะสามารถ สนับสนุนและมีมุมมองอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ รวมไปถึงการพูดถึงประเทศไทยกับภูมิภาคต่างๆในโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ที่มีประเทศเพื่อนบ้าน ที่เรายังต้องดูในเรื่องความสัมพันธ์ และคาดว่าอาจจะมีการพูดคุยในเรื่องของกัมพูชาด้วย แต่ตอนนี้ข้อมูลยังไม่นิ่ง

ส่วนประเด็นเรื่องผ้าไทยที่เมื่อวานนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้มีการแถลงข่าว นาย สีหศักดิ์ บอกว่าจริงๆแล้วเราก็ไม่เคยไปยุ่งกับเขา ไม่เคยไปยุ่งกับของๆเขา ซึ่งของประเทศไทยก็มีรากฐานของเรา มีประวัติมายาวนาน มีเอกลักษณ์ของเรา จงมองว่าการที่กัมพูชาเอาภาพของไทยไปใช้บนเวที มิสยูนิเวิร์ส การกระทำที่ไม่เหมาะสม

“ เขาก็มีของ ของเขา ก็ไม่น่ามายุ่งกับของ ของเรา ” นายสีหศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่ากระทรวงวัฒนธรรม พยายามที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความสัมพันธ์ด้านการทูต นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือทำไมต้องมาสร้างปัญหาเหล่านี้ ซึ่งบางเรื่องก็ไม่ควรจะต้องมีปัญหากัน

ส่วนหลังจากนี้หากกัมพูชายังไม่มีการแสดงท่าที ที่จะชี้แจงหรือออกมาขอโทษ จะดำเนินการอย่างไร นาย สีหศักดิ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในการเอารูปของเราไปใช้ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องให้ทางกระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการไปก่อน หากมีอะไรที่กระทรวงการต่างประเทศช่วยได้ก็พร้อม

ครม.ไฟเขียวตั้ง ปิยะ นั่งอธิบดีดีเอสไอ เด้ง ยุทธนา นั่งซี 11

22 กันยายน 2569 เวลา 12:24 น.

วันที่ 22 กันยายน 2569 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่กระทรวงยุติธรรม เสนอจำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 2.พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ เป็น อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 3.นายโกมล พรมเฮ็ง เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม 4.นางธารินี แสงสว่าง เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม 5.พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม 6.น.ส.นันทรัศมิ์ เทพดลไชย เป็น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

ทั้งนี้ ในส่วนของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอคนปัจจุบัน มีรายงานว่า จะมีการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ 11 ในคราวต่อไป

เจาะเส้นทาง ‘ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล’ ก่อนผงาดเป็นอธิบดี DSI ท่ามกลางกระแสการเมืองร้อน

22 กันยายน 2569 เวลา 12:16 น.

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ให้โอนย้ายมาดำรงตำแหน่ง “อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ” (DSI) คนใหม่ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาบริหารหน่วยงานเดิมที่คุ้นเคยในฐานะ “ลูกหม้อ” คนสำคัญ ดังนั้น แนวหน้าออนไลน์ ในวันนี้จะพาย้อนเส้นทางการเติบโตและเส้นทางสายงานสอบสวน พร้อมกับผลงานการจับกุมและสืบสวนคดีระดับชาติ

ประวัติ

ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล สำเร็จการศึกษาในสาขากฎหมายและการสอบสวนโดยตรงโดยสำเร็จการศึกษา ปริญญาตรี  รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (รป.บ.) จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

เส้นทางรับราชการจากตำรวจสู่เบอร์หนึ่ง DSI

ร.ต.อ. ปิยะ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อนขยับขยายเข้าสู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยในปี 2552-2553 ได้ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 และขยับขึ้นเป็น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ด้วยผลงานการรับผิดชอบคดีสำคัญระดับประเทศ จากนั้นได้เติบโตตามสายงานขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในปี 2558

ต่อมาในปี 2565 ได้เลื่อนขึ้นเป็นรองอธิบดี DSI กำกับดูแลคดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและคดีแชร์ลูกโซ่ ก่อนจะถูกโยกย้ายไปเป็นรองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในปี 2567 และย้ายกลับมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติในช่วงปลายปี 2568 จนกระทั่งล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้กลับมาผงาดในตำแหน่งอธิบดี DSI

ผลงานปราบปรามคดีสำคัญ

สำหรับผลงานคดีสำคัญที่สร้างชื่อ ได้แก่ การเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีความมั่นคงและการชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการทวงคืนผืนป่า ทั้งคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต คดีรุกป่าสงวนฯ จ.พังงา รวมถึงการร่วมขยายผลและอายัดทรัพย์สินในคดีแชร์ลูกโซ่ระดับประเทศอย่าง Forex-3D

ประเด็นร้อน คดีฮั้วสว.

แม้จะมีผลงานโดดเด่น แต่ที่ผ่านมา ร.ต.อ. ปิยะ ก็เคยตกเป็นพื้นที่ข่าวในประเด็นทางการเมืองเช่นกัน โดยเฉพาะการทำหน้าที่ประธาน 1 ใน 7 รายชื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ซึ่งมีมติสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหากลุ่มใหญ่ในคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภาคประชาชนและกลุ่ม iLaw นอกจากนี้ ยังเคยถูกร้องเรียนต่อ กกต. เรื่องความเป็นกลางในการทำหน้าที่ จากกรณีปรากฏภาพยืนรอต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ส่งผลให้การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดี DSI ในครั้งนี้ เป็นที่จับตามองจากสังคมถึงทิศทางการทำงานและการจัดการคดีสำคัญในอนาคต

พิพัฒน์ นำถกครม.แทน นายกฯอนุทิน อยู่ระหว่างบินร่วมเวที UNGA81 ด้าน รมต.ลาพรึบ 11 คน

22 กันยายน 2569 เวลา 12:10 น.


“พิพัฒน์” นำถกครม.แทน นายกฯอนุทิน อยู่ระหว่างบินร่วมเวที UNGA81 ด้าน รมต.ลาพรึบ 11 คน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กันยายน 2569  ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

โดยวันเดียวกันนี้มีครม.แจ้งลาการประชุม 11 คน ได้แก่ 1.นายอนุทิน 2.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รอง นายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์

3.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน

5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

7.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม 8.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 9.นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม 10.นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม และ11.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม

ครม. เคาะ 6 บิ๊ก กระทรวงยุติธรรม ตั้ง ‘ร.ต.อ.ปิยะ’ เป็นอธิบดี DSI ตามคาด

22 กันยายน 2569 เวลา 11:56 น.

ปิยะ รักสกุล

วันนี้ 22 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่กระทรวงยุติธรรม เสนอจำนวน 6 ราย ได้แก่

1.ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

2.พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ เป็น อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

3.นายโกมล พรมเฮ็ง เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม

4.นางธารินี แสงสว่าง เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม

5.พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม

6.น.ส.นันทรัศมิ์ เทพดลไชย เป็น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

รมช.ดีอี สวน การดี พร้อมรับตรวจสอบ โครงการ TH-AI Passport แต่อย่าใช้ จินตนาการ

22 กันยายน 2569 เวลา 11:54 น.

วันที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ตรวจสอบความโปร่งใสโครงการ TH-AI Passport ว่า พร้อมให้ตรวจสอบแต่ต้องตรวจสอบอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่จินตนาการ ที่ฝ่ายค้านพูดถึงเรื่องข้อตกลงคุณธรรม เรื่องนี้ก็ควรจะไปศึกษาขั้นตอนก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะตามขั้นตอนการทำข้อตกลงดังกล่าว หากโครงการไหนใช้งบเกิน 1,000 ล้านบาท ทางหน่วยงานต้องส่งเรื่องไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกว่าโครงการใดจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการทำข้อตกลงคุณธรรมบ้าง จากนั้นกรมบัญชีกลางจึงได้มีหนังสือตอบกลับมายังหน่วยงาน ว่าโครงการ TH-AI Passport ไม่ได้เข้าเกณที่จะต้องทำข้อตกลงคุณธรรม แต่ไม่ได้แจ้งเหตุผลว่าคืออะไร และสามารถเผยแพร่สู่สาธารณชนได้

“ฉะนั้นก่อนที่จะตำหนิติติงอะไร ขอให้ดูขั้นตอนก่อน ส่วนที่มีการกล่าวหาว่ามีการปั๊มยอดลงทะเบียนนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก และก็ไม่แปลกใจเลยถ้าจะโดนฟ้อง เมื่อโดนฟ้องก็คงจะบอกว่าฟ้องปิดปากกันหรือไม่ แต่ก่อนจะเปิดปาก ส่วนตัวมองว่าต้องดูข้อมูลก่อนว่าสิ่งที่กล่าวหามาเรื่องจริงขนาดไหนต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนด้วย ไม่ใช่จินตนาการเอา และมาพูดให้เสียหาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี”

รุทธพล เผย สส.ภูเก็ต ปชน. ขอแจงปมนอมินี 28 ก.ย. ย้ำไม่มาจ่อแจ้งตร. ทำหนังสือถึงสภา ขอตัว

22 กันยายน 2569 เวลา 11:42 น.

‘รุทธพล’ เผยขั้นตอนเรียก สส. ภูเก็ต พรรคประชาชน แจงปมนอมินีภูเก็ต 28 กย. นี้หากไม่มาเตรียมแจ้งความตำรวจ-ทำหนังสือถึงสภา ฯ ขอตัว

เวลา 09.25 น. วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการออกหมายเรียกครั้งที่ 3 นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส. ภูเก็ต พรรคประชาชน ในฐานะพยาน กรณีการถือครองอสังหาริมทรัพย์และการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้กับต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า เป็นความประสงค์ของนายสมชาติที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งตนเชื่อว่านายสมชาติก็คงมา แต่หากไม่มา ตามขั้นตอนของกฎหมายคดีพิเศษ มาตรา 24 ต้องไปแจ้งความกับ สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหาขัดหมายเรียก

ส่วนคดีหลักก็ต้องรวบรวมหลักฐาน หากมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ากระทำความผิดจริง และอาจจะต้องทำเรื่องถึงสภาผู้แทนราษฎรในการขอตัว เพื่อแจ้งข้อหา

เมื่อถามถึงความคืบหน้าของคดีนอมินีในพื้นที่ภูเก็ตเดินหน้าอย่างไรแล้ว พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า ดีเอสไอได้รวบรวมพยานของคดีดังกล่าวไว้นานแล้ว รวมทั้งพยานเอกสาร และสัญญาณต่างๆ ที่มีไว้มากพอสมควรแล้ว

รมว.พม. จ่อเสนอ ครม.อนุมัติร่าง พ.ร.บ. คนพิการฉบับใหม่ ยกระดับสิทธิ-กระจายงบท้องถิ่น

22 กันยายน 2569 เวลา 11:39 น.

รมว.พม. จ่อเสนอ ครม.อนุมัติร่าง พ.ร.บ. คนพิการฉบับใหม่ ยกระดับสิทธิ-กระจายงบท้องถิ่น เร่งรัดเอกชน-ภาครัฐจ้างงานให้เป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า กระทรวง พม. อยู่ระหว่างเตรียมเสนอปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ฉบับใหม่ เพื่อปฏิวัติระบบการดูแลคนพิการในทุกมิติ หลังกฎหมายเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2550 และแก้ไขล่าสุดเมื่อปี 2556

ร่างกฎหมายฉบับใหม่มีสาระสำคัญ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ปรับคำนิยามและขยายเครือข่ายองค์กร โดยปรับเพิ่มคำนิยามให้ครอบคลุมกลุ่มบุคคลออทิสติก พร้อมเปิดรับองค์กรคนพิการที่เป็นนิติบุคคลอื่นๆ นอกเหนือจากสมาคมคนพิการ 7 ประเภทเดิม ให้สามารถทำงานร่วมกับภาครัฐ และเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ได้

  1. ปรับระบบบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีความยืดหยุ่น มั่นคง และเปิดช่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอรับสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรจากกองทุนฯ ไปบริหารจัดการดูแลคนพิการในระดับพื้นที่ได้โดยตรง
  1. ยกระดับการคุ้มครองสิทธิโดยจัดตั้งคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ เพื่อวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการเข้าถึงสภาพแวดล้อมโดยสะดวก เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Universal Design อย่างเป็นรูปธรรม และ 4. กำหนดกลไกให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเร่งรัดการจ้างงานคนพิการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

นายนิกร กล่าวอีกว่า กระทรวง พม. จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้เพื่อพิจารณาอนุมัติ และดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป