คุยกัน 7 วันหน : จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกเผชิญ ‘สุญญากาศนิวเคลียร์’

คุยกัน 7 วันหน : จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกเผชิญ ‘สุญญากาศนิวเคลียร์’

คุยกัน 7 วันหน : จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อโลกเผชิญ ‘สุญญากาศนิวเคลียร์’

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดครั้งหนึ่งในรอบกว่า 50 ปี เพราะนับตั้งแต่เที่ยงคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 ก.พ.) ตามเวลามาตรฐานสากล หรือ 19.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เป็นต้นไป สนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ หรือ NEW START (Strategic Arms Reduction Treaty) ซึ่งเป็นเหมือนปราการด่านสุดท้ายของการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย จะหมดอายุสิ้นสุดการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ พูดง่ายๆ ก็คือ สหรัฐฯ และรัสเซีย สองประเทศมหาอำนาจที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์กว่า 80% ของโลก จะไม่มีข้อจำกัดใดๆ เหลืออยู่อีกต่อไป

ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 โลกได้รับรู้ถึงอานุภาพทำลายล้างของอาวุธนิวเคลียร์สองลูก ที่เมืองฮิโรชิมะ และนางาซากิ จนญี่ปุ่นต้องขอยอมแพ้จากการทำลายล้างที่สุดแสนจะบรรยาย หากเกิดขึ้นซ้ำอีก คงเป็นครั้งสิ้นสุดมนุษยชาติ

จนเมื่อปี 1969 หรือกว่า 50 ปีก่อน สหรัฐกับสหภาพโซเวียต คู่ศัตรูในยุคสงครามเย็นที่ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ที่มีอยู่เกือบทั้งโลก ได้เริ่มเจรจาจำกัดอาวุธทางยุทธศาสตร์กันหลายรอบ นำไปทำข้อตกลงจำกัดอาวุธเป็นครั้งแรกในปี 1972 ต่อมาได้พัฒนามาเป็น สนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ หรือ START

ปี 2010 บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น และ ดมิทรี เม็ดเวเดฟ ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ร่วมลงนามสนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ใหม่ หรือ New START โลกต่างสรรเสริญกลไกควบคุมอาวุธนิวเคลียร์  ที่มีเนื้อหาหลักให้สองฝ่ายจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายละ 1,550 หัวรบ และจำกัดระบบส่ง อันหมายถึงขีปนาวุธข้ามทวีป  เรือดำน้ำ และเครื่องบินทิ้งระเบิดไว้ที่ 800 ชุด พร้อมกับมีกลไกตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ช่วยลดความหวาดระแวงและความเข้าใจผิดเชิงยุทธศาสตร์ New START จึงเรียกได้ว่าเป็นเสาหลักความมั่นคง ช่วยรักษาเสถียรภาพและป้องกันการเผชิญหน้าที่อาจลุกลามเป็นสงครามนิวเคลียร์ จากจุดสูงสุดที่มีอาวุธนิวเคลียร์หลายหมื่นหัวรบลดลงเหลือหลักพัน

สหรัฐฯ และรัสเซียต่ออายุสนธิสัญญา New START ครั้งสุดท้ายในปี 2021 ตามด้วยรัสเซียทำสงครามรุกรานยูเครนในปีถัดมา ทำให้ที่ผ่านมา New START อยู่ในสภาพลูกผีลูกคน เพราะกลไกตรวจสอบหยุดชะงักลง จนกระทั่งผ่านเส้นตายโดยไม่มีการต่ออายุหรือดำเนินการใดๆ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1972 ที่สหรัฐฯ และรัสเซีย ไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายใดๆ ในการจำกัดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ ในเวลาที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงในเวลานี้ แถมด้วยผู้นำที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ อาจนำไปสู่การแข่งขันสะสมอาวุธขึ้นอีก เพราะหัวใจของ New START ไม่ใช่แค่การลดจำนวนอาวุธ แต่คือการแลกเปลี่ยนข้อมูล การที่ต่างฝ่ายต่างส่งคนไปตรวจบ้านอีกฝ่ายได้ ช่วยลดความระแวง หากไม่มีระบบนี้ แต่ละประเทศจะเริ่มวางแผนรับมือด้วย  Worst-case scenarios ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดสงครามจากความเข้าใจผิดได้ อย่าลืมว่าในประวัติศาสตร์ ความเข้าใจผิด คือสิ่งที่เกือบทำให้เกิดสงครามนิวเคลียร์มาแล้วหลายครั้ง

ที่ผ่านมา มีสัญญาณบวกของสองฝ่ายออกมาเช่นกัน แต่ยังไม่สอดประสานกัน เมื่อเดือนกันยนยนปีที่แล้ว ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้เสนอขยายเวลา New Start ออกไปอีก 1 ปี แต่ดูเหมือน โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะไม่ตอบรับ เขากล่าวว่าต้องการสนธิสัญญาใหม่ที่ดีกว่าเดิม โดยน่าจะรวมจีนเข้ามาเป็นไตรภาคี เพราะจีนกำลังขยายลังนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาคือ จีนปฏิเสธการเจรจาแบบ 3 ฝ่ายมาโดยตลอด ชี้ว่าป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล เพราะคลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนยังเล็กกว่าสหรัฐฯ และรัสเซียมาก เชื่อว่าจีนมีหัวรบนิวเคลียร์ราว 600 ลูกเท่านั้น เทียบกับสหรัฐฯ และรัสเซียที่มีอยู่ฝ่ายละกว่า 4,000 ลูก

นั่นทำให้รัฐบาลมอสโกประกาศชัดว่า เมื่อสนธิสัญญา New Start  หมดอายุ รัสเซียจะไม่ถูกผูกมัดด้วยข้อจำกัดใดๆ อีกต่อไป แม้จะย้ำว่าจะดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบ แต่ก็เตือนว่า พร้อมใช้มาตรการเด็ดขาด หากความมั่นคงของตัวเองถูกคุกคาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในต่างประเทศเตือนว่า รัสเซียมีความได้เปรียบเชิงอุตสาหกรรมกว่าสหรัฐฯ ด้วยสายการผลิตหัวรบนิวเคลียร์ที่พร้อมใช้งาน สามารถเพิ่มอาวุธได้เร็วกว่า ขณะที่สหรัฐฯ ยังต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อม

ความเสี่ยง ‘สงครามเย็น’ รูปแบบใหม่

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า โลกมีแนวโน้มเข้าสู่ “สงครามเย็นมิติใหม่ ในโลกหลายขั้ว” โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความขัดแย้งระดับภูมิภาค ซึ่งอาจมีมหาอำนาจนิวเคลียร์ประจำภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง การไม่มี NEW START ยังอาจเป็นข้ออ้างให้ประเทศอื่นๆ เร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของตัวเองบ้าง เพราะเมื่อมหาอำนาจยังไม่มีกติกาผูกมัด ก็ยากจะคาดหวังให้ประเทศอื่นยับยั้งตัวเอง นั่นหมายถึงอาจทำให้สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ หรือ NPT สั่นคลอน

นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า หากเกิดการสะสมอาวุธรอบใหม่ในยุค 2026 นี้ รูปแบบความขัดแย้งจะเปลี่ยนไปจากยุคสงครามเย็นอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ได้สู้กันที่จำนวนหัวรบเพียงอย่างเดียว แต่สู้กันที่ความเร็วและการหลบหลีกด้วย เพราะในยุคสงครามเย็น ขีปนาวุธข้ามทวีปจะบินเป็นเส้นโค้งออกไปนอกอวกาศ ซึ่งเรดาร์สามารถคำนวณทิศทางและส่งขีปนาวุธไปดักสกัดได้ แต่ตอนนี้ ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก เช่น Avangard ของรัสเซีย หรือ DF-17 ของจีนสามารถบินเร็วมากกว่า 5 เท่าของเสียง แถมยังร่อนในชั้นบรรยากาศได้เหมือนเครื่องบิน ระบบป้องกันขีปนาวุธที่มีอยู่ในปัจจุบันเกือบทั้งหมดสกัดไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่ามันจะเลี้ยวไปทางไหน ทำให้เวลาในการตัดสินใจของผู้นำประเทศลดลงจาก 30 นาที เหลือเพียงไม่กี่นาที

เมื่ออาวุธเร็วขึ้นจนมนุษย์ตอบโต้ไม่ทัน กองทัพจึงเริ่มนำ AI เข้ามาช่วยตัดสินใจ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยง เพราะหากระบบ AI ตรวจจับผิดพลาดและตัดสินใจยิงสวนกลับอัตโนมัติ อาจทำให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นมาในทันที นั่นแปลว่า การแข่งขันสะสมอาวุธรอบนี้อาจกลายเป็นการแข่งกันพัฒนา ‘AI ทางทหาร’ ที่ฉลาดและรวดเร็วที่สุด ซึ่งควบคุมยากกว่าการนับจำนวนหัวรบแบบเดิมหลายเท่า

ภาวะสุญญากาศทางนิวเคลียร์ จากการหมดอายุของ New START จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเปิดทางให้สร้างหัวรบเพิ่ม แต่เป็นการเปิดประตูสู่การนำเทคโนโลยีอันตรายเหล่านี้มาติดตั้งบนหัวรบนิวเคลียร์ได้อย่างเสรี ซึ่งจะทำให้โลกเข้าสู่ภาวะที่เปราะบางและซับซ้อนกว่ายุคสงครามเย็นหลายเท่า

ถึงเวลาใช้ ‘กติกาใหม่’ คุมนิวเคลียร์

ก่อนหน้าที่ New START จะหมดอายุ ผู้สันทัดกรณีหลายคนเสนอรูปแบบใหม่ของ ‘สัญญาประชาคมโลกด้านนิวเคลียร์’ ที่กติกาเดิมมีแค่สหรัฐฯ กับรัสเซีย เปลี่ยนไปเป็นบังคับใช้กับทุกรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear-Armed States) ประเทศในกลุ่มมหาอำนาจเก่า อย่าง สหรัฐฯ รัสเซีย จีน ฝรั่งเศส และอังกฤษ ต้องมีเพดานการถือครองที่ชัดเจนและสัมพันธ์ โดยดึงประเทศอย่างอินเดีย ปากีสถาน เกาหลีเหนือ หรืออิสราเอล เข้ามาในระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันการคำนวณพลาดในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ยังต้องกำหนดกติกาอย่างชัดเจนเป็นกฎหมายระหว่างประเทศว่า ห้ามใช้ AI ตัดสินใจยิงนิวเคลียร์โดยอัตโนมัติ ต้องมีมนุษย์ในฐานะผู้นำระดับสูงเป็นผู้ยืนยันในขั้นตอนสุดท้ายเสมอ มีการแบ่งปันข้อมูลเบื้องต้นเพื่อป้องกันไม่ให้ AI ของประเทศหนึ่ง เข้าใจผิดว่าการทดสอบทางทหารปกติของอีกประเทศหนึ่งคือการโจมตี

ภาพรวมในเนื้อหาอาจดูเข้าที แต่ในความเป็นจริง กติกานี้คงเกิดได้ยาก จากการที่แต่ละประเทศยังไม่ไว้วางใจกันและกัน อีกทั้งกลัวตนเองเสียประโยชน์ในช่วงที่กำลังเร่งแข่งขันกันเพื่อหวังเป็นเจ้าโลก

หรือเราต้องรอให้เกิดเหตุการณ์ที่เกือบจะเกิดสงครามก่อน โลกถึงจะยอมหันหน้ามาคุยกัน ?

โดย ดาโน โทนาลี

ป๊อบ ปองกูล รีวิวเลือกตั้ง 6,000 ล้าน จัดงานหลักพัน? ลั่นครั้งนี้สำคัญต้องกาแบบงานฝีมือ

ป๊อบ ปองกูล รีวิวเลือกตั้ง 6,000 ล้าน จัดงานหลักพัน? ลั่นครั้งนี้สำคัญต้องกาแบบงานฝีมือ

ป๊อบ ปองกูล รีวิวเลือกตั้ง 6,000 ล้าน จัดงานหลักพัน? ลั่นครั้งนี้สำคัญต้องกาแบบงานฝีมือ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.04 น.

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ‘ป๊อบ ปองกูล’  ได้โพสต์ชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิใช้เสียง พร้อมรีวิวการเลือกตั้งจากผู้ใช้งานจริง

โดยระบุว่า  “รีวิวจากผู้ใช้งานจริง 6,000 ล้าน จัดงานยังกะ 6,000 บาท” 

ต่อมา เจ้าตัวได้คอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวว่า “เป็นครั้งที่กูกาแบบบรรจงมาก แทบจะเอาไม้บรรทัดทาบ กากบาทระดับงานฝีมือ เพราะกูรู้ว่ามันเป็นครั้งที่มีความหมายจริงๆ ใครยังไม่ไป รีบไปนะทุกคน”

​อบอุ่นหัวใจ อนันดา ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดง ภรรยาคลอดลูกชายคนแรก

​อบอุ่นหัวใจ อนันดา ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดง ภรรยาคลอดลูกชายคนแรก

​อบอุ่นหัวใจ อนันดา ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดง ภรรยาคลอดลูกชายคนแรก

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.34 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวดี เมื่อพระเอกหนุ่ม “อนันดา เอเวอริงแฮม” ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดงอย่างเป็นทางการ หลังล่าสุดเมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) ภรรยาสาว “ณัฐ ณิชชา” ได้ให้กำเนิดบุตรชายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

       โดยอนันดาได้โพสต์ภาพแรกของลูกชายตัวน้อย พร้อมเปิดเผยชื่อสุดอบอุ่นว่า “น้องภูคิญ” ด.ช.ภูคิญ เทนต์ เอเวอริงแฮม ให้แฟนๆ ได้ชมความน่ารักแบบชัดๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางกระแสแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม

พร้อมกันนี้ คุณพ่อป้ายแดงยังได้เผยข้อความซึ้งกินใจถึงลูกชาย ระบุว่า Welcome to the world my son.

       I want you to know, and I promise you this.. I will take care of you with everything I have. I will hold you when you cry and cheer the loudest when you take your first steps. I will read you stories, build blanket forts and treehouses. I will be there for the silly moments and the serious ones, to listen, to guide, and to be present.

       Welcome to the world my sweet boy. We can’t wait to learn who you are and to love you more with each passing day. With all my heart, now and always.
Love Mum and Dad.


       (ยินดีต้อนรับสู่โลกครับลูกชายพ่อ พ่ออยากให้ลูกรู้ไว้ และขอสัญญาว่าพ่อจะดูแลลูกด้วยทุก ๆ สิ่งที่พ่อมี พ่อจะโอบอุ้มหนูตอนที่หนูร้องไห้ และส่งเสียงเชียร์ดังที่สุดตอนที่หนูเดินก้าวแรก พ่อจะอ่านนิทานให้ฟัง สร้างป้อมผ้าห่มและบ้านต้นไม้ให้ พ่อจะอยู่ตรงนี้สำหรับทุก ๆ โมเมนต์ไม่ว่าจะยามเล่นหรือจริงจัง เพื่อรับฟัง ชี้แนะ และอยู่ตรงนี้เพื่อลูก

       ยินดีต้อนรับครับเด็กชายที่แสนน่ารัก เราแทบรอไม่ไหวที่จะได้ทำความรู้จักกับหนูและรักหนูให้มากขึ้นในแต่ละวันที่ผ่านไป ด้วยทั้งหัวใจ รักเสมอทั้งตอนนี้และตลอดไป พ่อกับแม่)

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง รวมถึงแฟนคลับจำนวนมาก เข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม

ขอบคุณภาพจาก : @ananda_everingham

ประมวลภาพคนบันเทิงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 คึกคัก

ประมวลภาพคนบันเทิงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 คึกคัก

ประมวลภาพคนบันเทิงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 คึกคัก

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.58 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการออกมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งและลงประชามติ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญของประเทศในวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนทยอยเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน โลกโซเชียลก็ถูกจับตามองไม่น้อย หลังมีเหล่าคนบันเทิง ดารา นักแสดง และศิลปินชื่อดังจำนวนมาก ตบเท้าเข้าคูหา เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ ทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยอย่างพร้อมเพรียง อาทิ หนุ่ม กรรชัย ,เกรซ กาญจน์เกล้า ,นุ่น วรนุช ,เมย์ เฟื่องอารมย์ ,ศรีริต้า เจนเซ่น ,แพทตี้ อังศุมาลิน ,อาร์ต พศุตม์ เป็นต้น

หลายคนได้เผยภาพและบรรยากาศขณะไปใช้สิทธิผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมส่งต่อข้อความเชิญชวนให้แฟนคลับและประชาชนออกมาใช้สิทธิของตนเอง ย้ำว่าการเลือกตั้งและการลงประชามติคือพลังเสียงของประชาชน ที่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติได้จนถึงเวลา 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งตามรายชื่อที่กำหนดไว้

ทราย เจริญปุระ ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เมืองนนท์ ชวนคนไทยออกมาใช้เสียงให้เต็มที่

ทราย เจริญปุระ ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เมืองนนท์ ชวนคนไทยออกมาใช้เสียงให้เต็มที่

ทราย เจริญปุระ ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เมืองนนท์ ชวนคนไทยออกมาใช้เสียงให้เต็มที่

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.16 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทน ที่ 23 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี เขต 2 ลานจอดรถศูนย์อาหาร ปากซอยติวานนท์ 3 แยก 4 น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือ ทราย เจริญปุระ นักแสดงชื่อดัง และกำลังมีผลงานภาพยนต์เรื่องกิ่งแก้ว นักโทษประหาร เป็นผู้ที่มีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลำดับที่ 147 

ทราย เจริญปุระ กล่าวว่า วันนี้มาใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งตนใช้สิทธิทุกครั้ง ขอเชิญชวนประชาชนที่อยากเห็นประเทศ และประชาชนเจริญเติบโตก็ออกมาเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ และครั้งนี้พิเศษคือมีบัตรสีเหลืองเอาไว้ลงประชามติ ไม่ว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือไม่ออกความเห็น ก็อยากให้ออกมาใช้สิทธิ์กันตรงนี้ อาจจะสับสนนิดหน่อยแต่มีคนให้ข้อมูลที่จุดลงคะแนน สำหรับผลงานตอนนี้มีภาพยนต์เรื่อง กิ่งแก้ว ที่กำลังฉายอยู่ ดูในโรงภาพยนต์ได้ 
 

‘แห้ว’ เปิดมุมมองใหม่ เที่ยวฟินๆ ที่ลพบุรี

‘แห้ว’ เปิดมุมมองใหม่ เที่ยวฟินๆ ที่ลพบุรี

‘แห้ว’ เปิดมุมมองใหม่ เที่ยวฟินๆ ที่ลพบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทริปนี้ “แห้ว” ชวนเดินเที่ยวฟินๆ รอบเมืองลพบุรี… พิกัดแรก ก็ต้องศาลพระกาฬ  ปัจจุบันจำนวนลิงน้อยลงไปมาก แต่ยังคงเสน่ห์ความเป็นเมืองเก่าที่มีโบราณสถานสำคัญ ซึ่งได้มีการปรับภูมิทัศน์ใหม่ให้น่าเที่ยวมากกว่าเดิม… เดินข้ามฝั่งมาอยู่บริเวณหน้าพระปรางค์ 3 ยอด สัญลักษณ์เด่นของเมืองอีกหนึ่งจุด 

จากนั้นเดินลัดเลาะ เช็คอิน ชมสตรีทอาร์ตเมืองลพบุรี   ซึ่งโบราณสถานรอบเมืองอยู่คู่กับเทรนด์ใหม่ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว…!! ภาพส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักเรียน นักศึกษา  และกลุ่มคนรักศิลปะลพบุรี แต่ละภาพจะเน้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของลพบุรีตึกโรงหนังเก่ามาลัยรามา เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องมาเช็คอิน…  เป็นจุดรวมตัวของศิลปินหลายเชื้อชาติกับงานกราฟิกซิตี้ต่อด้วยเช็คอินถนนคนเดินเมืองลพบุรีแห่งใหม่  บริเวณถนนเลียบทางรถไฟข้างพระปรางค์สามยอดไปถึงหน้าโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย เปิดทุกเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนถึง 5 ทุ่ม เช็คอินที่พักใหม่ในเมืองลพบุรีที่ The Six Resort Lopburi กับโมเดิร์น และมินิมอล

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็กอิน ‘วัดโพธิ์เก้าต้น’ กราบ ‘พระอาจารย์ธรรมโชติ’ แห่งค่ายบางระจัน

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็กอิน ‘วัดโพธิ์เก้าต้น’  กราบ ‘พระอาจารย์ธรรมโชติ’ แห่งค่ายบางระจัน

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็กอิน ‘วัดโพธิ์เก้าต้น’ กราบ ‘พระอาจารย์ธรรมโชติ’ แห่งค่ายบางระจัน

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จะพาแฟน ๆ  ไปกราบไหว้ขอพรพระอาจารย์ธรรมโชติ แห่งค่ายบางระจัน ที่ วัดโพธิ์เก้าต้น เกจิสุดเข้มขลังในสมัยกรุงศรีอยุธยา  และพาเที่ยวชม วัดที่เป็นสถานที่ตั้งค่ายของวีรชนชาวบ้านบางระจัน

มาถึงวัดโพธิ์เก้าต้นก็ต้องมากราบขอพรพระอาจารย์ธรรมโชติให้ปกปักรักษา ซึ่งชาวบ้านนิยมมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องการงาน สุขภาพ โดยเมื่อขอพรสำเร็จดังที่ขอ ก็จะมาหาบน้ำ ถือเป็นการเติมบุญกุศล เติมน้ำใส่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่จากนั้นหนุ่ม-แท่ง พาผู้ชมไปรู้ประวัติวัดโพธิ์เก้าต้นกันแบบเจาะลึก ว่าวัดนี้มีสถานที่สำคัญ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์จุดใดบ้าง เริ่มจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสระน้ำเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่เมื่อนักรบชาวค่ายบางระจันจะออกรบ
พระอาจารย์ธรรมโชติจะนำน้ำในสระน้ำแห่งนี้มาประพรมให้เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นสระที่ไม่เคยแห้ง และยังเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งเดียวของจ.สิงห์บุรี ที่นำน้ำไปทำพิธีในวาระสำคัญต่าง ๆ จากนั้นไปกันต่อที่  ศาลรวมวิญญาณวีรชน, บ่อดิน, วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ, เนินดินแนวค่ายบางระจัน ซึ่งเนินดินแนวค่ายนี้เป็นบริเวณที่ชาวบ้านบางระจันขุดดินขึ้นเป็นชั้นกำแพงดิน เพื่อใช้ป้องกันข้าศึกซึ่งยกมาจากเมืองวิเศษชัยชาญ ลุยต่อกันที่ ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน  ตลาดนี้มีจุดเด่นโดยพ่อค้าแม่ขายจะแต่งชุดไทยเดิม  บางคนก็แต่งเป็นชุดนักรบ ค้าขายอาหารและขนมที่เป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นเป็นสีสันของตลาดเป็นอย่างดีหลังจากเต็มอิ่มจากเรื่องราวของวัด ไปอร่อยตบโต๊ะกันต่อที่  ร้านบ้านสวนแม่ลาการ้อง ที่เมนูเด็ดวันนี้เป็นปลาช่อนแม่ลาเผาที่หอมเตะจมูกออกมาจากเตาเลยทีเดียว

โดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “เป็นอีกวัดที่ต้องบอกว่าครบรส ได้มากราบไหว้เกจิอาจารย์สุดเข้มขลัง และยังมีตลาดย้อนยุคให้เดินซื้อของ แถมยังมีการแสดงให้ชมอีกด้วย วัดโพธิ์เก้าต้น จ.สิงห์บุรี หนุ่มแท่งบอกเลยว่าต้องมากันให้ได้นะครับ”

‘เอ-แป้ง’ตะลุยฉะเชิงเทรา เปิดพิกัดของดี 2 วิสาหกิจชุมชน แปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า

‘เอ-แป้ง’ตะลุยฉะเชิงเทรา เปิดพิกัดของดี 2 วิสาหกิจชุมชน  แปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า

‘เอ-แป้ง’ตะลุยฉะเชิงเทรา เปิดพิกัดของดี 2 วิสาหกิจชุมชน แปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 “มิตรรัก ทั่วไทย” พาผู้ชมออกเดินทางไปตามหาของดีประจำถิ่นที่จ. ฉะเชิงเทรา โดยมีสองพ่อลูกคู่ซี้ พ่อเอ-ไชยา มิตรชัย และ ลูกแป้ง-ศรันฉัตร์ มิตรชัย เป็นไกด์นำทาง ลุยเต็มอิ่มถึง 2 วิสาหกิจชุมชน ที่รวมของดี ของเด็ด พร้อมเรื่องราวการแปรรูปผลไม้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ชุมชน

เปิดทริปกันที่ วัดป่าพรหมยาน วัดชื่อดังที่มีความงดงามทางพุทธศิลป์ กับองค์ “สมเด็จองค์ปฐมเรืองแสง” พระพุทธรูปที่สามารถเรืองแสงได้ในยามค่ำคืน สร้างความศรัทธาและความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจากนั้นพ่อเอและลูกแป้งพาแวะเติมพลังที่ ร้านครัวคู่คิด อำเภอแปลงยาว ร้านอาหารใจบุญที่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่มีเงินหรือคนที่กำลังหางาน สามารถแวะมากินข้าวได้ฟรี  ที่นี่มีเมนูเด็ดประจำร้านมากมาย อาทิ กุ้งซอสมะขาม แกงป่า แกงส้มแป๊ะซะ และปลาหมึกมะนาวอิ่มท้องแล้ว ก็ถึงเวลาตามหาของดีชุมชน เริ่มที่ วิสาหกิจชุมชนขนุนทอดหมู่ 10 (ทองประเสริฐ) ที่ขึ้นชื่อเรื่อง ขนุนทอดกรอบ งานนี้พ่อเอลูกแป้งได้ลงพื้นที่ดูทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกขนุนจากสวน ไปจนถึงกระบวนการแปรรูป เรียกได้ว่าเห็นกันแบบต้นน้ำถึงปลายน้ำต่อด้วย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลไม้แปรรูปแม่สมบูรณ์ ที่มีผลิตภัณฑ์เด่นอย่าง ผลไม้กวนหลากชนิด ทั้งมะม่วงกวน กล้วยกวน สับปะรดกวน และสินค้าใหม่ล่าสุด มะละกอกวน โดยครั้งนี้พาไปดูขั้นตอนการทำสับปะรดกวน ซึ่งนำผลไม้ตกเกรดมาแปรรูป เพิ่มมูลค่า ปิดท้าย พ่อเอ ลูกแป้ง เล่นใหญ่  ด้วยการนำสินค้าของทั้ง 2 ชุมชนมาช่วยขายตามสไตล์ให้แฟน ๆ ทางบ้าน
ได้อุดหนุนกัน  ส่วนใครที่สนใจของวิสาหกิจชุมชนไหนที่ รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสนับสนุนสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  

Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social แสดงความไม่พอใจงานประกาศรางวัลแกรมมี ปี 2026 โดยเรียกงานแกรมมีปีนี้ว่าเป็นงานที่แย่ที่สุด และแทบดูไม่ได้เลย พร้อมพาดพิงไปถึง เทรเวอร์ โนอาห์ พิธีกรของงานว่าทำหน้าที่ไมได้เรื่อง แย่พอ ๆ กับ จิมมี คิมเมล ในงานออสการ์เรตติ้งต่ำ ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า โนอาห์พูดข้อมูลผิดอย่างสิ้นเชิงบนเวที โดยอ้างว่าเขาและ บิล คลินตัน เคยไปยังเกาะของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน พร้อมขู่ว่าจะส่งทีมทนายไปฟ้องร้อง ต้นเหตุของความไม่พอใจเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทอดสดงานแกรมมี เมื่อเทรเวอร์ โนอาห์ กล่าวแซวบนเวทีว่า “รางวัลเพลงแห่งปี คือสิ่งที่ศิลปินทุกคนอยากได้ พอ ๆ กับที่ทรัมป์อยากได้กรีนแลนด์ ซึ่งก็สมเหตุสมผลนะ เพราะเกาะของเอปสตีนมันหายไปแล้ว เขาก็ต้องหาเกาะใหม่ไว้ไปแฮงเอาต์กับบิล คลินตัน”

– บิลลี อายลิช ใช้ช่วงท้ายของสุนทรพจน์รับรางวัลบนเวทีแกรมมี กล่าวถ้อยคำที่รุนแรงเกี่ยวกับนโยบายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ โดยบอกว่า “ไม่มีใครเป็นผู้ลักลอบบนแผ่นดินที่ถูกขโมยมา” ปิดท้ายด้วยคำด่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ ICE อย่างรุนแรง แม้จะเรียกเสียงปรบมือจากคนในงานล้นหลาม แต่หลายฝ่ายก็วิจารณ์ว่าคำกล่าวของอายลิชนั้นตื้นเขินและซ้ายตกขอบ นักข่าวอังกฤษคนหนึ่งถึงกับลงทุนเดินทางไปยังคฤหาสน์สุดหรูของอายลิชในลอสแอนเจลิส และตะโกนถามผ่านประตูรั้วว่า จะยอมเปิดประตูบ้านให้คนแปลกหน้าหรือผู้อพยพเข้าไปพักอาศัยในที่ดินส่วนตัวของเธอหรือไม่ ฝ่ายสนับสนุนอายลิชมองว่า พฤติกรรมของนักข่าวเป็นการคุกคามความเป็นส่วนตัว ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความย้อนแย้งของเหล่าเซเล็บ ที่ชอบหนุนแนวคิดเสรีนิยมแต่กลับใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่มีรั้วรอบขอบชิดและการป้องกันอย่างแน่นหนา

– นิกกี้ มินาจ แร็ปเปอร์สาวชื่อดัง ประกาศตัวขอเป็นสาวกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังเจ้าตัวได้ขึ้นไปกล่าวชื่นชมพร้อมจับมือกันอย่างใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐฯ ในงานอีเวนต์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการบัญชีทุนสำหรับเด็กทารกที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนเผยว่า ได้กรีนการ์ดทองของทรัมป์มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมอบสิทธิ์การพำนักและเส้นทางสู่การเป็นพลเมืองสหรัฐฯ มาแบบฟรีๆ มินาจ ซึ่งเกิดที่ตรินิแดด เคยโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อปี 2018 ว่า เข้ามาในประเทศนี้ในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมายตอนอายุ 5 ขวบ แม้จะมีบัตรพำนักและทำงานเสียภาษีจำนวนมาก แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รับสิทธิ์ในฐานะพลเมืองที่แท้จริงของสหรัฐอเมริกาเสียที แต่ตอนนี้ เธอได้กรีนการ์ดบัตรทองมาแล้ว และกำลังดำเนินการเรื่องเอกสารการเป็นพลเมืองให้เสร็จสิ้น

– เอ็มมา เฮมิง วิลลิส ภรรยาของ บรูซ วิลลิส ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านรายการพอดแคสต์ Conversations with Cam เผยว่า บรูซไม่เคยรับรู้ว่าตัวเองได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมชนิดฟรอนโทเทมโพรัลเลยแม้แต่น้อย และไม่เคยเชื่อมโยงอาการต่าง ๆ เข้ากับโรคที่ตัวเองเผชิญอยู่ แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีใจที่เขาไม่รับรู้ความจริงข้อนี้ เพราะมันอาจเป็นสิ่งที่ช่วยลดความทุกข์ทางใจของเขาได้ เอ็มมากล่าวว่า แม้โรคจะดำเนินไปเรื่อย ๆ แต่บรูซยังคงมีตัวตนอยู่กับปัจจุบัน และครอบครัวก็เรียนรู้ที่จะปรับตัวไปพร้อมกับเขา และเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้น ครอบครัวของบรูซเปิดเผยตั้งแต่ปี 2023 ว่าเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมชนิดฟรอนโทเทมโพรัล ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ทำให้สมองส่วนหน้าและสมองส่วนขมับเสื่อมลง ส่งผลต่อการพูด อารมณ์ บุคลิกภาพ รวมถึงพฤติกรรม ทำให้เขาต้องอำลาวงการบันเทิงไปโดยปริยาย

– แคทเธอรีน โอฮารา นักแสดงหญิงระดับตำนานชาวแคนาดา-อเมริกัน ผู้เป็นที่รักจากบทบาทคุณแม่ ใน Home Alone และจากซีรีส์ Schitt’s Creek เสียชีวิตลงแล้วในวัย 71 ปี ที่บ้านพักในลอสแอนเจลิสหลังจากมีอาการป่วยช่วงสั้นๆ ขณะที่ แมคคูเลย์ คัลกิ้น ซึ่งรับบทลูกชายวัย 8 ขวบใน Home Alone ที่ตอนนี้อายุ 45 ปีแล้ว โพสต์ข้อความสุดซึ้งว่า “แม่ครับ ผมนึกว่าเราจะยังมีเวลามากกว่านี้… ผมยังมีเรื่องอยากจะพูดอีกตั้งเยอะ รักแม่นะครับ แล้วเจอกัน” โอฮารา มีผลงานที่สร้างเสียงหัวเราะมานานกว่า 50 ปี ทั้งจาก Home Alone ในปี 1990 และ Schitt’s Creek ในปี 2015-2020 ที่ทำให้เธอคว้ารางวัล Emmy และ Golden Globe มาครอง พร้อมกับสร้างเอกลักษณ์การพูดและแฟชั่นที่กลายเป็นไวรัลทั่วโลก

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.55 น.

7 กุมภาพันธ์ 2569  ทำเอานักแสดงสาว กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล เดือดสุดๆ หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคามด้วยข้อความหยาบคาย โดยสาวกระติ๊บ ได้ออกมาโพสต์ปกป้องตัวเองผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@kratip” ระบุข้อความว่า … 

” การไม่มีใคร ไม่ใช่สิทธิของใคร ที่จะล้ำเส้น ความเงียบ ไม่ใช่คำยินยอม การอยู่คนเดียวคือขอบเขตไม่ใช่ช่องว่าง ขอแจ้งให้ทราบโดยสุภาพว่า หากยังคงมีการคุกคามไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ขออนุญาตดำเนินการ ส่งหมายศาล เพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของตนเอง ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปนะคะ”

ซึ่งหลังจากที่ กระติ๊บ ชวัลกร ได้ออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าวไปนั้น ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิง รวมถึงแฟนคลับ เข้ามาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก